THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 9...ซีนที่ 1-2 (45 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ธ.ค. 58

ตอนที่ 9

เลอดาวหมดเวลาครึ่งวันเช้าไปที่โรงพยาบาล จัดแจงจ่ายค่ารักษาพยาบาลเสร็จสรรพก็พาฟ้าฝันกลับมาส่งที่บ้าน ระหว่างทางที่หล่อนขับรถ ฟ้าฝันเริ่มคุยเจื้อยแจ้วตามประสาคนช่างจำนรรจา ไม่มีเค้าของคนป่วยที่เพิ่งนอนซมอยู่ในห้องผู้ป่วยเลยสักนิด ต่างจากนภานั่นปะไร เอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปาก เท่าที่หล่อนแอบมองจากกระจกเห็นได้ว่าผู้เป็นพี่สาวอาจขบคิดสิ่งใด แล้วสิ่งนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของหล่อนกับลูกชายของใกล้รุ่งเป็นแน่

เมื่อขับมาถึงบ้านของนภา ต่างคนต่างช่วยกันลำเลียงของจำเป็นลงจากรถ ดุจเดือนที่อยู่ในครัวเยี่ยมหน้าออกมาเห็นเข้าก็รีบกุลีกุจอละมือจากงานตรงหน้า ปิดเตาแก๊สเสร็จก็รีบเดินมาประคองร่างของฟ้าฝันที่ยังคงเดินกระย่องกระแย่ง จัดแจงพาเด็กหญิงไปนั่งลงที่โซฟาตัวยาว พอได้จังหวะที่เลอดาวกำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่เบาะรถตามลำพัง นภาก็มาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง

“พี่มีเรื่องจะคุยกับดาวหน่อย”

ผู้เป็นน้องได้แค่รับคำ “จะคุยตรงนี้หรือว่าคุยกันข้างในคะ”

“ตรงนี้แหละ พี่ไม่อยากให้ลูกได้ยิน”

“พูดเถอะค่ะ ดาวเห็นพี่ภาทำหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว มีอะไรไม่สบายใจเกี่ยวกับดาวหรือเปล่าคะ ถ้ามีก็บอกกล่าวกันได้ แต่ดาวไม่รับปากนะคะว่าจะทำตามที่ต้องการได้มากน้อยแค่ไหน”

ถึงเวลาแบบนี้หล่อนมักมีเกราะป้องกันตัวเองเสมอ...หล่อนรู้ว่านภากังวลเรื่องใด มั่นใจว่าการสื่อสารของหล่อนกับดุจเดือนในวันก่อนก็คงถึงหูนภาแล้ว ทำให้พี่สาวคนโตคงกลุ้มอกกลุ้มใจ สีหน้าถึงได้เหมือนคนแบกโลกเอาไว้ แต่คนอย่างหล่อนเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองเสมอมาแม้ว่าหลายครั้งจะตัดสินใจพลาด แต่หล่อนก็ไม่เคยกล่าวโทษใครอื่นนอกจากตัวเอง

“ดาวก็รู้ว่าพี่จะขอร้องเรื่องของผู้ชายคนนั้น”

“ทำไมพี่สองคนถึงต้องกังวลเกินกว่าเหตุคะ...พี่ภาลืมไปแล้วหรือคะว่าตอนโน้น คุณรุ่งเธอทำอะไรให้พี่ภาต้องเจ็บปวดบ้าง ทั้งที่พี่ภาไม่เคยทำเรื่องชั่วๆอย่างที่คุณรุ่งใส่ร้าย ดูสิคะ...ที่แขนของพี่ภาตอนนี้ก็ยังมีแผลให้เห็น”

ผู้เป็นน้องสาวคว้าแขนนภาขึ้นมา เลิกแขนเสื้อที่ยาวคลุมข้อมือรูดขึ้นไปจนเกือบถึงหัวไหล่ เห็นแผลเป็นที่เคยพุพองยังทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดเอาไว้ตราบจนทุกวันนี้

“แต่พี่ไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับทางโน้นอีก อยากให้มันจบๆไปเสียที”

“แล้วพี่ภาคิดว่าทางโน้นเขาอยากจะจบกับทางเราจริงหรือเปล่าคะ ทำไมทุกวันนี้คุณรุ่งยังคอยตามรังควานดาวกับพี่ไม่เลิก...ดาวว่าคนเรามันก็มีขีดจำกัดความอดทนระดับหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ”

นภาเปลี่ยนท่าทีจากขึงขังให้อ่อนลง คว้าข้อมือของน้องสาวขึ้นมาบีบนวดเบาๆ

“ดาวเห็นแก่พี่เถอะนะ ถ้าเราไม่โต้ตอบ ต่างคนต่างอยู่ พี่ว่าทางโน้นก็คงเลิกราไปเอง แล้วอีกอย่างลูกชายของคุณรุ่งเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องอะไรด้วยเลย ถ้าดาวคิดจะดึงเขามาเป็นเครื่องมือทำให้ทางโน้นต้องเจ็บใจเพราะความอยากแก้แค้นหรือมองเห็นเป็นเรื่องสนุก มันจะเป็นบาปติดตัวนะดาว”

บาปบุญคุณโทษอย่างนั้นหรือ...หล่อนนึกขัน

ชีวิตของหล่อนที่ผ่านมาก็ไม่ได้ราบเรียบ มีลุ่มๆดอนๆอยู่ด้วยซ้ำ แต่หล่อนก็เชื่อในความเป็นจริงเสมอว่า ผลมักเกิดจาก การกระทำเป็นเครื่องบ่งชี้ ถ้าฝ่ายนั้นรังแต่จะหาทางซ้ำเติมไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง ฝ่ายนั้นก็ควรจะได้รับการตอบแทนอันสาสมคืนกลับบ้างโดยไม่ต้องรอกรรมตามทันจากใคร แต่มันควรเป็นกรรมที่หล่อนนั่นแหละจะเป็นฝ่ายหยิบยื่นให้ ส่วนหล่อนนั้นเล่า หากจะโดนสนองคืนจากการกระทำของตัวเอง หล่อนก็พร้อมยอมรับมัน

ยามนี้หล่อนจึงเพียงแค่นยิ้มให้นภา...

“ดาวยึดถือคติที่ว่าใครดีมาก็ดีตอบ แต่ถ้าใครร้ายมาก็ต้องร้ายคืนกลับไปให้มากกว่า”

นภารู้ว่าเหนื่อยหากจะกล่อมใจน้องสาว แต่หล่อนก็ไม่ยอมแพ้ “พี่กลัวว่าถึงเวลาคนที่เจ็บ จะเป็นดาวเองน่ะสิ”

พอดีกับที่ดุจเดือนเดินออกมาจากในบ้าน เห็นสองพี่น้องคุยกันด้วยสีหน้าจริงจังเคร่งเครียด ก็เข้ามาร่วมวงด้วยการผ่อนบรรยากาศนั้นให้คลายลง

“สองคนนี้มายืนหลบมุมคุยอะไรกันอยู่น่ะ ยายฝันบ่นหิวข้าวแล้ว...ไปจ้ะภา พี่ทำกับข้าวกลางวันเตรียมไว้ตั้งหลายอย่าง ดาวอยู่กินด้วยกันก่อนนะแล้วค่อยกลับ”

ทว่าเลอดาวรู้สึกเหนื่อยใจผสมกาย มีเรื่องให้ขบคิดอยู่เหมือนกันจึงตอบปฏิเสธ

“เดี๋ยวดาวขอตัวไปนอนหลับสักงีบต่อที่บ้านดีกว่า เมื่อคืนก็หอบงานกลับมาทำที่บ้าน ยังมีค้างอีกตั้งเยอะ...ตอนนี้ต้องเร่งหาสินค้าตัวใหม่ๆมาทำตลาดเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นยอดขายของไตรมาสนี้คงดิ่งลงเหวฮวบๆแน่ค่ะ พี่ภากับพี่เดือนทานข้าวกันตามสบายเถอะ บอกยายฝันด้วยว่าดาวว่างแล้วจะแวะเข้ามาหาใหม่นะคะ”

พูดจบหล่อนก็ขอตัวแล้วขับรถออกจากบ้านพี่สาว...เลี้ยวมายังซอยบ้านของตัวเอง ยังไม่ทันได้จอดรถสนิทดี ก็มองเห็นความวุ่นวายที่มารออยู่เบื้องหน้าเสียแล้ว

รถยนต์สีดำซึ่งจอดอยู่ใต้ต้นหูกวางฝั่งตรงข้ามบ้าน ซึ่งเป็นลานกว้างที่เจ้าของเพิ่งจะเกลี่ยหน้าดินใหม่ ชายหนุ่มผู้ที่ยืนพิงหลังกับตัวรถมองมาทางหล่อน เห็นได้ชัดในระยะไกลว่าแววตาของเขาแสดงความยินดี

หล่อนได้แต่รำพึงกับตัวเองเบาๆ เขามาที่บ้านของฉันถูกได้ยังไง

//////////////////////////////////////

“คุณก้าวรู้ได้ยังไงคะว่าบ้านฉันอยู่ที่ไหน”

เมื่อถามออกไปแล้วกลับคิดได้ว่า คนที่บอกทางจนเขามาถึงบ้านหล่อนได้ถูกเห็นจะไม่มีใครอื่นถ้าไม่ใช่ปานสี ถ้าเจอหน้าคนสนิทตัวดีเมื่อไรเห็นทีจะต้องหยิกให้เนื้อเขียว ไม่รู้ไปหลงเสน่ห์ผู้ชายคนนี้ตรงไหน เขาพูดหรือทำอะไรปานสีถึงได้เออออห่อหมกไปเสียหมด เรื่องโทรศัพท์ครั้งก่อนที่ไปรับจากเขาถือเป็นสินบนไม่ใช่น้ำใจนั่น หล่อนก็ยังไม่ได้ชำระความ

“ผมมาถูกได้ยังไง อย่าไปสนใจเลยครับ ขอแค่คุณดาวรู้ว่าผมต้องการแวะมาหาเพราะว่าอยากเจอหน้าคุณก็พอแล้ว”

ผู้ชายคนนี้ท่าทางจะรุกหนัก...ไปหาหล่อนทั้งที่ทำงานจนมาถึงบ้าน มีทั้งของฝากของเอาใจ เป็นวิธีที่ผู้ชายทั่วไปเขาก็ทำกันถ้าคิดจะจีบผู้หญิงสักคน แต่มันไม่ได้ผลสำหรับหล่อนหรอก ประสบการณ์สอนให้รู้ว่าหล่อนจะไม่เปิดใจให้กับผู้ชายเพียงแค่เปลือกนอกที่เห็น ต่อให้เห็นเนื้อในแล้วก็ตามที ยังคงต้องพลิกกลับไปมาเพื่อพิสูจน์อีกหลายตลบด้วยซ้ำ

“จะมายังไงก็ไม่สำคัญใช่ไหมคะ...แต่ฉันคิดว่าคงถึงเวลากลับแล้วค่ะ”

ดวงตาของก้าวไกลสลดวูบไปแวบหนึ่ง แต่เขาก็ยังฝืนยิ้ม

“ผมพบหน้าคุณดาวยังไม่ถึงสิบนาทีก็จะไล่ผมกลับแล้วเหรอครับ คุณดาวก็น่าจะรู้ว่าผมอยากพบหน้าคุณ เมื่อวานผมโทร.หาคุณก็รีบตัดสาย พอผมแวะไปหาที่ทำงาน คุณก็ไม่อยู่ ไม่รู้ว่าตั้งใจหลบหน้าผมหรือเปล่า”

ทีแรกหล่อนว่าจะพูดตรงไปตรงมา ครั้นมานึกต่อว่าเขายังมีประโยชน์ จะตัดรอนเสียทีเดียวก็คงไม่ดีนักแต่จะยิ้มแย้มต้อนรับจนสนิทเกินไปก็จะกลายเป็นหล่อนเองนี่แหละที่ให้ท่า ประเดี๋ยวก็จะกลายเป็นหล่อนที่เที่ยวอ่อยผู้ชาย สมกับขี้ปากที่แม่ของเขาคงค่อนขอดเอาไว้

“งานฉันรัดตัวนี่คะ คุณเองก็คงจะมีงานล้นมือเช่นกัน น่าจะเข้าใจนะคะ แล้วก็อย่าไปคิดว่าฉันจะหลบหน้าคุณเลยค่ะ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น”

คุยกันอีกไม่กี่คำก็ไม่มีความคืบหน้าใดมากไปกว่าเดิม เลอดาวจึงใช้วิธีตัดฉับเพื่อหวังผล...ตัดเพื่อให้เขาเห็นค่าหล่อนบางประการ แม้ประโยคนั้นอาจทำให้เขาสะอึกไปบ้าง

“อย่าหาว่าฉันเสียมารยาทเลยนะคะ แต่ตอนนี้ฉันไม่สะดวกใจที่จะต้อนรับคุณเข้าไปในบ้านไม่ว่าในฐานะแขก...หรือฐานะอื่น”

หล่อนทิ้งท้ายพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด โดยไม่สนว่าบัดนี้ก้าวไกลกำลังเขวกับสิ่งที่หล่อนแสดงออก...หล่อนขอเพียงแค่ต้องการทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนาก็เท่านั้น สิ่งนั้นก็คือมองเขาเป็นเพียง ของเล่น

หล่อนจึงทำเพียงแค่โบกมืออำลาเมื่อปิดประตูรั้ว แล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านหน้าตาเฉย ปล่อยให้ชายหนุ่มผู้มาเยือนครั้งแรกยิ้มแห้งและเก้ออยู่ตามลำพัง

ปิดประตูบ้านลง...หล่อนก็ยืนพิงประตูพร้อมกับถอนหายใจ

ถามตัวเองเสียงเบาว่าตอนนี้หล่อนกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่...

//////////////////////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น