Androphobia อย่ากลัวผมเลยนะที่รัก

ตอนที่ 5 : เหตุเกิดบนรถเมล์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ต.ค. 58

              

4




               กว่าฉันจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยก็ปาไปเกือบหกโมงเย็นได้ ฉันมองรถเมล์ที่บรรจุคนเต็มจนแทบล้นทะลักประตูออกมาวิ่งผ่านหน้าไปอย่างเซ็งๆ ยิ่งเห็นจำนวนคนที่กำลังยืนรอรถโดยสาร ฉันก็ยิ่งเซ็ง นี่เพราะโดนอาจารย์รั้งให้คุยเรื่องงานประกวดอะไรนั่นแท้ๆ ฉันถึงได้ออกมาเย็นขนาดนี้ แล้วช่วงคนเลิกงานแบบนี้นอกจากรถมันจะติด คนบนรถเมล์มันก็ยังแน่นด้วยนะ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อฉันต้องรีบกลับบ้านไปทำรายงานอะ ไหนจะยังสตอรี่บอร์ดสำหรับทำแอนิเมชั่นนั่นอีก อยากจะบ้าจริงๆ-*-

ไม่นานนักเห็นสายรถเมล์ที่คุ้นเคยซึ่งยังพอมีที่ว่างอีกนิดหน่อยผ่านหน้ามา ทำให้ฉันตัดสินใจขึ้นไปอย่างไม่ลังเลทันที แต่พอขึ้นมาฉันก็เริ่มอยากจะลง เพราะที่เห็นว่ายังมีพื้นที่ บัดนี้รถกลับมาแน่นอีกแล้ว เมื่อทำอะไรไม่ได้ฉันก็ได้แต่ท่องกับตัวเองว่าทนไป เดี๋ยวก็ถึง

ปกติฉันไม่เคยกลับช่วงเวลานี้เลยนะ ฉันหนีคนเยอะตลอดแหละ ถ้าไม่กลับตอนช่วงบ่าย ฉันก็รอกลับเย็นๆไปเลย อย่างที่บอกฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะตัวฉันทั้งนั้น แล้วเวลาขึ้นรถเมล์เนี่ยฉันไม่สามารถเลือกได้ว่าฉันจะยืนหรือไม่ยืนกับใคร ดังนั้นการขึ้นรถที่ไม่ค่อยมีคนจึงเป็นการดีที่สุดสำหรับฉันน่ะ

เอี๊ยด!!

ฉันเกาะเสาที่อยู่ใกล้ประตูทันที หลังจากเกือบหงายหลังไป ใจจริงๆฉันอยากจะจับราวที่อยู่เหนือหัวตัวเองมากกว่า แต่เผอิญฉันเตี้ย จริงอยู่ว่าฉันจับได้ แต่มันจะเมื่อยมากน่ะ

หมับ! หมับ!

มือปลาหมึกของใจสักคนมาจับโดนมือฉัน และนั่นทำให้ฉันรีบปล่อยมือออกจากเสาอย่างตกใจ แต่พอจะกลับไปจับเสาอีกครั้งที่ว่างที่เคยมีก็หายไปแล้ว นั่นทำให้ฉันตัดสินใจเปลี่ยนมือที่ถือของเพื่อเอื้อมไปจับราวเหนือศีรษะแทน ฉับพลับสายตาของฉันก็ไปปะทะเข้ากับแขนคล้ำๆของคนข้างตัว ฉันเอียงคอมองแขนนั้นอย่างแปลกใจ

ทั้งแขนของคนข้างตัวเต็มไปด้วยแผล ทั้งแผลสด แผลตกสะเก็ดเป็นจุดๆ (เหมือนคนโดนยุงกัดแล้วเกาจนเป็นแผลน่ะ แต่รอยแผลของเขากลับน่ากลัวกว่า) จนฉันอดสงสารคนข้างตัวไม่ได้ ทั้งๆที่มีแผลขนาดนี้ยังต้องสู้ชีวิตอีกแฮะ

ว่าแต่เขาไปโดนอะไรมานะ? ทำไมแผลน่ากลัวชะมัด

เอี้ยด!

ฉันแทบหัวคะมำไปข้างหน้า ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าของแขนนั้นยืนอยู่ หัวที่ทิ่มไปข้างหน้าทำให้จมูกฉันไปเฉี่ยวโดนแขนเสื้อสีครีมของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ และกลิ่นของคนข้างตัวก็ทำให้ฉันขนลุกเกรียว อย่างอดไม่ได้

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ!!

ฉันตวัดสายตากลับไปมองที่แขนของเขา แล้วก็พบว่าแขนอีกข้างของเขานั้นมีแผลที่ไม่แตกต่างกันเลย แถมที่แย่ไปกว่านั้น แผลบางแผลนั้นมีเลือดซึมอยู่จางๆ ฉันขยับแขนตัวเองออกห่างทันทีด้วยความตกใจ

มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ที่เขามีแผลเต็มแขนแบบนี้ แล้วที่ตัวยังมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออีกน่ะ ใครว่าไม่แปลก แต่ฉันว่ามันแปลก แปลกมากๆด้วย

เอี๊ยด!

ฉันแทบสบถด่าคนขับ เมื่อรถเบรกอีกครั้ง พยายามเกร็งตัวเองให้ไม่เซไปข้างหน้าตามแรงเบรก หากแต่แขนของคนตรงหน้ากลับขยับตามแขนฉันมาอย่างน่าตกใจ จนฉันต้องเอียงแขนหลบอีก ใจทั้งดวงหล่นวูบหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

เอี้ยด!

บ้าเอ้ย ทั้งๆที่ฉันเอียงแขนหลบแล้ว ทำไมแขนของคนข้างๆยังตามฉันมาอีกล่ะ เมื่อเสาข้างๆตัวว่างเพราะคนที่เคยจับได้ลงป้ายรถเมล์ไปแล้ว ฉันก็รีบเปลี่ยนมือมาใช้มืออีกข้างจับเสาทันที ทีนี้ฉันก็ไม่โดนแขนคนข้างๆแล้ว ที่เหลือก็แค่ทำตัวลีบๆ ไม่ไปโดนใครก็พอ

จังหวะที่ฉันกำลังยืนตัวลีบอย่างเกร็งๆ แขนและตัวของชายเสื้อครีมก็เอนมาทางฉันอีกครั้ง ทั้งๆที่รอบนี้รถไม่ได้เบรกแรงเลยด้วยซ้ำ และเมื่อฉันทำเพียงแค่ค่อยๆขยับตัวหลบ อีกฝั่งก็ยิ่งเหมือนคนได้ใจ เขาค่อยๆขยับตามฉันมาเรื่อยๆ จนฉันไม่เหลือพื้นที่ให้ขยับตัว ใจฉันที่หล่นหายไปไหนไม่รู้กลับเต้นรัวขึ้นราวกับมีคนมาตีกลอง ฉันหันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่ก ก่อนจะพบร่างสูงของใครบางคนที่กำลังขมวดคิ้วมองมาทางฉันด้วยความสงสัย แต่สภาพพื้นที่รอบตัวที่ไม่เหลือที่ยืนของเขาทำให้ฉันต้องกลั้นใจยืนที่เดิมต่อ

เอี๊ยด!

ฉันพยายามเกร็งตัวเองให้หลบออกจากชายเสื้อครีม หากแต่แขนที่พยายามจับราว เริ่มถูกจำนวนคนที่แน่นเซมาทับบ้าง ชนบ้างทำให้ฉันปวดแขนจนแทบจะร้องไห้ ใจนึกอยากจะว่าแต่ก็ว่าไม่ออก เพราะไม่รู้ว่าฉันโดนตามมา หรือเขาเซเพราะแรงเบรกจริงๆกันแน่ ตัวฉันเริ่มเกร็งจนมันสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันหันกลับไปมองหน้าคนร่างสูงที่กำลังมองฉันอย่างขอความช่วยเหลือ

สารภาพกันตามตรงว่าฉันโคตรกลัวเลย T^T

“เงามานี่” พี่ฟาร์เอ่ยเรียกฉันเสียงเครียด พร้อมยกมือขึ้นกันพื้นที่ว่างข้างตัวที่เพิ่งมีคนลงจากรถไป ฉันเหลือบตามองชายชุดครีมอีกครั้งก่อนรีบพุ่งตัวผ่านพี่ฟาร์ไปยืนยังที่โล่งทันที หัวใจที่เต้นรัวเริ่มกลับมาเต้นช้าลงอีกครั้ง แม้อาการสั่นจะยังหลงเหลืออยู่

ฉันหันไปมองชายชุดครีมอีกครั้ง ความสูงของพี่ฟาร์ทำให้ฉันมองหน้าชายชุดครีมไม่ชัด แต่เห็นได้ว่าเขากำลังพยายามแทรกพี่ฟาร์มาทางฉัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อพี่ฟาร์กำลังยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กันไม่ให้ชายชุดครีมตามฉันมา

มือที่จับราวตรงพนักพิงของผู้โดยสารเกร็งแน่นขึ้นอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ชายคนนั้นยังตามฉันมาฉันจะทำยังไงดี เพราะตอนนี้มันไม่มีที่ให้หนีแล้ว...

พี่ฟาร์หันมามองหน้าฉัน ดวงตาเรียวขยับไปมา และนั่นทำให้ฉันขมวดคิ้ว กับท่าทางของพี่ฟาร์อย่างอดไม่ได้ เมื่อเห็นฉันไม่เข้าใจ พี่ฟาร์จึงขยับปากแทน

ลงป้ายหน้าเดี๋ยวนี้

ฉันพยักหน้าแล้วรีบหันไปแทรกตัวไปที่ประตูทางลงด้านหน้ารถทันที พอรถเมล์เปิดประตู ฉันก็พุ่งตัวลงไปยืนข้างล่างโดยมีพี่ฟาร์ตามมาติดๆ

ฉันหันไปมองคนที่ลงรถอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมา เมื่อไม่เห็นชายชุดครีมนั่น

“มันไม่ได้ตามลงมาครับ” น้ำเสียงนุ่มหูของพี่ฟาร์ดังขึ้นมาอีกครั้ง จนฉันต้องพยักหน้ารับสั้นๆ เพราะเพิ่งจะรู้สึกว่าตอนอยู่บนรถฉันกลัวจนแทบลืมหายใจด้วยซ้ำ

“เงาโอเคมั้ย”

“อะ โอเคค่ะ” ฉันหายใจหนักๆแล้วตอบออกไป หลังจากสติเริ่มกลับคืนเข้าร่าง

“แต่หน้าเงาซีดมากเลยนะ” น้ำเสียงเป็นห่วงของคนตรงหน้าทำให้มือฉันเริ่มหยุดสั่น แล้วตอบกลับคนตรงหน้าอย่างสุภาพ แม้จะยังมีเสียงลมหายใจหนักๆดังแทรกในบางครั้ง

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะพี่ฟาร์”

“แล้วนี่เงาจะไปไหนเหรอ”

“จริงๆเงาต้องลงป้ายหน้าเพื่อขั้นบีทีเอสน่ะค่ะ แต่สงสัยคงจะต้องเดินซะแล้ว” ฉันตอบพร้อมยิ้มแห้งๆ

“ดีเลย พี่ก็ต้องลงป้ายหน้าเหมือนกัน” พี่ฟาร์ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้ฉันอีกครั้ง ดวงตาเรียวยังคงจ้องมองฉันจนฉันต้องหลุบตาลงมองพื้นอีกครั้ง สารภาพเลยว่าฉันเริ่มกลัวคนตรงหน้าน้อยลงหน่อยแล้วล่ะ

“มาครับพี่ช่วยถือ ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงพี่ก็ไม่ได้ถือของอะไรอยู่แล้ว” พี่ฟาร์บอกอย่างใจดี แล้วแบบมือมาทางฉัน

“ขอบคุณค่ะ แล้วเงาขอโทษด้วยนะคะที่วันนี้สร้างแต่เรื่องให้พี่ฟาร์” ฉันยื่นของในมือให้พี่ฟาร์แล้วยิ้มหวาน พี่ฟาร์นี่ให้ฟีลเหมือนพี่ชายฉันเลยแฮะ

“ไม่หรอก ไอ้บ้านั่นมันโรคจิตชัดๆ ทำไมเงาไม่ร้องด่ามันไปเลยล่ะ” พี่ฟาร์หันมาดุฉัน แต่ในน้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเป็นห่วงจนฉันทำตัวไม่ถูก

“เงาไม่รู้ว่าตั้งใจรึเปล่าน่ะค่ะ ถ้าเกิดเงาว่าไปแล้วมันไม่ใช่ เขาก็น่าสงสารแย่”

“งั้นช่วงนี้ถ้าจะกลับบ้านก็บอกพี่นะ ยังไงอาทิตย์นี้พี่ก็ต้องกลับแบบนี้อยู่แล้ว” พี่ฟาร์บอกฉันเสียงอ่อน หลังจากถอนหายใจให้กับคำตอบที่สุดแสนจะแม่พระของฉัน

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ไม่เป็นไรไม่ได้ครับ พี่เป็นห่วง” น้ำเสียงนุ่มๆของพี่ฟาร์ดังขึ้นอย่างเอาแต่ใจ แต่ไม่รู้ทำไมใจฉันกลับอุ่นวาบขึ้นมา หัวใจที่เพิ่งจะนิ่งสงบไปได้ไม่นานเริ่มกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง ทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้กลัวแบบทุกที

“เพราะงั้นจะกลับบ้าน เงากลับพร้อมพี่นะ ยังไงเราก็ไปทางเดียวกัน”

ฉันเหลือบมองพี่ฟาร์อีกครั้ง แต่เมื่อเห็นสายตานั้นกำลังจ้องมา ฉันก็เผลอหลบตาเหมือนเคย พลางยกมือที่ดูเกะกะก็ยกขึ้นมาเกาหลังหูตัวเอง อย่างไม่รู้จะทำยังไง กว่าจะรู้ตัวอีกทีฉันก็ตอบตกลงคนตรงหน้าไปแบบไม่รู้ตัวซะแล้ว

“ค่ะ”

“ดีมากครับเด็กน้อย งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ” พี่ฟาร์บอกฉันเสียงนุ่มหู ก่อนจะกวักมือเรียกฉันให้เดินไปพร้อมเขา และคำเรียกนั้นทำให้ฉันอดยิ้มออกมาไม่ได้

“ขอบคุณมากนะคะพี่ฟาโรห์”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

501 ความคิดเห็น

  1. #143 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 16:32
    ฟาโรห์นี่ฟีลพี่ชายผู้แสนดีและอบอุ่นเลยนะ555 น่ารักกก
    #143
    0
  2. #54 `SN15BI (@9alwayshere) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 01:49
    ฟาร์น่ารักจังเลยย
    #54
    0
  3. #18 superman (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 20:51
    อ่านแล้วได้ลุ้นไปด้วย สู้ๆนะ รออยู่
    #18
    1