เดิมพันสวาท (ฉบับปรับปรุง)

ตอนที่ 4 : ฝันค้างของนางเอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ต.ค. 58

ตอนที่ 4

ฝันค้างของนางเอก

 

 

 

 

 

“สวยจริงเว้ย เฮ้ยใครนะนั่น”

แก้วตาดำทอประกายแพรวพราวยามจับจ้องมองภาพเงาสะท้อนในกระจกของตัวเองอย่างหลงใหลได้ปลื้ม

ไอ้เค้าความงามนั่นมันก็พอมีอยู่บ้าง พอแต่งเติมเพิ่มสีสันเข้าไป และยิ่งใครต่อใครพากันมาสรรเสริญเยินยอชื่นชม ทำให้มุกอันดายิ่งรู้สึกหัวใจพองโตคับอกเข้าไปใหญ่ จนแทบตัวลอยไม่ติดพื้น

หญิงสาวขอตัวเข้าห้องน้ำ เพื่อสำรวจตรวจเช็กความงามในชุดสุดเซ็กซี่ที่ตอนแรกอิดออดกระมิดกระเมี้ยนไม่ยอมใส่ แต่ตอนนี้ความมั่นใจมาเกินร้อยแล้ว...ก่อนจะล้างมือแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ

มาคุสยืนกระสับกระส่ายรออยู่หน้าประตูทางเข้ามาครู่ใหญ่

“เข้าไปทำอะไรนานจริง” เขาบ่นเบาๆ เกรงมายาวีจะมาตามตัวกลับไปเสียก่อน และแล้วร่างโปร่งบางเพรียวสวยในชุดสุดเซ็กซี่ที่เขารอคอยก็แหวกม่านบังตาเดินออกมา

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมไอ ทำให้คนที่กำลังจะเดินผ่านไปชะงัก เหลียวหน้ามามองร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้ประตู ก่อนจะเบิ่งตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“คุณ” ดวงตามองชายหนุ่มที่ไม่คาดว่าจะพบกันเร็วกว่าที่คิด

“มาได้ยังไงนี่?” พึมพำขึ้นมาอย่างสงสัย และก็ได้คำตอบในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า เขาก็ต้องมากับคู่ควงคนสวยแน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้ทันมองเห็นเท่านั้นเอง

มุกอันดาเชิดหน้า ทำท่าจะก้าวเท้าเดินหนีไป เพราะไม่มีเรื่องอะไรจะเสวนาด้วย แต่ชายหนุ่มยกมือขึ้นมากระดิกยิกๆ ตรงหน้าขวางทางไว้เสียก่อน

“หนี้ที่ติดค้างผมไว้ล่ะ”

งานเลี้ยงกำลังสนุกสนาน แต่หมอนี่ก็ยังมีหน้าตามมาทวงหนี้เธอ เขาเห็นเธอเป็นคนยังไง กลัวว่าจะไม่ยอมชดใช้หนี้คืนให้หรือไงกัน...ทั้งที่ตั้งใจจะชิ่ง แต่เมื่อคิดว่ายังมีแนวโน้มสูงที่จะเจอกันอีก...อย่างงานวันนี้นี่ไง...จึงตัดใจจ่ายๆ ไปเสียให้หมดความรำคาญ ดีกว่าให้เขาจะเอาเธอไปพูดกับคู่ควง แล้วโดนมายาวีหรือยี่โถเอาไปประจานที่ไหนให้เสียชื่อ

แม้จะเป็นแค่นักแสดงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่มุกอันดาก็ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองไม่น้อย

หญิงสาวชักสีหน้า ก่อนจะตอบอย่างเสียไม่ได้

“รอเดี๋ยวแล้วกัน” ร่างบางเดินกระแทกเท้าจากไป ให้ชายหนุ่มชะเง้อชะแง้คอยาวมองตาม

มุกอันดาเดินไปหาอาหมึก สุริยนต์ ก่อนจะเอ่ยยืมเงินอย่างเกรงใจ แต่ก็ดีกว่าให้เธอต้องมารำคาญใจกับหมอนั่นอยู่เรื่อย...ตั้งแต่เขาเรียกร้องค่าเสียหายที่เธอทำให้รถเขาเป็นรอยเท่าแมวข่วน แถมยังแอบมองหน้าอกเธอ โดยไม่เห็นแก่ความดีที่อุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเปลี่ยนยางรถให้ มุกอันดาก็รู้สึกเกลียดขี้หน้าหล่อๆ นั่นขึ้นมาทันที และไม่อยากมีหนี้สินติดค้างให้เขาต้องตามล้างตามทวงอีกต่อไป จึงตัดความรำคาญเสีย...ด้วยการยอมเป็นหนี้ผู้กำกับที่นับถือดีกว่า

หญิงสาวกลับมาใหม่ พร้อมกับแบงค์ละหนึ่งพันบาทห้าใบ

“เอาไปซะ แล้วก็ไม่ต้องคอยตามฉันเป็นสัมภเวสีอีกล่ะ” ยัดเยียดเงินห้าพันใส่มือใหญ่ที่กระดิกรอท่า แล้วสะบัดหน้าพรืดหนี อย่างไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวข้องแวะอะไรกันอีกแล้ว

มาคุสมองเงินในมืออย่างอึ้งๆ ชักเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของหญิงสาวกับผู้กำกับหนุ่มใหญ่ และเรื่องอะไรเขาจะยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงไปง่ายๆ ไม่ได้แกล้งเธอ ไม่ได้เจอหน้าคนที่อยากตอแย จะไปสนุกอะไร

“เดี๋ยวสิคุณ” เขารั้งข้อมือเล็กนั่นไว้ ดึงให้มุกอันดาหันกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะคลี่เงินในมือเป็นรูปพัดโบกไปมาตรงหน้าสวยๆ

“ห้าพันนั่นมันเมื่อตอนห้าโมงเย็น...แต่นี่ผ่านไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว...เงินนี่มันก็ควรจะงอกดอกออกผลทำกำไรให้ผมไปเยอะแล้ว จะมาจ่ายห้าพันได้ยังไง”

“อะไรนะ?” ลูกตาคนถามแทบหลุดเบ้า

“ผมไม่รับห้าพัน” เขายัดเงินคืนใส่มือเล็ก

“ถ้าจะจ่ายตอนนี้ต้องหมื่นหนึ่ง”

“ฝันไปเถอะ” มุกอันดาดึงมือตัวเองกลับ ไม่ยอมให้เขาแตะต้องเนื้อตัวอย่างรังเกียจ สายตากวาดมองผู้ชายตรงหน้าที่ตามตอแยหาเรื่องเธออย่างไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

ทั้งที่เจอกันครั้งแรกยังรู้สึกดีกับเขา ตอนที่ซินดี้เอ่ยปากว่าเสียดายที่หนุ่มหล่อตรงหน้ามาเป็นแฟนของมายาวี เธอยังนึกเห็นพ้องด้วย แต่วินาทีนี้ มุกอันดารู้แล้วว่า เพราะเขาเองก็เป็นคนประเภทเดียวกับนางเอกสาว ที่เหมาะสมกันอย่างกะผีเน่ากับโลงผุ มิน่าล่ะ ถึงคบหากันได้

“ไม่เอาก็อย่าเอา แล้วก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะชดใช้อะไรให้คุณ ในเมื่อไม่มีใครเห็นว่าฉันเป็นคนทำให้รถคุณเป็นรอยนั่นสักหน่อย หลักฐานอะไรก็ไม่มี อย่ามากล่าวหากันดีกว่า” หน้าเชิดๆ ลอยๆ ว่าขึ้นอย่างเป็นต่อ

แทนที่มาคุสจะโกรธ กลับหัวเราะเสียงดัง

“เหมือนที่คุณกล่าวหาว่าผมมองหน้าอกคุณงั้นเหรอ?” พูดแล้วดวงตาวับวาวที่ฉายในแสงสลัวก็เลื่อนลงมามองเนินเนื้ออวบอิ่มที่ปริ่มอยู่ตรงอกชุดสายเดี่ยวอย่างขันๆ

มุกอันดาอ่านสายตาเขาแล้วเลื่อนไล้สายตามองตาม รีบยกแขนข้างหนึ่งรีบตะปบมือปิดบังตัวเอง แต่ดูท่าจะไม่ทันการเสียแล้ว เงยหน้าขึ้นมาค้อนขวับ

“คุณจะไม่จ่ายก็ไม่เป็นไร...แต่ผม” เขาเคาะนิ้วลงที่ขมับ

“จดลงไว้ในนี้หมดแล้ว ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ผมจะทวงคืนให้ครบทั้งต้นและดอกอย่ามาหาว่าหน้าเลือดล่ะ” ว่าแล้วก็ขยิบตาให้กวนประสาท พร้อมกับแตะมือตะเบ๊ะล้อเลียนเธอ

ก่อนร่างสูงเดินผ่านหน้าไป โดยที่มุกอันดายังกำเงินห้าพันอยู่ในมือ...หนี้ที่เขาไม่ยอมรับ

ใบหน้างงงันมองตามหลัง พร้อมสายตาขุ่นเคือง กลีบปากอวบอิ่ม ขมุบขมิบไล่ตามหลังไป

“หมอนี่ประสาทดีหรือเปล่า มาตอแยอะไรกับฉันอยู่ได้”  ส่ายหน้าเพราะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาจะคอยมายุ่งเกี่ยวป่วนประสาทเธอทำไมกัน

+++++++++

 

“มาแล้วนั่นยังไงล่ะ มุกอันดา...มานี่...มานี่”

อาหมึก สุริยนต์กวักมือเรียก เมื่อเห็นหญิงสาวเดินกลับมา

“มานี่เลย นั่งลงตรงนี้” ชี้มือไปที่เก้าอี้ข้างๆ ระหว่างอาหมึก กับผู้ชายอีกคน ก่อนจะแนะนำ

“นี่เสี่ยกัง นายทุนผู้สนับสนุนละครหลายเรื่องของอาให้ดังเปรี้ยง ปร้างเรตติ้งกระฉูด”

มุกอันดายกมือขึ้นไหว้ผู้ชายเชื้อสายจีนทั้งหน้าตาและชื่อเสียงเรียงนามอย่างนอบน้อม เขากวาดตามมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า และเท้าจรดศีรษะอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะหันไปยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ

“ว่าไงครับเสี่ย นางเอกใหม่ของผม” กล่าวถามและนำเสนออย่างภาคภูมิใจ

“สวย” คำตอบคำเดียวสั้นๆ ไม่อาจคาดเดาการตัดสินใจของเสี่ยใหญ่ได้

“แน่นอนอยู่แล้วว่าสวย...แถมยังเล่นบู๊เก่งมาก เป็นสแตนอินให้วีวี่มาก็หลายเรื่องแล้ว” หมึก สุริยนต์ยกนิ้วการันตี

“อื้ม....” เสี่ยกังครางในคอ สายตาจับจ้องคนสวยตรงหน้าอย่างครุ่นคิดไม่ตก ก่อนจะหันไปทางผู้กำกับ

“ละครเรื่องใหม่ที่ผมเสนอบทให้เสี่ยไป ก็เลยว่าจะดันให้หนูมุกขึ้นเป็นนางเอกนักบู๊คนใหม่ที่ค่ายเราจะปั้น รับรองว่าเสี่ยต้องไม่ผิดหวังแน่ๆ ผู้กำกับรีบฮุคเข้าประเด็นสำคัญ รอการตัดสินใจ

เสี่ยกังลูบคางไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นในที่สุด

“โปรเจคที่หมึกเสนอมา มันก็น่าสนใจอยู่”

มุกอันดายิ้มกว้างหวานหยด ในใจเต้นตึกตักแรงอย่างลุ้นระทึก

“แต่พูดก็พูดนะหมึก...ตอนนี้กระแสละครพวกคอมเมดี้ ตลกเบาสมอง หรือละครผีๆ กำลังมาแรง ถ้าขืนดันละครบู๊ขึ้นมาแข่ง มันก็มี สวยประหาร หวานใจเจ้าพ่อรอคิวลงจออยู่แล้ว...เรื่องนี้เราก็ได้วีวี่นางเอกระดับแม่เหล็กมาช่วยดึงเรตติ้งให้พอสูสีสู้ช่องอื่นเขาได้...แต่ถ้าจะปั้นนางเอกใหม่ และยังให้ลงละครบู๊ตอนนี้อีก เสี่ยว่ามันเสี่ยงเกินไป” เสี่ยกังกล่าว หลังจากครุ่นคิดอยู่นานสองนาน

ทั้งสุริยนต์และมุกอันดาหน้าเสีย เมื่อคำอธิบายยาวเหยียดนั่นเห็นแววว่าจะ say no มากกว่า yes

“ละครเรื่องต่อไป เสี่ยเลยอยากได้พวกเรื่องตลกเบาสมองมากกว่า เพราะคนทุกวันนี้เครียดทั้งเรื่องการเมือง เรื่องปากท้อง...ละครมันต้องคลายเครียด ไม่ใช่ไปเพิ่มความเครียดให้ชาวบ้าน อย่างนี้ เราจะไปแย่งเรตติ้งช่องอื่นได้ยังไง”

มุกอันดาหันไปสบตากับผู้กำกับใหญ่ที่เริ่มหน้าเครียดขึ้นมา ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

“เรื่องที่หมึกเสนอมา บทมันดีก็จริง แต่ละครบู๊นี่ไหนจะค่าเอฟเฟ็กต์ ไหนจะค่าฉากที่เราทั้งระเบิดภูเขาเผากระท่อม บานตะไท สู้พวกคอมเมดี้ไม่ได้ ต้นทุนต่ำหน่อย ค่อยน่าลุ้น ถึงขาดทุนก็ยังไม่เท่าไหร่ ยังไงเสี่ยต้องขอกลับไปคิดดูอีกทีก่อน แต่คงไม่ทำละครบู๊ออกมาติดๆ กันแน่”

เป็นอันชัดเจนว่า ความหวังของเธอ และความตั้งใจของอาหมึก สุริยนต์ ถูกนายทุนอย่างเสี่ยกังปฏิเสธเป็นที่แน่นอน มุกอันดาหน้าเสีย แต่คนที่ดูจะผิดหวังกว่าเธอเห็นจะเป็นผู้ที่หวังช่วยทั้งผลักทั้งดันให้แจ้งเกิดในวงการ

“เสี่ยก็รู้ว่าผมไม่ค่อยถนัดละครไร้สาระพวกนั้นเท่าไหร่”

“เฮ้ย...ไร้สาระในสายตาลื้อ นั่นแหละตัวทำเงินให้อั๊วะ...แล้วอีกอย่าง ตอนนี้เสี่ยกำลังจีบขอคิววีวี่อยู่ ละครเรื่องต่อไป ต้องเป็นตลกคอมเมดี้ และมีวีวี่เป็นนางเอกด้วยเท่านั้น” เสี่ยกังประกาศถือว่าเป็นอันเด็ดขาด ทำให้สุริยนต์ถึงกับหงุดหงิดทีเดียว เมื่อได้รับการปฏิเสธ และยังยัดเยียดนางเอกที่ไม่อยากร่วมงานด้วยมาให้

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้มุกอันดารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเองนัก ที่โลดแล่นในวงการมาหลายปี แต่ก็ไม่เคยได้บทดีๆ เด่นๆ เสียที...เพราะโอกาสไม่เคยมีมาถึง

“งั้นผมคงไม่กำกับงานที่ไม่ถนัด กลัวออกมาไม่ดี” อาหมึกยื่นไม้ตายสุดท้าย

“ล่าย...ล่าย....” เสี่ยกังยื่นมือไปตบบ่าผู้กำกับเบาๆ พร้อมหัวเราะร่วน

“เสี่ยก็คิดไว้แล้วว่าหมึกจะไม่รับแน่ๆ นี่ก็เลยติดต่อผู้กำกับหนังร้อยล้านไว้ ให้เขาลองมาชิมลางกำกับละครเรื่องนี้ดู เผื่อจะมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มาให้คนดูสนใจ”

มุกอันดาอ้าปากค้าง เพราะนอกจากจะไม่ได้งาน ยังกอดคอกับผู้กำกับที่เคารพรักตกงานกันทั้งคู่

เสี่ยกังลุกจากโต๊ะไปทักทายคนอื่นๆ แต่อาหมึกของเธอ ก็ยังยกเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่ากรอกลงคอ อย่างจะดื่มให้ลืมความเสียใจผิดหวัง อย่างกับมันช่วยแก้เครียดให้ได้...ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงไม่ห้ามปราม แต่นี่ใบหน้าของอาหมึกแดงขึ้นเรื่อยๆ จนเส้นเลือดที่หน้าผากและข้างขมับปูดโปนออกมาชัดเจน

“พอเหอะอา...กินมาเยอะแล้วนะ เดี๋ยวก็ได้เส้นเลือดแตกหรอก” มุกอันดาแย่งคว้าแก้วเหล้าของสุริยนต์มา

ผู้กำกับใหญ่มองหน้าอย่างไม่พอใจ

“ยุ่งอะไรวะไอ้มุก ข้าไม่ใช่จะดื่มทุกวันเสียหน่อย นานๆ มีงานเลี้ยงที กินเหล้าฟรีนะเว้ย ก็ต้องเอาให้คุ้ม”

“แต่หมอสั่งห้ามไม่ใช่เหรออา” สายตาละห้อยเสียงอ่อยท้วง

“เฮ้ย! หมอไม่ใช่พ่อ” น้ำเสียงอ้อแอ้ตวาด “แกเองก็ไม่ใช่แม่ข้า ไปไหนก็ไปไป๊...อย่ามาขัดคอ อาอยากกินเหล้าคนเดียว” ว่าพร้อมกับโบกมือไล่ อย่างรำคาญใจ

“ไปสิวะ งานเลี้ยงปิดกล้องทั้งทีเขาให้มาสนุกกัน ออกไปสนุกกับพวกทีมงานไป”

มุกอันดาจึงจำใจลุกจากโต๊ะของอาหมึก ที่อยากนั่งดื่มเหล้าแก้กลัดกลุ้มเพียงลำพัง เดินไปหาคนอื่นๆ ที่กำลังเม้าธ์กันมันหยด

+++++++++

 

“แหม! นางฟ้า กว่าจะปลีกตัวมาเสวนากับคนเดินดินได้นะยะ” แอนนาจีบปากจีบคอประชดประชัน ที่เทียวชวนอยู่นานสองนาน มุกอันดาก็ยังไม่ยอมมานั่งโต๊ะเดียวกับพวกเธอ

สายตาของมุกอันดา มองไปยังโต๊ะที่ผู้กำกับใหญ่นั่งซดเหล้าอยู่คนเดียวอย่างห่วงใย

“ดูท่าโปรเจคเรื่องหน้าจะผ่านฉลุยล่ะสิ...อาหมึกถึงดื่มฉลองอย่างนั้น” อ้อยใจถาม

มุกอันดาส่ายหน้าอย่างปลดปลงพร้อมถอนใจเฮือกใหญ่

“เสี่ยกังว่าจะให้ผู้กำกับคนอื่น ทำละครเรื่องใหม่ และให้วีวี่เล่นเป็นนางเอก”

“อะไรนะ?” คนอื่นๆ พากันหน้าตาตื่น

“อย่างนี้ก็ตกงานกันทั่วหน้าน่ะสิ” ทีมงานที่จับกลุ่มเม้าธ์มันพากันโวยวายขึ้นมา

“ทำยังไงดีล่ะ...ฉันก็อุตส่าห์หวังว่าเสร็จงานนี้จะได้พักสักหน่อยแล้วค่อยไปเตรียมงาน เพราะเห็นทุกทีไม่ว่าอาหมึกจะเสนอเรื่องไหน เสี่ยไม่เคยปฏิเสธสักที” ปีนังดูจะเครียดกว่าใคร เพราะเป็นผู้จัดการกองถ่ายให้อาหมึกมาหลายเรื่อง

“หรือจะลองไปสมัครงานกับคุณมาร์คกันไหม?” ซินดี้เสนอขึ้นมา

“พวกพี่ๆ จะทิ้งอากันหรือ?” มุกอันดาถามหน้าเสีย

“ฮึ้ย...ไม่ใช่” แอนนารีบปฏิเสธ

“ก็ตอนนี้อาหมึกพักงาน แต่เรายังต้องกินต้องใช้ทุกวัน จะรองานจากกองฯอาหมึกคนเดียวได้ไงเล่า”

“ใช่ๆ อีกอย่างนะ ท่าทางคุณมาร์คก็ดูจะใจดีด้วย ตอนที่เราถามเขาก็ไม่ว่าไร อย่างนี้สิค่อยมีหวังหน่อย”

ทีมงานปรึกษากัน มุกอันดาหันมองหน้าคนนั้นที คนนี้ทีอย่างสงสัย ก่อนจะถามให้หายข้องใจ

“ใครหรือพี่ คุณมาร์ค ผู้กำกับใหม่ที่ว่าจะมากำกับแทนอาหมึกนะเหรอ?”

“ไม่ใช่...คนนี้เป็นผู้กำกับหนัง”

“ผู้กำกับหนัง?” มุกอันดาทวนคำ

“เรื่องอะไรบ้างล่ะคะ? แล้วเขาเก่งทำหนังบู๊เท่าอาหมึกเลยเหรอ?”

“ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยเห็นผลงาน แต่งานนี้โปรเจคใหญ่ยักษ์มาก ได้ข่าวว่าทุนสร้างเป็นร้อยล้านเชียวนะ”

มุกอันดาตาโตทันทีที่ได้ยินโปรเจคนี้เห็นจะใหญ่ยักษ์จริงอย่างที่ว่า และน่าจะมีบทให้ตัวละครเล็กๆ อย่างเธอได้เล่นบ้างก็ได้

“เออนี่ยัยมุก...เธอไปคัดตัวสิ เขาบอกอยู่ว่าสนใจเธอ”

มุกอันดาตาโต ทำหน้างง ชี้หน้าตัวเอง

“สนใจมุก แปลว่าเขาเคยเห็นผลงานมุกมาก่อนเหรอ?”

“ใช่สิ...ก็เขาไปยืนดูเธอถ่ายละครมาทั้งวันนี่” หญิงสาวยิ่งขมวดคิ้วมุ่นสงสัยเข้าไปใหญ่

“ก็ผู้ชายคนนั้นไง คนที่ยัยวีวี่ควงไปกองถ่าย”

มุกอันดายิ่งอึ้งอีกเป็นเท่า ก่อนจะพึมพำออกมาเหมือนละเมอ

“แฟนของวีวี่นะเหรอคะ?”

“ใช่ที่ไหน...เขาบอกว่าแค่เป็นเพื่อนกัน” ซินดี้ค้านพร้อมค้อนขวับอย่างไม่เห็นด้วย

“นั่นแหละๆ คนนั้นแหละเขาบอกสนใจจะชวนเธอไปแคสติ้งการแสดง” อ้อยใจรีบเสริม เพราะยังอยากร่วมงานกับน้องรักอย่างมุกอันดาอยู่

หญิงสาวเงียบไป ไม่แน่ใจว่าคนอย่างเขาจะพูดจริง ตอนที่เจอกันเมื่อครู่นี้  ก็ไม่เห็นเขาพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับงานทั้งนั้น นอกจากทวงตังค์ แถมพอจ่ายให้ก็ยังไม่ยอมรับไปอีก ผู้ชายบ้าอะไร กวนประสาทชะมัดไม่เคยพบเจอ

“ฉันได้ยินว่าเป็นหนังร่วมทุนกันสร้างระหว่างไทยกับฝรั่งเศส คุณมาร์คแกเป็นลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส และเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ด้วย จะมีการแคสติ้งนักแสดงวันจันทร์หน้านี้ ถ้าสนใจยังไงก็ลองไปดูได้นะ”

มุกอันดาอ้ำอึ้ง ไม่แน่ใจนักว่าเธอสมควรไปหรือเปล่า? เพราะถ้าหนังที่มีผู้ชายคนนั้นเป็นผู้กำกับ ก็เท่ากับว่าเธอจะต้องเจอหน้าเขาบ่อยๆ และในฐานะผู้กำกับเขาก็อาจจะหาเรื่องโขกสับกลั่นแกล้งเธอได้เต็มที่...จึงทำให้คิดหนัก

แต่ถ้าไม่ลองไปแคสติ้งคัดตัวงานนี้ ตอนนี้ก็เท่ากับเธอยังไม่มีงานอะไรเป็นรายได้อยู่ในมือให้อุ่นใจ ยังไงถ้าลองดูก็ไม่น่าจะเสียหาย อีกอย่างหนึ่ง นี่ก็เป็นโปรเจคใหญ่ และในฐานะผู้กำกับ หวังว่าเขาคงมีเป็นมืออาชีพพอจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวไปเกี่ยวข้องกับเรื่องงาน

+++++++++

 

ลังจากงานเลี้ยงปิดกล้องที่สนุกสนานครึกครื้น มุกอันดากับทีมงานอีกสองคน ก็ช่วยกันหอบหิ้วอาหมึก สุริยนต์ที่เมาแอ๋ ไปส่งที่บ้านของมยุรา และกว่าจะนั่งรถแท็กซี่กลับมาถึงบ้านก็ราวตีสองได้

สร้อยไหมยังไม่นอน เพราะรอลูกกลับบ้านมาก่อนเช่นทุกวัน

“เป็นไงยัยมุก...งานเลี้ยงสนุกไหม?”

มุกอันดาสะดุ้งตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนนั่งอยู่มืดๆ พอเห็นเป็นแม่ก็ยกมือขึ้นลูบอก

“แม่มาซุ่มทำอะไรอยู่มืดๆ จ๊ะนี่ มุกตกใจแทบแย่” บ่นไม่จริงจัง แล้วเดินไปเปิดแสงไฟให้สว่างเพียงพอ ก่อนจะไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม

“ก็มานั่งใส่บุหงา ดีกว่าปล่อยเวลาไปเปล่าๆ จะนอนก็นอนไม่หลับ”

“แม่รอมุกอยู่หรือจ๊ะ?”

ผู้เป็นแม่ยิ้มเยือน

“ก็รอทั้งสองคนนั่นแหละ”

“อะไรกัน พี่เมธก็ยังไม่กลับเหรอจ๊ะ” ถามแล้วเงยมองนาฬิกาที่ข้างฝาอย่างนึกห่วง

เสียงมอเตอร์ไซด์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ก่อนที่ใบหน้าเหนื่อยๆ และร่างสูงใหญ่ของเมธาจะโผล่เข้ามา

“โอ้โหเฮะ...ยังไม่เข้านอนกันทั้งแม่ทั้งยัยมุกเลยเหรอนี่?” เขาถามยิ้มๆ เดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนจะเทน้ำใส่แก้วยกขึ้นมาดื่มอั๊กๆ อย่างหิวกระหายจัด

“ทานข้าวมาหรือยังล่ะเมธ?”

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ส่ายหน้า มองมารดาตาละห้อยอย่างออดอ้อน พร้อมยกมือลูบท้อง

“ทานมาเมื่อหัวค่ำแล้วจ๊ะ ตอนนี้หิวมากๆ เลยจ๊ะแม่”

“มีแกงเหลืองปักษ์ใต้กับคั่วกลิ้ง รอเดี๋ยวนะ แม่ไปอุ่นให้” สร้อยไหมบอกลูกชาย ก่อนหันมาถาม

“เราล่ะยัยมุก จะทานด้วยหรือเปล่า เดี๋ยวแม่ตักข้าวมาเผื่อให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ มุกอิ่มแล้ว” สร้อยไหมจึงเดินไปในครัว

เมธายื่นมือมาขยี้หัวน้องสาว ที่วันนี้แต่งหน้าแต่งตัวทำผมเสียสวย

“ไงว่าที่นางเอกใหม่ ปลาบปลื้มใจถึงกับกินอะไรไม่ลงเลยหรือ” ถามล้อๆ

มุกอันดาเงยหน้ามองพี่ชายถอนใจอย่างเซ็งๆ อุตส่าห์ดีใจจนป่าวประกาศไปทั้งบ้านว่าจะถูกอาหมึกดันให้เป็นนางเอก แล้วก็ต้องกลายเป็นนางฟ้าตกวิมานฝันค้างเสียแล้ว

“เสี่ยกังเขาไม่เอาเรื่องนั้น....ก็เลยไม่มีนายทุน”

“อ้าว...อย่างนี้ก็ว่างงานล่ะสิเรา” เมธาถามขึ้น

มุกอันดาพยักหน้าอย่างเซ็งๆ

“ก็คงต้องไปหางานตามกองอื่นดู...แล้วพี่เมธล่ะ ไม่มีงานแนะนำหรือไง?”

สองพี่น้องยึดอาชีพนักแสดงแทนเช่นเดียวกับบิดา เพราะความชื่นชอบที่เคยติดสอยห้อยตามพ่อไปกองถ่ายเมื่อครั้งเป็นเด็ก จึงยึดถือเป็นอาชีพที่พวกเขาใฝ่ฝัน แม้จะรู้ว่าสร้อยไหมไม่ค่อยสบายใจนักและไม่เห็นด้วยที่ทั้งสองเลือกเดินตามรอยบิดา แต่นางเห็นว่าเป็นอาชีพที่ลูกรักและใฝ่ฝัน จึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร แต่มักจะเตือนให้สติเสมอว่า

แม่มีลูกสาวลูกชายอย่างละคน...เมื่อเลือกที่จะทำอาชีพที่มันเสี่ยงกว่าชาวบ้านเขา ทั้งเมธและมุกก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ เพราะไม่ว่าถ้าลูกคนใดคนหนึ่งเป็นอะไรไป แม่คงจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้

ทั้งสองรับปากรับคำมั่นเหมาะว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่สูญเสียบิดาไป ครอบครัวก็ระส่ำระสายและเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  กว่าสร้อยไหมจะหายโศกเศร้าอาดูรและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาทั้งสอง...ผู้เป็นแม่คงรับการสูญเสียคนที่รักไปอีกไม่ได้แล้ว

ไม่ต้องห่วงหรอกจ้าแม่จ๋า เราสองคนสัญญาว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี มุกอันดาออดอ้อน

อีกอย่างเดี๋ยวนี้อาชีพสตั๊นท์ก็ไม่ได้เสี่ยงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีอุปกรณ์ป้องกันไฮเทคสารพัดมาช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้เยอะ ทั้งสองช่วยพูดให้มารดาสบายใจ นั่นแหละท่านจึงยินยอมให้พวกเขารับงานเสี่ยงตายแทนคนอื่น

“เออ พี่ได้ยินเจ้ารัชมันว่า จะมีกองถ่ายหนังจากต่างประเทศมาคัดตัวแสดงวันจันทร์หน้าที่สตูดิโอเจ็ด เราสนใจไหมล่ะ?”

“แล้วพี่เมธล่ะ...ไม่ไปเหรอ?” มุกอันดาแหงนหน้าถามพี่ชายที่ยังยืนอยู่

เมธาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยๆ

“หนังที่พี่ถ่ายจะปิดกล้องวันนั้นพอดีเลย และพี่ก็รับเรื่องใหม่ไว้แล้ว คงไม่ไปคัดตัวกับเขาหรอก แต่เจ้ารัชมันได้แสดงด้วยนะ เห็นว่าผู้กำกับคิวบู๊ฮ่องกงที่เคยทำงานด้วยกันชวนไป...ก็เลยได้เส้น...ดีสิ ถ้ามุกได้งานนี้ พี่ก็ฝากเจ้ารัชดูแล จะได้ไม่ต้องห่วง”

เจ้ารัช ที่ว่า ก็คือ รัชตะ เพื่อนพี่ชาย ที่เป็นสตั๊นท์แมนเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย และได้ถ่ายทำหนังร่วมกับกองถ่ายต่างชาติมาหลายเรื่องแล้ว

มุกอันดาพยักหน้า ครุ่นคิดถึงโอกาส...มันมิใช่จะผ่านมาได้บ่อยๆ ถ้าไม่คว้าไว้ก็คงจะเสียดายแย่

 

หนังร่วมทุนสร้างกว่าร้อยล้านบาท มีคนให้ความสนใจเข้ามาแคสติ้งการแสดงมากมาย

มุกอันดาก้มมองป้ายที่แปะหน้าอกตัวเอง ขนาดว่ามารอแต่เช้าตรู่ ก่อนประตูเปิด คิวก็ยังพุ่งไปตั้งเบอร์ร้อยกว่าๆ

เสียงจ็อกแจ็กจอแจคุยกันระหว่างรอคณะกรรมการคัดเลือกจะมาถึงเงียบลง เมื่อคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา ทุกสายตาพุ่งไปหาพวกเขา รวมทั้งหญิงสาวที่นั่งรออยู่ด้วย

มาคุสและมายาวีควงกันมาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทีมงานแน่นหนาประดุจบุคคลสำคัญ

“วีวี่ มายาวีนี่นา...มาทำไม...แล้วผู้ชายหล่อๆ คนนั้นแฟนเขาใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว...เห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวตั้งหลายวันแล้ว ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกเนอะ อิจฉาวีวี่จัง”

“นี่ๆ ฉันได้ข่าวว่าวีวี่เป็นนางเอกหนังเรื่องนี้ แล้วคนหล่อๆ ที่ควงกันอยู่นั่น เป็นผู้กำกับหนัง” เสียงเซ็งแซ่แย่งกันให้ข้อมูลที่ได้มาจากข่าวบันเทิงหลายสำนัก มุกอันดาหน้าเผือดสีลง ถ้าหมอนี่เป็นคนคัดเลือกนักแสดงด้วยตัวเอง เท่ากับว่าโอกาสของเธอคงน้อยลงไปด้วย ต่อให้แสดงดีแค่ไหน ก็คงโดนหักคะแนนจนเหี้ยนแน่ๆ

ร่างบางผุดลุกขึ้นยืน รู้สึกห่อเหี่ยวหัวใจพิกลเมื่อคิดว่าจะเสียเวลาอยู่ตรงนี้ทำไม มีวี่แววชวดเห็นๆ แต่ก่อนที่สองขาจะพาเธอจะก้าวออกไปจากห้องรอคัดเลือกตัว...มุกอันดาก็ชะงักกึก...

ไม่ทันสู้ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าแพ้ เลือดนักสู้ของพ่อในตัวทำให้หญิงสาวก้าวกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง และรอเวลาการแคสติ้งของตัวเองอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น