เดิมพันสวาท (ฉบับปรับปรุง)

ตอนที่ 3 : วูบวาบ หวิวไหว กับผู้ชายหื่นกาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ต.ค. 58

ตอนที่ 3

วูบวาบ..หวิวไหว..กับผู้ชายหื่นกาม

 

 

 

 

 

 “คุณไปดึงเบรกมือขึ้นซิ แล้วช่วยหาหินก้อนใหญ่ๆ มาหนุนล้ออื่นไว้ด้วยนะคะเพื่อความปลอดภัย” มุกอันดาสั่ง ขณะสำรวจเครื่องมือช่างซึ่งมีครบทั้งประแจ เหล็กขันล้อ ยางอะไหล่และโชคดีที่รถของชายหนุ่มมีแม่แรงติดมาด้วย

มาคุสมองคนกระตือรือร้นเตรียมเครื่องมืออย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะทำตามที่มุกอันดาบอก ทั้งที่ไม่ค่อยแน่ใจนัก...เรื่องเครื่องยนต์กลไกกับผู้หญิงดูจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าไปด้วยกันได้ ขนาดเขาเป็นผู้ชาย ยังไม่เคยเปลี่ยนยางรถยนต์ด้วยตัวเองมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

มุกอันดาถอดเสื้อแจ็กเก็ตที่ใส่สวมทับออกมาผูกไว้ที่เอว ก่อนจะนั่งลงตั้งแม่แรงด้วยท่าทางทะมัดทะแมง เธอเลือกตำแหน่งตะเข็บตัวกลางรถไปทางด้านหลังสำหรับขึ้นแม่แรง และเมื่อทดสอบจนแน่ใจว่ามันสามารถรับน้ำหนักของรถได้ ไม่หล่นลงมาซะก่อนที่จะเปลี่ยนยางเสร็จ ก็หยิบประแจมาคลายน็อตออกให้หลวม แต่เป็นเพราะมันแน่นมาก จึงต้องใช้พลังฝ่าเท้าเข้าช่วย และเมื่อขันน็อตทุกตัวจนหลวม จึงขันยกแม่แรงขึ้นสูงอีกจนกระทั่งล้อรถลอยจากพื้น แล้วจึงใช้ประแจหมุนน็อตล็อกล้อออกมาทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว

“มาช่วยยกหน่อยสิคุณ” เสียงเรียกให้สติคนที่กำลังดูเธอทำงานเพลินอย่างนึกทึ่ง มาคุสเข้าไปช่วยมุกอันดา ยกล้อเก่าออกมา และสอดเข้าไปใต้ท้องรถตามอย่างที่เธอสั่ง เขาเห็นเม็ดเหงื่อใสพราวจับทั่วใบหน้านวลและเปียกชื้นที่ไรผมจนลู่ไปกับผิวแก้ม ใบหน้าก่ำแดงระเรื่อเพราะเลือดฝาดจากการต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ...ดูเซ็กซี่เป็นบ้า

เมื่อยกล้อเก่าออกมา เขาก็ยกยางอะไหล่ใส่ทดแทนเข้าไป หญิงสาวใช้ประแจหมุนน็อตเข้าใส่ตามเข็มนาฬิกากระทั่งครบทุกตัว จึงลดแม่แรงลง และออกแรงขันน็อตให้แน่นเพื่อไม่ให้ล้อหลุดออกมากลางทางระหว่างรถวิ่ง

เสื้อยืดตัวโคร่งที่หญิงสาวสวมใส่นั้นคอค่อนข้างกว้าง และเมื่อมุกอันดาอยู่ในท่วงท่า ก้มๆ เงยๆ ออกแรงแข็งขันอยู่กับงานตรงหน้า จึงไม่ได้ระมัดระวังว่าจะมีอะไรโผล่ออกมาทักทายสายตาคนที่ยืนลุ้นดูอยู่

ภาพแว่บๆ ผ่านสายตาที่เขาไม่ได้สนใจมองแต่ทีแรก กำลังดึงดูดให้มาคุสเสียสมาธิ...ผู้ชายก็ไม่ต่างจากเด็ก ที่อยากรู้อยากเห็น...โดยเฉพาะสิ่งซ่อนเร้นปกปิดไว้ใต้ร่มผ้าของหญิงสาว

ชายหนุ่มชะเง้อมองทรวงอกเต็มตึงภายใต้ชั้นในลูกไม้สีขาวที่แกว่งไกวไปตามการออกแรงโยกคลอนยามที่หญิงสาวก้มหน้าก้มตาขันน็อตล้อรถให้แน่น ภาพเซ็กซี่วาบหวิวนั่นวูบวาบไปมาดึงดูดสายตาให้ได้ลุ้นใจหายใจคว่ำพิกล

ให้ตายสิ...นอกจากเมแกน ฟ็อกส์ นางเอกหนังทรานสฟอเมอร์แล้ว เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหน จะซ่อมรถได้เซ็กซี่เท่านี้มาก่อน...ร่างเพรียวบางของหญิงสาวซ่อนรูปโดยแท้

ยิ่งยามที่มุกอันดา ออกแรงเกร็งแขนจนหน้าแดงหน้าดำ เขาเห็นทรวงอกเธอส่ายระริกไหวยั่วใจ...จนปากคอแห้งไปหมด

“โอ้ย...เมื่อยชะมัด” มุกอันดาร้องออกมาอย่างหมดแรง เงยหน้าหาตัวช่วย

แก้วตาดำทันเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจ้องมองมาที่เธออย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ใช่ที่มือกำลังขันประแจ แต่เป็น...?

ดวงหน้าเล็กก้มขวับมองเป้าหมายสายตาเดียวกับเขา ตกใจจนสะดุ้ง เมื่อเห็นว่าระหว่างที่เธอกำลังมีน้ำใจช่วยเขาเปลี่ยนยางรถจนหมดแรง ชายหนุ่มเองก็กำลังหากำไรจากสัดส่วนเย้ายวนใจในร่างกายเธออยู่ และเขาก็หลบสายตาไม่ทันเสียแล้ว

“คุณนี่...ลามกจกเปรตที่สุดเลย” ร่างที่ลุกพรวดแหวแว้ดเข้าใส่ด้วยความฉุนเฉียวโมโห เธอหรืออุตส่าห์ช่วยเขาเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ นอกจากหมอนี่จะไม่ยอมช่วยแล้ว ยังแอบมองหน้าอกเธออีก

มาคุสกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าไม่ถูก เมื่อถูกจับได้ว่ากำลังเสียมารยาทอย่างแรง แต่เรื่องอะไรที่เขาจะยอมรับง่าย

“คุณว่าอะไร ผมลามกตรงไหน?”

“ฉันเห็นนะ ว่าคุณกำลังมองอะไรอยู่” มุกอันดาเถียง แน่ใจในสายตาของตัวเอง เมื่อสีหน้าเขาล้นหื่นเสียขนาดนั้น

“มองอะไร..ผมก็มองคุณขันน็อตไงล่ะ” แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ไปได้หน้ามึนๆ

แต่มีหรือที่เธอจะเชื่อ เมื่อเห็นจะๆ กับสายตา คนฉุนปนโมโหผู้ร้ายปากแข็ง เสียแรงที่เธออุตส่าห์ช่วยเหลือ...หญิงสาวจึงไม่เก็บอารมณ์รักษามารยาทอีกต่อไป ขว้างประแจในมือเข้าใส่หมายที่เท้าของเขา ร่างสูงกระโดดเหย็งหลบได้ทันท่วงที

“ทำเองเลยนะ...ฉันไม่ช่วยแล้ว” ร่างบางปึงปังจะจากไป

ประแจเหล็กที่ถูกขว้างลงพื้น กระเด็นกระดอนด้วยแรงสะท้อนกลับขึ้นมา ความแข็งของเนื้อเหล็กข่วนเอาตัวถังรถสีดำเป็นรอย มาคุสเห็นเป็นโอกาสที่จะหาเรื่องตอแยเธอได้

“เดี๋ยวสิคุณ” มือหนารีบฉวยคว้าท่อนแขนเรียวหมับเข้าให้

ดวงหน้าใสหันขวับมามองบึ้งตึง ดวงตาขุ่นเคือง

“อะไรอีกล่ะ...หรือแค่ขันน็อตเองให้แน่นแค่นี้ไม่มีปัญญา งั้นฉันก็คงช่วยไม่ได้แล้ว” คนโกรธหน้าดำหน้าแดง ปั้นปึ่งจ้ำพรวดจะกลับไปที่มอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่ จนเขาต้องกระตุกออกแรงรั้งไว้

“คุณยังไปไม่ได้ จนกว่าจะจ่ายค่าเสียหายมาให้ผมเสียก่อน” เสียงทักท้วงทำให้ร่างบางชะงัก

“ค่าเสียหาย?” ถามเสียงสูงอย่างที่คิดว่าตัวเองหูเฝื่อน แต่ใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่นก็พยักหนักแน่นยืนยัน

“ค่าเสียหายอะไร?”

“นี่ๆ ...มานี่เลย” เขาลากแขนเล็กนั่น โดยไม่สนใจเสียงโวยวาย ก่อนจะชี้ไปที่รอยขูดขีดที่จางจนแทบมองไม่เห็น

“คุณทำรถผมเป็นรอย” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำเหมือนกำลังระงับอารมณ์โกรธกรุ่นอยู่

“รถคันเก่งของผมต้องมีราคี เป็นรอยอย่างนี้ก็เพราะคุณ” มือหนาชี้หน้าจนนิ้วแทบจะจิ้มแก้วตาสีดำกลมโต

มุกอันดามองรอยข่วนซึ่งเธอไม่ได้ตั้งใจ อ้ำอึ้ง ก่อนจะเอ่ย

“ขอโทษก็ได้....ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่นา”

แต่นอกจากชายหนุ่มไม่รับคำขอโทษแล้วยังตีเท้าสะเอวแล้วหน้ายักษ์เข้าใส่

“รอยแค่นี้ รู้ไหมว่าถ้าทำสีใหม่ต้องจ่ายเท่าไหร่?”

“อะไรกัน มันแทบจะมองไม่เห็นเสียด้วยซ้ำ” เสียงดังรีบเถียง

หากเขาส่ายหน้าดิกไม่ยอมรับฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งนั้น

“ไม่รู้ล่ะ...ผมคิดห้าพัน...จ่ายมาซะดีๆ

“อะไรนะ?” ถามเสียงหลง เบิ่งดวงตาโตจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าตา อย่างไม่เชื่อหู

เธอเคยทำงานอู่รถ...แค่ทำสีนิดเดียวแค่นี้มันไม่ถึงห้าพันหรอก...หมอนี่กำลังขูดเลือดเธอชัดๆ

“ฉันมีอู่ซ่อมรถที่รู้จักกัน...ฉันจะรับผิดชอบค่าทำสีให้คุณก็ได้”

“อู่ที่คุณว่า...เคยทำสีรถสปอร์ตหรือไง?” คำถามยอกย้อนกลับมา ทำให้มุกอันดาถึงกับอึ้งไปทันที เพราะอู่ที่ว่าเคยเห็นแต่ทำสีรถกระป๋องน่ะสิ ประเภท ซ่อม เคาะ ปะ ผุ อะไรเทือกๆ นั้น ไอ้รถหรูๆ ราคาเกินล้านไม่เคยเห็นมี ก็แหล่งที่เธออยู่อาศัย มันก็ชุมชนคนหาเช้ากินค่ำ ไม่ใช่ผู้มีอันจะกินเหมือนหนุ่มมาดเนี้ยบแต่นิสัยแย่ตรงหน้านี่

ชายหนุ่มเห็นหน้าจ๋อยๆ จึงกระดิกมือทำหน้าเลือดขึ้นมา

“ห้าพัน” กล่าวย้ำชัดเจน

“แต่ฉันช่วยคุณเปลี่ยนยางรถนะ” หญิงสาวท้วง ทวงบุญคุณ

“แล้วผมขอร้องหรือไง?” ถามออกมาหน้าตาเฉย เล่นเอาพลเมืองดี ถึงกับมึนไปเลยทีเดียว

“เมื่อกี้...เมื่อกี้...” มุกอันดามีอาการทั้งช็อกและฉุนจนพูดติดๆ ขัดๆ

“คุณก็ยังแอบมองหน้าอกฉันด้วย”

“ไหนล่ะหลักฐาน” คนหน้ามึนถามทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

หญิงสาวจึงได้แต่อึ้งไป...ใช่ เธอไม่มีหลักฐาน แต่สาบานสิ...ว่าเธอเห็นเขามองโฟโมสต์เธอแน่ๆ

“แต่ที่คุณทำรถผมเป็นรอย...หลักฐานชัดเจนมาก...เห็นไหม?” จิ้มนิ้วชี้จุดเกิดเหตุ

มือเล็กกำแน่น พยายามลดอาการหายใจฟืดฟาดถี่ๆ ลงไป ระงับอารมณ์ที่อยากจะตั๊นหมัดใส่หน้าหมอนี่ ผู้ชายอะไร...ทุเรศที่สุดตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอ

“ว่าไง...ห้าพันของผม” เสียงทุ้มย้ำคำอย่างหน้าเลือด

ทำเอาคนโกรธระงับความโมโหปากคอสั่น ก่อนจะหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาเปิด มีเงินติดกระเป๋าเพียงแค่สองร้อยบาท  จำใจที่มือบางจะล้วงซองขาวเอาเงินสามพันบาทค่าตัวของวันนี้ขึ้นมา ก่อนจะยื่นให้เขาไปทั้งหมดอย่างเสียไม่ได้

และทำไมมาคุสจะไม่เห็นว่าทั้งกระเป๋าตังค์เธอมีเงินแค่สองร้อย ที่ยังอยู่ในซองพับสีขาวให้เขามาทั้งหมด ซึ่งเดาได้ว่าเป็นค่าตัวจากการทำงานวันนี้...ชายหนุ่มเปิดดู เห็นมีแบงค์สีเทาอยู่แค่สามใบก็ถอนใจ นึกเห็นใจค่าแรงน้อยนิดนั่น ทั้งที่ต้องเสี่ยงตายแทนนางเอกตั้งหลายฉาก

“ฉันมีแค่นี้...เอาไปก่อนก็แล้วกัน” ดวงหน้าเล็กเรียวสะบัดพรืดหลังทิ้งสายตาแค้นเคืองไว้ คนหน้าเลือดกลั้นขำเป็นสามารถ รีบฉวยแขนเล็กนั่นอีกครั้ง ดึงมือบางกางออก และวางซองสีขาวนั่นคืนกลับไป

มุกอันดาอึ้ง คิดว่าเขาจะใจดียกหนี้ให้ แต่ไม่ทันดีใจได้ถึงนาที น้ำเสียงราบเรียบก็พูดมาว่า

“ผมไม่รับเงินครึ่งๆ กลางๆ มีห้าพันเมื่อไหร่ค่อยมาจ่าย” ตามด้วยควักนามบัตรยัดเยียดใส่มือเรียวที่เลอะเทอะนั่น นี่ไงล่ะ วิธีที่จะได้เจอเธออีก

หญิงสาวจึงได้แต่อ้าปากค้าง...เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอคนอย่างหมอนี่จริงๆ แต่ไม่มีเสียล่ะ...ไม่เอาวันนี้ เธอก็จะชักดาบ เรื่องนี้เขาก็ไม่มีพยานตามมาเอาผิดเธอเหมือนกัน...และเมืองไทยเล็กเสียเมื่อไหร่ จะได้เจอกันอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

เท้าเล็กเดินปึงปังตะบึงตะบอนกลับไปขึ้นมอเตอร์ไซด์ พร้อมกับก่นเรื่องความซวยของตัวเองว่า ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปโดยแท้ นอกจากไม่สำนึกบุญคุณ หมอนั่นยังมาหน้าเลือดคิดค่ารอยขูดเท่าแมวข่วนตั้งห้าพันบาท

มาคุสมองตามหลังร่างบางที่ขับมอเตอร์ไซด์คันเก่าออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความฉุนเฉียวโมโห...แล้วยิ้มกลั้นขำอยู่ตั้งนาน

ใครจะดูไม่ออกว่า หญิงสาวคงโกรธเขาแทบอยากฆ่า...ก็แล้วเขาจะหาวิธีไหนที่จะตอแยได้พบเธออีกเล่า...ถ้าไม่ใช่วิธีนี้

ใบหน้าหล่อเหลายิ้มสุดเหยียดพร้อมส่ายหัวไปมา สายตาไม่ละวางจากร่างบางที่ขี่มอเตอร์ไซด์ไปไกลแล้ว ก่อนจะหันมาใช้ประแจขันน็อตล็อกล้อยางให้แน่น แล้วยกล้อที่แบนไปเก็บที่ท้ายรถ

ก่อนขึ้นรถสตาร์ทเครื่องเบี่ยงพวงมาลัยออกไปจากจุดเกิดเหตุ พร้อมกับความประทับใจเหลือล้นในตัวผู้หญิงที่ชื่อมุกอันดา

“ผู้หญิงบ้าอะไร  เซ็กซี่ชะมัด เสียแต่แต่งตัวไม่เป็นเอาซะเลย” เขาบ่นไม่จริงจัง เพราะยังยิ้มหน้าบานจนหุบไม่ลง ดวงตาสีฟ้าอมเทาเคลิ้มตาหวาน เพราะภาพทรวงอกอิ่มติดตา...ขนาดว่าแค่นี้ยังทำเอาเขาใจสั่น และถ้าได้เห็นทั้งหมดนั่น โดยไม่มีอะไรมาปิดบังกั้นขวาง...มันจะยิ่งเร้าใจแค่ไหนกันหนอ

+++++++++

 

“ออกมาซะดีๆ ยัยมุก”

เสียงของอาหมึก สุริยนต์ เรียกคนที่ทำตัวเป็นนางอายอยู่หลังม่าน

“อาหมึกขา...มุกไม่ใส่อย่างนี้ได้ไหม มันอายเขานา” เจ้าตัวโอดครวญออกมาขอความเห็นใจ

“บ๊ะ...ไอ้นี่...จะให้อาควงลูกลิงกังไปงานเลี้ยงปิดกล้องหรือไง...ออกมา” น้ำเสียงเข้มขึ้นนิด ข่มขู่ไม่จริงจัง

มุกอันดาจึงจำใจยื่นหน้าออกมาจากหลังม่าน เผยโฉมให้เห็นแค่ส่วนหัว พร้อมยิ้มแหยๆ

“ก็มันไม่ชินนี่คะ”

“ไม่รู้ล่ะ...ไวๆ ยังไงวันนี้อาก็จะต้องลอกคราบไอ้เด็กกระมอมกระแมมเป็นนางฟ้าควงไปงานให้ได้” สุริยนต์กล่าวจริงจัง หลังสั่งลูกสาวให้ปิดร้านสปาเพื่อปฏิบัติการแปลงโฉมสตั๊นท์เกิร์ล ที่หมายมั่นปั้นมือจะผลักดันให้เป็นนางเอก

ในงานเลี้ยงปิดกล้องละคร สวยประหาร หวานใจเจ้าพ่อ ในคืนนี้ จะมี เสี่ยกัง นายทุนคนสำคัญมาร่วมด้วย เป็นโอกาสที่เขาจะเจรจาโปรเจคละครแอคชั่นเรื่องใหม่ ที่เขียนบทนำเสนอไปก่อนหน้านี้ และพร้อมที่จะดันมุกอันดาขึ้นเป็นนางเอกสาวนักบู๊คนใหม่เต็มตัว หลังจากร่วมงานกันมาหลายเรื่อง และชื่นชอบชื่นชมในฝีมือของเด็กสาวรุ่นลูกที่มีแววเป็นดาวจรัสแสงอีกดวงของฟากฟ้าบันเทิงเมืองไทยได้แน่ๆ ...เชื่อสิ สายตาเขามองใครไว้ ไม่เคยพลาด

ร่างเพรียวในชุดราตรีสั้นสายเดี่ยวสีดำ เนื้อผ้ามันวาวทิ้งตัวไปกับทรวดทรงองค์เอวที่อวดสัดส่วนโค้งเว้าสวยของเรือนร่างอย่างเซ็กซี่มีคลาสจึงค่อยก้าวกระมิดกระเมี้ยนออกมา สายตาผู้กำกับใหญ่มองอย่างพอใจ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ...สวยอย่างนี้ค่อยสมราคาที่ป๋าหมึกจะควงหน่อย” หมึก สุริยนต์เอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจในความตาถึงของตัวเองที่นำหินกรวดมาขัดจนแวววาว และพร้อมจะเจียระไนออกมาเป็นเพชรเม็ดงาม

“เยี่ยมมากหนูเหมียว ป๊าไม่รู้จักเลยนะนี่ เสกสาวสวยที่ไหนมาให้ป๊าควง” หันไปยกนิ้ว พร้อมเอ่ยชมกับลูกสาว

เหมียว หรือ มยุรารีบรุนหลังบิดา หลังปฏิบัติภารกิจแปลงโฉมมุกอันดาเรียบร้อยแล้ว เพราะเธอมีนัดจะไปดูหนังรอบค่ำต่อ

“ป๊ารีบพายัยมุกไปงานเลี้ยงดีกว่า เหมียวจะได้ปิดร้านซะที” เกรงว่าบิดาที่จู่ๆ ก็โผล่หน้ามาขอให้เธอช่วยแปลงโฉมว่าที่นางเอกคนใหม่ จะจ๊ะเอ๋แฟนหนุ่มของเธอเข้า แล้วคงจะมีรายการซักไซ้ไล่เลียงกันอีกยาว

สุริยนต์จึงยื่นแขนให้มุกอันดา หญิงสาววางมือลงไปบนท่อนแขนของผู้กำกับใหญ่ที่นับถือเช่นบิดา ก่อนจะก้าวยุรยาตรออกจากร้านสปาของมยุราไป พร้อมกับความโล่งใจของเจ้าของร้าน

+++++++++

 

“ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยนะคะ...ขอถ่ายรูปหน่อย”

ซินดี้ แอนนา และอ้อยใจวิ่งรี่เข้ามาหาทันทีที่เห็นว่ามาคุสนั่งอยู่เพียงลำพัง ไร้เงาของมายาวีที่ออกไปรับโทรศัพท์ เนื่องจากเสียงในงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในร้านค่อนข้างดัง

“ได้ครับ” ชายหนุ่มอนุญาตอย่างใจดี ก่อนจะยิ้มให้สามสาวทั้งแท้และเทียมกอดเกาะ อิงแอบแนบซบทำตัวสนิทชิดเชื้อเพื่อกดชัตเตอร์ภาพแล้วภาพเล่าจนสาแก่ใจ

“หล่ออ่ะ...คนอะไรล้อ...หล่อ” ซินดี้ยิ้มหวานตาเยิ้มเป็นประกาย ยามได้พินิจมองใกล้ๆ ก็ยิ่งหลงใหลได้ปลื้มความหล่อเหลาเทียบเท่านายแบบระดับโลก

“ถามหน่อยสิคะรูปหล่อ...กินอะไรถึงหล่อได้หล่อดี...หล่ออย่างนี้ ไม่เกรงใจใครเลยนะคะ”

มาคุสหัวเราะเบาๆ เพราะเขามีเลือดไทยอยู่ครึ่งตัว และมารดาก็สนทนากับเขาด้วยภาษาไทยเท่านั้น จึงเข้าใจคำพูดเยินยอของซินดี้ได้เป็นอย่างดี

“น้อยๆ หน่อยยัยซินดี้ เช็ดน้ำลายด้วยย่ะ ดูซิจะหยดแหมะใส่หัวพ่อรูปหล่อนี่แล้ว” อ้อยใจเม้งเข้าใส่ พร้อมป้ายมือปาดปากซินดี้ที่กระเหี้ยนกระหือรือยามมองมาคุส

“ว่าแต่ว่า รูปหล่อชื่ออะไรคะ...เรายังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเลย” แอนนาถามเสียงหวานหยด ดวงตาเชื่อม

“ผมมาคุสครับ...เรียกชื่อเล่น มาร์คก็ได้นะครับ”

“บ้า...คนอะไร หน้าก็หล่อ ชื่อก็ยังหล่อได้อีก” ซินดี้ตีแปะลงที่ต้นแขนล่ำๆ นั่นอย่างได้ใจ

“ชื่อมาร์คเรียกไป ขอเรียกผัวขาแทนได้ไหมคะ?” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีท่าทีเป็นกันเอง ไม่ได้วางมาดไว้ตัวอย่างที่กลัวเกรง แอนนาจึงเอาบ้าง เรียกเสียงหัวเราะขบขัน และเสียงด่าว่าไม่เจียมจากเพื่อนๆ

“แล้วคุณมาร์ค เป็นแฟนกับน้องวีวี่หรือคะ”

“เราเป็นเพื่อนกันครับ” ชายหนุ่มตอบตามมารยาท และเทรนด์นิยมอย่างที่ดาราดังทั้งหลายชอบใช้

“อ๊าย...ฉันยังมีหวัง” ช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของกองถ่ายทำหน้าปลาบปลื้ม

จนอ้อยใจหมั่นไส้เอานิ้วจิ้มหน้าผากจนผงะหงาย

“ถามเขาก่อนสิยะ ว่าจัดแกไว้ในสปีชี่หมวดหมู่ไหนในสายตา”

ซินดี้ค้อนเพื่อนสาวตาแทบกลับที่เหน็บกลับมาเจ็บทุกเม็ด

“ผมไม่เห็นคนที่เป็นสแตนอินของวีวี่เลย...เธอไม่มาหรือครับ” คำถามที่ไม่ได้สนใจบทโต้เถียงของพวกเธอ ทำให้ทุกเสียงจอแจเงียบลงไป

“ยัยมุกน่ะหรือคะ...สงสัยจะมากับอาหมึกมั้ง...ป่านนี้ก็ยังไม่เห็นทั้งคู่เลย”

“ถามทำไมคะนี่...ฮั่นแน่...หรือว่าสนใจ” แอนนามองหน้าชายหนุ่มอย่างจับผิด

มาคุสรีบพยักหน้า

“พอดีผมกำลังจะสร้างหนัง เห็นว่าเธอเล่นบทแอคชั่นได้ ก็เลยสนใจเผื่อว่าจะชวนไปแคสติ้ง” เขายกเรื่องงานขึ้นมาอ้าง และมันก็เป็นความจริงอย่างนั้นครึ่งหนึ่ง

นอกจากบทบาทการแสดงน่าประทับใจแล้ว...ความมีน้ำใจของเธอที่ช่วยเขาในวันนี้ ทำให้มาคุสรู้สึกสนใจมุกอันดาขึ้นมาเป็นพิเศษ และอยากทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นถ้ามีโอกาส...ถึงจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นมายาวี แต่ผู้หญิงคนนี้ก็น่าสนใจและถูกใจเขามากทีเดียว

“แล้วไม่สนใจรับสไตลิสต์” อ้อยใจเปิดประเด็น

“เมคอัพอาร์ติส” ซินดี้รีบต่อ

“หรือว่าแฮร์ดีไซน์เนอร์” แอนนาช่วยเสริม

“ไปร่วมงานด้วยหรือคะ” สามสาวทั้งแท้และเทียมร่วมกันประสานเสียงพร้อมเพรียง

ชายหนุ่มหัวเราะร่วนกับอารมณ์ขันอันเหลือเฟือของพวกเธอ โดยปกติ เขาไม่ใช่คนที่จะเฟรนด์ลี่เช่นนี้กับคนอื่นๆ ถ้าไม่ใช่สาวเซ็กซี่ที่ถูกตาต้องใจแล้ว แต่ไม่รู้เป็นอะไร วันนี้เขาถึงได้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“นี่...นี่...พวกหล่อนมาเกาะแกะอะไรแฟนฉันยะ” มายาวีที่เดินเข้ามา เห็นทั้งสามคนกำลังห้อมล้อมเพื่อนชายของเธออยู่ ก็รีบกันท่าอย่างหวงก้าง

ทั้งสามคนยิ้มแหย ก่อนจะโบกมือหยอยๆ ให้ชายหนุ่ม

“แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการนะคะ” ว่าแล้วก็รีบพากันจรลีหนีหายไปในมุมมืดพร้อมกระซิบกระซาบ

“ต๊าย! พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำ คุณมาร์คยังบอกเลยว่าเป็นแค่เพื่อนกัน”

“เขาก็คงพูดไปตามมารยาทแหละยะ ไม่เห็นท่ายัยวีวี่เหรอ? ชีแทบจะคาบพ่อรูปหล่อนั่นไว้ในปากแล้วถ้าทำได้”

“หรือว่า...เขาคิดอะไรกับฉันแน่เลย เลยไม่ยอมรับว่าวีวี่เป็นแฟน” ซินดี้สันนิษฐานขึ้นมาด้วยดวงตาทอประกายความหวัง เลยถูกทั้งแอนนาและอ้อยใจผลักหัวจนหน้าหงาย

“เลิกฝันเปียกได้แล้วย่ะนังกะเทยช่างเพ้อ”

คนถูกปะทุษร้ายขมุบขมิบปากก่นว่าเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะกระโดดขึ้นเวที คว้าไมโครโฟนมาครวญเพลง สลับกับเอ่ยแซวคนนั้นคนนี้ เรียกเสียงเฮฮาเป็นที่สนุกสนาน

“คุยอะไรกับพวกนั้นคะ?” มายาวีพยักพเยิดหน้าไปทางสามคนที่เดินจากไป ปั้นหน้าบึ้งไม่ค่อยพอใจนัก

“เขามาขอถ่ายรูปด้วยนะครับ ดูพวกเขาอารมณ์ดี คุยสนุกกันทั้งนั้นเลยนะครับ”

“ชิ...ก็แค่พวกกุลีในกองถ่าย” มายาวีเบะปาก

มาคุสอึ้งไป ยิ่งใกล้ชิดนับวันยิ่งเห็นความไม่น่ารักของหญิงสาว ที่ผิดแผกไปจากใบหน้าที่สวยงาม

เสียงดนตรีเร่งจังหวะเร้าใจดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงประกาศ

“แท่น...แทน...แท้น...และแล้ว...คนสำคัญของงานก็มาถึง...ขอเสียงปรบมือต้อนรับ อาหมึก สุริยนต์ ผู้กำกับมือทองของเรา” มีเสียงโห่ร้อง และเสียงปรบมือกราวดังขึ้น

พร้อมกับไฟสปอร์ตไลท์ ส่องไปที่ผู้กำกับที่กำลังมาถึงงานพร้อมกับหญิงสาวสวยที่ควงมาด้วย

“ว้าว...วันนี้อาหมึกไม่ได้มาคนเดียว...แต่ควงสาวสวยที่ไหนมาด้วย...เอ๊ะ! หน้าคุ้นๆ แฮะ” ซินดี้หรี่ตามองให้แน่ใจ ก่อนจะเบิ่งตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“ต๊าย! อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก...อกกะเทยจะแหกแทบไม่เชื่อสายตา สาวสวยที่อาหมึกควงมา คือสตั๊นท์เกิร์ลสาวแกร่ง ที่ช่วยให้ละครของเราปิดกล้องลงได้ จนมีงานเลี้ยงในวันนี้...เอ้าพวกเรา ขอเสียงปรบมือให้ยัยมุกหน่อย....เร็วค่า” ซินดี้เชิญชวน พร้อมกับปรบมือนำ

มาคุสหันขวับโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้ยินชื่อ...มายาวีหน้าบึ้งขึ้นมาอีก เมื่อคำพูดนั่นกระทบกระเทียบมาถึงเธอ

เสียงปรบมือพร้อมกรี๊ดกร๊าดอย่างชอบอกชอบใจดังขึ้น ใครต่อใครพากันเข้ามากรุ้มรุมห้อมล้อมหญิงสาวพร้อมเอ่ยชมกับภาพลักษณ์ใหม่ มีเสียงเชียร์ให้มุกอันดาขึ้นเวทีร้องเพลง...มาคุสมองภาพนั้นยิ้มๆ ยามเห็นเธอเก้อเขิน

ดวงตาหวานวับวาวในแสงสลัวมองความสวยเมื่อได้รับการแต่งปรุงรูปโฉมอย่างพอใจ...พร้อมแปลกใจที่ทำไมมุกอันดาถึงยังได้เป็นแค่นักแสดงแทน ทั้งที่รูปร่างหน้าตานั่นโดดเด่นพอที่จะผลักดันขึ้นมาเป็นนางเอกได้เลยทีเดียว

โอกาส...คงเป็นคำนี้กระมัง ที่ทุกคนไขว่คว้าหา แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะได้รับ หรือทำมันได้สำเร็จ

เขาจึงนึกอยากเป็นคนหยิบยื่นโอกาสให้หญิงสาว

“เบื่อจัง งานไม่เห็นจะสนุกเลย” มายาวีโพล่งขึ้นมา เพราะใครต่อใครก็พากันหันไปสนใจสแตนอินของเธอ แต่กับนางเอกของเรื่อง ที่นั่งหัวโด่ในงาน ดูเหมือนทุกคนจะละเลยมองข้ามกันไปหมด แม้แต่ผู้จัดการส่วนตัว ก็หายหัวไปไหนไม่รู้

มาคุสเหลือบสายตามามองหญิงสาวนิดหนึ่ง เข้าใจว่าทำไมใครต่อใครถึงไม่อยากมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับมายาวี นั่นเพราะเธอวางตัวอยู่เหนือและข่มคนอื่นๆ ไปเสียหมด...นี่กระมัง ลักษณะของคนดัง ไม่ว่าชาติไหน

เธอไม่ยอมอ่อนข้อ หรือเดินเข้าไปหาใครก่อน ไม่ยอมเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับคนอื่น คอยแต่จะให้คนมาเอาใจและเข้าหาเธอ...ซึ่งก็ไม่เถียงว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งคนนั้น ที่มาเพราะหวังผลประโยชน์...แม้แต่ยี่โถที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวก็ทำชิ่งเนียนๆ ไปหาเครื่องดื่มแล้วไม่ยอมกลับมานั่งที่โต๊ะอีกเลย

“กลับกันเถอะนะคะ...ไปหาร้านนั่งดื่มแล้วคุยกันดีกว่า...วีวี่เซ็งแล้ว” หญิงสาวฉุดแขนเขา ชวนอ้อนๆ

มาคุสยังอยากสนุกกับงานต่อ และไม่อยากละสายตาจากมุกอันดาเร็วเกินไป แต่ก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาอยู่ต่อ เพราะเขามากับหญิงสาว เมื่อเธอกลับ ก็คงต้องกลับด้วย

“อย่างนั้นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” เขาบอก เมื่อเห็นมุกอันดา เดินมุ่งหน้าไปทางที่ป้ายชี้ว่า Toilet

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น