THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 5...ซีนที่ 1 (35 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 พ.ย. 58

ตอนที่ 5

                “คุณไม่จำเป็นต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่มาใช้คืนฉันนะคะ”

                เขาได้ยินหล่อนแล้ว แต่ทำเป็นเมินเฉย...ยังคงกวาดตามองห้องทำงานส่วนตัวของหล่อน หลังจากอีกฝ่ายเชื้อเชิญเข้ามาคุยกันเป็นการส่วนตัวสองคน

                ภายในห้องทำงานของหล่อนนั้นจัดแต่งเรียบง่ายแต่มีรสนิยม เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์มีสีสันท่ามกลางผนังทึบสีเทาเกือบดำ ในช่องที่เจาะลึกเป็นเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมนั้นวางโซฟาสีแดงสดตัดกับผนังสีเทาเข้ม แขวนผนังภาพรูปปากทาสีแดงซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเลกชันลิปสติกรุ่นใหม่เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาหย่อนกายลงนั่งตามคำเชิญของหล่อนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่

                “ห้องทำงานของคุณดาวตกแต่งสวยดีนะครับ”

                ทว่าหล่อนไม่ต้องการสนทนาเรื่องห้องสวยหรือไม่ จึงวกเข้าประเด็น

                “คุณก้าวคะ อย่าชวนฉันคุยนอกเรื่องจะดีกว่า เมื่อครู่ฉันบอกกับคุณว่า ฉันไม่รับโทรศัพท์ของคุณนะคะ ขอให้เข้าใจตรงกันด้วยนะ”

ท่าทางของเลอดาวยามรั้น มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง แววตาของหล่อนยามจ้องมองมานั้นจริงจังจนก้าวไกลเองกลับรู้สึกตัวเล็กลีบลงไปทันตา แต่เขามีเจตนาดีเพราะเห็นว่าวันก่อนที่รถเขาเฉี่ยวหล่อนจนล้มแถวหน้าโรงพยาบาลนั้น เขาเองก็ผิดที่ขับรถโดยไม่ทันระวัง จะกล่าวโทษว่าหล่อนเลินเล่อเดินไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างที่หล่อนเคยให้เหตุผลในวันก่อน มันก็ดูใจจืดใจดำไปนิด ที่สำคัญเขาเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหล่อนแตกลาน ว่าจะถามตั้งแต่วันนั้นก็ไม่กล้าจนลืมสนิท มานึกได้เมื่อเช้าก็ไม่รีรอที่จะซื้อเครื่องใหม่รุ่นเดิมมาให้ แต่นี่หล่อนกลับปฏิเสธเขา

                “แต่ผมตั้งใจแล้วนะ อย่าไปคิดมากเลยครับ”

                คราวนี้เลอดาวซึ่งกำลังยืนพิงขอบโต๊ะ หันไปคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมาชูและส่ายไปมา

                “นี่คือคำตอบค่ะ ฉันซื้อเครื่องใหม่แล้ว ที่สำคัญฉันรู้ตัวดีค่ะว่าเดินใจลอยมัวแต่พะวงกับการคุยโทรศัพท์จนไม่ทันเห็นว่ารถคุณเลี้ยวมาพอดี แล้วฉันเองก็ไม่ได้เรียกร้องให้คุณมาชดใช้อะไรทั้งนั้นนะคะ”

                “แต่...”

                เขาพูดอย่างอึกอักเพียงเท่านั้น หล่อนก็เดินพรวดก้าวเข้ามาจนใกล้แล้วคว้าข้อมือเขาขึ้นมาพร้อมกับยัดถุงกระดาษใบนั้นใส่มือ แล้วเดินกลับไปยืนพิงโต๊ะในท่าเดิม

                “ฉันพูดคำไหนคำนั้นค่ะ”

                เขาได้แต่ยืนใบ้กินไปพักหนึ่ง...นิ่งเสียจนเผลอพินิจใบหน้า เรือนร่างรูปทรงของหล่อนโดยไม่กริ่งเกรงสายตาที่มองกลับมาเลย มันเป็นเพราะเขาชอบเปิดเผยแสดงความรู้สึกตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม หากพึงใจผู้หญิงสักคน ถึงจะโดนเมิน ถูกตัดรอนไมตรีกลับมา แต่คนอย่างเขานั้นถือคติที่ว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ดังนั้นเมื่อพึงใจผู้หญิงตรงหน้าเข้าเต็มเปาเสียแล้ว เรื่องที่หล่อนทำเฉยชา ไม่ได้มีท่าทีพึงใจเขาสักนิดนั้น ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด

                “ผมดูไม่ออกเลยนะครับว่าคุณดาวจะเป็นคนซีเรียสขนาดนี้ ที่เราคุยกันวันก่อน คุณดูเฟรนด์ลี่แล้วก็คุยสนุกไม่ถือตัวสักนิด”

                “ถ้าอย่างนั้นคุณก้าวรู้ไว้ตอนนี้เถอะค่ะ ว่าฉันเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของฉันจะแบกแต่เรื่องหนักสมองเอาไว้นะคะ ฉันมีเวลาพักผ่อน มีเวลาสนุกสนานรื่นเริงเหมือนคนอื่นปกติ...แต่ฉันก็มีโลกส่วนตัวสูง”

                น่าจะใช่...เขามองเห็นความจริงจังในคำพูดของหล่อน

                แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม เมื่อคิดจะจีบเลอดาวแล้ว เขาก็จะเดินหน้าไม่มีถอย ดังนั้นเขาจะลองเลียบเคียงถามบางสิ่งที่ใคร่รู้ แม้ว่ามันอาจจะตรงเกินไป

                “จะเป็นไปได้ไหมครับ ถ้าผมอยากจะรู้จักคุณดาวในทุกแง่มุมที่คุณบอก”

                หล่อนนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย มีรอยยิ้มขบขันปรากฏอยู่ตรงมุมปาก พลางเอ่ยออกมาปนเสียงหัวเราะน้อยๆ

                “อย่าบอกนะคะว่าคุณก้าวกำลังจะจีบฉัน”

                เมื่อหล่อนพูดตรง เขาก็ตอบตรงบ้าง...ตรงอย่างที่เป็นเขาคือไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ชอบความชัดเจน

                “ผมชอบคุณดาวครับ...จะรังเกียจไหม ถ้าผมจะจีบคุณ”

                คราวนี้หล่อนยิ้มกว้างๆ ยกไม้ยกมือประกอบเหมือนไม่เชื่อ “อย่ามาล้อเล่นเถอะค่ะ คุณก้าวไม่ได้อยู่ในสายตาฉันเลยนะ บอกตามตรงนะคะว่าฉันชอบผู้ชายที่โตกว่าหลายปี อย่างคุณก้าว ถ้าเดาไม่ผิดอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบสองยี่สิบสาม ห่างจากฉันตั้งหลายปีแน่ะ”

                “ผมยี่สิบห้าแล้วนะครับ คุณดาวคะเนอายุของผมผิด”

                “โอ๊ย! นั่นแหละค่ะ ถึงจะยี่สิบห้า แต่ก็ยังอ่อนกว่าฉันอยู่ดี ตอนนี้ฉันใกล้จะยี่สิบเจ็ดอยู่รอมร่อแล้วนะ...อันที่จริงฉันไม่เคยคุยกับผู้ชายเรื่องอายุหรอกนะคะ แต่กับคุณ ฉันคงจำเป็นต้องบอกไว้แต่เนิ่นๆจะได้ไม่เสียเวลาเปล่า”

                เขารู้ว่านี่คือคำปฏิเสธอย่างนุ่มนวลจากหล่อน แต่เขาไม่มีทางยอมแพ้ต่อเรื่องกระจิริดเพียงแค่นี้หรอก

                “ผมว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้นนะครับ”

                หล่อนไหวไหล่ ถอนหายใจนิดหน่อย “แต่ฉันถือนะคะ เพราะผู้หญิงน่ะแก่เร็วกว่าผู้ชาย ขืนฉันไปคบกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่า เกิดฉันอายุสี่สิบเมื่อไหร่ ตอนนั้นฉันไม่กลายเป็นเลี้ยงต้อยหรือคะ”

                “แต่ผมไม่ถือนะครับ”

                เมื่อเขาดึงดัน หล่อนก็เลยหักหาญไมตรีเขาด้วยเรื่องเกี่ยวกับใกล้รุ่ง เรื่องที่ทำให้น้ำท่วมปากเขาอยู่ไม่น้อย

                “ถ้าอย่างนั้นฉันพูดตรงๆเลยแล้วกันนะคะ ในเมื่อคุณกล้าบอกว่าจะจีบฉัน...คุณก็จงเตรียมใจผิดหวังเอาไว้เถอะ เพราะว่าแม่ของคุณไม่ถูกกับฉัน เราสองคนทำธุรกิจประเภทเดียวกันและสินค้าของเราทั้งสองบริษัทต่างก็เป็นคู่แข่งกันมาหลายปีแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นฉันกับแม่ของคุณมีเรื่องบาดหมางที่มันกินใจกันอยู่ ซึ่งคงไม่มีวันที่จะมาญาติดีต่อกันได้แน่”

                “ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณดาวกับแม่ของผมมีปัญหาอะไรกันมาก่อน แต่ผมไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาพวกนั้นสักหน่อย...คุณก็คือคุณ...ส่วนแม่ผมก็คือแม่ของผม”

                “คุณนี่เข้าใจยากจังนะคะ ในเมื่อแม่คุณเหมือนกับขมิ้นแล้วฉันเหมือนกับปูน...ยังไงมันก็ไม่มีทางเข้ากันได้ แล้วคุณจะลำบากใจทีหลังเปล่าๆที่จะต้องทำตัวเป็นคนกลาง อย่าให้เกิดปัญหาเลยค่ะว่าคนหนึ่งก็แม่อีกคนก็เมีย ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้แบบนี้มีให้เห็นถมไป แล้วฉันก็ไม่อยากตกที่นั่งแบบนั้น”

                “ผมเชื่อว่าตัวของผมจะสามารถทำให้คุณกับแม่ของผมเข้ากันได้” เขายังคงเถียงตามความเชื่อของตัวเอง

                “แต่ฉันก็เชื่อว่าแม่ของคุณไม่มีทางยอมรับแล้วลงรอยให้ฉันแน่...กลับไปเถอะค่ะ แล้วถ้าคุณไม่อยากปวดหัวในภายหลัง ก็อย่ามาตอแยกับฉันอีกเลย ขอให้เราสองคนรู้จักกันผิวเผินเท่านั้นพอ”

                เขาจ้องมองหล่อนไม่กะพริบตา...มองเห็นแววลึกล้ำประหลาด รู้สึกได้เองว่ามันมีความท้าทายซ่อนอยู่หลังถ้อยคำปฏิเสธนั้น การบอกปัดของหล่อนเป็นเพียงแค่เกราะป้องกันภัยซึ่งเขามั่นใจว่าความจริงใจที่เขามีนั้นสามารถทลายกำแพงนั้นลงได้

                “แค่คุณดาวให้โอกาส...ผมจะพิสูจน์ให้คุณดู”

                คราวนี้ดวงตาหล่อนยิ้มไม่ต่างจากมุมปากที่ยกขึ้น...

                “คุณนี่ก็ดื้อไม่เบา...แสดงว่าคุณยังไม่รู้จักฉันดีพอ ถ้าอย่างนั้นคุณจงรู้ไว้ตอนนี้เลยนะคะว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงโสด แต่ฉันเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วถึงสองครั้ง ฉันเป็นม่ายผัวทิ้งนะคะ คุณอาจจะเคยได้ยินคนอื่นพูดเข้าหูมาบ้างก็ได้ว่าคนอย่างฉันต่อให้ใส่ตะกร้าล้างน้ำเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางสะอาดหมดจดได้เหมือนเดิม”

                ดูเหมือนหล่อนจงใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเพื่อลองใจ...เขาคิดว่าอ่านใจหล่อนออก

                “แล้วถ้าผมบอกคุณดาวว่าผมไม่ถือละครับ”

                เขาลุกจากที่นั่งเดินตรงไปจนเกือบประชิดตัวหล่อนที่ยังคงยืนพิงขอบโต๊ะอยู่ในที่เดิม โดยไม่ได้คุกคามด้วยกิริยาแต่ใช้สายตาเป็นสื่อในการแสดงออก ถ้าหล่อนอ่านใจเขาได้ก็จะเห็นว่าตอนนี้เขากำลังมองหล่อนด้วยแววตาของผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะเล่นกับไฟ

                ถ้าหล่อนเป็นไฟ...เขาก็พร้อมจะเป็นน้ำมัน!

//////////////////////////////////////

วางแผงแล้ววันนี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น