THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3...ซีน 1-2 (40 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ต.ค. 58

ตอนที่ 3

เลอดาวขับรถวนไปมาอยู่บนท้องถนนพักใหญ่ กว่าที่อารมณ์สับสนจะสงบลง จึงย้อนกลับมารับนภาที่บ้าน ตอนนั้นดุจเดือนก็เพิ่งจะนั่งแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงบ้านได้ครู่เดียว ครั้นเห็นหล่อนก้าวเข้าไปในบ้าน พี่สาวทั้งสองคนที่กำลังจับเข่าคุยกันหน้าเคร่งก็หยุดกึก ดวงตาของทั้งคู่มีเครื่องหมายคำถามปะปนไปกับความใคร่รู้ จนหล่อนเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเปิดปากพูด

“คุณบุญไปดักคอยดาวที่หน้าบ้าน”

ดุจเดือนส่งเสียงชิขึ้นจมูก “พี่กะแล้วเชียว กำลังคุยอยู่กับภาว่าคุณบุญคงจะเข้ามาวุ่นวายกับดาวอีก ไม่ช้าก็เร็ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วจี๋ขนาดนี้”

“แล้วคุณบุญเขามีธุระอะไรหรือดาว” นภาเอ่ยเสียงเรียบ

เลอดาวถอนหายใจแรงๆ สีหน้าเบื่อหน่ายเต็มทีขณะวางกระเป๋าสะพายแหมะลงบนโซฟาตัวที่ว่าง จึงนั่งลงตามทีหลัง หล่อนบอกเท่าที่อยากจะเล่าเพียงแค่ว่า

“คุณบุญเขาก็เป็นได้แค่ผู้ชายที่ขาดความสำนึกเท่านั้นแหละ ธุระของเขามันก็แค่การฟื้นฝอยหาตะเข็บกับเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว พี่สองคนไม่ต้องห่วงเลยนะว่าดาวจะกลับไปตกหลุมพรางซ้ำ ไม่มีวันเสียหรอก...แต่สิ่งที่ดาวกลัวก็คือ กลัวว่าเขาจะเข้ามาวุ่นวายกับดาวอีก”

“เห็นภาเล่าว่าเขาพยายามจะขอคืนดี มันจริงไหม” ดุจเดือนยังคงซักต่อในเรื่องที่อยากรู้

“ชีวิตคนเรามีแต่ต้องเดินไปข้างหน้า ดาวไม่เคยคิดจะเดินถอยหลัง ไม่อยากแม้แต่จะเหลียวกลับไปมองเสียด้วยซ้ำ เพราะดาวรู้ว่าทางนั้นมันมีแต่ขี้เลน เขาก็เป็นได้แค่ไม้หลักที่คงยึดเอาไว้เป็นคู่ชีวิตไม่ได้หรอก” ถึงตรงนี้หล่อนหยุดพูดพร้อมกับคิดบางอย่างในหัวขึ้นมาแวบหนึ่ง “แต่ถ้าเขายังเข้ามาเกาะแกะสร้างความรำคาญกับดาวมากๆเข้า บางที...”

พอเลอดาวนิ่งเงียบไป พี่สาวทั้งสองคนก็ซักเกือบจากจะพร้อมกัน...

“บางทีอะไรฮึดาว”

“ดาวอาจจะเอาคืนบ้าง และดาวจะเอาคืนให้สาสมกับที่เขาเคยทำไว้ทีเดียวเชียว”

สีหน้าของพี่สาวทั้งสองคนอยู่ในความตื่นตะลึงกับคำพูดของน้องสาว จนเลอดาวต้องกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มบางๆ และชักชวนเปลี่ยนเรื่องสนทนา กระทั่งขับรถออกจากบ้านแล้วไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

แล้วเหมือนว่าความสงบในชีวิตคงกำลังมีจุดเปลี่ยนผัน...

เลอดาวที่เดินนำหน้ามาก่อนพี่สาวทั้งสองคน จึงทันเห็นร่างของชายวัยใกล้สี่สิบที่เพิ่งจะเดินออกมาจากประตูลิฟต์ด้านหนึ่ง ซึ่งหล่อนมั่นใจว่าเป็นเขาคนนั้น

“นั่นคุณบุญนี่...”

นภาที่เดินตามหลังมาเป็นฝ่ายอุทาน ก่อนที่ทั้งสามคนจะหยุดเดินแล้วหันมองหน้ากันไปมา

//////////////////////////////////////

เลอดาวเหนื่อยใจกับเรื่องของตราบุญที่คอยรบกวนจิตใจอยู่ตลอดคืน เพียงแค่พบหน้ากันเมื่อวาน เขาก็วนเวียนหมายจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของหล่อน ถึงขนาดตามไปถึงบ้าน เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องก็ยังย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลอีกรอบในเวลาค่อนมืด ความหนักใจจึงกดทับความคิดของหล่อนจนขึ้งเครียด แม้เช้านี้กาแฟดำที่ดื่มไปจนหมดถ้วยก็ยังไม่อาจทำให้ตาสว่าง

หล่อนวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะกลาง ยังคิดไม่ตกว่าจะหาหนทางหลบหน้าหลีกหนีตราบุญได้อย่างไร ลำพังแค่เรื่องการดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางที่ดูแลอยู่ก็มีปัญหาให้ชวนปวดหัวพอแรง ไหนจะเรื่องที่ต้องเข่นเขี้ยวกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่างใกล้รุ่งอีก นี่กลับต้องเพิ่มปัญหาใหม่เข้ามาในชีวิตให้ต้องขบคิดจนหัวแทบแตก...ยิ่งนึกก็ยิ่งอยากจะสลัดตราบุญให้กระเด็นออกไปจากชีวิตโดยเร็ว เพราะหล่อนไม่เคยหลงเหลือความรู้สึกดีต่อเขาอีกแล้วและไม่คิดจะหวนกลับไปหาเขาแม้แต่น้อย ไม่อยากให้ตัวเองต้องตกเป็นขี้ปากของใครอีกว่าหล่อนคือมือที่สามที่จ้องทำลายครอบครัวใคร

ทว่าเช้าวันนี้หลังจากดื่มกาแฟหมดถ้วย จัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจนสวยสดงดงามเช่นทุกวัน หล่อนก็ขับรถไปแวะที่ตลาดปากซอย ซื้อผลไม้หลากชนิดพร้อมเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพื่อจะแวะไปเยี่ยมหลานสาว ทุกอย่างก็ดำเนินไปราบรื่นด้วยดี ถนนหนทางก็โล่งจนรถวิ่งฉิวไปถึงโรงพยาบาลไม่สายเกินไปนัก ทว่าหล่อนก็ไม่คิดเลยว่าจะต้องหงุดหงิดรำคาญใจขึ้นมาอีก เมื่อไปถึงหน้าห้องพักพิเศษของหลานสาว

เสียงของนภาดังก้องออกมา ได้ยินชัดแจ้งทีเดียว แต่หล่อนก็อดไม่ได้ที่จะอิงหูแนบกับประตู

“กลับไปเถอะค่ะคุณบุญ ฉันขอร้อง อย่ามาที่นี่อีกเลย ไม่มีใครอยากพบคุณ”

“แต่ผมเป็นฝ่ายขับรถประมาท ทำให้คุณภากับลูกสาวได้รับบาดเจ็บ ผมจำเป็นจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตรงส่วนนี้เองทั้งหมด อย่าได้เกรงใจเลยครับ”

“เรื่องค่าใช้จ่าย ฉันจะจัดการเอง ฉันไม่ต้องการเงินจากคุณสักบาทเดียว ที่สำคัญไปกว่านั้น เรื่องของคุณบุญกับน้องสาวของฉัน ฉันอยากย้ำให้คุณเข้าใจอีกครั้งว่ามันจบไปตั้งนานแล้ว ก็ขอให้มันผ่านไปแบบนั้นจะดีกว่า คุณอย่าได้เข้ามาข้องแวะต่อกันอีกเลย เราต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ”

“แต่ผมยังไม่เคยลืมดาว ผมยังรักเธออยู่นะครับ...”

เลอดาวไม่รู้หรอกว่าต่อจากนั้นคนทั้งสองจะพูดถกกันเรื่องใดและนานอีกแค่ไหน เพราะหล่อนรู้แล้วว่าตราบุญเป็นคนดื้อแพ่ง เรียกให้ถูกก็คือพูดจาประสาคนไม่รู้เรื่อง ขืนหล่อนยังยืนแอบฟังอยู่ ก็เท่ากับคำพูดของเขากำลังกวนอารมณ์ที่ตกตะกอนให้ขุ่นขึ้นมาอีก เผลอๆหล่อนอาจจะผลักประตูเข้าไปแล้วจบลงด้วยการทุ่มเถียงไม่สิ้นสุด อาจมีการกระทำให้เขาบาดเจ็บยิ่งกว่าการกัดหูแบบเมื่อวาน ดังนั้นหล่อนจึงพยายามระงับอารมณ์แล้วเรียกสติให้กลับมา ค่อยๆหย่อนตะกร้าที่บรรจุผลไม้และเครื่องดื่มที่เพิ่งซื้อมานั้นวางลงกับพื้นให้เบาเสียงที่สุด แล้วจึงถอยเท้ากลับมาอย่างช้าๆก่อนจะหมุนตัวกลับไปทางเดิม

เมื่อกำลังจะก้าวพ้นตรงมุมทางเดิน ก็ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก แว่วเสียงของตราบุญชัดถ้อยชัดคำตามหลังออกมาว่า

“ยังไงผมก็จะไม่ยอมทิ้งดาวไปง่ายๆแบบครั้งก่อนอีกแน่นอน”

หล่อนสะดุ้งเฮือก รีบจ้ำเท้าแล้วเดินตัวปลิว หวังแต่ว่าเขาคงจะไม่ทันเห็นหล่อนก็เท่านั้นเอง

//////////////////////////////////////

วางแผงแล้ววันนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น