นายหญิงกำมะลอ 1 (ผ่านการพิจารณาสนพ.คำต่อคำ)

ตอนที่ 6 : คู่หมั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    6 ต.ค. 58

วันนี้เป็นวันแรกที่ฮัวปิงปิงต้องไปพบนายใหญ่เพื่อเรียนรู้การเป็นคู่หมั้นของเขา แต่เธอกลับโทรมาขอยกเลิกนัดกับชิงหยางเนื่องจากเธอต้องไปทำธุระด่วนที่บอกว่าสำคัญมาก ซึ่งมันทำให้จินหลงรู้สึกหงุดหงิดอยู่พอสมควรเพราะมันเหมือนกับว่าเขาถูกลดความสำคัญลงมาโดยผู้หญิงที่ดูจะไร้ค่าคนนั้น และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกจริงๆที่มีผู้หญิงมาขอยกเลิกนัดกับเขา

ชิงหยางอ่านและสรุปรายงานให้เจ้านายฟังตามปรกติ แล้วเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น  เลขาวัยสามสิบจึงยื่นมือไปหยิบยกรับสายแล้วจึงหันมารายงานเจ้านาย

“คุณฮานกำลังจะขึ้นมาครับ”

“ฉันมีนัดกับหมอนั่นเหรอ?

“ไม่มีครับ คุณฮานไม่ได้อยู่ในกำหนดการ”

จินหลงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะวางปากกาลงบนโต๊ะ เมื่อนึกถึงลูกพี่ลูกน้องชาวอังกฤษที่ชอบมาโดยไม่นัดหมายล่วงหน้าและชอบมาชักชวนให้เขาออกไปเสียงานอยู่เรื่อย

ไม่นานเกินรอ ร่างหนุ่มหล่อทายาทสายการบินมาร์แอร์ไลน์ก็ก้าวเข้ามาในห้อง ผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่ายยาวจนสามารถมัดรวบด้วยริบบิ้นเส้นเล็กได้ ท่าทางของเขาดูอารมณ์ดีเหมือนเช่นเคยและเมื่อมาถึงเขาก็ผงกหัวทักทายทุกคน

“สวัสดีครับพี่ใหญ่ ..สวัสดีชิงหยาง”

“มาทำไม?” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นก่อนที่หนุ่มผมยาวจะหย่อนตัวลงนั่ง..

ฮาน มาร์ในวัย 25 ปี ยังยิ้มพรายเต็มใบหน้าพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานนัก ฮานเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-จีน เหมือนกัน พ่อของฮานชื่อแฮรี่ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินขนาดใหญ่ ส่วนแม่นั้นคือลูกสาวคนที่สองของนายท่านหงเหลยเขาจึงมีศักดิ์เป็นคุณชายรองของตระกูลเหอ ฮานเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ดูจะหน้าตาคล้ายกับจินหลงมากกว่าใคร แต่ก็หล่อไปคนละแบบเพราะในขณะที่ฮานเป็นผู้ชายร่าเริงยิ้มแย้มตลอดเวลาแต่ทว่าจินหลงกลับเป็นผู้ชายเย็นชา ยิ้มยาก

“พักนี้พี่เครียดเกินไปหรือเปล่า ? ผมไม่เห็นพี่ควงสาวออกงานมาเดือนนึงแล้วนะ” ฮานว่าราวกับจะบ่นพี่ชาย

ชิงหยางมองผู้เป็นนายที่ยังนิ่งไม่ตอบคำถาม เพราะเขารู้ดีว่างานที่ทำให้ท่านเหอยุ่งมากก็คือเรื่องการสืบหาคนร้ายที่ฆ่าคู่หมั้น และเรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลับที่ไม่ได้แพร่งพรายให้ญาติคนใดรับรู้นอกจากคนในที่เกิดเหตุวันนั้น

“ผู้หญิงพวกนั้นไม่ตายหรอก” จินหลงว่าอย่างไม่แยแส แต่ทำให้ฮานยิ้มขันเขาเห็นกับตาว่าบรรดาสาวงามในวงสังคมหรือดารานางแบบอดีตคู่ควงจินหลงทำท่าทุรนทุรายยิ่งนักเมื่อไม่มีใครเห็นจินหลงตามงานเลี้ยงมาพักใหญ่ๆ มิหนำซ้ำยังไม่ออกไปเยี่ยมเยียนใครแม้แต่คนเดียวแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก ชิงหยางจึงยกรับอีกครั้งก่อนจะหันมารายงานเจ้านาย

“คุณหย่งเล่อ และคุณจางฉวนกำลังขึ้นมาครับ”

จินหลงฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น  พลางหันไปมองฮานที่นั่งไขว่ห้างกระดิกปลายเท้าอย่างสบายอารมณ์

“นายนัดพวกนั้น ?”  ชายหนุ่มถามเสียงเย็น ฮานก็พยักหน้ารับแต่โดยดี ใบหน้าก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่นานนักแขกผู้ไม่ได้นัดหมายมาล่วงหน้าก็มาเพิ่มอีกสองคน

เหอหย่งเล่อชายหนุ่มชาวจีนแท้วัย 25 ปีเท่ากับฮาน เดินมาโค้งคำนับทักทายจินหลงและค้อมหัวทักชิงหยางอย่างนอบน้อม โดยชิงหยางก็โค้งให้หย่งเล่อตอบอย่างเกรงใจเพราะคุณชายรองคนนี้เป็นคนที่สุภาพเรียบร้อยกว่าใครเพื่อน แม้ไม่ใช่คนพูดน้อยแต่ก็เป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งเรื่องมารยาทตามแบบฉบับที่มารดาสอนสั่งมาตั้งแต่เล็ก เขาเป็นลูกชายของอาสาวคนที่สองของจินหลง

ในขณะที่ เหอจางฉวน คุณชายเล็กของตระกูลเหอ ในอายุ 23 ปี ลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่มีนิสัยขี้เล่น ชอบพูดจากวนโทสะพี่ๆ พอๆกับชอบทำเล่นหัวไม่เอาจริงเอาจัง เขาเดินมายกมือทักทายทุกคนอย่างง่ายๆ ตามนิสัยของเขา โดยจางฉวนเป็นลูกชายคนเดียวของอาสาวคนที่สาม

เท้าความมาที่ประวัติของตระกูลเหอ นายท่านเหอหงเหลยมีลูก 4 คน คนโตเป็นผู้ชายซึ่งก็คือพ่อของจินหลง คนที่สอง สาม สี่ เป็นหญิงล้วน  โดยอาสาวคนที่สองแต่งงานกับพี่ชายแท้ๆของแม่จินหลง จึงทำให้ตอนนี้ย้ายไปอยู่อังกฤษ แต่เจ้าฮานที่ยังไม่ได้รับงานของพ่อเต็มตัวจึงมีเวลาว่างไปๆมาๆระหว่างอังกฤษ-ฮ่องกงราวกับคนเร่ร่อน

ส่วนแม่ของหย่งเล่อและจางฉวน ได้แต่งงานกับบอดี้การ์ดส่วนตัวของตัวเองซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่คนที่มาจากตระกูลดังหรือร่ำรวยอะไรนัก ปู่ของเขาจึงให้หลานชายทั้งคู่มาใช้นามสกุลเหอเช่นเดียวกับจินหลง คงเหลือแต่ฮาน ซึ่งเป็นทายาทของตระกูลเก่าแก่จึงไม่ได้ใช้นามสกุลนี้ แถมหลานทุกคนยังติดเรียกท่านหงเหลยว่าปู่เหมือนกับจินหลง นายท่านหงเหลยก็เลยให้เรียกกันอย่างนั้น

จินหลงมองการรวมตัวของบรรดาชายหนุ่มในตระกูลอย่างแปลกใจเพราะไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะมาเจอกันเช่นนี้ เขาจึงเริ่มจะทำใจแล้วว่างานของวันนี้คงไม่ได้ทำต่อ..

“จะมีใครบอกฉันได้หรือยังว่าพวกนายมาทำไม?” นายใหญ่แห่งตระกูลเหอเอ่ยถาม แต่น้องชายทั้งสามกลับมองหน้ากันยิ้มๆไม่ยอมตอบคำถาม “ถ้าไม่มีอะไร? เชิญพวกนายกลับไปซะ”  จินหลงไล่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่บรรดาน้องๆก็หาได้กลัวไม่

“มาถึงขั้นนี้แล้วจะให้เรากลับไปง่ายๆไม่มีเสียล่ะ” ฮานยิ้มกริ่มพลางยักคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์

“ผมตรียมห้องที่โรงแรมไว้แล้วเชิญพี่ใหญ่นำเลยครับ” จางฉวนบอกพลางโค้งตัวผายมือให้จินหลง  นายใหญ่แห่งตระกูลเหอกวาดตามองลูกพี่ลูกน้องแต่ละคนจนครบแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

 

เวลา 18.30 น.

พิณลดายืนแกร่วอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าของโรงแรมหรู  พยายามมองหาคนที่เธอนัดมาเจออย่างกระวนกระวาย ทั้งที่เธอบอกทางนั้นไปแล้วว่าอย่านัดเจอที่ที่มีคนพลุกพล่าน แต่ยัยนั่นกลับเลือกสถานที่เป็นโรงแรมหรู 5 ดาวที่แพงที่สุดในฮ่องกง เยี่ยมมาก ! หญิงสาวสาปแช่งให้เพื่อนเธอต้องแต่งงานโดยเร็วภายใน 3 วัน 7 วัน หรืออย่างช้าก็ไม่น่าจะเกิน 1 เดือน โทษฐานที่พาเธอมาเสี่ยงขนาดนี้

“พิณ !” เสียงกระซิบเรียกเบาๆจากด้านหลังทำให้พิณลดาหันขวับไปมอง ทันทีที่ทั้งคู่เห็นหน้ากันชัดเจนน้ำตาก็พานจะไหลออกมา

หยางมีมองพิณลดาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปกอดด้วยความคิดถึงสุดหัวใจและมันได้ลบล้างความเศร้าเสียใจที่คิดว่าเพื่อนตายไปแล้วจนหมดสิ้น พิณลดาเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก เธอจึงกอดตอบเพื่อนรักนิ่งนานราวกับยืนยันตัวตนว่าโลกนี้ยังมีเธออยู่

“เป็นไงบ้าง?ดูเธอโทรมมากเลยนะ” มีมี่ว่าเมื่อผละออกจากอ้อมกอดแล้วมายืนดูพิณลดาชัดๆ “ซูบไปเยอะเชียว”

“แบบนี้ดีแล้ว น้ำหนักฉันหายตั้งหลายกิโลแน่ะ” พิณลดาว่าเหมือนอวด รอยยิ้มจริงใจนั่นทำมีมี่รู้สึกสดชื่นไปด้วย..

 

“ที่บ้านฉันทำยังกะเห็นผี ตอนฉันบอกจะมาเที่ยวฮ่องกง” มีมี่เริ่มเล่าหลังจากพาพิณลดาเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว เธอดึงแขนพิณลดาให้มานั่งลงบนเตียงสองมือยังจับมือเพื่อนชาวไทยไว้แน่นและมือนี้ก็อุ่นจนเธอมั่นใจว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ผีอย่างที่นึกกลัวมาตลอดทาง

“กลัวเธอจะมาถอนหมั้นหรือเปล่า?พิณเอ่ย และได้เล่ามีมี่ไปว่าพยายามจะไปสืบเรื่องคู่หมั้นที่ตระกูลไป๋แต่สมัครเข้าไปทำงานในกลุ่มบริษัทนั้นไม่ได้ แถมดันพลาดมาทำงานให้ตะกูลเหอซะงั้น  อันที่จริงหนุ่มๆตระกูลนี้ก็อยู่ในเป้าหมาย แต่ทำไมพิณลดามักคิดว่าตัวเองพลาดทุกทีก็ไม่รู้

“ยายคุณนายฉีนั่นเอาเรื่องฉันหมดอาลัยตายอยากไปรายงานฝั่งนั้น แล้วแม่เขาคงกลัวว่าจะเอาคนบ้าๆบอๆไปให้ลูกชายเขา ก็เลยโทรมาขอเลื่อนไปก่อนแบบไม่มีกำหนด”

“ง่ายๆยังงี้เลยเหรอ?” พิณลดาร้องว่าเสียงดัง ถ้ารู้ว่าแกล้งบ้าแล้วจะทำแบบนี้ได้พวกเธอคงไม่ต้องวางแผนส่งใครมาสืบ พอคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ใบหน้าพิณลดาก็สลดลง “มีมี่..ฉันขอโทษเรื่องอาปิง ฉัน..ฉันขอโทษ”

จู่ๆน้ำตาของพิณลดาก็ไหลออกมาเธอไม่เคยลืมเลือนเลยว่าเพราะใครเธอถึงยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้  มีมี่เห็นอย่างนั้นก็ส่ายหน้าน้อยๆยกมือแตะไล้เช็ดน้ำตาให้พิณลดาอย่างเบามือ

“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกพิณ ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจและอาปิงก็คงไม่คิดโทษเธอเหมือนกัน”

“ฉันเครียดมากจริงๆ ฉันติดต่อพ่อและแม่ไม่ได้เลย” พิณลดาว่าอย่างทุกข์ใจ สองมือยกปาดน้ำตาพยายามหยุดร้องอย่างสุดความสามารถ

“ฉันมีเรื่องจะเล่าให้เธอฟังพอดี  ตอนที่ฉันไปงานศพของเธอ เอ่อ.. ปิงปิงน่ะ  ฉันเห็นว่ามีคนชุดดำคอยดูแลพ่อแม่เธอตั้งหลายคน  ตอนนั้นฉันมัวแต่เสียใจมากจนไม่ได้จำรายละเอียดอะไรนักแต่ฉันมั่นใจว่านั่นไม่ใช่เรื่องปรกติ”

พิณลดากะพริบตาถี่ๆ สีหน้าครุ่นคิด และเธอก็เล่าเรื่องการขายบ้านของพ่อแม่เธอให้มีมี่ฟังแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งมีมี่ก็ช่วยสืบให้จนรู้ว่าพ่อและแม่ของเธอขายบ้านและย้ายออกไปแล้วจริงๆ

“ฉันก็ให้คนตามอยู่ว่าหายไปไหนเพราะที่บริษัทก็ไม่มาทำงาน แต่มันเหมือนพวกเขาตั้งใจหายไปเพื่อหลบซ่อนตัวซะมากกว่า”

 “ซ่อนทำไมล่ะ?

“ก็ถ้าครอบครัวเธอมีศัตรูจริง  และมันลงมือมาฆ่าลูกสาวคนเดียวของบ้านแล้วคนที่เหลือมันจะปล่อยไว้เหรอ” เหตุผลของมีมี่มีน้ำหนักพอสมควร เห็นชัดว่าพวกเขาจงใจหลบซ่อนตัว พิณลดาขบคิดนึกหาสถานที่ที่พ่อแม่เธอควรจะไป แต่เธอก็คิดไม่ออกเพราะนอกจากบ้านและที่บริษัทแล้วเธอก็ไม่มีบ้านพักที่ไหนอีก

อาการมืดแปดด้านกลับมาเยือนเธออีกครั้ง !

“ค่อยๆคิดนะพิณ..ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว” สาวสวยเอ่ยบอกพลางขยับมาใกล้เพื่อนขึ้นอีกแววตาพราวระยับนั่นเหมือนมีเรื่องอยากจะถาม

“อะไร ?” พิณลดาถามอย่างระแวง มีมี่ก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ก็เรื่องเหอจินหลงไงล่ะ ?

พิณลดากลอกตาขึ้นมองเพดานทันทีเธอแทบจะบ้าตายตั้งแต่ตอนที่ได้อยู่ใกล้หมอนั่นแล้ว  ไหนจะคำถามไหนจะสายตาจับผิด มันทำให้เธอประสาทจะกินทุกเสี้ยววินาที แต่พอรู้ว่าที่เขาทำแบบนั้นเพราะแค่จะมองหาประโยชน์จากความหน้าเหมือนคู่หมั้นของเขาจากเธอ และเขาคงคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดแล้วถึงมั่นใจที่จะเลือกใช้เธอเป็น เหยื่อแบบนี้

เหอจินหลงบอกว่าคู่หมั้นของเขาถูกฆ่าตาย และตอนนี้ก็ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ รายละเอียดอื่นๆก็ไม่ได้เล่าบอกแต่การตั้งสมมติฐานว่า ถ้าศัตรูที่เขาไม่ทราบว่าใครรู้ว่าคู่หมั้นของเขายังไม่ตาย  มันอาจจะโผล่มาจัดการเธออีกเมื่อไหร่ก็ได้และนั่นก็เป็นโอกาสอย่างดีที่จะทำให้เขาตะปบจับศัตรูได้ง่ายกว่าคอยสืบหาอย่างนี้

สถานการณ์ของเขาคล้ายเธอมาก หากแต่ต่างกันตรงที่ว่าเธอไม่มีเหยื่อให้ล่อ ไม่มีอำนาจให้ใช้ ไม่มีลูกน้องคอยติดตามสืบข่าวอย่างที่เขาทำ และพิณลดายังไม่มีเงินมหาศาลที่บันดาลอะไรก็ได้แบบเขาด้วย

 “ถ้าฉันปฏิเสธฉันตาย ฉันรับงานนั่นมาฉันก็อาจจะตาย จะเลือกทางไหนฉันก็ตายทั้งนั้น”  พิณลดาว่าอย่างหงุดหงิด นึกโมโหเจ้าก้อนอิฐก้อนเล็กนั่นจริงๆที่ทำให้เธอต้องได้เจอกับเขา

“ทำไมเธอไม่ลองคิดบ้างว่าเขาอาจจะเป็นคู่หมั้นเธอจริงๆก็ได้ แบบว่า เรื่องที่เขาเล่ากับเรื่องของเธอมันคล้ายกันมากเลยนะ”

“เพ้อ !” พิณลดาว่า ทั้งยังมั่นใจเหมือนเดิมว่าไม่มีทาง “ขนาดอาปิงหน้ายังคล้ายฉันเลย แล้วถ้ามีคนอื่นหน้าคล้ายฉันอีกก็ไม่เห็นแปลกเลยมีมี่”

“แต่ที่แปลกคือคนหน้าตาแบบนี้ไปเป็นคู่หมั้นของเขาน่ะสิ” มีมี่ว่าทำหน้าเหมือนสงสารจินหลงเหลือเกิน

 หรือหมอนั่นมันชอบของแปลกอยู่แล้วก็ไม่รู้ พิณลดาแอบว่าเขาในใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของมีมี่ดังขึ้น สาวไต้หวันเดินไปรับสาย

“ค่ะแม่ ?

พิณลดายิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินว่ามีมี่คุยกับใคร หากแต่เสียงสูงๆของมีมี่ที่ดังต่อจากนั้นทำให้เธอสงสัย

“อะไรนะคะ ? เขาจะมาหาหนูที่นี่ ” เสียงสนทนาต่อจากนั้นทำพิณลดาแทบจะยกมือปิดหูด้วยเสียงมีมี่กลับดังขึ้นเรื่อยๆ และพอวางสายเจ้าตัวก็กรี๊ดลั่นกระทืบเท้าราวกับเด็กเอาแต่ใจ

อ่อ..เธอเป็นสาวเอาแต่ใจของแท้เลยล่ะ !

“พอได้แล้ว! เดี๋ยวข้างห้องก็นึกว่ามีคนตายหรอก” พิณลดารีบห้ามเมื่อมีมี่ทำท่าจะทำลายข้าวของแววตากราดเกรี้ยวจนพิณลดาขนลุก

“หมอนั่นกำลังมาที่นี่ ไอ้คู่หมั้นเฮงซวยนั่น !

“ฉันได้ยินแล้ว” พิณลดาบอกเพราะเธอได้ยินชัดเจนจนแสบแก้วหูไปหมด รู้ว่าคู่หมั้นของเพื่อนเธอจะมารับเธอไปทานข้าวตอนสองทุ่มเพื่อเป็นการเลี้ยงต้อนรับที่มาฮ่องกง และอาจจะพาไปท่องเที่ยวยามราตรีอีกต่างหาก

“ถ้าเป็นไอ้ลามกนั่นฉันจะกลั้นใจตาย !

“เธอรู้แล้วเหรอว่าคู่หมั้นเธอเป็นใคร ?

“ถ้าหมอนั่นเป็นคนตระกูลไป๋  ฉันเจอมันแล้วที่สนามบิน ไอ้เฉาเหว่ยนั่น ทั้งหยาบคายทั้งสายตาลามกทุเรศที่สุด !

พิณลดากลืนน้ำลายกับคำบรรยายผู้ชายคนนี้ที่ดูไม่มีอะไรดีเลย ถ้าใช่ขึ้นมาก็แย่แน่ “แต่ถ้าเป็นเหอจินหลงก็ดีสิ หมอนั่นหล่อสุดๆแต่ออกจะเย็นชาสักหน่อย”

“ถ้าเป็นคนนี้ฉันก็ไม่เอาเพราะฉันไม่ชอบกินน้ำแข็ง” มีมี่พูดตามจริงทำเอาพิณลดาขำออกมาในทันที

“จะยังไงซะมันก็เป็นการดีที่เธอจะได้รู้จักเขาก่อนจะแต่งงานกัน  โอกาสแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ รีบแต่งตัวดีกว่าใกล้เวลาแล้วนี่” พิณลดาบอกพลางชี้ไปที่เวลาบนหน้าจอมือถือ มีมี่กลอกตาอย่างอ่อนใจบ่นพึมพำว่าจะใส่ชุดไหนไปที่มันมิดชิดกว่าที่เธอมี ซึ่งพิณลดาได้แต่ส่ายหน้าเพราะมั่นใจว่าชุดแบบนั้นมีมี่ไม่เอามาแน่นอน

 

หน้าล็อบบี้โรงแรมสุดหรู กลุ่มคุณชายตระกูลเหอทั้ง 4 ก็กำลังก้าวเข้ามาภายในชนิดแทบจะเรียงหน้ากระดาน โดยมีจินหลงเป็นผู้เดินนำหน้า ตามด้วย  หย่งเล่อ ฮานและจางฉวน เบื้องหลังพวกเขาเป็นเลขาหนุ่มหน้านิ่งชิงหยางก้าวตามมาติดๆ เหล่าบอดี้การ์ดก็เดินขนาบสองข้างเปิดทางให้ชายหนุ่มตรงไปยังห้องรับรองที่จางฉวนจองไว้

จินหลงกำลังจะเดินผ่านลิฟต์ตรงไปยังห้องรับรอง แต่ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวสองคนที่กำลังก้าวออกมา หางตาเขามองแวบเดียวก็จำเธอได้ ชายหนุ่มจึงเลิกคิ้วสูงหยุดเดินกะทันหันและมองเธออย่างแปลกใจ พิณลดาก็ทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกตากลมโตเบิกกว้างไม่คาดคิดจริงๆว่าจะเจอเขาได้

“เธอมาทำอะไรที่นี่ ?” น้ำเสียงเย็นชาถามขึ้นทำให้ชายหนุ่มอีกสามคนหันไปมองหญิงสาวแสนสวยที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์ หากแต่สายตาของจินหลงกลับมองไปยังหญิงสาวหน้าบานตัวอวบซะอย่างนั้น

“ฉัน..ฉันมาทำธุระ..”

“ธุระอะไร?

“เอ่อ..ไม่มีอะไรหรอกฉันจะกลับแล้วล่ะ”  ในขณะที่พิณลดากำลังตอบคำถามและทำท่าเหมือนจะหาทางหนีไป ชายหนุ่มตระกูลเหอทุกคนกลับมองเธอด้วยความประหลาดใจ เพราะแทนที่จินหลงจะทักทายสาวงาม หากแต่กลับมาทักผู้หญิงหุ่นถังน้ำมันนี่เสียก่อน

สาวร่างอวบที่กะน้ำหนักด้วยสายตาคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 60 กิโลกรัม เธอมีใบหน้ากลมอวบอิ่ม ผมสีดำยาวประบ่า และตอนนี้แววตามนใสซื่อนั่นกำลังตื่นตระหนกยิ่งนัก  คิ้วเข้มหนาหากแต่ไร้การตกแต่งของสาวอวบดูขมวดมุ่น จมูกโด่งมีเหงื่อผุดขึ้นมาจนเห็นชัด เธอกัดริมฝีปากอวบหนาด้วยท่าทีที่เห็นชัดว่ากำลังกลัวจินหลง

                หน้าตาโดยรวมถือว่าธรรมดานั่นไม่พอเธอยังอยู่ในชุดที่แสนจะเชยแหลก เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สีฟ้าซีดเก่าแขนยาวถึงศอกความยาวของชายเสื้อยาวจนเกือบจะถึงเข่า มองเลยลงไปจะห็นว่าเธอใส่กางเกงยีนสีเข้ม ตามด้วยรองเท้าผ้าใบที่สภาพเหมือนผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชนจนมันขาดวิ่นและมอมแมม

ภาพรวมของผู้หญิงคนนี้อยู่ในขั้นวิกฤต หากแต่นายใหญ่กลับคิดสนใจที่จะพูดด้วย !

ขณะที่ชายหนุ่มทุกคนพุ่งความสนใจไปที่พิณลดา มีมี่ก็ถือโอกาสกวาดตามองชายหนุ่มทั้งสี่อย่างสนใจ จากประวัติที่เธอค้นมาจากอินเทอร์เน็ตเธอคิดว่ารูปพวกนั้นดูไม่สมจริงเอาเสียเลยเมื่อเทียบกับตัวจริงในตอนนี้

“ขอโทษนะคะ ช่วยหลีกทางให้เราหน่อยได้ไหม?” สาวสวยที่ยืนเงียบมานานเอ่ยขึ้น เพราะเห็นท่าว่าเพื่อนสาวเกิดอาการอึกอักราวกับจะพูดอะไรไม่ออก

 เสียงนั้นทำให้จินหลงหันไปสนใจเธอ และใช้สายตามองอย่างไม่เกรงใจหากแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก เขามองตั้งแต่ปลายรองเท้าส้นสูงสีดำนั่นจนไล่ขึ้นไปทีละน้อย เธอสวมชุดเดรสสีดำตัวยาวเลยเข่าทว่ามีรอยแหวกด้านข้างโชว์ต้นขาเรียวยาวสวย สะโพกผายช่วงเอวคอดกิ่ว เมื่อมองเลยมาถึงด้านบนก็พบว่าตัวเสื้อเป็นแบบแขนกุดรัดรูปปิดจนถึงลำคอเรียวระหงและสวมเครื่องประดับราคาแพงเป็นสร้อยเพชรน้ำงามเม็ดเล็กเรียงตัวอย่างประณีต  

ดวงหน้ารูปไข่ดูสวยสะดุดตาโดยเฉพาะกับริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสีแดงสดเนื้อมันวาว ผมสีดำถูกมัดรวบสูงอวดลำคอระหง  เมื่อพินิจมองจนทั่วทั้งตัวจินหลงก็ยอมรับจริงๆว่าผู้หญิงคนนี้สวยมากอีกทั้งรูปร่างก็ดูจะไร้ที่ติ

หากแต่พอสายตามาสะดุดกับเครื่องประดับที่อยู่บนข้อมือของเธอ     จินหลงก็ขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองน้องชายทั้งสามที่น่าจะมองเห็นมันเหมือนกันและคงจะรู้ว่า กำไลหยก นั่นหมายถึงอะไร ?

โดยเฉพาะหย่งเล่อที่น่าจะรู้ดีกว่าใคร ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวที่พอเห็นกำไลนั่นแล้วก็ต้องจับตามองหญิงสาวอย่างพินิจพิจารณามากยิ่งขึ้น

“เธอเป็นใคร?” หย่งเล่อเอ่ยถามสายตาแลกวาดทั่วดวงหน้างาม

“ฉันชื่อหยางมีค่ะ” ด้วยท่าทางคำพูดและสายตาของเธอที่ดูจะมาดมั่นและมั่นใจจนเกินกว่าที่หย่งเล่อจะคาดไว้เขาจึงหรี่ตามองเธอเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง

นี่น่ะเหรอ..คู่หมั้นอายุ 18 ของเขา !

“บังเอิญจริงๆ เรากำลังจะส่งคนขึ้นไปเชิญคุณลงมาอยู่พอดี”จางฉวนเอ่ยขึ้นมาพลางหันมาขยิบตาให้หย่งเล่อ “ถ้าคนบ้าจะสวยขนาดนี้ ฉันยอมนะพี่”   จางฉวนกระซิบบอก  หย่งเล่อจึงมองกลับด้วยสายตาคมดุ แต่จางฉวนไม่กลัวเลยเขากลับหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจ

“ทำไมต้องไปเชิญฉัน?” มีมี่ทวนถามอย่างไม่แน่ใจ

“ก็วันนี้เรามาเลี้ยงต้อนรับคุณไงครับ”

พิณลดาตาโตกับคำพูดของผู้ชายที่ดูจะหน้าเด็กกว่าใคร เธอตกใจมากที่มีมี่ดันมาเจอคู่หมั้นตัวจริงอยู่ตรงหน้านี่แล้ว ในขณะที่สาวสวยข้างตัวกลับมีแววตาวิบวับราวกับมีอารมณ์โกรธขึ้นมา

“เชิญที่ห้องรับรองดีกว่าครับ” จางฉวนเอ่ยพลางผายมือไปด้านหน้าแล้วจินหลงก็เป็นคนออกเดินนำไปก่อนโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาอีก  มีมี่จึงลากเพื่อนสาวให้ก้าวตามไปทันทีสมองสาวสวยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วว่าที่แท้คู่หมั้นของเธอมันคือคน ตระกูลเหอนี่เอง

“มีมี่ฉันไม่ไปได้ไหม?” พิณลดาเอ่ยถามเสียงเบาและอยากจะเผ่นหนีจากตรงนี้นัก

“คิดจะทิ้งฉันไว้คนเดียวงั้นเหรอ..ไม่มีทาง!” มีมี่ว่าด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันทำให้พิณลดาไม่กล้าขัดขืน จนเมื่อทุกคนเข้ามาอยู่ในห้องอาหารส่วนตัว  บริกรที่รออยู่ก่อนแล้วโค้งคำนับต้อนรับอย่างนอบน้อม แต่ละคนขยับเข้าประจำที่เพื่อเตรียมบริการให้กับแขกคนสำคัญ

จินหลงก้าวไปนั่งที่หัวโต๊ะตัวใหญ่ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตั้งอยู่กลางห้อง  บนโต๊ะประดับตกแต่งด้วยแจกันและดอกไม้สดบานสะพรั่ง

“เธอมานั่งนี่!” เป็นจินหลงที่เอ่ยขึ้นตาคมจ้องไปยังสาวตัวอวบพลางเบนสายตาไปยังเก้าอี้ที่อยู่ข้างตัวเขา นั่นทำเอาพิณลดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ในใจก็คิดกลัวว่าเขามีเจตนาอะไรกันแน่ที่พาเธอมาด้วย

“ไปสิ” มีมี่กระซิบบอก พิณลดาจึงก้าวไปนั่งข้างเขาอย่างช้าๆ ตามด้วย  มีมี่ที่นั่งถัดมาจากนั้นคุณชายทั้งสามก็เลือกที่นั่งกันตามสะดวกซึ่งคนที่ก้าวมานั่งข้างสาวไต้หวันก็คือชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวที่ดูสุภาพเรียบร้อยกว่าใคร

พิณลดามองบรรดาหนุ่มหล่อสาวสวยที่นั่งอยู่เต็มโต๊ะแล้วให้คิดสมเพชตัวเองที่นั่งอยู่ตรงนี้เสียจริงเพราะเธอช่างดูจะไม่เข้าพวกเขาเอาเสียเลย

“พวกคุณคือ..?” มีมี่เอ่ยถามขึ้นสายตาแลกวาดชายหนุ่มทั้งสี่พลางยกมือกอดอกหน้าเชิดราวกับนางพญา จนเป็นที่น่าหมั่นไส้สำหรับพิณลดายิ่งนัก

“พวกเราคือสี่หนุ่มจากตระกูลเหอครับ” จางฉวนเป็นคนตอบ ก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับให้กับมีมี่ราวกับเธอเป็นเจ้าหญิง ในขณะที่พิณลดานึกสงสัยว่าทำไมถึงเป็นสี่ไม่ใช่สามหรอกหรือ ? “ผมในฐานะที่เป็นน้องเล็กสุดขออนุญาตแนะนำตัวก่อนผมชื่อเหอจางฉวน ที่นั่งข้างผมคือลูกพี่ลูกน้องจากอังกฤษฮาน มาร์และที่นั่งหัวโต๊ะนั่นคือพี่ใหญ่ของพวกเราท่านเหอจินหลง” ชายหนุ่มนามว่าจางฉวนกล่าวจบก็ทำท่าขยิบตาให้กับผู้ชายที่นั่งข้างมีมี่

“ส่วนผมเหอหย่งเล่อ พวกเรายินดีที่ได้รู้จักครับคุณหยางมี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆท่าทางดูสุภาพอ่อนโยน  และเพราะการมานั่งข้างตัวมีมี่ทั้งการแนะนำตัวเป็นลำดับสุดท้ายนั่น ทำให้สาวสวยจากไต้หวันต้องหันมามองเขาอย่างสงสัย

“เหอหย่งเล่อ?

“ครับ”

“เป็นคุณสินะ..คู่หมั้นของฉัน?

หย่งเล่อเลิกคิ้วเมื่อหญิงสาวตรงหน้าถามอย่างตรงไปตรงมา เขาจึงสนใจที่จะมองจ้องดวงหน้างามอย่างตั้งใจ ผู้หญิงคนนี้ดูไม่เหมือนคนบ้าเลยสักนิด ไม่เฉียดแม้อาการของคนเสียสติเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวาอย่างที่แม่สื่อคอยรายงาน ทั้งยังมีความสวยที่ชวนสะกดสายตา ท่าทางมั่นอกมั่นใจและแววตาที่มองเขาอย่างไม่เกรงกลัวนี่อีกด้วย ช่างน่าสนใจ !

“แล้วสาวน้อยคนนี้เป็นใครกัน?” จู่ๆฮานก็ถามขึ้นสายตามองไปยังร่างสาวอวบที่นั่งตัวแข็งข้างๆจินหลง เขารู้สึกสนใจหญิงสาวคนนี้เป็นพิเศษด้วยความรู้สึกแปลกและประหลาดใจตั้งแต่แรกเห็นจนมาถึงตอนนี้ เพราะเธอทำให้จินหลงหยุดมองก่อน ทักก่อน และยังให้เธอนั่งใกล้ตัวราวกับว่าเป็นคนสำคัญมาก

“นี่ฮัวปิงปิง” จินหลงเอ่ยบอก ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องที่น่าแปลกเพราะจินหลงไม่เคยจะแนะนำผู้หญิงให้ใครรู้จัก “และเป็นคู่หมั้นของฉัน”

คำพูดต่อมาที่ดูเหมือนจะพูดเรื่องธรรมดาแต่กลับทำให้คนทั้งโต๊ะเกิดอาการตกตะลึงพรึงเพริดจนต้องหันมามองหน้าพิณลดาเป็นตาเดียว  

“เป็นไปไม่ได้ !” จางฉวนค้านเสียงดังอย่างไม่เชื่อถือ สายตาแลกวาดร่างหญิงสาวราวกับเธอเป็นมนุษย์ต่างดาวมาจากนอกโลก อาจจะด้วยหน้าตาที่ไม่สวย แถมหุ่นยังหนาราวกับถังน้ำมันนั่นอีก “อย่างพี่จินหลงจะมีคู่หมั้นที่ดูแย่ขนาดนี้ได้ยังไง..เด็กขัดรองเท้ายังหน้าตาดีกว่านี้ด้วยซ้ำ” ทั้งแววตาและสีหน้ารวมถึงคำพูดดูถูกจากหนุ่มชื่อจางฉวนทำพิณลดาฟังแล้วต้องอ้าปากค้างหัวใจเธอเจ็บแสบจนพูดอะไรไม่ออก

ให้ตายสิ..หมอนี่พูดตรงเกินไปแล้ว!

ว้าว ! ปู่เลือกได้เหมาะกับพี่ใหญ่มาก” แต่ฮานกลับอุทานเสียงดัง สีหน้าดูประหลาดใจแต่ก็ปรบมือราวกับชอบใจนักหนา และไม่เกรงใจสายตาเย็นๆที่  จินหลงมองมาเลยสักนิด ในขณะที่พิณลดากำลังพยายามทำความเข้าใจกับคำพูดของฮาน

งั้นคู่หมั้นของจินหลงก็คือคนที่คุณปู่ของเขาเลือกให้ มิน่า..หมอนี่ถึงมีคู่หมั้นที่หน้าตาแบบนี้ พิณลดาคิดแล้วก็ให้สงสารชายหนุ่มยิ่งนักที่ปู่ดันเลือกของแปลกมาให้เขา

“วันนี้เป็นวันดีนะ เพราะพี่ใหญ่พาคู่หมั้นมาเปิดตัว หย่งเล่อก็มาเจอคู่หมั้น..ฉันล่ะปลื้มใจจริงๆ รินไวน์เลย” ฮานว่าพลางลุกขึ้นชูแก้วให้บริกรมาเติมเต็ม พร้อมๆกับยกอาหารมาวางจนเต็มโต๊ะ ใบหน้าเขาดูรื่นรมย์จนน่าหมั่นไส้หากแต่เขากลับแอบมองใบหน้าของคู่หมั้นของนายใหญ่อย่างสนใจ เพราะถึงหญิงสาวตัวอวบนี่จะไม่มีหน้าตาที่คู่ควรกับจินหลงเลย แต่คนอย่างนายใหญ่กลับกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องนี้กับพวกเขา นั่นหมายความว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรที่พิเศษเอามากๆจนทำให้จินหลงเลือกที่จะไม่ถอนหมั้น

“ยินดีกับพี่ใหญ่และคุณฮัวด้วยนะครับ” หย่งเล่อลุกขึ้นชูแก้วพลางก้มคำนับให้อย่างสุภาพ ในขณะที่จางฉวนยังดูเหมือนตกตะลึงนั่งนิ่งแถมยังเมินหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์อย่างคนที่ไม่อยากจะยอมรับพี่สะใภ้คนนี้เลย

คู่หมั้นที่ปู่เลือกให้หย่งเล่อสวยหยาดฟ้ามาดิน แต่ที่เลือกให้จินหลงนี่มัน..รุ่นหายากชัดๆ ! จางฉวนคิดพลางหันกลับมามองสาวอวบที่นั่งข้างจินหลงอีกครั้ง น้องเล็กที่มีใบหน้าหล่อไม่น้อยกว่าพวกพี่เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นว่าคู่หมั้นของเขาจะมีหน้าตาแบบนี้จริงๆ

“ขอบใจ” จินหลงว่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย พิณลดาจึงหันไปมองหน้าเขาพลางคิดในใจว่าเขากล้ามากที่ยังทำหน้านิ่งได้ขนาดนี้ ทั้งที่กำลังแนะนำตัวผู้หญิงที่หน้าตาแย่ขนาดนี้ว่าเป็นคู่หมั้น และด้วยความอยากรู้สุดหัวใจเธอจึงเอนตัวไปหาเขาแล้วกระซิบถามเสียงเบา

“ถามจริง..คุณไม่อายเลยเหรอ?

จินหลงปรายตามองคนถามที่มีแววตาดูจริงจังกับคำถามนี้เหลือเกิน  

“หุบปาก!” แค่คำตอบสั้นๆประกอบกับใบหน้าตึงนั่นทำให้พิณลดาต้องเอนตัวกลับนั่งตัวตรงเหมือนเดิม แต่เธอแอบยิ้มขันเพราะมั่นใจว่าเขารู้สึกอายแน่ๆแต่แกล้งเก๊กหน้าไปอย่างนั้นเอง  คิดแล้วก็ยกแก้วเนื้อบางขึ้นดูปริมาณน้ำสีสวยในแก้วแล้วยกซดรวดเดียวจนหมด

“อร่อยแฮะ” พิณลดาพึมพำขึ้นมาทำให้จินหลงต้องปรายตามามองและดูเธอยกซดไปอีกสองสามแก้วราวกับไม่เคยกินมาก่อน

“เบาๆหน่อยสิ เธอจะกินให้เมาหรือไง?” มีมี่หยิกแขนเพื่อนไปทีนึงจนหญิงสาวหน้าเหย แล้วมีมี่ก็ทำสายตาเหมือนให้เธอมองไปที่โต๊ะตรงหน้า และ  พิณลดาจึงมองเห็นอาหารที่บริกรทยอยมาวางไว้ใบหน้าเหยเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นยินดีทันที

“ฉันกินได้ไหม?”  มิวายจะหันไปถามคนหน้านิ่ง ซึ่งเขาก็พยักหน้าราวกับรำคาญโดยไม่หันมามองเธอด้วยซ้ำ เท่านั้นเองพิณลดาก็ลงมือชนิดที่ไม่มีคำว่าเกรงใจ เธอลงมีดบนชิ้นสเต๊กตรงหน้าทันที

ส่วนสาวสวยก็ลงมือทานอาหารไปเงียบๆและบางครั้งก็ตักอาหารของเธอใส่จานให้สาวร่างอวบดูท่าทางทั้งคู่สนิทสนมกันมากจริงๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #7 Koong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 19:24
    รอตอนต่อไป
    #7
    0
  2. #5 pnui19 (@pnui19) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 20:15
    เดี๋ยวเจอฤทธิ์สาวอวบกันน๊า 55 ขอบคุณค่ะ
    #5
    0