[END]†IRATE WICKED† วายร้ายสยบรัก!

ตอนที่ 5 : IRATE † WICKED 03 [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Upside Down Cross - Red
 

 


 

 

WICKED 03

 


I remember when, I remember, I remember when I lost my mind

There was something so pleasant about that phase.

Even your emotions had an echo

In so much space


And when you’re out there

Without care,

Yeah, I was out of touch

But it wasn’t because I didn’t know enough

I just knew too much





6 month later


ภายในบ้านหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยอบอวลไปด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นของครอบครัวฮายาชิ ซึ่งในเวลานี้ไม่หลงเหลือสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว มีเพียงความเงียบครอบงำไปทั่วบริเวณบ้านราวกับไร้สิ่งมีชีวิตภายในสถานที่แห่งนี้


แสงไฟจากห้องนอนชั้นบนสุดเปิดสว่างเพียงดวงเดียวท่ามกลางความมืดโดยรอบ ชายหนุ่มเจ้าของห้องกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกริบจับจ้องหน้าจอตรงหน้านิ่งงัน ปลายนิ้วลากเม้าส์คลิกย้อนภาพวิดีโอวนไปวนมาซ้ำๆ


มันคือภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่เขาใช้เวลากว่า 6 เดือนในการตามหา เนื่องจากหลักฐานชิ้นนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ทางตำรวจเก็บเอาไว้อย่างแน่นหนาทำให้ยากแก่การช่วงชิงมันมา และมันยังเป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ นั่นคือเหตุผลที่ตำรวจชั่วๆ พวกนั้นเก็บมันไว้อย่างดีเพื่อปกป้องคนร้ายตัวจริงนั่นเอง!


หากทว่า… ในเวลานี้เขาได้มันมาครอบครองแล้ว…


และถึงเวลาที่เขาจะได้รู้เสียทีว่าใครที่อยู่กับน้องสาวเขาเป็นคนสุดท้ายก่อนเธอจะเสียชีวิต แม้คดีจะถูกปิดไปด้วยการสรุปว่าฆ่าตัวตาย แต่เขาไม่มีทางยอมให้มันจบแบบนี้ง่ายๆ แน่นอน เขาไม่มีทางยอมให้เรื่องมันจบแบบนี้เด็ดขาด!


ชอนซาจะต้องไม่ตายฟรี! น้องสาวของเขาต้องได้รับความเป็นธรรม!


ดวงตาคมกริบจับจ้องโถงทางเดินหน้าประตูห้องวีไอพีของชอนซานิ่ง ภาพวงจรปิดค่อยๆ เคลื่อนไหวช้าๆ วินาทีต่อมาปรากฏร่างบางเดินเข้ามาในบริเวณที่กล้องกำลังบันทึกภาพ เธอสวมชุดสีขาว มัดผมรวบตึง และสวมแว่นตากันแดดสีดำ เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องของชอนซาประมานหนึ่งนาที ก่อนที่จะเปิดประตูห้องเข้าไป


ผู้หญิง… อย่างนั้นเหรอ?


คำถามมากมายปรากฏขึ้นภายในใจของชายหนุ่ม เขากรอภาพเร่งเวลาจนถึงช่วงที่เธอคนนั้นเปิดประตูออกมาซึ่งเป็นเวลาก่อนหน้าที่ชอนซาจะตกลงมาเพียงสิบนาที


และนั่น… จังหวะที่เธอคนนั้นเดินออกมาจากห้อง… เธอไม่ได้สวมแว่นตาปกปิดเหมือนตอนแรก ทำให้เขาสามารถมองเห็นใบหน้าเธอได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา…


ไม่จริง…


หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบทันทีที่เห็นใบหน้าสวยแสนคุ้นตานั่น ใบหน้าสวยเรียบตึง ดวงตาคมเฉี่ยวเกรี้ยวกราดปรากฏเด่นชัด เขาจำเธอได้… ใบหน้าแบบนี้… ดวงตาแบบนี้… ผ่านไปกี่ปีเขาก็ไม่มีวันลืม… และเขาเคยเห็นเธอในคืนเกิดเหตุ…


ยามาดะ อัยย์… ทำไมถึงเป็นเธอ?!




[บทบรรยาย ฮาเดส]


ก๊อกๆ


เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสายตาผมให้ละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ร่างสูงของอาคิระยืนพิงประตูอยู่ตรงนั้น มันยืนกอดอกมองหน้าผมนิ่งๆ สีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ไม่รู้ว่ามันเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่คงจะนานพอดู ผมจ้องหน้ามันชั่วครู่ก่อนจะละสายตากลับมาที่ภาพตรงหน้าอีกครั้ง


“มึงรู้จักกับผู้หญิงในภาพสินะ” คำถามเรียบๆ จากอาคิระทำลมหายใจผมสะดุดเล็กน้อย มันเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาพร้อมกับโยนซองเอกสารบางอย่างให้กับผม ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าในซองนั้นมีอะไร นอกซะจาก ‘งาน’ ขององค์กร


ใช่แล้ว… ผมเข้าองค์กร Under.G ตามคำแนะนำของอาคิระเมื่อหกเดือนก่อน ระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาชีวิตของผมมันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก แค่บัดซบลงกว่าเดิมก็เท่านั้น เวลานี้ตัวผมก็ไม่ต่างจากเศษสวะสักเท่าไหร่ เพราะนับตั้งแต่ผมก้าวเท้าเข้าสู่องค์กรแห่งนี้ก็เหมือนกับการก้าวเท้าลงนรกดีๆ นี่เอง


ผมรับงานทุกรูปแบบตามคำสั่งขององค์กร ไม่ว่างานนั้นจะเลวทรามและต่ำช้าเพียงใดผมก็ยอมทำตามโดยไม่เกี่ยง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและความแข็งแกร่ง ผมพร้อมจะทำทุกอย่างไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม และผมจะใช้สิ่งโสมมเหล่านี้ทำลายคนสารเลวพวกนั้นให้หมด!


ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกระเบียงห้อง บรรยากาศรอบบ้านช่างเงียบสงบและมืดมิดดีจริงๆ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายอย่างผมมาก ตามหลักความเป็นจริงแล้วบ้านหลังนี้เป็นสมบัติของอาคิระที่พ่อแม่แท้ๆ ทิ้งเอาไว้ให้ แต่มันไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่เท่าไหร่ ส่วนมากจะไปๆ มาๆ นับตั้งแต่ชอนซายังมีชีวิตอยู่แล้ว เพราะมันไม่อยากทำให้ชอนซาลำบากใจมันเลยตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดส่วนตัวแทน


“มึงจะทำยังไงกับเธอ?” อาคิระถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผมเงียบไป


นั่นสินะ… ผมควรจะทำอย่างไรกับเธอ…


ตอนนี้ความรู้สึกของผมมันสับสนและตีรวนไปหมด ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชอนซาและผู้หญิงคนนั้นเลยสักนิด ไม่รู้เลยว่าสองคนนั้นรู้จักกันได้ยังไง และอะไรคือชนวนเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายนั่นขึ้น เวลานี้ผมมีเพียงภาพของเธอคนนั้นจากกล้องวงจรปิดเท่านั้น แม้มันจะพิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่มันก็ยืนยันได้ว่าเธอคือคนสุดท้ายที่อยู่ในห้องกับชอนซาจริงๆ!


ผมขยี้บุหรี่ในมือทิ้งแล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง อาคิระยังนั่งอยู่ที่เดิม มันหยิบวัตถุคู่ใจสีดำเลื่อมขึ้นมาหมุนเล่นบนโต๊ะราวกัของสิ่งนั้นเป็นของเด็กเล่น ผมเหลือบมองมันขณะนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดู


“เตือนหรือเก็บ?” ผมถามขณะเปิดอ่านข้อมูลก่อนจะแสยะยิ้มเย็นออกมา “หึ เก็บสินะ”


“มึงดูเลือดเย็นขึ้นนะ ‘ฮาเดส’”


อาคิระจ้องหน้าผมนิ่งขณะเอ่ยชื่อนั้นออกมา ไม่ต้องแปลกใจไปว่ามันเรียกใคร เพราะนั่นคือชื่อเรียกชื่อใหม่ของผมเอง นับตั้งแต่วันที่ผมก้าวเท้าเข้าองค์กร ผมก็เหมือนคนที่ตายแล้วเกิดใหม่ ชินซองคนเดิมได้ตายไปพร้อมกับชอนซาแล้ว ชีวิตเกิดใหม่หลังจากนี้มีเพียงแค่การแก้แค้น...


ฮาเดส… เกิดมาเพื่อทวงแค้นเท่านั้น!





[บทบรรยาย อัยย์]


ความน่าเบื่อนี้ฉันอยากจะเผามันทิ้งจริงๆ ไม่เข้าใจเลย... ทำไมพ่อต้องบังคับให้ฉันทำอะไรแบบนี้ด้วย ทานข้าวงั้นเหรอ? ดูตัวงั้นเหรอ? นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ ท่านคิดจะจับคู่ให้ฉันทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งเป็นหม้ายงานแต่งไปเมื่อครึ่งปีก่อนเนี้ยนะ ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ


“คุณหนูครับ คุณหนูกำลังจะไปไหนครับ คุณท่านสั่งไว้ว่า...”


“ถ้าจะทำตามคำสั่งของคุณพ่อ นายก็กลับไปซะ” ฉันปรายตามองผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินก้มหน้าตามหลังมา เขาคือบอดี้การ์ดประจำตัวฉันเอง เป็นคนของคุณพ่อที่ไม่รู้ว่าสั่งให้มาดูแลฉันหรือมาคอยคุมฉันกันแน่ ฉันเสยผมไปด้านหลังก่อนจะก้าวเท้าขึ้นมานั่งบนรถแล้วออกคำสั่ง “ไป X PUB”


“แต่ว่า…”


“นี่คือคำสั่ง!” ฉันกระชากเสียงนิดๆ อย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดใจ แค่เรื่องเมื่อครู่ก็น่าหงุดหงิดจะแย่อยู่แล้ว ทำไมคนพวกนี้ต้องมาทำให้ฉันอารมณ์เสียเพิ่มด้วยนะ!


“คะ… ครับคุณหนู”





@X PUB


“นี่พ่อแกยังไม่เลิกจับแกไปดูตัวอีกเหรออัยย์”


นามิ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันถามขึ้นขณะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ตอนนี้พวกเราสองคนกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางแสงสีภายในผับประจำที่มักจะมาเที่ยวผ่อนคลายบ่อยๆ ปกติฉันจะมาที่นี่พร้อมกับใครคนหนึ่งเสมอ คนที่คอยดูแลฉันมาตลอดเวลา 2 ปี เขาที่เคยดีและดูแลฉันอย่างดีมาตลอด หากทว่าในเวลานี้เขาคนนั้นกลับไม่มีลมหายใจที่จะยืนเคียงข้างฉันอีกต่อไปแล้ว


“ทำหน้าแบบนี้คิดถึงหมอนั่นอีกแล้วสินะ”


ฉันถอนหายใจกลบเกลื่อนพลางกระดกเหล้าเข้าปาก ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรนึกถึงเขาคนนั้นอีกแล้ว เขามันไม่มีค่าอะไรให้ฉันนึกถึงด้วยซ้ำ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น มันก็อดไม่ได้อยู่ดี


“นี่... เลิกทำหน้าแบบนั้นแล้วหันมาสนใจหนุ่มหล่อที่กำลังแอบมองแกอยู่ดีกว่าอัยย์” อยู่ๆ นามิก็พูดขึ้น แถมยังส่งสายตาไปด้านหลังฉันอีกต่างหาก และนั่นก็ทำให้ฉันละสายตามองด้วยความอยากรู้


ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังวาดลวดลายไปกับเสียงเพลง ฉันได้สบตากับนัยน์ตารัตติกาลคู่หนึ่ง แววตาของเขาดุดัน ลึกลับน่าค้นหา มันน่าแปลกมากที่ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นอย่างบอกไม่ถูก ฉันรู้สึกเหมือนเราเคยพบกันที่ไหนมาก่อน แต่นึกอย่างไรมันก็นึกไม่ออก เขาคนนั้นจับจ้องตรงมาทางฉันเนิ่นนานด้วยสายตาดำมืดจนจับความรู้สึกไม่ถูก ไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ฉันมองหน้าเขาไม่ค่อยชัดเพราะเขาสวมฮู้ดสีดำคลุมหัวเอาไว้ เราสบตากันเพียงชั่วครู่ ก่อนเขาคนนั้นจะหันหลังแล้วเดินจากไป


“แกรู้จักเขาหรือเปล่า?”


“ไม่...” แน่ใจ


ฉันต่อประโยคหลังในใจ ฉันไม่แน่ใจจริงๆ ว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับเขาคนนั้นมาก แต่ว่า… ถ้าเราเคยพบกันจริงๆ  มันจะเป็นไปได้เหรอที่ฉันจะจำเขาไม่ได้?


“ฉันว่าเขาดูน่ากลัวนะ เป็นไปได้แกอย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่าอัยย์ แววตาที่เขามองแกมันดูอันตรายยังไงก็ไม่รู้”


นั่นสินะ... แววตาอันตรายนั่น… ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนั้นกันนะ


ครืด… ครืด…


แรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ภายในกระเป๋าถือทำฉันสะดุ้งเล็กน้อย ฉันควานหามันขึ้นมากดเปิดดู ชื่อบนหน้าปัดคือคนที่เปรียบเสมือนเจ้าชีวิตของฉัน และแน่นอนว่าสายนี่ฉันจำเป็นต้องรับ


“เดี๋ยวฉันมานะ”


“โอเค รีบไปรีบมานะระวังตัวด้วยล่ะ”


หลังจากเดินแยกออกจากโต๊ะ ฉันก็รีบเลี้ยวมาทางหลังผับทันที เนื่องจากเวลานี้นักท่องเที่ยวภายในผับเยอะมาก กว่าจะเดินพ้นออกมาได้ค่อนข้างจะวุ่นวายพอสมควร ถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงมีบอดี้การ์ดคอยเปิดทางให้เวลาเดิน แต่เพราะวันนี้ฉันสั่งให้คนพวกนั้นรออยู่ที่รถ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เต็มใจก็ตามเพราะห่วงความปลอดภัยของฉัน แต่ในเมื่อมันเป็นคำสั่งเขาก็ต้องยอมทำล่ะนะ


ฉันเดินออกมายืนอยู่บริเวณลานกว้างหลังผับ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบแตกต่างจากภายในอย่างสิ้นเชิง มีเพียงเสียงดนตรีเบาๆ ดังแทรกออกมาเล็กน้อย ลมหนาวที่พัดมากระทบร่างกายไม่ได้ทำให้จิตใจฉันเย็นลงเลยสักนิด แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แสงจากหน้าจอสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิด ฉันจ้องมันเพียงชั่วครู่ก่อนจะกดรับสาย


“ค่ะพ่อ”


[นี่แกแอบหนีไปเที่ยวสถานที่ต่ำๆ แบบนั้นอีกแล้วใช่ไหม ยัยอัยย์?!] น้ำเสียงทรงอำนาจและน่าเกรงขามดังขึ้นจากปลายสาย ฉันลอบถอนหายใจให้กับความหูตาไวของพ่อบังเกิดเกล้าเล็กน้อย


และใช่... ผู้ชายน้ำเสียงดุดันคนนี้... เขาคือพ่อของฉันเอง


“อัยย์ก็แค่แวะมานั่งดื่มนิดหน่อยเองค่ะพ่อ เดี๋ยวอัยย์ก็กลับแล้ว”


[เดี๋ยวงั้นเหรอ? แกต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้!] คำสั่งที่ฉันคุ้นเคยมาตลอดยี่สิบห้าปีดังขึ้น [ฉันเคยบอกแกแล้วไงว่าอย่าไปในสถานที่แบบนั้น แกคิดจะทำให้ฉันเสียชื่อเสียงไปถึงไหน ถ้ามีพวกนักข่าวถ่ายรูปแกแล้วเอาไปลงข่าวว่าลูกสาวนักการเมืองเอาแต่มั่วสุ่มตามผับบาร์แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?]


นี่แหละคือพ่อฉัน และที่ท่านดุท่านด่า ไม่ใช่ว่าท่านเป็นห่วงฉันหรอกนะ แต่เพราะท่านห่วงชื่อเสียงของตัวเองมากกว่า พ่อน่ะ… รักตำแหน่งตัวเองเสียมากกว่าลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างฉันซะอีก


“ค่ะ อัยย์จะรีบกลับเดี๋ยวนี้...”


ติ้ด


ฉันกดวางสายพลางพิงหลังกับพนังกำแพงด้วยความรู้สึกเหนื่อยหัวใจ พ่อของฉันเป็นนักการเมืองที่มีอำนาจและชื่อเสียงมาก ท่านมักจะเป็นแบบนี้ทุกทีแหละ ชอบใช้อำนาจของนักการเมืองมาบ่งการชีวิตคนในครอบครัว ทั้งฉันและแม่ต้องคอยทำตามคำสั่งของพ่ออยู่เสมอ และแม่ก็ทำได้ดีมาตลอดจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของท่าน…


“...”


ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามืดสลัวเมื่อจู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องของแม่ขึ้นมา มันนานมากแล้วที่ฉันเสียคนที่ฉันที่รักที่สุดในชีวิตไป แปดปีแล้วสินะ… แปดปีแล้วที่แม่จากฉันไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ...


แม่คะ… อัยย์คิดถึงแม่จังเลย…


[จบบทบรรยาย]





ตัดมาอีกด้านหนึ่งของหลังผับซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากหญิงสาวมากนัก ร่างสูงสวมฮู้ดคลุมศีรษะยืนอยู่ในมุมมืดบริเวณนั้น ดวงตาเรียวคมดุจสัตว์ร้ายจ้องมองไปที่ร่างบางด้วยแววตาดำมืด ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มเย็นน่ากลัว


ชายหนุ่มพยายามอย่างหนักเพื่อจะหักห้ามใจไม่ให้เดินไปกระชากร่างบางแล้วลากเธอไปลงนรกซะเดี๋ยวนี้ เขาอยากทำแบบนั้นใจแทบขาดเพราะมันคือสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดหลายปี เพราะเธอไม่ได้แค่ทำลายชีวิตของเขา แต่เธอทำลายตัวตนและความเป็นคนของเขาจนหมดสิ้น


ถึงเวลาแล้วอัยย์… ถึงเวลาที่เธอจะต้องชดใช้ให้กับฉันแล้ว!




Loading...100%





[บทบรรยาย อัยย์]


ปัง! ปัง! ปัง!


เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดหลังจากฉันก้าวเท้าลงจากรถที่เพิ่งจอดสนิท บอดี้การ์ดซึ่งรับหน้าที่เปิดประตูรถรีบพุ่งเข้ามาบดบังฉันไว้พร้อมจับให้ก้มตัวลงด้วยความรวดเร็ว เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ดูเหมือนว่ามันจะเฉี่ยวบริเวณที่ฉันยืนอยู่ไม่ไกล ไม่มีเสียงกรีดร้องตื่นตกใจจากฉันเลยสักนิด มีเพียงใบหน้าเรียบเฉยและแววตานิ่งขึงมองไปยันทิศทางของกระสุนปริศนานั่น


พาคุณหนูหนีไปก่อน! เร็ว!เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมกับแรงกระชากเบาๆ ให้ฉันเดินตามไปอีกทาง ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่เริ่มจับตัวลง ฉันสะบัดแขนออกจากการจับกุมพลางกระชับเสื้อโค้ชแน่น สองเท้าก้าวเดินไปตามตรอกมืดๆ ซึ่งน่าจะเป็นทางลัดไปที่ไหนสักแห่ง


เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนฉันเพิ่งไปร่วมงานแถลงข่าวการเลื่อนตำแหน่งของพ่อ ท่านได้เลื่อนตำแหน่งในการเมืองอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ และถึงแม้ว่าฉันจะไม่อยากไปเพียงใดฉันก็ต้องจำใจไปร่วมงานอยู่ดี ส่วนเหตุการณ์ลอบยิงฉันขณะนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการเมืองของพ่ออีกนั่นแหละ


เชื่อไหม? ฉันเจอเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่อายุหกขวบ คิดว่าฉันควรชินไหมล่ะ!


ปัง! ปัง! ปัง!


เสียงปืนปริศนาดังก้องอีกครั้งภายในตรอกเบื้องหน้า ฉันชะงักฝีเท้าแล้วจับจ้องผ่านความมืดเข้าไป บริเวณนั้นคือจุดที่เกิดเสียง บอดี้การ์ดรีบขยับตัวบังฉันตามสัญชาตญาณ ฉันคิดว่าตอนนี้เราเดินมาถึงกลางตรอกแล้วล่ะ และอีกไม่กี่เมตรก็จะถึงทางออก คนที่เข้ามาขัดขวางทางออกของฉันจะต้องเป็นพวกเดียวกับคนกลุ่มนั้นแน่ๆ


คุณหนูระวังตัวด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะเดินไปดูสักครู่


“...” ฉันไม่ตอบอะไร ทำเพียงยืนกอดตัวเองนิ่งๆ เพื่อบรรเทาความหนาว สายตามองตามร่างสูงที่ค่อยๆ ขยับเดินไปด้านหน้าเข้าหาความมืด ฉันไม่รู้หรอกว่าตรงนั้นมันมีอะไร แต่มันจะต้องไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่นอน


ปัง!


อ๊ากกกกก!เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง ฉันสะดุ้งเล็กน้อยพยายามหรี่สายตามองผ่านความมืดเข้าไป ความเงียบกลืนกินรอบตัว และฉันไม่เคยกลัวไม่ว่าตรงนั้นจะมีอะไรก็ตาม ฉันตัดสินใจก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าช้าๆ ระยะการมองเห็นค่อยๆ ปรับโฟกัสทีละนิด จนกระทั่งเดินมาถึงจุดที่มีร่างสูงสวมชุดสีดำกำลังนอนคว่ำอยู่ ฉันจำได้ว่าเขาคือใคร แต่ที่ไม่เข้าใจคือใครเป็นคนฆ่าเขา?


“...”


ท่ามกลางความเงียบอันแสนหนาวเย็น ฉันกวาดสายตามองไปด้านหน้าอีกครั้ง สองเท้าค่อยๆ ก้าวเดินต่อช้าๆ และก็พบว่าบริเวณนี้ไม่ได้มีเพียงร่างของบอดี้การ์ดฉันเท่านั้น แต่ยังมีร่างของชายปริศนาอีกสามคนกำลังนอนเกลื่อนกลานอยู่กลางตรอก สภาพของแต่ละคนโชกไปด้วยเลือด พวกเขาล้วนถูกกระสุนปืนพรากลมหายใจไม่ต่างกัน


นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!?


ฉันถามตัวเองในใจพลางกวาดสายตามองรอบตัว นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ มีใครคนหนึ่งลั่นไกปลิดชีพผู้ชายสามคนนี้ และถ้าเดาไม่ผิดสามคนนี้เป็นคนที่มาดักรอฉันแน่ๆ แต่กลับถูกใครบางคนฆ่าทิ้งเสียก่อน


เพื่ออะไร?


ถ้าคนคนนั้นฆ่าชายสามคนนี้จริงๆ แสดงว่าเขามาเพื่อปกป้องฉันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาถึงต้องฆ่าบอดี้การ์ดของฉันด้วยล่ะ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ


ตึก ตึก ตึก


เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ฉันรีบหันกลับไปมองด้วยความระแวดระวังทันที ซึ่งในจังหวะนั้นเองร่างของฉันถูกใครคนหนึ่งตรงเข้ามาซ้อนด้านหลังด้วยความรวดเร็ว ความเย็นเฉียบจากฝ่ามือหนาสัมผัสลงบนลำคอฉัน ปลายนิ้วแข็งกระด้างกดลึกลงบนหลอดลมจนฉันไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว


คะ คุณหนู!เสียงเรียกจากบอดี้การ์ดที่เพิ่งวิ่งเข้ามาหาฉันขาดหายไปทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ฉันกำลังถูกใครสักคนจับเป็นตัวประกันโดยไม่ทันตั้งตัว ฉันสัมผัสได้ถึงไอร้อนบริเวณแผ่นหลังและลมหายใจเย็นๆ เป่ารดต้นคอ มืออีกข้างหนึ่งของเขากำลังถือวัตถุสีเงินจ่อไปเบื้องหน้า และทิศทางที่มันมุ่งไปก็คือร่างของบอดี้การ์ดของฉันนั่นเอง


จับตาดูไว้ให้ดีๆ การฆ่าครั้งนี้เพราะเธอ


ปัง!


อึก!


หลังจากเสียงกระซิบน่ากลัวนั่นจบลง ลูกกระสุนจากปืนในมือเขาก็พุ่งเข้าใส่บอดี้การ์ดของฉันทันที ร่างสูงนั่นค่อยๆ ล้มลงขณะที่กระสุนตัดผ่านขั้วหัวใจ ฉันมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งงัน ภายในหัวใจเริ่มเต้นรัวถี่ขึ้น ฉันไม่รู้ว่าคนคนนี้ต้องการอะไรจากฉันกันแน่ เขาจับตัวฉันและฆ่าคนของฉันไปเพื่ออะไร?


ต้องการอะไร…” ฉันพยายามเปล่งเสียงถาม แม้มันจะยากเย็นเพราะถูกปรายนิ้วเย็นเยียบกดหลอดลมเอาไว้ คนคนนี้รู้จุดตายเป็นอย่างดี เพียงแค่เขาบิดข้อมือนิดเดียวก็สามารถปลิดชีพฉันได้แล้ว


ช่างน่ากลัวอะไรขนาดนี้


ชีวิตเธออัยย์


ตุบ!

 



[บทบรรยาย ฮาเดส]


ร่างบางหมดสติลงด้วยฝีมือของผมเอง ผมใช้วงแขนแกร่งช้อนร่างคุ้นเคยขึ้นมาอุ้มก่อนจะเดินออกมาจากตรอกนั่นช้าๆ ผมไม่ได้เร่งรีบและไม่ได้รู้สึกร้อนรนกับสิ่งที่ทำลงไปสักนิด ผมไม่รู้สึกอะไรเลยแม้จะเพิ่งฆ่าคนห้าคนเพื่อชิงตัวเธอมาก็ตาม และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่ผมยอมแลก


เมื่อไหร่ที่มึงฆ่าคนได้โดยไม่รู้สึกผิด เมื่อนั้นแหละที่มึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ


คำพูดของอาคิระดังขึ้นในหัวขณะวางร่างบางลงบนเบาะรถ นี่ไงสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด ผมได้เธอมาอยู่ในมือแล้ว เธอที่ผมเฝ้ารอคอยมาตลอดเวลาหลายปี


และนับจากนี้ไป ผมจะไม่ปล่อยให้เธอพบเจอความสุขอีกเลย!

 



หนึ่งชั่วโมงต่อมา


[ข่าวใหญ่ข่าวด่วนเวลานี้ค่ะ! ดิฉันได้รับรายงานมาว่าเกิดเหตุลอบยิงลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านรัฐมนตรียามาดะค่ะ และทราบมาว่าขณะนี้ลูกสาวของท่านถูกบุคคลปริศนาจับตัวไปแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของคู่แข่งทางการเมือง เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปนะคะ!]


Rrr…


“...”


[ฝีมือมึงสินะ] ปลายสายถามอย่างรู้ทัน ผมเงียบไม่ตอบอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องโทรมา [ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับมึงที่บ้านใช่ไหม?]


มีอะไร กูไม่ว่างคุย


[เดี๋ยวสิ กูอยากเห็นหน้าเธอ... ตอนนี้] ผมชะงักเล็กน้อยกับคำพูดของอาคิระ พอลุกขึ้นมาเปิดม่านดูก็พบว่ารถสปอร์ตของมันกำลังขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน


มึงมาทำไม?”


[ก็บอกแล้วไงว่าอยากเห็นหน้า] มันย้ำคำเดิมขณะเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน ผมหันกลับมามองร่างบางบนเตียงนิ่งๆ สลับกับประตูห้อง


ไม่ใช่ตอนนี้ เธอหลับอยู่


[งั้นก็ดี จะได้ไม่เรื่องเยอะ]


กริ๊ก


จบคำพูดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก ร่างสูงในชุดสีดำก้าวเท้าเข้ามาพลางชูโทรศัพท์ในมือขึ้นเป็นเชิงให้ผมวางสาย ผมกดตัดสายแล้วเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาตัวเดิมซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเตียงมากนัก อาคิระเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนที่มีร่างบางกำลังหลับใหลอยู่ ผมไม่อยากสนใจว่ามันคิดจะทำอะไรกับเธอจึงหยิบบุหรี่และเลี่ยงออกมานอกระเบียงเพื่อจุดบุหรี่สูบ


ถ้าถามว่าตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอย่างไร... ไม่รู้สิ... ตอนแรกผมก็แค่ต้องการจะรู้ความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการตายของน้องสาวผม ผมอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นทำไปเพื่ออะไร


เธอฆ่าน้องสาวผมทำไม


ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสาวของรัฐมนตรียามาดะ เมื่อหกเดือนก่อนเกิดเรื่องในงานแต่งงานของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นหม้ายเพราะเจ้าบ่าวตายในวันแต่งงานอาคิระเดินออกมาพิงระเบียงด้านข้างผม ขณะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเธอคนนั้นให้ฟัง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมรู้อยู่แล้วมึงรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”


“...” ผมตอบคำถามมันด้วยการอัดควันสีขาวเข้าปอดหนักๆ แน่นอนว่าผมรู้เรื่องนี้ดีเพราะวันนั้นผมไปหาเธอที่งานแต่งนั่นด้วย


เงียบแบบนี้แสดงว่ารู้สินะ แล้วมึงรู้อีกหนึ่งเรื่องหรือเปล่าว่าสองคนนั้นมีความสนิทสนมกับชอนซาเป็นพิเศษ


มึงว่าไงนะผมชะงักมือที่คีบบุหรี่พลางจ้องหน้าอาคิระนิ่ง เมื่อกี้มันพูดว่าไงนะ มันบอกว่าผู้หญิงคนนี้กับเจ้าบ่าวของเธอสนิทกับชอนซาอย่างนั้นเหรอ


โลกมันกลมจนเกินไปไหม?


ความจริงผมเคยนึกถึงประเด็นนี้เหมือนกัน ผมเคยคิดว่าชอนซาอาจจะเคยรู้จักหรือสนิทสนมกับผู้หญิงคนนั้นมาก่อน แต่ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าโลกมันกลมขนาดนั้น


เปิดดูซะอาคิระยื่นซองเอกสารให้ผมอีกแล้ว แสดงว่ามันไปสืบเรื่องนี้มาจนแน่ใจแล้วจริงๆ สินะ ถึงได้กล้ามาบอกผมแบบนี้ ผมขยี้บุหรี่ในมือทิ้งก่อนจะหยิบรูปจากในซองออกมาดูทีละใบ


นั่นเป็นรูปถ่ายสมัยชอนซาอยู่ปีหนึ่ง ผู้ชายที่ยืนข้างๆ เธอคือทานากะ ริวตะ ส่วนผู้หญิงอีกคนก็คือยามาดะ อัยย์ ผู้หญิงที่กำลังหลับอยู่บนเตียงมึงขณะนี้นี่แหละ


“...”


สามคนนี้รู้จักกัน และความสัมพันธ์อาจจะมากกว่าคำว่ารู้จักกันเลยล่ะ!


เป็นจริงตามที่อาคิระพูด บุคคลในภาพคือสามคนนั้นจริงๆ ภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคน คนหนึ่งคือผู้หญิงคนเดียวกับที่นอนอยู่บนเตียง ส่วนอีกคนคือผู้หญิงที่ผมรักและหวงแหนที่สุดนชีวิต


แสดงว่าทั้งสามคนรู้จักกันมาก่อนสินะ แล้วสาเหตุในการฆ่าชอนซามันคืออะไร ทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องฆ่าเธอ!


 


[บทบรรยาย อัยย์]


ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศทำให้ฉันห่อตัวเล็กน้อย ความปวดร้าวบริเวณหลังคอแล่นวาบเข้ามา ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ พยายามปรับโฟกัสสายตาท่ามกลางความมืดมิด ฉันกำลังนอนอยู่ในห้องนอนที่ไหนสักแห่งซึ่งรู้สึกแปลกตาเป็นอย่างมาก ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งบนที่นอนนุ่มพลางกวาดสายตาสำรวจไปทั่วห้อง


ที่นี่ที่ไหน


ฉันถามตัวเองในใจขณะนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า จริงสินะฉันถูกใครคนหนึ่งทำร้ายจนหมดสติ ฉันไม่ทันเห็นหน้าเขา จำได้เพียงสัมผัสเย็นเฉียบของฝ่ามือและน้ำเสียงน่ากลัวเท่านั้น ฉันค่อยๆ ก้าวเท้าลงบนพื้นอันเหยียบเย็นเพื่อหาทางออก ตอนนี้ค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าฉันคงถูกคนคนนั้นลักพาตัวมา และฉันจะต้องหาทางหนี!


เดี๋ยวนะนั่นมัน


และในขณะที่ฉันกำลังมองหาทางออก สองเท้ากลับต้องชะงักนิ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปบนหัวเตียงเข้า ฉันยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาถือเพื่อต้องการจะดูใกล้ๆ เนื่องจากภายในห้องค่อนข้างจะมืดมาก


ไม่จริงน่ะ


ภาพในกรอบรูปคือภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันจำหน้าได้ไม่เคยลืมเลือน ฉันไม่เคยลืมรอยยิ้มสดใสแสนน่ารังเกียจของเธอ ไม่เคยลืมความเสแสร้งอันน่าขยะแขยงของเธอ ฉันไม่เคยลืมผู้หญิงที่ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของฉันจนหมดสิ้น!


โอ ชอนซา…”


“...!”


ยังจำผู้หญิงคนนี้ได้สินะยามาดะ อัยย์


TO BE CONTINUED


สำหรับใครที่อยากจะอ่านต่อจนจบสามารถหาซื้อรูปเล่มและ E-Book ได้นะคะ
รับประกันความดาร์ก คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
สั่งซื้อ E-Book ฮาเดสสุดโหด!! 
ราคา 299 บาท คุ้มเว่อร์!
รีวิวติด 5 ดาวให้เฮียด้วยนะ
(มีหลายเว็บใหลือกซื้อเลยจ้า)

 
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,104 ความคิดเห็น

  1. #1088 Min_lovefic (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 22:52
    ไม่ว่าไง ชอนซาก็ผิด ก็นางไปแย่งว่าที่สามีคนอื่นอะ น่าจะเป็นเพื่อนด้วย ก็สมควรตายละ
    #1,088
    0
  2. #904 EXOTIC (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 21:02
    เข้มข้นแท้น้อ
    #904
    0
  3. #618 Tooktikrada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 20:29
    สนุกมากค้า ติดตามอยู่น้า
    #618
    0
  4. #215 pp_pepper (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 08:09
    อัยย์ก็โดนหักหลัจากชอนซาเหมือนกัน มันจะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ น่าสงสารอัยย์นะ

    สนุกมากเลยค่ะ อัพต่อนะคร้าไรท์ใจดี
    #215
    0
  5. #204 janeny_nut (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 00:03
    เจอกันเเล้ว><
    #204
    0
  6. #203 Palmyzii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 18:43
    ต่อน้าาา กำลังลุ้น ปมมาความอยากอ่านก็เพิ่มขึ้นนน รอมาต่อน้าาาา
    #203
    0
  7. #202 bass (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 15:20
    เจิมมมมมม
    #202
    0
  8. #201 JKeawwanich (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 00:47
    คนหล่อต่อให้เลวแค่ไหนก็ไม่ผิด..

    ตรรกะนี้นั่นละถูกแล้ววว 555555555 5
    #201
    0
  9. #200 kmcnnn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 22:49
    รออออออ~
    #200
    0
  10. #199 kookpk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 21:41
    เจิมมมมมม...นางเอกเจอศึกหนักแล้ว
    #199
    0
  11. #198 cgame (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 21:03
    ถ้าให้เดานะ อัยกับน้องสาวฮาเดสต้องเคยเปนเพื่อนกัน รัก ผช คนเดียวกัน แร้วก้อทะเลาะกัน แร้ว ผช คนนั้นคือคนที่แต่งงานกับอัย รึป่าว??55555

    รอๆๆๆ อยากรุ้อ่ะ มาต่อไวๆนะคะ ค้างเบอแรง!!!!!!
    #198
    0
  12. #197 JKeawwanich (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 08:26
    เจิมมม
    มาต่อด่วน ด่วนเลยโอ๊ย~
    #197
    0
  13. #196 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:42
    เจิมมมมมมมมมม
    #196
    0
  14. #195 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:42
    เจิมมมมมมมมมม
    #195
    0
  15. #194 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:42
    เจิมมมมมมมมมม
    #194
    0
  16. #193 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:42
    เจิมมมมมมมมมม
    #193
    0
  17. #192 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:42
    เจิมมมมมมมมมม
    #192
    0
  18. #191 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:41
    เจิมมมมมมมมมม
    #191
    0
  19. #190 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:41
    เจิมมมมมมมมมม
    #190
    0
  20. #189 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:41
    เจิมมมมมมมมมม
    #189
    0
  21. #188 It's me (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:27
    เจิมมมมสิจ้ะรอรัย
    #188
    0
  22. #187 24776665 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 15:26
    ว้าวววว><
    #187
    0
  23. #186 JKeawwanich (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 21:47
    ฮรืออ

    มีความฮาร์ดคอ คลั่งเบอร์แรง~~
    #186
    0
  24. #185 สิบ' เก้า กรกฎา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 00:20
    ชอบๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆอัพไว้ๆนะค่ะ
    #185
    0
  25. #184 Bee_FanFan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 13:41
    รอเสมอครับไรต์
    #184
    0