เมียอุปถัมภ์

ตอนที่ 4 : เมียลับๆ 1-3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 พ.ย. 59




       ริสเตียนก้าวเข้ามาในศาลาใหญ่โตอีกครั้ง บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวอย่างสมเกียรติคนที่นอนหลับสนิทในโลงศพสีทองอร่าม ทุกสายตาจับจ้องมองร่างสูงด้วยความนับถือและเกรงกลัว ด้านหลังของคริสเตียนแก้วกานดาเดินตามไม่ยอมห่างเพราะกลัวว่าคนของคุณนายชื่นจะตามมาลากหล่อนออกไปอีก

 

 

       “นังแก้ว! ใครให้แกเข้ามา”

 

 

 

       มุกระวีปรี๊ดแตก ปรี่เข้าไปกระชากเรือนผมของแก้วกานดาแล้วเหวี่ยงจนร่างถลาไปชนเก้าอี้รับแขกล้มละเนละนาดเสียงดัง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

 

 

 

       “ฉันให้คนไล่แกออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังเสนอหน้าขึ้นมาอีก อยากจะออกหน้าเป็นเมียน้อยให้ชัดๆ เลยใช่ไหม ได้! เดี๋ยวฉันจัดให้” คุณนายชื่นก้าวเข้ามาสบทบกับหลานสาว แล้วร้องเรียกให้คนเข้ามามุงดูแก้วกานดาที่พยายามพยุงร่างของตัวเองลุกขึ้น “เจ้าข้าเอ๋ย มาดูนังหน้าด้าน ชอบรักกินขโมยกิน แย่งผัวเช้าบ้าน วันๆ ไม่ทำอะไรได้แต่นอนแหกแข้งแหกขารอรับแขกในซ่อง ทำกระแดะเป็นชุบตัวเทียบเสมอพวกเรา อยากจะให้เขารู้ว่าเป็นเมียน้อยเศรษฐี มาเลย มาดูกันให้เต็มตา ผู้หญิงหน้าด้าน ไม่มียางอาย!”    

 

 

       “อีโสเภณีชั้นต่ำ คนอย่างแกมันเป็นกาไม่มีทางผงาดขึ้นมากลายเป็นหงส์ได้หรอก” มุกระวีถากถางสำทับตั้งใจจะให้แก้วกานดาอับอายจนต้องแทรกแผ่นดินหนี

 

 

 

        คราวนี้คนลุกฮือขึ้นมาดูมากขึ้น ต่างก็ซุบซิบนินทากันให้แซ่ด บ้างก็มองแก้วกานดาด้วยสายตาดูถูกดูแคลน บ้างก็ถ่ายรูปถ่ายคลิปวิดิโอไว้

 

 

 

       แก้วกานดาก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเวทนา จะพูดแก้ต่างให้ตัวเองก็หามีใครเชื่อไม่เพราะที่นี่มีแต่คนของพันธารา แต่ถ้าหล่อนนิ่งเงียบพวกพันธาราก็ต้องรุมยำหล่อนเละแน่

 

 

       “คุณนาย คุณมุกคะ แก้วขอร้องล่ะค่ะ ขอให้แก้วได้กราบศพท่านสักครั้ง แล้วแก้วจะไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีก” แก้วกานดาพนมมือไหว้ขอร้อง พยายามพูดจาประนีประนอมกับสองย่าหลาน

 

 

       แต่ดูเหมือนคนที่มีจิตอคติกับหล่อนไปแล้วจะไม่เห็นใจต่อคำอ้อนวอนนั้น มิหนำซ้ำยังเบ้ปากใส่

 

 

 

       “ไสหัวออกไปซะ! หรือแกต้องการจะให้ฉันตบสั่งสอนก่อน แกถึงจะออกไป” มุกระวีข่มขู่เสียงดังลั่น ขยับเข้าหาแก้วกานดาอย่างเอาเรื่อง

 

 

       “คุณมุกคะ...” แก้วกานดาทำเสียงเว้าวอน มุกระวียกมือขึ้นจะตบหน้า

 

 

       “หมดเวลาสำหรับละครฉากใหญ่แล้ว” เสียงทรงอำนาจของคริสเตียนเอ่ยขึ้น ทุกคนแหวกทางให้เจ้าของน้ำเสียงนั้นอย่างเกรงกลัว เขาเดินตรงไปหาแก้วกานดา ก่อนจะทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด

 

 

       เขาอุ้มหล่อนขึ้นมา

 

 

       มุกระวีมองตาค้างด้วยความตกใจปนริษยา ไม่ต่างอะไรกับคุณนายชื่นที่ได้แต่ยืนอ้าปากพะงาบๆ  อยากจะร้องด่าผู้หญิงหน้าด้านในอ้อมกอดคริสเตียนที่ขโมยลูกชายของนางไม่พอ ยังจะฉกว่าที่หลานเขยของนางไปอีก

 

 

       “คุณคริสไปอุ้มมันทำไมคะ” มุกระวีแว้ดถามเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 

 

       “ผมจะทำอะไรมันก็เรื่องของผม กรุณาหลีกทางด้วยครับ”

 

 

       แต่ก็ถูกเขาตอกกลับมาจนหน้าหงาย ก่อนที่ร่างสูงจะเดินผ่านหน้ามุกระวี ไปหยุดอยู่ตรงหน้าโลงศพของรังสรรค์

 

 

       “พอมีแรงไหม” เขาถามผู้หญิงในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

 

 

       แก้วกานดาพยักหน้ารับทั้งน้ำตา คริสเตียนจึงปล่อยร่างหล่อนลงเพื่อเคารพศพของรังสรรค์ได้อย่างถนัดถนี่

 

 

       หล่อนคุกเข่าลงเอื้อมมือไปหยิบธูปหนึ่งดอกพร้อมต่อไฟที่เทียนตรงหน้าพนมมือไหว้ขออโหสิกรรมกับรังสรรค์ ปักธูปลงกระถางแล้วก้มลงกราบศพเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

       “พอใจแล้วใช่ไหม” คริสเตียนกระซิบถาม

 

 

       แก้วกานดาได้แต่พยักหน้า สะอึกสะอื้น หากไม่มีเขาป่านนี้หล่อนคงจมแทบเท้ามุกระวีกับคุณนายชื่นเป็นแน่แท้

 

 

       “งั้นก็ออกไปจากที่นี่กัน” พูดจบคริสเตียนก็ทำให้หล่อนประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อเขาตวัดแขนช้อนร่างของหล่อนขึ้นอุ้ม เดินผ่านหน้าคุณนายชื่น มุกระวีและไทยมุงออกจากศาลาวัดอย่างไม่แคร์สายตาใคร

 

 

       “คุณย่า นังแก้วมันแย่งคุณคริสของมุกไปแล้ว” มุกระวีกระทืบเท้าเร้าๆ ด้วยความเจ็บใจ

 

 

       “ใจเย็นๆ นะหลานรัก  ย่าล่ะไม่รู้จะด่านังส่ำสอนคนนี้ยังไงดี  รังสรรค์ไม่ทันจะเผา มันก็คิดจะมีผัวใหม่แล้ว แต่คราวนี้มันดันเล่นของสูง ย่าไม่ยอมแน่” คุณนายชื่นเจ็บใจไม่แพ้หลานสาว ดูท่าดูทางแล้ว  คริสเตียนไม่พ้นหลงเสน่ห์แม่นั่นอีกคน นางคงต้องหาทางกำจัดอีกาฝากคนนี้ขั้นเด็ดขาดแล้วสิ

 

 

       “คุณย่า มุกไม่ยอมนะคะ จะให้นังเมียน้อยได้คุณคริสไปไม่ได้” มุกระวีเขย่าแขนคนแก่จนหัวสั่นหัวคลอน

 

 

       “โอ้ย! ยายมุก เบาๆ หน่อย ย่าเวียนหัว เอาไว้เสร็จงานศพพ่อของหลานก่อน ย่าจะจัดการกับอีแก้วมันเอง” คุณนายชื่นปลอบหลานรัก แม้จะรู้ดีแก่ใจว่ามหาเศรษฐีหนุ่มคนนั้นไม่เคยชายตามองหลานสาวของนางเลย แค่โดนตัวเขาก็ทำท่ารังเกียจราวกับมุกระวีเป็นตัวเชื้อโรค ผิดกับนังโสเภณีนั่นถึงกับอุ้มพากันออกไป นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผู้ชายถึงได้สนอกสนใจผู้หญิงแบนนี้กันนัก

 

 

 

       ริสเตียนปล่อยร่างบางลงสู่พื้นเมื่อเดินมาถึงบริเวณรถของเขา แก้วกานดายังคงร้องไห้ไม่เลิก เขาปรายตามองหล่อนแล้วถอนหายใจออกมา

 

 

       เขาดันเกิดมาแพ้น้ำตาผู้หญิงด้วยสิ

 

 

       “เลิกร้องไห้ได้แล้ว อยู่กับผมไม่มีใครกล้าทำร้ายคุณหรอก” เสียงเข้มตวาดบอก อยากจะปลุกปลอบหล่อนมากกว่านี้แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่

 

 

        นิสัยอีกอย่างของคริสเตียน คือเป็นคนซื่อตรงไม่ชอบผิดลูกผิดเมียใคร เพราะฉะนั้นผู้หญิงอย่างแก้วกานดา คริสเตียนไม่คิดจะเฉียดกายเข้าหาทว่าเหตุการณ์วันนี้มันจำเป็น เขาทนเห็นผู้หญิงถูกรังแกไม่ได้แม้ว่าแก้วกานดาจะเป็นต้นเหตุของความบาดหมางก็ตาม

 

 

       แก้วกานดากลั้นสะอื้น ใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้งราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกผู้ใหญ่สั่งให้หยุดร้องไห้

 

 

       “ขอบคุณนะคะที่ช่วยแก้ว” แก้วกานดาไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจที่เขากรุณาลดตัวลงมาช่วยหล่อนอย่างไรดี

 

 

       “ผมช่วยก็เพราะว่าคุณขอร้อง”

 

 

       “อ่อ...ค่ะ”

 

 

       “และคุณก็เสนอว่าจะทำทุกอย่าง”

 

 

       แก้วกานดารู้สึกท้องเริ่มขดกันเป็นเกลียวแน่นเมื่อเขาจ้องมองหล่อนอย่างจริงจัง

 

 

       “ค่ะฉันยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของคุณ” ด้วยความใสซื่อและไม่ได้เอะใจในคำพูดแฝงนัยนั้น หล่อนจึงพูดไปตามที่คิด โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีบางอย่างแอบแฝง

 

 

       “ดีงั้นก็จำคำพูดคุณเอาไว้นะ” เขากำชับเสียงหนักแน่น

 

 

       “ค่ะ”

 

 

       “ตอนนี้รังสรรค์ก็ตายแล้ว เพราะฉะนั้นคุณควรเลิกยุ่งกับครอบครัวพันธาราเสียที ผมเชื่อว่าก่อนตายรังสรรค์คงทิ้งอะไรไว้ให้คุณเยอะ เอาสิ่งที่เขาทิ้งไว้กลับมาสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างชีวิตใหม่เถอะ คนอื่นจะได้ไม่พานดูถูกคุณอีก”

 

 

       คำพูดของคริสเตียนทำให้แก้วกานดามึนงง

 

 

       “อะ...อะไรนะคะ”

 

 

       “ผมพูดชัดเจนนะ” เขาเน้นเสียงเล็ดลอดไรฟันออกมา คริสเตียนอยากให้หญิงสาวหลุดพ้นจากการเป็นเมียน้อยและมีชีวิตเหมือนผู้หญิงปกติ “แต่ก็เอาเถอะ คุณจะทำหรือไม่มันก็เรื่องของคุณ ผมแค่เตือนด้วยความหวังดี คุณรีบกลับไปเถอะนะ ก่อนที่เจ้าของงานจะออกมาไล่อีก” เขาบอกหล่อนเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปที่รถ

 

 

       “คุณคริสคะ” เสียงหวานร้องเรียก

 

 

       เขาหยุดเดินแต่ไม่หันมามองหล่อน

 

 

       “แก้วอยากจะทำอะไรตอบแทนคุณ ถ้าคุณจะกรุณาช่วยบอกชื่อที่อยู่ของคุณได้ไหมคะ”

 

 

       รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักทันที

 

 

       “ผมคงบอกได้แค่ชื่อนะ ผมชื่อคริสเตียน วาเลนติน คุณไม่จำเป็นต้องวุ่นวายหาอะไรมาตอบแทนผมหรอก ถึงเวลาเมื่อไหร่คุณได้ตอบแทนผมแน่” เขาเอี้ยวคอหันมามองหล่อนเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปเงียบๆ

 

 

       แก้วกานดาจ้องมองร่างแข็งแกร่งที่กำลังก้าวขึ้นรถยุโรปคันหรูด้วยท่วงท่าสง่าผ่าผาย ไม่ว่าเขาจะขยับกายในรูปแบบไหนก็ดูดีไปเสียหมด หล่อนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคริสเตียนเป็นผู้ชายในอุดมคติของหล่อนทุกอย่าง เขาสุขุม นุ่มลึก ใจดี และน่าค้นหา ทำให้หล่อนอดที่จะตกหลุมรักกับภาพลักษณ์ของเขาไม่ได้ ร่องรอยอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นยังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่รู้ว่าบุญและวาสนาในชาตินี้จะเพียงพอที่จะนำพาหล่อนไปพบเขาอีกครั้งได้ไหม

 

 ----------------------------------

     

      ถ้าชอบเรื่องนี้อย่าลืมกดแอดเป็นแฟนนิยายนะคะ ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #20 Soodteerak San D (@vanilla-seal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 18:05
    คริสเตียน นายมันจอมวายร้าย
    #20
    0
  2. #19 Rlompapai (@rlompapai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 22:08
    พระเอก เริ่มต้นก็ร้ายกาจ ซะแล้ว....แบบนี้นางเอกมิย่อยยับคามือรึ...????????
    #19
    1
    • #19-1 poplove (@blacktea) (จากตอนที่ 4)
      27 เมษายน 2559 / 23:04
      ต้องติดตาม เพราะเจ้าเล่ห์มากค่ะเรื่องนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
      #19-1