{VMIN} Smilingly ❥ยิ้มแบบนี้รักพี่ก็บอกมา

ตอนที่ 14 : บทที่ 12 : ผีและคำสารภาพ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 ธ.ค. 58









ตุ้บ!

“โอ๊ย” ร่างบางของผมถูกเจ้าของมือหนาโยนลงบนเตียงนุ่มนิ่มอย่างแรง นี่ผมกลายเป็นชะนีทำตัวอ่อนแอให้อีกฝ่ายจับโยนง่ายๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ผมเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างโกรธๆ เฮียแม่งเป็นบ้าไรเนี่ย จู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาในห้องไอ้กุก ไม่พอแค่นั้นยังฮึ่มฮั่มเขียนโน้ตบ้าๆ ทิ้งไว้ให้ไอ้กุกอีก

“ไอ้บ้านั่นมันเป็นใคร” เฮียถามพร้อมกับทิ้งตัวลงมาคร่อมผมไว้

“ใคร”

“ไอ้คนที่จีมินไปนอนด้วยไง!” เสียตะคอกใส่ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวโกรธมากแค่ไหน

“อ้อ...คนนั้นน่ะหรอ” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธจัดผมก็ยิ่งนึกสนุก อยากจะแหย่หนวดเสือดู และก็ได้ผลเฮียกัดฟันกรอดเลยทีเดียว ผมแอบลอบขำในใจที่เห็นเฮียเป็นแบบนี้

!!

“เขาเป็นใครเฮียจำเป็นต้องรู้ด้วยหรอ” ผมยกยิ้มมุมปากอย่างถือดี รู้นะว่าสถานการณ์แบบนี้มันอันตรายต่อตัวผมมากแค่ไหน แต่ผมก็อยากจะแกล้งเฮียบ้าง เฮียจะได้รู้ว่าความรู้สึกที่เห็นคนของตัวเองไปนอนกับคนอื่นมันรู้สึกยังไง!

ถึงแม้ไอ้บ้านั่นจะเป็นจองกุกก็ตาม...

นี่เฮียเขาไม่รู้จริงๆ ใช่มั้ยว่าห้องนั้นมันห้องไอ้จองกุกอ่ะ! คอนโดนั้นก็คอนโดที่พี่ซอกจินอยู่ เฮียเขาโมโหจนไม่สนใจรอบข้างเลยใช่มั้ย!?

“จีมิน!

“เฮียจะมาสนใจจีมินทำไม ไปสนใจโชอานู่น”

“จีมิน!

“จีมินมันก็น่าเบื่อแบบนี้แหละ อยากได้สนุกๆ ก็ไปสิเชิญเลย” ผมพูดประชด เวลานี้จะเป็นยังไงเฮียจะโกรธจนทำอะไรผมก็ไม่สนใจแล้ว ผมเองก็โมโหไม่แพ้กันนั่นแหละ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ไฟล้างไฟกันไปเลย

“กล้าไล่กูหรอ!

“...” ผมเงียบ ตกใจที่เฮียตะคอกใส่ด้วยคำหยาบคาย เฮียไม่เคยขึ้นมึงขึ้นกูกับผมเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรก มันทำให้ใจผมแอบกระตุกวูบไปเล็กน้อย

“รู้ใช่มั้ยว่ากูไม่ชอบให้ทำแบบนี้แล้วยังจะทำอีก!

“โอ๊ย!” ผมร้องออกมาเพราะเจ็บที่ข้อมือมากๆ เฮียโมโหจนออกแรงบีบข้อมือผมอย่างแรง

“ไอ้เวรนั่นมันเป็นใคร!

“จำเป็นต้องบอกหรอ แล้วทีมึงอ่ะไปกับคนนู้นคนนี้ได้ทำไมกูจะทำมั่งไม่ได้!” ในเมื่อเฮียเขาหยาบใส่ผมเองก็ไม่จำเป็นต้องพูดดีตอบ

“จีมิน!

“แบบนี้มันก็แฟร์ๆ ไม่ใช่หรอวะ! อื้อ...” พูดยังไม่ทันจบริมฝีปากหนักหน่วงก็พุ่งตรงมาครอบงำริมฝีปากผมทันที กี่ครั้งแล้ววะที่ทะเลาะกันผมจะพูดอะไรบ้างเฮียจะทำแบบนี้เสมอ กี่ครั้งแล้วที่ทะเลาะกันมันมักจะจบลงด้วยการมีเซ็กส์ตลอด มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งปัญหาหลายๆ อย่างมันเลยแก้ไม่ตรงจุดสักที

“อื้อ!” เฮียลากไล้ริมฝีปากอุ่นร้อนไปตามเนื้อตัวผม สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายลิ้นชื้นค่อยๆ แตะไต่ตามเนื้อผิวเนียนของผมช้าๆ จะว่ารู้สึกดีมั้ยมันก็รู้สึกดีนะ แต่ไม่ใช่เวลานี้!

“ออกไปนะ!” ผมรวบรวมสติแล้วออกแรงผลักเจ้าของร่างสูงบนตัวผมให้ออกไปจนเฮียเซถอยตกเตียงไป

ผมยันตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวขาสั้นๆ ของตัวเองลงจากเตียง เออเกือบเคลิ้มไปแล้วมั้ยละ ดีนะตั้งสติได้ทันไม่งั้นกูได้เสร็จแม่งอีกแน่ๆ ผมแยกเขี้ยวถลึงตาใส่เฮียก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไป แต่เฮียเขาเร็วกว่าผมมากวิ่งมาดักทางผมไว้ อ้าแขนขวางประตูทำให้ผมไม่สามารถหนีไปไหนได้

“ถอยไปนะถอยไป!” ผมพูดอีกครั้งพร้อมกันดันตัวเฮียออกแต่ก็ไร้ผล เฮียไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด ยังคงตีหน้าขรึมจ้องผมอยู่อย่างเดิม อะไรวะเนี่ยตัวก็บางยังกับแผ่นกระดาษแต่ทำไมถึงแข็งปั๋งขนาดนี้วะ (หน้าท้องแข็งนะหน้าท้อง) ขนาดผมออกแรงทุบตีขนาดนี้ยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง

“หยุดได้แล้วมันเจ็บ” เฮียว่าแต่ผมก็ยังไม่ยอมหยุด เจ็บนั่นแหละดี!

“บอกให้หยุดไงวะมันเจ็บฟังไม่รู้เรื่องหรือไง!

“เฮ้ย!” ผมร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ เฮียก็เข้ามาโอบรอบตัวผมไว้แล้วพลิกตัวผมให้หันหลังเข้าหาหน้าท้องแข็งปั๋งของเขาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อได้สติผมก็จัดการดีดดิ้นให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการของคนตัวสูงนี้ แต่เฮียเขาก็ปรามผมด้วยการส่งเสียงขู่เบาๆ ก่อนจะเพิ่มแรงกอดผมมากขึ้น

“อยู่นิ่งๆ ซักแปบได้มั้ย” เฮียพูดเสียงเบา ผมใช้หางตาตวัดไปมองใบหน้าของอีกฝ่าย เฮียที่กำลังทำสีหน้าน่ากลัวเมื่อครู่หายไปเหลือเพียงแต่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหลับตาพริ้มเอาคางเกยไหล่ผมเท่านั้น

บรรยากาศในห้องตอนนี้คือเงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของคนที่กอดผมได้ชัดเจน เฮียยังคงกอดผมและหลับตาอยู่อย่างนั้น เฮียเขาคงไม่ได้หลับใช่มั้ย? คือมันก็นิ่งไปนะ

“เฮีย” ผมเรียกคนตัวสูงเบาๆ พร้อมกับใช้มือสะกิดเจ้าตัวแต่ก็ไม่ไหวติงเลย

ฉิบหายแล้วไงละ...แม่งหลับจริงๆ หรอวะ

“เฮียเว้ย” ลองเรียกอีกครั้งซิ

“...” ยังคงไม่มีเสียงตอบรับเช่นเดิม

“แทแท” ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเรียกชื่อของเฮียไปแบบนั้น แต่ความรู้สึกของผมมันบอกให้เรียกชื่อนี้ออกไป

“อือ...” และก็ได้ผล เฮียส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ ก่อนจะปรือตาขึ้นมาและนำคางแหลมๆ ของตัวเองออกจากไหล่ของผม เฮียผละกอดออกเพื่อปล่อยให้ผมเป็นอิสระ

“เฮีย” ผมเรียกคนตัวสูงเต็มเสียงแต่เหมือนเฮียเขาจะไม่ได้สนใจเสียงเรียกของผมเลยแม้แต่น้อย เฮียเดินหายเข้าไปในห้องน้ำพักนึงก็เดินออกมา

“เฮีย” ผมเรียกเฮียอีกครั้งคราวนี้เฮียหันมามองหน้าผมก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ มาให้ เฮียหันไปกดไอโฟนตัวเองก่อนจะยกมันขึ้นแนบหู

“ฮัลโหล ผมขอยกเลิกนัดวันนี้นะพอดีผมมีเรื่องอื่นที่ต้องสะสางน่ะ” ไม่รู้หรอกนะว่าเฮียกำลังโทรหาใครอยู่แต่ที่แน่ๆ คือตอนที่เฮียพูดว่าเรื่องอื่นเฮียหันมาสบตากับผมนี่สิแถมยังเน้นเสียงคำนั้นด้วย

“โอเคขอบคุณมาก ราตรีสวัสดิ์นะ” พูดจบเฮียก็ตัดสายแล้วยัดไอโฟนเข้ากระเป๋ากางเกงไปก่อนจะหันมามองหน้าผมแล้วเริ่มออกคำสั่ง

“ไปอาบน้ำซะ” เฮียสั่งเสียงเรียบ

“ไม่”

“จีมินอย่าดื้อ” ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ยอมไปอาบน้ำตามคำสั่งเฮียแต่โดยดี ผมพูดเลยว่าครั้งนี้เฮียดูน่ากลัวแปลกๆ ถึงแม้จะไม่ใช่การที่ทำอะไรผมบนเตียงก็ตาม ไอ้การมีเซ็กส์กับผมทุกครั้งที่ทะเลาะกันมันยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้เลยนะ ครั้งนี้เฮียเขาไม่ทำอะไรผมแต่กลับตีหน้านิ่งและพูดกับผมด้วยน้ำเสียงโทนต่ำแทน มันทำเอาผมขนลุกซู่เลยทีเดียว ผมว่าแบบนี้น่ากลัวกว่านะมันดูเยือกเย็นแปลกๆ

 

 

 

“ขึ้นรถ” เฮียสั่งอีกครั้งก่อนจะดันตัวผมให้เข้าไปนั่งในรถข้างคนขับ แล้วเฮียก็เดินเข้ามานั่งฝั่งคนขับในไม่ช้า

“จะไปไหน” ผมถามอย่างสงสัย เฮียไม่ตอบได้แต่มองหน้าผมแล้วขับรถออกไปเลย

ตลอดทางเราทั้งคู่เงียบไม่พูดไม่คุยกันเลยสักนิด บรรยากาศมาคุแปลกๆ ซึ่งผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยให้ตายสิ ผมแอบเหลือบตามองคนข้างๆ ที่เอาแต่ตั้งใจขับรถเงียบๆ ผมเลยได้แต่บอลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดเปิดวิทยุเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบงันนี่ซะ

[“กลับเข้าสู่ช่วงที่สองของรายการนะครับ ช่วงนี้ผมจะรับโทรศัพท์จากทางบ้านเพื่อให้ทุกคนได้ฟังประสบการณ์สยองกันนะครับ”] เสียงพี่ป๋องพิธีกรรายการผีที่ผมชอบดูตอนเรียนมหาลัยดังขึ้นก่อนที่เสียงผู้หญิงวัยรุ่นๆ จะดังตามมา

[“สวัสดีค่ะฉันมินอานะคะ”]

[“สวัสดีครับคุณมินอา วันนี้คุณมีเรื่องสยองอะไรมาเล่าครับ”] พี่ป๋องทำเสียงเย็นๆ ให้ดูน่ากลัว

[“เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันเองค่ะ คือตอนนั้นประมาณสามสี่ทุ่มนี่แหละค่ะฉันกำลังขับรถกลับบ้านหลังจากเลิกงานค่ะ แล้วคือทางเข้าบ้านฉันมันเปลี่ยวมากแถมไม่มีเสาไฟเลยค่ะ มันมืดมาก...”] ผมตั้งใจฟังมินอาพูดพร้อมกับเหลือบมองบรรยากาศรอบๆ ตัว

เชี่ยแม่ง... มินอามันมาถนนสายนี้ปะวะแม่งเปลี่ยวแล้วก็มืดเหมือนกันเปี๊ยบเลย แถมเสาไฟแม่งก็ไม่มี

[“แล้วตอนนั้นเองโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นค่ะฉันเลยหันไปรับโทรศัพท์แปบเดียว จู่ๆ เสียงโครมก็ดังขึ้นค่ะ”]

[“หรือว่าคุณขับรถชนหมาครับ!] พี่ป๋องเล่นเสียงให้ดูน่ากลัว ซึ่งแน่นอนว่าผมเองก็กลัวตาม

[“ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ แต่พอฉันกำลังจะลงไปดูจู่ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงคนนึงค่อยๆ ยืนขึ้นมาแล้วจ้องมาที่ฉันค่ะ ตอนนั้นฉันกลัวมากเพราะสภาพเด็กคนนั้นเลือดท่วมตัวแถมคอยังเอียงไปข้างหนึ่งเหมือนโดนปาดคอมาเลยค่ะ ฉันกลัวจนไม่รู้จะทำยังไงตอนนั้นฉันคิดว่าต้องเป็นผีแน่ๆ ฉันเลยเหยียบไปซะเต็มแรงชนเด็กคนนั้นเต็มๆ”]

[“แล้วเป็นยังไงต่อครับ”]

[“ฉันคิดว่าฉันรอดแล้วนะคะแต่ป่าวเลยค่ะอีเด็กผีนั่นโผล่มาจากไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาใส่หน้ารถฉันอย่างจังเลยค่ะฉันกรีดร้องหนักมากรู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วค่ะ”]

ติ๊ด!

“อ้าว เฮียปิดไมอ่ะ” ผมหันไปแว้ดใส่เฮียที่จู่ๆ ก็เอื้อมมือมาปิดวิทยุซะงั้น

“ฟังแล้วก็กลัว”

“ไม่กลัวซะหน่อย” ผมเบ้ปากใส่ก่อนจะกดเปิดวิทยุอีกครั้ง แต่เฮียก็ปิดวิทยุตามอีกรอบ

“เฮียอ่ะ!” ผมตะวาดใส่อย่างงอนๆ ก่อนจะนั่งกอดอกเฉยๆ แทน

“เชี่ยแม่งอีเด็กผีปะวะ” ทันใดนั้นเองเสียงที่ดูตกใจของเฮียก็ดังขึ้นผมมองไปยังเบื้องหน้าก็เห็นเข้ากับเด็กผู้หญิงคนนึงยืนจ้องรถพวกผมอยู่ สภาพเด็กคือเหมือนกับที่มินอาเล่าเป๊ะๆ เลือดท่วมคอเอียงเหมือนโดนปาดคอมา ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าอีเด็กผีนี่มันกำลังวิ่งเข้ามาหารถพวกผม

“เฮ้ยอีเด็กผีไม่หลบกูชนนะเว้ย!!” เฮียตะโกนเสียงดัง ผมว่าตอนนี้เฮียคงสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแน่ๆ

ตุ้บ!!

แต่ยังไม่ทันที่เฮียจะได้ชนอีเด็กผีมันก็วิ่งขึ้นมาอยู่บนกระโปรงรถเรียบร้อยแล้ว หนำซ้ำมันยังทำท่าเหมือนจะงับกระจกรถเข้ามาอีกด้วย อีเหี้ยแม่งจะหลอนเกินไปและพิสดารเกินฟิคหวานแหววมากไปมั้ย แล้วอีเด็กผีนี่แม่งจะแดกกระจกรถกูเพื่ออะไรมึงหิวก็ไปหาไก่กินเซ่!

“แกรบ! แกรบ!” เสียงแกรบๆ ที่เกิดจากฟันกระทบกับกระจกรถดังขึ้นถี่ๆ แม่งหลอนสัส กูรอดไปได้นะจะไปออกรายการคนอวดผีของพี่ป๋องคอยดูสิ อีเด็กผีห่า อิผีเลว!

บรื้นนนนนนน

เฮียเหมือนจะพอตั้งสติได้อยู่เลยจัดการเร่งเครื่องแล้วขับไปด้วยความเร็วแสงประหนึ่งว่ากำลังอยู่ในสนามแข่งรถก็ไม่ปาน เฮียขับรถส่ายไปส่ายมาเพื่อให้อีเด็กผีนี่มันตกลงไป แม่งเอ๊ยย ผีแม่งมาได้ไงตอบกูที อ้ากก!!!!
 


----------------------------------50 per------------------------------
 

ครืดด ครืดด

“อ้าวเฮ้ยน้ำมันหมด” เฮียพูดออกมาอย่างหัวเสีย เวรแล้วไงมาหมดห่าไรตอนนี้เนี่ย แล้วที่นี่มันที่ไหนวะไฟแม่งก็ไม่มีแถมยังเปลี่ยวอีก เป็นเพราะอีเด็กผีห่านั่นแหละทำให้เฮียต้องขับรถหนีแทบตายกว่าจะพ้น แล้วนี่อะไรรอดจากผีมาน้ำมันหมด ฮือชีวิต!

“เอาไงอ่ะเฮีย”

“จะไปรู้มั้ย” เฮียตอบกลับผมด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิด ผมยู่ปากก่อนจะกลับมานั่งเงียบๆ ตามเดิม เฮียแม่งน่ากลัวว่ะ

“ฮัลโหล” เฮียกรอกเสียงทุ้มๆ ของตัวเองลงไป

“รถผมน้ำมันหมดอยู่ที่...” เฮียพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะมองไปรอบนอก “เอาเป็นว่าผมน้ำมันหมดอยู่ที่ไหนซักที่เนี่ยแหละ รถผมมีจีพีเอสคุณก็ตามมาแล้วกัน”

ติ๊ด!

เฮียกดวางสายก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ผมหันหน้าไปมองเฮียเป็นจังหวะเดียวกับที่เฮียเองก็หันมามองผมเช่นกัน เฮียยิ้มบางๆ ให้ก่อนที่ฝ่ามือหนาของเจ้าตัวจะยกขึ้นมาวางบนกลุ่มผมนุ่มของผมแล้วลูบเบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวก็รอดแล้ว” เฮียพูดด้วยเสียงละมุนกว่าทุกครั้ง สัมผัสอ่อนโยนที่ส่งผ่านจากฝ่ามือหนานั้นทำให้ผมใจชื้นขึ้นมามากกว่าเดิม ผมยิ้มรับบางๆ ก่อนจะยกมือตัวเองขึ้นจับมือเฮียที่ลูบหัวผมอยู่มาแนบกับแก้มตัวเองไว้แทน

“มีเฮียทั้งคนจีมินไม่กลัวหรอก” ผมหยอดไปเบาๆ เฮียอมยิ้มอย่างปิดไม่มิด

“ปากหวานนะเรา” พูดจบก็หัวเราะออกมาเบาๆ เฮียอารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่มั้ยยยยย

ขณะที่ผมกับเฮียกำลังพูดคุยกันเล่นระหว่างรอประกันเอาน้ำมันมาเติมสายตาเจ้ากรรมของผมก็ดันไปเห็นเข้ากับคุณยายคนหนึ่งกำลังเดินถือของอะไรไม่รู้เต็มไม้เต็มมือไปหมด ผมเลยสะกิดให้เฮียดูผมกับเฮียเลยพร้อมใจกันลงไปช่วยยายแกถือ

“ยายครับผมช่วยมั้ย” ผมเอ่ยถามยาย

“ขอบใจนะพ่อหนุ่ม” ยายพูดยิ้มๆ ก่อนจะยื่นตะกร้าไม้ที่ถูกสานมาอย่างดีให้ผมถือ ข้างในมีของพวกขนมเทียน ส้ม ไก่อะไรพวกนี้

“ยายกำลังจะไปที่ไหนครับ”

“นั่นไงบ้านยายอยู่ตรงนั้น” ยายชี้ไปที่บ้านไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากที่รถผมจอดอยู่มากนัก

“งั้นเดี๋ยวพวกผมไปส่งนะครับ” คราวนี้เป็นเฮียที่พูด ผมรับหน้าที่ถือของให้ยายส่วนเฮียเป็นคนช่วยพยุงยาย

ผม เฮียแล้วก็คุณยายเดินมาถึงหน้าบ้านไม้ทรงไทยหลังหนึ่ง เป็นบ้านที่มีใต้ถุน ออกแนวโบราณเล็กน้อย แต่แปลกที่ผมแอบตงิดใจว่าผมเคยเห็นบ้านหลังนี้ที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก ผมกับเฮียพายายเข้ามาส่งถึงในบ้านก่อนที่จะขอตัวกลับหากแต่ยายกลับเรียกรั้งไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวสิพ่อหนุ่มทานน้ำก่อนมั้ยเดินมาเหนื่อยๆ”

“ไม่เป็นไรครับพวกผมเต็มใจ” ผมปฏิเสธไปเนิบๆ ยายจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะให้พวกผมดื่มน้ำ

“ถือว่าเป็นคำขอบคุณของยายก็ได้นะ”

“ก็ได้ครับ” ยายพูดมาขนาดนี้แล้วจะปฏิเสธก็กะไรอยู่

ยายยิ้มหวานก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวโดยทิ้งให้ผมกับเฮีนนั่งรออยู่ในบ้าน ผมสำรวจบรรยากาศรอบๆ บ้านด้วยความสนใจ บ้านหลังใหญ่แต่กลับมียายอยู่แค่คนเดียวยายคงเหงาแน่เลยเนอะ

“พ่อหนุ่มผมแดงมาหายายหน่อย” จู่ๆ เสียงของยายก็ดังขึ้นผมที่รู้ตัวเองว่าถูกเรียกจึงเดินเข้าไปหายายเพื่อดูว่ายายต้องการอะไร

“มีไรครับยาย”

“ก่อนออกจากบ้านยายทำแกงส้มไว้เอาไปกินสิ” ยายว่าพร้อมกับยกชามแกงส้มมาให้ผม

“ขอบคุณครับ” ผมตอบพร้อมกับรับชามมาถือไว้แล้วเดินไปวางที่โต๊ะกินข้าว โดยที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกผมบ้าง...

 

 

 

||Taehyung say||

 

เฮียหยิบกรอบรูปเปื้อนฝุ่นขึ้นมาปัดๆ ดูพบว่าเป็นรูปคุณยายที่เฮียช่วยเหลือเอาไว้นั่นเอง ภายในรูปบ่งบอกอะไรไว้มากมายทั้งรอยยิ้มที่ดูเปี่ยมสุขของคุณยาย ข้างๆ กันนั้นเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักกับคุณตาใส่แว่นกลมๆ ถึงภาพจะดูเก่าไปบ้างแต่เฮียก็สัมผัสได้ว่าช่วงเวลาที่ถ่ายรูปนี้นั้นทุกคนในภาพมีความสุขมากแค่ไหน

เฮียยิ้มบางๆ ให้กับรูปที่ถืออยู่ก่อนจะวางมันลงที่เดิม พลันความทรงจำเก่าๆ ก็ย้อนคืนกลับมา ภาพของเฮีย พ่อและแม่กำลังหัวเราะร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ขีดของความสุข ความทุกข์ ความอดทน และหลายๆอย่าง มันมีเวลาจำกัดอยู่ทั้งนั้นแหละ แม่เฮียก็ป่วยตายไปตั้งแต่เฮียเรียนมอปลาย เวลาไม่มีแม่คอยจู้จี้มันก็ดีนะแต่มันก็เหงา ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งคิดถึงแม่

เฮียเดินดูนู่นนี่ในบ้านไปเรื่อยเปื่อยจนไปสะดุดเข้ากับห้องห้องนึงเข้า ประตูมันแง้มออกไว้เล็กน้อยความอยากรู้ของเฮียเลยทำให้เฮียเดินเข้าไปในห้องนั้นทันที

แอ๊ดดด

เสียงประตูไม้ดังขึ้นก่อนที่เฮียจะก้าวขายาวๆ ของตัวเองเข้าไปในห้อง ทันใดนั้นเองกลิ่นฉุนกึกก็ลอยเข้ามาแตะจมูกเฮียอย่างแรง ทั้งกลิ่นควันธูป กลิ่นของซากอะไรซักอย่างเน่าตาย แสงไฟจากเชิงเทียนส่องสลัวๆ ทำให้ภายในห้องดูวังเวงพิกลแล้วยิ่งมีกลิ่นเหม็นๆ นี่อีกมันทำให้ขนอ่อนเฮียลุกชันอย่างช่วยไม่ได้

“เชี่ยแล้วไง” เฮียพูดออกมาเบาๆ เมื่อสายตาดันไปเห็นเข้ากับกรอบรูปทองขนาดเท่ากระดาษเอสี่ตั้งเรียงกันไว้สามรูป และสิ่งที่ทำให้เฮียตกใจได้มากที่สุดคือรูปอันสุดท้ายนั้นเป็นรูปของเจ้าของบ้านหลังนี้ นั่นก็คือยาย!!

“จีมิน!” เฮียรีบวิ่งออกมาจากห้องบ้าๆ นั่นก่อนจะเรียกจีมินทันที เราต้องไปจากที่นี่ด่วนเลยอยู่ไม่ได้แล้ว

“อ้าวเฮียมากินข้าวสิแกงส้มอร่อยมาก” เสียงใสๆ ของจีมินดังขึ้น เฮียหันไปมองทางต้นเสียงก่อนจะพบว่าจีมินกำลังนั่งกินอะไรซักอย่างอยู่

“แกงส้ม?” เฮียทวนอีกครั้งพร้อมกับมองไปที่ชามที่วางอยู่กลางโต๊ะ

“ใช่แกงส้ม ยายเขาทำไว้น่ะอร่อยนะมากินด้วยกันสิ” จีมินกวักมือเรียกเฮียหยอยๆ

เดี๋ยว...นั่นแกงส้มหรอ? ในสายตาจีมินอาจจะเป็นแกงส้มแสนอร่อยแต่ในสายตาเฮียตอนนี้มันคือน้ำอะไรซักอย่างที่มีหนอนตัวอ้วนๆ ไต่ยั๊วเยี๊ยะเต็มไปหมด แถมอาหารอีกหลายๆ อย่างยังเป็นพวกใบไม้แห้งหรือไม่ก็ซากอะไรตายซักอย่าง  เฮียแทบจะอาเจียนออกมาเสียแต่ตรงนั้น หากแต่เหลือบไปมองฝั่งตรงข้ามก็ปะทะเข้ากับยายที่กำลังส่งยิ้มเย็ยยะเยือกมาให้

“จีมินประกันมาแล้วนะไปกันเถอะ” เฮียหาข้ออ้างเพื่อที่จะหนีไปจากที่นี่ จีมินทำหน้าตาเสียดายที่ต้องจากลาจากอาหารแสนอร่อยนี่แต่ก็ยอมลุกตามเฮียมาแต่โดยดี

เฮียจับมือพาจีมินลงไปข้างนอกหมายจะหนีลงไปข้างล่างหากแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกนอกบ้านเสียงประตูก็ถูกปิดดังปังไปต่อหน้าต่อตา

“จะรีบไปไหนอยู่กับยายก่อนสิ” เสียงเยือกเย็นดังมาจากทางด้านหลังของพวกผมก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะค่อยๆ ปรากฏกายมายืนอยู่ตรงหน้าพวกผมแทน

“ยาย!” จีมินร้องออกมาอย่างตกใจ เออเฮียก็ตกใจไม่แพ้กันนั่นแหละ กลัวมากด้วยบอกเลย

“อยู่กับยายก่อน” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่เสียงหัวเราะที่ชวนขนหัวลุกจะดังขึ้นมาตาม

“ยายปล่อยพวกเราไปเหอะทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย” เฮียร้องขอ จากยายที่เคยดูใจดีแปรเปลี่ยนเป็นผู้หญิงแก่ๆ ที่สภาพเน่าเฟะไม่ต่างจากอีเด็กผีที่เฮียเพิ่งเจอไป ยายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อแผลที่เน่าเฟะตามเนื้อตัวของตัวเองเริ่มเปื่อยจนเกิดเลือดและน้ำหนอง

“ยายเหงา ยายไม่มีเพื่อน ช่วยยายด้วยยายทรมาน” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นระงมกระทบโสทประสาท พลันสายลมเย็นๆ ก็โหมกระหน่ำพัดมากระทบกับหน้าต่างไม้เก่าๆ จนเกิดเสียงดังปัง จีมินกำมือเฮียไว้แน่นบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวกลัวมากแค่ไหน เฮียเองก็กลัวไม่แพ้กันแต่ยังไงเฮียก็ต้องปกป้องจีมินให้ได้ พวกเราต้องรอดเพราะมีบางอย่างที่สำคัญมากรอเราอยู่ เฮียอยากให้จีมินได้พบเขาสักครั้ง...

“ยายปล่อยพวกเราเถอะนะ” เฮียร้องขออีกครั้ง และเหมือนจะได้ผล ครั้งนี้ประตูหน้าบ้านถูกเปิดออกได้อย่างง่ายดาย เฮียใช้จังหวะที่ยายกำลังทรมานกับบาดแผลของตัวเองวิ่งออกมาจากตรงนั้น

“เฮ้ย!!” เฮียร้องอุทานออกมา อีเด็กผีที่แม่งจะงับกระจกรถกูนี่หว่า! แม่งมาอยู่นี่ได้ไงวะ

“หนูเหงา” เสียงใสๆ ของอีเด็กผีดังขึ้นจากใต้บันไดที่พวกเฮียยืนอยู่ แววตากลมโตสุกใสกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ต่างจากตอนแรกที่มันโผล่มากำลังจ้องมองมาที่เฮียอย่างคาดหวังคำตอบ

“แต่...”

“อยู่กับหนู!!” อีเด็กผีมันเปลี่ยนจากสภาพน่ารักๆ เป็นสภาพเน่าเฟะอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบ้าน ทั้งเสียงทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดของยายและเสียงกรีดร้องของเด็กคนนี้

“มาอยู่กับหนูเดี๋ยวนี้!!!!

“อ้ากกกกกกกกก!!!!!!” เฮียกับจีมินกรีดร้องออกมาพร้อมกันเมื่อจู่ๆ อีเด็กผีมันก็โผล่พรวดมาอยู่ตรงหน้าพวกเราเสียแล้ว ดวงตากลมโตนั้นไม่มีเหลือเลย มีแต่แววตาอาฆาตมาแทน ลมเย็นๆ พัดมากระทบกับผิวหนังจนรู้สึกเย็นยะเยือก เสียงกรีดร้องยังคงดังไม่ลดละ

“ไม่! กูไม่อยู่! อยู่ให้โง่ดิวะ!!” เฮียตะโกนใส่หน้าอีเด็กผีก่อนจะจูงมือวิ่งหนีมันมาอย่างว่องไว เฮียและจีมินพยายามวิ่งมาที่รถด้วยความเร็ว หันหลังกลับไปดูก็เห็นอีเด็กผีกับคุณยายกำลังคลานตามมาไม่หยุด เชี่ยแม่งเป็นผีประเภทไหนวะ จะเป็นจูออนหรืออะไรเอาซักอย่างดิ๊!

ปัง!

เฮียพาตัวเองและจีมินมาถึงรถได้อย่างปลอดภัย ล็อกประตูรถเรียบร้อย แต่จะขับหนีก็ไม่ได้น้ำมันแม่งเสือกหมดอีก บัดซบเอ๊ย!

“เฮียเอาไงดี” จีมินที่ดูจะกลัวมากถามขึ้นด้วยสีหน้าหวั่นๆ เฮียเลยเอี้ยวตัวไปดึงจีมินมากอดไว้

“ไม่ต้องกลัวนะ” เฮียได้แต่ปลอบแค่นี้เพราะเฮียเองก็กลัวไม่แพ้กัน นี่มันเรื่องบ้าไรวะเนี่ย! อีผีพวกนี้มันโผล่มาได้ยังไง ถนนเส้นนี้มันเคยดีกว่านี้ไม่ใช่หรือไง ไฟตามทางมันหายไปไหน แล้วทำไมเฮียไม่เอะใจตั้งแต่ทีแรกว่าถนนเส้นนี้มันไม่มีบ้านคน!

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงคนทุบประตูรถดังขึ้นเฮียกับจีมินผละออกจากกันอย่างตกใจ ในใจแอบคาดหวังว่าต้องไม่ใช่ผีพวกนั้นแน่ๆ และก็เป็นดั่งที่หวัง ประกันรถเฮียนั่นเอง...

“เรารอดแล้ว” เฮียพูดออกมาอย่างดีใจ ความรู้สึกปลอดภัยแล่นเข้ามาในจิตใจจนเฮียต้องโผเข้ากอดจีมินอีกครั้งเพื่อย้ำว่าเราปลอดภัยแล้วนะ

 

 

 

 

เมื่อรถสามารถใช้ได้แล้วเฮียก็มุ่งหน้าตรงไปยังที่หมาย เฮียขับรถมาที่ต่างจังหวัดเพราะคนที่เฮียอยากให้จีมินได้เจอนั้นเขาอยู่ที่นี่ เฮียเปิดเพลงเพื่อทำลายบรรยากาศแอบหลอนนี่ ดนตรีสบายๆ เพลง Missright ของวงบังทันซึ่งเฮียชอบมากๆ ดังไปทั่วรถ จีมินที่เหนื่อยจากการวิ่งหนีผีก็หลับไปเสียแล้ว แต่จะว่าไปก็สงสัยนะว่าผีพวกนั้นมันโผล่มาได้ยังไง แล้วมีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนเฮียบ้างมั้ย กลับคอนโดคงต้องสืบกันหน่อยแล้วละ

รถหรูของเฮียยังคงมุ่งหน้าต่อไปไม่หยุด อาการง่วงนอนก็เริ่มคุกคามเข้ามาเรื่อยๆ เฮียอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อนจะสะบัดหัวไล่อาการง่วงออกไป พอดีกับเสียงไอโฟนดังขึ้น เฮียละสายตาไปมองเบอร์ที่โชว์ก่อนจะกดรับสาย

“ครับ”

[“เฮียฉันคิดแปลนใหม่ได้พอดีเดี๋ยวส่งให้ดูนะคะ”] เสียงหวานใสของโชอาพูดก่อนที่เสียงแจ้งเตือนไลน์จะดังตามมา

“เดี๋ยวเฮียเปิดดูนะ”

[“แล้วเฮียทำไรอยู่คะ”]

“ขับรถอยู่ครับ”

[“ดึกดื่นออกไปเที่ยวไหนคะเดี๋ยวจีมินก็ว่าเอาหรอก”] โชอาทำเสียงแซว เฮียหัวเราะในลำคอก่อนจะเหลือบมองคนถูกพูดถึงที่ตอนนี้เอาแต่นอนไม่รู้สึกอะไรเลย

“ก็เที่ยวกับจีมินนั่นแหละ”

[“แหม รักกันดีจริงนะฉันละอิจเกิ๊นนน”]

“อิจก็หาแฟนซักคนสิ”

[“ไม่เอาอ่ะ ฉันอยู่เป็นโสดดีกว่าผู้ชายน่ะมันก็เจ้าชู้ทุกคนนั่นแหละ”]

“อ้าวว เจ็บจี๊ดเลยครับ” หัวพูดไปหัวเราะไป

[“ก็มันจริงนี่นา แต่ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นเฮียฉันจะยอมลงจากคานก็ได้นะคะ”] คำพูดของโชอาทำเอาเฮียอึ้งไปสักพัก พูดไม่ออกเลยทีเดียว

“...ฮะๆ พูดอะไรเนี่ย”

[“นั่นน่ะสิฉันพูดอะไรออกไป สงสัยเบลอ อย่าคิดมากน้าฉันล้อเล่น คิกๆ”] เสียงร่าเริงของโชอาทำให้เฮียโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เฮียต้องลำบากใจน่ะนะ

“ไปนอนเถอะ”

[“โอเคค้าฝันดีนะคะ”] โชอาพูดจบก็กดวางสายไป

เฮียส่ายหัวให้กับความเด็กของผู้หญิงคนนี้ เฮียขอบอกเลยนะว่าเฮียกับโชอาเราไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเลยนะนอกจากคนร่วมงานและเพื่อนเท่านั้น ยอมรับว่าตอนแรกๆ เฮียก็สนใจในตัวเธออยู่หรอกนะแต่พอคุยๆ ไปก็รู้ว่าเธอเป็นพวกสาววายที่ยึดตัวเองอยู่บนคาน ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ชายมันเจ้าชู้คบไปก็เสียใจเปล่าๆ ซึ่งมันก็จริงนะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนปะวะ ถึงตอนแรกเฮียจะเจ้าชู้เสเพลมากแค่ไหนแต่ตอนนี้เฮียก็ไม่เคยทำแบบนั้นแล้วนะ เฮียเลิกทำแบบนั้นก็ตอนที่รู้ตัวว่ามีคนที่เฮียควรให้ใจเพียงคนเดียวเท่านั้น

จะใครน่ะเหรอ....ก็คนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ เฮียนี่ไง

ที่เฮียเทียวไปเทียวมากับโชอาบ่อยๆ ก็เพราะเรื่องงานทั้งนั้น ตอนนี้บริษัทจะมีงานเลี้ยงครบรอบด้วยผมเลยต้องไปดูงานกับโชอามากขึ้น เพราะโชอาเป็นคนออกแบบงานเลี้ยงอะไรพวกนี้ แอบรู้สึกดีนิดๆ ที่เห็นจีมินมันหึง ยิ่งเห็นมันหึงก็ยิ่งอยากแกล้ง ก็นะคนมันขี้แกล้งนี่นา~

 

 

 

 

“จีมิน” เฮียเรียกชื่อคนตัวเล็กเป็นการปลุกให้ตื่นจากการนอนหลับ

“อือ...” เสียงครางในลำคอของเจ้าตัวดังเบาๆ ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น รอยยิ้มอ่อนๆ ปรากฏบนใบหน้าสวย

“ตื่นเถอะถึงแล้วนะ”

“ที่ไหนเนี่ย” จีมินมองออกไปนอกรถอย่างงงๆ “สุสานหรอ” จีมินหันมาถาม เฮียพยักหน้าตอบ

“อื้อสุสาน” สิ้นเสียงจีมินก็ส่ายหัวพรืด

“ไม่เอาอ่ะไม่อยากเจออะไรผีๆ แล้ว”

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่าตามมาเถอะ” เฮียพูดก่อนจะเดินลงจากรถ

เฮียเดินจูงมือจีมินมาที่สุสานของคนๆ นึงที่เฮียรักมากที่สุด เบื้องหน้ามีดอกไม้ช่อโตที่ถูกวางเอาไว้ก่อนแล้ว จากสภาพแล้วคงมีคนเอามาวางไว้ประมาณสองสามวันที่ผ่านมา แสดงว่าพ่อเฮียมาที่นี่แล้วสินะ

“เฮีย” จีมินเรียกเฮียเสียงเบา เฮียหันไปมองหน้าจีมินก่อนจะหันมาสนใจสุสานตรงหน้า

“แม่ครับ แทแทมาแล้วนะคิดถึงแทแทมั้ย” เฮียพูดกับผู้เป็นแม่ ถึงแม้ท่านจะไม่อยู่แล้ว ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่รูปที่ติดอยู่บนหินเท่านั้นก็ตาม แต่เฮียก็มั่นใจว่าแม่ต้องเห็นและได้ยินทุกอย่างแน่ๆ

“วันนี้แทแทไม่ได้มาคนเดียวนะ แทแทพาคนๆ นึงมาด้วย” พูดจบก็หันไปคว้าเอวบางของจีมินมากอดไว้ “แฟนแทแทเอง น่ารักใช่มั้ยแม่ แทแทรักคนนี้มากเลยนะรู้ป่าวแม่ให้ผ่านใช่มั้ย”

“เฮีย...” เสียงสั่นๆ ของจีมินดังขึ้นแผ่วเบาก่อนจะตามมาด้วยเสียงสะอื้นและหยดน้ำตา จีมินเอามือป้องปากตัวเองและเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด

“แทแทไม่เจ้าชู้แล้วนะแม่ แทแทรักคนๆ นี้จริงๆ แม่เชื่อแทแทนะ”

“ฮึก...เฮีย”

“จบงานครบรอบบริษัทเมื่อไหร่แทแทจะขอเขาแต่งงานเลยนะแม่ แต่วันนี้แทแทพามาดูตัวก่อน ก่อนมาก็เพิ่งทะเลาะกัน เนี่ย! ทะเลาะทุกวันจนแทแทท้อเลยอ่ะแต่เพราะรักหรอกถึงยอม” เฮียยังคงพูดความในใจต่อเรื่อยๆ ไม่สนใจจีมินที่เอาแต่ร้องไห้ ไหนๆ ก็รู้ใจตัวเองแล้วก็สารภาพไปเลยแล้วกัน แมนดี

“แม่เป็นพยานนะว่าแทแทจะแต่งงานกับคนๆ นี้ ถ้าแม่รับรู้ส่งสัญญาณด้วย” สิ้นเสียงเฮียเหมือนมีลมอะไรพัดวูบผ่านตัวเฮียไป เฮียยิ้มน้อยๆ เพราะคิดว่าแม่คงจะรับรู้แล้วแน่ๆ เฮียหันไปเช็ดน้ำตาของคนตัวเล็กให้เบาๆ ก่อนจะคว้าร่างบางมากอดไว้

“ไม่ร้องสิคนดี”

“เฮีย...จีมินขอโทษ”

“ขอโทษทำไม”

“จีมินไม่เชื่อเฮียเลย...ขอโทษนะ”

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ” เฮียกอดร่างบางไว้แน่นกว่าเดิม จีมินผลักเฮียออกเบาๆ ก่อนจะเริ่มพูดอะไรบางอย่าง

“แม่ครับ ผมจีมินนะ...ผมก็สัญญาว่าจะรักเฮียเขาตลอดไป ผมรักลูกชายแม่นะครับ” สิ้นเสียงเฮียก็คว้าจีมินมากอดไว้อีกครั้ง ความรู้สึกดีแบบนี้มันคืออะไร ความรู้สึกมีความสุขแบบนี้เฮียเพิ่งค้นพบนี่แหละ

ตอนนี้เฮียรู้แล้วว่าไอ้การที่เฮียจะมีใครอีกหลายๆ คนมันไม่ใช่เรื่องดีหรือเท่ห์อะไรเลย การที่เราซื่อสัตย์กับคนๆ นึงให้ได้นานที่สุดนี่สิเท่ห์กว่า เมื่อก่อนเฮียจะเหี้ยจะเลวยังไง แต่ตอนนี้เป็นต้นไปเฮียจะเป็นคนใหม่ เฮียจะรักและดูแลคนตัวเล็กคนนี้ให้ดีที่สุด

 

แทแทจะรักเขาให้เหมือนที่พ่อรักแม่เลยครับ แทแทสัญญา...




-------------------------------100 per------------------------------

ครบ 100 % แล้ววววววว
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

1 เม้น = 100 ล้านกำลังใจ 
 

ตะเองอ่านแล้วจะเม้นให้เค้าชิม้ะ 55555555555555555555
{อ่านแล้วขอเสียงหน่อย เฮ้ .__.} 
ตอนนี้มีผีโผล่มาด้วยแหละ 55555
โผล่มาได้ไงไม่รู้มันมาเอง
เดี๋ยวตอนหน้าเฮียมันจะเริ่มสืบละ
ไหนๆ บฮ.ก็สอนให้มี่เป็นนักสืบวิเคราะห์ MV แล้ว
ไรต์ก็จะให้เฮียมันเป็นนักสืบเรื่องผีบ้างละกัน

มีสีสันดี กร๊ากกกกกกกกกกกกก


สกรีมในทวิต #ฟิคอมยิ้ม น้าาาา

หยุดเถอะนักอ่านเงา เราก็ท้อเป็นนะจ้ะจ้วบบบบ~
แต่แค่อ่านเราก็ดีใจแย้วววว 
กรี๊ดดดดด ฉันรักพวกแกทุกคนนนน >O<











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

222 ความคิดเห็น

  1. #215 munggaetoek2 (@munggaetoek2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:41
    นึกว่าจะพีคแบบ จีมินร้องไห้เพราะอืผีตามมาหลอกอีกไรงี้????
    #215
    0
  2. #208 melody-m (@mink-ie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 19:36
    เฮียแทพาจีมมาหาแม่ด้วย น่ารักกกกก
    #208
    0
  3. #206 Taehyung_SKILLER (@Taehyung_SKILLER) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 23:25
    รู้สึกตะลึงมาก.. ผีโครตหลอนอ่ะ
    หลังๆนี่ดิ โอ้ยยย ฟินนน มาต่อน้าไรต์ ชอบมากค่ะ
    #206
    0
  4. #200 ParkMeple (@imayzpark) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 13:09
    ผี.... ผี..... ผีมาไงง
    ผีเด็กนี่หลอนนะ... 55555 อยู่กับหนู บอกให้อยู่กับหนู!!!!!
    55555555555555
    อิเฮียแม่งแอบซึ้ง ฮืออออ น่ารัก
    ร้องไห้เบยยย
    #200
    0
  5. #191 โชโย๊ะ (@beer607) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 21:04
    ชอบที่เฮียพลิกตัวกอดจีมินง่ะ ระทวยง่ายมากกับบทอยู่แบบนี้สักพักนะไรงี้อ่ะ อ๋อยยยยยยย
    พามาสารภาพรักต่อหน้าแม่งี้ อีเฮีย ไอบ้าเฮีย คนบ้า งื้อ
    #191
    0
  6. #188 ณ. ล้านนา (@deluxe_555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 11:51
    ที่ตลกสุดคือจู่ๆผีก้โผล่มา แม่งเอยโคตรพีค5555555
    #188
    0
  7. #187 minv95line (@army95) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 15:59
    เห้ยยย หมูกินหนอนกับใบไม้หรอ เย้ย คุ้นๆแฮะ 55 

    สุดท้ายอิเฮียก็หยุดเจ้าชู้สักทีสินะ รักหมูอ้วนของเรามากๆนะเฮียแท 
    #187
    0
  8. #186 กิน้อย (@suga11) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 00:58
    ถึง50%เเรกจะสยองเยียวไปหน่อยเเต่50%นี้สิหืมมมมมมมมมม ผมนี่นอนไม่หลับเลยยยยดีนะ แทแทขอจีมินเเต่งงานแบบอ้อมๆ แม่เจ้าาาโว้ยยยย เขินนน
    #186
    0
  9. #184 กิน้อย (@suga11) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 16:27
    หืมมมม ผีมาจากวิทยุหรอ เซอร์ไพร้ส์เรื่องผีหรอเฮียแท
    #184
    0
  10. #183 melody-m (@mink-ie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 14:03
    ผีมาจากไหนน555555 กำลังทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรอออ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #183
    0
  11. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 11:54
    รอออ รีบมาต่อนะ หนุกๆ
    #182
    0
  12. #181 หมูของวี (@praiv) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 11:54
    เดี๋ยวๆๆๆ กลายเป็นแนวสยองขวัญไปเลย แล้วสองคนนี้จะคืนดีกันมั้ย ต่อไวๆน้า
    #181
    0
  13. #180 ViewzMJ (@ViewzMJ) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 08:34
    เดี๋ยวๆนี่เราอ่านฟิคสยองขวัญอยู่รึป่าว 555 แล้วอีผีตัวนี้จะเป็นไงต่อ จะรอติดตามนะค้าฟฟ ^ ^
    #180
    0
  14. #179 tmm. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 20:13
    เดี๋ยวๆ ตอนแรกคิดว่าจะทำอะไรโถ่

    อยู่ดีดีขับนถมาเจอเด็กผี ด่าผีอีกยอมใจทั้งจีม ทั้งเฮียคู่รักสายเถื่อนจริง ๆ 😂
    #179
    0