Sin Story IV วัยรักวังวนร้าย

ตอนที่ 3 : 1.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 พ.ค. 58

Version:1.0 StartHTML:0000000167 EndHTML:0000022058 StartFragment:0000000457 EndFragment:0000022042

ปัจจุบัน,

เขายืนอยู่บนหิมะ ต้นไม้ข้างทางไม่มีใบไม้เหลือแล้ว เขาสวมเสื้อผ้าเนื้อบางแต่ไม่สัมผัสได้ถึงความหนาว อิซาก้มลงมองเท้าของเขาที่ไม่ได้สวมรองเท้าอยู่ แม้จะยืนอยู่บนหิมะสีขาวแบบนี้ แต่เขาไม่รู้สึกอะไร

ด้านหน้าเขาเป็นรั้วเหล็กสีดำ ด้านหลังรั้วนี้คือสถานที่หนึ่งที่เขาไม่รู้ว่าคือที่ไหน หิมะสีขาวกลมทางเดินไปหมดจนมองแทบไม่เห็นอิฐสีส้มด้านล่าง ทางเดินทอดเข้าไปสู่ความมืด และไม่มีอะไรนอกจากความมืด เขามองไปรอบๆ ด้าน ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน เขาก็เห็นแค่หิมะ เขานึกไม่ออกว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

บางทีนี่อาจจะคือความฝัน เพราะแบบนั้นเขาถึงไม่รู้สึกอะไรเลย

ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้า มันดังมาจากในความมืด เขายืนกลั้นหายใจรอเพียงไม่นานก่อนที่เจ้าของเสียงฝีเท้าจะปรากฏตัว นาตาเดินออกมาบนทางเท้านั่น เธอสวมเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้ากับยีนส์สีเข้ม ผมของเธอเป็นสีน้ำตาล เธอไม่ได้สวมรองเท้าเหมือนกัน เขากังวลว่าหิมะพวกนั้นจะทำร้ายผิวของเธอ แต่ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งเขาเลือกที่จะเงียบและจ้องตาเธอ มันยังเป็นดวงตาที่ดื้อรั้นที่สุดคู่หนึ่งเท่าที่เขาเคยเห็นมา อิซาจำได้ว่าเธอสวมเสื้อผ้าแบบนี้ในวันแรกที่เขาเจอเธอ นาตาหยุดเดินตรงอีกฝั่งของรั้วเหล็ก เธอมองหน้าเขา สายตาดูล่องลอยจนอิซาไม่สามารถบอกได้ว่าเธอมองเขาอยู่รึเปล่า

สิ่งที่คุณทำกับฉัน...ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันจะให้อภัยคุณได้" นาตาพูด ริมฝีปากเธอขยับตาม แต่มันไม่เหมือนว่าเป็นเธอตรงหน้าที่พูดออกมา "อีกสิบวัน สิบชั่วโมง สิบนาทีหรืออาจจะเป็นสิบปี ฉันบอกไม่ได้จริงๆ และฉันคิดว่าคุณเองก็คงจะไม่สามารถให้อภัยฉันง่ายๆ เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ”

อิซาพยายามโต้ตอบ แต่มันไม่มีเสียงใดๆ ออกจากปากเขา เขาพยายามตะเบ็งเสียง ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม

ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาเราทั้งสองคนทำทุกอย่างพัง ทั้งด้วยที่เจตนาและไม่เจตนา" เธอพูดต่อ แม้จะยืนอยู่ตรงหน้า แต่เขาสัมผัสไม่ได้ว่าเธออยู่ตรงนี้จริงๆ "และฉันหวังจริงๆ ว่าเราจะสามารถย้อนกลับไปแก้ไขทุกอย่างได้ แต่คุณก็รู้ว่าเราทำไม่ได้ ต่อให้คุณทำได้ทุกอย่างบนโลกนี้ แต่คุณก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ใช่มั้ยล่ะ”

เขาไม่จำเป็นต้องย้อนเวลากลับไป เขาไม่อยากแก้ไขอะไรในอดีต แต่เขาอยากทำเรื่องของเขาและเธอให้ถูกต้อง เขาอยากพูดแบบนั้น แต่เขาล้มเหลวทุกครั้งที่พยายามออกเสียง

ฉันหวังจริงๆ นะ ว่าฉันจะย้อนเวลากลับไปได้ แต่ถึงจะทำได้จริง ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะเลือกกลับไปเจอคุณรึเปล่า เพราะถ้าฉันไม่ได้เจอคุณ ไม่รู้จักคุณ...ชีวิตฉันคงจะไม่เป็นแบบนี้ ฉันคงไม่หลงระเริงไปกับทุกอย่างที่คุณปรนเปรอให้จนหลงทำผิด...แต่ฉันไม่ได้โทษคุณหรอกนะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด” อิซาได้แต่มองหน้าเธอ ภาวนาให้เธอมองเห็นเขาสักที ให้เธอได้มองตาเขาและเข้าใจความรู้สึกทั้งหมด

ฉันตอบตัวเองไม่ได้ว่าฉันเสียใจหรือดีใจที่เราได้เจอกัน ความทรงจำดีๆ ระหว่างเรามันมีมากเกินกว่าที่จะลบมันด้วยเรื่องร้ายๆ แต่ถึงยังไง...ฉันก็ยังไม่สามารถมองข้ามเรื่องแย่ๆ เหล่านั้นได้ คุณเข้าใจใช่มั้ย"

อิซาไม่สามารถพูดออกมาได้ เขาต่อยรั้วเหล็กตรงหน้าด้วยความอัดอั้น เสียงของเขาหายไปไหน

แม้ว่าเราจะไม่ได้เจอกันแล้ว แต่ฉันจะคิดถึงคุณทุกวันนะ" เธอกำลังจะบอกลาเขา อิซาเขย่ารั้วตรงหน้าเพื่อจะไปหาเธอ เขาจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปไหนอีก "อิซา พระเจ้าของฉัน...”

นาตาเดินถอยหลังห่างออกไปทันทีที่พูดจบ อิซาก้มลงมองรั้วเพื่อหาล็อค หรืออะไรที่รั้งไม่ให้ประตูนี่เปิดอยู่ แต่มันไม่มีแม่กุญแจอะไร เขาปลดรั้วและผลักแรงๆ อีกครั้ง มันไม่ขยับ

ทำไมมันถึงไม่ขยับ

เขาเขย่ามันอีกครั้ง ทั้งถีบ ทั้งต่อย แต่เหล็กตรงหน้าไม่ไหวติง เขาเงยหน้าไปมองนาตา เธอห่างออกไปเรื่อยๆ

อย่าไป

ได้โปรด อย่าไป

เขาตะโกน แต่ไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมาจากปาก

ความมืดด้านหลังดูดกลืนนาตาเข้าไป เขาพยายามรวบรวมเสียงเฮือกสุดท้าย และตะโกนเสียงดัง...

นาตา”

เขาลืมตาขึ้นมาในความมืด พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอน เบื้องหน้ามีแค่เพียงโคมไฟสีเทาที่ห้อยลงมาจากเพดาน อิซากุมคอตัวเอง เสียงของเขากลับมาแล้ว เขามองในความมืดและหายใจเข้าออกเพื่อดึงตัวเองกลับสู่ความจริง สิ่งพวกนั้นที่เธอพูด คือสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยินจากเธอ ตอนนี้มันตามมาหลอกหลอนเขาในความฝัน

มันเป็นแค่ความฝัน...ก็แค่ฝันเท่านั้น

 

 

สุสานล็อกส์บรูค, อีเด็น

ดาห์เลีย วูดส์นอนลงบนผืนหญ้าและมองท้องฟ้ามืดสนิทที่แทบไม่มีดวงดาว เธอสวมเสื้อแขนยาวสีดำที่กลืนไปกับความมืด และยีนส์สีอ่อน มันมีแต่ความเงียบในสุสาน เงียบมากจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง

นอนอยู่ตรงนี้ก็ไม่เลวนะ" เธอพูดและสูดอากาศเข้าเต็มปอด "สงบดีชะมัด ฉันสามารถได้ยินความคิดของตัวเองได้ทั้งหมดเลย แต่ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่านั่นเป็นเรื่องดีรึเปล่า" เธอหลับตาลง และยิ้ม "ถ้าฟังดีๆ ฉันได้ยินเสียงเธอกำลังประชดประชันที่ฉันไปงานเลี้ยงหรูหราพวกนั้นด้วยซ้ำ" เธอหัวเราะ สงสัยว่าบางทีเธอคงเสียสติไปแล้ว

เธอไม่ชอบให้ฉันไปงานเลี้ยงพวกนั้น และคบกับพวกคนเจ๋งๆ ใช่มั้ยล่ะ" ดาห์เลียหันไปที่พื้นที่ว่างข้างๆ จดจ้องในความว่างเปล่าและจินตนาการใครบางคนกำลังส่งยิ้มล้อเลียนให้เธอ ดาห์เลียเงยหน้าขึ้นมองป้ายหลุมศพที่ทำจากหินสีเข้ม มันไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแค่บทสนทนาที่ดาห์เลียคิดว่าอีกฝ่ายจะพูด

ไม่ต้องอิจฉาไปหรอกน่ะ ใช่ว่าฉันจะเข้ากับคนพวกนั้นได้ที่ไหน เธอน่าจะรู้ดีที่สุดแท้ๆ" ดาห์เลียระบายยิ้ม เธอฟังความเงียบหลังจากนั้น และถอนหายใจ

แม้เวลาจะผ่านมาแล้วหลายปี แต่ผู้หญิงที่หลับใหลอยู่ใต้ผืนดินข้างๆ นี่ยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ

ฉันเองก็คิดถึงเธอเหมือนกัน...จูลี่"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #13 Pr!nE_z@>w< (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 02:19
    ลุ้นๆ -..- อันไหนคือความฝัน อันไนคือความจริง เค้างง ไปหมดแล้วเนี่ย
    #13
    0