(( แฟนฟิค Baramos บารามอส )) Shakespeare in Edinburg

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 วันแรกแห่งการซ้อมบทละคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 มี.ค. 49

บทที่ 4 วันแรกแห่งการซ้อมบทละคร

จิ๊กจ๊อก จิ๊กจั๊ก

นั่นคือเสียงสมาชิกป้อมอัศวินปีสามที่ลากสังขาร หอบบทละครที่ได้มาจากแองจี้ เมื่อตอนที่พวกเขากำลังทานอาหารมือเช้าของเมื่อวาน เดินตรงไปยังโรงละครที่ยังซ่อมไม่ค่อยจะเสร็จ โดยมีพี่ปีสี่ซ่อมแซมอยู่

" โอ๊ยยยยยยยยยยย ทำไมต้องซ้อมวันนี้ด้วยว่ะ ฉันยังทำใจกับบทที่ได้รับไม่ได้เลย " เฟรินโอดครวญ คนฟังแล้วรู้สึกรำคาญ นึกอยากเขกกระบาลมันไปซักสองสามที ให้มันฉลาดขึ้นมาบ่าง

โคลว์ ซีบิล อาร์ชูร่า เดินแซงเฟรินขึ้นมาราวกับดีใจที่จะได้ซ้อมละคร ในครั้งนี้ เฟรินไม่ได้เห็นดีไปด้วยเลยซักนิด  เจ้าชายมาดมากเดินตามหลังแม่ตัวยุ่งมา ปากคู่งามบิดเบี้ยวไปมาอย่างอยู่ไม่สุข ทำไมเขาถึงไม่เป็นแบบคนตรงหน้าบ่างน่ะ จะบ่นอะไรจะพูดอะไรก็พูดไป ไม่ได้ใส่ใจใครเอาซะเลย

เมื่อทุกคนมาถึงโรงละคร แองจี้รับหน้าที่เป็นผู้กำกับงานทางด้านการแสดงครั้งนี้ มีเรนอนคอบเป็นลูกมืออยู่ข้าง โดยแท้จริงแล้วหน้าที่นี้ควรตกไปอยู่ในมือของมาทิลด้าและคาโล แต่มาทิลด้ากลับป่วยและมีอาการยังไม่ค่อยดีนัก หักโหมงานมากไม่ได้ ส่วนเจ้าชายหมีขาวแห่งคาโนวาลนั้น ไม่ได้เข้าใจบทละครนี้เลยจึงต้องยกหน้าที่ให้แองจี้เป็นผู้จัดการ

แองจี้เองก็รู้สึกสนุกที่ได้รับบทผู้กำกับในครั้งนี้ เพราะเจ้าตัวมีแผนดีๆไว้ทำให้เพื่อนแห่งป้อมอัศวินต้องประหลาดใจ

" เอาละทุกคน เข้าที่ได้ ถ้าไม่มีใครสงสัยเรื่องบท พวกนายคงรู้ว่าการซ้อมละครเป็นเช่นไร "  ทุกคนพยักหน้ารับ แองจี้ปรบมือสามครั้งราวกับสั่งทหาร แล้วส่งสัญญาณให้สมาชิกแยกออกจากกัน ส่วนพนักงานซ้อมแซมหลายคนนั้นถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากหน้าที่การงาน ให้หันมาใส่ใจกับคนแปลกหน้าแทน  " เฟริน คู่โร " คนถูกเรียกเดินคอตกไปหาเพื่อนเจ้ากรรม " คาโล ไปซ้อมบทสนทนามิสซิสและมิสเตอร์คาปุเล็ต " คาโลเดินตรงไปหากัสและมาทิลด้า ผู้รับบทมิสเตอร์และมิสซิสคาปุเล็ต แอบปรายตามองแม่ตัวยุ่งอยู่ห่างๆ

" ทิวดอร์ ซ้อมบทคู่กับโคลว์และอาร์ชูร่า บทเถียงกันสำหรับเปิดฉาก " แองจี้บัญชาการ " เจค กับโซโลด้วย " เธอกวาดตามองสมาชิกไปรอบๆ " อ้า พอดีเลยติบอล ฉันหมายถึงอาชูร่า หลังจากที่ซ้อมบทวิวาทเสร็จแล้ว นายช่วยเข้าไปคุยกับมิสเตอร์และมิสซิสคาปุเล็ต และขุนนางหนุ่ม ก็คือคาโลเจ้าของบท ส่วนคนอื่นๆนั้นอ่านบทของตัวเองไปก่อน เดี๋ยวฉันจะเรียกอีกที เมื่อพวกนายจำเป็นต้องออกมา " กล่าวจบแองเจลีน่า หรือแองเจิ้ลน้อยสาวแสนสวยแห่งป้อมอัศวินก็เดินตรงไปยังเจ้าหญิงปากมอมประจำป้อม ผู้รับบทเป็นเฟเลียต แองจี้ต้องรอให้โรและเฟรินซ้อมบทของเขาทั้งสองให้สำเร็จ เพื่อรอเข้าไปแทรกกลางคัน ในระหว่างที่ทั้งสองต้องจีบกัน ตามบทในเรื่องโรมิโอและจูเลียต แองจี้วางแผนให้ตนเป็นผู้รับบทแม่นมของเฟเลียต เพราะมีบทน้อย และเพื่อความสะดวกต่อการควบคุมตัวนักแสดงหัวรั้นอย่างเฟริน เธอหวังว่ามันจะดำเนินไปตามแผนการที่วางไว้ได้ด้วยดี

" เฟริน เธอช่วยทำตัวให้มันเป็นธรรมชาติหน่อยได้ไหม ขืนจับตัวนายไปวางหน้างาน ชาวบ้านได้โยนขยะมาเป็นของรางวัลแทนเงินแน่ๆ " แองจี้ตำหนิเพราะรู้สึกรำคาญตา กับท่าทางเก้ๆกังๆของเฟรินเมื่อเข้าใกล้โร

 " มือ" แองจี้เตือน เฟรินผู้สวมบทเฟเลียต ซึ่งต้องแสดงฉากพบรักระหว่างเธอและโรมิโอ ซึ่งมีขอทานกิติมศักดิ์มารับบทนี้ในงานเลี้ยงของตระกูลคาปุเล็ต เมื่อโรมิโอได้พบรักกับเฟเลียต เขาทั้งสองต้องซ้อมบทเต้นรำ แต่เฟรินไม่ยอมเยื้องกายเข้าไปใกล้โร ไม่ใช่รังเกลียด แต่เธอเกรงว่าใครบางคนอาจจะไม่พอใจเข้า และเวลาเข้าใกล้โร มันก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ " เฟเลียต!!  เอามือโอบไหล่โรมิโอ " ไม่ว่าเปล่า แองจี้ดึงมือเฟรินไปคล้องท้ายทอยของโร แล้วกระชากมือโรมาโอบเอวของเฟริน ร่างสองร่างแนบชิดติดกันจนแทบสามารถสูดลมหายใจของอีกฝ่ายได้

" พวกเราต่างยินดี หากท่านทรงให้เกียรติที่จะมาเป็นพระคู่หมั่นของบุตรีของเรา "  กัสผู้รับบท มิสเตอร์คาปูเล็ต อ่านบทสนทนาโต้ตอบคาโลอย่างไม่คล่องเท่าไหร่นัก คาโลผู้รับบทขุนนางหนุ่มที่มีหน้าที่มาสู่ขอเฟเลียตหาได้มองตอบกลับไปยังผู้เป็นบิดาตามบทบาทไม่ ตาสีฟ้าเยือกเย็นมองไปยังร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนของโร ซึ่งอ้อมแขนนั้นควรจะเป็นอ้อมแขนของเขามากกว่า " คาโล คาโล" กัสเรียกชื่อเจ้าชายหมีขาวแดนสโนว์แลนด์ ที่เหม่อมองไปยังเจ้าหญิงจากเดมอส ก็อดสงสารเจ้าชายสุดเยือกเย็นผู้นี้ไปไม่ได้

" คาโล อย่ามองมาก บทนายง่ะ ต่อสิ " มาทิลด้า ทักขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง เนื่องจากอาการป่วย ทั้งๆที่แองจี้บอกให้พักผ่อน แต่เธอกลับไม่ทำตาม มิหนำซ้ำยังต่อว่าคนจอมขี้เกลียดอีกหลายๆคนให้มาซ้อมอีกด้วย เธอรับบทเป็นแม่ของเฟเลียต และกำลังจะต้องชักจูงขุนนางหนุ่มให้มาแต่งงานกับลูกสาวของเธอในบท ดูเหมือนว่าความต้องการของชายหนุ่มจะสมจริงเกินคาดเอาซะด้วย

" อืม "  คาโลหันกลับมามองมาทิลด้าและกัส " ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกท่าน ที่ไว้วางใจบุรุษเยี่ยงเรา " คนสมองดีพูดจาฉะฉานอย่างไม่มีข้อขัดข้อง  ใบหน้าเต่งตรึงเพราะความหนุ่ม แท้จริงแล้วเราว่าตรึงเครียดเสียมากกว่า

( Emrysmerlin :  " คาโล อย่าทำหน้าเหม็นอึสิ แล้วก็เลิกแผ่ไอเย็นได้แล้ว หนาวน่ะ" , Kalo : จ้องหน้าเอาเรื่อง เราสงสัยว่ามันไม่พอใจเรื่องบทเท่าไหร่ เลยรีบย่องหนีเสียก่อนเอ็นท่านหมีขาวจะขาดสะบั้น)

" ช้าก่อนลำแสงจากช่องแกลใช่หรือไม่ นั่นแม่หญิงข้า ยอดชู้ข้า นางนั้นคือยอดขวัญ นางยังไม่ได้กล่าวอันใดนี่นา หากดวงตาสื่อความหมายข้าจะตอบให้ แต่นางยังไม่ได้กล่าวกับข้า ดาราสองดวงที่งดงามที่สุดในสวรรค์จากฟากฟ้ามาสถิตย์ดวงเนตรของนาง วับวาวราวกับแสงเจิดจ้าแผ่ไปทั่วนภาศรี ข้าอยากเป็นผีเสื้อจะได้สัมผัสนางนั้น " โรท่องบทของตน จ้องมองเฟรินด้วยดวงตาหวานหยดย้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องกล่าวอะไรที่ฟังแล้วเลี่ยนๆ

" โธ่เรา " เฟรินในบนเฟเลียต เปรยกลับทื่อๆ

" เฟริน ใส่อารมณ์หน่อยสิ " แองจี้ตักเตือน " โธ่เรา " แองจี้ตีหน้าประหลาดใจพอๆกับน้ำเสียง แต่ใบหน้ายังคงดีใจเมื่อพบชายหนุ่ม เดินตรงเข้าไปหาโรมิโอแล้วยิ้มกว้าง  ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเฟริน " แบบเมื่อกี้ ทำได้ไหม " เฟรินบุ้ยปาก

" ทำไมไม่แสดงเองงซะเลยเล่า "

" เฟริน "

" โอเคๆ" จะพยายาม " คนถูกบังคับคราง หัวใจเต้นตุ๊บตับเมื่อมองหน้าโรมิโอ รอยยิ้มสุขุมแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาคนตรงหน้า เล่นเอาเฟรินเขิลอายเล็กน้อย เป็นสาเหตุให้เธอรู้สึกเก่ๆกังๆ

" โธ่เรา " เฟรินแยกเขี้ยวใส่ ทั้งที่พยายามจะยิ้มให้แท้ๆ ร่างบางเคลื่อนเข้าหาอย่างช้าๆ ทำท่าดีอกดีใจดุจนงนุช เสงี่ยมเจียมตนโผใส่บุรุษตรงหน้า เล่นเอาโรผู้สวมบทโรมิโอแอบมีใจ ใบหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นร่างบางตรงเข้ามา อดจินตนาการว่าตนเป็นโรมิโอเสียเองไม่ได้  แองจี้ยืนมองสองผลงานชิ้นเอกอย่างภาคภูมิใจ ดูๆไปสองคนนี้มันก็เหมาะสมกันอยู่ไม่น้อย ในตอนแรกเธอคิดเอาไว้ว่าถ้าเฟรินแสดงคู่โรได้ไม่ดี เธอจะเปลี่ยนคาโลมารับบทเป็นคาลิโอแทนโรมิโอ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ในเมื่อเฟรินก็เป็นใจ ให้ความร่วมมือ งานนี้คงไม่ต้องเปลี่ยนบทให้มันวุ่นวาย

" นางกล่าว " โรในบทโรมิโอพึมพำอย่างไม่เชื่อหูของตน " กล่าวอีกเถิดแม่เทพธิดาข้า " เจ้าของบทสวมบมบาทอย่างจริงจัง แองจี้มองอย่างซาบซึ้ง ช่างเหมือนความจริงอะไรเช่นนี้

" โอ้ โรมิโอ โรมิโอ ๆ ใยท่านเป็นโรมิโอ " เฟเลียตแหงนหน้าขึ้นมองบุรุษ ดวงตาคู่สีน้ำตาลทอประกายระริก " ตัดขาดจากบิดา เปลี่ยนนามท่านเถิด หรือถ้าทำไม่ได้เพียงปฏิญาณรัก ข้าจะเลิกเป็นคาปุเล็ต "  สาวน้อยทำเสียงออดอ้อนวิงวอน เฟรินมองสารรูปของตนเองแล้วนึกขยะแขยง  หนึ่งเจ้าชายจ้องมองมายังเธออย่างเจ็บปวดหัวใจที่ตนเองก็อธิบายไม่ถูก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเพียงการแสดง

บรรยากาศในโรงละครผุๆที่เต็มไปด้วยนักเรียนของโรงเรียนพระราชา ผู้รับหน้าที่ซ่อมแซมบูรณา เริ่มเย็นยะเยือก สายลมอ่อนๆพัดโบกไปทั่วตัวโรงละคร

" ฟังนางต่อหรือเฉลยวาจา " โรท่องบทต่อไป มือไม้สั่นสะท้านเพราะความเย็น

" ฮัดเช้ย " แองจี้จาม แล้วยกมือขึ้นขออภัย

" นามท่านผู้นั้นซึ่งเป็นคู่อริ ท่านเป็นตัวท่านหาใช่ปรปักษ์ไม่ ส่วนใดล่ะเป็นมอนตะคิว ไม่ว่าหัตถ์,บาท แขน,ใบหน้า,ฟันหรืออวัยวะใดที่เป็นของบุรุษ โอ ใช้นามอื่นเป็นไร นามนั้นสำคัญไฉนที่เราเรียกกุหลาบนี้ แม้เรียกว่าอย่างอื่นก็หอมระรื่นอยู่เหมือนกัน โรมิโอก็ฉันนั้น แม้นามท่านมิใช่โรมิโอท่านก็งดงามสมชาย โดยไม่ใช้นามนั้น โรมิโอ ทิ้งนามนั้นเถิด ทิ้งเหลือเพียงตัวท่านแล้วรับข้าไปทั้งกายา " เฟรินสะอึกกับคำพูด " แหวะ เลี่ยน " แองจี้จ้องตาเขม้น " ฮัดเช้ย"  เจ้าตัวจามใส่

" หนาวแฮะ " แองจี้มองซ้ายมองขวา

" แองจี้ เลือกซ้อมเถอะ วันนี้มันหนาวผิดปกติน่ะ " เพื่อนๆตะโกนบอก

" เมื่อวันก่อนยังไม่หนาวขนาดนี้ " รุ่นพี่ปีสี่ เอ่ยขึ้น " ประตูพังอีกรึเปล่านี่ พึ่งจะซ่อมเสร็จไป "  

" ไม่น่าน่ะ " รุ่นพี่อีกคนหนึ่งเอยขึ้น

" หน้าต่างบานนั้นเปิดออกน่ะ ดูสิ " โคลว์ชี้มือไปยังหน้าต่างบานโตที่ถูกเปิดออก แล้วก็มีสมาชิกหลายคนวิ่งเข้าไปปิดช่วยกัน

" เฮ้อออ "  ทุกคนถอนหายใจอย่างยินดี ที่ไม่ต้องซ้อมละครท่ามกลางความหนาวเย็น

" งั้นซ้อมกันต่อได้ อย่าอู้ "  แองจี้ออกคำสั่ง  เสียงนรกฟาดลงกลางหลังสมาชิกปีสามให้เหนื่อยล้าหัวใจ ทุกคนจำใจต้องกลับเข้าไปประจำที่ " โร ต่อได้เลย " โรก้มหน้าลงมองบท แล้วเบิกตากว้าง " แองจี้ มานี่หน่อยแปล๊บ " โรกวักมือเรียก แองจี้เลยเดินเข้าไปหา " บทนี้ต้องซ้อมมั้ย " โรถาม พร้อมกับอ่านคำว่า จุมพิต ที่ต่อจากบทความที่เขาต้องพูด แองจี้พยักหน้ารับ

" ซ้อม บทนี้ก็ซ้อม "  แองจี้ยืนยัน โรหยีหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างเสียวสันหลังวูบ แองจี้เดินไปลากตัวเฟรินมา โรกล่าวบทของตนจนจบ โน้มหน้าเข้าไปใกล้เฟริน เฟรินแอบมองโรอยู่ชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะ โรปิดตาลงช้าๆ เฟรินเผลอเอียงหน้าแล้วค่อยๆปิดตาลงเหมือนกับโร สายลมอุ่นๆพัดใบหน้าของเธอให้หายไปจากความเย็น และก็รู้สึกเหมือนมีอะไรเย็นๆ เบาๆและอ่อนนุ่มร่วงลงบนแก้มของเฟริน ห้องทั้งห้องเงียบกริบจนผิดปกติ ทั้งที่มีทั้งสมาชิกปีสามและปี4อยู่แท้ แต่บรรยากาศแปลกและวังเวงกลับครอบคุม เฟรินลืมตาขึ้น พื้นห้องขาวโพนไปด้วยหิมะ เธอหันไปมองทางด้านซ้ายอย่างไม่เชื่อในสายตา เงยหน้าขึ้นมองหลังคา ก็มั่นใจว่ายังมีหลังคาอยู่ เมื่อมองไปทางขวาแลเห็นร่างใหญ่ยืนกำคทาพิพากษาแทบจะหักสบั่น

" คะ คาโล " เฟรินเอ่ยขึ้นตะกุกตะกัก ปากของโรก็ลงมาประจบอยู่บนแก้มของเฟรินพอดิบพอดี มือใหญ่คว้าร่างบางเข้ามากอดแน่น โรเสียหลักล้มลงบนกองหิมะ ดวงหน้าซบลงบนผมอันอ่อนนุ่มสีน้ำตาลฟู่ฟ่อง ที่ไม่ได้หวีของเฟริน 

" บทนี้ขอข้ามได้ไหม " คาโลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น " ถ้าอยากให้สมจริง ฉันขอให้เป็นวันงานเถอะ " แองจี้ยืนตะลึง เสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก พลังแห่งรักของเจ้าชายคาโนวาลที่มีแกหัวขโมยสาวผู้โชคดีแห่งเดมอสมันช่างน่ากลัวเสียจริง

( Emrysmerlin : " แม่จ๋า โยนผ้าห่มให้หนูหน่อย "  Emrysmerlin's mum : ยืนเท่าสะเอว โยนผ้าห่มาคลุมหัวเอมริส " แม่บอกแล้วว่าอย่ายกบทนี้ให้โร ก็ไม่เชื่อ " แม่ยืนมองอยู่หลังฉาก Emrysmerlin : " ก็หนูไม่รู้นี่ ว่าหิมะมันจะตกใต้หลังคาได้ " ทำหน้ามู่ทู่อย่างสำนึก แต่ขอไปคิดก่อนน่ะว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนดี  )

คาโลลากเฟรินออกจากห้องซ้อมละครไปอย่างไม่สนใจสายตาคนอื่น ผู้ถูกลากขยับขาตามแทบไม่ทัน หัวใจสั่นคลอนเพราะกลัวคนตรงหน้าจะโกรธอย่างบอกไม่ถูก ตอนนั้นเธอก็เป็นใจจะมอบจูบให้กับโร แล้วโชคไม่ดีคาโลยังมาเห็นเข้าอย่างจัง ภาวนาขอให้มันเข้าใจผิด เข้าใจผิดด้วยเถิด อย่าให้มันเข้าใจว่าเธอเผลอและต้องการมอบจูบนั้นให้กับโรจริงๆเลยน่ะ

*************************

เพื่อนๆร่วมป้อมพากันยืนจับสั่นมองหน้ากันสะหล่อน เหมือนลูกแมวเหมี่ยวสามคอกใหญ่ก็ว่าได้ 

" หวังว่าไอ้เฟรินมันคงไม่โดนมากน่ะ "  คิลเอ่ยขึ้นอย่างเสียวสันหลัง

" แผนแกล้งคาโลนี่ดีเกินขาดน่ะครับ "  ซีบิลเปรยขึ้น " ถ้าคาโลอยู่ที่นี่นานไปอีกนิดหนึ่ง สงสัยรุ่นพี่ต้องซ่อมแซมโรงละครหนที่สอง "

" พวกนายชอบเล่นอะไรแผลงๆ ถ้าเกิดอะไรรุนแรงขึ้นมา ได้เจอดีแน่ "  พี่ปี4ตะโกนข้ามหัวเพื่อนๆมา

" หิมะเต็มโรงละครเลย ทำยังไงดีล่ะ "  อาร์ชูร่าเอ่ยขึ้น

" เราคงต้องจัดการเก็บกวาดซะก่อน วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ซ้อมไปก็อารมณ์บ่จอย "  แองจี้เสนอ เพื่อนจึงพากันกระโดดโลดเต้น ทั้งรู้สึกคอบคุณเจ้าชายหมีขาวแดนสโนว์แลนด์ที่สร้างหิมะมฤตยู เพราะแรงหึงหวงมาให้เก็บกวาด เพราะอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องซ้อมละครนานมากนัก

****************************

..เวรกรรมมันจะลากฉันไปไหนน่ะ...  คำถามที่เฟรินตั้งอยู่ในใจ แต่มิกล้าปริปาก เดินตามร่างใหญ่ไปในมุมมืดอย่างจำนน คาโลพาเฟรินเข้าไปยังห้องเก็บเกวียนของโรงเรียนพระราชา ลากเฟรินขึ้นไปนั่งอยู่บนเกวียนเล่มใหญ่ แล้วเอนกายพิงผนังเบาะหนังสีดำ พลิกตัวหันหน้าเข้าผนัง เฟรินนั่งลงข้างๆเงียบๆ พรางนึกในใจว่ามันลากเธอมาทำไม พอลากมาแล้วก็มาทำท่างอนเป็นเด็กสามขวบ เธอจึงตัดสินใจที่จะอยู่เงี่ยบๆต่อไป รอให้คนมาดมากปริปากเอ่ยซึ่งวาจาออกมา

.....เงียบ มันจะเงียบไปถึงไหน... เฟรินคิด  เอนตัวพิงเบาะหมุนคอมองร่างใหญ่ที่นอนคุดคู้อยู่

....เจ็บใจชะมัด.. มือใหญ่กำบริเสณอกซ้าย รู้สึกอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรง ภาพในโรงละครเสียดแทงซ้ำแทงซ้อนอยู่บริเวณแผลเก่า

" ทำไมวันนี้นายต้องเอาฉันมานั่งอยู่ในที่อึมครึมแบบนี้ด้วยว่ะ คาโล " เฟรินถามขึ้นอย่างประหลาดใจ เฝ้ารอคำตอบของเจ้าชายแห่งคาโนวาล

".............."  หมีขาวเริ่มจำศิลในฤดูหนาวที่ตัวมันเองนั้นสร้างขึ้นมา

" ฉันขอโทษน่ะ ฉันไม่คิดว่าแค่บทละครจะทำให้นายต้องมานอนกองก้นทำหน้าตายด้าน เจ็บอกซ้ายเหมือนโดนธนูทิ่มแทงแบบนี้ " เฟรินพร่ามไปอย่างรู้ใจ ความแค้นเคืองน้อยอกน้อยใจที่คาโลให้เวลากับการประชุมมากกว่าตัวเองนั้นเริ่มหายไป แต่กลายเป็นความรู้สึกสำนึกแทน  " เฮ้อ ทำไม่เกิดมาเป็นเฟรินถึงได้เป็นอย่างนี้น่ะ "

"......."

" คาโล คาโล " เฟรินสะกิดเมื่อเห็นเจ้าชายหมีขาวเงียบไปนาน

".......ฮือ..."

เมื่อเฟรินก้มหน้าลงไปมองคาโลในความมืดอีกทีก็พบว่า เจ้าชายหมีขาวเข้าสู่ห้วงนิทารอันสงบสุขไปเรียบร้อยแล้ว หนาวจะตายมันยังนอนหลับได้

" คาโล ตื่นสิว่ะ หนาวจะตายชัก นอนทำแปะอะไรตอนนี้ว่ะ " เฟรินบ่นอุบ " จะทิ้งไว้นี่ก็ไม่ได้ จะเอาไปตัวมันก็หนักยังกับโลมา แล้วสาวน้อยร่างบางอรชรอ้อนแอ้นแบบฉันจะเอาไปได้อย่างไร " เฟรินเริ่มกล่าวเหมือนตนเองเป็นเฟเลียต บทนางเองเริ่มกัดกินสมองของเธอไปทีละนิดทีละหน่อย เธอถอนหายใจออกมาเฮื้อกใหญ่ " ถ้ามันไม่ตื่นก็ปล่อยมันนอนแข็งตายอยู่นี่แหละ " เฟรินแกล้งพูดประชด แต่คนหลับก็ยังหลับต่อไป เธอเผลอใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามใบหน้าของเจ้าชายนิทรา แอบยิ้มออกมาแล้วหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ เฟรินเอนตัวพิงผนังทางฝั่งซ้ายมือของเธอ แล้วจึงค่อยๆขยับร่างใหญ่เข้าหาตน เอาหัวของเจ้าชายวางไว้บนตัก มือลูบผมสีเงินไปมา ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าลงขโมยจุมพิตของเจ้าชายนิทรา

" หลับง่ายเกินไปรึเปล่า คาโล " เธอกระซิบถามอย่างไม่เชื่อ

" เฟริน..."

" ฮื้ออ "

" อย่าจูบโรน่ะ อย่าจูบโร จูบนั่นจงมอบให้ฉันคนเดียว " เฟรินเงยหน้ามอง จ้องอยู่ซักพัก ตาคาโลนั้นปิดสนิท เธอเบ้หน้ามองครั้งแล้วครั้งเล่า ตาคาโลก็ปิดสนิท

" ละเมอหรือว่ะนี่ "  หัวขโมยพูดอยู่คนเดียว " ถ้าอยากนอนที่นี่นักละก็ " เฟรินหลับตาลง เอามือโอบคอคาโลแล้วปล่อยตัวเข้าสู่นิทรา ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของโรงเก็บเกวียน ทั้งสองหลับตาพริ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน

เมื่อเฟรินหลับตาลงไปได้ไม่นาน คาโลสัมผัสได้ถึงไอ้อุ่นที่อยู่รอบคอ เขาคว้านมือหาจึงถูข้อมือของเฟริน เมื่อลืมตาขึ้นจึงเห็นใบหน้าสีนวลดุจจันทราหลับตาพริ้มแลดูงดงาม คาโลดึงมือเฟรินมาจูบอย่างหวงแหน ไม่อยากให้ใครต้องมาสัมผัสมือนี้เลย นอกจากตัวเขาเอง มือเรียวเล็กน่าถนุถนอม  ตักอันแสนอบอุ่นที่ทำหน้าที่แทนหมอนหนุนหัวอบอุ่นกว่าหมอนอื่นใด หากตักนี้จะเป็นของใคร คนคนนั้นต้องเป็นเขา จะไม่มีใครมาแย่งนางไปได้ เจ้าหญิงแห่งบารามอส เจ้าหญิงคนเดียวในโลกที่ปากเบาไม่สมหญิง มีปากเป็นอาวุธ ปละอุปกรณ์ก่อไฟหลอมละลายเขา หลายวันที่ผ่านมาเขาได้ปล่อยให้เธอต้องนั่งรอเขากลับจากประชุม ความสัมพันธุ์เริ่มดูห่างเหินอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่เหตุการณ์วันนี้ทำให้เขาได้รู้ว่า ความสูญเสียนั้นอยู่แค่คืบ ถ้าเขายังปฎิตนแบบนี้ต่อไป อาจมีใครมาครอบครองจิตใจดวงนี้ได้

" ฉันรักเธอน่ะ เฟริน "  คาโลกระซิบกำมือของเฟรินไว้แน่น " ถึงจะปากหม าไปหน่อย แต่ฉันทนได้ "  คาโลนึกหวนไปถึงวันเก่าๆที่เขาและเธอได้ฝั่นฝ่าอุปสรรค์มาร่วมกัน จนกระทั่งวันนี้ ร่างใหญ่ลุกขึ้นนั่งแล้วมองเฟรินอีกรอบ มือใหญ่โอบกายเล็กไว้ในอ้อมแขน ยกเธอออกจากเกวียนแล้วตรงขึ้นหอพักไป

เมื่อมาถึงที่ห้อง คาโลใช้เท้าเคาะห้องแทนมือ เนื่องจากสองมือนั้นไม่ว่างพอที่จะเคาะได้ คิลเดินสะลึมสะลือตรงมายังประตู

" พวกแกไปไหนมาว่ะดึกๆดื่นๆ "  นักฆ่าถาม

" โทษที พวกเราเผลอหลับอยู่โรงเกวียนน่ะ " คาโลอธิบาย

" ไม่ใช่แอบไปมีอะไรกันหรือไง ไอ้เฟรินถึงหมดสภาพขนาดนั้น " คิลแซวอย่างทะเล้น

อั๊ก !!!

ฝ่าพระบาทลอยเข้าใส่คิลให้จุกแน๊บ มือกุมท้องที่โดนตี นของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์แล้วมองตามร่างใหญ่ไป คาโลวางเฟรินลงอย่างช้าๆ คิลค่อยๆเดินกลับยืนข้างๆคาโล

" มันก็งี้ทุกที แกล้วหลับเพื่อหลบหลีกการอาบน้ำก่อนนอนทุกครั้ง "

" เมื่อไหร่นายจะเข้านอน คิล "  เสียงเยือกเย็นเอ่ยถามขึ้น

" นอนก็ได้ว่ะ "

นักฆ่าเดินตรงกลับไปที่เตียง คาโลกระชากเสื้อนอกออกแล้วล้มลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ พอๆกันกับเพื่อนอีกสองคน

ครืด คราด!!!!

เสียงป้อมดังลั่นจนกลายเป็นเพลงกล่อมนอนให้ชาวอัศวินฟัง ไม่มีใครมีปัญหาเรื่องการนอนอีกต่อไป เพราความเคยชิน แต่ปัญหาที่มีในตอนนี้คือ พวกเขาต้องซ้อมละครให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากใช้เวลาซ้อมนาน เงินก็จะเข้าคลังช้ากว่าเก่า ถ้าถึงปานนั้น ป้อมคงแหลกไม่มีชิ้นดี

 ************************************************************************

 ************************************************************************

Ferin เดอะทีฟออฟบารามอส กับ เดอะทีฟผู้ลึกลับแห่งเวนอล เรื่องยาว
สบายๆ คลายเครียด
อัพเดท: 25 มี.ค. 49 , เข้าชม :611/918 , Rating :4.4
คำอธิบาย : Fic ของแถมแด่ โดร๊ฟ และเพื่อนๆ ชาวเด็กดีที่เข้ามาอ่าน วันนี้ขอหื่น + วาย Y นิดหน่อยน่ะจ๊ะ เป็นไงตามมาอ่านกันเลย ( Fic Y 1 ตอน ของแถมจร้า) คาโลหื่นกระจาย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น