[END]†IRATE WICKED† วายร้ายสยบรัก!

ตอนที่ 3 : IRATE † WICKED 01 [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Upside Down Cross - Red

 

 

 

WICKED 01

 

 

 

But I can't imagine a life without

Breathless moments

Breaking me down





ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาสะท้อนความสวยงามและหรูหราผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ฉันเหม่อมองมันด้วยสายตาเลือนลอย ภายในหัวสมองว่างเปล่า หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ ราวกับจะหยุดเต้นเสียให้ได้ สองมือยังคงกำการ์ดแต่งงานแน่นอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี


ยามาดะ อัยย์ & ทานากะ ริวตะ


ชื่อแรกคือชื่อของฉัน อัยย์ ที่มีความหมายว่า ความรัก นั่นคือชื่อที่ติดตัวฉันมาตั้งแต่เกิด ส่วนชื่อหลังคือชื่อเจ้าบ่าวของฉัน ริวตะ คือผู้ชายที่ฉันเพิ่งจะเข้าพิธีแต่งงานด้วยเมื่อเช้า และเรากำลังจะร่วมฉลองงานเลี้ยงกันในช่วงเย็นที่ผ่านมา หากทว่างานทุกอย่างกลับต้องยุติลงเพราะว่าเขา เจ้าบ่าวของฉันเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตเมื่อหลายชั่วโมงก่อน


หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตกะทันหันของริวตะ ฉันเกิดอาการช๊อคไปชั่วขณะ มันอธิบายความรู้สึกภายในใจไม่ถูกว่าตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ ถึงแม้ว่าการแต่งระหว่างฉันกับริวตะจะเป็นผลพ่วงมาจากธุรกิจของครอบครัว แต่เราสองคนก็คบกันในฐานะคู่หมั้นมากว่าสี่ปีแล้ว ความผูกพันและสิ่งดีๆ ที่ริวตะเคยทำให้ฉัน มันยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของฉัน มันยังอยู่ในนั้น


ถ้าถามว่าฉันรักเขาไหม แน่นอน ฉันรักเขา และตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกเสียใจกับการจากไปของเขามาก ความเจ็บปวดในหัวใจคือสิ่งที่ยืนยันความรู้สึกของฉันได้อย่างดีที่สุด


ก๊อกๆ


เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างสูงของชายชุดดำคนหนึ่ง เขาเดินเข้ามาส่งอะไรบางอย่างให้กับฉันซึ่งรับมันมาถือไว้ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ชายคนนั้นเดินกลับออกไปปล่อยฉันไว้ในห้องแต่งตัวของโรงแรมเพียงลำพังเช่นเดิม


ฉันก้มมองสิ่งของในมือตัวเองนิ่ง มันคือโทรศัพท์มือถือของริวตะ หลังจากประสบเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการส่งมอบทรัพย์สินให้กับญาติเป็นที่เรียบร้อย แต่ฉันขอโทรศัพท์เครื่องนี้เอาไว้เพราะต้องการจะเช็คอะไรบางอย่างซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยทำ ริวตะตั้งรหัสล๊อคมันเอาไว้ตลอด และฉันเองก็ไม่เคยใส่ใจด้วย


แต่ทว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ฉันรู้สึกสงสัยบางอย่าง เมื่อเช้าหลังจากเราสองคนเข้าพิธีแต่งงานกัน ริวตะมีท่าทางร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด เขารีบขับรถออกไปหลังจากจบพิธี ฉันพยายามโทรหาเขาแต่ก็ไม่ยอมรับสาย จนกระทั่งทราบข่าวว่ารถของเขาตกลงไปในเหวลึกซึ่งอยู่บริเวณชานเมือง


เขาขับรถไปทำอะไรที่นั่น?


ฉันได้แต่ถามตัวเองแบบนั้นในใจ จากนั้นก็สั่งให้ลูกน้องคนสนิทนำโทรศัพท์ของริวตะไปปลดล๊อคอย่างที่เห็นนี่แหละ หน้าจอสี่เหลี่ยมสว่างวาบขึ้นทันทีที่กดเปิดเครื่อง ภาพบนหน้าปัดปรากฏเด่นชัดหวนให้นึกถึงเจ้าของโทรศัพท์อีกครั้ง


นายจากไปแล้วจริงๆ เหรอริวตะ


ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบหน้าจอเบาๆ รูปของเขากำลังส่งยิ้มมาให้ฉัน ริวตะเป็นผู้ชายนิสัยบ้าบิ่นและเอาแต่ใจพอสมควร แต่ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยทำเรื่องแย่ๆ ใส่ฉัน เขาอาจจะให้เกียรติฉันหรืออาจจะไม่กล้า ฉันก็ไม่อาจรู้ได้


“นี่มัน


ความคิดทั้งหมดทั้งมวลของฉันถูกหยุดชะงักเมื่อเปิดเข้าในโหมดสายเรียกเข้าแล้วพบว่าเบอร์ติดต่อล่าสุดของริวตะก่อนจะเกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นเบอร์ของใครคนหนึ่งซึ่งฉันรู้จักเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าฉันจำเบอร์นี้ได้


ปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ ก่อนจะกดเข้าห้องสนทนาซึ่งก่อนหน้านี้ถูกใส่รหัสไว้อย่างแน่นหนา และก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วยห้องสนทนาล่าสุดของเขาคือห้องของเจ้าของเบอร์ติดต่อล่าสุดนั่นเอง


ฉันเม้มริมฝีปากอย่างชังใจเล็กน้อยว่าควรจะเปิดอ่านมันดีไหม ตอนนี้ฉันค่อนข้างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับๆ ของริวตะกับผู้หญิงคนนี้ และเลือดในกายฉันมันเริ่มจะเดือดพล่านแล้วด้วยถ้าฉันอยากจะปล่อยให้เรื่องนี้ตายไปกับเขา ฉันควรจะหยุดแค่นี้ เพราะถ้าหากฉันต้องรับรู้อะไรไปมากกว่านี้ ฉันอาจจะไม่จบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่นอน


แต่ว่า ลืมไปหรือเปล่าว่าฉันคือใคร ฉันคือ ยามาดะ อัยย์ ลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านรัฐมนตรีเชียวนะ ฉันไม่มีทางยอมให้ใครมาสวมเขาง่ายๆ แบบนี้หรอก โดยเฉพาะคนสองคนนี้ที่ฉันไว้ใจมาก


ฉันไล่อ่านข้อความย้อนหลังระหว่างริวตะกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยหัวใจสงบนิ่ง ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันนิ่งราวกับน้ำทะเลที่กำลังจะเจอคลื่นลูกใหญ่ ข้อความสุดหวานและถ้อยคำบอกรักรวมไปถึงภาพถ่ายสุดวาบหวิวของทั้งสองช่วยตอกย้ำให้ฉันระลึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมาฉันมันโง่ดักดานมากแค่ไหน


[ฮึก ฉันไม่ยอม ไม่ยอมให้พี่แต่งงานกับพี่อัยย์นะ! พี่ได้ยินฉันไหมพี่ริวตะ ฉันรักพี่ รักพี่จริงๆ นะคะ]


ข้อความเสียงของผู้หญิงคนนั้นดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ฉันเม้มริมฝีปากแน่นขณะเลื่อนกดฟังคลิปต่อไปเรื่อยๆ


[พี่จะแต่งงานไม่ได้นะ! ถ้าพี่แต่งงานฉันจะฆ่าตัวตาย! ฉันจะตายให้พี่ดูจริงๆ ฉันจะตายไปพร้อมกับลูกในท้อง!]


ลูกในท้อง อย่างนั้นเหรอ


ฝ่ามือที่กำโทรศัพท์แน่นชุ่มไปด้วยเหงื่อ ภายในหัวใจมันบีบรัดจนเจ็บหน่วงไปหมด ผู้หญิงคนนั้นกำลังตั้งท้องลูกของริวตะจริงๆ น่ะเหรอ


หึ นี่เธอคิดจะใช้เด็กมาข่มขู่เขาอย่างนั้นสินะ


[ถ้าเย็นนี้พี่ไม่มาหาฉัน ฉันจะตายให้พี่ดู พี่ริวตะ!]


นั่นคือข้อความเสียงสุดท้ายก่อนที่ริวตะจะพลุนพลันออกจากงานไป เพราะอย่างนี้นี่เอง เขารีบขับรถออกชานเมืองแบบนั้นเป็นเพราะต้องการจะไปหาผู้หญิงคนนั้นนี่เอง


ก็ดี เขามันสมควรตายจริงๆ ผู้ชายสารเลวคนนั้นสมควรแล้วที่ต้องตายแบบนี้ เขานอกใจฉันมาโดยตลอด เขากล้าออกไปหาผู้หญิงคนอื่นในขณะที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับฉัน เขาทำให้ฉันกลายเป็นอีหน้าโง่ถูกสวมเขามาเป็นปีๆ


ผู้หญิงคนนั้นก็เช่นกัน ฉันไม่มีวันให้อภัยเธอแน่


ในเมื่อรักกันมากจนมองข้ามศีลธรรมขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะตายตกตามกันไปซะเลย!


ฉันหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดต่อสายหาใครคนหนึ่ง เสียงสัญญาณดังไม่นานปลายสายก็กดรับ


“ตามหาผู้หญิงคนหนึ่งให้ฉันหน่อย ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้ยัยนั่นอยู่ที่ไหน”


[ได้ครับคุณหนู เธอคือใครครับ?] ปลายสายถามกลับอย่างนอบน้อม ฉันบิดริมฝีปากกรีดยิ้มนิดๆ ขณะเอ่ยชื่อของเธอคนนั้น


“โอ ชอนซา”




[บทบรรยาย ฮาเดส]


@โรงพยาบาล Y


โชคดีนะครับที่พาคนไข้มาส่งโรงพยาบาลทัน ไม่อย่างนั้นเด็กในครรภ์อาจจะเสียชีวิตได้


ว่ายังไงนะครับ เด็กในครรภ์?


ครับ นี่คุณไม่ทราบหรือครับว่าคนไข้กำลังตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้ว ช่วงนี้ต้องดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้มีภาวะความเครียดสูงอีกนะครับ ไม่เช่นนั้นเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเองและเด็กในครรภ์อีกครั้ง


คำพูดของหมอยังคงดังวนไปวนมาซ้ำๆ ภายในหัวสมอง แววตาของผมสั่นไหวขณะจับจ้องใบหน้าสวยที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผู้ป่วย  ผมพาเธอมาส่งโรงพยาบาลทันเวลา นั่นคือความโชคดีในความโชคร้ายครั้งนี้


ผมพยายามเก็บกดอารมณ์เสียใจของตัวเองเอาไว้ให้ลึกที่สุดทั้งที่ภายในใจมันร้อนระอุแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ผมไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับน้องสาวเพียงคนเดียวของผม


และใช่ ชอนซาคือสายเลือดคนสุดท้ายที่ผมมีอยู่บนโลกใบนี้!


   



Loading...100%

       




ย้อนกลับไปเมื่อสิบห้าปีก่อน


ตอนนั้นผมมีอายุเพียงสิบขวบ ส่วนชอนซาอายุน้อยกว่าผมสามปี เราสองคนเคยมีครอบครัวที่อบอุ่นและเคยใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขกับพ่อและแม่ที่ประเทศเกาหลี


จนกระทั่งคืนหนึ่งผมสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังกึกก้องไปทั่วบ้าน หลังจากเสียงโทรศัพท์นั่นเงียบไปสักพัก ร่างท้วมของป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามาหาผมในห้องนอนด้วยน้ำตานองหน้า พร้อมกับบอกข่าวร้ายกับผมว่า


พ่อแม่ของผมประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับจากสนามบิน ท่านทั้งสองเสียชีวิตแล้ว


ณ เวลานั้นเหมือนโลกทั้งใบของผมมันพังทลายต่อหน้าต่อตา ผมรีบวิ่งไปหาน้องสาวที่ห้องนอนของเธอก่อนจะสวมกอดเธอไว้จนทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมามองด้วยสายตามึนงง แต่ถึงจะอย่างนั้นมือเล็กๆ ของชอนซาก็คอยลูบหลังปลอบโยนผมเบาๆ อย่างไร้เดียงสา


นั่นทำให้ผมได้รู้ว่า ชอนซาคือความอบอุ่นเดียวที่ผมมีอยู่ เธอเป็นทั้งลมหายใจและชีวิตของผม


หลังจากจบพิธีศพของพ่อและแม่ ญาติพี่น้องของพ่อแม่ผมต่างก็ปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงที่จะรับเลี้ยงดูพวกเราสองคน ตอนนั้นผมจำคำพูดของทุกคนได้ขึ้นใจ ไม่มีใครต้องการเราสองเลย ทุกคนต้องแค่มรดกของเราเท่านั้น มีเพียงป้าแม่บ้านที่ขอรับดูแลพวกเราเอง ส่วนเรื่องทรัพย์สินของพ่อและแม่ที่ไม่ได้มากมายอะไรก็มีทนายคอยดูแลให้


เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาในการทำใจเรื่องการจากไปของพ่อและแม่อยู่นาน จนกระทั่งชีวิตของพวกเรามาถึงจุดเปลี่ยนที่พลิกพลันชีวิตพวกเราไปตลอดกาล


นั่นก็คือการที่ผมกับชอนซาถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งลักพาตัวขึ้นรถตู้ขณะเราสองคนกำลังยืนรอรถโรงเรียนเพื่อจะกลับบ้าน ด้วยความที่ผมยังเด็กมาก และชอนซาก็ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวตลอดเวลา ทำให้ผมไม่สามารถช่วยเหลืออะไรน้องได้เลย


เราสองคนถูกมัดมือมัดเท้าและปิดตาปิดปากเอาไว้ตลอดการเดินทาง มันนานราวกับตกนรก ผมเผลอหลับไปเพราะความอ่อนเพลียก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ถูกจับเข้ามาอยู่ในตู้มืดๆ เรียบร้อยแล้ว รอบตัวผมเต็มไปด้วยเสียงร้องของเด็กๆ และชอนซายังคงอยู่ข้างๆ ผมเหมือนเดิม


พวกเราถูกขังอยู่ในตู้นั้นนานจนแทบจะหมดแรง ทั้งอดข้าวอดน้ำจนคิดว่าตัวเองอาจจะต้องตาย ผมเรียกชื่อชอนซาอยู่ตลอดด้วยความเป็นห่วง น้องสาวผมอ่อนเพลียมาก เธอหลับไปหลายรอบจนผมกลัวว่าเธอจะตาย กลัวเหลือเกินว่าเธอจะทิ้งผมไปอีกคน


จากนั้นไม่นานประตูตู้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างแรกในรอบหลายวัน ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่เดินเข้ามากระชากพวกเราออกจากตู้ทีละคน เหมือนว่าพวกเราจะถูกพามาที่ไหนสักแห่งด้วยเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งมีตราสัญลักษณ์รูปงูเลื้อยพันรอบมีดที่มีด้ามเป็นไม้กางเขน ผมคิดว่ามันคงจะเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรค้ามนุษย์นรกนี่แน่ๆ


ผมไล่สายตามองเด็กแต่ละคนที่ไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืน ทุกคนพยายามแข็งใจทำตามที่คนพวกนั้นสั่งเพราะไม่อยากถูกซ้อมหรือถูกฆ่าตาย ผมเดินตามมาเรื่อยๆ พยายามมองหาช่องทางในการหนีสลับกับมองชอนซาเป็นระยะๆ เนื่องจากมีเด็กจำนวนมากที่ถูกจับมา บางคนก็หมดสติ บางคนก็ร้องไห้งอแง ทำให้ชายฉกรรจ์พวกนั้นวุ่นวายพอสมควร เราถูกผลักให้เดินรวมกลุ่มกันเรื่อยๆ


และเมื่อสบโอกาสผมรีบดึงชอนซาให้คลานหนีไปตามข้างรถคันหนึ่งซึ่งคล้ายๆ กับรถส่งของ เราสองคนไปหลบในรถคันนั้นก่อนที่มันจะขับพาพวกเราออกมาจากนรกนั่น


หลังจากที่หนีออกมาจากขุมนรกได้แล้ว ทำให้ผมได้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ประเทศเกาหลีบ้านเกิดของผม ผู้คนที่นี่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกับผม ผมไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย ผมเคยพาน้องไปหาตำรวจแต่กลับถูกไล่ส่งออกมาราวกับว่าพวกเราเป็นเด็กเร่ร่อนจรจัด จากนั้นผมก็เลิกที่จะขอความช่วยเหลือจากใครอีกเลย


ผมพาชอนซามาอาศัยนอนอยู่ใต้สะพานแห่งหนึ่ง ผมออกเร่ร่อนขอเศษเงินและเศษอาหารตามข้างทางเพราะทนเห็นน้องหิวไม่ไหว ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวไม่อดอยาก เราสองคนพี่น้องใช้ชีวิตเร่ร่อนแบบนั้นมาร่วมเดือน


วันหนึ่งชอนซามีอาการไข้ขึ้นจนน่ากลัว เธอตัวร้อนมาก ผมเป็นห่วงน้องจนทำอะไรไม่ถูก พยายามเช็ดตัวและเอาขนมปังให้เธอกิน แต่เธอก็อาเจียนออกมาจนหมด ผมจึงตัดสินใจเข้าไปขโมยยาในร้านขายยาแห่งหนึ่ง และผมก็ถูกเจ้าของร้านจับได้


ตอนนั้นเจ้าของร้านจะเอาเรื่องและจะพาผมไปส่งให้กับตำรวจ แต่ผมยอมไม่ได้ ผมพยายามยกมือไหว้และคุกเข่าขอร้องเขา ผมทำไปเพราะต้องการจะช่วยน้อง น้องสาวผมกำลังป่วยหนักมาก ผมอ้อนวอนเจ้าของร้านคนนั้นอยู่นาน แต่เขากลับไม่ยอมเชื่อผมสักนิด ไม่สิ พูดให้ถูกคือเขาฟังผมไม่รู้เรื่องเลยต่างหากล่ะ เพราะผมพูดภาษาเกาหลีในขณะที่ที่นี่คือประเทศญี่ปุ่น


ใช่ ผมกับชอนซาถูกองค์กรนรกส่งมาค้ามนุษย์ที่ประเทศญี่ปุ่น!


เมื่อเจ้าของร้านฟังภาษาผมไม่รู้เรื่อง เขาก็เตรียมกระชากคอผมไปสถานีตำรวจทันที หากทว่ากลับมีผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามารั้งเอาไว้เสียก่อน เขาสวมชุดสีขาวแต่งตัวสุภาพและหน้าตาใจดี เขาเป็นคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยยามมองเขา นับตั้งแต่ผมมาเหยียบประเทศแห่งนี้


และก็เป็นจริงดังนั้น เขาช่วยเหลือผมจากเจ้าของร้านเอาไว้ เขาฟังภาษาเกาหลีรู้เรื่องและยังพูดคุยกับผมได้ด้วย และเนื่องจากเขาเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลใกล้เคียง เจ้าของร้านจึงยอมปล่อยผม นายแพทย์ท่านนี้ชื่อว่า ฮายาชิ ฮิคารุ ท่านเป็นคนใจดีมาก ท่านขอตามผมมาหาชอนซาที่กำลังนอนป่วยอยู่ใต้สะพานเล็กๆ หลังจากตรวจอาการเบื้องต้นท่านก็รีบพาชอนซาไปรักษาที่คลินิกตัวเองทันที


เราสองคนพี่น้องอาศัยอยู่ที่คลินิกของคุณหมอนานหลายวันจนชอนซาอาการดีขึ้น ผมจึงตัดสินใจพาน้องกลับเพราะเกรงใจคุณหมอมาก ท่านดูแลพวกเราอย่างดีแถมยังให้ที่อยู่ที่กิน ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคุณหมอฮายาชิจริงๆ


แต่คุณหมอฮายาชิไม่ยอมให้ผมกับชอนซาไปไหน ท่านต้องการจะอุปการะพวกเราสองคน ตอนนั้นผมตกใจมากเพราะไม่คิดว่าจะมีใครต้องการเด็กเร่ร่อนอย่างเราสองคนอีก คุณหมอเป็นผู้มีพระคุณกับผมมาก บุญคุณที่ชาตินี้ทั้งชาติผมไม่มีทางตอบแทนท่านหมด


ท่านพาเราสองคนไปหาภรรยาและลูกชายของท่านที่บ้าน และทำเรื่องติดต่อขออุปการะอย่างเป็นทางการจนผมกับชอนซาได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ และได้มีชีวิตใหม่ในฐานะลูกบุญธรรมของท่านตลอดมา


ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตตามรอยของพ่อบุญธรรม ผมฝันอยากจะเป็นหมอเหมือนกับท่าน ผมอยากจะตอบแทนบุญคุณอันล้นฟ้าที่ท่านเคยช่วยเหลือผมจากนรกนั่น


แต่แล้ว ชีวิตและความฝันของผมก็ต้องจบลงเพราะเหตุการณ์เลวร้ายเมื่อแปดปีก่อน


เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล!



 

กึง!


ความคิดทั้งหมดหยุดลงเมื่อร่างสูงคุ้นตาเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าหล่อๆ ของมันเต็มไปด้วยความกังวลอย่างชัดเจน ผมลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าไปหา สองมือกระชากคอเสื้อแล้วผลักมันไปกระแทกกับพนังห้องผู้ป่วยด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดที่พร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ


“ชินซอง เกิดอะไรขึ้นวะ” น้ำเสียงเคร่งเครียดเอ่ยถาม มันไม่ได้ปัดป้องมือผมออกแต่กลับมองไปทางเตียงผู้ป่วยแทน


“กูต่างหากที่ต้องถามมึงไอ้คิระ มันเกิดเรื่องเหี้ยอะไรขึ้นกับน้องสาวกู!


ฮายาชิ อาคิระ คือชื่อของไอ้ผู้ชายตรงหน้าผม อาคิระเป็นลูกชายแท้ๆ ของพ่อบุญธรรม ผมกับมันและชอนซาเติบโตมาพร้อมกัน เราอยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้องมาโดยตลอด แม้ผมจะมองออกว่าอาคิระมันไม่ได้รักชอนซาแบบน้องสาวก็ตาม แต่มันก็ไม่เคยทำให้ชอนซาลำบากใจ แถมมันยังตามดูแลชอนซาไม่เคยห่าง ถึงขนาดย้ายโรงเรียนไปเรียนกับชอนซาเลยด้วยซ้ำ


ผมจึงไว้ใจอาคิระมาก ตอนที่ผมถูกจองจำก็ได้มันนี่แหละที่คอยส่งข่าวคราวอยู่เสมอ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อสองปีก่อน ผมทราบข่าวจากมันว่าพ่อบุญธรรมและแม่บุญธรรมของผมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน ตอนนั้นผมเสียใจมาก เสียใจอย่างที่สุดที่ไม่สามารถออกมาเคารพศพท่านทั้งสองเป็นครั้งสุดท้ายได้ ผมทรมานและคลั่งอยู่ในห้องขังนานเกือบเดือนกว่าผมจะทำใจและยอมรับความเป็นจริงได้


การสูญเสียคนที่รัก มันเจ็บปวดและทรมานราวกับตายทั้งเป็น และผมไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ผมจะไม่ยอมเสียคนที่รักไปอีกแล้ว


ชอนซาคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม ผมไม่ยอมสูญเสียเธอแน่!


“มึงจะฆ่ากูก็ได้ไอ้ชินซอง กูผิดเอง ที่ปล่อยชอนซาให้อยู่บ้านคนเดียวแบบนั้น อึก”


ผมดึงความคิดกลับมาที่ผู้ชายตรงหน้า สายตาหลุบต่ำมองมือตัวเองที่กำลังบีบคออาคิระอยู่ สีหน้าของมันตอนนี้แดงกล่ำเหมือนคนจะขาดอากาศหายใจตาย


ผมกำลังจะฆ่ามัน


คิดได้ดังนั้นผมก็ค่อยๆ ปล่อยมือออกจากคอของอาคิระ มือทั้งสองข้างของผมสั่นมาก ร่างกายมันก็สั่น เวลาที่ผมคลั่งผมมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ผมสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าได้เมื่อขาดสติ ทั้งที่เมื่อก่อนผมเป็นคนใจเย็นมาก และนี่คือผลพวงจากการตกนรกทั้งเป็นมากว่าแปดปีเต็ม


ขุมนรกนั่นมันเปลี่ยนผมให้กลายเป็นปีศาจ!


TO BE CONTINUED


สำหรับใครที่อยากจะอ่านต่อจนจบสามารถหาซื้อรูปเล่มและ E-Book ได้นะคะ
รับประกันความดาร์ก คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
สั่งซื้อ E-Book ฮาเดสสุดโหด!! 
ราคา 299 บาท คุ้มเว่อร์!
รีวิวติด 5 ดาวให้เฮียด้วยนะ
(มีหลายเว็บใหลือกซื้อเลยจ้า)

 
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,104 ความคิดเห็น

  1. #183 ramiploy-26 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 05:43
    ชอบบบบบบบบบบบบบ
    #183
    0
  2. #106 janeny_nut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 00:56
    อัพทุกวันได้ไหมไรท์ อยากเจอด้านดาร์กเเล้ว><
    #106
    0
  3. #104 นิก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 16:11
    ฮืออออ ถึงจะเลวร้ายยังไงก็จะตามต่อไปนะคะ

    มาต่อเร็วๆนะคุณไรท์
    #104
    0
  4. #102 Backchanqii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 09:21
    รอค่าาาาาาาา ท่าทางจะสนุกกกก
    #102
    0
  5. #101 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 10:37
    ชอนชาทำตัวเองหรือเปล่า อัยย์คงยังไม่ได้ทำอะไรหรอก
    #101
    0
  6. #100 kookpk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 20:55
    เจิมมมมมมม จ้า..
    #100
    0
  7. #99 Aida (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 19:11
    ไม่แปลกที่เฮียจะกลายเป็นปีศาจ เราเข้าใจจจจ
    #99
    0
  8. #98 พันเก้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 18:10
    อัพแล้วค่าา คอมเม้นให้กันด้วยน้าา
    #98
    0
  9. #97 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 13:04
    รอนร้าาาาาาาา
    #97
    0
  10. #96 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 13:04
    รอนร้าาาาาาาา
    #96
    0
  11. #95 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 13:04
    รอนร้าาาาาาาา
    #95
    0
  12. #94 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 13:04
    รอนร้าาาาาาาา
    #94
    0
  13. #93 iNG_i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 17:30
    ติดตามๆ
    #93
    0
  14. #92 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:21
    รอๆๆๆๆๆๆนะค่ะ
    #92
    0
  15. #91 I'm Choompu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:52
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ
    #91
    0
  16. #90 amonsin1996 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 15:33
    จะสงสารใครดี ฮาเดส อัยย์หรือชอนอา...(?o?)
    #90
    0
  17. #89 Frong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 09:56
    รอออออ.!!!
    #89
    0
  18. #88 มะนาวเองน้ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 06:13
    หึ้ย ชอนซาทำไมเป็นคนแบบนี้ยิ่งริวตะด้วยอ่ะนะ เหอะน่ารังเกียจที่สุดเชอะ //ทำหน้าอัปลักษณ์ : ( เบ๋ปากหนักมากค่ะ 555
    #88
    0
  19. #87 RTWD (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 19:51
    ทำไมชีวิตฮาเดสน่าสงสารแบบนี้
    #87
    0
  20. #86 Qwpcy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 19:13
    ชีวิตฮาเดสช่างมาม่าจิงๆ - -
    #86
    0
  21. #85 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 17:55
    ความซวยตกไปอยู่กับอัยย์โดยไม่รู้ตัว

    #85
    0
  22. #84 Rtypp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 16:48
    เจิมมม
    #84
    0
  23. #82 ดับเบิ้ล'มิ้นท์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 01:32
    เจิมมมมมม
    #82
    0
  24. #81 kookpk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:48
    เจิมมมมม
    #81
    0
  25. #80 kookpk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:48
    เจิมมมม
    #80
    0