เดิมพันสวาท (ฉบับปรับปรุง)

ตอนที่ 1 : รักแรกปะทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ก.ย. 58

ตอนที่ 1

รักแรกปะทะ

 

 

 

 

 

ถสปอร์ตสีดำขัดเงามันปลาบวาววับไปทั้งคันแล่นเอี๊ยดเข้ามาจอดหน้าโรงถ่าย พารามิก สตูดิโอ

คนขับเงยหน้ามองกระจก ส่องสำรวจความหล่อเท่บาดใจของตัวเองอย่างหลงใหลได้ปลื้ม พร้อมขยับแว่นเรย์แบนด์บนหน้าให้เข้าที่ ก่อนฉายยิ้มที่มุมปากอย่างภาคภูมิใจล้นเหลือ เมื่อไม่เห็นว่าจะมีใครหล่อวายร้ายได้เท่าคนในกระจกอีกแล้ว

ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปยังเบาะข้างๆ หยิบดอกไม้ช่อโตขึ้นมา พร้อมยิ้มดวงตาเป็นประกาย...หวังว่าคู่ควงคนล่าสุดของเขาจะชอบมัน

ดอกไม้คู่ผู้หญิง...ผู้หญิงคู่โลก

ความงามของสองสิ่ง...ผู้หญิงและดอกไม้ ที่ทำให้โลกของผู้ชายอย่างเขาน่าอยู่ขึ้นเป็นกอง

วีวี่...มายาวี โสรัฐจิต ดาราสาวสวยสุดฮอต เจ้าของตำแหน่ง ‘sexy star’ ปีล่าสุด ที่กวาดรางวัลจากโพลมาทุกสำนักคงเป็นเครื่องการันตีได้ ว่าหล่อนเหมาะสมแค่ไหนกับตำแหน่งคู่ควงของเขา

มาร์ค มาคุส คารุสโซ่ หนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส วัยยี่สิบเก้าปี กระหยิ่มยิ้มย่อง เมื่อปฏิบัติการจีบดาวดังของวงการบันเทิงไทยมาเป็นนางเอกภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างไทยและฝรั่งเศสกำลังรุดหน้าไปได้สวย...มีแนวโน้มสูงที่เขาจะได้ วีวี่ มายาวี มาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มภายใต้การกำกับการแสดงของตัวเอง

และเขาก็สร้างกระแสฮือฮา เรียกเรทติ้งความสนใจจากคนไทยทั้งประเทศ ให้เป็นที่รู้จัก ตั้งแต่หนังยังไม่ได้เปิดกล้อง...ด้วยตำแหน่งคู่ควงคนล่าสุดของนางเอกคนดัง

มือหนาเอื้อมไปผลักบานประตูเปิด ก่อนจะก้าวลงมายืนเต็มความสูงสง่าของเรือนร่าง 190 เซ็นติเมตร พร้อมโอบประคองดอกไม้ในมือเป็นอย่างดี ดวงตาสีฟ้าอมเทา มองเข้าไปภายในโรงถ่ายอย่างหมายมาดและคาดหวังเต็มที่ จะได้ชื่นชมฝีมือการแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์

+++++++++

 

ร่างบางปราดเปรียวของคนที่ซุกซ่อนกายอยู่ภายใต้เสื้อยืดตัวหลวมโคร่งสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตนุ่งกางเกงยีนส์สีซีดจางรีบกระโดดลงจากมอเตอร์ไซด์คันเก่าพาหนะคู่ชีพประจำกายของตัวเอง

ขาเพรียวตวัดขาตั้งรถลง สองมือถอดหมวกกันน็อค ออกจากศีรษะทุยสวยได้รูป สะบัดเรือนผมที่ขมวดมวยไว้ให้คืนตัว พวงผมยาวสยายเป็นประกายเงางามดำขลับอย่างคนสุขภาพดีแกว่งไกวไปมา

มุกอันดา ขยับกระเป๋าเป้สะพายข้างของตัวเองให้เข้าที่ พร้อมยกข้อมือคาดสายนาฬิกาขึ้นดูเวลา แล้วพบว่าเธอสายไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ก็เพราะมัวแต่เสียเวลากับ ไอ้เก๋ามอเตอร์ไซด์คันเก่าที่ดันเกเรขึ้นมากลางทาง

“ตายละหว่า มีหวังถูกเจ๊ปีนังเฉ่งแน่ๆ ขมุบขมิบพึมพำแล้วรีบวิ่งเข้าไปในกองถ่าย สวยประหาร หวานใจเจ้าพ่อที่กำลังจะปิดกล้องลงในวันนี้อย่างรีบเร่งร้อนรน

เป็นที่รู้กันดีว่า กองถ่ายฯนี้ยืดหยุ่นเวลาให้เฉพาะดาราระดับแม่เหล็กอย่างนางเอกสาวซุปเปอร์สตาร์นามวีวี่...มายาวีคนเดียวเท่านั้น

ส่วนคนที่เหลือ...ใครสาย...ช้า...ลา...ขาด...พลาดคิว เป็นอันถูกตัดค่าตัวจนเหี้ยนกันถ้วนหน้า

สองเท้าจ้ำอ้าวอย่างรีบเร่ง สลับกับดูนาฬิกาอย่างกังวล...นี่ถ้าไม่ใช่ด้วยความกรุณาของ อาหมึก สุริยนต์ผู้กำกับรุ่นพ่อที่เคารพนับถือกัน เรียกหาเธอมาใช้งานแล้วล่ะก็ มุกอันดาก็คงเป็นได้แค่ตัวประกอบค่าตัวถูกๆ ค่าจ้างวันละไม่ถึงห้าร้อยบาทเสียด้วยซ้ำ

แต่ด้วยความฝันในวัยเยาว์ ที่เคยติดสอยห้อยตามบิดาซึ่งมีอาชีพสตั๊นท์แมนไปกองถ่ายเป็นประจำ ทำให้เธอหวังไกลจะเป็นนางเอกนักบู๊แถวหน้าของวงการ หญิงสาวจึงก้มหน้ารับงานไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะให้แสดงบทไหน เพราะถือว่าจะได้ช่วยพัฒนาฝีมือขึ้นมา เผื่อจะเข้าตากรรมการสักวัน...และวันนั้นคงมีคนเห็นความตั้งใจจริงของเธอ

และเพราะนิสัยเหวี่ยงวีนประสาตัวแม่ของวงการ ทำให้ใครต่อใครพากันเกรงและขยาด วีวี่ มายาวี แต่เพราะหล่อนเป็นดาราที่ขายได้ ไม่ว่าแสดงเรื่องไหน เรทติ้งคนดูต้องถล่มทลายทุกครั้ง จำเป็นที่คนทั้งกองถ่ายต้องทนต่อข้อเรียกร้องต่อรองเรื่องมากของหล่อน

อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่เอา ฉากง่ายไปก็ไม่เล่น...ฉากยากไปก็ไม่เสี่ยง จนทำให้ผู้กำกับอย่าง อาหมึก สุริยนต์ ถึงกับความดันพุ่งปรี๊ดแทบทะลุขีดปรอท น้ำตาลในเลือดลดฮวบๆ ต้องเรียกหาสแตนอินอย่างมุกอันดามาช่วยแก้ขัด ในวันที่มายาวีแผลงฤทธิ์เดชขึ้นมา เพื่อว่างานจะเดินหน้าไปอย่างราบรื่น...ปิดกล้องตามกำหนด และงบประมาณไม่บานปลาย

โดยเฉพาะฉากบู๊ปิดท้ายของละคร ที่มีทั้งขึ้นสลิงห้อยโหน ต่อสู้กับผู้ร้าย วิ่งฝ่าดงเพลิง...เห็นทีไม่มีเสียล่ะที่นางเอกตัวแม่จะแสดงเอง...

มุกอันดาดีใจที่ได้งานนี้...แม้มีตำแหน่งแค่สแตนอินของมายาวีที่คนดูไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ แต่เธอก็ภาคภูมิใจที่ได้แสดงเป็นนางเอก...แม้จะเป็นแค่นางเอกสแตนอิน

ตึ๊ก...ปั๊ก

“โอ้ย” เพราะมัวแต่ก้มๆ เงยๆ มองนาฬิกา ทำให้ใบหน้าสวยๆ ทิ่มเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างที่จู่ๆ ก็พรวดพราดมาขวางทาง

ร่างบางผงะหงายล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นพร้อมเสียงร้องครางโอดโอยเจ็บ

เช่นเดียวกับร่างใหญ่ที่หัวทิ่มหน้าคะมำเพราะถูกกระแทกอย่างแรงจากข้างหลัง จนทำดอกไม้ที่ทะนุถนอมมาอย่างดีหลุดมือ ใบหน้าฉุนปนสงสัยเงยขวับ หมุนตัวกลับมาดู แล้วก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งแอ้งแม้งอยู่กับพื้น

“โอ้ย...ข้อศอกฉัน” มุกอันดาสูดปาก เมื่อยกแขนขึ้นมาเห็นรอยถลอกเลือดซิบ

ดวงตาเขียวปั๊ดตวัดสายตาไปหาตัวต้นเหตุอย่างกะจะเอาเรื่องเต็มที่

แต่แล้วทุกความขุ่นเคืองที่มีก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความอึ้งงัน ผสานความเคลิบเคลิ้มตกอยู่ในภวังค์ เมื่อสายตาปะทะกับเรือนร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

ชายหนุ่มเลิกแว่นกันแดดขึ้น เผยดวงตาสีฟ้าอมเทาสวยภายใต้แพขนตาดำดกยาวงอนเช้งจนขับให้ดวงตาคู่นั้นดูคมคายมีเสน่ห์เย้ายวนล้ำลึก และกำลังจ้องมองมาที่เธออย่างพินิจพิเคราะห์

“หล่อชะมัดยาดแฮะ” ความคิดหลุดเป็นเสียงพึมพำมาจากปาก และเพราะความหล่อลาก...ละมุนสายตาอย่างประหลาดทำให้มุกอันดาลืมความขุ่นเคืองที่ตั้งใจจะเหวี่ยงวีนกลับไปเสียหมด

เช่นเดียวกับมาร์ค มาคุส ที่พอเห็นใบหน้าเล็กนวลนั่นชัดๆ ก็ชะงักงันไปในทันทีเช่นกัน ดวงตารีเรียวรูปเม็ดอันมอนด์ล้อมกรอบแก้วตาสีนิลดำขลับเป็นประกายจ้องหน้าเขาวับๆ อย่างตื่นตะลึง กลีบปากกว้างอวบอิ่มขมุบขมิบอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน

ชายหนุ่มยื่นมือไปให้อย่างมีน้ำใจ มุกอันดามองฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างชั่งใจนิดหนึ่ง ก่อนจะวางมือไปแตะสัมผัส ร่างเธอถูกฉุดให้ลุกขึ้นด้วยแรงมหาศาลจนเซปะทะเข้ากับแผ่นอกแน่นไปด้วยมัดกล้ามบึกบึน ที่ดูท่าไม่สะทกสะท้านสั่นสะเทือนต่อแรงปะทะแม้แต่นิด

ความรู้สึกวูบวาบบางอย่างก่อตัวขึ้น ยามจมูกเล็กโด่งเป็นสันได้กลิ่นอ่อนจางจากกายเขา จะเป็นกลิ่นกาย หรือกลิ่นน้ำหอมก็ไม่แน่ใจ แต่มันทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนหัวใจพิกล

มุกอันดาเงยหน้าขวับ ดวงตาตื่น สีหน้าตระหนกเมื่ออยู่ในระยะประชิดจนหวามใจ

ดวงตาคู่คมหวานซึ้งฉายยิ้มขันๆ กระดกคิ้วหนาสีน้ำตาลเข้มขึ้นสูง หญิงสาวจึงขยับผละตัวออกห่าง

มือใหญ่แข็งแรงที่จับต้นแขนเล็กเรียวไว้ยอมปล่อย

“คุณเป็นอะไรรึเปล่า?”

ดวงหน้าเล็กสั่นไปมา จนเผ้าผมกระจาย และเมื่อระลึกขึ้นได้ว่าสายแล้ว ดวงตาก็เบิกโตหน้าตื่น ค้อมศีรษะให้เขา พึมพำขอบคุณเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในกองถ่ายฯ ที่ตอนนี้เจ๊ปีนัง ผู้จัดการกองฯ คงกำลังยืนแยกเขี้ยวพร้อมจะถลกหนังหัวเธอแล้ว

มาคุสเหลียวคอมองก่อนจะหมุนตัวตาม สายตาจับจ้องร่างเพรียวบางที่วิ่งลับหายไปในสตูดิโออย่างอาลัยนิดๆ บอกไม่ถูก เขายิ้มก่อนหลุดหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง ส่ายหน้าไปมา ละความสนใจจากแม่สาวซุ่มซ่ามนั่น เพราะจุดประสงค์ในการมาที่นี่ของเขา...เป้าหมายคือซุปเปอร์สตาร์ดัง... วีวี่ มายาวี ต่างหาก

ร่างสูงโน้มตัวก้มลงหยิบช่อดอกไม้ที่ตกบนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบามือ โชคดีที่มันไม่บอบช้ำเสียหายอะไร ดวงหน้าเล็กสวยละมุนตานั่นทำให้ความโมโหของเขาเลือนวับหายไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กลีบปากหยักหนาฉายรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปข้างในโรงถ่าย

+++++++++

 

“ทำไมเพิ่งมายะ”

ปีนังกรี๊ดเข้าใส่ทันทีที่เห็นหน้าคนที่ทุกคนกำลังตั้งตารออยู่

มุกอันดาหน้าเสีย กับท่าทางพร้อมเฉ่งของปีนัง

“พอดีรถมุกเสียค่ะ...เลยต้องเสียเวลาซ่อม”

“ข้อแก้ตัว” เสียงแหวสวนขึ้นมา ไม่รอให้เธอพูดจบ

ใบหน้าเคร่งขึงตึงเปรี๊ยะเหมือนหนังกลอง จ้องเธอเขม็ง ก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นมาดู

“มาสายไปครึ่งชั่วโมง...ฉันจะหัก...”

“นังปี สแตนอินมาแล้วก็รีบพาไปแต่งตัวสิ บ่นๆ อยู่อย่างนั้น แล้วงานมันจะเสร็จไหมฮะ เร็วเข้า” เสียงตะโกนเร่งขึ้นมาทำให้ปีนังไม่ทันได้ใช้สมองส่วนคำนวณที่แม่นยำเป็นพิเศษของเจ้าหล่อนคิดเรทหักค่าตัว หันไปแหวแว้ดใส่ผู้กำกับ

“หนูชื่อปีนัง...บอกหลายครั้งแล้วนะอาหมึก ทำงานกันมาตั้งห้าหกเรื่องแล้ว ยังเรียกชื่อผิดอยู่เรื่อย” น้ำเสียงพร้อมสีหน้ากระเง้ากระงอดต่อว่า

อาหมึก สุริยนต์ผู้กำกับโบกมือไปมาทำท่ารำคาญเข้าใส่

“เออๆ จะชื่อไรก็รีบพาเจ้ามุกมันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งหน้าทำผมให้เหมือนนางเอก...เร็วเข้า อย่าชักช้า...ถ้าวันนี้ปิดกล้องเกินเวลา ข้ายกเลิกงานเลี้ยงนะเว้ย”

เท่านั้นปีนังก็ตาแหก เพราะขืนทำให้งานฉลองปิดกล้องที่ทุกคนรอคอยมีอันพับพังพาบลงไป หล่อนเป็นได้ถูกทีมงานทั้งกองถ่ายฉีกอกเอาแน่ๆ มืออวบฉวยเข้าที่ข้อมือเรียวหมับ ลากแขนมุกอันดาเดินผ่านหน้าอาหมึกที่แอบขยิบตาให้เธอ หญิงสาวค้อมศีรษะพร้อมขมุบขมิบปากขอบคุณผู้กำกับรุ่นพ่อที่รักใคร่เอ็นดูเธอเป็นพิเศษ ก่อนจะถูกลากไปให้ช่างแต่งหน้าทำผมช่วยกันเนรมิตออกมาให้เหมือนหนึ่งเดียวกับมายาวี

+++++++++

 

“วีวี่”

หญิงสาวที่นั่งท่องบทหน้าเซ็ง เงยขึ้นมาจะค้อนขวับคนเรียกที่ทำให้เธอเสียสมาธิ

แต่พอเห็นเต็มตาว่าเป็นใคร ใบหน้าบูดบึ้งนั่นก็ฉายยิ้มกว้างขวางสุดเหยียดอย่างยินดีปรีดายิ่ง

“ไฮ...มาร์ค” มายาวีทิ้งบทในมือ แล้วรีบลุกขึ้นรับดอกไม้ช่อโตที่ชายหนุ่มยื่นให้ พร้อมกับชะโงกหน้าขึ้นหอมแก้มที่ประดับเคราสีเขียวอ่อนจางของชายหนุ่มฟอดใหญ่ แล้วยิ้มแฉ่ง

คนในกองถ่ายพากันชะเง้อชะแง้คอมองภาพนั้นอย่างสนใจ ใครก็อยากรู้อยากเห็นว่าคู่ควงของนางเอกตัวแม่ ที่ขึ้นชื่อว่าเปลี่ยนแฟนบ่อยเป็นว่าเล่นให้สมกับสโลแกน สวยเลือกได้ นั้นจะเป็นใคร

หลังจากทิ้งลูกชายเจ้าของค่ายละครที่ช่วยปลุกปล้ำ เอ๊ย!ปลุกปั้นเจ้าหล่อนจนมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นดาวจรัสแสงประดับวงการบันเทิงไทยไปไม่นาน...ก็หันไปคว้าลูกชายนักการเมืองดังมาควงอยู่พักใหญ่...แต่คงจะแซ่บถึงใจไปหน่อยเมื่อมีข่าวหึงโหดขนาดลงไม้ลงมือจนมีภาพหลุดนางเอกดังหน้าตาบวมปูดเนื้อตัวเขียวช้ำลงในอินเตอร์เน็ต...ไม่นานนางเอกสาวก็หันหลังให้พร้อมโบกมือบ๊ายบายบอกศาลา...ว่างเว้นสถานะโสดให้หนุ่มๆ ยิ้มกระหยิ่มได้ไม่กี่วันก็มีไฮโซนามสกุลดังมาเดินตามหลังต้อยๆ หิ้วถุงช้อปปิ้งให้ และก็เพิ่งเลิกลากันไปเมื่อไม่นานนี้ หลังเป็นข่าวใหญ่โตลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งเกือบทั้งสัปดาห์ เมื่อบ้านใหญ่ฝ่ายชายออกมาแฉว่านางเอกคนสวยเป็นมือที่สามทำครอบครัวร้าวฉานแตกแยก

เมื่ออยู่ดีๆ มีชายหนุ่มปริศนาปรากฏตัวกลางกองถ่ายฯ พร้อมดอกไม้ช่อโตจึงถูกจับจ้องมองเป็นพิเศษด้วยความอยากรู้อยากเห็น แถมหนุ่มนั่นยังหล่อลากชนิดให้อิจฉาดาราสาวตาผ่าวร้อน ใครต่อใครจึงมองภาพนั้นอย่างสนใจ แต่เมื่อเจอหน้าถมึงทึงของ ยี่โถผู้จัดการของดาราสาวถลึงตาเข้าใส่ พร้อมกับชี้นิ้วกราดคาดโทษ ทุกสายตาอยากรู้อยากเห็นก็รีบหลบวูบ คอหด ทำไม่สนใจเลิฟซีนนอกบทที่ไม่แคร์ต่อสายตาใคร

“มาได้ยังไงคะนี่?”

สายตาพราวมองคนสวยที่ยิ้มร่า พร้อมท่าทางเบียดกระแซะเปิดเผย ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มตอบ

“ผมก็มาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจสิครับ”

มายาวีแสร้งปิดปากหัวเราะ พอใจต่อคำหวานของเขา ทั้งที่ฟังคำพูดจาทำนองเกี้ยวพาจากบรรดาผู้ชายที่เข้ามาหมายผลประโยชน์จากเรือนร่างและชื่อเสียงของหล่อนจนชินหู

แต่สำหรับมาร์ค มาคุส คารุสโซ่แล้ว เขาจะเป็นบันไดอีกก้าวหนึ่งที่จะพาหล่อนไปสู่เส้นทางที่รุ่งโรจน์สดใสในอาชีพการแสดงได้แน่ๆ

หนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสกำลังมาตามตื้อให้หล่อนไปแคสติ้งร่วมแสดงหนังที่เขาเป็นผู้กำกับ ซึ่งหล่อนเองก็สนใจหมายมั่นที่จะโกอินเตอร์อยู่แล้วจึงไม่เกี่ยงงอน และยิ่งเมื่อสืบประวัติจนแน่ใจว่าโปรไฟล์ของเขาจะทำให้หล่อนเชิดหน้าชูตาล้างมลทินมือที่สามจากไฮโซเมียเผลอ หญิงสาวจึงไม่รีรอที่จะทอดสะพานสานไมตรีให้ในทันที

นอกจากมาร์ค มาคุส จะช่วยแก้หน้าให้หล่อนพาออกงานเดินควงได้ไม่อายใคร เขาเองก็ยังเป็นบันไดที่หล่อเหลาเร้าใจ มีหรือที่ใครไม่อยากปีนป่ายลองก้าวข้ามดู

ทั้งที่รู้ว่าดีกรีเจ้าชู้ของหนุ่มตาหวานคนนี้ก็ไม่น้อยไปกว่าผู้ชายที่หล่อนเคยควงๆ มา

แต่จะคิดมากไปไย เมื่อตอนนี้หล่อนเพียงต้องการผู้ชายแก้เหงา...มีเขาไว้ควงก็ไม่เสียหายอะไร ไหนๆ หล่อนก็ถูกตั้งสมญาว่า คาสโนวี่ คนล่าสุดของวงการไปแล้ว

+++++++++

 

“หล่อมาก...หล่อมั่ก..มาก...ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเกิดมาเป็นวีวี่ มายาวีนี่ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้ผู้ชายหล่อขนาดนั้นมาเคี้ยวเล่น” ซินดี้ ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายพูดขึ้นมาอย่างอิจฉาตาร้อนผ่าว

คนที่หลับตาให้ซินดี้แต่งหน้าจึงได้ลืมตาขึ้นมา และเห็นว่าเมคอัพของกองถ่ายกำลังตกอยู่ในภวังค์เพ้อพร่ำคร่ำครวญฝันหวานอยู่

“ใครเหรอคะ พี่ซินดี้?” มุกอันดาถามอย่างสงสัย

ซินดี้จึงบุ้ยใบ้ปากให้มองเอง มุกอันดามองเข้าไปในกระจกที่สะท้อนภาพหนุ่มสาวกำลังยืนจู๋จี๋กันอย่างไม่เกรงสายตาใคร

ใบหน้าที่กำลังถูกละเลงแต่งแต้มชะงักค้าง เมื่อเห็นว่าผู้ชายที่มายาวีกำลังซบศีรษะลงไปบนแผ่นอกล่ำอย่างออเซาะออดอ้อน เป็นคนเดียวกับที่เธอวิ่งไปชนเมื่อครู่นั่นเอง

“ฉันได้ข่าวว่ารวยมาก...เป็นเจ้าของบริษัททำหนังที่เมืองนอกด้วย” อ้อยใจฝ่ายเสื้อผ้ากระซิบบอก

“งั้นไอ้ข่าวที่ว่าวีวี่จะโกอินเตอร์ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ”

“ก็คงจะจริงแหละ แหม! ถ้าได้แฟนเป็นเจ้าของบริษัทหนัง ไม่ได้แสดงเป็นนางเอกก็เกินไปหน่อยล่ะ”

“หนังอะไรยะ? เอวีรึเปล่า?” แอนนาช่างทำผมถามขึ้น

“พูดดังไปยัยแอนนา เดี๋ยวเจ๊ยี่โถมาได้ยินเข้า แกจะโดนฟอกปากด้วยสบู่ซันไลน์หรอก”

“โอ้ย...จริงไม่จริงไม่รู้...รู้แต่ว่าฉันอิจฉามาก...คนอะไรวุ้ย...หล่อลากกระชากใจ ลามไปถึงกระชากม้าม กระชากไส้ กระชากปอด...ถ้าเขายิ้มให้ ฉันต้องละลายแน่ๆ ซินดี้คร่ำครวญตาหวานฉ่ำ มองหนุ่มหล่ออย่างปลาบปลื้ม

“น้อยๆ หน่อยย่ะ นังกะเทยใจง่าย แหม! เขาคงมีตามามองหล่อนหรอกนะยะ...คู่ควงเขาทั้งสาว...ทั้งสวย...ทั้งเซ็กซี่ แถมมีดีกรีเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย เลิกฝันกลางวันได้แล้วย่ะ”

“นี่ยัยแอนนา อย่ามาดับฝันกันหน่อยเลย ของอย่างนี้ใครจะไปรู้ เขาอาจจะรสนิยมทูอินวันก็ได้...ผู้ชายเดี๋ยวนี้ มองด้วยตาเปล่าไม่ออกหรอก...ก็เหมือนเชื้อโรคนั่นแหละย่ะ” ซินดี้จีบปากจีบคอทุ่มเถียง

“นี่ๆ พวกหล่อนมัวทะเลาะอะไรกันอยู่ สแตนอินฉันแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จรึยัง ต้องไปเข้าฉากแล้วนะ เดี๋ยวอาหมึกก็ได้เม้งแตกยกเลิกงานเลี้ยงค่ำนี้หรอก” เสียงปีนังแหวกขึ้นกลางวงโต้เถียง

“เสร็จแล้วค่ะ...เสร็จแล้วค่ะ” ซินดี้กระแทกเสียง ยกพู่กันปัดแก้มอันโตปัดเกลี่ยใบหน้านวลของมุกอันดาอีกครั้ง

“ผิวเธอนี่ดี๊ดีนะยัยมุก...หน้าตาก็สวย...ใครตาถึงจับไปปั้นซะหน่อย พี่ว่าจะดังกว่ายัยวีวี่”

คนถูกชมใจพองโต

“อู้ย...พี่ซินดี้ มุกไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบคุณวีวี่หรอกค่ะ” มุกอันดาถ่อมตัว

“ไหนยะ...เสร็จจริงใช่ไหม?” ปีนังเดินเข้ามาสำรวจตรวจสอบความเรียบร้อยด้วยสายตาคล้ายจะสแกน ก่อนจะลากแขนมุกอันดาเดินไปเข้าฉากที่เซ็ทไว้เสร็จรอท่า

“คุณวีวี่ถ่ายฉากของเธอเสร็จหมดแล้วเหรอคะ?”

ปีนังยื่นปาก ทำหน้าเบื่อ

“คงจะได้งานหรอกนะ เอาหนุ่มมาจิ๊จ๊ะกลางกองฯซะขนาดนั้น” ดวงตาตวัดมองไปที่หนุ่มสาวอย่างไม่ชอบใจ

“เธอไปถ่ายก่อนแล้วกัน แล้วรอแสตนด์บายเผื่อคุณนายเธอเม้ง แตกขึ้นมาอีก”

“แล้วรู้ใช่ไหมว่าวันนี้จะต้องขึ้นสลิง...วิ่งฝ่าดงเพลิง”

“ทราบค่ะ” มุกอันดาที่เดินตามมาตอบอย่างรู้หน้าที่

ปีนังหยุดหันมามองหน้าเธอ ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ทำไมวีวี่ไม่ว่าง่ายเหมือนเธอบ้างเนอะ งั้นเราก็คงได้ปิดกล้องไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อน” และงบประมาณก็คงไม่บานปลาย งานเลี้ยงปิดกล้องกองถ่ายคงได้จัดที่โรงแรมหรูห้าดาวไปแล้วเป็นแน่แท้

มุกอันดายิ้มบางๆ ไม่ว่าอะไร ปีนังจึงพเยิดหน้าให้พร้อมแนะนำ

“วันไหนเป็นดาราดังขึ้นมา อย่าลืมตัวนะมุก”

คนถูกเตือนชะงัก

“มุกคงไม่ดังเท่าคุณวีวี่หรอกค่ะ...เป็นตัวประกอบ...เป็นสตั๊นท์มาตั้งหลายปีแล้วยังไม่เห็นจะได้ขยับบทไปแสดงอย่างอื่นสักที” ตอบเสียงอ่อยยิ้มเจื่อน

ปีนังป้องปากกระซิบ ให้ได้ยินกันสองคน เหมือนเป็นความลับ

“ฉันได้ยินว่าอาหมึกเข้าไปคุยกับเฮียกังแล้ว บอกว่าละครเรื่องหน้า อยากจะลองเป็นป๋าดัน ปั้นเธอเป็นนางเอกดู”

“จริงเหรอคะ?” มุกอันดาตื่นเต้นยินดีที่ฝันจะเป็นจริงเสียที

ปีนังรีบจุ๊ปาก กวาดตาไปรอบกายเหมือนกลัวใครได้ยินเรื่องที่พูด

“อย่าเพิ่งเนื้อเต้นไปย่ะ เธอก็รู้ว่าวีวี่เขาเบอร์หนึ่ง เห็นทีจะมีใครเขี่ยตกบัลลังก์ยากสักหน่อย ละครเขาเรื่องไหนๆ ก็ทำเรทติ้งถล่มทลายทั้งนั้น” ปีนังส่ายหน้าช้าๆ อย่างระอาเอือมนิสัยคนที่เอ่ยถึง

“ไป๊ อย่ามัวแต่ฝันหวาน ไปเตรียมตัวขึ้นสลิงได้แล้ว” มืออวบหนาผลักมุกอันดาให้ไปหาทีมงานฝ่ายเทคนิก พร้อมพึมพำเบาๆ        

“ฉันว่าเธอสวยกว่าวีวี่ซะอีก...พยายามอีกนิดนะอีหนู แล้วจะรุ่ง...เชื่อสายตาเจ๊สิ”

ปีนังมองตามหลังมุกอันดาไปยิ้มๆ เชื่อแน่ว่าหากหญิงสาวยังทำตัวดีมีวินัยเช่นนี้ คงจะไต่ขึ้นตำแหน่งดารานำในหนังหรือละครได้ไม่ยาก หากมีคนผลักดันและให้โอกาส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น