Rock beside you ล็อกหัวใจนายร็อกเกอร์จอมเฮ้ว (P.III)

ตอนที่ 1 : † Rock Beside You † Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62

Story: Rock beside you ล็อกหัวใจนายร็อกเกอร์จอมเฮ้ว (P.III)

Author: *ละอองน้ำ*/ 'stem/I'm rebel sixx



Prologue

 

The turbidity relationship is happened. 

It’s hard to tell whose fault.

But theharder is decision to love someone , 

even you don’t know what on their minds.

ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น

มันยากจะบอกว่าเป็นความผิดของใคร

แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการตัดสินเลือกรักใครสักคน

 ทั้งที่ไม่รู้อีกฝ่ายคิดยังไง

 

ไม่อยากเชื่อว่าแกว่างมาหากันบ้างแล้ว เมเดิ้ล’ ” 

สาวลูกครึ่งผู้มีนัยน์ตาสีเทาเข้มแสนเปรี้ยวนั่งอยู่ด้านในสุดของร้านเบเกอร์รี่ที่มีบรรยากาศอบอุ่นสีขาวสะอาดตาชื่อ Grace Confiserie น้ำเสียงเอื้อนเอ่ยด้วยท่าทีตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวร่างสูงผมสีดำทองแสนคุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้โต๊ะของตน

โรคจิต! รู้อยู่ว่าฉันทำงานดึกดื่น แต่ก็นัดตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน!" หญิงสาวมาดมั่นเจ้าของชื่อนั่งลงตรงข้ามอย่างระอา ถ้าจำไม่ผิด นับตั้งแต่เธอคบกับเพื่อนคนนี้ ไม่ว่าอะไรที่เธอขอร้อง คนตรงหน้ามักขัดขวางตลอด!

“ฉันโทรนัดแกตั้งแต่ตอนเที่ยง ไก่บ้านแกขันตอนเที่ยงรึไง มันไม่เช้าแล้ว!” หญิงสาวคนแรกเอ่ยก่อนก้มลงดูดน้ำเปล่าแก้เลี่ยนกับเค้กไวท์ช็อคโกแล็ตที่เพิ่งกลืนเมื่อครู่

เช้าโว้ย ตราบใดพระอาทิตย์ขึ้นคือเช้าหมด 

เจ้าของเรือนผมสีดำยกมือบางยีหัวเมื่อไม่รู้ควรอธิบายยังไงให้เพื่อนเก่าเข้าใจสักที มันคงเป็นเรื่องยากหากจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจว่าเวลายามเช้าของเธอกับคนอื่นไม่เห็นต่างตรงไหน หากนับตอนพระอาทิตย์ขึ้นอยู่เหนือขอบฟ้า มันมาผิดตรงเธอต้องทำงานตอนกลางคืนต่างหาก ทำให้ระบบเวลากินนอนปั่นป่วนไปหมด

ไม่ได้เจอตั้งหลายปี กาลเวลาไม่ได้ทำให้เปลี่ยนไปเลยนะ” 

หญิงสาวคนแรกจ้องมองเพื่อนเก่าเต็มตา ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนมากนักนอกเหนือจากผมสีดำทองยาวขึ้น แต่เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าประโยคที่ดูเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบกลับทำให้คนฟังรู้สึกสะดุด

ไม่ได้เปลี่ยนไปเหรอ... มันเปลี่ยนไปนานแล้วต่างหาก นั่นก็เป็นแค่ความคิด สิ่งที่หล่อนแสดงออกกลับตรงข้าม

เหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงหรอก แต่มาหาแบบนี้มีอะไรรึเปล่า คาเรน’"

ฉันนั่งมองคาเรน เพื่อนรักเพื่อนเก่าเพื่อนซี้สมัยไฮสคูลด้วยสายตาจับผิด ลองคิดดู เราเลิกติดต่อกันห้าปีตั้งแต่จบไฮสคูล แต่อยู่ ๆ เมื่อสองเดือนก่อนเธอโทรมาบอกคิดถึงไม่ได้เจอหน้านาน เธอเพิ่งกลับมาจากอเมริกาเลยจะแวะมาเยี่ยม ทุกอย่างดูโอเคดีแต่มันดันเสียอยู่อย่างเดียวคือ...

หล่อนชอบโทรมาขัดตอนฉันเพิ่งได้นอนชนิดหัวเพิ่งถึงหมอนไม่กี่นาทีนี่สิ!

เอ้า! ฉันต้องมีอะไรด้วยเหรอถึงมาหาได้ เห็นแกหายหน้าหายตา คิดถึง แค่อยากมาหาบ้าง คาเรนแสร้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ประหนึ่งน้องเรยามาเอง แต่เสียใจ มุขนี้เห็นจนเบื่อ!

อย่ากระเดะหน่อยเลย รู้อยู่มีเรื่องทุกข์ใจ ไม่งั้นไม่ถ่อมาหาถึงที่หรอก

เขาว่าคนเป็นเพื่อนคบกันได้ย่อมมีนิสัยเหมือนกัน เห็นทีคงจะจริง ถึงฉันกับแม่นี่เรียกเพื่อนได้ไม่เต็มปาก แต่เราสองคนต่างรู้ดีว่าสันดานเราสองคนเป็นยังไง

ทำไมแกรู้ล่ะ” 

น้ำหน้าอย่างแก ถ้าไม่มีปัญหาไม่มีวันมาหาถึงที่หรอก 

แหมบางทีก็น่าน้อยใจนะ ถึงจะเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะมนุษย์สัมพันธ์ย่ำแย่ถึงขั้นติดลบ แต่พอมีก็อยากเจอดี ๆ แบบคนอื่นบ้าง อยากให้เพื่อนยอมรับและเข้าใจบ้าง ไม่ใช่คิดถึงหน้าตอนเฉพาะมีปัญหาแบบนี้... 

อยากรู้จริง อนาคตหล่อนคงเรียกฉันซ่อมไฟในบ้านให้แหง ฉันแทบแก้ปัญหาให้มันมาหมดแล้ว ไล่ตั้งแต่หมาตาย, อกหักรักคุดตุ๊ดเมิน, ตู้เย็นพัง, หลอดไฟฟ้าพัง, ทีวีเสีย ใครเป็นคนช่วยยัยคาเรนล่ะ

ยัยเมเดิ้ลนี่ไง!

โธ่ คุณเพื่อนค้า มันอดไม่ได้ มีแกนี่แหละสนิทสุดละ ยอมรับก็ได้ ถึงจะบ่นแม่นี่น่ารำคาญแค่ไหน แต่ลึกในใจยังรู้สึกดีที่มันมาเป็นเพื่อนอยู่

ยัยตัวแสบคาเรนตีหน้างอ ฉันจ้องมองความเปลี่ยนไปทุกรายละเอียดของเพื่อนสาวโดยแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนจากครั้งสุดท้ายตอนเราเจอกัน

คาเรนเป็นลูกครึ่งสวิสเซอร์แลนด์กับอังกฤษ เธอมีเรือนผมยาวจรดกลางหลังเส้นเล็กสีเทาเข้มถูกปล่อยสยาย นัยน์ตาสีเทา ลักษณะตาดูคมเฉี่ยวจากการกรีดอายไลเนอร์ ผิวสีขาวเกือบซีดเพราะชีวิตหล่อนแทบไม่เคยออกแดด จมูกโด่งอย่างชาวตะวันตก ริมฝีปากบางสีแดงสดที่ขับผิวของหล่อน แค่ปกติแม่นี่เดินไปไหนก็สวยจนต้องหันมามองอยู่แล้ว แต่วันนี้ยังมากับเสื้อกล้ามข้างในรัดรูปสีขาวลายกราฟฟิกและเสื้อกั๊กครึ่งตัวหนังสีดำ พร้อมกระเป๋าหลุยส์ วิคตรองและกางเกงยีนสีซีดลายไฮโป ตบท้ายด้วยรองเท้าส้นสูงสีดำหุ้มข้อเกือบสี่นิ้วยี่ห้อปราด้า

สาบานสิว่าวันนี้ใครไม่สนใจหล่อนคนนั้นคงตาบอดน่าดู เพราะถึงแม้ในเมืองไทยจะเป็นเรื่องแปลกที่มีคนกล้าใส่บู๊ทส้นสูงแบบนี้ แต่ต้องยอมรับแม่นี่แต่งแล้วดูดีเพิ่มอีก จนดูเหมือนเธอทำให้ผู้หญิงอยู่ตรงนี้ไร้จุดยืนแล้ว!

แกช่วยนึกถึงกันตอนไม่มีปัญหาบ้างสิ ฉันต้องตามล้างตามเช็ดให้อีกรึเปล่า ไม่ได้พูดเล่นนะ ถึงน้ำเสียงจะกึ่งเล่นก็เถอะ ถ้ามันให้ช่วยอีกคงไม่เอาละ เห็นใจกันบ้างสิ!

ไม่ต้องหรอก แค่ไม่รู้จะพูดกับใคร ไม่มีใครเข้าใจได้เท่าแกเลย นี่รบกวนเวลาทำงานรึเปล่า?”

ไม่นี่ งานเริ่มตั้งดึกดื่น เพิ่งบ่ายหนึ่งครึ่งเอง ว่าแต่แกมีปัญหาอะไรว่ามา” 

เปลี่ยนคำถามว่ารบกวนเวลานอนไหมน่าจะดีกว่านะเพื่อน 

จำลูเธอร์ได้ไหม?” บทแม่นี่เปลี่ยนอารมณ์จริงจังก็ดันเปลี่ยนไวเกิ้น ตามไม่ทัน!

อ๋อ ลูเธอร์ ไวท์เหรอ แกเคยพูดถึงช่วงนึงนี่ ทำไมล่ะ? ถ้าจำไม่ผิด แกสองคนคบกันด้วย เลิกแล้วเหรอ?”

เฮ้ อย่ามามองแบบนั้นนะ! ฉันไม่ใช่ประเภทเห็นใครดีกว่าตัวเองไม่ได้ต้องแช่งตลอด เพียงแต่คนเราปกติถ้าไม่มีอะไรเดือดร้อนหรือย่ำแย่จะมาขอคำปรึกษาทำไม?

แต่ไอ้ผู้ชายชื่อลูเธอ ไวท์เนี่ย รู้สึกได้ยินชื่อนี้ตั้งแต่สมัยไฮสคูลอยู่กับแม่นี่ละ อะไรเนี่ย ไม่น่าเชื่อแม่นี่จะยังคบหมอนั่นอยู่ มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้วนะ!

เลิกได้ก็ดีสิ! L

อ้าว ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ

ฉันวางช้อนที่กำลังจิ้มชิ้นคัพเค้กบนจานรองลง ตีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นหล่อนจะร้องไห้ โอ๊ะ ตกลงนี่เรื่องอะไรแน่ ปาฏิหาริย์ชะมัดมีคนมาทำให้แม่นี่ร้องไห้ได้สักที ควรจดบันทึกโลกดีไหมนะ ฮ่า

ทุกคนเข้าใจว่าเราสองคนคบกัน แต่เราไม่เคยคบกันต่างหาก คาเรนถอนหายใจทิ้งก่อนหันมาพูดต่อ ฉันพยายามเลิกยุ่งกับหมอนั่น แต่ทุกครั้งมันทำไม่ได้

ฉันจ้องมองสีหน้าเพื่อนตรงหน้า เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มันเหมือนกันเกินไปแล้ว....

แล้วหมอนั่นทำอะไรให้ แกถึงอยากเลิกยุ่งนักหนา

เฮ้ย แกทำใจได้รึไงถ้าต้องคบกับใครสักคนโดยไม่รู้ควรวางตัวเองในฐานะอะไร เขามีคนอื่นได้ ฉันมีคนอื่นได้ แต่เรายังมีกัน แรก ๆ มันทนได้ แต่หลัง ๆ มามันมีแต่ความไม่ชัดเจนขึ้นทุกวัน เป็นแก...จะทำยังไง

ฉัน...

ใจจริงอยากปลอบเพื่อนตัวเองไม่ให้คิดมาก บอกมันที่เป็นอยู่ดีแค่ไหนแล้ว อย่างน้อยเขายังอยู่ข้างเราไม่ว่าฐานะอะไร 

แต่ความจริงก็รู้ ฉันรู้ดีด้วยซ้ำว่าใครเจอแบบคาเรนก็ไม่มีใครทนรับได้หรอก ผู้หญิงเราต่างต้องการความชัดเจนในความสัมพันธ์ ยิ่งให้รอโดยไม่มีความหวังทั้งที่เขาไม่เลือกเรา ไม่รู้จะรอทำไม แต่หากขาดเขาไป เรากลับทนอยู่ไม่ได้เอง

พูดอะไรหน่อยสิ ฉันกลุ้มมาเป็นปีแล้ว อยากไปให้พ้น ๆ จากชีวิตหมอนั่น แต่พอเดินออกมากลับทนไม่ได้ซะเอง” เอาแล้ว แม่นี่เริ่มจะร้องไห้จริงด้วย... 

นี่วันซวยอะไรดันต้องมาปลอบเพื่อนตัวเอง ในเรื่องที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด?

แกน่าจะทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุขมากกว่า อย่างน้อยกัดฟันเจ็บไม่นานเดี๋ยวก็หาย มันดีกว่าจมอยู่กับหมอนั่นโดยเขาไม่เลือกเราสักที มันเหนื่อยนะ” นึกไม่ออกเลยว่ากำลังปลอบเพื่อนตัวเองหรือพูดย้ำเตือนตัวเองแน่ เพราะตอนนี้มันกลับทำให้คิดถึงคนบางคน

ป่านนี้หมอนั่นจะอยู่ไหนนะ?

รู้ไง แต่มันทำยาก ทุกครั้งที่จะเลิกยุ่ง เขาก็เข้ามาหา ลึก ๆ มันทำใจไม่ได้ถ้าจะไม่มีอะไรที่เราเคยทำแล้ว ทำไงดีวะแก” 

เอาล่ะ สายตาคาดหวังมาเต็ม แค่ปัญหาตัวเองยังเอาไม่รอด ทำไมต้องมาให้คำปรึกษาเพื่อนเก่าเรื่องอกหักรักคุดกรณีเดียวกับปัญหาชีวิตตัวเองด้วย!

 “ไม่รู้ว่ะ แกเห็นฉันเป็นกูเกิ้ลผสม Yahoo รึไง ถึงได้มาปรึกษาทุกเรื่องอย่างนี้!

โฮ จะบ้าตายแล้ว อุตส่าห์มาปรึกษาแก

ก็ไม่รู้จริงๆ นี่หว่า เรื่องแบบนี้แต่ละคนมีวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง!” 

แต่ผ่านมาแล้วห้าปี ฉันยังค้นหาวิธีแก้ปัญหาทางออกของตัวเองไม่เจอสักที...

ว่าแต่แกเถอะ ชีวิตเป็นไงบ้าง?”

เอ้า ทำไมเปลี่ยนอารมณ์ไวแบบนี้ ! หันมาถามคำถามโง่ ๆ เฉย แต่มันดันเป็นคำถามธรรมดาที่ไม่อยากตอบสุดนี่สิ!

 “ดี ฉันทำงานเป็นนักดนตรี ทำงานตอนกลางคืน หลับตอนเช้า เงินทองใช้สอยพอมีพอกิน ช่วงนี้มีคิวเล่นเรื่อย ๆ ทุกอย่างโอเคดี ถามทำไม

แล้วไอ้ แมทธิวล่ะ

เคร้ง!

แก้วน้ำที่เพิ่งถูกยกขึ้นดื่มถูกวางลงบนโต๊ะทันทีเมื่อคาเรนเอ่ยถามถึงคนที่พิ่งนึกถึง

แกจะถามหามันทำไม

เอ้า! เห็นแกไปไหนด้วยกันตั้งแต่ไฮสคูล ได้ข่าวว่ายังอยู่วงเดียวกัน แกสองคนเล่นหายจากวงโคจรเพื่อน นานๆ มาเจอที ฉันต้องอยากรู้บ้างสิ

หมอนั่นก็สบายดี ว่างจากทำงานชอบเที่ยวดึกดื่นประจำ หลีสาวไปเรื่อย เงินหมดมันยืมเงินฉัน เราก็ยังเหมือนเดิม

ดีแล้ว ยังเห็นแกสองคนยังอยู่ด้วยกัน ไม่เลิกเหมือนคนอื่น ฉันนี่ยังคิดไม่ตกเลยจะทำยังไงกับลูเธอร์

ไม่ดีหรอก ฉันเพลียกับหมอนั่นเรื่องกลับห้องไม่เคยตรงเวลาสักที แสร้งบ่นเพื่อแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้นและไม่ให้คาเรนคิดถึงปัญหาตัวเองอีก ทั้งที่ความจริง นี่ไม่ใช่เรื่องตลกสักนิดเดียว

เอาน่า ถึงบ่นยังไง เขาก็นิสัยแบบนี้ตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าแต่แกอยู่ด้วยกันตลอด ไม่คิดเบื่อบ้างเหรอ ช่วงหนึ่งฉันยังคิดเลย

นี่ฉันเป็นเพื่อนกับมันนะ แกคิดอะไรเนี่ย?” 

นั่นไง! เป็นอันชัดเจน แม่นี่คิดเหมือนคนอื่นสินะ

เอ้า! นึกว่าแกกับมันคบกันตั้งนานแล้ว ใคร ๆ เขาก็คิดแบบนี้!”

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนในสมัยไฮสคูลถึงได้พูดแบบนี้กันหมด มันคงเพราะฉันกับหมอนั่นตัวติดกันตลอด ไปไหนมาไหนด้วยกัน คนเลยคิดว่าเราคบกัน

บ้าเหรอ! เป็นเพื่อนกันมาชาตินึงเนี่ยนะ 

ไอ้ที่พูดเนี่ย... ข้ออ้างทั้งนั้นแหละ

เห็นแกสองคนอยู่ด้วยกันตลอด ใครจะรู้?” คาเรนย่นจมูกหมั่นไส้ก่อนตัดชิ้นเค้กกินต่อหน้าตาเฉย

ค้นพบล่ะ! อารมณ์แม่นี่ขึ้นลงรวดเร็วยิ่งกว่าน้ำทะเลอีก ไหนเมื่อกี้ยัยนี่ร้องไห้อยู่ไม่ใช่เรอะ!

จะรู้ได้ไงคนอื่นคิดอะไร นึกว่าแกรู้ตั้งแต่ตอนนั้น คาเรนส่ายหัวเป็นคำตอบอันสวยงาม 

จบปิ้ง!

ช่างเถอะ วันนี้ว่างรึเปล่า จะได้ชวนเที่ยวต่อ ฉันไม่ได้เที่ยวกับแกน๊านนาน

อื้อหื้อ...ดูสายตาแม่นี่มองมาสิ เป็นประกายความหวังมาแต่ไกล!

นานบ้าอะไร มันเพิ่งจะครั้งสุดท้ายตอนแกมาหาเองนะ -_-;;”

อย่าขัดศรัทธาได้ปะ แล้วว่างรึเปล่า?”

ความจริงอยากนะ แต่ดูเหมือนฉันต้องไปรับไอ้แมท แสร้งทำเป็นก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเองทันที

ช้อปปิ้งกับแม่นี่เหรอ? ไม่เอาด้วยหรอก! อย่างดีฉันเป็นคนถือของให้แม่นี่ เพราะการช้อปปิ้งกับฉันเป็นอะไรที่เข้ากันไม่ได้เลย!

ทำไมอ่ะ แบบนี้ฉันต้องช้อปปิ้งคนเดียวสิ

หมอนั่นทำรถเสียน่ะสิ ฉันเลยต้องรับแทน เอาเป็นขอให้โชคดีแล้วกัน

ใครว่า ความจริงหมอนั่นหายหัวทั้งคืนไม่ยอมกลับห้อง ติดผู้หญิงที่ไหนไม่รู้และมีหน้าเรียกให้ไปรับตอนเช้าด้วย   

โอเค ดูท่าแกคงรีบ โชคดีแล้วกัน ฝากทักทายไอ้แมทด้วย ขอบคุณที่ฟังฉันระบายอารมณ์ ถ้าไม่มีแก ฉันไม่รู้จะบ่นให้ใครฟัง คาเรนโบกมือลาและยิ้มพิมพ์ใจให้ ส่วนฉันทำได้แค่ยิ้มบอกมันเป็นนัย ๆ ไม่เป็นไร

และไม่นานหล่อนก็เดินหายไป...


ฉันเฝ้ามองแผ่นหลังของคาเรนเลือนหาย อดสงสัยไม่ได้ว่าหากเป็นตัวเองจะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้า จะเลือกเดินจากไปเหมือนคาเรนเคยทำ หรือจะยืนยันที่จะอยู่ต่อดี...


 Tell me how am I supposed to live without you. This is all that I remember before you changed. You’re stuck in the dream with next to nothing….

 “ว่าไง

[อยู่ไหนล่ะ มารับหน่อยสิ]

แล้วนี่แกอยู่ไหน เล่นหายหัวทั้งคืน ไอ้เราก็รอไปสิ คราวหน้าแกจะหายหัวแบบนี้ช่วยโทรมาบอกด้วย” พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนตอนนั่งรอหมอนี่ แต่เขากลับไม่กลับมา อารมณ์เสียชะมัด

[ก็บอกตั้งแต่ก่อนออกมาแล้วว่าไม่ต้องรอนะ นี่แกรอฉันกลับจริง ๆ เหรอวะ]

...

ให้ตาย! ไม่รู้จะตอบอะไรเลย จนป่านนี้ เขายังไม่รู้จริง ๆ รึไง

[เอาเถอะ เดี๋ยวเจอกันห้องซ้อม ถ้าถึงแล้วโทรมาบอกนะ ฉันจะแต่งตัวแล้วนั่งรถไปหา]

อย่าช้านะ” ฉันกดตัดสายทิ้ง วนรถกลับเพื่อรับคนปลายสาย

ให้ตาย! มันผ่านมาห้าปีแล้วนะกับความสัมพันธ์ของเรา แต่ไม่มีอะไรคืบหน้ามากกว่านี้ ไม่มีอะไรชัดเจนแม้สักอย่างเดียว

บางทีปัญหาของเราไม่ได้อยู่ที่ว่าฉันเลือกจะเดินจากเขาไป หรือเลือกทนอยู่ต่อหรอก แต่ความจริงคือ ไม่ว่าจะทำอย่างไร ฉันก็ไม่เคยรู้ว่าใจเขาคิดอะไร

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #2 มีเพื่อนเล_ต้องทำใจ👎 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 14:26
    ต่อนะไรต์สนุกมาก😘
    #2
    0
  2. #1 0856337585 (@0856337585) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 07:42
    เริ่มเรื่องมาก็สนุกแล้วค่ะไรต์มาต่อเร็วน่ะค่ะ
    #1
    0