นายหญิงกำมะลอ 1 (ผ่านการพิจารณาสนพ.คำต่อคำ)

ตอนที่ 7 : เริ่มงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 ต.ค. 58

จินหลงจับตามองหญิงสาวที่กำลังจัดการอาหารตรงหน้าอย่างคล่องแคล่วว่องไวและปรายตาไปมองหยางมี เขานึกสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เพราะอีกคนเป็นถึงคุณหนูผู้ร่ำรวยแต่อีกคนเป็นแค่คนงานก่อสร้างธรรมดาๆแล้วทำไมถึงมารู้จักกันได้ มิหนำซ้ำยังดูสนิทสนมคุ้นเคยราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างนี้อีก

“ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าปู่เลือกผู้หญิงแบบนั้นมาได้ยังไง?” จางฉวนมองสาวอวบท่าทางตะกละนั่นแล้วหันมากระซิบถามฮานสีหน้าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด

“อย่างพี่ใหญ่ไม่เคยมองอะไรแค่ผิวเผิน ฉันเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้นายใหญ่ปฏิเสธไม่ได้” ฮานว่าอย่างมั่นใจและคอยจับตามองเธอคนนั้นตลอด

“แล้วไอ้บางอย่างที่พี่ว่ามันคืออะไรล่ะ?” จางฉวนว่าอย่างไม่สบอารมณ์ตามองท่าทางการกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยของคนตรงหน้าแล้วพานรู้สึกทึ่งกับความไร้ยางอายของผู้หญิงคนนี้จริงๆ

หลังจากมื้ออาหารอันเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนสงสัยของคนหลายคนผ่านไป พิณลดากลับเป็นคนที่มีความสุขที่สุดเพราะได้ทานอาหารชั้นเลิศที่ไม่ได้แตะต้องมานานนับเดือน  เธอย้อนคิดไปถึงแต่ละวันที่ผ่านมาที่ต้องทนทำงานตรากตรำกรำแดดจ้าอาหารหลักของเธอคือข้าวต้มจากแคมป์คนงานและบะหมี่ผัดไร้เนื้อสัตว์ฝีมือหลงอู่แค่นั้น

“ขอบคุณนะคะที่เลี้ยง” มีมี่เอ่ยก่อนจะทำท่าลุกขึ้นอย่างไม่เกรงใจใครแล้วยื่นมือมาดึงแขนเพื่อนตัวอวบให้ลุกขึ้นตาม“ฉันขอตัวกลับก่อน”

กิริยานั้นทำผู้ชายทั้งโต๊ะจ้องเธอเป็นตาเดียว คาดไม่ถึงว่าสาวสวยจะมั่นใจ และไม่สนใจเรื่องมารยาทเลยสักนิดนั่นทำให้หย่งเล่อต้องลุกขึ้นตาม

“ผมจะไปส่งคุณเอง”

“ไม่ต้อง..ฉันไปเองได้” มีมี่ว่าพลางสะบัดหน้าหนีน้อยๆ เธอไม่ได้คุยกับเขาอีกเลยตั้งแต่ถามว่าเขาคือคู่หมั้นเธอหรือไม่และอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบรับกลับมาทำให้เธอไม่อยากจะเสวนากับเขามากขึ้นไปอีก

“มีมี่..ใจเย็นๆ” พิณลดาซึ่งรู้ใจเพื่อนสาวมากกว่าใครเอ่ยเตือนเพราะสาวสวยดูจะไม่สนใจมารยาทใดๆทั้งสิ้นทำเอาพิณลดาอ่อนใจ

“เชิญคุณหยางมีตามสบาย..ส่วนฮัวปิงปิงต้องอยู่ก่อน” จินหลงที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น สายตาเย็นชาหันมามองสาวร่างอวบที่ถูกคุณหนูตระกูลหยางดึงรั้งแขนอยู่ และราวกับมันเป็นคำสั่งที่พิณลดาไม่อาจปฏิเสธได้เธอจึงเงยหน้ามองมีมี่ ในขณะที่เพื่อนสาวมองเธอเหมือนจะบอกให้เธออย่าไปยอมฟังคำสั่งนั้น

 แต่พิณลดารู้ดีว่าทันทีที่เธอเซ็นสัญญาทาสนั่นไปแล้วเธอก็ไม่มีสิทธิตัดสินใจได้ด้วยตัวเองอีก เว้นเสียแต่เขาจะยกเลิกเองหรือเธอจะไร้ลมหายใจไปแล้ว

“เธอกลับก่อนเถอะมีมี่ โชคดีนะ”คำพูดแสนเบาของพิณลดาทำให้มีมี่ตวัดสายตาไปมองจินหลงด้วยความไม่พอใจ จนอยากจะเข้าไปต่อว่าแรงๆหากแต่พอขยับตัวก็ถูกมือแกร่งของใครบางคนดึงไว้

“ไปกันเถอะ” หย่งเล่อบอกพลางขยับปลายนิ้วจับแขนนุ่มบอบบางของ   มีมี่ให้แน่นขึ้นซ้ำยังออกแรงดึงเพียงนิดร่างบางก็เซไปหาอย่างง่ายดาย นั่นทำให้สาวสวยโกรธเขาจนตาลุก และเหมือนหย่งเล่อจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่กำลังเดือดขึ้นมาของเธอเขาจึงรีบก้าวเดินพร้อมกับลากแขนเธอออกไปด้วย

“ปล่อยนะ !” มีมี่ตวาดเสียงสูง หากแต่หย่งเล่อกลับทำหน้าเฉยฉุดรั้งเธอออกไปจากห้องจนได้  พิณลดาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง และหันมาหา จินหลงราวกับจะขอความช่วยเหลือแต่ชายหนุ่มกลับมีสีหน้านิ่งไม่สนใจสิ่งใด ไม่แยแส..และไม่ใส่ใจใครทั้งนั้น

“คุณหย่งเล่อคงไม่ได้ทำอะไรมีมี่ใช่ไหม?” เธอถามเขาด้วยความร้อนใจแต่คำตอบที่เธอได้จากเขาคือความเงียบ มันเงียบจนเธอใจไม่ดี

“พี่หย่งเล่อไม่ทำอะไรคุณหนูหยางหรอกอย่าห่วงไปเลย” จางฉวนเป็นฝ่ายตอบแทน เขาหันไปดูหน้าจินหลงแล้วรับรู้ในทันทีว่าพี่ใหญ่ไม่สนใจจริงๆว่าหย่งเล่อจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรผู้หญิงคนนั้น

“แน่ใจนะ?”เธอถามซ้ำ จางฉวนก็พยักหน้า

“ด้วยเกียรติของเรารับรองได้ว่าคุณหยางมีจะไม่เป็นอะไร หย่งเล่อแค่ไปส่งเท่านั้น” ฮานเอ่ยเสริมขึ้นมาแต่ในใจไม่คิดอย่างนั้นเลยเพราะคนอย่างหย่งเล่อไม่มีทางปล่อยสาวสวยให้พ้นมือง่ายๆหรอก

“งั้นก็เบาใจหน่อย” พิณลดาถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะตวัดสายตามามองคนหน้าเฉยชาอีกครั้ง“แล้วเรียกฉันไว้ทำไม?

“ฉันจะไปส่ง” คำพูดเรียบๆจากจินหลง ทำจางฉวนและฮานต้องมองหน้าพี่ชายชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่าตะลึงจนปากแทบอ้าค้าง “เชิญพวกนายตามสบาย ฉันขอกลับก่อน”

จบคำจินหลงก็ลุกขึ้นแล้วก้าวออกไปจากห้อง ทั้งฮานและจางฉวนจึงลุกขึ้นโค้งลาพี่ชาย ชิงหยางก็ก้มตัวโค้งลาชายหนุ่มทั้งสองแล้วเดินตามหลังเจ้านายออกไป

“กลับก่อนนะคะ บ๊าย บาย” พิณลดาจึงกล่าวลาพลางยกมือโบกไปมาราวกับเด็กๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปทันทีท่ามกลางสายตาคาดไม่ถึงจากฮานและจางฉวน

“ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริงๆ” ฮานว่าขึ้นทันทีที่ลับหลังหญิงสาว

“แน่ใจนะว่าปู่เลือกยัยนี่มา ถ้าอย่างงั้นของฉันขอแบบคุณหนูหยางนะได้โปรดเถอะ !”จางฉวนว่าทั้งยังมิวายหายสงสัยเพราะมาตรฐานของปู่ไม่น่าจะลดระดับฮวบฮาบมาได้ขนาดนี้

ฮานก็พยักหน้าเห็นด้วย ในใจนึกถึงใบหน้าคู่หมั้นของจินหลงที่เห็นชัดว่าไม่สวยและไม่มีส่วนไหนที่ดึงดูดใจได้สักนิด แต่จินหลงกลับไม่ปฏิเสธการหมั้นหมายทั้งที่มีสิทธิทำได้ หรือกลัวว่าตระกูลเหอจะไม่มี นายหญิงกันแน่  

อันที่จริงตำแหน่งนั่นในความคิดของฮานคือถึงมันจะมีหรือไม่มี  ตระกูลเหอก็อยู่มาได้จนถึงตอนนี้ เขาจึงไม่คิดว่าจินหลงต้องสนใจทำตามกฎประเพณีของตระกูลแม้แต่น้อย แต่พอจินหลงทำแบบนี้ฮานก็เลยนึกสนใจคู่หมั้นของพี่ชายขึ้นมา เพราะอยากจะรู้ว่าเธอมีอะไรดีนักหนาถึงทำให้คนอย่างนายใหญ่ไม่ปฏิเสธ

 

พิณลดาเดินตามชายหนุ่มมาขึ้นรถ ซึ่งเป็นรถเก๋งจากยุโรปคันใหญ่สีดำสนิท มันจอดอยู่ตรงหน้าโรงแรมและจินหลงก็ก้าวขึ้นไปก่อน เธอจึงก้าวตามเข้าไปอย่างเก้ๆกังๆโดยมีชิงหยางเปิดและปิดประตูให้

“ขอบคุณค่ะ” พิณลดาเอ่ยบอกอย่างเกรงใจแล้วชิงหยางก็ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับ จินหลงหันมามองผู้หญิงอวบที่นั่งข้างตัวด้วยสายตาที่ไม่มีใครอ่านออก

“รู้จักคุณหนูหยางได้ยังไง?”พิณลดาแทบสะดุ้งต่อคำถามนี้ เธอหันมามองเขาด้วยความตกใจ จินหลงจึงหรี่ตามองเธอนิ่งสายตานั้นแลดูจะจ้องจับผิด และมันทำให้พิณลดาเหงื่อแตกพลั่กความคิดในสมองวิ่งวนชนกันจนเธอไม่รู้จะเลือกเอาอะไรมาตอบเขาดี

“ฮัวปิงปิง เธอกำลังปิดบังอะไรฉัน?” น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้นอีกเมื่อไม่ได้รับคำตอบ พิณลดากะพริบตาปริบๆก่อนจะค่อยๆถอนหายใจพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ

“ฉัน..ฉันเคยทำงานที่บ้านตระกูลหยาง”

“ทำงานอะไร?

“เป็นแม่บ้านน่ะ”

“แล้วลาออกทำไม?

“พ่อแม่ฉันตายหมดแล้ว..แล้วพี่หลงอู่เป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของฉัน...ฉันก็เลย..เลยมาที่นี่” พิณลดาเล่าไปคิดไปพยายามบังคับตัวเองไม่ให้สั่น

“มาทำงานก่อสร้างมันดีกว่างานแม่บ้านงั้นเหรอ?

“ก็ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียวน่ะ”

“แค่นั้นจริงเหรอ?

“ก็...แค่นั้นแหละ” หญิงสาวว่าปัดๆ แม้จินหลงจะมีสีหน้าไม่ไว้วางใจแต่เธอก็ต้องพยายามทำให้เขาเชื่อให้ได้

“แล้วทำไมถึงสนิทกับหยางมีนัก?

“ก็อายุใกล้กันเลยคุยกันรู้เรื่อง..มั้ง”เธอว่าแล้วก็แสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน หากแต่คนตรงหน้าไม่ยักขำ

“แน่ใจ?

“แน่ใจสิ..นี่คุณจะสนใจประวัติฉันไปทำไมเนี่ย?” หญิงสาวชักจะคิดไม่ออกจึงรีบหาทางแถไปเรื่องอื่น

“ฉันเกลียดคนโกหก!” น้ำเสียงเยียบเย็นและสายตาเย็นชาพุ่งเข้ามาในใจจนเธอรู้สึกหนาว..จนสะท้านไปทั้งตัวเลยล่ะ “และถ้าฉันรู้ว่าเธอโกหก..เธอตาย!

คำพูดนั้นทำให้พิณลดาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง พลางจ้องเขาตาไม่กะพริบ รู้อยู่เต็มอกว่าโกหกเขามาตลอด ตลอดสองวันที่เจอหน้าเขานี่ล่ะ และเธอก็โกหกมัดตัวเองมาไกลมาก..มากจนเกินจะกล้าบอกเขาว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใคร แต่ไม่ว่าเธอจะเป็นใครมันก็คงไม่มีความหมายหรือมีความสำคัญต่างไปจากตอนนี้ ในเมื่อเธอมันเป็นแค่เหยื่อ..เหยื่อที่ใช้ล่อจับคนร้ายเท่านั้น

“รู้แล้วล่ะน่าย้ำจริง” พิณลดาแสร้งว่าราวกับรำคาญ พลางทำท่าหันไปมองชมวิวข้างทาง จินหลงจ้องเธอเป็นครู่กว่าจะเบนสายตาไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถเช่นกัน ทั้งคู่เงียบเสียงและไม่มีใครในรถพูดอะไรออกมาอีกจนรถมาจอดที่หน้าตึกซึ่งเป็นบ้านเช่าของเธอ

“ขอบคุณค่ะที่มาส่ง”เธอหันมาก้มหัวให้เขาก่อนจะก้าวลงจากรถไปและจินหลงเองก็ไม่แม้จะสนใจหันมามองดูเธอด้วยซ้ำ แล้วทันทีที่รถคันใหญ่ลับสายตาไป พิณลดาก็รีบหยิบมือถือมากดโทรหาเพื่อนสาวทันที

“อยู่ไหนแล้ว?” เมื่อเพื่อนรับก็ถามย้อนกลับมาก่อนชนิดที่สาวตัวอวบไม่ทันจะอ้าปากพูด

“เออ..ถึงบ้านแล้ว แล้วเธอเป็นไงบ้าง?

“ก็ไม่เป็นไรหรอก” มีมี่ว่าน้ำเสียงแลไม่สบอารมณ์เพราะถูกลากมาถึงหน้าห้องแล้วไอ้บ้านั่นยังมีหน้ามาสั่งว่าพรุ่งนี้เช้าจะมารับไปบ้าน

“เขาดีกับเธอใช่ไหม?

“ดีกะผีอะไร  เอาแต่สั่ง..คิดว่าตัวเองเป็นใครก็ไม่รู้?

พิณลดาพยักหน้าหงึกพอจะนึกภาพออกว่าเวลาผู้ชายตระกูลเหอสั่งมันเป็นยังไง “แล้วจะเอาไงต่อล่ะ?

“ไม่รู้ ! ถ้ารังควานชีวิตฉันมากนักฉันก็จะกลับไต้หวันเลย”

พิณลดาฟังน้ำเสียงเอาแต่ใจนั่นแล้วต้องส่ายหน้าอย่างระอา“ฉันว่าเธอลองศึกษาเขาดูก่อนไหม? แล้วค่อยกลับ”

“เธอนี่พูดเหมือนเฮียกั้วเลยนะ พอละคืนนี้ฉันไม่อยากฟังอะไรแล้ว”

“โอเค..งั้นแค่นี้นะ”

“ฝันดีนะพิณ” เมื่อเพื่อนสาวเอ่ยลาแล้วกดตัดสายไป พิณลดาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อันที่จริงคู่หมั้นของมีมี่ไม่มีอะไรน่ากลัวหรือควรจะเป็นกังวลเลย เหอหย่งเล่อ คนนั้นหน้าตาดี ท่าทางสุภาพและดูมีความเป็นผู้ใหญ่มาก ไหนจะกล้าลากแขนมีมี่ออกไปแบบนั้นได้ คนแบบนี้น่าจะเอาคุณหนูเอาแต่ใจนั่นอยู่นะพิณลดาแอบหวังไว้ในใจ

 

8.00 น. สถานที่ก่อสร้าง

พิณลดาตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาแบกเครื่องเจาะพื้นซีเมนต์ไปยังจุดที่ต้องทำต่อจากกะดึกซึ่งเป็นพื้นปูนของเดิมที่ต้องเจาะทำลายและขนไปทิ้ง  หญิงสาวเปิดเครื่องและลงมือเจาะพื้นปูนตรงหน้าแม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็ถือว่าทำเป็นกว่าช่วงแรกๆมากนัก

“เฮ้ย ! ออกแรงหน่อยสิวะ”เสียงหล่งอู่ตะโกนบอกแข่งกับเสียงเครื่องเจาะ ซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้ารับกำมือรอบที่ไว้มั่นแล้วกดเจาะลงไป แรงสั่นสะเทือนของเครื่องเจาะทำให้ทั้งมือแขนไหล่ของเธอเขย่าอย่างแรง และเธอค้นพบว่าการใช้เจ้าเครื่องนี่บ่อยๆทำให้ข้อมือเธอแข็งแรงขึ้นเยอะ 

เธอทำงานในส่วนที่ได้รับมอบหมายจนพักเที่ยง จึงได้เดินไปในโรงครัวเพื่อทานอาหารกลางวันที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ วันนี้ก็มีอาหารแบบเดิมที่เธอคุ้นเคยมาตลอดเดือนที่ทำงานอยู่ที่นี่คือข้าวเปล่า ซุปเต้าเจี้ยวและผัดหัวไชโป๊  แม้จะเบื่อแสนเบื่อแต่เธอก็เลือกไม่ได้ในยามนี้เธอมีสิทธิเลือกได้ที่ไหน แต่พอจะลงมือกินกลิ่นของอาหารบางอย่างที่คุ้นเคยก็โชยมาแตะจมูก

“กลิ่นอะไรวะเหม็นเป็นบ้า” หลงอู่บ่นแล้วคนอื่นๆก็บ่นตามหากแต่พิณลดารู้สึกว่ามันหอมหวนชวนน้ำลายสอมาก แล้วเธอก็ผุดลุกเดินตามกลิ่นไปซึ่งมันอยู่ในเต็นท์ที่พักของแม่ครัวไม่ไกลจากที่พวกเธอนั่งกันนัก

ทันทีที่เธอเปิดผ้าที่กั้นซึ่งทำเป็นประตูเข้าไปในเต็นท์ ภาพอาหารตรงหน้าก็ทำเธอตาลุกวาวหากแต่แม่ครัวที่ล้อมวงกันต่างพากันตกตะลึงต่อการเข้ามาของเธอนัก

“เฮ้ย เข้ามาได้ยังไง?” เสียงบ่นเป็นภาษาไทยทำให้พิณลดามองคนตรงหน้าอย่างดีใจ แม่ครัวที่ดูอายุไม่น่าจะเกินสามสิบทั้งสามคนจ้องเธอเป็นตาเดียว

“นี่ส้มตำปูปลาร้าใช่ไหม?” เสียงถามกลับเป็นภาษาไทยจากพิณลดาทำเอาสามแม่ครัวนิ่งอึ้งเข้าไปอีก ไม่คาดคิดว่าอาหมวยตัวกลมนี่จะพูดไทยได้

“เออ ใช่” หนึ่งในนั้นตอบทำให้พิณลดาดีใจน้ำตาแทบร่วงมองส้มตำในถาดนั่นด้วยความโหยหิวอย่างไม่ปิดบัง “ขอฉันกินได้ไหมจ๊ะ พี่สาว”สายตาออดอ้อนนั่นทำสามแม่ครัวใจอ่อน จึงพยักหน้าเป็นอันตกลงอนุญาต

เท่านั้นเองพิณลดาก็ทรุดตัวลงนั่งจัดการส้มตำตรงหน้าราวกับคนอดอยากมาจากไหน ท่าทางการกินอย่างเอาเป็นเอาตายทำให้สามแม่ครัวชาวไทยรู้สึกสงสารเลยปล่อยให้เธอกินจนเกลี้ยง

“หนูเป็นคนไทยเหรอ?”แม่ครัวคนหนึ่งเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าหญิงสาวน่าจะพอตอบคำถามได้แล้วหลังจากจัดการกินอาหารกลางวันของพวกเธอไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียว ส้มตำ หรือแม้กระทั่งน้ำปลาร้าต้มสุกที่พวกเธอตั้งใจจะเอามาคลุกกับข้าวเปล่ากินกัน

“เอ่อ..เปล่าจ้ะ  ฉันเป็นคนไต้หวันแต่ฉันเคยทำงานกับคนไทยเลยพูดภาษาไทยได้” พิณลดาจำต้องโกหกซึ่งทั้งสามสาวก็พยักหน้ารับรู้  หญิงสาวชักรู้สึกผิดที่กินอาหารของคนทั้งสามจนหมด เธอรู้ดีว่าอยู่ในต่างแดนเช่นนี้อาหารจากบ้านเกิดหายากมาก“ฉันขอโทษนะที่กินอาหารพี่จนหมดเลย”

“ไม่เป็นไรหรอก ของพวกนี้ทำใหม่ก็ได้”

พิณลดายิ้มแหยตั้งใจว่าจะซื้อมะละกอและน้ำปลาร้าสำเร็จรูปมาคืน เพราะเธอรู้สึกว่าไอ้น้ำปลาร้าต้มสุกเมื่อกี้นี้อร่อยมาก ทั้งที่ไม่เคยกินมาก่อนนะเนี่ย “อ่อ..ฉันชื่อฮัว ปิงปิง จะเรียกฉันว่าอาปิงก็ได้ พวกพี่ชื่ออะไรเหรอจ๊ะ”

“ฉันชื่อไหม นี่ชื่อพร แล้วนั่นตุลา” ไหมแนะนำตัว พิณลดาก็พยักหน้า

“พวกพี่เป็นแม่ครัวใหม่เหรอ”

“ใช่ เราเพิ่งมาเมื่อวานนี่เอง” ไหมว่าอ้อมแอ้ม แล้วมองอีกสองคนที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากให้พูด พิณลดาขมวดคิ้วนึกสงสัยว่าสามแม่ครัวนี้ท่าจะมาแบบไม่ถูกกฎหมายเสียแล้ว

“นายหน้าพาพวกพี่มาใช่ไหม?” คำถามนี้ทำสามแม่ครัวอึ้ง หน้าซีดลงแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา หญิงสาวจึงพยักหน้ารับรู้ “พวกพี่ไม่ต้องกลัว ฉันไม่บอกใครหรอกแต่ถ้ามีปัญหาอะไรเรียกฉันได้ตลอดเลยนะพี่ แต่ขออย่างเดียวเวลาเจอฉันข้างนอกอย่าพูดภาษาไทยกับฉันก็พอ”

คำขอแปลกๆนั้นทำเอาคนฟังงงไปเหมือนกัน แต่ก็พยักหน้ารับทราบโดยดี แล้วหญิงสาวก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยจนสามแม่ครัวดูจะไว้เนื้อเชื่อใจขึ้นมาจนหมดเวลาพักนั่นแหละเธอถึงขอตัวทำงานต่อ

พิณลดารู้สึกเหมือนวันนี้ได้รับอาหารเสริมพิเศษที่ทำให้มีแรงเยอะขึ้น จนทำงานเสร็จไวจนหัวหน้ายังเอ่ยชมมีแค่เจ้าพี่ชายปากเสียที่ไม่คิดจะชมสักนิด

และแล้วก็เลิกงาน  ปรกติพิณลดาจะดีใจที่สุดจนกระทั่งวันนี้ หญิงสาวรู้สึกเหมือนไม่อยากให้ถึงเวลาเลิกงานเลยจริงๆเพราะวันนี้เธอคงหาข้ออ้างที่จะไม่ไปพบเขาไม่ได้แล้ว...พิณลดาคอตกขณะที่เดินออกจากบ้านเช่าไปยังตึกสำนักงานใหญ่ของเหอหลินกรุ๊ป ในใจก็ครุ่นคิดวุ่นวายว่าเธอจะสามารถรอดพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างไร  ยิ่งคิดยิ่งเครียดจนพิณลดาต้องสะบัดหน้าแรงๆให้เลิกคิดฟุ้งซ่าน เธอเดินตามตรอกที่หลงอู่พาเดินตั้งแต่ทีแรก และเธอก็จดจำฝึกเดินฝึกใช้เส้นทางจนแม่นยำเพราะมันทำให้เธอย่นเวลาได้เร็วขึ้นอย่างตอนนี้ที่เธอใช้เวลาไม่กี่นาทีก็มาถึงแล้ว

หญิงสาวก้าวเข้ามาในตึกด้วยชุดคนงานก่อสร้าง รองเท้าผ้าใบคู่เก่านำพาเธอเดินจนมาถึงหน้าลิฟต์ ซึ่งที่ตรงนั้นจะมีพนักงานต้อนรับสาวสวยหนึ่งคนและชายชุดดำหน้านิ่งอีกสอง  

“มาติดต่อใครคะ?” พนักงานสาวสวยมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนเอ่ยถาม พิณลดาเลยต้องยิ้มแหยถึงเธอจะเคยมาที่นี่ถึงสองครั้งแต่คนที่พาเธอเดินผ่านตลอดก็คือคนของจินหลง หาใช่จะเดินมาเดี่ยวๆอย่างตอนนี้ไม่

“มาพบคุณจินหลงน่ะค่ะ?”คำตอบของเธอทำให้สายตาของพนักงานคนสวยตวัดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกรอบ แต่สายตารอบสองดูจะไม่ไว้ใจเธออย่างเห็นได้ชัด

“จะให้บอกว่าใครมาคะ?

“ฮัวปิงปิงค่ะ” สาวสวยพยักหน้ารับก่อนจะกดสายตรงไปยังบอดี้การ์ดหน้าห้องของจินหลง เพื่อแจ้งกับทางเลขาคนสนิทอีกทอดหนึ่ง ไม่เกินนาทีสาวสวยผู้มั่นใจว่ายาจกตรงหน้าไม่ทีทางจะได้เหยียบขึ้นไปยังห้องทำงานของนายใหญ่หนุ่มหล่อได้เป็นอันขาด หากแต่คำตอบที่ได้กลับทำเธอนิ่งอึ้ง

“ให้ขึ้นมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง!” พิณลดาเลิกคิ้วเมื่อสาวสวยยังถือสายค้างจ้องหน้าเธอราวกับเห็นผี !

ในสายพูดอะไรกัน ทำไมคนตรงหน้าเธอต้องทำสายตาเช่นนี้ สักพักเธอคนนั้นก็วางสายแล้วเดินมาหาเธอ

“เชิญค่ะคุณฮัว”ท่าทางของพนักงานสาวดูนอบน้อมขึ้นมาจนผิดหูผิดตา เธอเดินมาพาพิณลดาตรงไปยังลิฟต์และแจ้งเรื่องที่ได้รับคำสั่งให้ชายชุดดำทราบ แม้จะดูงงๆกับการได้ขึ้นมายังชั้นบนสุดของตึกแต่ความหวาดกลัวที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาในหัวก็ทำให้พิณลดาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเมื่อคิดว่าต้องก้าวเข้าไปในห้องนั้นขาก็สั่นจนแทบก้าวไม่ออก

“มาสายไปห้านาที” เสียงชิงหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเธอก้าวไปยืนหน้าโต๊ะของจินหลงแล้ว และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังตรวจเอกสารงานขออนุมัติเหมือนเช่นที่เธอเคยเห็น

“สวัสดีค่ะ” พิณลดาก้มหัวคำนับทักทายทั้งคู่ แล้วเงยหน้ามองจินหลงพลางชะเง้อมองเอกสารที่ดูเขายังง่วนอยู่จนไม่เงยหน้ามองอะไรทั้งสิ้นเธอกวาดตามองตัวเลขทั้งหน้ากระดาษนั่นอย่างไม่เข้าใจ  

“อืม” จินหลงตอบโดยไม่มองเธอเช่นเคย ก่อนจะจรดปากกาลงบนเอกสารตรงหน้าแล้วปิดแฟ้มยื่นให้ชิงหยาง “ส่งให้ฝ่ายบัญชีจัดการตามที่ฉันบอก”

“ครับผม” ชิงหยางรับแฟ้มมาถือแล้วก้มคำนับ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไป  

“นั่งสิ! ยืนบื้อนานๆไม่เมื่อยเหรอ?” จินหลงว่า พิณลดาจึงทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า เขาหันมามองผู้หญิงร่างอวบเนื้อตัวมอมแมมอยู่เป็นครู่ ก่อนจะเมินหน้ามองไปยังผนังกระจกที่มองเห็นทิวทัศน์บนเกาะฮ่องกงชัดเจน เขาครุ่นคิดทบทวนแผนการที่ต้องใช้เธอเป็นเหยื่อล่อคนร้ายในฐานะคู่หมั้นของเขา

เพราะคำว่าคู่หมั้นนี่เองที่ทำให้เขาคิดหนักว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นได้อย่างไร ท่ามกลางความคาดหวังจากบรรดาผู้อาวุโสประจำตระกูลที่ต้องการได้ นายหญิงที่สมบูรณ์แบบ แต่ความสมบูรณ์แบบที่ว่าไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา หากแต่เป็นมันสมองที่ต้องมีความฉลาดรอบรู้ ทันคน และเก่งรอบด้าน

ซึ่งเขาคิดว่าคู่หมั้นสาวไทยที่ปู่เลือกให้คนนั้นต้องมีคุณสมบัติที่ว่ามาอย่างครบถ้วน แต่น่าเสียดายที่เธอมาด่วนตายไปเสียก่อน คิดถึงตรงนี้เขาก็หันมามองผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง ฮัวปิงปิงคนนี้หน้าซื่อท่าทางไม่ค่อยเต็ม ทั้งยังดูเปิ่นและเหมือนจะไม่ค่อยฉลาดทันคนนัก เพราะอย่างนี้มันถึงทำให้เขาค่อนข้างเป็นกังวลว่าแผนจะล่มตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม

“รู้เรื่องธุรกิจบ้างไหม?” จินหลงถามพลางยกมือกอดอกมองหน้าเธอนิ่งซึ่งพิณลดาก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆตาใสซื่อดูว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าธุรกิจมันเป็นยังไง?”คำตอบของเธอทำให้เขาหน้าตึงขึ้นมานิด แต่พิณลดาพูดจากใจจริงเพราะเธออยากเรียนรู้งานของพ่อมากแต่ก็ไม่เคยได้ทำ

“ทำอาหารเป็นบ้างไหม?

“ไม่เป็นเลย”

“เย็บผ้าล่ะ?

คราวนี้พิณลดาส่ายหน้าแรงๆ จินหลงหลับตาลงแทบจะทันทีและเผลอกำมือจนแน่น  

ยัยนี่..ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง !

“ทำไมเหรอ?” พิณลดาถามด้วยความงุนงง แต่จินหลงไม่ตอบเขากลับโยนแฟ้มเอกสารหนาเตอะให้เธอและพิณลดารับมาเปิดอ่านอย่างงงๆ

นี่มันอะไร ?

“นั่นแฟ้มประวัติบริษัทและธุรกิจในเครือของเหอหลินกรุ๊ปทั้งหมด” ชายหนุ่มว่าพลางใช้สายตาจับจ้องหน้าเธอนิ่ง

“นี่ฉันต้องอ่านหมดนี่เลยเหรอ?” หญิงสาวว่าตาโตมองแฟ้มตรงหน้าด้วยความตกตะลึงและนึกสงสัยว่านี่งานบ้าอะไรเนี่ย?

“เป็นคู่หมั้นฉันต้องรู้ทุกอย่าง”

“รู้ทุกอย่าง..เพื่อ?

“ฉันต้องพาเธอไปพบญาติ ลูกค้าและนักธุรกิจตามงานต่างๆและมันจะแปลกมากถ้าคู่หมั้นของฉันไม่รู้อะไรเลย”

พิณลดาอ้าปากค้างมองหน้าเขาสลับกับแฟ้มตรงหน้าแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ฉันล่ะอยากเห็นหน้าคู่หมั้นคุณจริงๆดูท่าคงจะเก่งและฉลาดไปซะหมดเลยสินะ” พิณลดาว่าราวกับบ่นก่อนจะยกมือกุมขมับ แล้วเปิดอ่านแฟ้มหนาภาษาจีนอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่กลับรู้สึกขอบคุณมีมี่เรื่องที่คอยยุยงให้เธอสนใจอ่านและเขียนภาษาจีนให้ได้ควบคู่ไปกับการสื่อสารด้วยคำพูดจนคล่อง ไม่อย่างนั้นในตอนนี้เธอคงใบ้กินเป็นแน่

แม้จินหลงจะเกิดความรู้สึกลังเลที่จะเลือกให้ฮัวปิงปิงเป็นเหยื่อ แต่หากรวบรวมเหตุผลที่เขาเลือกเธอมาใช้ประโยชน์ และคิดถึงผลที่จะได้รับ ทั้งพยายามคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนคำตอบที่เขาได้ก็ยังเหมือนเดิม

 จินหลงนึกถึงคู่หมั้นที่ไร้ลมหายใจไปแล้วอย่างน่าเวทนา เธอต้องได้รับการแก้แค้นและไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

ฮัวปิงปิงต้องทำงานนี้ต่อไป !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #10 hatnie_fernnae (@hatnie_fernnae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 09:06
    อยากได้เป็นเล่ม มากมายค่ะ
    #10
    0
  2. #8 Koong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 19:34
    รอเป็นเล่มค่ะ
    #8
    0