นายหญิงกำมะลอ 1 (ผ่านการพิจารณาสนพ.คำต่อคำ)

ตอนที่ 9 : สาวงามของนายใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 ต.ค. 58

            

          เวลา 10.00 น.

จินหลงและชิงหยางมาถึงบ้านของนายท่านหงเหลยในช่วงสายของวันแล้วมันทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นปู่แล้วพบว่าชายชรากำลังนั่งจิบน้ำชากับผู้ชายที่เขาคิดว่าเคยเห็นหน้ามาก่อน

เขาทำความเคารพผู้เป็นปู่แล้วจึงได้พินิจมองใบหน้านั้นให้แน่ใจจนทำให้ภาพในความทรงจำเมื่อครั้งอายุ 8 ขวบผ่านเข้ามา....

 

เมื่อหวนคิดถึงชีวิตในวัยเด็กของเขา จินหลงก็รู้สึกมีความสุข เขามีครอบครัวที่อบอุ่น  เหอจินฟง ผู้เป็นพ่อซึ่งขณะนั้นมีอายุ 35 ปี แต่ยังเป็นเพียงแค่ว่าที่นายใหญ่เพราะพ่อไปแต่งงานกับคนที่ไม่ใช่คู่หมั้น  ปู่จึงลงโทษด้วยการไม่ยอมยกตำแหน่งนายใหญ่ให้พ่อ จินหลงในตอนนั้นก็เลยเป็นแค่คุณหนูหาใช่นายน้อย ว่าที่ทายาทคนต่อไป แต่ถึงกระนั้นพ่อของเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย

จินฟงเป็นคนเคร่งขรึมและค่อนข้างเข้มงวดจินหลงจึงได้รับการถ่ายทอดนิสัยและความรู้เกี่ยวกับธุรกิจมาตั้งแต่จำความได้ แต่พอนอกเหนือจากเรื่องงานพ่อของเขาก็เหมือนคนทั่วๆไปที่รักและเอาใจใส่ลูกชายคนเดียวเป็นอย่างดี  จินหลงมีแม่เป็นสาวสวยชาวอังกฤษที่ค่อนข้างจะเรียบร้อยอ่อนหวาน ทั้งชอบทำอาหารให้เขาทานและเป็นเพื่อนชวนคุยเสมอ เขาจึงมีความสุขอย่างที่สุดเมื่อครอบครัวยังอยู่กันพร้อมหน้า

จนเมื่อวันนั้นมาถึง..

มันเป็นช่วงปลายฤดูฝนที่พ่อและแม่ต้องไปร่วมงานพบปะสังสรรค์กับบรรดาญาติคนอื่นๆ ครอบครัวของเขาเดินทางออกจากบ้านพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง และนั่นก็เป็นวันที่ทำให้จินหลงจำได้ดีอย่างไม่มีวันลืม..

มันเกิดขึ้นเร็วมาก !? รถของพวกเขาถูกยิงถล่มระหว่างทางกลับบ้านจนทำให้คนขับเสียชีวิตและรถเกิดพลิกคว่ำ จินหลงแทบบ้าเมื่อเห็นร่างของแม่เต็มไปด้วยเลือด ซ้ำยังหลับตานิ่งสนิทซบกับร่างของพ่อที่มีเลือดไหลเป็นทาง จากหน้าผากลงมาจนถึงปลายคาง พ่อกำลังร่ำไห้กอดร่างไร้วิญญาณของแม่ด้วยหัวใจที่แตกสลาย

“แม่ครับ แม่ !” จินหลงจำได้ว่าเขาร้องเรียกมารดาดังมากขนาดไหน หากแต่เขาขยับตัวแทบไม่ได้เพราะรถทั้งคันพลิกคว่ำทับเอาไว้ จนกระทั่งมีเสียงเรียกชื่อพ่อทั้งมีการทุบประตูด้านที่จินหลงถูกบีบอัดอยู่ รถทั้งคันขยับโยกด้วยแรงของผู้ชายคนเดียว ชายคนนั้นก้มมองผ่านกระจกแตกร้าวและพบกับจินหลง เขาจึงยื่นมือมาเพื่อจะดึงตัวเขาออกไปหากแต่เด็กชายดิ้นรนจะไปหาพ่อและแม่

“จินหลงออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้ !” จินฟงตะโกนดังลั่น พร้อมๆกับที่มือนั้นคว้าร่างของจินหลงให้หลุดออกไปจากตัวรถ ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ปะทุลุกวาบพร้อมกับเสียงหวีดหวิวที่ดังขึ้น

มันกำลังจะระเบิด !! จินหลงถูกแบกใส่บ่าของชายคนนั้น และถูกพาวิ่งออกจากรถพลิกคว่ำที่กำลังจะระเบิดอย่างไม่คิดชีวิต..

ตูม !! ชายคนนั้นใช้กายบังจินหลงไว้จากแรงระเบิดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีแต่พลังการทำลายล้างของมันส่งผลให้ร่างของทั้งคู่ลอยกระเด็นห่างจากรถไปไกลและร่างสองร่างก็ลอยละลิ่วก่อนจะตกกระแทกกับพื้นอย่างแรง ทันทีที่ขยับตัวได้จินหลงก็รู้สึกเจ็บจนจุกเนื้อตัวของเขาถลอกจนมีเลือดไหลซึมแต่มันก็เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้จนวินาทีสุดท้ายเพราะร่างที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกลจากจินหลงนั้นกลับโชกไปด้วยเลือด...

 

“จำได้สินะ..” หงเหลยเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นจินหลงยืนนิ่งไปนานแววตานั้นก็ฉายความปวดร้าวออกมาให้เห็น แต่เมื่อถูกทักแววตานั้นก็หายวับไปทันที จินหลงจึงทำความเคารพอีกคนอย่างนอบน้อมจนชายพิการต้องลุกขึ้นโค้งตัวรับก่อนจะผายมือให้จินหลงนั่งลงที่เก้าอี้ติดกับนายท่าน 

“สบายดีนะครับ ?”  จินหลงเอ่ยถามเสียงเรียบพลางพินิจมองผู้มีพระคุณอีกครั้ง จะว่าไปหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอชายคนนี้อีกเลย

“ครับ นายใหญ่จินหลงก็คงสบายดี”

จินหลงพยักหน้าแล้วหันมาหาผู้เป็นปู่ เขากำลังคิดว่าเรื่องที่จะแจ้งให้ปู่ทราบในวันนี้น่าจะบอกต่อหน้าชายพิการคนนี้ได้

“ผมมาหาปู่เรื่องคู่หมั้น ?

“มีอะไรคืบหน้าบ้างล่ะ?

“ผมอยากจะถามปู่เรื่องผลตรวจDNAของพิณลดาที่ไม่ตรงกับพ่อและแม่ของเธอ ?

เมื่อได้ยินดังนั้นชายชราก็ถอนหายใจอออมาอย่างแผ่วเบา “อืม..พิณลดาไม่ใช่ลูกของสองคนนั้นหรอก”

จินหลงหลุบตาลงต่ำรับทราบข้อมูลนั้นและนึกสงสัยว่าถ้าหากพิณลดาไม่ใช่ลูกของนายพฤกษ์และนางเกสร แล้วเธอจะเป็นลูกของใครกัน และเขามั่นใจว่าปู่ต้องรู้ หากแต่ผู้เป็นปู่กลับไม่พูดอะไรต่อและนิ่งเฉยไปนาน จนจินหลงคิดว่าปู่จะไม่บอกเขาเป็นแน่ “งั้นผมมีเรื่องมาปรึกษา”

“ว่ามาเลย”

“ผมได้พบกับผู้หญิงที่มีใบหน้าและรูปร่างใกล้เคียงกับพิณลดามาก”

“ชื่อโอเซมีหรือเปล่า?” หงเหลยถาม แต่จินหลงกลับส่ายหน้า

“ชิงหยาง ” จินหลงเรียกเลขาคนสนิท ซึ่งชิงหยางก็รู้หน้าที่ขยับมาใกล้

ผู้หญิงคนนี้ชื่อ ฮัวปิงปิงเธอมาจากไต้หวันและมีเอกสาร พยานบุคคลยืนยันที่มาได้ครับ ชิงหยางอธิบายพลางวางรูปถ่ายของฮัวปิงปิงให้นายท่านหงเหลยได้ดู

ทันทีที่ชายชราเห็นภาพหญิงสาวในชุดคนงานก่อสร้างนั่น เขาก็ถึงกับตกตะลึงเพราะเธอคนนี้คล้ายกับรูปถ่ายพิณลดาที่เขาได้มาแบบมิผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะรูปหน้า รูปร่าง หรือหน้าตาตอนที่ยิ้มกว้างๆแบบนี้

“ฮัวปิงปิง ?” อาซันพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะจ้องมองรูปผู้หญิงในจอเขม็ง  ความรู้สึกโหยหาในใจกลับเกิดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด อาจจะเพราะใบหน้าของเธอคนนี้เหมือนคนที่จากไปแล้วมากก็ได้

“ผมรู้จักเด็กคนนี้..”

จินหลงถึงกับขมวดคิ้วทันที สายตาหันมามองอาซันอย่างสนใจ

“รู้จักได้ยังไง?

“เราเจอกันเมื่อคืน ผมกำลังจะหาที่นอนในตรอกใกล้ๆตึกสำนักงานใหญ่ เด็กคนนี้ก็โผล่มาพูดจาเจื้อยแจ้วแถมยังเลี้ยงขนมผมอีกด้วย” อาซันว่าน้ำเสียงดูจะขบขันกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ

ในขณะที่จินหลงนึกบ่นยัยเด็กไม่รู้ความที่กล้าไปเดินในที่แบบนั้นคนเดียว  ซ้ำยังไปเลี้ยงคนที่ไม่รู้จักอีก ช่างเป็นคนที่ไม่ระมัดระวังตัวเอาเสียเลย

“บังเอิญจริงนะ” หงเหลยกล่าวพึมพำพลางพยักหน้าราวกับพึงใจ

“ปู่คิดว่าพวกมันจะแปลกใจไหม ถ้าเห็นคนตายฟื้นขึ้นมา?” จินหลงบอกความตั้งใจให้ปู่รับทราบ และนั่นทำให้หงเหลยเข้าใจแผนการของหลานชายในทันที

“แกเลยจะใช้แม่หนูนี่เป็นเหยื่อล่อคนร้ายงั้นสิ”

“ผมต้องการให้เธอเป็นคู่หมั้นของผม..ในตอนนี้”

หงเหลยมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะหันมามองหน้าจินหลงอีกครั้ง “ปู่เห็นด้วยกับแผนของแก แต่แกแน่ใจนะว่าจะใช้แผนนี้ เพราะแม่หนูนั่นต้องกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตี ซึ่งไม่ใช่แค่คนร้ายที่เราไม่รู้ตัว แต่ยังเป็นบรรดาศัตรูของเราในปัจจุบันอีก”

“ผมจ้างเธอมาและดูท่าจะพอใจกับจำนวนเงินที่ได้รับมากเสียด้วย” น้ำเสียงของจินหลงดูจะไม่แยแสกับสวัสดิภาพของเหยื่อเท่าใดนัก เพราะเขาคิดว่าเขาได้ให้ผลตอบแทนในการเสี่ยงตายของเธอด้วยเงินไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องสนใจชีวิตยัยนั่นอีก

“งั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา” หงเหลยว่าก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อจะหยิบเอากล่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเข้มออกมา มันเป็นกล่องไม้แกะสลักฝาเป็นรูปหงส์ที่กำลังสยายปีก และมันถูกฝังด้วยมุกประดับจนเห็นลวดลายชัดเจน นายท่านวางเจ้ากล่องนั่นลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าหลานชาย “ปู่จะรับรองให้ว่านั่นคือคู่หมั้นตัวจริงของแก”

“ถ้าจบงานแล้วผมจะประกาศถอนหมั้นทันที”

“มันต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครจะเป็นนายหญิงแทนคนที่ถูกเลือกได้หรอก”

“ผมเสียใจที่ในรุ่นผมก็จะไม่มี นายหญิงให้กับตระกูลเหอ “

หงเหลยฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเขารู้ดีกว่าใครว่าปัญหานี้มันคงยากเกินกว่าจะแก้ไข ก็ในเมื่อกฎประเพณีของตระกูลกำหนดมาเช่นนี้และเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนมันเป็นแน่ ก็ถ้าว่าที่นายหญิงตัวจริงไม่มีลมหายใจ ผู้หญิงคนไหนก็ไม่มีสิทธิได้ตำแหน่งนั้นเช่นกัน

จินหลงเอื้อมมือหยิบของสำคัญมาถือก่อนจะเปิดดูเพียงครู่แล้วปิดฝากล่องไม้ลงอย่างไม่ได้สนใจอะไรกับมันนัก ก็แค่เครื่องประดับของผู้หญิง           ‘ปิ่นหงส์ทองคำที่ใช้เป็นของหมั้นเท่านั้นเอง..

“แล้วเด็กนั่นใช้ได้ไหมล่ะ?” คำถามนั้นทำให้จินหลงส่ายหน้าแทบจะทันทีเพราะถึงหน้าจะเหมือนแต่ความรู้ที่ติดตัวมากลับไม่มีเลยสักนิด

“เด็กนั่นโง่มากครับและคงต้องฝึกกันอีกเยอะ”

“หาบอดี้การ์ดคุ้มครองเธอหรือยัง ?” พอปู่ถาม จินหลงก็ปรายตาไปยังชิงหยางเพราะเขาสั่งให้เลขาจัดการเรื่องนี้ไปแล้ว เขาเองก็ยังไม่อยากให้เหยื่อตายก่อนจะได้ตัวคนร้ายเหมือนกัน

“ผมจัดคนให้ติดตามเธอแล้วครับ” ชิงหยางเอ่ยตอบ นายท่านหงเหลยจึงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะนึกถึงหลานอีกคนขึ้นมาเพราะรายนั้นก็มีคู่หมั้นที่อายุครบ 18 ปีในปีนี้เช่นกัน

“เจอคู่หมั้นหย่งเล่อหรือยังล่ะ ?

จินหลงยิ้มมุมปากอย่างที่นานๆจะมีใครเห็น แล้วเขาก็ขยับลุกขึ้นยืน “ก็เหมาะกับหย่งเล่อดี งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

ขณะที่หลานชายก้มหัวคำนับลา ชายชราก็ปรายตาไปยังชายพิการข้างตัว “จินหลง..ปู่ฝากคนไปทำงานด้วยคนสิ”

จินหลงจึงเงยหน้าแล้วหันไปมอง เด็กฝากของปู่ เขานิ่งอยู่เป็นครู่และคิดว่าเขาจะได้คนมีฝีมือมาเพิ่มอีกคนดังนั้นก็ควรจะรับไว้โดยเร็ว

“ได้สิครับ..ผมกำลังมองหาคนฝึกยิงปืนให้เด็กนั่นอยู่พอดีขอบคุณครับปู่” กล่าวจบจินหลงก็คำนับลาปู่อีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องไป...

 

“ไอ้คนอำมหิต!” พิณลดาว่าขึ้นมาดังๆหลังรับสายจากชิงหยาง  แต่เธอหาได้สบถด่าเลขาที่โทรมาตามหน้าที่ เธอว่าเจ้านายของเขาต่างหาก

นี่สินะไอ้เรื่องที่เขาบอกจะทดสอบเธอ พิณลดาแทบจะปามือถือทิ้งเพราะโมโหที่เขาแจ้งเธอกะทันหันมากๆ และทั้งที่เขาสามารถบอกเธอล่วงหน้าได้แต่เขากลับไม่ทำ พิณลดาคิดพลางทบทวนคำสั่งนั่นในสมองอีกที

เย็นนี้เตรียมตัวไปงานเลี้ยงรับรองลูกค้าจากต่างประเทศ ฯ

ดูท่าทางงานนี้จะไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะเธอมั่นใจว่า กลุ่มบริษัท  เหอหลินต้องมีผู้ถือหุ้นและนักธุรกิจคู่ค้าอันเป็นพันธมิตรในหลายประเทศ และงานนี้ต้องยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย มันถึงไปจัดที่โรงแรมระดับ 5 ดาวในห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่พอจะจุคนได้ครึ่งพัน

พิณลดาทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นพลางยกมือกุมหัวด้วยความกลัดกลุ้มเพราะไม่เคยเลยที่จะได้ไปงานใหญ่แบบนี้สักครั้ง แล้วเธอจะเครียดขนาดไหนถ้าต้องคอยเดินตามผู้ชายที่หล่อลากไส้ลากพุงไปทั่วงานเลี้ยงแบบนั้น แล้วต้องผจญกับสายตาของคนนับร้อยที่มองตรงมาที่เขา อย่างที่เธอเคยเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นมาก่อน ซึ่งก็คือตอนที่เจอเขาครั้งแรกที่โรงแรม

ดูสภาพเธอสิ พิณลดาคร่ำครวญ..ยัยผู้หญิงตัวอวบอ้วนแบบนี้เนี่ยนะคู่หมั้นเหอจินหลง !

ยิ่งคิดยิ่งเครียดพิณลดายกมือถือขึ้นมาเพื่อดูเวลาและพบว่าเธอมีเวลาเตรียมตัวอีกแค่ชั่วโมงเดียวที่จะต้องไปหา ช่างแต่งหน้า ที่เขาเตรียมไว้ให้ที่ตึกสำนักงานใหญ่  พิณลดารีบไปลางานกับหัวหน้าคนงานโดยไม่ได้บอกว่าจะไปทำงานให้กับจินหลง หัวหน้าจึงบ่นเสียยืดยาวที่เธอมาลางานเอาช่วงที่กำลังเร่งรีบแต่เธอก็ทำได้แค่ขอโทษไปเท่านั้น

หญิงสาวมาถึงตึกสำนักงานใหญ่ก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงและขึ้นลิฟต์มาได้โดยง่ายเหมือนเคย เธอก้าวผ่านประตูเข้าไปในห้องทำงานของจินหลงโดยมีบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าด้านหน้าเปิดประตูให้ พอเธอเข้าไปก็ต้องแปลกใจเพราะทั้งห้องไม่มีเงาของนายใหญ่หน้านิ่งและคุณเลขาหน้าเครียดอยู่  มีเพียงนางฟ้าที่มาแทนที่และนั่งอวดเรียวขาสวยบนโซฟาตรงนั้น

พิณลดาจ้องมองสาวงามด้วยอาการตาค้างทั้งยังรู้สึกว่านัยน์ตาพร่ามัวไปด้วยแสงที่เจิดจรัสออกจากตัวของผู้หญิงที่ใส่ชุดกี่เพ้าสีครีมปักลายดอกโบตั๋นซ้ำยังทำผมเป็นมวยสวยโดยมีปิ่นปักเอาไว้

ช่างงดงามราวกับผู้หญิงจีนโบราณ !

สาวไทยมองอย่างทึ่งๆ เมื่อเห็นหญิงสาวที่สวยราวกับนางฟ้าและดูจะคุ้นตาอยู่ไม่น้อย คลับคล้ายว่าเธอเป็นดาราหรือนางแบบที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในฮ่องกง แล้วสาวงามนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเธอ คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางแช่มช้อยเชื่องช้า เธอมีสีหน้าประหลาดใจนักเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน หากแต่สาวสวยก็ยังแย้มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“สวัสดีค่ะ” สาวงามทักก่อน

“เอ่อ สวัสดีค่ะ”

“คุณเป็นแขกของจินหลงเหรอคะ?”  

“ใช่ค่ะ แล้วคุณ..คุณเป็นดาราหรือเปล่า ?” พิณลดาตอบพลางย้อนถามกลับเธอเพราะรู้สึกคุ้นหน้าเธอมากจนอดเอ่ยถามไม่ได้

“ฉันเป็นนางแบบค่ะ ชื่อหลันอวี้เฟย” สาวงามแนะนำตัวพลางยิ้มน้อยๆ  พิณลดาได้ยินก็ตาเบิกกว้างกว่าเดิมอีก เพราะนี่เธอกำลังเจอนางแบบชื่อดังของฮ่องกงแบบตัวเป็นๆ..

กรี๊ดได้ไหมเนี่ย ! คนบ้าดารามือสั่นทั้งยังเจ็บใจที่ไม่มีอะไรมาขอลายเซ็น พิณลดาคิดก่อนจะแนะนำตัวบ้าง “ฉันฮัวปิงปิงค่ะ”

แล้วเสียงเปิดประตูจากส่วนด้านหลังโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของนายใหญ่ก็ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของเจ้าของห้องที่ก้าวออกมา พลังความหล่อของชายหนุ่มพุ่งกระจายไปทั่วเช่นเคย และมันทำให้พิณลดาต้องแอบพ่นลมหายใจ ระบายความร้อนแปลกๆออกมา ก่อนที่จะหันมามองนางฟ้าสลับกับเทพบุตรสุดหล่อด้วยแววตาสงสัย

เขาทั้งคู่ช่างงดงามไร้ที่ติ ดูเหมาะสมราวกับสวรรค์สร้างมาให้คู่กันอย่างไรอย่างนั้น แต่ทำไมจินหลงยังทำหน้าเฉยเมยเมื่อสาวงามยิ้มหวานละไมส่งให้ ซ้ำยังไม่สนใจจะมองดูสักนิด แต่เขากลับเขาขยับเดินมาใกล้เธอแถมมาด้วยใบหน้าถมึงทึงตึงเปรี๊ยะอย่างนี้ด้วย

“นี่ชุดดีที่สุดแล้วงั้นเหรอ ?”เขาตำหนิทั้งคำพูดและสายตาพลางแลกวาดสาวอวบตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

หลันอวี้เฟยมองตามสายตาชายหนุ่มไปยังผู้หญิงหน้าตาธรรมดาตัวอวบหนาอย่างสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ผู้หญิงคนนี้คือ..?

“คู่หมั้นฉันเอง” คำตอบนั้นทำอวี้เฟยตกตะลึงตาค้าง ใบหน้างามจ้องพิณลดาด้วยความตกตะลึง

อวี้เฟยคาดไม่ถึงเลยว่าการนัดหมายให้มาดูแลการแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับ คู่หมั้น ของผู้ชายอย่างเหอจินหลงจะเป็นผู้หญิงคนนี้ เพราะทั้งหน้าตาผิวพรรณ และรูปร่างของคนตรงหน้าดูจะผิดแปลกพิสดารไปจากรสนิยมของ    จินหลงยิ่งนัก  

“พาไปแต่งตัวซะ !” นายใหญ่สั่ง

“ฉันไม่ไปได้ไหม?”  พิณลดาบอกและทำให้จินหลงหันมามองหน้าเธอด้วยสายตาที่กราดเกรี้ยว ยิ่งเจอพิณลดาที่มองสบตาเขาอย่างไม่หวาดหวั่นก็ยิ่งกระพืออารมณ์โกรธของเขาให้พุ่งขึ้นไปอีก

ยัยนี่ ! คิดจะลองดีกับฉันใช่ไหม ?

“จินหลงคะให้ฉันจัดการเถอะค่ะ” อวี้เฟยพูดขึ้นสีหน้าที่แลดูตกใจเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นปรกติและแย้มยิ้มอย่างจริงใจ

จินหลงปรายตามองอวี้เฟยนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า นางแบบสาวจึงขยับมาใกล้พิณลดาสายตากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ฉันจะพาเธอไปแต่งตัวที่ร้านมาดามไฉ่ใกล้ๆนี้นะคะ”

“ฉันให้เวลา 1 ชั่วโมง !”เสียงของจินหลงเอ่ยสั่งตามหลัง ทำให้หญิงสาวสองคนหันมามองหน้าเขาพร้อมกันอย่างตกใจกับเวลาที่เขาให้

มันเร็วไปไหม ?

อวี้เฟยใช้เวลาเพียงนิดพยักหน้าแล้วก็หมุนตัวดึงพิณลดาให้เดินตามไปให้เร็วขึ้น สองสาวออกจากห้องทำงานของจินหลงเพื่อตรงไปยังเบื้องล่าง            อวี้เฟยล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋าถือคู่กายใบสวยเก๋  เธอเอ่ยแจ้งความต้องการไปยังปลายสายอย่างรวดเร็ว ขณะเดินนำพิณลดาตรงไปยังร้านเสื้อผ้าที่ห่างจากตึกสำนักงานใหญ่ไม่ไกลนัก..

พอก้าวเข้าไปในร้านนั้นพิณลดาก็พบว่ามีพนักงานยืนรอต้อนรับอยู่แล้วและมีอีกสองสามคนกำลังวิ่งวุ่นในการหยิบนั่นนี่มาวางกองที่โต๊ะรับแขก ราวเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องเต็มไปด้วยชุดหลากหลายแบบและสี แค่มองแวบเดียวก็ชวนตาลาย แล้วตรงโต๊ะกลางนั้นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้า

“จินหลงทำฉันประหลาดใจมาก” อวี้เฟยว่าขณะที่ขยับยืนมองมาดามไฉ่จับพิณลดาให้ยืนนิ่งแล้วดึงเสื้อผ้าจากราวแขวนมาทาบทับบนตัวเธอ จับทาบโยนหลายชุด จนอวี้เฟยพอใจที่ชุดหนึ่งและพยักหน้าให้ใช้ชุดนั้น

 “ถ้าเมื่อคืนเขาบอกขนาดตัวคุณล่วงหน้าฉันคงเตรียมพร้อมมาดีกว่านี้” อวี้เฟยกล่าวด้วยสีหน้าปรกติ แต่พิณลดากลับนิ่งอึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อรู้โดยบังเอิญว่าเมื่อคืนเขาไปไหนมา ทำเอาสาววัย 18 รู้สึกกระอักกระอ่วนใจชอบกลเมื่อคิดไปไกลว่าคนทั้งคู่น่าจะมีความสัมพันธ์ในแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน แค่คิดพิณลดาก็หน้าแดงก่ำเพราะจินตนาการไปเรื่อยเปื่อย

หลังจากนั้นเธอก็ถูกจับแต่งตัวราวกับเธอเป็นตุ๊กตา ทั้งใส่ชุดที่ไม่คุ้นเคยและได้แต่งหน้าทำผม ทำให้หญิงสาวคิดว่าเหมือนเธอกำลังแต่งตัวเพื่อขึ้นไปแสดงบนเวทีของงานโรงเรียนอย่างไรอย่างนั้น และเพียงไม่นานพิณลดาก็แปลงร่างเสร็จเรียบร้อย เธอในชุดกี่เพ้าสีเขียวเข้มลายหงส์ตัวใหญ่ที่ปักลวดลายอย่างประณีตซ้ำร่างอวบของเธอยังใส่ได้พอดิบพอดี  ผมของเธอถูกรวบถักและมัดเป็นมวยสูง

ใบหน้ากลมมนถูกแต่งแต้มแต่พองามโดยฝีมือของมาดามไฉ่ที่เนรมิตเปลี่ยนสภาพหน้ากร้านลมแดดของเธอให้ดูผุดผ่องได้อย่างไม่น่าเชื่อ อวี้เฟยมีสีหน้าพึงพอใจสายตาอันแหลมคมของเธอกะขนาดรูปร่างของปิงปิงได้อย่างแม่นยำและโชคดีที่ร้านมาดามไฉ่เป็นร้านที่ขายเสื้อผ้าสำหรับสาวอวบจนถึงอ้วนโดยเฉพาะ เธอจึงหาเสื้อผ้าที่เข้ากับรูปร่างปิงปิงได้ไม่ยาก

“ฉันจำตัวเองไม่ได้แล้ว” พิณลดาพึมพำเมื่อยืนอยู่หน้ากระจก

“ฉันก็อยากรู้จังว่าจินหลงจะจำคุณได้หรือเปล่า?” อวี้เฟยว่า

พิณลดาจึงยิ้มแหยเพราะเธอมั่นใจว่าหมอนั่นไม่สนใจจะมองเธอหรอก และเธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเพราะเธอกังวลต่อการไปปรากฏตัวในฐานะคู่หมั้นของจินหลงต่างหาก ยิ่งคิดว่าในเวลาอันใกล้นี้เธอต้องเดินเข้าไปในงานด้วยตำแหน่งที่คนทั้งงานอาจจะสำลักน้ำ หรืออ้วกพุ่งออกมาทันทีที่ได้ยิน..แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือคนร้ายที่อาจจะตามมาสอยเธอในวันนี้

วันนี้ฉันคงไม่ตายหรอกนะ !

อวี้เฟยมองท่าทางนิ่งเงียบและมองสายตาหวาดหวั่นของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสัย เข้าใจว่าเธออาจจะตื่นเต้นที่ต้องออกงานใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกซ้ำยังไปในฐานะคู่หมั้นของผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนหมายปอง

“ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันจะอยู่ข้างๆคุณเอง” สาวงามเอ่ยปลอบก่อนจะพาหญิงสาวก้าวออกมาจากร้านเพื่อมาขึ้นรถลีมูซีนคันใหญ่ที่มาจอดรออยู่ อวี้เฟยก้าวขึ้นไปนั่งก่อนและเมื่อพิณลดาก้าวตามเข้าไปและพบว่าผู้ชายจอมวางแผนนั่งหน้านิ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง โดยเธอและอวี้เฟยนั่งตรงกันข้ามกับเขา

ชายหนุ่มไม่หันมามองเธอเลยสักนิด สายตาเขาแลมองไปยังวิวนอกหน้าต่างรถหรู แต่ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากร้านเสื้อผ้า พิณลดาก็ตั้งใจจ้องมองหน้าจินหลงนิ่งราวกับรอให้เขาหันมา แต่ไม่ใช่เพราะหวังให้เขาหันมาสนใจหรือเอ่ยชมเธอ หากแต่อยากให้เขาช่วยอธิบายงานที่ต้องทำในวันนี้ต่างหาก

“มีอะไร ?” เป็นครู่กว่าเขาจะหันกลับมาเอ่ยถามเพราะรู้ตัวว่าถูกจ้องด้วยสายตาของพิณลดาได้สักพัก ตาคมดูประหลาดใจเมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้าเต็มตา ช่างแต่งหน้าฝีมือดีจริงเสกศพให้เป็นคนได้ด้วย..ตาคมปลาบจึงสบตากับตากลมมนที่มองตรงมายังเขานิ่งงัน

“วันนี้ฉันต้องทำอะไรบ้าง?” คู่หมั้นรับจ้างเอ่ยถามทั้งยังรู้สึกแปลกๆเมื่อถูกคนหล่อมองจ้องขนาดนี้

“เดินตามฉัน”

“แค่นั้นเหรอ ?

“แค่นั้น...” เขาตอบสั้นก่อนจะเมินมองไปยังหน้าต่างเหมือนเดิม

นางแบบสาวฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่ด้วยความประหลาดใจ เพราะสองคนนี้จะเป็นคู่หมั้นที่ดูแปลกยิ่งนัก สาวงามคิดพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่หลังจากเธอและเขาดื่มด่ำกันอย่างเต็มที่ จินหลงก็ขอให้เธอหาช่างแต่งหน้ามาให้ทำงานนี้และเธอก็รับปากจะจัดการให้ทั้งที่รู้สึกเจ็บปวดปนอิจฉาในใจลึกๆที่จินหลงเลือกผู้หญิงคนนั้นมาเป็นคู่หมาย และเธอก็อยากรู้แทบตายว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนยังไง และน่าจะมีรูปร่างหน้าตาที่เหนือกว่าเธอมาก..

แต่พอมาเจอเข้าจริงๆความรู้สึกอิจฉาก็แปรเปลี่ยนเป็นมึนงงสงสัย เพราะเธอมั่นใจว่าคนอย่างเหอจินหลงมีรสนิยมในการเลือกผู้หญิงที่ค่อนข้างสูง เธอรู้เธอเห็นมากับตาว่าคู่นอนคู่ควงของเขาที่ผ่านมาแต่ละคนหน้าตาสวยหยาดเยิ้ม ทรวดทรงรูปร่างล้วนสมบูรณ์แบบ แต่คู่หมั้นของเขากลับแปลกพิสดารจนเกินกว่าเธอจะจินตนาการถึง ทั้งหน้าตาธรรมดาห่างไกลคำว่าสวย ตลอดจนรูปร่างเกินมาตรฐานคนหุ่นดีนี่อีก ทำไมเขาเลือกของแปลกขนาดนี้มาเป็นคู่หมั้นล่ะ ?

 “แล้วฉันกินอะไรได้ไหม ?” พิณลดาถามขึ้นอีกใบหน้าดูจริงจังและจ้องไปยังจินหลงเขม็ง คำถามของคนตะกละทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยเพราะยัยนี่ห่วงแต่เรื่องกิน

“อยากกินอะไรก็กินไปเถอะ !” จินหลงหันมาตอบแล้วก็เมินหน้าไปมองวิวข้างทางเหมือนเดิม แค่นั้นเองพิณลดาก็ยกมือมาถูอย่างดีใจแล้วเธอก็ไม่ได้สนใจหันไปมองจินหลงอีกเลย

ในขณะที่อวี้เฟยยิ่งมึนงงสงสัยกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากขึ้นไปอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #14 pnui19 (@pnui19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 10:44
    สงสารหนูพิณจัง ถ้าไม่ให้กินอะไรคงแย่ 55 ขอบคุณค่ะ
    #14
    0