The Right One คนคนนั้น...คือเขาหรือเธอ

ตอนที่ 5 : Chapter 4 ~ มันก็แค่ ‘ฝันดี’

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


Chapter 4


มันก็แค่ ฝันดี

 




            หลังจากซื้อหนังซื้อเป็นที่เรียบร้อย อีตาเซอร์ริคก็ชวนฉันไปกินข้าวต่อ บอกว่าจะเลี้ยงนะเนี่ย ฉันถึงได้ยอม :p ฉันไม่ได้เห็นแก่ตัวจริงๆ น้าาา >_<

            เซอร์ริคเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นที่เมนูดูน่าอร่อยร้านนึง พวกเราเดินเข้าไปในร้าน หาที่นั่ง ก่อนที่เซอร์ริคจะเป็นคนสั่งอาหารทุกอย่างราวกับว่าจะกินกันซะห้าหกคน ใช่! เขาสั่งมาเยอะมาก แต่ก็ยังไม่วายมีน้ำใจมาถามฉันอีกนะว่าจะเอาอะไรเพิ่มใหม่ แค่นี้ก็จะกินไม่หมดแล้วนะฉันว่า ไม่นานนักอาหารทุกอย่างก็มาเสิร์ฟ แล้วนี่ฉันจะกินหมดมั๊ยเนี่ย =o=

            “นาย...สั่งเยอะไปมั๊ยเนี่ย”

            “เยอะเหรอ...? ก็ไม่นะ”

            “ปกติผู้ชายกินเยอะกันแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าเนี่ย”

            “คงงั้นมั้ง”

            แล้วเวลาดีเซมกินข้าว เขากินเยอะแบบนี้หรือเปล่านะ

            เสียงไลน์ดังขึ้น ฉันเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูว่าใครส่งข้อความอะไรมา เผื่อว่าจะเป็นข้อความสำคัญ เอ๊ะ! คนที่ส่งมาคือดีเซมนี่นา ว่าแต่ว่า...เขาส่งอะไรมานะ

            Decem: เมอร์ริน เธอได้ลงชื่อไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นช่วงปีใหม่หรือเปล่า

            แลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นเหรอ? ฉันจำได้ว่าฉันลงชื่อไปนะ

            Merrin: ลงๆ ทำไมเหรอ

            Decem: ก็ว่าอยู่ว่าคุ้นๆ ว่าเธอลง เดี๋ยวเช็คให้นะ พอดีลิสต์มันออกมาแล้ว

            Merrin: โอเค! ขอบใจนะ

            แล้วดีเซมก็หายไปสักพัก สงสัยเขาจะไปเช็คดูให้อยู่มั้งว่าชื่อฉันอยู่ในลิสต์หรือเปล่า แต่ถ้าเขาถามแบบนี้ ก็แสดงว่าเขาก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ด้วยล่ะสิ

            ทริปไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นในช่วงปีใหม่ที่ดีเซมพูดถึงคือทริปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและภาษาที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นน่ะ โดยทางโรงเรียนจะคัดเลือกนักเรียนเพียงสิบคนเพื่อไปเข้าร่วมทริปนี้ และคนที่สามารถสมัครได้ก็คือทั้งไฮสกูลเลยแหละ ฉันรู้สึกว่าคนสมัครจะเยอะด้วย...ฉันเลยไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะติดหรือเปล่า

            Decem: เธอติดเหมือนกันๆ

            Merrin: แสดงว่านายก็ลงชื่อเหมือนกันล่ะสิ

            “นี่ จะคุยอะไรนักหนา เวลากินข้าวนะไม่ใช่เวลาแชท”

            หมอนี่มาขัดจังหวะฉันในการคุยกับดีเซมเป็นครั้งที่สองแล้วนะ! ขาดความอบอุ่นหรือไงฮะ แค่นี้ก็ต้องให้คนอื่นคุยด้วยด้วยเนี่ย แต่เอาเหอะ...ถือว่าเขาเลี้ยงข้าวฉันก็แล้วกัน ดีเซม...งั้นเดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะ นายอย่าเพิ่งหายไปล่ะ Y_Y

            Merrin: เดี๋ยวฉันมาตอบอีกทีนะ

             ฉันยังไม่ได้อ่านข้อความที่เขาส่งมา แต่กลับเขียนกลับไปว่าเดี๋ยวค่อยอ่านแทน หวังว่าดีเซมคงไม่น้อยใจหรอกนะ แต่คนอย่างเขาน่าจะเข้าใจแหละ ว่าคนเราก็ต้องมีธุระกันบ้าง ฉันเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะลงมือทานอาหารตรงหน้า

            “นี่ ขอเบอร์หน่อย”

            ของ่ายๆ กันแบบนี้เลยเรอะ! -*- แล้วจะเอาเบอร์ฉันทำไมกัน?

            “นี่นายกำลังขอเบอร์ผู้หญิงอยู่เหรอ -_-^

            “ใช่สิ เร็ว! เอาเบอร์เธอมาเร็ว”

            “ฉันต้องให้นายด้วย?”

            “เธอจะให้หรือไม่ให้”

            แค่นี้ก็ต้องขู่ด้วย ให้ก็ได้ =_=

            “เอามือถือนายมา”

            ฉันกดเบอร์โทรศัพท์ของฉันลงไปในมือถือของเขา ก่อนยื่นโทรศัพท์คืนให้กับเจ้าตัว เซอร์ริคยิ้มด้วยความพึงพอใจกับการว่านอนสอนง่ายของฉัน เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรแล้ว ฉันเลยลงมือทานอาหารต่อ ความจริง...มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนกันแฮะ

            เสียงไลน์ในกระเป๋าดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ฉันต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ฉันสัญญาว่าถ้ามันไม่สำคัญจริงๆ ฉันจะเก็บมันลงไปทันที

            REMYYYYYY: ถ้ายังไม่หยุดยุ่งกับเซอร์ริค เธอได้เจอดีแน่

            ฉันตกใจกับข้อความที่ได้รับ แถมยังเป็นข้อความจากผู้หญิงที่ทุกคนคิดว่าเพอร์เฟคอีกซะด้วย เรมี่...นางฟ้าประจำเกรดของเรา ที่แท้ก็เป็นคนแบบนี้เองสินะ โลกมันช่างอยู่ยากขึ้นทุกทีแล้วสิ อีกอย่าง...ฉันไม่เข้าใจว่าฉันไปยุ่งอะไรกับอีตาเซอร์ริคตอนไหน ฉันก็เห็นว่ามันก็มีแต่เขาที่มายุ่งกับฉันทั้งนั้น ทั้งเรื่องข้อเสนอที่ทำให้ฉันต้องมาพัวพันกับเขา ลากฉันมาซื้อหนังสือ แถมยังจะบังคับให้ฉันไปติวหนังสือให้ที่บ้านอีก บอกฉันที ฉันไปยุ่งกับเขาตรงไหนมิทราบ นี่ถ้าอีตานี่ปล่อยเรื่องข้อความที่ฉันส่งผิดไป ฉันก็ไม่ต้องมาวุ่นวายแบบนี้หรอก

            ฉันเก็บโทรศัพท์มือถือลงไปในกระเป๋าดังเดิม แล้วก็กินข้าวเหมือนเดิม แค่อารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนเดิมแล้วก็เท่านั้น อ้อ! แล้วฉันก็ไม่ได้ตอบข้อความอะไรยัยนั่นกลับไปด้วย อย่างมากก็แค่ขู่แหละ ฉันไม่คิดว่ายัยเรมี่จะกล้าทำอะไรฉันในขณะที่เรากำลังอยู่โรงเรียนหรอก ไม่อย่างนั้นหน้ากากที่ใส่มาเป็นเวลานาน ก็ต้องถูกเปิดเผยสิ

            “เป็นอะไร หน้าบูดซะขนาดนั้น”

            “ไม่ใช่เรื่องของนาย”

            แต่ความจริงมันก็เป็นเรื่องของเขาเต็มๆ เลยนะ แต่ในเมื่อมันยังไม่ได้มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ฉันว่าฉันก็จะปล่อยมันไปนี่แหละ คิดไปก็มีแต่เปลืองสมองเปล่าๆ

            “นี่ ฉันถามดีๆ นะ ทำไมต้องตอบแบบใส่อารมณ์ขนาดนั้น”

            “โทษที พอดีอารมณ์ไม่ค่อยดี”

            “เมื่อกี้ก็ยังเห็นอารมณ์ดีๆ อยู่เลย อารมณ์แปรปรวนจังนะ วันนั้นของเดือนหรือไง ^^

            “บ้านนายสิ”

            “ฮะๆ”

            อีตาเซอร์ริคขำที่แกล้งฉันได้สำเร็จก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมือเช็คข้อความบ้าง โธ่...มาว่าฉันแชทไม่รู้จักเวล่ำเวลา แล้วทีตัวเองล่ะ เหอะ!

            เราใช้เวลากินข้าวอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนที่เซอร์ริคจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารทั้งหมด ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากเอาเปรียบเขาหรอกนะ เอาไว้เดี๋ยวคราวหน้าฉันเลี้ยงเขาเองก็ได้ พอจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย เซอร์ริคก็พาฉันไปส่งที่คอนโด

            “ขอบใจนายมากนะ ฉันอิ่มมากเลย ขอบคุณที่มาส่งด้วย”

            “อืม”

            ฉันลงจากรถก่อนจะยืนเตรียมจะบอกลาเขา แต่ทำไมอีตาเซอร์ริคไม่ขับรถออกไปสักทีนะ

            “นายรออะไรน่ะ”

            “ฉันยังไม่ได้บอกเธอเหรอ...ว่าฉันก็พักอยู่ที่นี่เหมือนกัน”

            ฮะ!? อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้!? ไม่...ไม่จริง เขาต้องแกล้งหลอกให้ฉันตกใจเล่นแน่ๆ

            “นายอย่ามาอำฉันได้มั๊ย -_-^

            “ถ้าเธอไม่เชื่องั้นรอฉันตรงนี้แป๊บ”

            ว่าจบเขาก็ขับรถจากไปทันที โธ่เอ๊ย...ฉันก็ตกใจคิดว่าเขาพักอยู่ที่นี่จริงๆ ฉันเดินเข้าไปในตัวคอนโดโดนไม่ได้รอหมอนั่น

            นี่ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่านะ ฉันลืม...ตอบข้อความของดีเซมที่ส่งมาค้างไว้นี่ ยัยเมอร์รินเอ๊ย! ทำไมถึงได้ขี้ลืมแบบนี้นะ แล้วอย่างนี้ดีเซมจะคิดยังไงเนี่ย เขาจะคิดว่าฉันไม่อยากคุยกับเขาหรือเปล่า ไม่ได้ละ ฉันจะต้องรีบตบข้อความของเขาโดยด่วน

            แทนที่จะขึ้นคอนโดไปตอบในห้อง ฉันเลยนั่งที่โซฟาด้านล่างก่อน เรื่องนี้สำคัญกว่าการนอนเป็นไหนๆ ฉันไล่อ่านข้อความที่ดีเซมส่งมาในตอนแรก ก็เป็นประมาณว่าเขาถามว่าฉันทำอะไรอยู่อะไรแบบนี้ ปกติเขาก็ส่งข้อความมาคุยเล่นกับฉันแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งฉันก็คิดว่าเขาก็คงไม่ได้คิดอะไรกับบทสนทนาพวกนี้หรอก จะมีก็แต่ฉันที่คิดมากไปคนเดียวเท่านั้น ดีเซมน่ะเป็นคนที่อัธยาศัยดีจะตาย เขาก็คงคุยกับทุกๆ คนด้วยแบบนี้แหละ

            Merrin: ขอโทษจริงๆ นะ ที่ฉันไม่ได้ตอบนายทันทีน่ะ พอดีเมื่อกี้ติดธุระนิดหน่อย

            ฉันเพิ่งส่งข้อความกลับไป แต่มันกลับขึ้น Read เร็วมาก ราวกับว่าดีเซมกำลังเล่นไลน์อยู่อย่างนั้นแหละ มันก็คงเป็นอย่างนั้น เพราะเขาคงไม่ได้รอข้อความจากฉันหรอก

            Merrin: แล้วนี่กินข้าวมาหรือยัง

            Decem: แล้วนี่กินข้าวมาหรือยัง

            O_O

            ฉันกับเขาส่งข้อความเดียวกันมาพร้อมกันเนี่ยนะ!? อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น

            Merrin: กินแล้ว นายล่ะ

            Decem: กินแล้ว เธอล่ะ

            และแล้วพวกเราก็พิมพ์ข้อความเหมือนกันเป๊ะเป็นครั้งที่สอง จะต่างก็แค่ตรง นาย’ กับ ‘เธอ’ นี่แหละ

            ความจริงฉันกับดีเซมก็ชอบอะไรเหมือนๆ กันเยอะเหมือนกันนะ มันอาจจะเป็นเหตุผลที่เขาคุยกับฉันแล้วสบายใจก็ได้ บางทีเขาก็เอาหนังที่เขาอยากดูมาเล่าให้ฉันฟัง และมันก็เป็นเรื่องที่ฉันอยากดูซะด้วย แต่เอาเข้าจริง...เราก็ไม่เคยไปดูหนังด้วยกันเลยสักครั้ง เพราะกันดูหนัง...มันก็เหมือนกับการไปเดตกัน สงสัยเขาจะไม่อยากให้ฉันเข้าใจผิดล่ะมั้ง

            Decem: ฮะๆ เรานี่ใจตรงกันดีเนอะ

            Decem: เสาร์นี้ว่างมั๊ย มีหนังเรื่องนึงเข้าใหม่ ไปดูด้วยกันมั๊ย

            นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดอ่านข้อความอะไรผิดไปใช่มั๊ย ดีเซม...ชวนฉันไปดูหนัง? ถึงแม้จะช็อกอย่างบอกไม่ถูก แต่ลึกๆ แล้วฉันก็ดีใจจนพูดไม่ออกเหมือนกัน ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะมาชวนฉันไปดูหนัง นี่มันไม่ต่างจากการเดตกันเลยนะ แต่บางทีดีเซมอาจจะคิดว่าการชวนเพื่อนไปดูหนังทั่วไปก็ได้ ฉันนี่ก็เอาแต่คิดอะไรเพ้อเจ้ออยู่ได้

            Merrin: ไปๆ ไปสิ

            “ไป ขึ้นไปข้างบนกัน”

            เรานัดกันวันเสาร์ไม่ใช่เหรอ แล้วนายมาชวนฉันไปไหนตอนนี้เนี่ยดีเซม =o= เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ เสียงเมื่อกี้มันเสียงคนจริงๆ ไม่ใช่เสียงจากข้อความไลน์นี่นา ฉันนี่ก็เพ้อเกินไปแล้ว พอเงยหน้าขึ้นไป ฉันก็เจอกับอีตาเซอร์ริคอย่างจัง อ้าว! ฉันก็คิดว่าเขากลับบ้านไปแล้ว ไหงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ นี่อย่าบอกนะว่าเขา...

            “ไปไหน”

            “ขึ้นข้างบนไง”

            “นาย...พักที่นี่จริงๆ สินะ!?

            “ใช่สิ”

            “ทำไมฉันไม่เห็นจะเคยเห็นนายเลย”

            “ก็เธอไม่เคยสนใจฉันน่ะสิ ฉันพักที่นี่ตลอดแหละ”

            มันจะเป็นไปได้ยังไง ก็ฉันไม่เคยเห็นเขาที่นี่มาก่อนเลยนี่ คนอยู่คอนโดเดียวกัน...ก็ต้องเคยเจอหน้ากันบ้างสิ แปลกแฮะ =o=

            “ไปๆ ขึ้นข้างบนกันเถอะ”

            ฉันเลยต้องยุติความสงสัยของตัวเองไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินตามเซอร์ริคไปที่ลิฟต์ บางทีเขาอาจจะพักที่นี่จริงๆ ก็ได้ ไม่งั้นเขาจะมีคีย์การ์ดที่เขาถือไว้อยู่ตอนนี้ได้ไง อาจจะจริงอย่างที่เขาพูดว่ามันเพราะฉันไม่เคยสนใจเขา ฉันเลยไม่รับรู้ถึงการอยู่ที่นี่ของเขา

            พอเข้าไปในลิฟต์ ฉันก็กดชั้นสิบแล้วรอให้อีตาเซอร์ริคกดบ้าง แต่เขากลับไม่ทำอะไรเลยนอกจากยืนเฉย จนตอนนี้ลิฟต์ได้ปิดลงแล้ว

            “นายทำไมไม่กดชั้นเล่า”

            “ก็เธอกดให้แล้วไง”

            “นายอยู่ชั้นเดียวกันฉันเหรอ -O-

            “จะตกใจมั๊ย ถ้าฉันบอกว่า...ใช่”

            ตกใจ...มากกกกกก

            ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นเขาเลยล่ะ แล้วยิ่งอยู่ชั้นเดียวกันฉันก็ต้องเคยเห็นเขาบ้างสิ ฉันเดินไปที่ห้องของตัวเองและรอดูว่าอีตาเซอร์ริคจะเดินไปในทิศทางไหน แต่ก็ไม่เลย เมื่อฉันหยุด เขาก็หยุดเช่นกัน

            “นาย...จะตามฉันมาทำไมเนี่ย”

            “ฉันเปล่าตามเธอสักหน่อย”

            “ไม่ได้ตามอะไร ก็ห้องฉันอยู่นี่ นายก็มายืนอยู่ตรงนี้เนี่ย”

            “เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าฉันกำลังยืนอยู่หน้าห้องฉันน่ะ ^^

            “นั่น ห้องนายเหรอ”

            ฉันว่าพลางชี้ไปที่ห้องตรงข้ามของฉัน แต่ปกติแล้วฉันก็ไม่เห็นว่ามีใครพักอยู่ที่ห้องนี้เลยนี่นา จะมีก็แต่ห้องข้างๆ ฉันทั้งสองฝั่ง ส่วนห้องตรงข้าม ฉันยังไม่เคยเห็นเจ้าของห้องมาก่อน แล้วอยู่ดีๆ หมอนี่ก็บอกว่าเขาเป็นเจ้าของห้องเนี่ยนะ บังเอิญไปมั้ง

            “อาฮะ”

            “ไม่อ่ะ ไม่มีทาง”

            ฉันส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แต่การกระทำของเขากลับยืนยันกับฉันว่าฉันจงเชื่อมันซะ เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปในห้องตรงข้ามกับฉัน

            “ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ ถ้าอยากไปพร้อมกันก็มาเคาะห้องฉันละกัน ^^

            “ฝันไปเหอะ”

            “ฝันถึงเธอน่ะเหรอ :p”

            “บะ...บ้า”

            “ไปละ ฝันดี”

            หมอนั่นปิดประตูห้องของเขาไปแล้ว แต่ฉันกลับยังยืนอยู่หน้าห้องของเขาและฉันอย่างสตั๊นอยู่ตรงนั้น ฝันดีอย่างนั้นเหรอ...? เขาพูดคำนั้นออกมาได้ง่ายดายจัง ปกติมันต้องใช้กับคนที่เรารู้สึกดีด้วยนี่ แต่ทำไมเขา...ถึงพูดมันออกมาได้ง่ายขนาดนั้น และทำไมฉัน...ต้องมารู้สึกใจเต้นกับแค่คำว่า ฝันดี’ สั้นๆ แค่นั้นของเขาด้วย ท่าจะบ้าแล้วเรา

            ฉันเปิดประตูเข้าห้องของตัวเองบ้าง ก่อนจะทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย โชคดีจังที่วันนี้ไม่มีการบ้านอะไรเลย ฉันเลยอาบน้ำ แต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะขึ้นเตียงทันที แต่ฉันก็ไม่ลืมที่จะทำธุระก่อนนอนหรอกนะ เช็คไลน์ไงล่ะ และมันก็ทำให้ฉันลืมนึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องไปเลย เมื่อกี้ฉันยังคุยค้างกับดีเซมอยู่เลยนี่ แล้วฉันก็ไม่ได้ตอบเขาอีกแล้ว ทำไมขี้ลืมอย่างนี้นะ ยัยเมอร์ริน

            ฉันเปิดหน้าจอไลน์ไปในข้อความที่ฉันคุยกับดีเซม ก่อนจะเห็นข้อความที่เขาส่งมาให้มากมาย

            Decem: ดีจังที่เธอว่าง

            Decem: งั้นฉันจองเลยละกันนะ

            Decem: มันเป็นหนังรักนะ หวังว่าเธอคงชอบ

            Decem: เพราะฉันก็ชอบเหมือนกัน

            Decem: เมอร์ริน เธอยังอยู่มั๊ยอ่ะ

            Decem: สงสัยเธอจะนอนไปแล้วล่ะมั้ง

            Decem: ฝันดีละกันนะ ^^

Merrin: ขอโทษอีกครั้งนะดีเซม พอดีฉันปิดเสียงไว้น่ะ ฝันดีเช่นกัน เจอกันพรุ่งนี้

            ฝันดีเป็นครั้งที่สองจากผู้ชายคนนี้ นี่ฉันได้รับคำ ‘ฝันดี’ จากผู้ชายทั้งสองคนในวันเดียวกันเลยเหรอเนี่ย นี่มันเป็นปรากฏการณ์ประหลาดจริงๆ แฮะ ปกติเวลาฉันคุยไลน์กับดีเซมแล้วเขาบอกกับฉันว่าฝันดี ฉันก็จะยิ้มให้กับตัวเองจนกว่าจะได้นอนก็ปาไปอีกเป็นชั่วโมง แต่ครั้งนี้มันกลับแปลกไป เพราะฉันกลับรู้สึกใจเต้นแรงไปกับคำพูดฝันดีของเซอร์ริคซะมากกว่า

            แต่มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง…ฉันคงแค่ชินกับคำพูดฝันดีของดีเซมแล้ว และฉันก็คงแค่ตกใจกับคำพูดฝันดีของอีตานั่นล่ะมั้ง

            มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

            ฉันหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น ._.

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น