Love in Debt: WonHyuk

ตอนที่ 15 : #14 จุดเริ่มต้นของบทลงโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ย. 58

#14 จุดเริ่มต้นของบทลงโทษ

เสียงสะอื้นยังคงดังออกมาจากห้องของคุณหนูของบ้าน แม้จะโดนฤทธิ์ยานอนหลับเข้าไปแต่ความทุกข์โศกภายในยังคงฉายชัด

ชเวซีวอนได้แต่นั่งอยู่ที่ข้างเตียง เฝ้ามองใบหน้าที่ซีดเซียว พร้อมกับลูบหัวปลอบเบาๆ ในใจพร่ำขอโทษไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เพียงแต่มันดังไปไม่ถึงคนที่นอนหลับสนิท ตอนนี้ก็คงได้แต่เฝ้ารอให้ฮยอกแจตื่นขึ้นมา ตื่นมารับฟังความจริงของผู้ชายใจร้าย ผู้ชายที่หวังดีกับน้องแต่ดันเผลอทำร้าย ผู้ชายที่เอาแต่ใจเอาแต่ใช้กำลัง ผู้ชายที่รักอีฮยอกแจจนสุดหัวใจแต่ตอนนี้กลับโดนรังเกียจ


ก๊อก ก๊อก…


“ไอ้วอน...มึงไปกินข้าวก่อนไป เดี๋ยวกูดูฮยอกแจเอง มึงนั่งเฝ้าน้องตอนนี้น้องก็ยังไม่ตื่นหรอก โดนฉีดยาไปซะขนาดนั้น ซูโฮบอกกูว่ามึงยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงไม่ใช่หรอวะ ไปหาไรกินซะก่อนเถอะ นี่แม่งเลยมื้อเย็นไปนานแล้วนะ…”

“แต่กูไม่หิวว่ะ อีกอย่างกูอยากเฝ้าฮยอกแจ มึงไปนอนเหอะว่ะ ดึกแล้ว” ฮันเกิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับอารมณ์ขึ้นอีกรอบ เอื้อมมือมาตบหัวเพื่อนรักอย่างแรง จนคนโดนหันมาค้อนขวับ สายตาคมดูดุขึ้นมาทันที

“ไม่ต้องมาทำหน้าเหี้ยมใส่กูเลย มึงอย่าทำตัวโง่ตอนนี้ได้มั้ย ปกติมึงออกจะฉลาดฉิบหาย ถ้ามึงไม่แดกข้าว มึงเป็นโรคกระเพาะ เป็นหนักๆก็กระเพาะทะลุ ต้องเย็บ ต้องอยู่โรงพยาบาล แล้วทีนี้ใครจะอยู่ดูแลน้องกู กูขอร้องล่ะว่าอย่าทำตัวโง่สิ้นคิดหรือประชดชีวิตเหี้ยอะไรตอนนี้ รู้ไว้ซะด้วยว่าน้องกูฤทธิ์เยอะ มึงต้องแข็งแรง มึงต้องพร้อมรับมือกับน้องกู เพราะฉะนั้นไอ้ควายตัวเขื่อง ไปแดกข้าว กูให้แม่บ้านจัดโต๊ะไว้แล้ว ถ้ามึงไม่สงสารร่างกายตัวเองก็สงสารแม่บ้านหน่อยเถอะ อุ่นอาหารไปเกือบสิบรอบแล้ว จะไปนอนก็ไปนอนไม่ได้เพราะเจ้านายอีกคนยังไม่ยอมลงไปกินข้าวเนี้ย”

“หึ เออๆ กูเข้าใจแล้ว ไม่ต้องบ่นเป็นคนแก่หรอกนะ กูรำคาญ อีกอย่างเดี๋ยวฮยอกแจจะระคายหู เพราะงั้นหุบปากของมึงไป กูจะไปแดกล่ะ เห็นแก่มึงที่เป็นห่วง...เอ๊ย เห็นแก่แม่บ้านที่ต้องอุ่นอาหารรอกูหรอกนะ” ในที่สุดซีวอนก็ยอมลุกไปกินข้าวตามที่อีกฝ่ายบอก ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรที่ยอมไปกินข้าว แต่อย่างน้อยฮันเกิงก็ยิ้มได้ที่มันยังหันมากวนตีนเหมือนอย่างทุกที อย่างนี้ค่อยสมเป็นเพื่อนเขาหน่อย

“แดกให้อร่อยมึง มื้อนี้ฮีชอลทำเองเลยนะเว้ย”

“โห่ เมียมึงทำ อาหารเลยเหลือถึงกูใช่ป่ะ? ตอบ”

“ถ้าเมียกูได้ยินนี่ถึงตายเลยนะ ไปแดกได้แล้ว ไปเว้ย”

“เออๆ ว่าแต่มึง...ขอบใจนะเว้ย…”

“เรื่องเหี้ยอะไร?”

“ที่ยังคงเป็นเพื่อนกับกูไม่ว่ากูจะทำเรื่องเหี้ยอะไรก็ตาม”

“เรื่องเล็กเว้ย ตราบใดที่มึงไม่คิดจะแว้งกัดหักหลังกูหรือคนในครอบครัวกู กูก็จะเป็นเพื่อนกับควายหน้าหมาโง่ๆไปเรื่อยๆ”

“ได้ทีนี่ด่ากูใหญ่ ถ้ากูเป็นควายหน้าหมา มึงมันก็หมาหน้าควายล่ะวะไอ้ฮัน!” ว่าจบซีวอนก็รีบพุ่งตัวออกจากห้อง ก่อนที่เจ้าของบ้านจะด่าให้อีกรอบ แน่นอนเป็นอย่างที่คิด ฮันเกิงด่าตามหลังแต่ก็ดันพูดสิ่งสำคัญที่ลืมบอกเพื่อนไปอีกข้อ...

“ไอ้เหี้ยวอน! เอ๊ย ลืมบอกแม่ง...มีหมาบ้าอีกตัวนั่งขู่อยู่ข้างล่างนี่หว่า...ช่างแม่งล่ะกัน ถือว่าทำน้องกูเจ็บล่ะวะ”


ซีวอนก้าวเท้าลงบันไดอย่างอารมณ์ดีนิดๆ การที่ได้คุยเล่นกวนตีนกวนประสาทเพื่อนเมื่อกี้มันทำให้เขาหายเครียดไปได้พอสมควร แต่ทันทีที่ก้าวลงมาถึงพื้น ทุกอย่างก็เอียงวูบจนลงไปนั่งกองที่พื้น มือหนายกขึ้นมาแตะที่มุมปากพลางเงยหน้ามองต้นเหตุ

“ต่อยกูทำไมคิบอม”

“ทำน้องกูนอนอยู่แบบนั้น ยังมีหน้ามาถามกูอีกหรอซีวอน” คิบอมสะบัดมือนิดๆก่อนจะเตรียมเข้ามากระทืบซีวอน แต่งวดนี้คนโดนต่อยไม่เปิดโอกาสซ้ำสอง ลุกขึ้นมาตั้งการ์ดสู้

ทั้งสองฝ่ายแลกหมัดกันนัวเนีย จนห้องโถงรับแขกกลายเป็นสนามประลองขนาดย่อมไปแล้ว ร้อนถึงเหล่าบอดี้การ์ดต้องขึ้นไปรายงานนายใหญ่ให้ลงมาห้าม สองคนนี้สู้กันใครจะกล้าเข้าไปห้ามเอง ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป ไม่โดนต่อยเละก็โดนสั่งพักงานล่ะวะ

“เฮ้ย ไอ้เหี้ย! คิบอมมึงพอเว้ยพอ ชอล เข้าไปห้ามน้องเธอที เดี๋ยวไอ้วอนมันก็กรามหักซะก่อนหรอก” จังหวะที่ทั้งฮันเกิงและฮีชอลมาเห็นเป็นจังหวะที่ซีวอนกำลังพลาดให้คิบอมขึ้นคร่อมต่อยเข้าที่กรามแบบไม่ยั้ง

“คิบอมพอได้แล้ว รยออุคช่วยพี่ที ฮันมาลากไอ้วอนออกไปเร็วๆสิ” ฮีชอลรีบตรงเข้าล็อคแขนของคิบอม เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดึงเอามาใช้ในการห้าม รยออุคที่เห็นพี่ชายห้ามไม่ไหวก็รีบเข้ามาช่วยอีกแรง อย่างน้อยก็ให้ฮันเกิงลากซีวอนออกไปได้ก่อน

พอสถานการณ์คลี่คลาย ฮันเกิงก็หันมาตวาดใส่คิบอมและยังเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนซี้ที่นอนหมดสภาพอยู่ที่ชานบันได

“คิมคิบอม พี่ไม่เคยสอนให้ใช้กำลังตัดสินปัญหาแบบนี้ แล้วพี่เองก็เชื่อว่าฮีชอลไม่เคยสั่งสอนน้องชายแบบนี้แน่ๆ ถ้าพี่ไม่ห้ามเราต่อยจนซีวอนมันกรามหัก เรื่องมันจะไม่จบ เข้าใจมั้ย คิดว่าซีวอนมันจะยอมให้เราทำฝ่ายเดียวรึไง ต่อให้มีฮีชอลช่วยคุ้มหัวให้ซีวอนมันก็ไม่สนใจหรอกนะ แล้วมึงก็เหมือนกันไอ้ซีวอน กูบอกให้มึงลงมาแดกข้าว ไม่ใช่ลงมาต่อยกับคิบอม ข้าวก็ไม่ได้แดก ยังเสือกมีแรงไปสู้กับหมาบ้ามันอีก กรามมึงไม่หักก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว คราวหลังจะสู้ก็สำเหนียกตัวเองด้วยว่าข้าวแดกรึยัง แรงมีรึเปล่า ไปให้เด็กมันต่อยไม่ยั้งแบบนี้ เสียชื่อมาเฟียหมด แล้วพวกมึงทั้งคู่ช่วยเลิกต่อยกันด้วย เพื่อนฮยอกแจกลัวกันหมดแล้วนั้น ไปๆ ไปนั่งที่โซฟาดีๆทั้งคู่ แล้วใครก็ได้ฝากทำแผลให้พวกมันสองตัวด้วย…”

“แต่เฮีย มันทำน้องฮยอกเป็นถึงขนาดนี้แล้วเฮียยัง…”

“ยังๆ มึงยังไม่หยุดอีกคิบอม นี่บ้านกู ถ้ามึงไม่เชื่อฟังกู มึงก็กลับบ้านมึงไป กูไม่ได้ห้าม มึงช่วยคิดสักนิดนะ ซีวอนไม่เอาปืนจากลูกน้องมันมาเป่าหัวก็ดีเท่าไหร่ ไปนั่งดีๆ อย่าให้กูต้องหงุดหงิดตามไปอีกคน แล้วรยออุค พี่ฝากไปเฝ้าฮยอกแจที อยู่ข้างล่างกันหมดเดี๋ยวฟื้นขึ้นมาไม่มีใครรู้ พี่มีงานต้องสั่ง”

สิ้นคำของฮันเกิง คิบอมก็หมดคำจะเถียง ยอมเดินมานั่งลงที่โซฟาดีๆ โดยที่ซีวอนค่อยๆลุกแล้วเดินมานั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม แม่บ้านที่เตรียมกล่องปฐมพยาบาลไว้แล้วรีบกุลีกุจอเข้ามาวางให้พร้อมเตรียมเซ็ตทำแผลให้เรียบร้อย

“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวทงเฮทำแผลให้พี่คิบอมเอง” ทงเฮก้าวเข้ามานั่งลงบนที่วางแขน หยิบสำลีชุบน้ำเกลือมาล้างแผลให้อย่างเบามือ ส่วนทางฝั่งซีวอน ซองมินก็เข้ามาช่วยทำแผลให้

“เป็นไงบ้างพี่ซีวอน เจ็บมั้ยเนี้ย”

“ไม่ค่อยอ่ะ แต่หมดแรง...หิวข้าวแล้ว” คำพูดของซีวอนทำเอาฮีชอลส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

“สภาพอย่างนี้คงแดกได้แต่ข้าวต้มไม่ก็โจ๊กแล้วล่ะ เดี๋ยวสั่งแม่บ้านให้ทำให้นะ”

“ขอบใจมากชอล...ซี๊ดดดดด ซองมิน! ทำแผลเบาๆเป็นป่ะวะ” ซีวอนถึงกับครางลั่นเมื่อซองมินกดสำลีย้ำที่แผลแรงๆ

“หมั่นไส้ นี่พี่ ถ้าคราวหลังจะต่อยจะตีกับใคร แน่ใจล่ะว่าท้องอิ่มมีแรง ไม่ใช่ทำตัวแบบนี้ อย่างที่พี่ฮันบอกจริงๆ เสียชื่อมาเฟียหมด เนอะคยูฮยอน”

“นั่นสิพี่ แต่เมื่อกี้ผมถ่ายวิดีโอไว้นะ เผื่อพี่อยากดูสภาพตัวเองตอนโดนพี่คิบอมต่อย หมดสภาพมาเฟียชเวเลย หึหึ” คยูฮยอนว่าพลางกดเล่นคลิปในมือถือให้อีกฝ่ายดู

“กวนตีนกูล่ะไอ้คยู…”

“คยู ส่งให้พี่ด้วย อยากจะเก็บไว้ดูเล่น ไว้อวดลูกของเราเนอะทงเฮ ว่าวันหนึ่งพี่เคยต่อยมาเฟียจนกรามเกือบหัก โอ๊ยยย!”

“แผลตัวเองก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลยนะพี่คิบอม ยังไปกวนประสาทพี่ซีวอนอีก เดี๋ยวมีรูหายใจเพิ่มอีกรูจะไม่ไปฝังศพให้อ่ะ”

“เมียใครวะโคตรโหด…”

“สมน้ำหน้า…”

“ไอ้ซีวอน! มึงอยากกรามหักจริงๆใช่ป่ะ?”

“รอกูแดกข้าวก่อนเหอะ แล้วค่อยมาสู้กันใหม่” ทั้งซองมิน คยูฮยอนและทงเฮได้แต่ส่ายหน้าเพลียๆ แผลเต็มหน้ากันขนาดนี้ยังไม่วายจะนัดต่อยกันอีกนะ ก่อนที่สายตาทั้งสามคู่จะหันไปมองคนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา ซองมินก็รีบฟ้องทันที

“พี่ฮัน สองคนนี้จะต่อยกันอีกแล้ว”

“เฮ้ย ซองมิน มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ” ซีวอนอดที่จะบ่นน้องไม่ได้

“ไม่ต้องบ่นน้องเลยมึง ขืนมึงต่อยกันอีกกูจะส่งฮยอกแจกลับจีน แล้วกูจะให้ทงเฮไปด้วย ดีมั้ยทงเฮ”

“ดีครับพี่ฮัน ผมเองก็เบื่อจะอยู่กับพวกใช้กำลัง” ทงเฮแกล้งเห็นดีเห็นงาม จนคิบอมเองเริ่มทำหน้าไม่ถูก เขาเพิ่งจะดีกับทงเฮได้ไม่เท่าไหร่พี่ฮันก็จะจับแยกซะแล้ว ที่สำคัญคนรักตัวเองยังเห็นดีเห็นงามด้วยอีก

“หึ เคลียกันเองนะ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปดูฮยอกแจหน่อย ถ้าใครจะค้างที่นี่ก็บอกแม่บ้านได้เลย จะได้ให้เขาจัดห้องให้ ส่วนมึงไอ้วอน ในเมื่อมีแรงไปต่อยตีกับคิบอมมัน เชิญมึงแหกตาเฝ้าฮยอกแจ ถ้ากูเข้ามาดูแล้วเห็นมึงหลับ อย่าหวังว่ากูจะยกน้องชายให้”




แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างกระทบกับร่างบางที่นอนอยู่ คนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆลุกขึ้นไปเลื่อนผ้าม่านให้ปิดบังแสงแดดก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม ร่างบางพลิกตัวมาหาไออุ่นค่อยๆยกตัวเองมานอนหนุนตักอีกคนอย่างไม่รู้ตัว ซีวอนก้มลงมองคนที่นอนหนุนตัก มือหนาลูบศีรษะเบาๆ แต่สัมผัสที่แปลกไปจากปกติกลับปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับสบายตื่นขึ้นมาแทน

ดวงตาที่เคยสดใสเงยขึ้นมองเจ้าของตักที่ตัวเองหนุนอยู่ก็ต้องผละออกทันทีด้วยความตกใจ เพียงแค่สบกับตาคม ความหวาดกลัวก็เข้ามาแทนที่ทันที

“ออกไป!!!!! ไปให้พ้นหน้าฮยอกเดี๋ยวนี้...ฮึก...ออกไป ออกไปสิ!!!” เมื่อไม่มีอาวุธอยู่ใกล้ตัว ฮยอกแจยิ่งกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับหยิบหมอนใบโปรดฟาดไปที่คนหล่อไม่ยั้งมือ

“ใจเย็นๆฮยอกแจ ฮยอกแจฟังพี่!”

“ไม่ฟัง ฮึก โกหก ไอ้คนโกหกหลอกลวง!!! ทั้งคุณทั้งพี่ฮัน ทุกคนหลอก...หลอกฮยอก”

“โธ่ฮยอกแจ ฟังพี่สิฟังพี่!”

“ออกไปนะ อย่ามาจับตัวฮยอก ฮยอกเกลียดคนโกหก”

“ฮยอกแจ ไม่เอาสิ...พี่…โอ๊ย!!! ฮยอกแจ!!!”

คนร่างบางที่รู้ตัวว่าหมอนใบโปรดทำอะไรคนร่างสูงไม่ได้ ก็หาอาวุธอันใหม่ ใช้แรงทั้งหมดกระชากโคมไฟข้างหัวเตียงมาฟาดเข้าไปที่หัวชเวซีวอนเต็มแรง

“ฮึก...คนโกหก...ต้องโดนลงโทษ...” แขนบางยกขึ้นหมายจะฟาดซ้ำอีกรอบ แต่ก็โดนมือแกร่งจับแขนบีบเอาไว้แน่น เจ็บจนต้องปล่อยโคมไฟลง

“ฮยอกแจใจเย็นๆ ใจเย็นๆนะครับ” เมื่อปราศจากอาวุธคนตัวเล็กก็ไร้พิษสง แต่เสียงกรีดร้องโวยวายกลับดังขึ้นไป เรียกให้คนอื่นในบ้านตรงมาที่ห้องอย่างเร็ว

“เกิดอะไรขึ้นวะไอ้วอน...เหี้ยเอ้ย หัวมึง!” ฮันเกิงที่มาถึงคนแรกถึงกับชะงักเมื่อเห็นรอยแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะเพื่อนรัก แต่ยิ่งตกใจกว่าที่เห็นฮยอกแจฟื้นขึ้นมาอาละวาด “รยออุค บอกให้ใครไปตามหมอมาหน่อย คิบอมช่วยพี่แยกฮยอกแจออกก่อนเร็ว”

คิบอมรีบตรงเข้าไปช่วยฮันเกิงแยกทั้งสองคนออก ในขณะที่รยออุควิ่งออกไปให้คนโทรตามหมอ

“ฮยอกแจพอแล้วนะครับ พอแล้ว” ฮันเกิงกอดน้องชายเอาไว้แน่นไม่ให้โวยวายไปทำร้ายอีกคน “มึงโอเคนะไอ้วอน”

“กูไม่เป็นไร แค่นี้ชิวๆ มึงดูน้องเถอะ ซี๊ดดดด ไอ้คิบอม!!” ซีวอนหันไปตวาดน้องชายเพื่อนที่ดันนึกพิเรนทร์หรือต้องการจะช่วยก็ไม่รู้ หยิบผ้าเช็ดหน้ามากดที่ปากแผลอย่างแรงเพื่อห้ามเลือด

“โธ่พี่ ก็ช่วยห้ามเลือดไง ไปนั่งดีๆเถอะพี่ กดแผลไว้ด้วยนะ ผมว่าแผลลึกน่าดูเลย”

“เออๆ ขอบใจแล้วกัน มึงไปดูน้องฮยอกเถอะ ช่วยไอ้ฮันมันหน่อย แรงเยอะน่าดูเลย” ทั้งสองคนหันไปมองฮยอกแจที่พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของฮันเกิง จนคนที่กอดไว้แน่นยังส่งสีหน้าขอความช่วยเหลือมาทางพวกเขาสองคน

“ไปช่วยไอ้ฮันมันก่อน” คิบอมพยักหน้ารับคำก่อนจะเข้าไปช่วยฮันเกิงจับตัวฮยอกแจเอาไว้อีกแรง

ซีวอนยืนมองความวุ่นวายไมเกรนก็เหมือนจะแล่นริ้วขึ้นมา แผลที่เมื่อกี้ดูจะไม่ปวดก็เริ่มปวดตะหงิดๆ…


ตึง!!


“ฮึก...คุณซีวอน!!!...คุณซีวอน!...พี่ฮันปล่อย ฮืออออ ปล่อยฮยอก พี่คิบอม คุณซีวอน…” ฮยอกแจดิ้นจนหลุดจากการเกาะกุมของร่างแกร่งสองคน ตรงเข้าไปพยุงคนที่สลบลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น

“รยออุค!!! หมอมารึยัง!?” ฮันเกิงตะโกนเสียงดังลั่นบ้านถามหาหมอที่ควรจะมาถึงแล้ว “คิบอม ช่วยพี่ยกซีวอนไปนอนบนเตียงที พวกมึง ใครก็ได้ไปตามไอ้ลู่มาทำแผลให้ซีวอนด้วย” ฮันเกิงจะเข้ามายกตัวซีวอนแต่น้องชายตัวเองกลับไม่ยอมปล่อยให้พี่ชายทำตามที่ต้องการ “ฮยอกแจปล่อยตัวซีวอนก่อนนะ ฮีชอลครับมาดูฮยอกแจหน่อย”

“ไม่...ฮยอกไม่ไป...เจี่ยปล่อยฮยอกนะ ปล่อย!!! ฮึก ฮืออออ ปล่อย ปละ...ฮึก...ปล่อย คุณซีวอน…ฮยอกไม่ได้ฆ่าเขา...ฮยอกไม่ได้ฆ่าเขาใช่มั้ยเจี่ย…” ฮยอกแจน้ำตานองใบหน้าหันมามองหน้าพี่สะใภ้

“ไม่หรอก ซีวอนไม่เป็นอะไร แค่เหนื่อยเท่านั้นแหละ ก็เล่นนั่งเฝ้าน้องทั้งคืนนี่นา ตอนนี้ฮยอกแจปล่อยตัวซีวอนก่อนนะ ฮันกับคิบอมจะได้พาซีวอนไปนอนบนเตียงดีๆ”

“แต่ฮยอกกลัว…คุณซีวอน...คุณซีวอนจะ...”

“ไม่ต้องกลัวนะ ซีวอนจะปลอดภัย…”

“หมอมาแล้วครับ!!!” ไม่ทันที่ฮีชอลจะพูดจบ รยออุคก็รีบวิ่งเข้ามาบอกทุกคน ตามด้วยร่างของหมอและหมอจำเป็นอย่างลู่หานที่เตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาเซ็ตใหญ่

“ทุกคนออกไปก่อนไป ตรงนี้ให้หมอจัดการดีกว่า ฮยอกแจมาคุยกับพี่ด้วยที่ห้อง ฮีชอลผมฝากคนอื่นด้วยนะ” เมื่อเป็นประกาศิตของนายใหญ่เจ้าของบ้านทุกคนก็ต้องทำตาม ไม่เว้นแม่แต้น้องชายตัวดีที่สร้างเรื่องปวดหัวในขณะนี้ สายตาคมกริบแข็งกร้าวขึ้นเมื่อออกคำสั่ง สบตามองกับฮยอกแจจนคนโดนถึงกับไม่กล้าขัดคำสั่ง แม้ในใจจะว้าวุ่นคิดไม่ตกเรื่องใดก็ตาม แต่เขาก็ยังรู้ตัวว่าขืนขัดคำสั่งฮันเกิงตอนนี้…

มีแต่คำว่า หายนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

111 ความคิดเห็น

  1. #95 mor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 20:57
    มาต่อเหอะคร้าบ
    #95
    0
  2. #94 angle (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 21:27
    กลัวว่าวอนจะตายเลยนะเนี่ย รักมากเลยน้าาาาาา อิิอิ

    ฉากวอนต่อยกับบอมนี่น่าดูแหะ ส่งมาให้ดูหน่อยเดะคยู

    นึกภาพวอนล้มตึงลงไปแล้วก็แอบขำ กร๊ากกกกกกกกก
    #94
    0
  3. #93 Piefah (@piefah) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 10:18
    อะไรคะเมนแค่พี่ซีวอนสลบใจอ่อนแล้วหรอ
    นี่ยังรู้สึกว่าพี่ซีวอนโดนน้อยไปเลยนะ อย่าพึ่งรีบใจอ่อนสิ
    #93
    0
  4. #92 ihypha (@ihypha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 11:11
    เข้าใจฮยอกแจนะ มีแต่ตัวเองที่ไม่รู้อยู่คนเดียว พี่วอนนี่สมควรโดนฟาดอีกซักที 5555 แต่ฮยอกแจก็ยังรักอยู่ดีล่ะเนาะ ดีกันไวๆนะ
    #92
    0
  5. #90 MiNiEun (@choihaneul) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 23:45
    ฮยอกแจอย่าร้องนะ เข้มแข็งไว้ แล้วค่อยเอาคืนทีหลังให้จำไปเลย
    #90
    0
  6. #88 Blue Opal (@irin_irinlada) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 22:19
    ฮยอกแจจจ ;________;
    ไม่เป็นไรนะ ไม่เอาไม่ร้องนะ
    งือออ ไม่อยากให้ฮยอกร้องไห้เลย โง้ยย
    #88
    0
  7. #87 eunning (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 22:03
    ฮยอกตื่นขื้นมาก็โวยวายใหญ่เลย

    ก็สมควรฮยอกจะโกรธทุกคนเล่นโกหกขนาดนั้น
    #87
    0