ตอนที่ 16 : [Sabo x Luffy] Super trouper [8]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 มี.ค. 59






[Sabo x Luffy] Super trouper [8]










ถ้าเธอรักใครมากสักหนึ่งคน...และผลคือเขาจะไป

เพราะรักนั่นเธอจะไม่ยอมแม้จะปล่อยให้ เขากังวลแม้แต่น้อย

เจ็บเท่าไรยินดีให้เขานั่นเดินไป...


พบกันใหม่ >> link









“อื้ม” เสียงครางในลำคอนำพาความโล่งอกมาให้หญิงสาว เธอถอยออกไปเล็กน้อย รีรอมองท่าทีของเขาด้วยความเป็นห่วง




“อะ คุณโคอาล่า? หวา เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรครับ?” แขนเรียวคว้าผ้าห่มสีขาวสะอาดขึ้นมาบังร่างกายท่อนล่างไว้ ใบหน้าขึ้นสีชมพูหวาน เธอเป่าปากโล่งอก ยังคงมองสำรวจทั่วตัวเขาอย่างไม่แน่ใจ




“คุณไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?”




“หือ?” เขาค่อนข้างจะงุนงงกับท่าทีของหญิงสาว ยิ้มตอบไปแบบงงๆ “ไม่เป็นไรครับ”




เธอถอยลงมาจากเตียง เผลอไล่สายตามองรอยขบกัดบนซอกคอขาว แถมยังรอยจ้ำแดงรอบคอนับสิบรอยนั่น อื้อหือ เจ้านายของเธอนี่เห็นท่าทางเรื่อยๆ เอื่อยๆ แต่หวงของ ไม่ใช่เล่น ตราประทับเยอะขนาดนี้ ตั้งใจจะประกาศก้องให้โลกรู้เลยหรือไง




“เอ้อ คือว่า” คนบนเตียงก้มหน้างุด ไม่คิดว่าจะโดนจ้องเอาๆ ขนาดนี้




“คะ? อ้อ เอ่อ แฮะๆ อาหารอยู่ทางนี้แล้ว เสื้อผ้าสะอาดอยู่ในห้องน้ำ เชิญตามสบายนะคะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มโทรเรียกฉันได้ทันทีเลยนะคะ” เธอส่งสมาร์ทโฟนเครื่องบางให้ก่อนจะหลบฉากออกไปอย่างรู้งาน





 

หลังจัดการกับมื้อเช้าแสนหรูหราระดับที่เชฟโรงแรมบนเกาะยังอายไปเรียบร้อย เขาก็ขอตัวกลับบ้านพักใกล้หมู่บ้านชาวประมงของตัวเองทันที ถ้าจำไม่ผิดเปิดเทอมพรุ่งนี้มีสอบย่อยคาบเช้ารออยู่ อาจารย์ผู้สอนวิชาสังคมศาสตร์ขู่แล้วขู่อีกจนพวกเขาจำขึ้นใจซะแล้ว




เมอซิเดสสีดำคนละคันกับที่มารับเขาเมื่อวาน เคลื่อนตัวช้าๆ ผ่านชุมชนริมทะเลไปเงียบๆ ผู้คนในหมู่บ้านต่างชะเง้อมองอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่เพราะฟิล์มดำทึบกั้นไว้จึงไม่อาจมองผ่านเข้ามาในกระจกรถได้




เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกสงสัยว่าหลังจากผ่านเรื่องราวที่เหมือนความฝันหนึ่งตื่นนี้ไป ตัวเขาจะตื่นขึ้นมาและพบว่าจริงๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝันหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น จะยังทนรับไหวมั้ย ทำไมเขาถึงต้องหวั่นกลัวขนาดนี้ด้วยนะ?




หรืออาจจะเป็นเพราะลึกลงไป เขารู้ว่ามีบางสิ่งที่ไม่อาจหลีกหนีได้กำลังนั่งคอยอยู่หลังม่านแห่งความสุขนี้อย่างใจเย็น เฝ้ารอที่จะได้เห็นความสุขเล็กๆ ของเขาค่อยๆ พังทลายไปอย่างเชื่องช้ากันแน่




ร่างเล็กสูดหายใจหนาวเหน็บ แย่ชะมัด ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสิ้นหวัง จนหวาดวิตกมองทุกอย่างติดลบไปหมดแล้ว




ไม่สินั่นมันคือความจริงต่างหาก




“ลูฟี่?” แรงบีบเบาๆ ที่ฝ่ามือรั้งสติเขาเอาไว้ พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ หลุบสายตามองเขาเงียบๆ เขาหันกลับไป บีบมือตอบ รับรู้ถึงความอบอุ่นแท้จริงที่ส่งผ่านมา




“จะถึงบ้านแล้วละ” เขาชี้ออกไปด้านนอก “ตรงนั้นน่ะ เห็นทะเลด้วยนะ”




เสียงคลื่นทำให้เขานึกถึงความหลัง อาจจะเป็นเพราะสิ่งนี้ก็ได้ เขาจึงไม่เคยลบเลือนพี่ไปจากหัวใจได้สักที หรืออาจเป็นตัวเขาเองที่เลือกอยู่ในสถานที่แบบนี้ เพราะลึกลงไปในใจแล้ว ไม่เคยอยากลืมสักครั้ง




“บางครั้ง ในเสียงคลื่นนั่น ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงเอส” เขาพึมพำคล้ายพูดกับตัวเอง ซบศีรษะลงบนไหล่กว้าง สูดกลิ่นอายอันแสนคุ้นเงียบๆ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว




“เอสบอกให้ฉันอดทนรอ ฉันไม่เคยฟังเขาหรอก เอาแต่อยากลืมพี่ มาคิดๆ ดู เอสอาจจะรู้จริงๆ ก็ได้ว่านายจะกลับมา” ร่างบางลอบถอนใจเบาๆ




“หมอนั่นน่ะ เชื่อใจนายมากกว่าฉันอีกมั้ง”




แสงอาทิตย์ยามสายส่องกระทบผืนน้ำสีฟ้ากระจ่างใส ระยิบระยับจนแสบตา แขนแข็งแรงโอบไหล่เล็กเข้ามาชิดใกล้




“กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะนะ” เขาพูด “ให้โอกาสฉัน ดูแลนายอีกครั้งจะได้มั้ย ลูฟี่”




” คำพูดของเขาคงจะทำให้พี่รู้สึกผิดไม่มากก็น้อย แย่จริง ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เสียหน่อย แต่ช่างเถอะ ได้เห็นหมอนี่ลำบากใจสักนิดก็ถือเป็นกำไรของชีวิตอยู่เหมือนกัน




“นายก็รู้ว่าตัวเองหายไปซะนาน” คนในอ้อมแขนกลั้นขำ แสร้งถอนใจเบาๆ พลางปั้นยิ้มเจ้าเล่ห์




“เอาเป็นว่าช่วงนี้ ถ้าคิดถึง ฉันจะมาหาพี่เองก็แล้วกันนะ?”




แน่นอนว่าคนที่เป็นต่อในเกมนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องชายที่ถูกทิ้งไปนานคนนี้ละนะ

 







“อา ให้ตาย ฉันเกลียดข้อสอบสังคมศาสตร์ชะมัด ถามบ้าอะไรนักหนา ใครจะไปรู้ว่าผู้นำขั้วอำนาจของโลกแต่ละกลุ่มคือใคร เรื่องพวกนี้สำคัญกับชาวเกาะอย่างพวกเราด้วยเรอะ” เป็นอุซปที่บ่นออกมายาวเหยียด สาเหตุหลักๆ เพราะทำข้อสอบไม่ได้นั่นละ




“ใครจะไปรู้ วันดีคืนดี พวกนั้นอาจจะขยายอำนาจมาแถวนี้ เขาเห็นเกาะเราสวยดี นึกครึ้มใจยึดเอาไว้ เราจะทำเป็นไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้เหรอ?”




“เฮ้ๆ ช่วยยกตัวอย่างให้มันไกลๆ ตัวหน่อยก็ได้มั้ง” แฟรงกี้หัวเราะคำพูดไร้สาระของเพื่อน




“เรื่องข้อสอบน่ะ ช่างมันไปเถอะ ค่อยลุ้นอีกทีตอนประกาศรายชื่อคนสอบซ่อมดีกว่าเนาะ” นามิหัวเราะเสียงใส รู้สึกเหมือนจะทำได้หลายข้อเลยล่ะนะ




“นั่นสินะคร้าบคุณนามิ้” ถ้าเป็นนามิพูดไม่ว่าอะไรซันจิก็มักเห็นด้วยเสมออยู่แล้ว




“งั้นมาพูดถึงเรื่องคุณพี่ชายที่เพิ่งจะกลับมาของลูฟี่ดีมั้ยละ”




โรบินพูดลอยๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทุกคนต่างเงียบฟัง เพราะนั่นเป็นหัวข้อหลักที่หลายคนแอบสงสัยอยู่ แค่รถที่มาส่งถึงโรงเรียนเมื่อเช้าก็เป็นจุดดึงดูดสายตาพอแล้ว พอเห็นว่าคนที่ลงมาจากรถเป็นจอมป่วนประจำกลุ่ม หลายคนก็พากันวิเคราะห์ไปต่างๆ นานาแทบจะลืมแนวข้อสอบที่ท่องกันยันเช้าไปจนหมด  




“ดูเหมือนจะรวยนะ รถแบบนั้น เสื้อผ้าแบรนด์เนมเรียบหรูยี่ห้อดังนั่นอีก หาซื้อที่แผ่นดินใหญ่ยังยากเลย”




“เหอ นี่เธอสังเกตอยู่แค่นั้นเรอะ นามิ??”




“หมอนั่นดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไร” โซโลที่เงียบอยู่นานพูดบ้าง




“สังเกตจากตรงไหนหรือครับ?” บรู๊ค เพื่อนร่วมห้องที่ผอมและสูงที่สุดเลิกคิ้วถาม




“ไม่รู้สิ ก็แค่รู้สึก” คนถูกถาม กอดอกสีหน้าไม่สบอารมณ์




“ก็แค่อิจฉาเขาละม้าง ทำไงดีละ พี่ชายที่เพียบพร้อมสุดๆ ของหมอนั่นโผล่มาแล้ว เพื่อนสนิทอย่างฉันจะยังมีที่เหลือพอให้ได้อยู่ข้างๆ อีกมั้ยน้า?” ซันจิลากเสียงล้อเลียน และได้รับลูกถีบยันแผ่นหลังตอบแทนกลับมา




“ฮะๆๆ โซโลน่ะไม่เท่าไรหรอก ต้องลอว์โน้น หมอนั่นไม่ชอบใจออกนอกหน้าเลยละ” นามิปิดปากขำ ผู้ชายพวกนี้ก็มีโมเม้นหวงเพื่อนสนิทกับเขาอยู่เหมือนกันสินะ




“จะว่าไปลูฟี่ล่ะ เย็นนี้พวกเรานัดกินเนื้อย่าง เจ้าตะกละนั่นไม่น่าพลาดนี่นา?” ซันจิมองซ้ายขวา พบว่าไร้เงาเพื่อนสนิท




“หมอนั่นมีธุระเย็นนี้น่ะ” ช็อปเปอร์ตอบ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนเดียวที่ทันได้คุยกับลูฟี่ ก่อนที่เขาจะวิ่งออกจากห้องสอบไป




“ธุระอะไรกันน้า ทำงานอีกหรือเปล่า”




นามิกอดอกชักหัวคิ้ว อย่าบอกว่าเป็นเรื่องงานอีกนะ เธอเป็นคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องงกเงินยิ่งกว่าใคร งานพิเศษ งานลุยแค่ไหนก็จัดมาแล้ว จะมีก็แค่ลูฟี่นี่ละที่เธอไม่กล้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบด้วย




จะว่าไปหมอนั่น มีสักวันมั้ยที่ไม่ทำงานน่ะ?




“เท่าที่รู้คร่าวๆ ลูฟี่ทำงานเยอะจนน่าจะเรียกได้ว่ามีรายได้เยอะกว่าผู้ใหญ่บางคนบนเกาะแล้ว เขามีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่านะ?” โรบินเริ่มคิดวิเคราะห์




“ถ้ามีรายได้ขนาดนั้น ไหงต้องทำตัวยาจก อยู่แบบประหยัดเรียกพี่แบบนั้นด้วย?” อุซปพูดสิ่งที่ตัวเองสงสัยมานาน




“เก็บตังค์ไปเที่ยวรอบโลกหรือเปล่า?” ช็อปเปอร์ที่มองโลกใสซื่อที่สุดในกลุ่มออกความเห็นบ้าง




“แต่ถ้าเป็นผมนะครับ พี่ชายที่ร่ำรวยขนาดนั้นเพิ่งกลับมาหา ผมคงจะไม่ไปทำงาน แต่ไปนั่งเล่นที่บ้านพี่สักวันสองวันดีกว่า สบายกว่ากันเยอะ โย่โฮ่ๆๆ” บรู๊คหัวเราะ การจะรักสบายเสียหน่อยไม่ใช่เรื่องผิดนี่นะ




“อืมก็จริง บางทีระหว่างที่พวกเรายังนั่งทำข้อสอบอยู่ พี่หมอนั่นอาจมารับไปกินข้าวแล้วก็ได้ ใครจะรู้”







 

“ดูเหมือนช่วงนี้เธอจะไม่ยอมทำตัวให้ดีเลยนะ”




ชายชราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขมวดคิ้วมองลอดแว่นกรอบดำมาทางเขา ลูฟี่หลุบสายตามองพื้นโต๊ะกระจก แม้จะถูกตำหนิแต่รอยยิ้มบางก็ยังไม่หลุดร่อนไปจากใบหน้า




“ผมแบบว่าช่วงนี้ เจอแต่เรื่องดีๆ น่ะครับ”




“เรื่องดีๆ แบบไหนที่ทำเอาผลการตรวจออกมาย่ำแย่แบบนี้?” คนเป็นหมอวางเอกสารผลการตรวจลงบนโต๊ะ เม้มปากมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด




“พูดตรงๆ  ถึงเธอจะมีเงินมาจ่ายค่ายาอยู่เสมอ แต่ถ้าเธอไม่ถนอมร่างกายนี้ไว้ ยาดีแค่ไหนก็ไม่ช่วยหรอกนะ”




ชายชรากอดอกทอดถอนใจ รู้ว่าพูดแรงไปนิด แต่กับวัยรุ่นที่ไม่ค่อยเชื่อฟังแบบเจ้าเด็กนี่คงต้องเล่นไม้นี้ ใบหน้าคนถูกตำหนิหม่นหมองไปเล็กน้อย เขาส่งยิ้มจืดเจื่อนให้หมอเจ้าของไข้ ตลอดสิบปีมานี้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหมอคนนี้หวังดีต่อเขาจากใจจริงแค่ไหน




“ผมเข้าใจดีครับ”




รู้ดีแก่ใจว่าร่างกายแบบนี้ไม่ใช่ของที่จะใช้หักโหม แต่จะให้ทำอย่างไรได้ละ ในเมื่อความเป็นจริงทิ้งทางเลือกไว้ให้เขาไม่มากนัก เงินที่หามาจ่ายด้วยน้ำพักน้ำแรงก็แค่ยื้อระยะเวลาที่เหลืออยู่ให้มากขึ้นเท่านั้น




คิดว่าที่ผ่านมาตัวเองชาชินและไม่ได้หวังอะไรอีกแล้ว ก็แค่ทำให้ดีที่สุดไปวันๆ แต่พอคนๆ นั้นกลับมา บางสิ่งบางอย่างในหัวใจที่ชาด้านก็เปลี่ยนไป ร่างเล็กสะกดกลั้นความหวาดหวั่นที่แทรกลึก กัดริมฝีปากถามสิ่งที่ไม่เคยถามมาก่อนออกไป





“คุณหมอ ตอนนี้ผมยังเหลือเวลาอีกเท่าไรหรือครับ?”






.....................................................................................................................ต่อค่ะ






หน้าเคาเตอร์จ่ายยา มือใหญ่ที่สวมประดับแหวนวงใหญ่หลากสี รับซองสีขาวมาจากเภสัชกรสาวโดยไม่ได้ใส่ใจจะมองแม้แต่ชื่อยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มเดินทอดน่องออกมาจากจุดให้บริการ ปกติลูกน้องคนสนิทจะเป็นคนมารับให้ ทว่าวันนี้เขากลับนึกครึ้มใจอยากจะขับรถเล่นรอบเกาะ จึงเป็นฝ่ายออกมารับเองเสียเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ไม่คาดคิดที่นี่ด้วย




“เฮ้ ไอ้หนู แกมาคนเดียวรึ?”




ใบหน้าซีดเซียวนั้นหันมาทางเขาเพียงแวบเดียว ก่อนออกเดินต่อไป เขาชักหัวคิ้ว มีไม่กี่คนบนเกาะที่เขาเป็นฝ่ายทักก่อน ครอกโคไดล์ลอบสบถในใจ ก้าวยาวๆไม่กี่ก้าวก็เดินทันเจ้าเด็กอวดดีนั่นแล้ว




“กำลังจะไปไหน?” เขาเอ่ยถามอีกรอบ ไร้เสียงตอบ มือใหญ่ฉุดกระชากข้อมือเล็กให้หันมาเผชิญหน้า เจ้าเด็กนั่นชะงัก แต่ก็ยังไม่โต้ตอบ ผิดไปจากทุกครั้งที่เคยเจอกัน




“แกก็รู้ว่าฉันไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใคร ถ้าไม่ตอบ จะพาไปด้วยกันซะเลย เอางั้นเรอะ”





 

บนรถจากัวร์สีบรอนด์เงิน ภายในรถปรับอากาศให้เย็นสบายทว่าบรรยากาศกลับมืดมนอึมครึม ร่างสูงที่ขับเงียบๆมาตลอดทางเหล่มองตุ๊กตาไร้วิญญาณหน้ารถ ความเป็นมาระหว่างเขากับเจ้าหนูนี่ไม่ใช่เรื่องที่เคยเปิดเผยกับใคร ครอกโคไดล์จึงเลือกที่จะไม่กลับไปยังสำนักงาน แต่ขับเลียบทะเลไปเรื่อยๆ แทน




“เฮ้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ท้ายที่สุดเขาก็ยอมลงให้ด้วยการเอ่ยถามก่อน รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีอายุขึ้นจนปล่อยวางหลายสิ่งได้จริงๆ




“ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ” ใบหน้าเล็กยังคงหันมองออกไปด้านนอก ราวกับทิวทัศน์ของทะเลได้ดึงดูดความสนใจของมันไปจนหมดแล้ว




“แกไม่ได้ทำตัวอวดดีแบบปกติ แต่น่าโมโหกว่าปกติอีกรู้ตัวมั้ย” เขาหรี่สายตาคมดุ จ้องมองถนนด้านหน้า




“ครอกโคไดล์ ฉันอยากไปที่นั่น”




“ที่ไหนละ?”




“ที่ชะง่อนผาของฉันกับพี่”






 

เขารู้จักชะง่อนผาของเจ้านี่ดี เพราะสถานที่แห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของสำนักงานมาก่อน วิวทิศทัศน์ของที่นี่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง ในแง่ของมูลค่าแล้ว ถือว่าเหนือกว่าที่ผืนไหนๆ บนเกาะนี้ พื้นที่นี้กินบริเวณกว้างมีต้นไม้น้อยใหญ่และทุ่งดอกไม้หลากสีที่ขึ้นตามธรรมชาติ ผืนทะเลเรียบสงบราวกับจุดบรรจบของแผ่นฟ้าและท้องน้ำ เป็นสุดยอดแห่งวิวที่ยากจะลืมเลือนไปจากใจ




เขาเคยคิดจะใช้ทุกวิถีทางชิงโฉนดที่ดินผืนนี้มาให้ได้ แต่ไม่เคยคาดว่าผู้ที่ถือครองที่ดินนี้เอาไว้จะเป็นมหันตรายตัวน้อยที่ไม่เคยลงให้ใครมาก่อน ทั้งยังมีเพื่อนที่เป็นกลุ่มอิทธิพลเก่าบนเกาะคอยหนุนหลังอยู่ลับๆ อย่างมัลโก้คนนั้น




งัดข้อกันไปมา ท้ายที่สุดก็กินกันไม่ลง เขาถึงขั้นคิดว่าแม้ต้องตาย เจ้าเด็กนี่ก็คงจะเอาโฉนดลงหลุมไปด้วยแน่ๆ




เคยเป็นเด็กอวดดี ที่ดื้อรั้นห้าวเป้งขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมวันนี้ถึงเศร้าซึมได้ถึงขั้นนี้




เขาเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคนที่ยืนเงียบมองทะเลมาตลอด ก่อนจะพ่นควันซิการ์ออกมากลุ่มใหญ่




“รู้สึก สบายใจขึ้นมานิดๆ แล้วละ” เจ้าของเสียงเล็กหัวเราะแฮะๆ  ยืดแขนขึ้นสุดเหนือหัว เขากลอกตา แต่ก็อดยกยิ้มตามไม่ได้




“อ่อ เหรอ” เสียงเรียบเย็นเอ่ยเป็นเชิงรับรู้ “ดูเหมือนแกจะรักที่นี่มากสินะ”




“ที่นี่คือหลุมหลบภัยหนึ่งเดียวของฉัน”




เสียงตอบหนักแน่น ทว่านัยน์ตากลับเลื่อนลอยไปรอบด้าน เขาทอดสายตามองตาม เป็นสถานที่ในความทรงจำนี่เอง อดรู้สึกผิดนิดๆ ที่เคยคิดจะเล่นลูกไม้สกปรกช่วงชิงมาจริงๆ




นายเคยมีบางสิ่งที่รู้ทั้งรู้ว่าต้องตัดใจ แต่ทำยังไงก็ตัดไม่ลงบ้างมั้ย?”




เขาชักหัวคิ้วให้คำถามแปลกๆ นั่น บางสิ่ง งั้นเหรอ?




“มี คิดว่านะ”




“ฉันเคยคิดว่าตัวเองไม่มีแล้ว แต่ว่าพอรู้ตัวว่ายังเหลืออะไรแบบนั้นอยู่ ในใจมันเจ็บปวดเป็นบ้า” เจ้านั่นเงยขึ้นมองฟ้าด้วยสีหน้าคับข้องหมองใจ 




“ไม่รู้จะทำยังไง กับไอ้อาการยึดติดแบบนี้ดี ควรจะปล่อยไปมั้ย หรือดันทุรังต่อไป แบบว่าสับสนไปหมด”




ลูฟี่เงยขึ้นมองคนที่นิ่งฟังเงียบๆ มาตลอด และได้เห็นสายตาแบบที่ใช้มองคนแปลกหน้าจ้องตอบกลับมา




“พูดจาไม่รู้เรื่อง”




….




“ฉันไม่รู้หรอกว่า บางสิ่ง อะไรนั่น เป็นเรื่องหนักหนาแค่ไหนสำหรับแก แต่จงสังเกตตรงนี้ให้ดี” นิ้วยาวๆ จิ้มจึ้กลงบนอกเสื้อนักเรียน เจ้าพ่อประจำเกาะหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ เอ่ยต่อไป




“คนที่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง จะไม่ทำเรื่องที่ทำแล้วมีสีหน้าลำบากใจแบบนี้ แกเองก็รู้ดีไม่ใช่เรอะ”

 






เสียงหวีดหวิวดั่งสายลมคร่ำครวญรำพันดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย โคอาล่าเงยมองสายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำอย่างไม่ค่อยสบายใจ หันไปอีกฝั่งของห้องทำงาน เจ้านายของเธอกำลังไล่สายตาผ่านเอกสารไปพลางจิบชาไปพลาง อันที่จริง เธอไม่ได้กลัวสายฟ้านั่น แต่กำลังเป็นห่วงน้องชายของเขาอยู่ต่างหาก




“บ้านพักของคุณลูฟี่สภาพทรุดโทรมขนาดนั้น เจอพายุแบบนี้เข้าไปไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”




เลขาสาวลองเอ่ยลอยๆ คนเดียว อีกคนในห้องกลับยังนิ่งเฉยซะงั้น โธ่ เจ้านายนะเจ้านาย




“บ้านพักในหมู่บ้านชาวประมงทนลมทนฝนมานาน ปราการของพวกเขาไม่แตกแค่เพราะพายุครั้งนี้หรอก” ในที่สุดเขาก็ละสายตามาจากเอกสาร เอ่ยเสริมไปอีกคำ




“อีกอย่าง การจะมาอยู่ที่นี่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเจ้าตัวด้วย”




โกหก คุณน่ะ อยากรับเขาเข้ามาอยู่ที่นี่ใจจะขาดแล้วต่างหาก เห็นหน้านิ่งๆ แบบนี้ ในหัวคงกำลังวางแผนการยิบย่อยเพื่อปูทางอยู่ละสิ สังหรณ์ของเลขามืออาชีพแบบเธอกู่ร้องเช่นนั้น




“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง ฮึ?” เขาขี้เกียจสนใจเธอ รั้งสายตากลับมาที่แผ่นเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินในมืออีกครั้ง




“เปล่านะคะ” เธอปฏิเสธเสียงสูง




เลิกสนใจคุณเจ้านายท่ามากดีกว่า ครั้งที่แล้วไม่ใช่เธอหรือไง ที่ลงทุนลงแรงดั้นด้นไปหิ้วคุณลูฟี่มาให้ถึงที่ ไม่งั้นป่านนี้จะได้คุณน้องชายคืนมาหรือเปล่าละ




เสียงประตูปิดลง เขาลอบผ่อนลมหายใจ หลับพักสายตาเงียบๆ หัวใจนั้น โจนทะยานไปถึงหน้าประตูไม้ผุๆ ของบ้านพักหลังน้อยนั่นแล้ว




เอาเป็นว่าช่วงนี้ ถ้าคิดถึง ฉันจะมาหาพี่เองก็แล้วกันนะ?




อดขมวดคิ้วให้ประโยคแสนเอาแต่ใจนั่นไม่ได้ แปลว่าถึงเขาจะคิดถึงแค่ไหนก็ไปหาไม่ได้หรือ การปั่นป่วนให้พี่ชายลำบากใจกลายเป็นงานอดิเรกของเจ้านั่นตั้งแต่เมื่อไรนะ?




ก๊อก




เสียงของแข็งกระทบหน้าต่างดึงความสนใจเขาไปได้ทั้งหมด ลมพัดเศษหินปลิวกระทบงั้นรึ? กำลังป้องกันของที่นี่เข้มงวดเทียบเท่าระดับความปลอดภัยของผู้นำองค์กรหนึ่ง ถ้าไม่ใช่คนที่ชำนาญพื้นที่จริงๆ คงไม่สามารถลอบขึ้นมาถึงที่นี่ได้




เขากวาดสายตามองทิวทัศน์สีดำทะมึนด้านนอกหนึ่งครั้ง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้บานหน้าต่าง และได้เห็นเงาเล็กๆ สายหนึ่งเกาะติดแนบใกล้บานกระจก เขาเบิกตากว้างขึ้น ไขกลอนเปิดบานหน้าต่างทันที




“ลูฟี่!




เขาใช้สองแขนรั้งร่างที่ยืนสั่นหงึกงั่กอยู่ริมกันสาดของชั้นสามเข้ามาในอ้อมแขน สายฝนสาดกระหน่ำจนเนื้อตัวของเจ้านั่นเปียกปอนไปหมด ร่างสูงไม่รู้จะเอ่ยถามเรื่องไหนก่อน จึงได้แต่กอดร่างเปียกโชกเอาไว้ ทั้งสงสัย ทั้งตกใจ มือเล็กยันกายเขาออกห่าง หยาดเม็ดฝนพร่างพราวลงมาจากปลายผมตอนที่เจ้านั่นเงยขึ้นส่งยิ้มสั่นๆ ให้




“ดะ เดี๋ยวนายจะเปียกไปด้วย”




“นายมาที่นี่ได้ยังไง” เขาไม่สนแรงต้านนั่น กดศีรษะเล็กๆ เข้ามาแนบใกล้ ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของเจ้าตัวป่วนในอ้อมแขนดังแว่วมา




“ทางลับบนภูเขาของเราไง ฉันกะจะมาเซอรไพรซ์พี่ ใครจะไปรู้ว่าฝนมันจะ




“เจ้าลิงเอ๊ย” อดบ่นพึมพำไม่ได้ ก่อนรวบร่างเบาหวิวขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน เจ้านั่นเบิกตาโต รีบคล้องแขนเรียวไว้กับคอเขาทันที “ไปอาบน้ำกันเถอะ”






แสงสว่างจากเตาผิงในห้องส่องอาบใบหน้านวลที่ยังคงจ้องนิ่งเข้าไปในดวงไฟ เขาใช้ไดร์เป่ากลุ่มผมเปียกลู่ จนแห้งฟู ลูฟี่หลับตาพริ้ม ครั้นลืมตาขึ้นอีกรอบแววตาก็ปรากฏร่องรอยง่วงซึม เจ้านั่นซบใบหน้าลงบนเข่าเขา อ้าปากหาวและหลับตาลงอีกครั้ง




“พี่ไม่ถามหน่อยเหรอ ว่าฉันมาที่นี่ทำไม?” เสียงเล็กถามลอยๆ ทั้งที่ยังหลับตา




“บอกว่าจะมาเซอไพรซ์ไม่ใช่หรือไง” เขาส่ายหน้าหน่ายๆ ผ่านไปกี่ปีก็ยังทโมนไม่เปลี่ยนจริงๆ




“นั่นมันก็ใช่ แต่ถ้าพี่ถามตอนนี้ ฉันจะยอมพูดความจริงนะ” เรียวปากนุ่มส่งยิ้มอันเต็มไปด้วยลับลมคมในให้ เขาเผยยิ้มอ่อนโยน ยอมเอ่ยถามไปตามที่เจ้าตัวเล็กต้องการ




“เพราะอะไร?”      




“เพราะฉันคิดถึงนาย คิดถึงมากจนทนไม่ไหว ตอนทำข้อสอบวันนี้ ในหัวฉันมีแต่พี่คนเดียว ทั้งๆ ที่พี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสังคมศาสตร์เลย”




เสียงใสร้องตอบฉะฉาน ร่างบอบบางยันกายขึ้นมาเผชิญหน้ากับเขา ผิวขาวสะอาดคล้ายจะเปล่งประกายขึ้นอีกนิดเมื่อถูกอาบไล้ด้วยแสงไฟสีส้ม




“สิ่งที่พี่ทำกับฉัน มันอาจทำให้ฉันสอบตกซ้ำชั้นได้เลย รู้รึเปล่า ซาโบ”




ดวงตากลมหยียิ้มเป็นวงโค้งเหมือนพระจันทร์ครึ่งดวง ราวกับจะดึงดูดทุกสิ่งรอบตัวให้โคจรเข้าไปใกล้ เขารั้งร่างเล็กเข้ามานั่งบนตัก ยกยิ้มบางตอบไป ทั้งที่ในใจกำลังลุ่มหลงคลั่งใคล้





บางทีเสียงหัวใจคงเป็นสิ่งเดียวที่ไม่อาจกลบเกลื่อนได้ในค่ำคืนนี้   



















100%


ฟี่น้อยมาหาถึงที่แล้ว พี่ชายจิไม่ทน ... อุๆ 

เรื่องที่ฟี่เป็นอะไรน่าจะได้เฉลยภายในตอนหน้านี่ล่ะเจ้าค่ะ 

ส่วนจะดราม่าหนักหน่วงมั้ย จริงๆ ยังลังเลอยู่หน่อยๆ เอิ้กๆ แต่ว่าาา ที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยแต่งจบเศร้านะคะ

เป็นคนที่สุดท้ายก็ทนเรื่องเศร้าไม่ได้นาน 555 แต่ขอรังแกพี่ซาโบอีกนิดเถอะ แบบว่าหมั่นเขี้ยว lol




50%


ส่งลิ้งให้ทางเมล์ทุกคนแล้วนะคะ

เรามาทิ้ง 50% นี้ไว้ก่อนค่ะ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าช่วงนี้จะมีเน็ตใช้อีกทีวันไหน

เอาเป็นว่าเรื่องนี้ดำเนินมาได้เกินครึ่งทางเยอะแล้วค่ะ 

จำได้ว่าจุดประสงค์แรกที่แต่ง plot นี้ขึ้นมาก็เพื่อกลั่นแกล้งขุ่นพี่ที่ทิ้งน้องไปทั้งที่ยังไม่ได้ทันร่ำลา

เรางอนหนักมาก แบบจะอยู่คุยกันนิด เอาใจแฟนเกิร์ลหน่อยมิได้หรือ ฟี่น่าสงสารมาก

จู่ๆ ก็ได้เจอ จู่ๆ ก็โดนทิ้ง อินแทน TvT  


เม้ามอยซอย8 นิดนึง ปกติเราจะมีเพลงธีมที่ชอบฟังเวลาแต่งนิยาย

อย่างเรื่องเจ้าสาวสายฟ้าก็ เพลงกุมภาพันธ์ รักแท้ดูแลไม่ได้ All of me << (มีนักอ่านแนะนำมาฟังติดเลย)

ส่วนเรื่องนี้ คือ 3 เพลงนี้ค่ะ ฟังบ่อยมาจริงๆ ^^  >> 1) พบกันใหม่ 2) super trouper 3) อีกที (B5)  

เป็นสามเพลงทีแอบกำหนดทิศทางและอารมณ์ในการเดินเรื่องของเราเลยละคะ ^^





© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

2,774 ความคิดเห็น

  1. #2546 Anasia_104 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 23:04
    ลูจังเป็นอารายยยยยยย โง้ยยยย ยูนซังจ๋าาาา ไม่เอานะ ไม่เอาดราม่าาา เเบบนั้นเซียต้องขาดใจตายแน่ๆ //งอแง// ขอร้องเถอะ ให้ซาโบช่วยลูจังนะคะ อย่าให้ลูจังไปหาเอสเลยยยย เอสอยู่ดีมีสุขไม่ต้องไปหาร็อกกก อยู่กับซาโบดีกว่า

    ป.ล. เป็นลูจังจริงๆสินะคะป๋าครอก ที่ว่าซื้อไม่ได้ด้วยเงินน่ะ? ฮุๆๆ
    #2546
    0
  2. #2470 Nabidmon (@digitalword) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 13:07
    555555
    เข้าใจสิ่งที่บรู๊คพูดเลยล่ะ
    ถ้ามีพี่งี้นะ จะไม่ทำอะไรนอนตีพุงอยู่บ้านอย่างเดียวนี่แหละ
    เอาเงินไปล้างผลาญซื้อเกม ซื้อฟิกเกอร์ ซื้อ dramaCD ที่อยากได้ให้หมดเลย
    แต่ฟี่เป็นคนมีความผิดชอบคงไม่ทำงั้น 555

    ฟี่เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วสินะ ถึงอย่างงั้นก็ยังใช้ร่างกายตัวเองทิ้งๆ ขว้างๆ
    เรารู้ว่าพี่โบ้มีพลังพร้อมช่วยฟี่ได้แน่แต่ฟี่คงไม่อยากรบกวนพี่รึเปล่านะ?
    หรือในใจลึกๆ แบบด้านมืดของฟี่ยังมีความรู้สึกอยากจะแก้แค้นพี่ที่หายไปนาน หายไปเองซะเลย
    หรือมันคืออีกความรู้สึกที่อยากไปเจอเอสกันนะ?
     
    แต่ป๋าครอกมาหล่อจริงจัง เป็นเสี่ยพาขับรถไปส่งให้ด้วย
    เบนเข็มไปหาป๋าตอนนี้จะได้ไหม 555555
    รู้สึกว่าน่าจะเป็นคนมีคุณสมบัติความรวยพร้อมขุนฟี่
    แต่บางทีอาจจะไม่เท่าพี่โบ้ล่ะมั้ง.... หึหึหึหึ
    โดยเฉพาะเรื่องความอ่อนโยนน่ะ
    #2470
    1
    • #2470-1 dark_violeta (@darkinsides) (จากตอนที่ 16)
      17 มีนาคม 2560 / 15:48
      ใช่มั้ยค่ะ พี่ชายประมาณนี้ หล่อรวยเลิศ รักน้อง น้องไม่ต้องทำอะไรแล้ว 555
      ผลาญเงินพี่ให้หมดไปเล้ย แก้แค้นแบบนี้แทน //เดี๋ยวๆ

      ฟี่มีเหตุผลที่แสนจะเอาแต่ใจซึ่งเฉลยไปแล้วค่ะ
      ถึงเป็นพี่ชายแต่ฟี่ก็อยากจะใช้ชีวิตด้วยตัวเองไปให้สุดละเนาะ
      เอสนี่นั่งรอทั้งรอยยิ้มกริ่มเลย 55

      ป๋าครอกก็มีเสน่ห์แบบลุงๆเสี่ยๆไปค่ะ 5555
      เพราะเรื่องนี้พระเอกทิ้งน้องไปหรือเปล่า
      ตัวละครชายที่ดูดีมีแววโผล่เป็นต้องหันไปเชียร์คนอื่นกะฟี่ทุกรายไป 55 //สะใจแปลกๆ
      #2470-1
  3. #2384 Yeti456 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:30
    ชาโบจะไม่ทน 555+



    ฟี่น้อยน่ารักจุง...เฮัอ~~~~(&#1086;&#180;&#8704;`&#1086;) // อารมณ์แบบสาวน้อยอินเลิฟ (ฮา)
    #2384
    0
  4. #826 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 00:08
    มาถุกทาง อิชั้นชอบความดราม่าา 555+
    #826
    0
  5. #705 ทิพวรรณ การะเกตุ (@i_sai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 15:45
    ลูฟี่เป็นอะไร  ไม่นะ
    #705
    0
  6. #436 ChubbyOwl (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 19:18
    ป๋าเข้ เรารักนายยยย กรี๊ซซซ นายน่ารักมากเลยในฟิคนี่อ่ะนพ
    #436
    0
  7. #430 free fran (@freenoboom) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 09:18
    ลูฟี่เป็นอะไร!?
    แล้วทำไมต้องไปหาหมอ!?
    แล้วซาโบจะรู้ไหม!?
    กลิ่นมาม่ามันครุ้งๆ
    ไม่อยากให้เศร้าเลย
    ได้เจอกันทั้งที....

    เอสถึงตายแล้วก็ยังเป็นห่วง
    น้องเนอะ


    #430
    0
  8. #419 zmbyun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 21:03
    ทำไมรู้สึกเหมือนได้กลิ่นความเศร้าลอยมา -.-
    #419
    0
  9. #407 keabp2014 (@keabp2014) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 09:14
    ครึ่งหลังให้อารมเศร้าๆ มนๆ น้ำตาจิไหลหรือเราอินไป555+
    ดราม่าได้ตามสบายเลยไรท์แต่อย่านาน TT___TT เค้าจิขาดใจก่อน
    #407
    0
  10. #406 keabp2014 (@keabp2014) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 09:14
    ครึ่งหลังให้อารมเศร้าๆ มนๆ น้ำตาจิไหลหรือเราอินไป555+
    ดราม่าได้ตามสบายเลยไรท์แต่อย่านาน TT___TT เค้าจิขาดใจก่อน
    #406
    0
  11. #405 keabp2014 (@keabp2014) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 09:14
    ครึ่งหลังให้อารมเศร้าๆ มนๆ น้ำตาจิไหลหรือเราอินไป555+
    ดราม่าได้ตามสบายเลยไรท์แต่อย่านาน TT___TT เค้าจิขาดใจก่อน
    #405
    0
  12. #404 keabp2014 (@keabp2014) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 09:13
    ครึ่งหลังให้อารมเศร้าๆ มนๆ น้ำตาจิไหลหรือเราอินไป555+
    ดราม่าได้ตามสบายเลยไรท์แต่อย่านาน TT___TT เค้าจิขาดใจก่อน
    #404
    0
  13. #403 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 08:15
    ทำไมครอกถึงหล่อเยี่งเน้---
    #403
    0
  14. #401 Mura_musume (@Mura_musume) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 04:40
    ครอคนายเป็นคนดี-ปาดน้ำตา-
    ลูฟี่น้อยเป็นอะไรรรรร

    คุณพี่จะรู้รึเปล่า 

    เห็นด้วยกับไรท์ค่ะทรมานคุณพี่อีกซักนิดมีอย่างที่ไหนหนีไปก่อนน้องจะตื่น! เซง!

    เขินตอนเจอกันมาก-////- 
    ทั้งๆที่พี่ไม่เกี่ยวอะไรกับสังคมศาสตร์เลย-////-
    รออ่านตอนต่อไปค่ะ!
    #401
    0
  15. #400 minixme (@swaggymg) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 01:40
    พี่ครอกเค้าโผล่มาแปปเดียวไมชั้นหลงรักเค้าล่ะ งง555555555555555555555555555555555555
    #400
    0
  16. #399 master ta (@master-ta) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 00:06
    ไม่เอามาม่าก็พอคะไรต์TT
    #399
    0
  17. #398 NongAzill (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 22:06
    คล้ายจะได้กินมาม่าเลยอ่ะ!! ไม่เอานะ... แง่ๆๆ
    #398
    0
  18. #397 APHIN.HOSHIZORA (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 20:05
    100% แล้ว^0^ จากอารมณ์ของพี่ชายตอนนี้แล้ว ดูท่าคืนนี้ฟี่น้อยจะไม่ได้นอนละ จะอดใจไหวได้ไง ในเมื่อฟี่น้อยมาให้กอดแบบนี้ ฮิ้ววว เบาๆ หน่อยนะคุณพี่ กลัวอาการกำเริบอีก ฟี่น้อยเป็นอะไรก็ไม่รู้อ่ะ แต่ว่ารักษาตัวตลอดสิบปีนี่ ต้องเป็นอะไรที่น่ากังวลใจแน่ๆ

    ว่าแต่เฮียเข้มาเฟียผู้มีอิทธิพลของเกาะก็รู้จักมักจี่กับลูฟี่แฮะ เฮียนี่เองที่กว้านซื้อที่ดินจะฮุบเอาเกาะ ที่ดินบนชะง่อนผานั่นคงจะต่อสู้ยื้อยุดกับลูฟี่มายาวนานจนเฮียยอมแพ้แล้วกลายมาเป็นเพื่อนคุยกันได้แบบนั้นสินะ แต่ต้องขอบคุณคำพูดของเฮียเข้จริงๆ ที่ทำให้ลูฟี่กลับมาหาคุณพี่ได้ ก็หัวใจไปอยู่กับคุณพี่แล้วนี่นาเนาะ อย่าตัดใจเลยนะลูฟี่ เข้มแข็งไว้ หรือไม่ก็บอกซาโบ้ไปเลย บางทีที่ลูฟี่เป็นอยู่อาจมีทางรักษาได้

    เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้ว รังแกพี่โบ้ได้เราเชียร์เต็มที่นะยูน แต่อย่ารังแกฟี่น้อยเลย ฮืออ ให้ฟี่น้อยไปรักษาตัวแดนไกล แล้วกลับมาใหม่พร้อมคนรู้ใจเคียงข้าง//ไม่ใช่ละ พี่โบ้คงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบน้าน^^
    #397
    0
  19. #396 D_diamond (@nampetch1405) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 19:08
    พี่ครอกเท่มากอ่ะ
    #396
    0
  20. #395 thitipa jitkannpom (@namwan5562) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 05:17
    ไม่เอาแบบดราม่านะ;^;
    #395
    0
  21. #394 Buka (@bukazota) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 21:58
    ฟี่น้อยเป็นอะไร ทำงานตั้งเยอะเพื่อเอารักษาตัว น่าสงสารจัง
    #394
    0
  22. #391 sakurakuro (@sakurakuro) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 17:36
    ฟี่เป็นอะไรอะ
    #391
    0
  23. #389 keabp2014 (@keabp2014) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 15:34
    ฟี่น้อยเป็นอะไรไป.........ไรท์อย่าใจร้ายนะรอต่อไปค่ะ

    #389
    0
  24. #387 teacoffee (@teacoffee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 08:00
    ฟี่เป็นไรง่ะะะะ อุตส่าผ่านเรื่องร้ายๆมาได้ หายไวๆน้าาาา *-*
    #387
    0
  25. #385 master ta (@master-ta) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 02:10
    ยิ่งอ่านยิ่งปวดตับ แลดูไรต์กลั่นแกล้งคนอ่านอ่ะ. มาทิ้งไว้50%แล้วหาย คือค้างมาก สงสัยว่าฟี่ๆเป็นไร ตั้งแต่ตอนที่แล้วล่ะ อยู่ๆก็ไม่มีลมหายใจ เธอเป็นไรกัน!!! มาม่าแน่นอน ถามเวลาแบบนี้
    #385
    0