เดิมพันสวาท (ฉบับปรับปรุง)

ตอนที่ 2 : ประทับใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ต.ค. 58

ตอนที่ 2

ประทับใจ

 

 

 

 

 

“น้องวีวี่คะ”

ยี่โถเรียกขึ้นอย่างเกรงใจ ทั้งที่ไม่ได้อยากเข้ามาขัดจังหวะ จิ๊จ๊ะจี๋จ๋าของหนุ่มสาวที่กำลังออกรสออกชาติ เห็นมีจับจูบลูบคลำเป็นระยะจนหล่อนชักเริ่มใจคอไม่ดี

เกิดใครในกองถ่ายทำตัวเป็นปาปารัชชี่ แชะภาพไปขายพวกหนังสือก็อสซิป หล่อนขี้เกียจปวดหัวต้องมาจัดแจงแถลงข่าวอะไรกันยืดยาวเสียเวลาทำมาหากินหมด

“ว่าไงคะ” คนเงยหน้าขึ้นมากระแทกเสียงไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ

“อาหมึกเรียกไปเข้าฉากแล้วค่ะ” บอกเสียงอ่อย

“ก็แล้วทำไมไม่ให้ยัยมุกถ่ายไปก่อนล่ะคะ...ของวีวี่แค่บทพูดนิดเดียวเอาไว้ถ่ายตอนสุดท้ายก็ได้” ตอบกลับมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

มาคุสมองหญิงสาวอย่างอึ้งนิดๆ เมื่อเห็นกริยาท่าทางยามคุยกับคนอื่น ที่ไม่ออดอ้อนพร่ำคำหวานอย่างเช่นตอนพูดคุยกับเขา

“ยัยมุกยังใส่สลิงไม่เสร็จ พี่ว่าน้องวีวี่รีบไปถ่ายฉากของตัวเองให้เสร็จก่อนดีกว่า...อย่าลืมสิคะ ตอนบ่ายสามโมงเรารับงานเปิดตัวโชว์รูมสุขภัณฑ์ไว้”

“อะไรนะคะ...ก็ค่ำนี้มีเลี้ยงปิดกล้อง” มายาวีโวยขึ้นมา หล่อนเบื่อเหลือเกินที่จะต้องวิ่งรอกรับงาน...เงินดีนั่นไม่เถียง แต่มันเหนื่อย...และตอนนี้หล่อนเองก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเสียหน่อย

“โอ๊ย...แว่บไปแป๊บเดียว แค่สามชั่วโมงเองค่ะ ค่าตัวตั้งหกหลักเชียวนะคะ จะปฏิเสธไปก็เสียดายแย่” ยี่โถรีบบอก

มายาวีหน้าบึ้งตึง

“แต่วีวี่ยังจำบทไม่ได้”

“ไม่เป็นไรค่า...บอกบทเอาก็ได้...จะได้รีบๆ ไปนะคะ” ผู้จัดการส่วนตัวดาราสาวอ้อนวอน

มายาวีจำใจลุกพรวดขึ้นมาหน้าตาบูดบึ้ง หันมาทางชายหนุ่ม พูดอย่างเสียไม่ได้

“วีวี่ขอตัวไปเข้าฉากก่อนนะคะ” สำเนียงวาจาที่เอื้อนเอ่ยเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานละมุนขึ้นมาในทันที อย่างกับผีคนละตัว...เอ๊ย!อย่างกับคนพูดคนละคน

มาคุสพยักหน้า เห็นสมควรว่าต้องเป็นอย่างนั้น

“ครับ ผมก็อยากเห็นตอนคุณแสดงเหมือนกัน”

มายาวียิ้มหวานขยิบตาให้เขา มาคุสรีบขยิบตาตอบกลับ พร้อมส่งยิ้มหวานให้ ก่อนหญิงสาวจะเดินปึงปังไปเข้าฉากอย่างเสียไม่ได้ ยี่โถยิ้มเจื่อนให้ชายหนุ่ม แล้วหมุนตัวตามมายาวีไป ทำหน้าเสียดมเสียดาย

“เหอะ...เสียดายของจริงๆ เสร็จยัยวีวี่อีกรายแล้วสิ อีหรอบนี้” เจ้าหล่อนบ่นพึมเบาๆ ทำหน้าเสียดาย

แม้จะไม่หลงใหลได้ปลื้มกับการเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้นักแสดงสาวขี้วีน แต่เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับตอบแทนกลับมาสูงพอที่จะทำให้ยี่โถฝืนยิ้มปั้นหน้าทนรองรับอารมณ์ของมายาวีต่อไป

+++++++++

 

าคุสเดินเข้ามาในบริเวณสตูดิโอของกองถ่ายอย่างสนใจ...เขาเรียนจบด้านการผลิตภาพยนตร์ และเคยได้ร่วมทำหนังกับผู้กำกับมือดีของฝรั่งเศสหลายคน ภายใต้การลงทุนของ ‘France Motion Picture Group’ บริษัทผลิตและสร้างภาพยนตร์ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว โดยมีปีเตอร์ คารุสโซ่ ลุงของเขาเป็นประธานบริษัท

และเขาก็เพิ่งได้รับการอนุมัติเงินทุนก้อนโต สำหรับหนังร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส นั่นเป็นเหตุผลที่เขาบินมาเมืองไทยเพราะอยากเฟ้นหานางเอกมารับบทแสดงนำด้วยตัวเอง

และเขาก็ได้รับการแนะนำชื่อ วีวี่ มายาวี โสรัฐจิต นางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยให้รู้จัก...พอที่จะทำให้อุ่นใจเรื่องฐานของแฟนคลับชาวไทยที่จะช่วยให้หนังของเขาไม่ขาดทุน...หากได้ดาราสาวมาร่วมแสดงนำจริง

เขารู้จักมายาวีมาได้สามสัปดาห์แล้ว และความสัมพันธ์ก็รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เขากลายเป็นที่สนใจของใครต่อใคร ในฐานะคู่ควงของนางเอกดัง และผู้กำกับหนัง ที่กำลังมองหานักแสดงเพื่อร่วมผลงานกำกับภาพยนตร์โรแมนติกแอคชั่นเรื่องแรกในชีวิต

การมาหามายาวีที่กองถ่ายเป็นข้ออ้างที่ดีที่เขาจะได้มีโอกาสชมการทำงานของกองถ่ายในเมืองไทย พร้อมกับได้เห็นฝีมือนักแสดงสาวเบอร์หนึ่งว่า เหมาะสมแค่ไหนกับบทนางเอกหนังที่กำลังจะสร้าง

สายตาที่กวาดมองไปรอบๆ สะดุดตาเข้ากับคนที่กำลังกระโดดเหย็งๆ อยู่อีกด้านหนึ่งภายในสตูดิโอ เพื่อทดสอบ เชือกสลิงอยู่ ดวงตาสีฟ้าอมเทาหรี่มองเพียงครู่เดียวก็จำได้ว่า เธอคือผู้หญิงที่วิ่งชนเขาเมื่อครู่นั่นเอง

ยี่โถที่เห็นมาคุสยืนอยู่ว่างๆ ปลอดจากมายาวี จึงเขยิบเข้าไปใกล้อย่างสบโอกาส

“เป็นยังไงบ้างคะคุณมาร์ค บรรยากาศกองถ่าย”

ชายหนุ่มหันมายิ้มให้เธอ ไม่ตอบคำถามแต่กลับชี้มือไปที่ร่างบางในชุดหนังรัดรูปสุดเซ็กซี่ที่แต่งกายคล้ายมายาวีทุกอย่างและกำลังถูกดึงด้วยสลิงห้อยโหนอยู่กลางอากาศ

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นสแตนอินเหรอครับ?”

“ใช่ค่ะ...ยัยมุก...มุกอันดา เป็นสแตนอินของน้องวีวี่”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง พร้อมขมวดคิ้วนิ่วหน้าสงสัย ฉงนสนเท่ห์ใจ

“งั้นก็แปลว่าวีวี่ไม่ได้แสดงเองทั้งหมดหรอกหรือครับ?”

“อ๋อ...ใช่ค่ะ...ก็ฉากที่มันเสี่ยงๆ โลดโผนโจนทะยานทั้งหลาย เราต้องใช้สแตนอินแทนค่ะ เพราะน้องวีวี่เป็นดาราดัง เกิดความผิดพลาดเป็นอะไรขึ้นมาจะเสียหายใหญ่โตค่ะ” ยี่โถจีบปากจีบคออธิบาย

มาคุสอึ้งไปเพราะก่อนจะมาทาบทามหญิงสาว...ชายหนุ่มเคยเห็นผลงานการแสดงของมายาวีผ่าน ต้มแซ่บภาพยนตร์แอคชั่นเรื่องดังจากเมืองไทยที่ได้รับความสนใจ ซื้อไปฉายทั่วโลก

นี่เขาเข้าใจผิดมาตลอด คิดว่าเธอแสดงบทบู๊เสี่ยงตายด้วยตัวเองเช่นเดียวกับนักแสดงนำชายในเรื่อง...ที่ตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก ถึงได้สนใจดาราสาว ที่เป็นคนเอเชียและมีความสามารถแสดงฉากแอ็คชั่นผาดโผนได้

ซึ่งตรงตามบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้นมา โดยแปลงพล็อตจากนิยายขายดีที่ตัวเขาและผู้เป็นลุงโปรดปราน เรื่อง ‘Mermor , the treasure of desire’

“แล้วหนังเรื่อง ต้มแซ่บ ที่เธอแสดงล่ะครับ?” ถามถึงหนังแอคชั่นเรื่องดัง

“อ้อ...ก็ยัยมุกนี่แหละค่ะเป็นสแตนอินในน้องวีวี่ เพราะรูปร่างและความสูงพอๆ กัน”

“ฉากแอคชั่นทั้งหมดเลยหรือครับ?”

“ค่ะ” ยี่โถยังไม่สะกิดใจ ตอบไปตามความจริง

ชายหนุ่มนิ่งไปอย่างใช้ความคิด...นอกจากการเป็นดาราชื่อดังระดับแม่เหล็กที่ดึงดูดแฟนหนังชาวไทยให้เข้าชมภาพยนตร์ของเขาแล้ว มายาวีไม่ได้แสดงบทแอ็คชั่นด้วยตัวเองหรอกหรือ? เขารู้สึกผิดหวังนิดๆ ที่ได้ยินอย่างนั้น

“แล้วอย่างนี้ ถ้าวีวี่ไปแสดงหนังของผม...เธอจะทำได้หรือครับ?” ถามอย่างกังวล

ยี่โถหันขวับมามองชายหนุ่ม หน้าเจื่อนสี ก่อนจะรีบแก้ตัว

“แหม! ก็ถ้าเป็นหนังของคุณมาร์คแล้ว น้องวีวี่ก็คงจะทุ่มเทฝีมือการแสดงสุดตัวแหละค่ะ”

“แต่เธอไม่ได้ขึ้นสลิงเอง”

“มันอันตรายนี่คะ...เราต้องเซฟไว้ อีกอย่างยัยมุกนั่นเขาก็สแตนอินมืออาชีพ put the right man on the right jobดีกว่าค่ะ...เพื่องานที่สมบูรณ์แบบ” ยี่โถฉีกยิ้มกว้าง ชักจูงให้เขาเห็นด้วยกับคำพูดเธอ

สายตาของมาคุสจึงหันไปมองมุกอันดาแทนอย่างสนใจ จนยี่โถเริ่มใจไม่ดีเกรงเขาจะเปลี่ยนใจขึ้นมา เพราะรู้ว่าค่าตัวนักแสดงนำ ระดับหนังอินเตอร์นั่น มันเจ็ดแปดหลักขึ้นกันเลยทีเดียว

ดวงตาสีฟ้าอมเทากำลังจับจ้องมองการแสดงอย่างทุ่มเทตั้งใจของมุกอันดาอย่างชื่นชม เธอจริงจังและเป็นธรรมชาติจนน่าเสียดาย ที่ต้องมาเป็นเพียงตัวแสดงแทนใครเท่านั้น

อีกทั้งรูปร่างปราดเปรียวเพรียวสวยของหญิงสาว ในชุดหนังรัดรูปนั่นเซ็กซี่ไม่แพ้มายาวีเลยสักนิด แม้ไม่ได้แต่งหน้าออกมาสวยจัดจ้าอย่างดาราสาว แต่เธอก็มีความเป็นธรรมชาติชวนมองจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่า ไม่มีใครคิดสนใจผลักดันให้เธอขึ้นเป็นนางเอกบ้างหรือไร เมื่อเพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและความสามารถรอบด้านเช่นนี้

+++++++++

 

“โอเค วีวี่ลงมา ยัยมุกขึ้นไป”

เสียงผู้กำกับตะโกนสั่งผ่านโทรโข่ง

มายาวีจึงก้าวลงจากบันไดเตี้ยๆ แค่หกขั้นที่ต้องมีคนช่วยกันจับถึงสี่คน แถมด้านล่างก็ยังมีเบาะรองรับแน่นหนา เพื่อถ่ายฉากเจาะลงมาจากด้านบนเฉพาะใบหน้าตอนที่หญิงสาวใช้มือจับที่ราวระเบียง เป็นฉากต่อสู้กับคนร้ายจนพลาดตกลงมา และพูดตอบโต้นักแสดงร่วมตามบทอีกนิดหน่อยเท่านั้น

มายาวีบ่นออดๆ แอดๆ ทีมงานทั้งหลายก็รีบเข้าไปประคบประหงมดูแล ทั้งพัดวี ส่งน้ำให้ดื่ม ก่อนจะพาไปนั่งพัก และเป็นมุกอันดาที่ถูกสลิงดึงตัวไปห้อยโหน ซึ่งถ่ายเพียงแค่เบื้องหลังร่างสวยเท่านั้น

มาคุสนึกเสียดายแทนคนดู ที่ไม่มีโอกาสได้เห็นทั้งหน้าตา และฝีมือการแสดงของสตั๊นท์เกิร์ลคนสวย ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปจากนักแสดงมืออาชีพทั้งหลาย

มายาวีใช้เวลาถ่ายทำสลับฉากกับมุกอันดาอยู่สี่ชั่วโมง คิวของเธอจึงหมด หญิงสาวเดินยิ้มหวานเข้ามาหาผู้กำกับหนุ่มที่ยังยืนรออยู่อย่างสนใจ

“เป็นไง เบื่อไหมคะ?”

เขาส่ายหน้า

“ไม่ครับ สนุกดี” หากความสนุกของเขาอยู่กับการดูมุกอันดาแสดงมากกว่า เพราะมายาวีมีแค่บทง่ายๆ จนแทบไม่ต้องใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวอะไรเลย

“น้องวีวี่คะ รีบไปเถอะค่ะ พี่เก็บของเสร็จแล้ว” ยี่โถเข้ามาเร่ง สลับกับดูเวลาที่นาฬิกาข้อมืออย่างกระวนกระวาย

“อะไรกันคะพี่ยี่โถ...นี่เพิ่งจะบ่ายโมงเองนะคะ” มายาวีตวัดหางเสียงไม่พอใจ

“เมืองไทยรถติดนะคะ”

“แล้วจะให้วีวี่ไปทั้งสารรูปอย่างนี้เหรอคะ” ถามเสียงแหวอย่างอารมณ์เสีย เมื่อเพิ่งถ่ายทำเสร็จ ยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อย แถมเธอยังต้องถูกจับแต่งหน้าเหมือนเพิ่งวิ่งฝ่าดงเพลิงมา เนื้อตัวมอมแมมไปหมด

“ก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสิคะ...เราต้องไปถึงงานก่อน ไหนจะแต่งหน้าทำผม แต่งตัวอีกกว่าจะเสร็จ”

“อ้าว...ก็ไหนบอกงานเขาจ้างแค่สามชั่วโมง”

“ทำงานสามชั่วโมง แต่ต้องเผื่อเวลาแต่งหน้าทำผมด้วย” ยี่โถสาธยาย รายละเอียดที่บอกไม่หมด

“แล้วทำไมเมื่อเช้าไม่บอกให้หมด” มายาวีชักสีหน้าเข้าใส่อย่างไม่พอใจ จนผู้จัดการสาวหน้าเสีย

“พี่ขอโทษค่ะ...แต่ว่าชักช้าไม่ได้แล้ว” รีบฉวยแขนมายาวี หญิงสาวขืนตัวไว้ สะบัดออก พร้อมหันไปทางมาคุส

“คุณจะตามไปให้กำลังใจฉันด้วยไหมคะ?” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นหวานจับจิตจนยี่โถนึกเคือง

มาคุสส่ายหน้าตอบยิ้มๆ

“ไม่ดีกว่าครับ คุณจะได้มีสมาธิในการทำงาน” เพราะเขายังอยากใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอนี้ต่ออีกสักหน่อย รู้สึกสนใจที่จะดูมุกอันดาแสดงฉากบู๊ขึ้นมา

“แล้วงานเลี้ยงปิดกล้องเย็นนี้ล่ะคะ ที่ชวนกันไว้”

“อ้อ...จะให้ผมไปรับคุณกี่โมงดี” เขาถามเชิงตอบรับ

“งั้นหนึ่งทุ่มเจอกันที่คอนโดวีวี่นะคะ” มายาวียิ้มหวาน

“ได้เลยครับ” มาคุสยิ้มรับพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“คุณนี่น่ารักจัง” ชะโงกตัวไปหอมแก้มเขา ก่อนจะถูกยี่โถฉุดอีกรอบ

“บายนะคะ แล้วค่ำนี้เจอกัน” นางเอกสาวโบกมือลา

ก่อนจะถูกยี่โถลากออกไป พร้อมกับออกความเห็นเบาๆ เชิงเตือน

“ประเจิดประเจ้อไปหน่อยนะคะน้องวีวี่”

“มันจะแปลกอะไรคะ...ก็คนเป็นแฟนกัน”

ยี่โถถึงกับอ้าปากค้าง..จำได้ว่าทั้งสองคนยังรู้จักกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ..อันที่จริงหล่อนควรจะชินกับความไวไฟของนางเอกสาวได้แล้ว

“ค่า....รู้ค่า...แต่ว่าเป็นนางเอกก็ต้องรักษาภาพพจน์หน่อย เกิดใครถ่ายรูปส่งไปลงหนังสือพิมพ์ พี่ขี้เกียจปวดหัวอีก” ยี่โถบอกอย่างอึดอัดใจ

“แล้วจะเป็นไรคะ...ดีซะอีก มีอีเว้นต์วิ่งเข้าชนเพราะคนอยากได้ข่าว”

“แหม! แล้วคุณน้องรับทีละกี่งานคะ...เขาเสนออะไรมาก็บอกปัดหมด”

“ก็วีวี่เหนื่อยนี่คะ...อีกอย่างพี่ยี่โถก็หัดโก่งราคาซะมั่ง เรียกไปให้มันสูงๆ หน่อย รับงานให้น้อยๆ คนเขาจะได้รู้ว่าวีวี่มีคลาส ไม่ใช่นางเอกไก่กาที่จะได้รับงานพร่ำเพรื่อไปหมด อย่างไอ้งานเปิดโชว์รูมโถสุขภัณฑ์นี่...วันหลังไม่เอานะคะ” ค้อนขวับใส่ผู้จัดการสาวอย่างเคืองๆ

“ก็เงินมันดีนี่คะ” ยี่โถตอบเสียงอ่อย

“หลังงานนี้แล้วก็อย่าลืมอัพค่าตัวให้วีวี่ด้วยนะคะ” ออกคำสั่งกลายๆ เล่นเอาคนต้องทำตามคำสั่งตาโต

“อะไรนะคะ...จะอัพค่าตัว...อย่างนี้คนอื่นก็ได้งานไปหมดสิคะ เรทราคานางเอกน้องส้มโอ น้องมะเหมี่ยว เขาก็เรียกกันประมาณนี้ ถ้าเราเรียกแพงกว่า เขาก็ไปจ้างพวกนั้นหมดกันพอดี” ยี่โถรีบออกความเห็นพิทักษ์ผลประโยชน์ให้ตัวเองไปในตัวด้วย...เพราะรายได้ของเธอคือเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากค่าตัวของนางเอกดัง

“ก็บอกไปสิคะ...ว่าวีวี่จะโกอินเตอร์แล้ว...ดาราระดับอินเตอร์นะคะ จะให้มาค่าตัวเท่ายัยสองคนนั่นได้ยังไง”

“ให้มันได้ซะก่อนดีกว่า” ยี่โถเบ้ปาก พูดขมุบขมิบเสียงเบา

“ว่าอะไรนะคะ” คนที่เดินนำหน้าหันขวับมาถามเมื่อได้ยินไม่ชัด

“อ๋อ...พี่ว่า...รอเซ็นต์สัญญาว่าเราจะได้งานนี้ชัวร์ๆ ก่อนดีกว่า ให้อะไรมันชัดเจนแน่นอนค่อยป่าวประกาศ เดี๋ยวจะหน้าแตกเอา” เอ่ยแนะนำ

มายาวีถลึงตาใส่เมื่อคำพูดนั้นฟังดูไม่เข้าหูสักนิด

“ระดับวีวี่ มายาวี ไม่มีหน้าแตกแน่นอนค่ะ บอกว่าได้ก็ต้องได้” หญิงสาวเชิดหน้าบอกอย่างมั่นใจ ก็เมื่อผู้กำกับหนังยังเทียวไล้เทียวขื่อขายขนมจีบเธออย่างนี้...ถ้ามาคุสไม่ให้เธอที่เป็นแฟนกันแสดงหนังที่เขากำกับ แล้วจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง

“แหม! น้องวีวี่ก็...นึกถึงตอนคราวคุณแบงค์สิคะ...ควงอยู่ดีๆ ว่าโสด จู่ๆ ดันมามีเมียโผล่มาซะได้...พี่ต้องไปตามแก้ข่าวให้ว่าเป็นแค่เพื่อนกัน และเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น...ทีนี้พอรายการทีวีงัดเอาภาพข่าวเก่าที่น้องวีวี่ออกมาให้สัมภาษณ์เต็มปากเต็มคำว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ ตอนนั้นก็หน้าแหก หมอไม่รับเย็บไปทีแล้วนะคะ” ยี่โถเตือนความจำให้

“พี่ยี่โถ” มายาวีตะคอกใส่เสียงดัง จนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

“ขืนพูดเรื่องนี้อีก ไม่ต้องมาทำงานด้วยกันแล้ว” ข่มขู่เสียงฉุนเฉียว ก่อนจะเดินปึงปังไปยังห้องแต่งตัว

ยี่โถส่งสายตาเคืองขุ่น ขมุบขมิบปากบ่นว่านางเอกสาวไล่ตามหลังยาวเหยียด ก่อนจะถอนใจอย่างปลงๆ ว่าตราบใดที่มายาวียังเป็นตัวทำเงินให้หล่อน ก็ต้องทนรองรับอารมณ์ของดาราสาวต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก

+++++++++

 

าคุสยังคงอยู่ดูการแสดงต่ออย่างสนอกสนใจ เขาเห็นฉากแอ็คชั่นยากๆ หลายฉากที่มุกอันดาแสดงแล้วนึกทึ่งในตัวหญิงสาว ที่ทุ่มเท ยอมเสี่ยง และความสามารถเธอก็ถึงเสียด้วย ทั้งฉากต่อสู้ ที่ต้องกระโดดสูงเตะเท้าหรือตีลังกา...ซึ่งสมบูรณ์แบบมากในสายตาเขา หรือฉากห้อยโหนสลิงเสี่ยงตาย ฉากวิ่งหนีฝ่าดงเพลิง...ตอนนี้ในสมองของเขาเริ่มคิดสองจิตสองใจในตัวเลือกสำหรับคนที่มาเป็นนางเอกหนังเรื่องแรกที่จะลงมือกำกับเอง

ว่าควรจะเป็นมายาวี อย่างที่ตั้งใจแต่แรก...หรือจะยื่นข้อเสนอให้โอกาสมุกอันดาดีกว่ากันแน่

+++++++++

 

“คัท”

พอสิ้นเสียงผู้กำกับ ทุกคนก็ลุกขึ้นปรบมือให้หญิงสาวที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เขม่าควันไฟจากเปลวเพลิงจับตามเส้นผมและใบหน้าจนมอมแมมหมดความสวย...แต่นั่นกลับทำให้มาคุสนึกทึ่งและชื่นชมในการทุ่มเทแสดงออกมาได้อย่างสมจริง จนเผลอปรบมือให้เธอไปพร้อมๆ กับคนอื่น...คนในกองถ่ายพากันลุกขึ้นมาไชโยโห่ร้อง ทีมงานอุ้มผู้กำกับขึ้นโยน เป็นภาพของความสามัคคีรักใคร่ ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว สนิทสนมกลมเกลียวเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

“สองทุ่มเจอกันที่งานเลี้ยง” อาหมึก สุริยนต์ ผู้กำกับบอก ทุกคนปรบมือเฮกันอีกรอบ

มาคุสเดินออกจากบริเวณด้านนอกสตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำฉากสุดท้าย ตรงไปยังรถยนต์สปอร์ตของตัวเองด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างแปลกประหลาด พร้อมครุ่นคิดมากมายถึงหนังที่กำลังจะเปิดกล้องในเร็ววัน

งานของเขาวันนี้ยังไม่หมด เพราะมายาวีชวนเขาไปร่วมงานเลี้ยงปิดกล้องค่ำนี้ และเขาก็ไม่อยากพลาดด้วย นอกจากทีมงานแอคชั่นจากฝรั่งเศส เขาอยากหาทีมงานชาวไทยร่วมช่วยออกแบบและกำกับฉากแอคชั่น  ซึ่งงานในค่ำนี้ อาจจะเป็นใบเบิกทางให้เขาได้รู้จักคนมีฝีมือใหม่ๆ หรือได้คำแนะนำอะไรดีๆ ก็ได้

+++++++++

 

“บ้าฉิบ...ทำไมถึงต้องมายางแบนตอนนี้ด้วย”

เจ้าของรถคันหรูบ่นอย่างหัวเสีย หลังจากลงมาดูรถที่ขับส่ายไปมา คล้ายการทรงตัวมีปัญหาแล้วพบว่ายางล้อหลังแบนแต๊ดแต๋ บนเส้นทางสายเปลี่ยวจากสตูดิโอกองถ่ายจะออกสู่ถนนใหญ่

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเซ็งๆ พร้อมค้นหาเบอร์ฉุกเฉิน เพื่อหาคนมาช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด...เพราะค่ำนี้เขามีนัดกับนางเอกสาวคนสวยด้วย

เสียงมอเตอร์ไซด์ขับผ่านมา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามอง...มอเตอร์ไซด์คันนั้นแล่นผ่านหน้าเขาไป แล้วจอดลงห่างจากหน้ารถหรูราวสามเมตร ก่อนที่คนขับจะก้าวลงจากรถเดินมุ่งตรงเข้ามาหาเขา มาคุสขยับตัวอย่างระมัดระวัง เพราะเคยได้ยินคำเตือนก่อนจะมาเมืองไทย ว่าที่นี่มีมิจฉาชีพหลายรูปแบบ แต่พอเจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งนั่นถอดหมวกกันน็อคออก สะบัดผมยาวสยายด้วยท่วงท่าสุดเซ็กซี่ แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา ชายหนุ่มก็ถอนใจอย่างโล่งอก

“รถเป็นอะไรหรือคะคุณ?” เสียงใสถามอย่างมีน้ำใจ

มุกอันดาขับมอเตอร์ไซด์กลับจากกองถ่ายหลังเสร็จงาน เห็นรถคันหรูจอดอยู่ข้างทาง และผู้ชายที่ยืนพิงรถนั่นก็คุ้นตาเช่นกัน หญิงสาวจึงจอดรถไถ่ถามหวังจะช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง เพราะเธอเองเคยทำงานอู่ซ่อมรถมาก่อน

ท่อนแขนล่ำ ชี้ไปยางหลังที่แบนติดพื้น หน้าตาเซ็งสนิท

“ยางแบน”

ดวงหน้าเล็กขมวดมุ่นอย่างสงสัย ว่าทำไมเขาถึงยังยืนเอกเขนกเต๊ะจุ้ยทำหน้าหล่อเหมือนไม่ทุกข์ร้อน

“แล้วทำไมคุณไม่เปลี่ยนยางอะไหล่มาใช้แทนไปก่อนละคะ”

ชายหนุ่มฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าหลังรถยังมียางอะไหล่ให้เปลี่ยน จึงเดินอ้อมไปด้านหลังรถ เปิดกระโปรง รื้อค้นเครื่องมือทั้งหมดออกมา

“ผมไม่เคยทำเสียด้วยสิ” พูดอย่างกังวล...ไม่คิดว่าวิธีนี้จะดีเท่าไหร่

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันช่วยค่ะ” มุกอันดาอาสาอย่างแข็งขัน

ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองใบหน้านวลใสนั่นอย่างไม่อยากเชื่อหู

“คุณทำเป็นเหรอ?”

แทนคำตอบคือยิ้มสยามน่าประทับใจประดับบนหน้านวลทำให้มุกอันดายิ่งน่าดูขึ้นไปอีก

“ไหนดูซิว่ามีอะไรบ้าง?”

ก่อนจะลงมือรื้อค้นถุงเครื่องมือออกมาเปิดดู ว่ามีอุปกรณ์ครบครันในการเปลี่ยนยางรถยนต์หรือเปล่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น