[END]†IRATE WICKED† วายร้ายสยบรัก!

ตอนที่ 10 : IRATE † WICKED 07 [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

  Upside Down Cross - Red
 
Upside Down Cross - Red
 

        

 

WICKED 07

"STILL"

 

I'm still high off your blank smile

And those eyes, they can stay awhile

 

Cuz you always knew how to leave me complete

 

 

 

กลิ่นข้าวต้มหอมอ่อนๆ โชยเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ของฉัน ส่งผลให้ภายในกระเพาะเริ่มทรยศกัน ฉันพยายามนั่งข่มความหิวโหยจากการอดอาหารมาหลายวันติดของตัวเองอย่างสุดความสามารถเพราะไม่อยากหันไปสนใจชามข้าวต้มข้างเตียง

 

ฉันรู้ว่าสิ่งที่พยายามทำอยู่มันโง่สิ้นดี ฉันควรจะเลิกต่อต้านแล้วคว้าชามข้าวนั่นมาใส่กระเพาะซะให้มันจบๆ ไป

 

แต่ ใครไม่มาเป็นฉันในตอนนี้ไม่มีทางเข้าใจหรอก เชื่อเถอะว่าสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญอยู่มันน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าการอดข้าวตายเสียอีก

 

กึง!

 

เสียงประตูห้องกระทบกับพนังแรงๆ บ่งบอกถึงการมาเยือนของเจ้าของห้องและเจ้าของบ้านแห่งนี้ด้วย ฉันตวัดสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาก่อนจะพบว่าเขากำลังจ้องมองมาเช่นกัน ดวงตาคมกริบละมองชามข้าวต้มข้างเตียงชั่วครู่ ฉันเห็นมุมปากเขาแสยะยิ้ม แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น

 

ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้เตียงที่ฉันกำลังนั่งคุดคู้อยู่ ท่าทางนิ่งๆ ของเขาสั่นประสาทฉันได้ดีเลยล่ะ พูดตรงๆ เลยคือเขาทำให้ฉันรู้สึกทั้งกลัวและเกลียดในเวลาเดียวกัน มันจึงระแวงไปหมดไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม

 

“อยากตายเร็วๆ มากสินะ”

 

เป็นครั้งแรกที่ฮาเดสพูดกับฉัน หลังจากที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้องนอนห้องเดิม ห้องที่เขาเคยพาฉันมาที่นี่ในวันแรก

 

“นายต้องการแบบนั้นไม่ใช่?” ฉันย้อนเสียงเบา และได้รับสายตาคมเข้มจับจ้องกลับมา ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มนิดๆ

 

“ก็ใช่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าตายเร็วไปมันก็ไม่สาสมกับสิ่งเลวๆ ที่เธอเคยทำน่ะสิ” มือหนาเลื่อนชามข้าวต้มมาตรงหน้าฉัน เขาใช้สายตากดดันเพื่อบังคับให้ฉันกินมัน แต่อย่าหวัง ว่าฉันจะทำตาม!

 

กึก!

 

“ถ้าชามแตก ฉันจะกรีดข้อมือเธอด้วยเศษกระเบื้อง”

 

ร่างสูงก้มตัวลงมาขู่ฉันด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เขาคว้าข้อมือของฉันที่พยายามจะปัดชามข้าวทิ้งเอาไว้อย่างรู้ทัน ฝ่ามือแกร่งราวกับคีมเหล็กบีบข้อมือฉันจนกระดูกแทบร้าว มันเจ็บจนฉันต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงร้อง

 

“ฉันไม่อยากให้เลือดชั่วๆ ของเธอเปื้อนผ้าปูที่นอนหรอกนะ เพราะฉะนั้นอย่าทำเรื่องโง่ๆ คนอย่างฉันไม่เคยขู่ จำใส่หัวเอาไว้”

 

ฉันรู้ดี ฮาเดสไม่เคยขู่ เขาพูดจริงทำจริงเสมอ เพราะเขามันสารเลวไง! เขาทำร้ายฉันสารพัด ทำเรื่องชั่วๆ กับฉันจนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วเขาจะมาสนใจฉันทำไมล่ะ เขาไปลากฉันมาจากโกดังนรกนั่นทำไม? ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตากฝนจนตายไปเลยจะได้จบๆ ไปเสียที!

 

แล้วดูสิ! ดูสิ่งที่เขากระทำกับฉันหลังจากลากฉันมาจากที่นั่นแล้วสิ! มันไม่ได้แตกต่างไปจากตอนอยู่ในโกดังนรกนั่นเลยสักนิด เขาจับฉันมาขังไว้ในห้องนอนก็จริง มันเหมือนจะสบายแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย!

 

เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะเขาล่ามโซ่ตรวนที่ข้อเท้าของฉันเอาไว้กับเตียงน่ะสิ!

 

ให้ตายสิ! ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเขานะ ฉันทนรับสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว มันน่าสมเพชเกินไป ทำไมเขาไม่ฆ่าฉันให้ตายๆ ไปเลย เขาทำให้ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองมาก ชีวิตฉันมันไร้ค่าขนาดนั้นเลยเหรอ หรือสิ่งที่ฉันเคยกระทำกับชอนซามันเลวร้ายขนาดนั้นจริงๆ น่ะเหรอ

 

ฉันอยากจะจำมันให้ได้จริงๆ นะ อยากจะจำเหตุการณ์เมื่อหกเดือนก่อนให้ได้จริงๆ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันทำร้ายชอนซาและเด็กในท้องจริงๆ หรือเปล่า ฉันพยายามจะนึกมันอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่พยายาม ฉันจะปวดหัวจนแทบระเบิดทุกครั้ง ฉันขาดยามานานเกินไป มันหลายวันมาแล้วที่ฉันไม่ได้กินยานั่น

 

“ยา” ฉันหลุดพูดคำว่ายาออกมาเบาๆ นั่นทำให้ผู้ชายตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจับจ้องกันนิ่ง เหมือนเขากำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ เหมือนกำลังชังใจอย่างไรอย่างนั้น

 

” ฮาเดสเงียบไม่ตอบอะไร เขาปล่อยมือออกจากชามข้าวแล้วยืดตัวเต็มความสูง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะหลุบสายตามองกัน “ก็ได้ ถ้าเธอกินข้าวชามนี้เสร็จ ฉันจะเอายามาให้”

 

คำพูดเรียบๆ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ของเขา หากทว่ามันกลับเปรียบเสมือนหยดน้ำที่หยดลงบนหัวใจอันแห้งผากของฉัน มันบ้ามากที่อยู่ๆ ฉันก็เผลอยิ้มออกมา ทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่มีเรื่องอะไรที่ควรยินดีเลยสักนิด

 

” ฉันคว้าชามข้าวต้มตรงหน้ามาตักเข้าปากอย่างไม่รีรออีกต่อไป ยาคือสิ่งเดียวที่ฉันต้องการก็จริง แต่อาหารก็สำคัญเช่นกัน ฉันไม่ได้มองว่าตอนนี้ฮาเดสกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ และไม่อยากจะรับรู้ด้วยว่าเขากำลังคิดอะไร แค่เขาไม่ทำเรื่องสารเลวอย่างเช่นผิดคำพูดกับฉันก็พอ

 

สำหรับเวลานี้ ฉันต้องการแค่นี้จริงๆ

 

[จบบทบรรยาย อัยย์]

 

 

 

รถบิ๊กไบค์คันใหญ่สีดำรัตติกาลผ่อนความเร็วลงช้าๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าบริเวณลานจอดรถหน้าตึกใหญ่ใจกลางเมืองโตเกียว ท่ามกลางแสงไฟตามท้องถนนซึ่งบดบังแสงจันทร์ยามราตรีไปหมด เสียงคำรามของเครื่องยนต์ถูกดับลงพร้อมกับร่างสูงก้าวลงมายืนบนพื้นถนน มือหนาถอดหมวกกันน๊อคออกพลางเสยผมสีเทาควันบุหรี่ของตัวเองลวกๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปทางตึกใหญ่เล็กน้อย

 

ร่างสูงล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดดูระหว่างก้าวเท้าเข้ามาภายในตึก ผู้คนจำนวนมากเดินกวักไกวไปมาล้วนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี หากทว่าเขากลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นสนใจคนรอบข้างเลยสักนิด สายตาคมเข้มมัวแต่จับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งกำลังฉายภาพวิดีโอวงจรปิดบริเวณหน้าประตูห้องนอนของตัวเองอยู่ และไม่ได้มีเพียงบริเวณนั้นบริเวณเดียว แต่เขายังสามารถเปลี่ยนภาพไปยันกล้องตัวอื่นๆ ภายในบ้านได้อีกด้วย โดยเฉพาะกล้องที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องนอนของเขาเอง

 

ภาพของหญิงสาวที่กำลังนั่งชันเข่าอยู่บนเตียงนอนฉายชัดบนจอโทรศัพท์ ริมฝีปากหนาบิดยิ้มนิดๆ ที่ได้เห็นว่าเธอคนนั้นยังคงอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงย้ายอัยย์ขึ้นมาขังไว้บนห้องนอนของตัวเองแทน ที่ทำไม่ใช่ว่าเป็นห่วงหรืออะไร แต่เพราะต้องการจับตาดูเธอตลอดเวลาต่างหากล่ะ!

 

บอกแล้วไง เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอคลาดสายตาอีกเป็นอันขาด!

 

 

 

ในขณะเดียวกัน

 

รถสปอร์ตคันโฉบเฉี่ยวเลี้ยวเข้ามาภายในรั้วของบ้านหลังใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับร่างสูงในชุดสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้น ใบหน้าหล่อคมเข้มเบี่ยงมองไปทางโกดังข้างบ้านเพียงชั่วครู่ก่อนจะก้าวเดินไปยันทิศทางนั้นตามความตั้งใจของตัวเอง

 

กึง!

 

ประตูโกดังถูกเปิดออกเต็มแรงเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ถูกล๊อคอย่างที่ควรจะเป็น ร่างสูงพลุนพลันเข้ามาด้านในและพบเพียงความว่างเปล่าแสนมืดมิด ไร้ร่างบางที่เขาตั้งใจมาหา เขารีบเดินออกมาจากที่นั่นทันทีแล้วตรงเข้าบ้านหลังใหญ่แทน

 

ในเมื่อเธอไม่ได้อยู่ในโกดังนั้น แสดงว่าเธอจะต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ และเขาต้องรีบตามหาเธอให้เจอโดยเร็วที่สุด!

 

 

 

บริเวณชั้นบนของบ้านมีร่างเล็กนั่งชันเข่าอยู่บนเตียงนอนหนานุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว ริมฝีปากบางแห้งผากจากการขาดน้ำ เธอเหม่อมองแก้วเปล่าบนโต๊ะข้างเตียงซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีน้ำอยู่เต็มแก้วด้วยความกระหาย

 

นี่มันก็หลายชั่วโมงมาแล้วนะนับตั้งแต่เธอได้ทานยาและน้ำจากการจัดแจงของฮาเดส และมันก็นานมากแล้วเช่นกันที่ฮาเดสหายหน้าหายตาไปไม่แวะมาเหลียวแลกันอีกเลย

 

นี่เขาคิดจะทรมานเธอด้วยการขาดน้ำตายหรือไงกันนะ

 

กริ๊ก

 

เสียงปลดล๊อคหน้าประตูห้องทำหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ อัยย์รีบขยับตัวถอยหลังจนชิดกับหัวเตียงทันที เสียงโซ่ตรวนบนข้อเท้ากระทบกันเบาๆ สายตาหวานเลื่อนมองบุคคลมาใหม่ด้วยสายตานิ่งงัน

 

“อยู่ในห้องนี้จริงด้วยสินะ” เสียงปริศนาดังก่อนไฟในห้องจะสว่างวาบขึ้น อัยย์กระพริบตาถี่ๆ ด้วยความรู้สึกแสบตานิดๆ เพราะอยู่ในห้องมืดๆ มานาน สายตาจึงไวต่อแสงมาก ซึ่งเป็นขณะเดียวกับร่างสูงเดินมาหยุดยืนตรงหน้าดี

 

“นาย อาคิระ?”

 

“ใช่ฉันเอง ไม่นึกว่าจะยังจำได้”

 

เจ้าของชื่อขานรับพลางยกยิ้มมุมปาก เขากวาดสายตามองไปทั่วร่างบางอย่างเต็มตา รู้สึกแปลกใจที่เห็นว่าการแต่งตัวของเธอยังคงดูสะอาดสะอ้านราวกับได้รับการพลัดเปลี่ยนมาก่อน

 

“นายเข้ามาได้ยังไง เขาสั่งให้นายมาคุมฉันแทนเหรอ” อัยย์ถามตามใจคิด เธอคิดว่าอาคิระคงจะรู้จักและสนิทกับฮาเดสพอสมควร ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถเข้าออกบ้านหลังนี้ได้โดยง่ายแบบนี้หรอก

 

“เปล่า ฉันมาหาเธอ”

 

“มาหาฉัน? ทำไม” คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน

 

“ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ ความจริงที่ฉันอยากจะรู้” อาคิระลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างเตียง อัยย์ขยับตัวหนีพลางใช้สายตาหวาดระแวงจ้องมอง

 

“ไม่ได้คิดจะมาช่วยฉันสินะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างสมเพชตัวเอง

 

“ฉันจะไม่เสี่ยงช่วยเธอ และไม่เสี่ยงเป็นศัตรูกับไอ้ฮาเดสแน่ๆ จนกว่าจะได้รู้ความจริง”

 

“ความจริง? ความจริงอะไร?”

 

“ทุกเรื่อง

 

อัยย์หลบสายตาจับผิดที่จ้องมาของอาคิระ และเมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบโต้อะไร เขาจึงเริ่มถามในสิ่งที่ต้องการจะรู้ทันที

 

“เธอเคยรู้จักกับไอ้ฮาเดสมาก่อนหรือเปล่า” เขาถามคำถามเดิมที่เคยถามเธอมาแล้วก่อนหน้านี้ อัยย์ส่ายหน้าช้าๆ แทนคำตอบ อาคิระจึงเปลี่ยนคำถามใหม่ “แล้ว ชินซองล่ะ? เธอเคยรู้จักผู้ชายชื่อนี้ไหม?”

 

อัยย์นิ่งไปเมื่อได้ยินชื่ออันแสนคุ้นหู เธอรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้มาก และยังเคยได้ยินชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความทรงจำของเธออีกด้วย แต่เธอไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหน มันเลือนรางจนบอกไม่ถูก

 

“ฉัน ฉันไม่แน่ใจ”

 

“ไม่แน่ใจ? หมายความว่าอาจจะเคยรู้จักใช่ไหม?”

 

“ไม่รู้ ฉันจำไม่ได้” เธอส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาหวานเริ่มหลุกหลิกไปมาเหมือนพยายามนึก อาคิระเห็นอย่างนั้นจึงรีบยิงคำถามต่อ

 

“นึกสิ พยายามนึกให้ออก เธอเคยรู้จักไอ้ชินซองมาก่อนหรือเปล่า” อาคิระกดดัน “มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย หรือว่าเธอเคยความจำเสื่อมมาก่อนถึงจำเรื่องในอดีตไม่ได้?”

 

“ไม่เคย ฉันไม่เคยความจำเสื่อม ไม่เคยเป็นอะไรทั้งนั้น” เสียงหวานปฏิเสธทันควัน

 

“ถ้าอย่างนั้นจำได้ไหมว่าความทรงจำของเธอมันขาดหายไปในช่วงเวลาไหน”

 

“ฉันไม่แน่ใจ ฉันรู้แค่ว่าความทรงจำบางอย่างบางช่วงของฉันมันขาดหายไป ทำให้บางครั้งจิตใต้สำนึกของฉันมันสร้างเรื่องราวที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาเอง ฉันเลยแยกไม่ค่อยออกว่าเรื่องไหนจริงหรือเรื่องไหนเป็นเพียงภาพหลอน”

 

อัยย์เริ่มมีอาการปวดหัวแทรกเข้ามาทีละนิด ดูเหมือนว่ายาที่ฮาเดสให้ก่อนหน้าจะหมดฤทธิ์ไปแล้ว อาคิระที่เห็นอาการของอัยย์กำเริบรีบหยิบถุงยาออกมาวางบนเตียงทันที

 

“นี่มัน” มือบางคว้าถุงยาขึ้นมาถือด้วยมือสั่นๆ เธอรู้ดีว่าในถุงนี้มียาอะไรอยู่ เพราะชื่อโรงพยาบาลบนถุงมันบ่งบอกอย่างชัดเจน

 

“ครั้งก่อนฉันพลุนพลันออกไปหายามาให้เธอ แต่ไม่มีโอกาสได้เอามาให้เพราะไอ้ฮาเดสมันคุมเธออยู่ตลอด” เขาอธิบายขณะหยิบขวดน้ำออกมายื่นให้หญิงสาวตรงหน้า เธอรับมันมาดื่มพร้อมกับเม็ดยาก่อนจะมองหน้าเขาอีกครั้ง

 

“นายเป็นใครกันแน่ เป็นอะไรกับผู้ชายสารเลวคนนั้น แล้วทำไมนายถึงเข้าออกบ้านหลังนี้ได้ล่ะ” ความสงสัยถูกถามออกไปในที่สุด เธอหอบหายใจเล็กน้อยขณะพิงหลังกับหัวเตียง สายตาจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง

 

“บ้านหลังนี้เป็นของพ่อแม่ฉันเอง”

 

“หมายถึงพ่อแม่ของฮาเดส” เธอละไว้แค่นั้นพลางจ้องมองเขา

 

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ หมอนั่นเป็นลูกบุญธรรม ชินซองกับชอนซาเป็นลูกบุญธรรมของพ่อแม่ฉันเอง” คำบอกเล่าของอาคิระสร้างความกระจ่างให้กับอัยย์เป็นอย่างมาก เธอคิดสงสัยมาโดยตลอดว่าฮาเดสเป็นอะไรกับชอนซา และทำไมเขาถึงโกรธแค้นชิงชังเธอถึงเพียงนี้

 

“หมายความว่าผู้ชายคนนั้นกับชอนซาเป็นพี่น้องกันอย่างนั้นเหรอ

 

“ใช่ สองคนนั้นเป็นพี่น้องที่รักกันมาก

 

“ถ้าอย่างนั้น นายบอกฉันได้ไหมว่าชอนซาตายยังไง”

 

ร่างบางเปลี่ยนท่านั่งจากชันเข่าเป็นคุกเข่าแทน เธอมองเขาด้วยสายตาใคร่รู้ มันทำให้คนถูกร้องขอถึงกับนิ่งไปหลายวินาที

 

“เธอไม่รู้จริงๆ น่ะเหรออัยย์ว่าชอนซาตายยังไง ทั้งๆ ที่ในวันเกิดเหตุเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย”

 

“ฉัน ฉันอยู่ที่ไหนนะ?” คิ้วสวยขมวดอีกครั้ง เธอย้อนถามน้ำเสียงเบา

 

“เธอคือคนสุดท้ายที่อยู่กับชอนซาก่อนที่ชอนซาจะตกตึกตาย”

 

“วะ ว่ายังไงนะ

 

คำบอกเล่าของอาคิระเปรียบเสมือนค้อนหนักๆ ทุบลงบนศีรษะหญิงสาว ร่างบางฟุบลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง สองตาเลือนลอยราวกับคนไร้วิญญาณ จู่ๆ ภายในหัวสมองมีภาพมากมายพรั่งพรูเข้ามาจนจับใจความไม่ได้ เธอไม่สามารถแยกแยะภาพความทรงจำเหล่านั้นได้เลย

 

 

ฉันคือคนสุดท้ายที่อยู่กับชอนซาก่อนตายอย่างนั้นเหรอ

 

 

Loading...100%

 

 

 

เอาเด็กออกซะ! ถ้าเธอไม่อยากตาย!

 

บทสนทนาคุ้นหูผุดเข้ามาในหัวของอัยย์ เธอนิ่งค้างสองตาเบิกโพลง เธอเห็นตัวเองกำลังยืนอยู่ในห้องห้องหนึ่งลักษณะเหมือนกับห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล ใบหน้าสวยบึ้งตึงและดวงตาโกรธแค้นชิงชังของเธอกำลังจับจ้องไปทางร่างบางบนเตียงผู้ป่วย

 

ไม่นะ! ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!ร่างบางบนเตียงปฏิเสธน้ำเสียงสั่น สีหน้าหวาดกลัวเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา

 

'ก็แค่ก้อนเลือดชั่วๆ ที่ไม่ควรปล่อยให้ลืมตาดูโลก! เธอต้องฆ่ามัน!'

 

ไม่! ฉันจะไม่ฆ่าเขา!

 

ภาพของตัวเองกำลังเกรี้ยวกราดกับผู้หญิงที่เธอจำได้ขึ้นใจว่าเป็นใครยังคงผุดขึ้นมาเรื่อยๆ อัยย์ยกสองมือขึ้นปิดหน้า พยายามไล่ภาพพวกนั้นออกไปจากหัว

 

เธอกำลังกลัว กลัวที่จะรับรู้ความจริงอันแสนโหดร้ายของตัวเอง

 

“ไม่ ออกไปจากหัวฉันนะ!

 

“อัยย์! เกิดอะไรขึ้น! เธอนึกอะไรออกแล้วใช่ไหม!” อาคิระที่เห็นผู้หญิงตรงหน้าเริ่มมีอาการแปลกๆ รีบโผเข้าจับไหล่บางทั้งสองข้างทันที อัยย์ยังคงนั่งตัวสั่นและพยายามสลัดภาพในหัวออกไปด้วยความยากเย็น

 

งั้นฉันจะฆ่าเธอแทน! ฉันจะฆ่าทั้งเธอและไอ้มารหัวขนในท้องเธอซะ! ชอนซา!

 

สิ้นเสียงเย็นชาและสายตาเลือดเย็นนั่น เธอเห็นตัวเองตรงเข้าไปทำร้ายร่างบางบนเตียงด้วยความเกรี้ยวกราด ร่างเล็กๆ ในชุดผู้ป่วยถูกมือบางทุบตีไปทั่วทั้งตัว ทั้งถูกตบ ถูกดึงผม และถูกปลายเล็บแหลมๆ ข่วนไปทั่ว หากทว่าสองมือกลับโอบกอดท้องตัวเองแน่นเพื่อปกป้องลูกในท้องจากการถูกทำร้าย

 

อย่านะ! ไม่! กรี๊ดดดดด!!!

 

“ไม่! กรี๊ดดดดด!!” เสียงกรีดร้องดังก้องพร้อมกับเสียงในหัว อาคิระคว้าร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก ขณะที่อัยย์ยังคงกรีดร้องไม่ยอมหยุด ใบหน้าสวยเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย ภาพความทรงจำอันแสนเลวร้ายนั้นบีบหัวใจเธอเกินไป

 

ฉันทำร้ายผู้หญิงคนนั้นจริงๆ น่ะเหรอ ฉันเป็นคนทำร้ายชอนซาจริงๆ ใช่ไหม!

 

นั่นคือคำถามซ้ำๆ ตีวนอยู่ในหัวของเธอ อาคิระพยายามทำให้ร่างบางสงบลงเพราะกลัวว่าเธอจะช๊อคไปอีก เขารู้ดีว่าเธอกำลังเผชิญกับโรคทางจิตเวชที่แสนน่ากลัวของตัวเองอยู่ และการบีบบังคับให้เธอนึกถึงเรื่องร้ายๆ ในอดีตที่เธอปิดกั้นมันไปแล้ว ยิ่งเป็นการทำร้ายเธอมากไปกว่าเดิม

 

“ใจเย็นๆ นะอัยย์ ไม่ต้องไปคิดถึงมันแล้ว ฉันจะไม่ถามเธออีก” เขาปลอบประโลมพลางลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ร่างเล็กในอ้อมกอดหยุดกรีดร้องแล้ว แต่ยังคงตัวสั่นไม่หาย

 

“ฉัน ฉันเห็น ฉันทำร้ายเธอ”

 

“ว่าไงนะ” เสียงเล็กพึมพำเลือนลอย ร่างสูงจึงคลายอ้อมกอดออกแล้วจ้องมองใบหน้าสวยที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตากลมโตแดงกล่ำจับจ้องมาที่เขา

 

ฉันจำได้แล้ว ฉันเป็นคนทำร้ายชอนซา ฉันทำเอง ฮึก ฉันทำร้ายเธอจริงๆ”

 

คำยอมรับของอัยย์สร้างความนิ่งงันให้กับอาคิระเป็นอย่างมาก หากทว่ามันกับสร้างความกรุ่นโกรธชิงชังให้กับชายหนุ่มอีกคนเช่นกัน

 

ตึง!

 

“ยอมรับสักทีสินะ หึ!

 

เสียงถีบประตูห้องนอนดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีเทาควันบุหรี่ เขาก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยสีหน้าดุดันน่ากลัว แววตาดุร้ายจ้องไปทางคนทั้งสองบ่งบอกให้รู้ว่าเขาได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว

 

“ไอ้ฮาเดส นี่มึง

 

“ขอบใจมึงมากที่ช่วยรื้อความทรงจำยัยผู้หญิงใจมารแทนกู”

 

ฮาเดสก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาถึงปลายเตียงก่อนจะกระชากร่างบางออกห่างจากเพื่อนรักด้วยความรุนแรง โดยไม่ลืมหันไปส่งสายตาเกรี้ยวกราดใส่

 

“แต่คราวหน้าไม่ต้องเสือก!

 

อาคิระถึงกับพูดไม่ออก เขารู้ว่าตอนนี้ฮาเดสกำลังคลั่ง และเขาจะปล่อยให้ฮาเดสอยู่กับอัยย์ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นอัยย์ถูกพายุอารมณ์ของฮาเดสทำร้ายอย่างแน่นอน

 

“มึงใจเย็นๆ ก่อนไอ้เดส อัยย์กำลังป่วย

 

“กลับไปซะไอ้คิระ” ฮาเดสข่มเสียงไล่ แววตาดุร้ายจ้องไปทางร่างบางที่พยายามขัดขืนตัวเองให้หลุดจากเงื้อมมือมัจจุราช หากทว่ากลับได้รับความเงียบเป็นคำตอบแถมอาคิระยังไม่ยอมขยับกายไปไหน ยิ่งทำให้อารมณ์ของฮาเดสเดือดดาลมากไปกว่าเดิม

 

กริ๊ก!

 

วัตถุสีดำถูกล้วงขึ้นมาจากเอวแล้วจ่อไปทางอาคิระ แววตาดุร้ายมองกราดพร้อมลั่นไกได้ทุกเวลา

 

“กูไม่ชอบพูดซ้ำ

 

“มึงใจเย็นๆ ก่อนไอ้ชินซอง” อาคิระเผลอเรียกชื่อจริงของฮาเดสออกมาทำให้ปลายกระบอกปืนลดลงจากศีรษะมาอยู่ตรงหัวใจเขาแทน หากทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวมันสักนิด เพราะวิถีชีวิตเดนคนอย่างเขากับฮาเดสนั้นโดนปืนจ่อหมายเอาชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน คำว่ากลัวมันจึงไม่เคยอยู่ในหัวสมองของเขา “ถ้ามึงจะยิงก็ยิงเลย กูรู้ว่ามึงทำได้”

 

 

ฮาเดสนิ่ง ปากกระบอกปืนยังคงจ่ออยู่บนอกข้างซ้ายของอาคิระ ก่อนจะละสายตากลับมาหาผู้หญิงข้างกายที่พยายามดิ้นรนออกจากเงื้อมมือของตัวเองพลางแสยะยิ้มเย็น และทำในสิ่งที่กระตุกหัวใจดวงน้อยยิ่งนัก

 

“ปล่อยนะ! นายจะทำบ้าอะไร?!” อัยย์หวีดถามเสียงดังเมื่อเห็นว่าปลายกระบอกปืนเปลี่ยนทิศทาง ฮาเดสหันปืนมาจ่อขมับของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว สีหน้าของเขาตอนนี้ดูน่ากลัวมาก เหมือนกับปีศาจจากขุมนรกสมกับชื่อของเขา

 

“ออกไปซะไอ้คิระ อย่าให้กูต้องพูดเป็นครั้งที่สาม!

 

“ชินซองมึง

 

“ออกไป!!” ฮาเดสตวาดไล่ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เขากดปากกระบอกปืนฝังลงบนขมับของอัยย์ แววตาดุร้ายราวกับปีศาจบ่งบอกให้รู้ว่าเขาทำจริงแน่ และปลายนิ้วของเขาพร้อมจะลั่นไกตลอดเวลา

 

อาคิระเลื่อนสายตามองหญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องด้วยความกังวล สีหน้าของเธอตอนนี้หวาดกลัวเป็นอย่างมาก ทางเดียวที่จะช่วยให้อัยย์รอดจากมัจจุราชที่รอปลิดชีวิตเธอได้นั่นก็คือเขาต้องทำตามที่ฮาเดสสั่ง

 

“ก็ได้ กูจะไปเดี๋ยวนี้”

 

“มะ ไม่นะ!” ดวงตาหวานเบิกกว้างอย่างตกใจ เธอส่งสายตาขอร้องให้อาคิระ หากทว่าเขากลับช่วยอะไรเธอไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้เธอเป็นอันตรายมากไปกว่านี้ คนอย่างฮาเดสเลือดเย็นพอ เขาลั่นไกแน่ถ้าอาคิระยังคงอยู่ที่นี่

 

อาคิระกลั้นใจหันหลังเดินออกมาจากห้องนั้นทันที สองหูได้ยินเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสารดังตามหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเงยหน้าขึ้นไปเห็นกล้องวงจรปิดบริเวณเพดานหน้าประตูห้องพอดี ภายในใจรู้สึกผิดอย่างมหันต์ เขาไม่น่าใจร้อนบุกเข้ามาที่นี่เลย เขาลืมไปได้ยังไงว่าไม่มีอะไรที่จะหลุดรอดสายตาของฮาเดสไปได้ เขาทำพลาดจริงๆ

 

ขอโทษนะอัยย์

 

 

[บทบรรยาย อัยย์]

 

อาคิระเดินออกไปแล้ว เขาทิ้งฉันไว้กับปีศาจจากขุมนรกที่จ้องจะปลิดชีวิตฉัน!

 

“โอ๊ย!

 

ร่างของฉันถูกผลักลงบนเตียงด้วยความรุนแรง ฉันค้ำมือลงบนที่นอนแล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายสารเลวที่เดินตามหลังอาคิระไปเพื่อปิดประตูห้อง เสียงกดล๊อคประตูสั่นประสาทและเร่งความหวาดกลัวให้กับฉันเป็นอย่างมาก

 

ไม่รู้เลยว่าฮาเดสกำลังคิดจะทำอะไรกับฉัน แววตาและสีหน้าของเขามันดำมืด ดุร้าย มันน่ากลัวอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“จะ ทำอะไรฉัน! ปล่อยฉันไปนะ! ปล่อยฉันได้ยินไหม?!” ฉันตะโกนใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง สองมือพยายามดันตัวเองลุกขึ้นจากเตียง ทว่ากลับลุกขึ้นได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องถูกมือหนาผลักให้ล้มลงไปอย่างเดิม

 

ฮาเดสกดตัวฉันลง แผ่นหลังนาบกับที่นอน มือหนาดั่งคีมเหล็กล๊อคปลายคางของฉันเอาไว้ แรงกดจากฝ่ามือทำให้ฉันขยับตัวไม่ได้เลย ฉันพยายามจะดิ้นหนี แต่เพราะร่างสูงคร่อมทับอยู่มันยิ่งยากลำบากมากไปกว่าเดิม

 

“ปล่อย!

ปล่อยเหรอ? เธอกล้าขอให้ฉันปล่อยในขณะที่เธอทำเรื่องชั่วๆ ไว้กับน้องสาวฉันเหรอ!” ปลายนิ้วแกร่งบีบเคล้นปลายคางฉันแน่น มันเจ็บจนกรามแทบจะหักคามือเขา น้ำตาเม็ดเล็กคลอขึ้นมา ความเจ็บปวดจากน้ำมือเขามันกำลังฆ่าฉันช้าๆ

 

“ฉะ ฉันไม่รู้ อึก ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

 

คำแก้ตัวโง่ๆ หลุดออกจากปากฉัน นาทีนั้นภายในหัวสมองมันนึกอะไรไม่ออกเลย ถึงฉันจะจำเรื่องราวในวันนั้นได้บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฉันเห็นแค่ตัวเองกำลังทำร้ายชอนซาเท่านั้น

 

“ไม่ได้ตั้งใจ? เธอทำร้ายชอนซา เธอฆ่าน้องสาวกับหลานของฉันแล้วมาพูดว่าไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นเหรอ!

 

“ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ!” ฉันเถียงกลับทันที แม้จะขยับปากพูดได้อย่างยากลำบากก็ตาม และนั่นทำให้ผู้ชายเหนือร่างนิ่งไป แววตาดำมืดของเขามีเปลวเพลิงแสนน่ากลัวฉายชัดอยู่ “ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ฆ่าชอนซา!

 

“โกหก! เธอทำร้ายชอนซา! เธอฆ่าชอนซา!!

 

“มะ ไม่! อึก!

 

“หุบปาก!” เขาสั่งพร้อมกับเลื่อนฝ่ามือลงมาบีบคอฉัน แรงกดมหาศาลสร้างความปวดร้าวอย่างมาก ลมหายใจของฉันถูกพรากไปทีละนิด ฉันทำได้เพียงจ้องมองมัจจุราชเหนือร่างด้วยแววตาสั่นกลัว

 

เขามันบ้า เขาคิดจะฆ่าฉันจริงๆ ผู้ชายสารเลวคนนี้กำลังจะฆ่าฉัน!

 

“วันนั้นฉันเห็นเธอ ฉันเห็นด้วยตาของตัวเอง! เธอฆ่าชอนซา เธอฆ่าน้องสาวฉันทั้งที่ยัยนั่นกำลังท้องอยู่!! จิตใจเธอมันโหดเหี้ยมเกินคน! เด็กคนนั้น หลานของฉันไม่ควรจะต้องมาตายแบบนี้!

 

อึก” ฉันได้ยินเสียงของฮาเดสแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ดวงตาเริ่มพร่าเลือนลง ลมหายใจของฉันกำลังจะหมด และฉันกำลังจะตาย

 

หากทว่า

 

“ความตายมันง่ายไปสำหรับคนอย่างเธอ”

 

เฮือก!!

ลมหายใจเฮือกใหญ่สูดเข้าเต็มปอดฉันทันทีที่ลำคอเป็นอิสระ สองตาเบิกกว้างจ้องมองผู้ชายเหนือร่างผ่านม่านน้ำตา ฉันเห็นสีหน้าเคียดแค้นชิงชังและแววตาดุร้ายของเขาอย่างชัดเจน มันชัดจนหัวใจฉันแทบจะหยุดเต้น

 

“ฉันจะลากเธอลงนรกขุมที่ลึกที่สุด จะจองจำเธออย่างตายทั้งเป็น จะทำลายเธอไม่ให้เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความเป็นคน!

 

สิ่งที่เขาพูดมันไม่ใช่คำบอกเล่า แต่มันคือคำปะกาศิตจากมัจจุราชนามว่าฮาเดส

 

 

“ประตูนรกเปิดรับเธอแล้ว อัยย์!

 

 

TO BE CONTINUED

 

สำหรับใครที่อยากจะอ่านต่อจนจบสามารถหาซื้อรูปเล่มและ E-Book ได้นะคะ
รับประกันความดาร์ก คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
สั่งซื้อ E-Book ฮาเดสสุดโหด!! 
ราคา 299 บาท คุ้มเว่อร์!
รีวิวติด 5 ดาวให้เฮียด้วยนะ
(มีหลายเว็บใหลือกซื้อเลยจ้า)

 
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,104 ความคิดเห็น

  1. #1092 Min_lovefic (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:13
    ตอนนั้น อัยย์นางไปจริง ไปว่า ด่า และให้เอาเด็กออก จริงแต่ไม่รู้ว่านางฆ่ารึเปล่า หรืออาจเป็นเพราะ ซอนชากดดัน หรือแบบคิดสั้น นางอาจฆ่าตัวตายก้ได้
    #1,092
    0
  2. #917 Maystorymay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 18:26
    เฮียเดสสสสสส โหดเกินไปแล้วววววว คนหล่อใจร้ายยย
    #917
    0
  3. #516 katicknam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:37
    เจิมมมม
    #516
    0
  4. #515 katicknam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:37
    เจิมมมม
    #515
    0
  5. #514 katicknam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:37
    เจิมมมม
    #514
    0
  6. #513 katicknam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:37
    รอๆๆๆค่ะ
    #513
    0
  7. #512 katicknam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:36
    สู้ๆนะค่ะ
    #512
    0
  8. #511 katicknam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:36
    รอๆๆค่ะ
    #511
    0
  9. #509 Hunny1234 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 19:03
    รออยู่น่ะค่ะไรท์ สู้สู้ค่ะ
    #509
    0
  10. #508 Praewnapa Sookyao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 05:56
    ดาร์ไปอีก #เสียงสูง แต่ชอบนะ รอจ้าาาา
    #508
    0
  11. #507 Tz\'Mild Moo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 23:49
    ไม่รู้จะสงสารใครดี เฮ้อออ
    #507
    0
  12. #504 jaja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 19:48
    รออยู่ค้าาา
    #504
    0
  13. #503 jaja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 19:44
    เจิมค้าาา
    #503
    0
  14. #502 #Pimmy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 13:57
    รอค่าา
    #502
    0
  15. #501 Nanny (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 00:40
    รอค่าาา
    #501
    0
  16. #500 Mons.isp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 20:23
    อัพต่อน่ะค่ะ สุ้ๆค่ะ<3
    #500
    0
  17. #499 reallove (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 09:44
    ไม่น่ารอด...
    #499
    0
  18. #495 Thanaporn Chaenoon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 03:25
    อัพเถอะค่าา พลีสสส
    #495
    0
  19. #494 นิก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:23
    มาเถอะนะ อิฉันมาปูเสื่อรอนานแล้วนะคร้าาาาาา

    คุณไรท์จ๋าาาาาาามาอัพด้วยเถอะนะคะ

    รอๆๆๆๆและจะรอต่อไป สู้ๆนะคุณผู้เขียน
    #494
    0
  20. #493 Kkq (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:22
    เจิมมมมมมมมม
    #493
    0
  21. #492 ThaoRen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 21:06
    ดูมีเงื่อนงำแฮะ...
    #492
    0
  22. #491 baifern1996 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 15:52
    เฮีย เบามือหน่อยยยยย^?^
    #491
    0
  23. #490 wanida_faiizii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 14:11
    รอค่ะ!!!!
    โอ๊ยบรรยายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก
    รู้แค่ชอบฮาเดสสุดๆ#สายsm 55+
    #490
    0
  24. #489 bomos (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 08:59
    รอน่ะ อัพบ่อยๆ
    #489
    0
  25. #488 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 08:18
    ท่าจะรอดยากแล้วล่ะอัยย์ ถ้ายังจำอะไรไม่ได้แบบนี้
    นางอาจทำร้ายชอนชา แต่นางไม่น่าจะเป็นคนฆ่านะ
    #488
    0