นายหญิงกำมะลอ 1 (ผ่านการพิจารณาสนพ.คำต่อคำ)

ตอนที่ 10 : เปิดตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ต.ค. 58

ทันที่จินหลงก้าวขาลงจากรถแสงแฟลชนับไม่ถ้วนก็ส่องสว่างวาบไหวจนแสบตาไปหมด เสียงกดชัตเตอร์รัวเร็วจนดังไปทั่วยิ่งพออวี้เฟยก้าวตามออกมาก็ยิ่งได้ยินเสียงกดรัวดังขึ้นอีกพร้อมกับเสียงของนักข่าวที่ดังอยู่ทั่วสารทิศเอ่ยถามถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ แต่พอพิณลดาก้าวลงจากรถและยืนปรากฏกายนิ่งด้วยท่าทางที่เกือบจะสั่นเทิ้ม บรรยากาศกลับต่างกันลิบลับ

พิณลดาก้าวออกจากรถมายืนบนพรมแดงด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ หญิงสาวนับหนึ่งถึงสามพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ทั้งยังเตรียมตัวรับการสาดแสงจากแฟลชกล้องรอบตัว..หากแต่ว่ารอบกายเธอกลับสงบนิ่ง

แสงไฟจากแฟลชไม่มี เสียงกดชัตเตอร์ก็เงียบหาย นักข่าวต่างพากันมองจ้องร่างอวบในชุดหรูอย่างตกตะลึงทั้งแปลกใจและไม่คาดคิดว่านอกเหนือจากอวี้เฟยนางแบบสาวแสนสวยที่จินหลงควงออกงานบ่อยที่สุดในปีนี้แล้วเขาจะพาสาวอีกคนมาด้วย

“ไปได้แล้ว..” เสียงชิงหยางกระซิบบอกเธอ เนื่องจากเขาเป็นคนเปิดประตูให้จึงอยู่ใกล้เธอมากที่สุด พิณลดาหันมองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้ารับรอยยิ้มซุกซนพลันผุดขึ้นมานิดนึง

“ขอบคุณนะที่เปิดประตูให้” ว่าแล้วพิณลดาก็ออกก้าวเดินตรงไปข้างหน้า ซึ่งจินหลงและอวี้เฟยเดินควงกันห่างจากเธอไปไม่กี่ก้าว

แล้วเสียงขอบคุณของพิณลดานั่นเองที่ทำให้นักข่าวทั้งหลายราวกับได้ยินสัญญาณคลายมนต์สะกด ทุกคนเริ่มทำหน้าที่กดชัตเตอร์และสาดแฟลชใส่หญิงสาวอย่างไม่ยั้ง ทั้งตะโกนถามว่าเธอเป็นใครมาจากไหน จนเสียงดังเซ็งแซ่ไปหมดนักข่าวพวกนั้นพร้อมจะพากันเข้ามาใกล้เธอเมื่อนายใหญ่ไม่ตอบ แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดนับสิบที่ยืนขนาบพรมแดงกางมือกั้นไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้เธอได้

“คุณจินหลงคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันคะ?

“เธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับคุณครับ?

“เลขาคนใหม่หรือเปล่าคะ?

พิณลดาไม่ได้ชินกับเหตุการณ์แบบนี้แต่เธอก็พยายามอย่างที่สุดแล้วที่จะไม่แสดงอาการตื่นเต้นออกไป แม้ขาที่เริ่มก้าวไปตรงหน้าทำท่าจะสั่นไหวและคล้ายจะหมดแรงแต่เธอต้องทำหน้าที่ของเหยื่อที่ดีให้ได้เพราะค่าจ้างมันสูงมาก..

โดยไม่คาดคิดร่างของจินหลงที่เหมือนจะก้าวห่างออกไปกลับหยุดชะงักการเดิน เขายืนตรงนิ่งเฉยจนพิณลดามองเห็นแผ่นหลังกว้างอยู่ใกล้เธอทุกทีเพราะหญิงสาวกำลังก้าวเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ ใบหน้าหล่อหันข้างมาเล็กน้อยราวกับใช้หางตามองดูว่าเธอก้าวมาถึงไหน ?

จนกระทั่งเธอได้ก้าวมายืนเคียงข้างกับเขาโดยพิณลดาขนาบเขาทางฝั่งซ้าย และมีอวี้เฟยยืนควงแขนเขาอยู่ที่ด้านขวา เมื่อเธอหยุดเงยหน้ามองเขาจินหลงก็ขยับก้าวขาเดินต่อไป

พอเข้ามาในงานพิณลดาก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งเพราะเหล่าบรรดานักข่าวผู้เหี้ยนกระหือรือจะทำข่าวทั้งหลายถูกกันให้รออยู่ด้านนอก และไม่สามารถเข้ามาในงานได้เหลือเพียงบรรดาแขกเหรื่อที่ถูกเชิญมาเท่านั้น

บริกรชายหญิงเดินถือถาดเครื่องดื่มไปทั่วงาน ทำให้พิณลดาอยากจะเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์มาครอบครองหากแต่ถูกชิงหยางมาขวางไว้เสียก่อน สายตาเลขาคล้ายส่งกระแสจิตบอกเธอว่าห้ามหยิบเด็ดขาด

“ฉันคอแห้งนะ ขอสักแก้วไม่ได้เหรอ?

“ไม่ได้ !” ชิงหยางที่คอยตามพวกเธออยู่ห่างๆบอกชัด

พิณลดาจึงย่นจมูกอย่างขัดใจก่อนจะก้าวตามจินหลงไปทุกที่ ชายหนุ่มเดินทักทายผู้ถือหุ้นด้วยท่าทางน่าเกรงขามเช่นทุกครั้ง และเธอก็จำต้องทักทายแขกของเขาตามมารยาทด้วยภาษาอังกฤษที่เธอจงใจใช้เสียงแปร่งๆสำเนียงประหลาด

เขาดูจะเป็นนักธุรกิจที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาและความสามารถที่สามารถบริหารกิจการขนส่งที่มีขนาดใหญ่และขยายสาขาต่อยอดธุรกิจออกไปอีกนับพันและเริ่มจะก้าวไปมีบทบาทในตลาดฝั่งยุโรป เท่าที่พิณลดาฟังบทสนทนาระหว่างเขาและเหล่าบรรดานักธุรกิจผู้ถือหุ้นหรือแม้แต่คนจากรัฐบาลก็พอจะจับใจความได้ประมาณนี้

หากแต่อาจมีบางภาษาที่เธอไม่เข้าใจอย่างภาษาเยอรมัน จึงไม่ทราบว่าเขาคุยเรื่องอะไรกันบ้าง แต่โชคดีเท่าไหร่ที่เธอเลือกเรียนสายศิลป์ภาษาจนมีความรู้ติดตัวมาพอที่จะฟังออกว่าเขาคุยอะไรกันบ้าง ไม่อย่างงั้นตอนนี้เธอคงงงเป็นไก่ตาแตกกว่านี้แน่ แต่ถึงจะฟังรู้เรื่องพิณลดาก็ตีหน้าเซื่องซื่อไม่รู้ไม่ชี้

พิณลดาเริ่มจะหิวแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน เธอมองดูจินหลงที่กำลังสนทนากับสมาชิกสภาคนหนึ่งด้วยท่าทางเคร่งเครียดและชิงหยางก็ให้เธออยู่ห่างๆการเจรจาเรื่องสำคัญ อวี้เฟยเองก็ขยับถอยมายืนข้างเธอซึ่งอยู่ห่างจากจินหลงอยู่พอสมควร

“ฉันหิวแล้ว..” พิณลดากระซิบบอกอวี้เฟย

“รออีกนิดนะคะ ฉันคิดว่าจินหลงคงจะจบบทสนทนาแล้วล่ะค่ะ”อวี้เฟย ตอบอย่างมั่นใจสายตาแลมองจินหลงด้วยความชื่นชม พิณลดามองตามก็พบว่าชายหนุ่มกำลังกล่าวลานักการเมืองแล้ว เธอจึงหันกลับมามองอวี้เฟยอีกครั้งและพบว่าแววตาวิบไหวที่อวี้เฟยมองจินหลงนั้นให้มองยังไงมันก็ชัดว่าคุณอวี้เฟยกำลังหลงรักเหอจินหลง

พิณลดาลอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบา รู้สึกเหมือนยืนอยู่บนเส้นทางรักสามเศร้าเราสามคน..ซึ่งเธอคงไม่ใช่หนึ่งในสามคนนี่หรอกเพราะคนที่สามของเรื่องนี้คือคู่หมั้นที่ตายไปแล้วของจินหลงต่างหาก เขาคงจะรักผู้หญิงคนนั้นเอามากๆไม่อย่างนั้นคงไม่วางแผนแก้แค้นให้อย่างนี้ แต่จะว่าไปเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าคู่หมั้นของเขาตายยังไง? ที่ไหนและเมื่อไหร่ ?

เอาง่ายๆแค่ชื่ออะไรพิณลดาก็ยังไม่รู้เลย...

จินหลงหันมามองสองสาวด้วยแววตายากจะอ่านออกก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งคู่ก้าวไปหา แล้วเขาก็พาพวกเธอมานั่งที่โต๊ะรับรองแขก VIP โต๊ะหรูที่ตั้งเด่นอยู่แทบจะติดขอบหน้าเวที ซึ่งขณะนี้มีพิธีกรกำลังก้าวขึ้นไปทำหน้าที่ตามหมายกำหนดการ

อาหารถูกนำมาวางเสิร์ฟ พิณลดาย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่ามันเป็น       ออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยที่ถูกจัดวางมาอย่างมีศิลปะ มีชิ้นอาหารชิ้นเล็กขนาดพอดีคำเน้นความสวยหรูหราแต่เธอกลับไม่ปลื้มเอาซะเลย เพราะขนาดของมันชิ้นแค่นี้กินคำเดียวก็หมดแถมไม่พอระคายท้องของเธอเสียด้วยซ้ำ

“ขออาหารจานหลักเลยได้ไหม ?” พิณลดาร้องขอกับบริกรชายที่กำลังเติมน้ำใส่แก้วให้เธอ ซึ่งเขาก็โค้งรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะหายไปสักพักแล้วกลับมาพร้อมกับสเต๊กปลาชิ้นเล็กจัดวางในจาน  แม้จะผิดหวังรอบที่สองแต่เธอก็หิวมากโดยไม่รออะไรทั้งสิ้นพิณลดาจับอุปกรณ์ควงมีดลงหั่นชิ้นปลาตรงหน้าอย่างว่องไว

จินหลงหันมามองคนที่หิวซ่กอย่างไม่ค่อยจะสนใจ ในขณะที่อวี้เฟยมองจ้องท่าทางการกินของผู้หญิงตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา  

“คุณฮัวเป็นคนที่ไหนเหรอคะ ?”เป็นอวี้เฟยที่เอ่ยถาม และทำให้พิณลดาชะงักไปนิดก่อนจะยิ้มแหย

“ไต้หวันค่ะ” เธอตอบพลางเหลือบสายตามองนายใหญ่เล็กน้อย

“ครอบครัวคุณฮัวทำกิจการอะไรเหรอคะ ?” คำถามแสนธรรมดาที่อยากรู้ที่มาที่ไปของคู่หมั้นจินหลงส่งผลให้คนตัวอวบคิดหนัก

“เอ่อ..ครอบครัวฉันไม่ได้มีกิจการของตัวเองหรอกค่ะ เราทำงานให้ตระกูลหยาง ” เธอตอบตามประวัติของฮัวปิงปิงตัวจริงแต่มันทำให้ชายหนุ่มหน้าตึงขึ้นมานิด แววตาดุมองเธอราวกับสั่งให้เงียบ  

“ตระกูลหยางงั้นหรือคะ ?

ยัง ยังไม่จบอีก ! พิณลดาอยากบ้าตายเมื่ออวี้เฟยอยากรู้ขึ้นมาเธอจึงหันไปขยิบตาให้คนตาดุอย่างจะขอความช่วยเหลือ

“ปิงปิงเป็นเลขาหยางกั้ว” จินหลงเอ่ยขึ้นมาเพื่อตัดบท

“คุณชายหยางที่เป็นเพื่อนสนิทกับคุณเหรอคะ ?” อวี้เฟยอุทานอย่างประหลาดใจ และจินหลงก็ทำหน้าเฉยเมย

แต่เพราะชื่อนั้นทำให้พิณลดาแทบจะอ้าปากค้าง เพราะนั่นคือชื่อพี่ชายของมีมี่ พิณลดาหน้าซีดลงทันควัน พลางคิดว่าหายนะกำลังมาเยือนเธอแล้ว นี่ถ้าเฮียกั้วเกิดอยากจะมาเยี่ยมเพื่อนที่ฮ่องกงขึ้นมา เธอจะทำหน้ายังไง ยิ่งคิดพิณลดาก็ยิ่งอยากจะร้องไห้

“แล้วมาเป็นคู่หมั้นคุณจินหลงได้ยังไงคะ?” คำถามต่อมาจากอวี้เฟยทำให้ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยสายตาตำหนิทั้งยังดูแข็งกร้าวจนคนถูกมองหน้าเผือดสี ซึ่งสายตาแบบนั้นอวี้เฟยรู้ดีว่าเขาไม่พอใจที่เธอเริ่มจะพูดมาก

“ขอโทษค่ะนายใหญ่” อวี้เฟยรีบก้มหน้าลงอย่างคนที่รู้สึกผิดทั้งยังมีหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน พิณลดามองกิริยานั้นแล้วคิดสงสัยว่าจินหลงทำอะไรไว้บ้างทำไมถึงทำให้อวี้เฟยกลัวได้ขนาดนี้

“สวัสดีท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมพิธีกรในค่ำคืนนี้ขอกล่าวต้อนรับทุกท่านที่มาร่วมงานฉลองผลประกอบการของไตรมาสสองที่สามารถทำกำไรได้เกินเป้าหมาย” เสียงพิธีกรดังขึ้นดึงความสนใจของทุกคนไปยังเวที พิธีกรในชุดสูทสีอ่อนกล่าวบอกกำหนดการอย่างคล่องแคล่วและดำเนินพิธีการในส่วนการแสดงเปิดตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จนกระทั่งถึงช่วงสำคัญที่ต้องเชิญให้เจ้าของงานขึ้นไปกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ จินหลงก็ลุกก้าวเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่าทางมั่นใจเช่นเคย เขากล่าวขอบคุณแขกในงานสั้นๆ และได้ใจความแต่ก็ยังเรียกเสียงปรบมือได้ดังลั่นห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้ แล้วเสียงชัตเตอร์ของนักข่าวที่ถูกคัดเข้ามาเป็นบางส่วนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“...และนอกจากการฉลองผลกำไรของเรา วันนี้ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับคู่หมั้นของผม..ฮัวปิงปิง ! ” จบคำกล่าวของเขาเสียงต่างๆในงานพลันเงียบกริบ ราวกับทุกคนไม่แน่ใจว่าได้ยินอะไรที่ถูกต้องหรือไม่ แม้แต่พิธีกรบนเวทียังมีท่าทางตกใจเพราะการประกาศเรื่องหมั้นหมายไม่ได้อยู่ในกำหนดการ

พิณลดาอ้าปากค้างจริงๆเอาตอนนี้  เธอมองจินหลงราวกับเขาเป็นสัตว์ประหลาดทั้งไม่เข้าใจความคิดและการกระทำอันอุกอาจปราศจากความลังเลของเขานัก แต่เธอก็แทบสะดุ้งเมื่อถูกดึงให้ลุกจากเก้าอี้โดยเลขาหน้าเฉย

“ขึ้นไป ! ” ชิงหยางสั่ง พิณลดาจึงมีใบหน้าเหยเกและเม้มปากแน่น เธอมองชิงหยางราวกับจะขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าเลขาหน้าเฉยกลับมองกลับตาขวางเธอจึงค่อยๆก้าวขาออกจากโต๊ะเพื่อจะเดินขึ้นไปบนเวที ท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยที่จับจ้องมาอย่างไม่อยากเชื่อจนบางคนยังเผลอขยี้ตาตัวเอง

“สะ..สวัสดีค่ะ ฉัน..ฉันฮัวปิงปิง..” เป็นอีกครั้งที่เสียงของหญิงสาวปลุกให้ทุกคนในห้องจัดเลี้ยงตื่นจากภวังค์ แม้จะไม่กี่วินาทีแต่บรรยากาศเงียบกริบกลับเต็มไปด้วยเสียงอุทานอย่างประหลาดใจ ตกใจ และเสียใจ พิณลดามั่นใจเพราะได้ยินเสียงเหมือนคนปล่อยโฮออกจากมุมใดมุมหนึ่งของห้องด้วย

แล้วแสงแฟลชก็มา เสียงชัตเตอร์กดรัวๆ เสียงนักข่าวแย่งกันถามดังระงมไปหมด พิณลดามองภาพเบื้องล่างด้วยอาการตื่นตกใจแต่พอหันไปมอง คู่หมั้นกลับพบว่าเขามีท่าทางที่นิ่งไม่แยแสต่อสายตาและราวกับไม่ได้ยินคำถามที่สาดใส่ไม่ยั้งตรงหน้าสักนิด

“ชิงหยางเตรียมรถได้เลย ฉันจะกลับแล้ว” จินหลงเอ่ยสั่งก่อนจะก้าวลงจากเวทีด้วยท่าทางน่าเกรงขาม

เลขาหนุ่มรับคำจากนายใหญ่แล้วยกวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ปกเสื้อ เรียกบรรดาบอดี้การ์ดให้มาอำนวยความสะดวกให้เจ้านาย โดยมีพิณลดาที่รีบก้าวตามหลังจินหลงอย่างรู้งาน ทั้งคู่เดินฝ่าฝูงนักข่าวที่พยายามตะโกนถามจากสองฝั่งโดยมีบอดี้การ์ดกางแขนกั้นไว้ตลอดทาง นาทีนั้นเธอแทบไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพยายามจะเดินต่อไปข้างหน้าตามแผ่นหลังกว้างๆออกไปโดยมีชิงหยางตามประกบท้าย

เมื่อเธอเหมือนจะถูกเบียดและห่างจากชายหนุ่มมือแข็งแรงก็ยื่นมาดึงมือของเธอให้ก้าวตามไปติดๆ  พิณลดามองมือข้างขวาที่ถูกมือซ้ายของเขาจับไว้แน่นมันถูกดึงกึ่งลากกึ่งจูงให้ออกจากห้องจัดเลี้ยงเพื่อตรงไปยังรถลีมูซีนคันเดิมที่จอดรออยู่แล้ว หญิงสาวบรรยายไม่ถูกว่าความรู้สึกเป็นเช่นไรมันมึนงงไปหมด จนกระทั่งมานั่งข้างเขาในรถแล้วก็ยังเหมือนจะอึ้งทึ่งอยู่แต่พอรถจะออกตัวเธอกลับส่งเสียงประท้วงเอาไว้

“เดี๋ยว ! คุณอวี้เฟยล่ะ ?

“ไม่รู้..” จินหลงตอบอย่างไม่ใส่ใจเหมือนเคย

“เธอยังอยู่ในงานนะ..คุณจะไม่พาเธอกลับด้วยเหรอ ?

“เธอกลับเองได้”

“ไม่ ! เธอต้องกลับกับเรา” พิณลดาเผลอพูดเสียงดังใส่เขาอีกแล้ว ตาคมที่เรืองวาบขึ้นนั่นทำให้พิณลดารู้ตัวจนต้องรีบยกมือจับมือขวาเขาไว้แน่นด้วยเพราะเกรงว่าเขาจะยื่นมือไปล้วงปืนมาจ่อหัวเธออีก

“ฉันขอโทษนะ.. ขอโทษจริงๆ” พิณลดาว่าละล่ำละลักแววตาอ้อนวอนขอร้องคนตรงหน้าจากใจจริง “ฉันแค่อยากให้คุณพาอวี้เฟยกลับด้วย เพราะเกิดเรื่องแบบนี้นักข่าวต้องไปรุมเธอแน่ๆ แต่ฉันขอร้อง..พาเธอไปด้วยเถอะนะ”

จินหลงฟังน้ำเสียงอ้อนวอนด้วยแววตารำคาญพลางก้มมองมือที่จับมือเขาไว้แน่น สายตาพลันอ่อนแสงลงแล้วเหลือบตาขึ้นมองสบตากลมของเธอ

 “ชิงหยาง..ไปพาอวี้เฟยออกมา” ชายหนุ่มเอ่ยบอกโดยที่ยังจ้องหน้าพิณลดานิ่ง  หญิงสาวมีท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัดใบหน้ากลมแช่มชื่นขึ้นทันตาแล้วเธอก็ปล่อยมือออกจากมือเขาพร้อมกับก้มคำนับกล่าวขอบคุณเสียงดัง

“ขอบคุณค่ะนายใหญ่ !

สักพักอวี้เฟยก็ก้าวขึ้นมาในรถ เธอมองสาวร่างอวบที่ฉีกยิ้มกว้างราวกับรอต้อนรับเธอ เมื่อมากันครบรถลีมูซีนก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงแรม สาวงามยิ้มตอบสาวอวบแม้ในใจจะรู้สึกเจ็บปวดต่อการประกาศหมั้นหมายของชายหนุ่มก็ตามที

เพราะฮัวปิงปิงไม่ได้ผิด.. ไม่ผิดที่จินหลงเลือกผู้หญิงคนนี้..แต่ที่ผิดก็คงเป็นใจของเธอเองต่างหากที่มันดันรักเขาไปแล้ว แม้ที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยให้ความหวังหรือสนใจดูแลเธอไปมากกว่าคู่ควงคนอื่นๆ แต่หัวใจเล็กๆดวงนี้ก็ยกให้เขาไปหมด

แววตาปวดร้าวนั่นส่งผ่านไปยังร่างของชายหนุ่มที่เมินมองไปยังวิวนอกหน้าต่าง เขาไม่หันมามองคู่หมั้นที่เหมือนกำลังจะสนใจวิวข้างทางมากกว่าคนในรถ แต่จินหลงก็ไม่หันมามองเธอ ทั้งๆที่อวี้เฟยตั้งใจมองจ้องเขามาตลอดการเดินทางจนถึงที่หมาย..

พิณลดาและจินหลงมาถึงห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของตึกเหอหลินกรุ๊ปเมื่อเวลาราวเกือบจะห้าทุ่ม โดยหลังจากไปส่งอวี้เฟยที่คอนโดแล้วรถก็ขับตรงมาที่นี่  แม้สาวอวบจะขอเขากลับก่อนแต่ชายหนุ่มกลับสั่งให้เธอขึ้นมาคุยงานต่อ

“มีอะไรอีกล่ะ ? พรุ่งนี้ฉันเข้ากะตีห้านะ”

“เธอใช้ปืนเป็นไหม ?

“หา !” ราวกับหูฝาดเธอขยับไปใกล้เขานิดหนึ่งแบบลืมตัว จินหลงยืนพิงโต๊ะทำงานอยู่ในขณะที่เธอยืนห่างจากเขาไม่ถึงฟุต “ฉันเหมือนมือปืนหรือไง ?

“เธอต้องพกปืนไว้เผื่อต้องใช้ดูแลตัวเอง”

“ดูแลตัวเอง?

“ก็ถ้ามันจำเป็นยามคับขัน หรือไม่ก็เอาไว้ยิงหัวกลวงๆของเธอซะ!” ท่าทางคนพูดดูเฉยเมยแต่คนฟังฟังแล้วรู้สึกขนลุกชะมัด..เลือดเย็นที่สุดจะให้ฉันยิงตัวตายเนี่ยนะ “และฉันเตรียมคนสอนเธอไว้แล้ว”

“ฉันจำเป็นต้องใช้ปืนจริงๆเหรอ?” พิณลดากะพริบตาปริบๆพูดราวกับไม่อยากเชื่อ คนอย่างเธอเนี่ยนะต้องเรียนยิงปืน

“หน้าฉันบอกว่าล้อเล่นไหม ?”คนถามหน้านิ่งสายตาเย็นชามองมายังเธอเขม็ง และทำให้พิณลดาต้องส่ายหน้าแรงๆ “พรุ่งนี้มาเวลาเดิม..วันนี้ก็กลับไปได้แล้ว”

“เรียกมาคุยแค่นี้น่ะ ?

“ก็แค่นี้..”เขาตอบสั้นๆแล้วชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินห่างตรงไปยังประตูห้องพักซึ่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานเขา  พิณลดามองตามก่อนจะนึกอะไรได้

“คุณจะไปแล้วเหรอ ?

“ใช่”

“งั้นฉันรบกวนหน่อย คือ..ฉันอยากเปลี่ยนชุด” พิณลดานึกได้ว่าเธออยู่ในชุดที่ไม่เหมาะจะเดินไปห้องเช่าสุดโทรมนักเธอจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า  จินหลงได้ยินขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าที่พักตัวเองเขาจึงหันมามองหน้าเธออย่างช้าๆ

สายตาคมกวาดมองคู่หมั้นกำมะลอในชุดกี่เพ้าสีเขียวสดปักลายงดงาม ซ้ำยังแต่งหน้าทำผมจนผิดแผกไปกว่าปรกติราวฟ้ากับเหว ความรู้สึกเห็นใจปนสมเพชเวทนาเกิดขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว ถ้าจะปล่อยให้เธอกลับไปทั้งสภาพอย่างนี้คงไม่เหมาะ แม้จะไม่ได้สวยอะไรสักนิดแต่ก็พอจะดูเป็นผู้หญิงขึ้นมาหน่อย

“ตามมานี่” เขาว่าเรียบๆก่อนจะเปิดประตูเข้าไป พิณลดารีบเดินตามเขาอย่างว่าง่าย พอเธอก้าวตามไปจนถึงภายในส่วนที่เป็นที่พักของจินหลง เธอก็เหมือนหลุดเข้าไปในนิตยสารแนะนำบ้านสวยน่าอยู่ เพราะภาพตรงหน้าของเธอคือห้องที่คล้ายห้องพักผ่อน  มันคือโซฟาผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่ที่เธอสามารถล้มตัวลงนอนได้ทั้งตัว มันอยู่แทบจะกลางห้องซึ่งหันไปหน้าทีวีแอลซีดีจอบางและกว้างซึ่งติดอยู่กับผนัง  รอบๆห้องตกแต่งด้วยของแต่งบ้านน้อยชิ้นหากแต่เน้นประโยชน์ใช้สอยและเหมือนเขาจะแบ่งห้องออกเป็นสัดส่วนแยกห้องครัวและห้องนอนไว้ต่างหาก

“สวยจัง !” พิณลดาอุทานว่าเสียงดัง ทั้งยังเดินเร็วๆเข้าไปสัมผัสโซฟาด้วยความตื่นเต้น ในหัวก็คิดถึงห้องนอนของตัวเองขึ้นมาที่ถึงแม้ไม่มีโซฟาหรือจอทีวีใหญ่เท่านี้แต่มันเหมาะกับการดูหนังซีรีย์อย่างที่สุด

“ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น..เธอรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับไปซะ” จินหลงชี้ไปยังห้องน้ำด้านนอก สายตามองมือที่ไปสัมผัสโซฟาของเขาอย่างไม่ชอบใจ เพราะจินหลงไม่ชอบให้ใครหรือคนแปลกหน้าที่ไหนมาแตะต้องของของเขา และพอพิณลดาหันมาเธอก็พบกับสายตานั้นพอดี

“แตะนิดเดียวไม่สึกหรอหรอกน่า” หญิงสาวว่าพลางชักมือออกแล้วยกสองมือขึ้นโชว์หราราวกับจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ จินหลงก็ยังยืนมองราวกับจับผิด

“เคยไว้ใจใครบ้างไหมเนี่ย ?” พิณลดาว่าราวกับบ่นตากลมมองสบตาคมดุนิ่ง  จินหลงถึงกับเลิกคิ้วสูงเมื่อถูกว่าเอาตรงๆเขาจึงทำท่าจะก้าวไปใกล้ แต่พิณลดาก็ไม่รอให้เขาก้าวมาหาเธอรีบแจ้นเข้าห้องน้ำทันที

ยัยนี่ ! นับวันจะกล้าขึ้นทุกที..ชายหนุ่มคิดก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องนอนส่วนตัวเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง

พิณลดาแต่งตัวเสร็จแล้วก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำ เธอมองไปรอบๆก็ไม่เจอร่างของเจ้าของห้องเลย เธอจึงถือวิสาสะช่วงที่ปลอดคนเดินสำรวจไปทั่ว ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทั้งยังแอบเดินไปดูห้องครัวขนาดเล็กและเดินกลับมากวาดตามองผนังด้านที่ติดประตูทางออก

รูปภาพขนาดใหญ่เด่นหราติดอยู่ตรงนั้น มันชวนให้หันไปมองเพราะมีการจัดแสงไฟส่องไปที่รูปจนเห็นชัด มันเป็นรูปคล้ายการถ่ายรวมรุ่นอะไรสักอย่างมีคนยืนบนอัฒจันทร์เรียงเป็นแถวๆอยู่ด้านหลังบุคคลสำคัญที่นั่งบนเก้าอี้อยู่ด้านหน้า   อ่านจากป้ายแล้วจึงรู้ว่าเป็นรูปรวมเหล่าบรรดาพนักงานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว พิณลดาขยับมาดูรูปใกล้ๆ พลางแหงนมองจนคอตั้ง ที่นั่งตรงกลางด้านหน้านั้นเธอคุ้นหน้าชะมัด และเห็นชัดว่าในรูปตอนนั้นเขาคงยังไม่แก่เท่าตอนนี้  

เขาคือนายท่านเหอหงเหลยอดีตนายใหญ่แห่งอาณาจักรเหอหลินกรุ๊ป เธอจำเค้าหน้านั่นได้แม่นเพราะเคยเจอที่โรงแรมมาก่อน ภาพของชายชราผู้แผ่รัศมีความมีอำนาจบารมีแบบนั้นทำให้เธอจำได้จนติดตา

หญิงสาวตั้งใจมองมากขึ้นชักสนใจคนในภาพขึ้นมาเพราะที่นั่งข้างขวาเป็นหญิงสาวหน้าละม้ายคล้ายนายท่านและบนตักมีเด็กชายหน้าฝรั่งนั่งอยู่ด้วย ข้างๆนั้นเป็นชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่นั่งเอียงตัวมาใกล้และจับมือเด็กชายไว้ข้างหนึ่ง พิณลดาคิดว่านี่คือพ่อแม่ของฮาน พอมองถัดไปอีกก็เป็นชายหญิงชาวจีนอีกสองคู่ที่ต่างอุ้มเด็กชายตัวจ้ำม่ำผมดำขลับไว้ด้วยเช่นกัน หรือนี่จะเป็นครอบครัวของเหอหย่งเล่อและถัดมาจะเป็นครอบครัวของเหอจางฉวน

พิณลดาเผลอพยักหน้าชื่นชมมันสมองของตนเองที่สามารถจดจำคนในครอบครัวตระกูลเหอได้ เธอจำจากประวัติที่ชิงหยางนำมาให้อ่านคร่าวๆ เพราะจินหลงบอกว่าต้องพาเธอไปพบญาติๆของเขาด้วย พอย้ายสายตามาฝั่งด้านซ้ายก็พบผู้ชายหน้าเคร่งขรึมที่เหมือนกับนายท่านหงเหลยมาก เขานั่งข้างหญิงสาวชาวต่างชาติผู้มีใบหน้าสวยหวานราวกับภาพวาดและบนตักหญิงสาวมีเด็กนั่งอยู่ เด็กชายลูกครึ่งที่มีใบหน้าน่ารักน่าชังนี่น่าจะเป็นจินหลง

เธอมองไปยังบรรดาพนักงานนับร้อยชีวิตที่ต่างยืนเรียงหน้ากระดานกันอย่างเป็นระเบียบ แต่มีเพียงชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่แปลกกว่าคนอื่น เพราะสองคนนี้ไม่ได้อยู่ในแถวบนอัฒจันทร์หากแต่มายืนอยู่ด้านหลัง                นายท่านหงเหลย..

น่าแปลก ? ทำไมสองคนนี้ถึงได้ยืนในจุดที่ต่างจากคนอื่น  ใบหน้าผู้ชายดูไม่ค่อยชัดเจนนักเพราะเขาสวมแว่นตาดำซะจนเดาหน้าตาไม่ถูกแต่เขาไม่ยิ้มเลย ผิดกับหญิงสาวตัวอวบถักเปียที่ยืนข้างกัน เธอคนนั้นฉีกยิ้มเสียกว้างจนตาเล็กหยี

ทั้งคู่เป็นใคร..มีความสำคัญขนาดไหนกันนะ ?

พิณลดารู้สึกเหมือนคาใจกับคนสองคนนี้เสียจริง จนอยากจะดูให้ชัดกว่านี้ แต่ภาพนั้นก็อยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึงนี่สิ

“ดูพอหรือยัง ?” เสียงเย็นๆที่ดังมาจากข้างหลังทำให้พิณลดาสะดุ้งโหยงเธอรีบหมุนตัวหันมาทันที แล้วตากลมก็เจอกับอกเสื้อยืดสีเทาเนื้อดีที่แนบเนื้อจนมองเห็นมัดกล้ามของชายหนุ่มเด่นชัด ใบหน้ากลมจึงค่อยๆเงยหน้ามองเขาจนสบประสานสายตาคมดุในที่สุด

“มาตอนไหนเนี่ย ?

“ไม่รู้ตัวงั้นสิ ?” พิณลดายิ้มแหยกับน้ำเสียงเย็นชาและใบหน้าดุของเขา เธอยกมือซ้ายเกาข้างแก้มแก้เก้อด้วยความขัดเขินและทำอะไรไม่ถูก เพราะเธอไม่รู้จริงๆว่าจินหลงมายืนอยู่ข้างหลังเธอเมื่อไหร่และนานขนาดไหนแล้ว ซ้ำยังใกล้เอามากๆ

“งั้นฉันกลับละ ขอบคุณค่ะ”หญิงหมุนตัวกลับหลังเตรียมพร้อมจะพุ่งตัวออกจากห้องหากแต่ต้องหยุดชะงักเพราะถูกมือแกร่งคว้าจับไหล่ไว้ซะก่อน เธอหันมามองมือขวาของเขาที่จับไหล่ซ้ายเธอไว้แน่น ก่อนที่เธอจะเอียงหน้ามามองเขาอย่างสงสัย “อะไรล่ะ ?

“เอาของของเธอกลับไปให้หมด” จินหลงชี้มือไปยังชุดกี่เพ้าที่เธอวางพาดไว้บนโซฟา พิณลดาหันไปมองตามและคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ของของเธอ แต่ทิ้งไว้เขาก็คงไม่ได้ใช้เธอจึงยกจับมือเขาออกจากไหล่ก่อนจะเดินตรงไปยังโซฟาแล้วคว้าชุดนั้นมาถือ

“ฉันเอากลับไปก็ได้” พิณลดาว่าแล้วก็ม้วนชุดสวยๆเป็นก้อนกลมอย่างไม่ค่อยจะสนใจอยากได้นัก ในขณะที่จินหลงมัวแต่ก้มมองมือตัวเองที่รู้สึกเหมือนถูกยัยนั่นปัดออกจากไหล่

 “ลาล่ะค่ะ” เธอบอกก่อนจะโค้งตัวลาจนหัวต่ำกว่าเอว มันดูเหมือนกับประชดและจินหลงก็มองตามอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก


================================================

 แจ้งเพื่อทราบนะคะ

เราอัพถึงแค่นี้นะคะ ที่เหลือหากสนใจสามารถซื้อแบบ Ebook ได้ที่ MEB ส่วน  hytexts ขอเวลาสัก 1 สัปดาห์นะตัวเอง

ส่วนแบบเล่มพิมพ์นั้น คาดว่าจะเปิดจองประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน ค่ะ


ขอบคุณค่ะ

พายพิณ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #21 We'r View (@wewewe-view) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 17:12
    รอหนังสือน้าาา
    #21
    0
  2. #20 so flareon (@myfirstlove123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 18:43
    :D
    #20
    0
  3. #17 Mr.kc (@miki1992) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 22:39
    ทำ e-book โหลดฟรีป่าวค่ะ
    #17
    1
    • #17-1 พายพิณ (@pumpjaa) (จากตอนที่ 10)
      13 ตุลาคม 2558 / 11:44
      ebook เป็นแบบขายค่ะ
      #17-1