Sin Story IV วัยรักวังวนร้าย

ตอนที่ 2 : 1.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 พ.ค. 58

  

Chapter One

'Royals'

 

4 ปีที่แล้ว, อีเด็น

ดาห์เลีย วูดส์ยืนถือแก้วน้ำพั้นช์ไร้แอลกอฮอล์อยู่ตรงทางเดินที่เชื่อมระหว่างห้องโถงใหญ่กับห้องอาหารของคฤหาสน์ตระกูลเบลโลนี่ วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฝาแฝด อบิเกลกับอดิสัน ทั้งสองเฉลิมฉลองวันเกิดอายุครบสิบหกปีอย่างเลิศหรู ดาห์เลียไม่ได้อยากมาที่นี่เลย และเธอก็เชื่อว่าเจ้าของวันเกิดเองก็ไม่อยากให้เธอมาเหมือนกัน แม่เธอเป็นคนเอาบัตรเชิญมาให้ และบอกว่าเธอควรจะออกไปมีสังคมบ้าง แม่ไม่มีทางเข้าใจเธอหรอกว่ามันยากแค่ไหนที่จะพยายามเข้ากับคนพวกนี้ พวกเขาไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับเธอ

ดาห์เลียเลือกชุดอย่างพิถีพิถัน เธอสวมชุดกระโปรงสีส้มพีชความยาวถึงหัวเข่า ผมบลอนด์ธรรมชาติถูกรวบขึ้นไปเป็นมวย และติดเครื่องประดับหินสีชมพูที่เข้ากับวัยของเธอ แม้ดาห์เลียจะมั่นใจว่าเธอดูดีที่สุดแล้ว แต่เมื่อเจอคนอื่นๆ ความมั่นใจของเธอก็ลดลงทันที เธอมองกลุ่มเด็กสาวที่กำลังซุบซิบและส่งเสียงหัวเราะ พวกเขาเดินผ่านเธอไป แม้จะอายุใกล้เคียงกัน แต่รูปร่างของพวกเธอมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ดาห์เลียพนันได้ว่าพวกนั้นจะต้องเข้าคลับได้โดยไม่โดนตรวจบัตรเลยล่ะ ในขณะที่เธอดูเหมือนเด็กอายุสิบสี่มากกว่าสิบหก

'คุณดาห์เลียคะ' เทรซี่เดินเข้ามาหาดาห์เลียด้วยท่าทีอุ้ยอ้าย การปรากฏตัวของเทรซี่ทำให้เด็กคนอื่นๆ ในงานหันมามองเธอเป็นตาเดียว

'เทรซี่ ฉันบอกแล้วไงว่าให้รออยู่ด้านนอก'

'ดิฉันเห็นคุณหนูหายไปนานเลยเข้ามา...'

'ฉันสบายดี' ดาห์เลียตอบเสียงขุ่น 'เธอออกไปได้แล้ว'

'แต่ว่า...'

'เธอกำลังทำให้ฉันอายนะเทรซี่ คนอื่นๆ ในงานไม่เห็นมีใครเขาพาพี่เลี้ยงมาสักคน มันทำให้ฉันดูเหมือนเด็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้'

'ใครจะกล้าคิดแบบนั้นคะคุณดาห์เลีย' เทรซี่เอามือทาบอก เธอไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ดาห์เลียอับอาย เธอไม่ชอบปล่อยให้ดาห์เลียห่างสายตาเท่านั้นเอง

ดาห์เลียพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ไม่มีทางที่เทรซี่หรือใครจะเข้าใจได้หรอกว่ามันน่าขายหน้าแค่ไหนที่ต้องมีพี่เลี้ยงคอยเดินตามติด เด็กในวัยเดียวกันกับเธอสามารถไปไหนมาไหนตามใจเพียงลำพัง ในขณะที่เธอจะเข้าห้องน้ำยังต้องมีพี่เลี้ยงคอยพาไปเลย เธอไม่ใช่เด็กแล้ว แต่คนอื่นๆ ไม่ได้มองเธอแบบนั้น

'ดาห์เลีย คนอื่นๆ จะเล่นซ่อนหากัน เธออยากจะเล่นด้วยรึเปล่า' เกเบรียล เฟธธ์เพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียนที่เพิ่งเดินผ่านทักขึ้น ดาห์เลียรีบตอบตกลงทันที เกเบรียลบอกให้เธอรีบตามคนอื่นๆ เข้าไปในห้องโถง ดาห์เลียรับปากและหันไปเผชิญหน้าปัญหาเดียวในตอนนี้

'เทรซี่ ฉันจะไปเล่นกับเพื่อนๆ แล้ว'

'ดิฉันเล่นซ่อนหาเก่งมากๆ เลยนะคะ' เทรซี่ล้อเลียน ดาห์เลียกลอกตาอย่างหงุดหงิด 'ล้อเล่นน่ะค่ะคุณดาห์เลีย ดิฉันไม่เข้าไปเล่นเกมนั้นด้วยหรอกค่ะ แต่รับปากดิฉันก่อนว่าถ้าเกิดเกมจบแล้วให้รีบไปหาดิฉันทันทีที่ทางเข้า รถของเขาจะมารับตอนสามทุ่ม และคุณคงไม่อยากให้แม่ของคุณรอนานหรอกใช่มั้ยคะ' ดาห์เลียพยักหน้า เธอรู้ดีว่าแม่เธอจะไม่ยอมนอน ถ้ายังไม่เห็นเธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

'รู้แล้วน่ะ' ดาห์เรียรับปากและรีบเดินตามเกเบรียลไป

อบิเกลกับอดิสันยืนเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคนในห้องโถง แสงสีทองจากแชนดาเลีย กลิ่นหอมของอาหารชั้นเลิศ และเสียงหัวเราะที่ดังตลอดเวลา มันเป็นบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองโดยแท้จริง อบิเกลกับอดิสันดูไม่เหมือนสาววัยอายุสิบหกเลยแม้แต่นิดเดียว พวกเธอใส่กระโปรงสั้นกว่าที่ควร และเสื้อก็รัดแน่นมากจนดาห์คิดว่าบางทีพวกเธออาจจะหยิบเสื้อสมัยเด็กมาใส่ ยังไงก็ตามการเป็นแขกที่ดีไม่ควรคิดนินทาเจ้าของงานในใจ ดาห์เลียเลยหยุดความคิดไว้แค่นั้นและชะโงกหน้าสำรวจแขกที่มาในงาน

โนอาห์ ลองเวอเจียวัยสิบแปดปีเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับสาวผมบลอนด์ในอ้อมแขน สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับโนอาห์คือแรงดึงดูดทางเพศของเขา ทั้งอบิเกลและอดิสันดึงเสื้อของตัวเองให้คอกว้างลงไปอีกและฉีกยิ้มให้กับโนอาห์ เขามั่วไปทั่ว แต่ไม่เคยแสดงท่าทีว่าสนใจพวกเธอสักที ขณะที่คนอื่นๆ ให้ความสนใจกับโนอาห์ ดาห์เลียกลับสนใจผู้หญิงในอ้อมแขนของเขามากกว่า เธอจำได้ว่าสาวผมบลอนด์ ตาสีเขียว มีกระอ่อนๆ บนใบหน้าคือไวโอเล็ต ไวท์ ลูกสาวคนโตของนายกเทศมนตรีเมืองอีเด็น จอช ไวท์เพิ่งได้รับตำแหน่งเทศมนตรีได้เพียงไม่กี่เดือน เขาเป็นขวัญใจของคนทั้งเมือง เขามีภรรยามาจากตระกูลที่ดีและทั้งคู่มีลูกสาวสองคน ไวโอเล็ตกับเมลานี

โนอาห์เพิ่งสังเกตเห็นดาห์เลีย เขาเอาแต่มองไวโอเล็ตราวกับเธอเป็นเด็กสาวเพียงคนเดียวในห้องนี้ ดาห์เลียแค่ยิ้มขืนๆ ทักทาย โนอาห์พยักหน้ากลับก่อนจะกระซิบถ้อยคำหวานใส่หูของสาวบลอนด์ข้างตัว ทั้งคู่หัวเราะคิกคักก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจใครเลย อบิเกลเบ้ปากไม่พอใจ ทั้งๆ ที่เธอพยายามอย่างมากเพื่อชวนโนอาห์มา แต่เขาดันสนใจแต่ไวโอเล็ต มันน่าเจ็บใจจริงๆ

ดาห์เลียสงสัยว่าอิซามาที่นี่ด้วยรึเปล่า เธอสอดส่องสายตามองหาเขาทั้งห้องแต่ก็ไม่เจอ นั่นสินะ เขาน่ะหรือจะมางานเลี้ยงวันเกิดอายุสิบหกปีของฝาแฝดเบลโล่นี่ ตั้งแต่เธอกลับจากไฮรีเวอร์เดลล์ เธอก็ไม่ได้เจออิซาอีกเลย ชีวิตของเธอกลับมาเป็นสีขาวดำอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าเธอจะได้พบเขาอีกเมื่อไหร่

เกมซ่อนหาเริ่มต้นขึ้น อบิเกลกับอดิสันเจ้าของวันเกิดอาสาเป็นคนหา และปล่อยให้เพื่อนๆ อีกหลายสิบชีวิตไปซ่อน โดยกำหนดอาณาเขตไว้ภายในคฤหาสน์หลังนี้ ดาห์เลียเลือกเดินขึ้นไปชั้นสอง มีเด็กไม่กี่คนที่ขึ้นมาบนนี้แสดงว่าจะต้องมีที่ซ่อนเหลือให้เธอแน่ๆ หลังจากเดินวนหาอยู่ไม่นาน เธอก็รีบมุดเข้าไปใต้โต๊ะวงแจกันที่มีผ้าคลุมปักดิ้นทองคลุมเอาไว้ จากตรงนี้เธอมองเห็นเงาลางๆ ของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา อบิเกลกับอดิสันนับถอยหลังเสียงดังพร้อมกัน และเมื่อการค้นหาเริ่มขึ้น ดาห์เลียก็พยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ เธอไม่อยากดูเป็นยัยขี้แพ้และถูกพบตั้งแต่ตอนแรกของเกมหรอก

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ดาห์เลียกอดเข่าและได้แต่ภาวนาให้อบิเกลหรืออดิสันหาเธอเจอสักที เธอหิวน้ำ แล้วก็อยากออกไปจากที่นี่จะแย่แล้ว เธอถอนหายใจขณะที่แอบเลิกผ้าออกไปมองด้านนอก ทั้งทางเดินชั้นสองไม่มีใครอยู่เลย เสียงหัวเราะด้านล่างบอกได้ว่าคนอื่นๆ คงกำลังสนุกกันแล้ว แต่จะให้ทำยังไงล่ะ เธอควรจะเดินออกไปและยอมแพ้อย่างนั้นหรือ อดิสันขึ้นมาบนชั้นสองสองรอบแล้ว แต่ไม่เคยเดินมาหาทางนี้สักที

ดาห์เลียกลับเข้าไปหลบใต้โต๊ะอีกรอบและถอนหายใจอย่างหงุดหงิด แล้วแบบนี้เธอจะเป็นเพื่อนกับคนพวกนี้ได้ยังไง แม่คงจะบอกว่าเธอไม่พยายามมากพอ ทั้งที่เธอก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว บางทีเธออาจจะเป็นคนมนุษยสัมพันไม่ดี เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นตรงทางเดินทำให้ดาห์เลียตื่นตัว บางทีอดิสันหรืออบิเกลอาจจะขึ้นมาชั้นบนแล้ว พวกเธอจะต้องตามหาเธออยู่แน่ๆ ไม่มีทางที่เกมนี้จะจบลงได้ถ้ายังตามหาตัวไม่เจอทุกคน ดาห์เลียภาวนาให้พวกนั้นหาเธอพบสักที เธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว มันน่าหดหู่มากเกินไป มางานเลี้ยงแต่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะเนี่ยนะ เงาของใครบางคนมาหยุดตรงหน้าเธอ และเมื่อผ้าคลุมถูกเลิกขึ้น ดาห์เลียก็พบว่ามันไม่ใช่ทั้งอบิเกลหรืออดิสัน แต่คืออิซา ลอฟแมนที่กำลังมองเธอด้วยแววตาขบขันต่างหาก

เธอหาเสียงของตัวเองไม่เจอ ดาห์เลียได้แต่กระพริบตามองเขา ตื่นตะลึงกับการปรากฏตัวของคนที่เธอคิดถึงอยู่ตลอดเวลา

'เจอแล้ว' เสียงของเขายังน่าฟังเหมือนเดิม ดวงตาของเขา รอยยิ้ม เขามีกลิ่นเหมือนลาเวนเดอร์ผสมกับไม้หอม โคโลญจ์กลิ่นนี้บ่งบอกความเป็นตัวเขาได้ดี มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ทุกๆ อย่างที่เป็นเขายังชัดเจนดีในความทรงจำของเธอ หัวใจของดาห์เลียเต้นแรงจนเธอต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น และพยายามควบคุมร่างกายที่กำลังบ้าคลั่งของตัวเอง เขามีอิทธิพลกับเธอมากเกินไป 'เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย'

'ฉันแค่ตกใจน่ะ' ดาห์เลียตอบและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอต้องกำหนดลมหายใจเข้าออกอยู่นานกว่าจะสามารถทำให้หัวใจที่เต้นแรงจนแน่นหน้าอกสงบลงได้ อิซารออย่างใจเย็น เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่ท่าทีประหม่าของดาห์เลียทำให้เธอดูน่าเอ็นดู

'โนอาห์บอกว่าเห็นเธออยู่ในงาน ฉันเดินหาเธอซะทั่ว มาซ่อนอยู่ที่นี่เอง'

'ฉันเล่นเกมซ่อนหาอยู่น่ะ สงสัยจะซ่อนเก่งมากจนคนอื่นหาไม่เจอ'

'กระโปรงของเธอโผล่ออกมาจากใต้โต๊ะ เธอไม่ได้ซ่อนตัวเก่งขนาดนั้นหรอก' อิซาหัวเราะและกวักมือเรียกดาห์เลีย 'ออกมาได้แล้ว'

'แต่เกมมันยังไม่จบเลยนะ'

'คนอื่นๆ ออกไปนอกบ้านกันหมดแล้ว'

'พี่หมายความว่ายังไง'

'อบิเกลกับอดิสันชวนคนอื่นๆ ออกไปข้างนอกแล้ว' อิซายื่นมือมา ดาห์เลียยังช็อคอยู่กับสิ่งที่เพิ่งรู้ ทุกคนไปข้างนอกกันโดยลืมเธอไว้น่ะหรือ เธอนั่งรอที่นี่นานขนาดนี้เพียงแค่หวังว่าใครสักคนจะตามหาเธอเจอสักที แต่พวกเขากลับลืมเธอสนิท

'พวกเขาลืมฉันไปแล้ว' ดาห์เลียพึมพำ อิซาเพิ่งเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นใจดาห์เลีย เธอเป็นเด็กสาวโดดเดี่ยวที่เข้ากับใครยากมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 'ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย'

เขาไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรมั้ยในสถานการณ์แบบนี้เลยได้แต่เงียบและมองหน้าดาห์เลีย

'แม่บอกว่าฉันจะหาเพื่อนได้ในงานนี้ แต่ไม่ใช่เลย พวกเขาไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉัน ฉันมันแค่เด็กสาวจากครอบครัววูดส์ที่ไม่มีใครรู้จัก ฉันดูเหมือนเด็กที่ยังเชื่อในซานต้าคลอสในขณะที่คนอื่นๆ โตเป็นสาวกันหมดแล้ว'

'ฉันเชื่อในซานต้าคลอสนะ' อิซาแทรกขึ้นมา ดาห์เลียเงยหน้าขึ้นสบตาเขาและหัวเราะขืนๆ

'พี่อย่ามาโกหกน่ะ'

'ไม่มีใครแก่เกินไปสำหรับซานต้าคลอสหรอก'

'พี่ทำให้ซานต้าคลอสดูเป็นเรื่องเจ๋งขึ้นมาเลย' เธอคิดแบบนั้นจริงๆ ไม่ว่าอะไรที่ออกจากปากเขาล้วนดูดีทั้งนั้นล่ะ อิซายิ้มกว้างก่อนจะโบกมือให้ดาห์เลียหลบ

'ขยับไป'

เธอสะดุ้งและยอมขยับก้นแต่โดยดี ใต้โต๊ะนี้ไม่ได้มีพื้นที่กว้าง แต่ก็มากพอสำหรับคนสองคนที่จะยัดเข้าไป ไหล่ของเธอชนกับไหล่ของเขา และมันทำให้หน้าของเด็กสาวร้อนผ่าว

'ในนี้ก็ไม่เลวแฮะ ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมออกไปไหน' อิซาพูด แม้ว่าศรีษะของเขาจะชนใต้โต๊ะก็ตาม แค่เธอมองเขาก็รู้สึกอึดอัดแทนแล้ว ผู้ชายตัวสูงอย่างอิซามานั่งขัสมาสอยู่ใต้โต๊ะแคบๆ นี่ดูไม่สะดวกสบายเอาซะเลย

'พี่ไม่ต้องไปหาใครเหรอไง'

'ฉันแค่มาเพราะโนอาห์บอกให้มาเท่านั้นล่ะ แต่หมอนั้นทิ้งฉันไปหาสาวแล้ว'

'ไวโอเล็ต ไวท์'

'ใครนะ' อิซาหันมาเลิกคิ้วใส่ ดาห์เลียเผลอขยับตัวหนีเพราะพบว่าพวกเขาใกล้ชิดกันมากเกินไป

'ผู้หญิงที่เขามาด้วยไง' เธอพยายามทำเสียงเรียบเหมือนไม่ได้ตื่นเต้นอะไร 'ลูกสาวคนโตของเทศมนตรีไวท์'

'งั้นเหรอ' อิซาดูประหลาดใจ 'ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย'

'พวกพี่ไม่คุยกันเรื่องสาวๆ เหรอไง'

'โนอาห์ชอบคุยเรื่องสาวๆ แต่คนอื่นไม่เห็นมีใครชอบ คนที่เงียบที่สุดเห็นจะเป็นเอ็ม' ดาห์เลียรู้ว่าเอ็มที่เขาหมายถึงคือมาโนโล ควินลิงตัน 'ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันเห็นเอ็มดูจะใส่ใจมากที่สุดก็คงเป็นเธอล่ะมั้ง' เธอแค่ยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไร

'บ้านที่ไฮรีเวอร์เดลล์พวกเราอยู่ติดกัน' เธอตอบแค่นั้น

'ฉันรู้ว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่านั้นน่ะ' เขาขยิบตาและเอานิ้วชี้แตะปาก 'ไม่ต้องห่วง ฉันเก็บความลับเก่ง'

ดาห์เลียสงสัยว่าเขาหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ หรือแค่พูดติดตลก เธอไม่ชอบพูดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับมาโนโลให้ใครฟัง อันที่จริงแล้วเธอไม่เคยพูดถึงมันด้วยซ้ำ มันทำให้เธออึดอัด เพราะเธอไม่ได้คิดแบบเขา ความห่วงใยจากเขาเป็นเรื่องน่ากระอักกระอ่วนสำหรับเธอ

'เอาล่ะ เราจะออกไปข้างนอกกัน หรือจะนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ดี'

'พี่ต้องไปแล้วใช่มั้ย' ดาห์เลียถามและไม่ซ่อนความเสียดายเลย

'ฉันไม่รีบไปไหนหรอก' อิซารีบบอก 'เธอล่ะ ไม่อยากออกไปเจอเพื่อนๆ รึไง'

'ฉันไม่มีเพื่อนที่ไหนหรอก' เธอห่อไหล่ และพันนิ้วกันยุ่งเหยิงด้วยความหดหู่ 'ฉันเกลียดทุกคนที่นี่'

อิซาหัวเราะอย่างเอ็นดู เขาระบายยิ้มอ่อนโยน

'โกหก'

ดาห์เลียเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งเธอเธอก็หวั่นไหวกับสายตาเขาทุกครั้งไป

'เธอไม่เกลียดฉัน' คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเขาทำให้เธอยิ้ม ดาห์เลียไม่ได้ตอบอะไร เธอแค่พยักหน้ารับ

ใช่ เธอไม่เกลียดเขา มันตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ดาห์เลียเก็บความลับนั้นไว้กับตัวเองและฉีกยิ้มใสซื่อกลับให้อีกฝ่าย

'ถ้าเธอยังไม่อยากออกไปไหน เรานั่งคุยกันในนี้สักพักก็ได้' อิซาบอก และขยับตัวเอนพิงกับกำแพง ดาห์เลียพยักหน้า และนึกดีใจที่เขายอมทำเพื่อเธอ

มันไม่ใช่แค่สักพัก พวกเขาใช้เวลานั่งคุยกันเรื่องทั่วไปนานอยู่สามชั่วโมง มันเป็นสามชั่วโมงที่ชีวิตของดาห์เลีย วูดส์กลับมามีสีสันอีกครั้ง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #12 Pr!nE_z@>w< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 02:12
    นี่คือหนึ่งในความลับของพวก เซเว่นซินสินะ 

    บาปทั้งหลายนี่ ไม่ได้มีที่มาอะไรพิเศษเลย ก็แค่..

    ต้นเหตุของบาปนี่ก็คือความรักสินะ
    #12
    0