[END]†IRATE WICKED† วายร้ายสยบรัก!

ตอนที่ 13 : IRATE † WICKED 10 [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

Upside Down Cross - Red
 
 
 
กราบแทบฝ่าพระบาท ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
น้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย
แด่...
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า พันเก้า
 
 
 
Upside Down Cross - Red
 

    

 

WICKED 10

"ONLY"

 

Only know you love her when you let her go

And you let her go

 

 

 

 

ฟลอริดา , สหรัฐอเมริกา

 

สองสัปดาห์ต่อมา

 

[ฉันใกล้จะถึงบ้านแล้วนะ ให้แวะซื้ออะไรที่ซุปเปอร์ไหม?] เสียงจากปลายสายเรียกรอยยิ้มให้ฉันเล็กน้อย ขณะที่มือกำลังเร่งหั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างทะมัดทะแมง

 

“ไม่เอาอ่ะ เมื่อเย็นฉันออกไปซื้อมาครบหมดแล้ว นี่กำลังทำอยู่เลย รอนายกลับมากินพร้อมกันด้วย” ฉันพูดพลางกวาดมะเขือเทศลงในหม้อต้มที่กำลังเดือด กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยขึ้นมาพาให้ท้องหิวทันที “นายรีบๆ กลับมาดีกว่านะคิระ ท้องฉันร้องจริงจังแล้วนะตอนนี้”

 

[ฮ่าๆ ก็บอกแล้วว่าให้กินก่อนเลยไม่ต้องรอ จะปล่อยให้ท้องหิวทำไมเนี้ย]

 

“ก็กินคนเดียวมันไม่อร่อยนี่” ฉันย่นหน้าใส่ปลายสาย มือก็คนๆ ต้มซุปในหม้อ “ไม่รู้ล่ะ รีบๆ กลับมาด้วยละกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะกินคนเดียวให้หมดเลย”

 

[ค้าบๆ นายหญิง กระผมจะรีบเหยียบมิดคันเร่งเดี๋ยวนี้แหละ]

 

“จะบ้าเหรอ อยากโดนตำรวจฟลอริด้าจับอีกหรือไง อาทิตย์ที่ผ่านมานายโดนใบสั่งไปสี่รอบแล้วนะคิระ” ฉันบ่นด้วยความเป็นห่วง อาคิระขับรถเร็วจริงๆ นั่นแหละ ก็เข้าใจอยู่ว่ามันเป็นนิสัยของเขา แต่มันก็อดห่วงไม่ได้นิ

 

[โอเคๆ ฉันจะขับให้ช้าลง ส่วนเธอถ้าหิวก็กินก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอฉันหรอก เดี๋ยวลูกก็หิวกันพอดี]

 

“อืม เข้าใจแล้ว”

 

กดวางสายอาคิระเสร็จฉันก็เดินมานั่งลงบนโซฟาตัวยาวพลางเอนหลังพิงแล้วหลับตาลง ฉันตัดสินใจมาอยู่ที่คอนโดของอาคิระหลังออกจากโรงพยาบาลได้สองอาทิตย์แล้ว เราอยู่ร่วมกันอย่างรูมเมทที่ดี อาคิระดีกับฉันมาก ดีจนฉันรู้สึกเกรงใจเลยล่ะ และเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกว่าทำตัวเป็นภาระ ฉันจึงลุกขึ้นมาทำอาหาร ดูแลบ้าน และคอยดูแลเขาเพื่อเป็นการตอบแทน

 

ฉันรู้สึกดีนะ ฉันพยายามทำให้ตัวเองรู้สึกดีกับสิ่งที่ฉันตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่ ฉันอยากจะวางอนาคตที่ดีให้กับลูกของฉัน ฉันจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับอาคิระ เพราะมันคงจะดีกว่าการต้องกลับไปญี่ปุ่นแล้วต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอดเวลาแบบนั้น

 

ฉันกลัว กลัวว่าผู้ชายสารเลวคนนั้นจะทำร้ายฉันและลูกอย่างที่เขาพูดจริงๆ

 

และฉันก็ไม่กล้าที่จะแบกหน้ากลับไปหาพ่อ และบอกท่านว่าฉันกำลังท้องฉันไม่กล้าหรอก ถ้าพ่อรู้ท่านไม่ทางยอมให้ฉันท้องโดยไม่มีพ่อแน่ๆ ท่านจะต้องจับฉันแต่งงานกับผู้ชายสักคนเพื่อรักษาชื่อเสียงโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกฉัน ซึ่งฉันไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด

 

ติ๊งต่อง

 

เสียงออดหน้าประตูดังขัดความคิดของฉัน รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ วันนี้อาคิระกดออด เพราะปกติเขาจะใช้คีย์การ์ดเปิดเข้ามาเองทุกครั้ง ไม่เคยให้ฉันต้องเปิดประตูให้เลย

 

เอ๊ะ หรือว่าเขาลืมคีย์การ์ดเอาไว้นะ

 

คิดดังนั้นฉันจึงลุกเดินไปเปิดประตูให้เขาอย่าไม่รีรอ หากทว่าพอประตูเปิดออกกลับพบเพียงความว่างเปล่า ฉันชะโงกหน้ามองไปทั่วทางเดินตลอดไปจนถึงหน้าตัวลิฟต์ก็ยังไม่เห็นวี่แววของใครสักคน

 

บ้าจริง เมื่อกี้ฉันหูฟาดหรือไงนะ

 

ติ๊ง

 

ยังไม่ทันที่ฉันจะปิดประตูห้องลง เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออก ร่างสูงในชุดสีดำก้าวเท้าออกมาด้วยท่าทางเร่งรีบก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นฉัน

 

“อ้าว นี่หิวถึงขนาดออกมายืนรอฉันหน้าห้องเลยหรือไง”

 

“เอ่อ ก็” ฉันถึงกับพูดไม่ถูกเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันได้ยินเสียงออดมันดังจริงๆ นะ จะว่าเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องอื่นก็ไม่น่าจะใช่

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าอัยย์ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” อาคิระเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะทาบฝ่ามือลงบนหน้าผากฉันเพื่อวัดไข้ “ตัวก็ไม่ร้อนแฮะ”

 

“กะ ก็ไม่ได้เป็นอะไรนิ ฉันแค่หิวเฉยๆ น่ะ นายมาก็ดีแล้ว เข้าไปกินข้าวกันเถอะ” ฉันดึงมือเขาออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นลากเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูแทน

 

บ้าจริง ความรู้สึกที่เหมือนโดนใครสักคนจ้องมองอยู่นั่นมันคืออะไรนะ

 

 

วันต่อมา

 

ภายในโบสถ์เล็กๆ สีขาวสไตล์ยุโรปเก่าแก่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบช่วยขัดเกลาจิตใจของฉันให้อยู่นิ่งโดยไม่ต้องพยายามอะไรมาก และนี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ฉันชื่นชอบมากที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ฟลอริด้า

 

ฉันชอบเวลามานั่งสงบจิตสงบใจที่นี่ ยามที่รู้สึกไม่สบายใจฉันจะมาที่นี่เสมอ ซึ่งปกติแล้วฉันจะมาคนเดียว แต่วันนี้มันไม่ค่อยปกติน่ะสิ

 

“ชอบที่นี่มากเลยหรือไง” คำถามจากคนข้างกายเรียกสายตาของฉันให้หันไปมองพลางเผยยิ้มเล็กๆ ก่อนตอบ

 

“อื้อ ชอบมากเลยล่ะ เวลาที่ฉันมาที่นี่ ฉันจะรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับบ้าน” คำตอบของฉันสร้างความเงียบรอบตัวขึ้นมาเล็กน้อย

 

“เธอ คิดถึงบ้านมากเหรอ”

 

” ฉันละสายตาจากดวงตาคมเข้มที่จ้องมา อาคิระเงียบไปเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมตอบ เรานั่งกันเงียบๆ อย่างนั้นสักพัก ฉันก็เป็นฝ่ายถามกลับบ้าง “แล้วนายล่ะคิระ นายไม่คิดถึงบ้านบ้างเหรอ”

 

 

“นายไม่คิดถึงครอบครัว เพื่อน หรือคนที่นายรักบ้างหรือไง” น้ำเสียงของฉันเบามาก เบาราวกับกระซิบ หากทว่ามันกลับดังก้องไปทั่วทั้งโบสถ์

 

ความจริงฉันแทบไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของอาคิระเลย สิ่งที่ฉันรู้คือเขาเป็นพี่น้องบุญธรรมกับผู้ชายคนนั้น และเขาก็เป็นคนขององค์กรสวะนั่นด้วย ตอนแรกฉันไม่รู้หรอก แต่เพราะบังเอิญเห็นรอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ขององค์กรนรกนั่นบนแผงอกข้างขวาของอาคิระเข้า รอยสักที่เขามีเหมือนกับผู้ชายคนนั้น เพียงแค่มันอยู่คนละฝั่งกันเท่านั้นเอง

 

และความจริงอีกอย่างที่ฉันรู้เกี่ยวกับอาคิระก็คือ เขาเป็นผู้ชายที่ดีมาก

 

อาคิระดีกับฉันมากจริงๆ เขาช่วยเหลือฉัน คอยดูแลฉัน และอยู่เคียงข้างฉันเสมอ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมืองกับฉัน เขาก็ยังยินดีที่จะอยู่เพื่อดูแลฉันกับลูก เขาเป็นคนดีมากจริงๆ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน

 

“ครอบครัว เพื่อน คนรัก ฉันไม่มีหรอก

 

ความคิดของฉันกลับมาที่อาคิระอีกครั้ง ฉันเห็นแววตาเศร้าๆ แสนโดดเดี่ยวของเขาส่งผ่านความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจน มือหนาเลื่อนมากุมมือฉันเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาทำให้หัวใจฉันรู้สึกหนาวเย็นแปลกๆ

 

มันไม่ได้รังเกียจ และไม่ได้รู้สึกดีเช่นกัน

 

“ตอนนี้ฉันมีแค่เธอคนเดียว

 

” ฉันรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อาคิระกำลังสื่อออกมา ความรู้สึกของเขาตอนนี้ฉันรู้แล้ว และมันกำลังทำให้ฉันรู้สึกผิดฉันไม่ต้องการแบบนี้เลย ไม่ต้องการให้อาคิระมารู้สึกอะไรๆ ด้วยเลยสักนิด

 

ฉันแค่ต้องการที่พักพิง แต่ไม่ได้ต้องการที่พักใจ

 

“อัยย์ ฉัน

 

ปึง!!

 

เสียงประตูโบสถ์กระแทกกับพนังดังขัดจังหวะขึ้นมา ฉันกับอาคิระหันไปมองพร้อมกันทันทีแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ฉันมองไปทางนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก และเหมือนอาคิระจะรู้สึกเช่นเดียวกัน เขาลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือมาให้ฉัน

 

“นี่ก็เย็นมากแล้ว เรากลับกันเถอะ”

 

“อะ อืม ไปสิ” ฉันยื่นมือไปจับมือเขาหลวมๆ จากนั้นเราสองคนก็เดินคู่กันออกมาด้านหน้าโบสถ์ พอมาถึงลานจอดรถซึ่งเหลือรถเพียงคันเดียวจอดอยู่ จู่ๆ อาคิระก็สบถออกมาอย่างหัวเสีย ฉันจึงอดไม่ได้ที่จะถาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

 

“รถยางแตกน่ะ เป็นไปได้ยังไงกันวะ ตอนขับมามันยังดีๆ อยู่เลย” เขาชี้ไปที่ล้อรถข้างหนึ่งซึ่งยางแบนติดกับพื้นถนนตามที่เขาพูดจริงๆ “โชคดีนะที่เป็นแค่ล้อเดียว ยังพอเอาล้อสำรองออกมาเปลี่ยนได้”

 

“อ่ะ งั้นเหรอ นายเปลี่ยนเป็นใช่ไหม?”

 

“อืม”

 

“โอเค งั้นให้ฉันช่วยอะไรไหม”

 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง ขอเวลายี่สิบนาที ระหว่างนี้เธอเข้าไปนั่งรอในโบสถ์ก่อนนะ เสร็จแล้วฉันจะไปตาม” มือหนาวางลงบนหัวฉันเบาๆ พลางส่งยิ้มให้ ฉันพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินกลับเข้ามาในโบสถ์ซึ่งร้างราผู้คนเหมือนเดิม

 

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหน้าสุดต่อหน้าพระเจ้าเพื่อสวดขอพรให้กับลูกในท้องระหว่างรออาคิระ ความเงียบรอบตัวทำให้จิตใจฉันสงบมากยิ่งขึ้น แตกต่างจากเมื่อครู่ที่ภายในหัวใจเต็มไปด้วยความอึดอัด

 

ฉันอึดอัดนะถ้าอาคิระพูดคำๆ นั้นออกมาจริงๆ น่ะ ฉันไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเขายังไงดี และไม่คิดที่จะตอบรับเขาด้วย ฉันไม่อยากให้ความหวังเขา ไม่อยากให้เขาต้องมาเจ็บปวดกับเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะต่อให้เขาดีกับฉันมากแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเขาได้

 

ไม่มีทาง

 

ความรู้สึกของฉันตอนนี้ไม่พร้อมที่จะเปิดรับใครอีกแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะเปิดใจ ใบหน้าเย็นชาของเขาคนนั้นมักจะผุดขึ้นมาในหัวสมองเสมอ ทำไมฉันถึงไม่สามารถลืมแววตาดุดันคู่นั้นได้เลย

 

ทำไมกันนะ

 

ตึก ตึก ตึก

 

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นข้างกายบ่งบอกให้รู้ว่าอาคิระคงจะเปลี่ยนล้อเสร็จแล้ว ฉันลืมตาขึ้นมองพระผู้เป็นเจ้าเบื้องหน้าพลางสวดภาวนาเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อขอพรก่อนจะกลับ

 

ขอให้ฉันลืมเขาคนนั้นเสียที

 

ฉันก้มหน้าลงแตะฝ่ามือเพื่อเสร็จสิ้นคำขอพรก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อจะกลับบ้าน หากทว่าเมื่อหันหลังกลับมาหาร่างสูงด้านหลังกลับพบว่าเขาไม่ใช่อาคิระอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ แต่เขากลับเป็นใครอีกคนที่ฉันเฝ้าสวดภาวนาขอให้ทั้งร่างกายและหัวใจของฉันหนีจากเขาพ้นเสียที

 

ไม่จริง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

 

“ยังจำกันได้สินะ หึ” ริมฝีปากหนาติดคล้ำเหยียดยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อเย็นชายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แววตาคมกริบดุดันจับจ้องมาราวกับอยากจะฉีกเนื้อฉันเป็นชิ้นๆ รอยยิ้มปีศาจที่ฉันไม่ได้เห็นมาหลายเดือน

 

บัดนี้ เขามาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว!

 

“ฮาเดส” 

 

Loading...100%

 

 

 

 

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อนั้น ความรู้สึกหวาดกลัวผุดขึ้นมาในใจพร้อมกับสองเท้าก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ขณะที่ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาหาด้วยท่าทางรุกราน 

 

“ยะ หยุดนะ

 

ฮาเดสกำลังต้อนให้ฉันเดินไปทางประตูหลังของโบสถ์โดยที่ฉันไม่เต็มใจ แต่เพราะไม่อยากอยู่ใกล้เขาไปมากกว่านี้ และไม่อยากถูกเขาทำร้ายเหมือนเมื่อก่อนอีก ฉันจึงต้องยอมเดินถอยออกมาดีๆ

 

“อ๊ะ!

 

และในเสี้ยววินาทีที่ฉันเผลอ จู่ๆ ร่างสูงก็พุ่งเข้ามารวบตัวฉันแล้วแบกขึ้นบ่าด้วยความรวดเร็ว วินาทีนั้นหัวใจของฉันหล่นวูบด้วยความตกใจ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องหรือดิ้นรนสักนิด เพราะมัวแต่ใช้สองมือค้ำหน้าท้องตัวเองกับไหล่หนาเพื่อป้องกันอันตรายต่อลูกในท้อง

 

ไม่นะ ฉันจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าฉันกำลังท้องอยู่ ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด!

 

ร่างสูงพาฉันมาถึงรถสปอร์ตคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากหลังโบสถ์นัก เขาผลักฉันลงบนเบาะก่อนจะปิดประตูเสียงดังแล้วอ้อมมานั่งฝั่งคนขับในเวลาต่อมา

 

“จะ ทำอะไร ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง” ฉันพนมมือไหว้เขาอย่างอ้อนวอน วูบหนึ่งฉันเห็นฮาเดสชะงักไป แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่มันจะกลับมาเย็นชาเหมือนเดิม

 

“ไม่เจอกันตั้งนาน ดู ง่าย ขึ้นเยอะเลยนะ” ฮาเดสตบหน้าฉันด้วยคำพูดก่อนจะสตาร์ทรถแล้วทะยานมันออกมาด้วยความเร็วจนร่างของฉันที่ไม่ทันได้คาดเข็มขัดแทบจะกระแทกกับคอนโทรลหน้ารถ

 

“จอดรถเดี๋ยวนี้นะ! นายจะพาฉันไปไหน!” ฉันรนรานคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดด้วยความกลัวว่าท้องจะได้รับการกระทบกระเทือนมากไปกว่านี้ ฮาเดสไม่ตอบคำถามฉันแต่กลับเร่งเครื่องยนต์เพิ่มความเร็วมากขึ้น “ฮะ ฮาเดส! หยุดรถเดี๋ยวนี้!

 

บรื้นนนนนนนนน!!!

 

เอี๊ยดดดดดดดด!!!

 

“กรี๊ดดดดดดดด!” ฉันกรี๊ดออกมาสุดเสียงเมื่อจู่ๆ รถที่ถูกเร่งเครื่องถูกคนสารเลวดริฟต์จนตัวรถหมุนเป็นวงกว้างด้วยความรุนแรง วินาทีนั้นฉันคิดว่าตัวเองจะตายซะแล้ว สองมือยกขึ้นกุมท้องตามสัญชาตญาณทันที

 

ปัง!

 

“ลงมา!

 

ร่างของฉันถูกกระชากให้ลงจากรถด้วยแรงมหาศาล เขาลากฉันให้เดินตามไปยันทิศทางซึ่งเป็นลานกว้างคล้ายกับรันเวย์ ระหว่างทางที่โดนฉุดกระชากอย่างทุลักทุเล ข้อเท้าฉันพลิกหลายรอบจนมันระบมไปหมด ฉันเกือบจะหมดแรงล้มลงบนพื้นไปแล้ว ขณะที่ฮาเดสหยุดเดินพอดี

 

ฉันละสายตาจากแผ่นหลังของร่างสูงไปทางเบื้องหน้าของเขาแทน และก็พบว่ามีเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งจอดอยู่ตรงนั้น ดูจากชื่อบริษัทแล้วน่าจะเป็นเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำซึ่งมันกำลังจอดรอใครสักคนที่เช่ามันมานั่นเอง

 

อย่าบอกนะว่าฮาเดสคิดจะพาฉันกลับไปที่นั่นอีกแล้ว ที่ที่เป็นเหมือนกับขุมนรกสำหรับฉันน่ะ! ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!

 

“ไม่! ปล่อยฉันนะฮาเดส! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” ฉันพยายามขืนตัวเองไม่เดินตามเขาไปทางเครื่องบินลำนั้นง่ายๆ แต่ฮาเดสก็คือฮาเดส จอมปีศาจอย่างเขาก็ไม่มีทางปล่อยฉันง่ายๆ เช่นกัน

 

“อย่าทำให้ฉันโมโหไปมากกว่านี้นะอัยย์ ขึ้นไป!” มือหนาผลักฉันไปทางบันไดทางขึ้นไปสู่ประตูทางเชื่อมของเครื่องบิน หัวใจฉันหล่นวูบด้วยความตื่นตระหนก ฉันไม่อยากกลับไปกับเขา ไม่อยากกลับเลยสักนิด!

 

“ฉันไม่ไป! นายไม่มีสิทธิ์บังคับฉันแบบนี้!” ฉันเลือกที่จะหันกลับมาตวาดใส่ฮาเดสเสียงแข็ง แววตาสั่นๆ พยายามดุกร้าวขึ้นเพื่อหวังให้เขาเลิกบังคับฉันเสียที ฉันไม่ได้กลัวเขานะ แต่ฉันกลัวจะเสียลูกไปมากกว่า ผู้ชายคนนี้เคยขู่เอาไว้ว่าจะทำลายชีวิตฉันและลูก

 

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะยังไงฉันก็ไม่มีทางยอมไปกับเขาแน่!

 

“สิทธิ์เหรอ? แค่ได้ออกมาโบยบินข้างนอกไม่เท่าไหร่เธอกลับกล้าถามหาสิทธิ์จากเจ้าชีวิตของเธออย่างนั้นเหรอ?!

 

“นายไม่ใช่เจ้าชีวิตฉัน! ไม่ได้เป็นอะไรสำหรับฉันเลย! และเราไม่เคยเป็นอะไรกันทั้งนั้น แม้แต่คนรู้จัก!

 

วินาทีที่ฉันพูดประโยคนี้ออกมา วูบหนึ่งฉันเห็นแววตาดุกร้าวของฮาเดสสั่นไหว แต่มันก็เพียงวูบเดียวเท่านั้นก่อนจะกลับมาดุดันมากไปกว่าเดิม

 

“อ๊ะ!” ฮาเดสพุ่งเข้ามาบีบแก้มฉันด้วยความรุนแรง มืออีกข้างรั้งเอวเล็กเข้าหาตัวพลางจ้องลึกเขามาดวงตาของฉัน

 

“ไหนลองพูดอีกทีซิ ฉันเป็นอะไรสำหรับเธอ”

 

ความเงียบปกคลุมรอบตัวพร้อมกับท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงเรื่อยๆ เสียงลมหายใจของเราสองคนดังแข่งกันในระยะกระชั้นชิด ฉันจ้องตาเขากลับโดยไม่คิดจะหลบอีกต่อไปแล้ว ฉันจะสู้เพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ ในท้อง ไม่มีวันที่เขาจะได้แตะต้องลูกของฉันเด็ดขาด!

 

“นายมันก็แค่ ผู้ชายสารเลวสำหรับฉัน”

 

“ตอบได้ดี สมกับเป็นเธอ” ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มน่ากลัว ฉันสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นในสายตาคู่นั้นของเขา ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับเทพบุตรซาตาน

 

อีกแล้ว ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ทุกครั้งที่ฉันสบตากับฮาเดส ฉันมักจะมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่าฉันเคยรู้จักกับเขามาก่อน แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้าเราเคยรู้จักกันจริง ฉันก็ต้องจำเขาได้บ้างสิ

 

“ได้เวลาเครื่องออกแล้วครับ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังฮาเดส เขาจึงยอมพละออกจากฉันก่อนจะเปลี่ยนเป็นลากให้ขึ้นบันไดตามเขาไป

 

“เดี๋ยว! ฉันบอกว่าไม่ไปไง! ได้ยินไหม?! ฮาเดส! ปล่อยฉันนะ!!

 

บรื้นนนนนนน!

 

เอี๊ยดดดดดดด!

 

เสียงเครื่องยนต์ดังมาจากไกลๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรคจนล้อดริฟฟ์เป็นวงกว้าง ฉันรีบหันกลับไปมองด้านหลังทันที ต้นเสียงนั้นมาจากรถสีดำคันหนึ่งที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

“จมูกไวยิ่งกว่าหมาอีกนะ หึ! มานี่!” ฮาเดสพึมพำพลางแสยะยิ้มขณะมองไปทางรถคันนั้น เขาเปลี่ยนจากดึงแขนฉันเป็นอุ้มพาดบ่าด้วยความรวดเร็วก่อนจะรีบก้าวเท้าขึ้นบันได ทันทีที่เข้ามาภายในตัวเครื่องบิน สะพานและประตูก็ปิดลงพร้อมกับร่างสูงที่กำลังวิ่งมาจากรถสีดำคนนั้นด้วยท่าทางหัวเสีย

 

“อาคิระ! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วยคิระ!” ฉันรัวฝ่ามือลงบนกระจกหน้าต่างของเครื่องบิน พยายามร้องเรียกให้คนเบื้องล่างช่วย แม้รู้ว่าทำแบบนั้นไปมันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม

 

Rrr…

 

ฉันเห็นอาคิระกำลังโทรศัพท์หาใครสักคน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกัเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ฉันดังขึ้น ฉันรีบรนรานคว้ามันขึ้นมากดรับทันที ภายในใจเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น

 

“ชะ ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วยคิระ!

 

[อัยย์! ไอ้ชินซองมันทำอะไรเธอหรือเปล่า! มันจะพาเธอกลับญี่ปุ่นใช่ไหม?!]

 

“มะ ไม่รู้! ฉันไม่รู้อะไรเลย! อ๊ะ!” โทรศัพท์ในมือฉันถูกคนสารเลวแย่งไป ฉันหันกลับมาจ้องหน้าฮาเดสอย่างนึกโมโห เพราะเขาไม่ได้แค่แย่งมันไป แต่เขาโยนมันลงพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบขยี้จนมันพัง ฉันมองการกระทำของเขาอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว “นายทำบ้าอะไร! ไอ้คนสารเลว! ไอ้ชั่ว!

 

ฉันตรงเข้าทุบตีฮาเดสอย่างคนเสียสติ เขากำลังทำให้ฉันเป็นบ้า เขาทำให้ฉันหวาดกลัวและหัวเสียในเวลาเดียวกัน

 

“ฮึก! ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ! พอสักทีจะได้ไหม! ยังจะเอาอะไรจากฉันอีก!” ฮาเดสยืนนิ่งปล่อยให้ฉันทำร้ายเขาโดยไม่ได้ปัดป้องอะไร ขณะที่เครื่องบินกำลัง Takeoff ขึ้นสู่ฟากฟ้า พร้อมกับอิสรภาพของฉันที่ถูกทิ้งไว้เบื้องล่าง “ทำไม! ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปเลย! ทำไมไม่ฆ่าฉันซะ!

 

ฉันร้องไห้โวยวายจนแทบจะหมดแรงก่อนทิ้งตัวลงบนที่นั่งด้านหลัง ฮาเดสยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉันนิ่ง มันนิ่งจนฉันจับความรู้สึกนั้นไม่ออก

 

“เคยบอกแล้วไง ความตายมันง่ายไปสำหรับคนอย่างเธอ”

 

“ฮึก ฮือออ!

 

สิ้นสุดคำพูดสารเลวของเขา ฉันก็ปล่อยเสียงร้องออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป มันจบแล้ว ชีวิตที่ฉันหวังว่าได้เริ่มต้นใหม่ มันจบแล้ว อนาคตดีๆ ของลูกในท้องฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบลงแล้ว

 

เพียงแค่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีกครั้ง ชีวิตของฉันและลูกมันก็พังลงแล้ว

 

 

[บทบรรยาย ฮาเดส]

 

ร่างบางในสภาพอิดโรยถูกวางลงบนเตียงนอนช้าๆ ผมค่อยๆ เลื่อนแขนออกก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายของเธอ ผมนั่งมองคราบน้ำตาที่ยังติดอยู่บนใบหน้าสวยด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 

หลังจากเครื่องบินทะยานสู่ท้องฟ้าได้ไม่นาน อัยย์ที่ตอนแรกโวยวายอย่างเอาเป็นเอาตายก็เอาแต่นั่งร้องไห้ไม่ยอมหยุด ผมต้องทนนั่งฟังเสียงสะอื้นของเธอนานนับชั่วโมงก่อนเธอจะหมดสติไป ในช่วงเวลานั้นช่างเป็นอะไรที่บัดซบมากสำหรับผม

 

เสียงร้องไห้ เสียงสะอื้น ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการจากผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว

 

ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานก็เช่นกัน ผมไม่ต้องการ

 

เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือ เธอ

 

ผมต้องการทวงอัยย์คืนมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ผมจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกแล้ว แม้จะได้ไปเห็นกับตาว่าเธอมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุขมากเพียงไหนก็ตาม แต่คนที่อยู่ข้างเธอกลับไม่ใช่ผม ซึ่งผมไม่มีทางยอม!

 

ครั้งก่อนผมลักพาตัวเธอมาเพราะต้องการทวงแค้น หากทว่าครั้งนี้ผมพาเธอกลับมาอีกครั้งเพื่อทวงสัญญา

 

เธอจะต้องกลับมาทำตามสัญญา สัญญาที่เราเคยมีให้กัน

 

 

 

เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปไหมชินซอง

 

เสียงหวานเอ่ยถามขณะพิงศีรษะลงบนไหล่ของผม เราสองคนกำลังนั่งอยู่บนดาดฟ้าของโรงเรียนซึ่งเวลานี้ร้างราผู้คนไปหมดแล้ว เนื่องจากตอนนี้เลยเวลาเลิกเรียนมาหลายชั่วโมงแล้ว ซึ่งปกติเราสองคนจะนัดกันมานั่งเล่นที่นี่ทุกวันก่อนกลับบ้านเสมอ

 

อื้อ ถ้าเธออยากจะอยู่กับฉันนะ

 

พูดอะไรน่ะ ฉันก็ต้องอยากอยู่กับนายอยู่แล้ว แฟนฉันทั้งหล่อทั้งเท่ขนาดนี้ ใครจะไม่อยากอยู่ด้วยล่ะ

 

มือเล็กคล้องแขนผมพลางกระชับกอดแน่น ผมรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านเข้ามา เธอหันมาส่งยิ้มให้แถมยังทำหน้าตาน่ารักใส่อีกด้วย น่ารักจนผมอดใจไม่ไหว

 

อ๊ะ อื้ม เสียงหวานตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ผมรั้งท้ายทอยเธอเข้ามากดจูบเบาๆ ทันทีที่ริมฝีปากของเราสองคนสัมผัสกัน มันเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกกำลังหยุดหมุน เหมือนโลกใบนี้มีเพียงแค่เราสองคน

 

ฉันรักเธอนะ ผมพละออกจากริมฝีปากหวานอย่างหักห้ามใจตัวเองก่อนจะกดจูบบนหน้าผากมนแล้วกระซิบคำรัก

 

อื้อ ฉันก็รักนายนะชินซอง รักมากเลยด้วย รักจนไม่คิดว่าชาตินี้จะลืมนายได้

 

ใบหน้าสวยหวานแดงเรื่ออย่างเขินอาย เธอช่างน่ารักจนหัวใจของผมเต้นแรง เธอเป็นรักแรกและรักเดียวที่ผมจะไม่มีวันลืมเช่นกัน

 

สัญญานะว่าเราจะรักกันแบบนี้ตลอดไปไม่ว่ายังไงเราก็จะไม่ลืมกัน เธอทวงคำสัญญาจากผมด้วยสีหน้าจริงจัง

 

ฉันสัญญาว่าจะไม่ลืมเธอ และจะรักเธอตลอดไป อัยย์

 

 

TO BE CONTINUED 

สำหรับใครที่อยากจะอ่านต่อจนจบสามารถหาซื้อรูปเล่มและ E-Book ได้นะคะ
รับประกันความดาร์ก คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
สั่งซื้อ E-Book ฮาเดสสุดโหด!! 
ราคา 299 บาท คุ้มเว่อร์!
รีวิวติด 5 ดาวให้เฮียด้วยนะ
(มีหลายเว็บใหลือกซื้อเลยจ้า)

 
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,104 ความคิดเห็น

  1. #843 2776 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 19:41
    เจิมเจิมมมมมม
    #843
    0
  2. #830 MAJIPS (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:38
    เจิมมมม
    #830
    0
  3. #828 นิก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 00:06
    มาต่อเถอะนะคร้าาาาาาา

    เค้าคิดถึง
    #828
    0
  4. #827 Backchanqii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 11:01
    ขอหวานๆหน่อยยยยยยยฮื้ออออ สงสารอัย อยากให้มีโมเม้นหวานๆบ้างงงงงง
    #827
    0
  5. #826 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 02:15
    ถึงอิเฮียจะร้ายมา......แต่เราจะรักตอบไปเอง
    #826
    0
  6. #825 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 02:13
    ถ้าฉันได้เจอผชเหมือนอย่าง ฮาเดสกับอาคิระ (นิดหน่อย)

    ฉันจะกอดไม่ปล่อยเลยคอยดู....#มโนไปโน้นเลย555

    แต่คงจะหาเจอยาก......
    #825
    0
  7. #824 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 02:06
    ยังจะมี ผช อย่างงี้หลงเหลืออยู่ในโลกความเป็นจริงมั้ยค่ะอยากรู้......????

    แต่ก็อย่างที่ว่าแหละค่ะ ผู้ชายดีๆ คงมีแต่ในนิยาย......เฮ้ฮ
    #824
    0
  8. #822 ice (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 14:40
    ง้อเบาๆหน่อยเมียกำลังท้องงงง5555
    #822
    0
  9. #821 นิก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 07:03
    อร้ายยยยยย

    มาต่อให้ไวเลยนะคะคุณไรท์ผู้น่ารักของบ่าว

    บ่าวจะรอเฮียอยู่ตรงนี้ฮือออออ
    #821
    0
  10. #820 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:48
    ต้องการเค้า ไมไม่พูดกันดีๆล่ะ~~
    #820
    0
  11. #819 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:46
    ต้องการเค้า ไมไม่พูดกันดีๆล่ะ~~
    #819
    0
  12. #818 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:46
    ต้องการเค้า ไมไม่พูดกันดีๆล่ะ~~
    #818
    0
  13. #817 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 02:46
    ต้องการเค้า ไมไม่พูดกันดีๆล่ะ~~
    #817
    0
  14. #816 katicknam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 01:18
    ฮาเดส นางจะง้อเมีย
    #816
    0
  15. #815 Phapatsara (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 01:15
    อยากได้คืนก็ใจดีหน่อยเซ่
    #815
    0
  16. #814 Barrybay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 23:23
    เม่ือไหรจะคืนดีหน่วงไปหมดเลนยยย
    #814
    0
  17. #813 kmcnnn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 23:02
    อยากให้ฮาเดสรู้จางง555
    #813
    0
  18. #812 Bonaaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 22:03
    ชอบบบบ-///- ง้อเมียได้เร็วๆนะเฮียยยย
    มาต่อนะค้าา รอๆๆ
    #812
    0
  19. #811 MookKieRain (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:54
    อย่าได้หนังสือแล้ววววง่าาาาา
    #811
    0
  20. #810 Bonaaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:17
    สนุกมากค้าา ชอบบบบบ-///- ง้อ เมียดีๆนะเฮียย
    #810
    0
  21. #809 มู มิน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:49
    แหม่อยากรู้จังว่า รู้ว่าอัยย์ท้องลูกแล้วจะกล้าโหดใส่เมียมั้ย -.-
    #809
    0
  22. #808 beembam25 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:32
    มาง้อต่ทำโหดใส่เนี่ยนะเฮียเดสสส แล้วเค้าจะหายโกรธเหรอ ตายๆๆ
    #808
    0
  23. #807 kungkankk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:05
    โอ้ยย ละทำไมไม่พูดดีๆล้าา!
    #807
    0
  24. #806 เธอคือยอดดวงใจ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 18:59
    ปวดตับกับอิเฮีย
    #806
    0
  25. #805 เกสตัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 18:55
    ฮาเดส-รู้ไหมว่าอัยส์ท้องงง
    #805
    0