THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 8...ซีนที่ 1-2 (50 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ธ.ค. 58

ตอนที่ 8

“คอยตามมันอย่าให้คลาดสายตา แล้วมีอะไรคืบหน้าก็รีบติดต่อมาบอก”

ใกล้รุ่งรีบตัดสายเมื่อเสียงเพลงพิณดังเจื้อยแจ้วมาทางด้านหลัง หล่อนยิ้มแย้มโอภาปราศรัยเป็นอย่างดี ทว่าหญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่ากลับหน้าหงิกงอ เมื่อหล่อนรับไหว้เรียบร้อย อีกฝ่ายก็นั่งกระแทกก้นลงบนเบาะแรงๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลงระบายสิ่งที่อึดอัดอยู่ในใจ

“คุณป้าคะ พี่ก้าวตั้งใจหลบหน้าเพลง เมื่อวานนี้เพลงแวะไปชวนทานข้าวกลางวันก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าจะมีประชุมตอนบ่าย ปล่อยให้เพลงออกไปทานข้าวข้างนอกคนเดียว พอเพลงกลับเข้ามา เลขาฯของพี่ก้าวกลับบอกว่าไม่มีประชุมแต่พี่ก้าวออกไปข้างนอกหลังเพลงแค่แป๊บเดียว แถมวันนี้เพลงโทร.หาตั้งหลายครั้งก็ไม่รับสาย จะให้ทำยังไงต่อไปละคะ”

ใกล้รุ่งรู้ว่าเพลงพิณเป็นคนหงุดหงิดง่ายแต่ไม่นานก็แผ่ว มีเรื่องของสวยของงามมาพูดล่อก็ใจเย็นลง ในสายตาของหล่อน นึกเอ็นดูหญิงสาวอยู่ไม่น้อย เพราะอย่างไรครอบครัวของเพลงพิณก็ร่ำรวยสมน้ำสมเนื้อ ไม่ต้องกลัวว่าครอบครัวทางฝั่งเพลงพิณจะมาหวังในทรัพย์สมบัติของหล่อน ฉะนั้นใกล้รุ่งพร้อมจะมองข้ามข้อเสียของหญิงสาวผู้อยู่ตรงหน้าทุกอย่าง

“เรื่องเท่าขี้ผง...อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเลย ช่วงนี้ลูกชายของป้ากำลังเขว มีแต่เพลงเท่านั้นแหละที่ป้าวางใจได้ว่าเพลงจะเป็นคนดึงให้เขากลับมาทางเดิมไม่ออกนอกลู่นอกทาง”

“เพลงจะต้องตามเฝ้าพี่ก้าวไปอย่างนี้ทุกวันเหรอคะคุณป้า...คุณป้าก็รู้นี่นาว่าผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบถูกใครมาจับผิด ไม่ชอบให้ใครไปตามประกบแจทุกฝีก้าว ถ้าขืนเพลงไปเฝ้าอย่างนี้ทุกวันจะไม่ยิ่งกลายเป็นว่ายิ่งน่ารำคาญเหรอคะ...อีกอย่างนะคะคุณป้า พอเพลงไปหาพี่ก้าวพวกพนักงานข้างในนั้นแอบซุบซิบนินทาเพลงสนุกปากโดยเฉพาะแม่เลขาฯของพี่ก้าวนั่นล่ะตัวดี”

เพลงพิณรีบฟ้องทันที...เป็นการฟ้องที่ใกล้รุ่งดูออกว่าหญิงสาวกำลังคิดอ่านอย่างไร

“เอาย่างนี้ไหมล่ะ เดี๋ยวป้าจะเปลี่ยนตัวเลขาฯของตาก้าวคนนี้ย้ายไปแผนกอื่น แล้วให้เพลงไปเป็นเลขาฯส่วนตัวของตาก้าวแทน ทีนี้พนักงานพวกนั้นจะได้ยำเกรงเพลงของป้า ถ้ามีปัญหาอะไรขัดหูขัดตาเพลงก็จะได้จัดการเอา ช่วงนี้เพลงก็ยังว่างไม่ได้ทำงานทำการอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

ทว่าข้อเสนอของใกล้รุ่งนั้นคงไม่เข้าตา ถึงเพลงพิณจะชอบพอพึงใจก้าวไกลขนาดไหนก็ตาม แต่หล่อนเป็นคนรักอิสระ ไม่อยากถูกงานเป็นเครื่องผูกมัดชอบใช้ชีวิตเสรีไปวันๆ ดังนั้นความคิดที่ว่าจะทำงานเป็นกิจจะจึงไม่เคยแผ้วพานเข้ามาในหัว การที่ใกล้รุ่งหาวิธีให้เพลงพิณไปเป็นเลขาฯนั้นจึงถูกปฏิเสธทันควันแต่ก็ยังมีถ้อยคำที่อ่อนโอนพอไม่ขัดหูขัดตา

“ไม่ดีหรอกค่ะคุณป้า ขืนเพลงไปทำงานเลขาฯแทน คนอื่นก็ยิ่งจับผิดเพลงไปกันใหญ่...อีกอย่างถ้าเพลงทำแบบนั้น คุณแม่ของเพลงจะยิ่งเคืองสิคะ เพราะเพลงเพิ่งจะผัดผ่อนที่จะเข้าไปดูแลธุรกิจของคุณแม่ไม่นานนี้เอง ตอนนี้เพลงยังไม่พร้อมทำงานหรอกค่ะ ยังอยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ”

เมื่อหนึ่งไม่เอา สองไม่สน...ใกล้รุ่งก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่อยากบังคับใจกัน แต่ก็ไม่วายสรรหาวิธีอื่น

“ถ้าอย่างนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเพลงต้องหมั่นไปหา เอาอกเอาใจพี่เขาให้มาก...ป้ารู้ว่าหนูเพลงของป้าเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ถ้าลองหนูเพลงจะเอาอกเอาใจแล้วล่ะก็ ผู้ชายคนนั้นจะต้องติดอกติดใจแน่ๆ อีกอย่างนะ ป้าเชื่อว่าเนื้อแท้ของตาก้าวเป็นคนใจอ่อน ไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่ชอบแสดงออกให้เห็นหรอก ผู้ชายส่วนใหญ่มันก็เหมือนขี้ผึ้งนั่นแหละ เจอไฟลนเข้าหน่อยขี้คร้านก็จะละลาย”

“แล้วคุณป้าไม่กลัวบ้างหรือคะว่าแม่นั่นก็จะใช้เสน่ห์มัดใจพี่ก้าว...พวกกระดังงาลนไฟน่ะน่ากลัวออกจะตาย”

ใกล้รุ่งชักสีหน้าขึ้นเล็กน้อย...

“ถ้าแม่นั่นมันใช้มารยาสาไถยร้อยเล่มเกวียนจริง เราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันนะ จะไปยอมแพ้มันได้เหรอ ยังไงตาก้าวก็เป็นลูกชายคนเดียวของป้า คงไม่ถึงกับขัดคำสั่งป้าไปยุ่งกับแม่นั่นหรอก เพียงแต่ตอนนี้เราต้องหาทางตัดไฟแต่ต้นลมก็เท่านั้นก่อนที่ไฟมันจะลาม”

“ถ้าอย่างนั้นเพลงจะแวะหาพี่ก้าวที่ทำงานอีกรอบแล้วกันค่ะ  ยังไงวันนี้ก็จะชวนพี่ก้าวออกไปทานข้าวเย็นด้วยกันให้ได้”

เมื่อเพลงพิณคิดแบบนั้น ใกล้รุ่งก็เบาใจ ทว่ายังคงทิ้งท้ายเอาไว้ว่า...

“แต่ถ้าแม่นั่นมันคิดจะลองดี บางทีป้าอาจจะต้องใช้ไม้แข็งกับมัน!

//////////////////////////////////////

เพลงพิณย้อนกลับไปที่ทำงานของก้าวไกลอีกครั้ง พบว่าเขากำลังกางแฟ้มเอกสารเซ็นกำกับรายชื่อด้วยสีหน้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่หล่อนเตรียมใจไว้แล้วว่าหล่อนจะต้องหาวิธีมัดใจผู้ชายอย่างเขาให้อยู่หมัด จะไม่ยอมให้เขาไปหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่แก่กว่าแถมยังเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วตั้งสองครั้งอย่างเลอดาวเป็นอันขาด มิเช่นนั้นพวกที่คอยจับตาดูหล่อนอยู่ทั้งหลายคงไม่แคล้วนินทาสนุกปากว่าหล่อน แพ้ให้กับผู้หญิงพรรค์นั้น

ในตอนที่เพลงพิณเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมองแล้วก้มลงไปดูเอกสารในแฟ้มโดยไม่สนใจไต่ถามอะไรสักคำ หล่อนจึงจัดแจงวางกระเป๋าสะพายไว้บนโซฟาพร้อมกับถุงพลาสติกหลายใบ สักครู่ประตูเปิดออก แม่บ้านประจำเป็นผู้ที่เดินเข้ามาพร้อมกับถือจานจำนวนหนึ่งยื่นให้ หล่อนจึงบอกให้ป้าคนนั้นเอาวางไว้บนโต๊ะตัวยาว ส่วนหล่อนเองก็หยิบผลไม้จำหนวนหนึ่งมีทั้งแอปเปิ้ล ส้ม มังคุดออกมาจากกล่องที่เตรียมมา

เพลงพิณทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จัดแจงลอกเปลือกและใยผลส้มออกวางแต่ละกลีบลงบนจานใบแรก เหลือบตามองเห็นเขายังวางท่าเฉย หล่อนจึงยกจานขยับเข้าไปใกล้ หยิบส้มขึ้นมาหนึ่งกลีบจ่อไปที่ปาก เขาจึงละสายตาจากแผ่นกระดาษตรงหน้าขึ้นมามองหล่อนนิดหนึ่ง

“พี่ยังไม่หิว”

เอาอีกแล้ว...ท่าทีไร้เยื่อใยแบบนี้อีกแล้ว หล่อนนึกค่อนขอดอยู่ในใจ เห็นท่าทีปึ่งชาแบบนี้ก็เหนื่อยใจอยู่ลึกๆ แต่ไม่วายกลั้นเก็บอารมณ์เพื่อเป้าหมายที่อยู่ในใจ

“อย่าให้เสียน้ำใจเลยค่ะ”

ท้ายสุดเขาจึงอ้าปากรับกลีบส้มทีละชิ้นจนหมดลูก หล่อนก็ละจากตรงนั้นกลับไปหยิบผลแอปเปิ้ลขึ้นมา ใช้มีดคมกริบค่อยๆปอกเปลือกสีแดงลอกออกทีละนิด แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำบรรจงเรียงใส่จานกระเบื้อง หวังจะเอาใจเขาอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะทำ ทว่าท่าทีหมางเมินที่เขาแสดงออกนั้นมันชัดแจ้งเกินไป จนบางทีหล่อนก็ไม่อยากระงับความหงุดหงิดที่มันคอยจะแวบเข้ามาอยู่ทุกนาที

“เดี๋ยวทานแอปเปิ้ลต่อนะคะ”

ทว่าปากมัวแต่พร่ำโดยที่ตาไม่ทันมอง ปลายมีดจึงเฉือนเข้าปลายนิ้วจนเลือดปุดออกมาเป็นดวงจนต้องร้องโอยเสียงหลง ครั้นเห็นเลือดสดๆก็พลอยหน้ามืดจะเป็นลมเป็นแล้งโดยไม่ได้แสร้งทำ ทว่าหล่อนก็ต้องเจ็บใจอยู่ลึกๆเมื่อพบว่าตอนนี้ก้าวไกลลุกขึ้นไปคุยโทรศัพท์อยู่โดยหันหน้าออกทางหน้าต่าง เห็นแต่แผ่นหลังของเขากับความนิ่งเฉยที่ได้รับ

หล่อนได้ยินเสียงปลายสายแผ่วเบาลอดออกมา จับน้ำเสียงได้ว่าเป็นผู้หญิง แต่ไม่น่าเจ็บใจเท่ากับชื่อที่ชายหนุ่มนั้นเรียกขาน แม้เสียงแผ่วแต่มันก็ชัดถนัดหูว่าเขาเรียกผู้หญิงปลายสายว่า...คุณดาว

เพลงพิณได้แต่เม้มปากแน่น...

ก็พอดีกับที่เสียงประตูห้องถูกเคาะอยู่หลายครั้ง เมื่อเจ้าของห้องอนุญาต ผู้ที่เดินเข้ามาจึงค้อมศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับแจงรายละเอียดว่ามาส่งพิซซ่าตามออเดอร์ที่เพลงพิณสั่งล่วงหน้าเมื่อสิบห้านาทีก่อน แต่ตอนนี้หล่อนไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แล้ว จึงรีบจ่ายเงินแล้วโบกมือให้พนักงานพิซซ่ากลับไป

ประตูยังไม่ทันปิดดี แม่บ้านก็เยี่ยมหน้าเข้ามาพร้อมกับยกถาดที่วางเหยือกใส่น้ำผลไม้และแก้วทรงสูงสองใบ วางลงบนโต๊ะกลางที่มีจานผลไม้และถาดพิซซ่า

“ป้าเตรียมน้ำพันช์ที่คุณเพลงสั่งมาให้แล้วจ้ะ”

“ขอบใจ” หล่อนตอบห้วนสั้น

คล้อยหลังแม่บ้านสูงวัยเดินออกไป เพลงพิณพยายามทำเป็นยิ้มแย้ม กลบเกลื่อนความเจ็บกายจากมีดที่บาด หยิบกระดาษทิชชูใกล้มือขึ้นมาซับเลือด ไม่เรียกร้องความสนใจ...กลืนเก็บความเจ็บใจด้วยการส่งเสียงอ่อนหวานฉอเลาะ

“ทานน้ำพันช์กับพิซซ่าหน่อยนะคะ เพลงตั้งใจสั่งมาให้เลยนะคะ เพลงรู้ว่าพี่ก้าวชอบทานฮาวายเอี้ยน...”

พูดยังไม่ทันจบประโยคดี นอกจากเขาจะไม่ตอบรับการเอาอกเอาใจของหล่อน เขายังทำเหมือนหล่อนเป็นแค่ธาตุอากาศด้วยการคุยโทรศัพท์อย่างต่อเนื่องและเดินผ่านหล่อนออกไปนอกห้อง ไม่แยแสสักนิดว่าหล่อนจะรู้สึกอย่างไร ที่ผ่านมาหล่อนไม่จำเป็นต้องไปพะเน้าพะนอเอาใจใคร มีแต่คนคอยมาตามอกตามใจเสียด้วยซ้ำ แต่ที่ยอมลดทิฐิทำถึงขนาดนี้เขาก็ยังมองไม่เห็นคุณค่าในตัว

เพลงพิณไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ายืนเนื้อตัวสั่นเทาอยู่นานกี่นาที กระทั่งตั้งสติได้จึงเดินตามออกไปนอกห้อง เลขาฯของเขาก็รีบตอบเหมือนถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ล่วงหน้าว่า

“คุณก้าวให้เรียนกับคุณเพลงว่าจะไม่กลับเข้ามาแล้ว ไม่ต้องรอค่ะ”

//////////////////////////////////////

วางแผงแล้ววันนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

41 ความคิดเห็น