[Fic Tokyo Ghoul] Ordeal :(Amon x kaneki)

ตอนที่ 13 : SPECIAL : FIC TSUKIYAMA

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

SPECIAL : FIC TSUKIYAMA
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Tsukiyama x Kaneki






Chapter
(MM)


          "กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ ทสึกิยาม่าซัง"ร่างบางเรื่อนร่างเพรียวสวมชุดเสื้อผ้าบางสีน้ำตาลแขนยาวถึงข้อศอกคอกว้างสามเหลียม ลักษณะผ้ามันนิดๆสะท้อนกับแสงไฟเล็กน้อยรวมกับกางเกงขายาวสีขาวถึงหน้าแข้งขาวเรียว สวมร้องเท้าแตะสีดำแบบหนีบ ไหล่กับร่างกายด้านนึงยืนพิงขอบประตูห้องของตนเองและขาไคว่กันขณะยืนพิง ศีรษะก็พิงของประตูด้วยเช่นกันจนผมสีขาวฝังลงไปกับขอบประตูพลางกอดอกมอง


          "..."ทสึกิยาม่าหรือก็คือผมเองสวมชุดเสื้อเชิร์จดำกับเกงๆขายาวซึ่งกำลัง เอ่อ...ทำกิจธุระพิเศษในห้องของมองสิเออร์คาเนกิอยู่.... จากที่ตอนแรกผมกำลังนั่งบนเตียงของเขา ก็ถึงลุกขึ้นมายืนตรงแหน่วแทบจะในทันทีบังสิางที่อยู่ด้านหลังเอาไว้"อ..เอ่อ...คาเนกิคุ--"


          "ซ่อนอะไรไว้ข้างหลังงั้นเหรอครับ?"


           ร่างบางไม่พูดเปล่า เขายกตัวขึ้นยืนเต็มตัวแล้วก้าวเข้าหาผมช้าๆ.... แย่ล่ะ


          "ป...เปล่าไม่นะ เธออย่าเข้าใจผิด..."


          คาเนกิจ้องหน้าผมแบบนี้ผมก็พูดอะไรไม่ออกหน่ะสิ!!! ร่างเล็กก้าวเข้ามาหาผมเรื่อยๆจนได้รับรังสีคุกคามรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากคนตรงหน้า


          ว้ากกก!! ตายแน่ ตายแน่   ผมตายแหนนนนนนนนน้น้!!!!Q[]Q!!!!!!!!!! "ค...คาเนกิคุง"


          ผมได้แต่ฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับเหงื่อที่แตกพล่านไปหมดจนรู้สึกร้อนระอุข้างในกายใต้อาพรที่เปียกชิ้น ผมผ่อนลมหายใจ เข้า ออก เสียงดังแต่พอสบตากับดวงตาสีนิลคู่นั้นก็ทำเอารู้สึกเย็นยะเยือกไม่กล้าส่งเสียง อากาศ ลมหายใจหรืออะไรออกมาจากปากอีก ได้แต่ยิ้มมองคนที่ก้าวเข้ามาหาเงียบๆ หน้าของฉผมตอนนี้มันต้องดูทุเรศจนไม่เหมาะกับยศชนชั้นสูงอย่างผมแน่ๆ แต่ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องนั้นซักหน่อย!!


          ร่างบางมาอยู่ในระยาประชิดก้มหน้านิดๆพลางมองบนขึ้นมาด้วยสายตาเย็นชายิ่งดูหน้ากลัวมากขึ้นไปอีก สายตาที่สื่อออกมาบอกว่า'หลบไป' ทำให้รู้สึกจนตรอกจนเผลอหลับตาลงก้มหน้าถอยห่างออกมาจากเตียงที่เคยยืนบังอยู่



          ทั้งห้องเงียบสะหงัดจนหน้าขนลุกพร้อมออร่าบางอย่างที่แผ่มาจากคนขางตัว แม้จะไม่อยากมองไปที่คนข้างๆที่จ้องไปที่เตียงแต่ก็อดลืมตาดูเสียไม่ได้เมื่อหลี่ตาขึ้นมองเล็กน้อยๆก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก



          คาเนกิคุงกำลังจ้องมาที่ผมด้วยหน้าตาที่หน้ากลัวโคตรๆ!!!!!ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมาอย่ากินเลือดกินเนื้อราวกับจะฉีกผมเป็นชิ้นๆให้กลายเป็นเศษเนื้อแต่ก็จะฉีกกระชากซ้ำไม่หยุด ดวงตาที่โตอยู่แล้วเบิกกว้างมองมานัยน์ตาหดเล็กสั่นไหวอย่างโกรธเคือง ใบหน้าดำมืดและเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างชัดเจน นิ้วโป้งหักนิ้วชี้เสียงดัง กร๊อก ก่อนที่ดวงตาคาคุกันข้างเดียวจะโผล่ออกมา คากุเนะสีเดง 1 อัน งอกแผ่กว้างออกมาเรียงตัวเหมือนเคียวยมฑูตที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงที่ผ่านการฆ่านับครั้งไม่ถ้วน มันขยับเคลือนไหวอยู่เหนือหัวก่อนที่จะ...



ฉัวะ!!!!โครม!!!



          "เฮ้ยเกิดอะไรขึ้นคาเนกิ-----"บันโจพุ่งทะยานมาที่ห้องคาเนกิหลังจากได้ยินเสียงดังครึกโครมแต่ก็ต้องมาพบกับ...อะไรวะเนี่ย


           ภาพที่เขาเห็นคือภาพที่ผมถูกแทงด้วยคากุเนะทะลุท้องจนติดกำแพงเลือดสาดพุ่งไปทั่ว อันนั้นหน่ะปกติอยู่แล้วแต่ไอ้ที่ไม่ปกติคงเป็นของที่อยู่บนเตียงนอน....ของบนเตียงคือตุ๊กตาคาเนกิขนาดเท้่ากับตัวจริงที่ทำขึ้นมาแบบพิเศษ ผิวหนังทำจากหนังเทียมมนุษย์ชั้นเลิศเส้นผมขาวจากเส้นผมสังเคราะห์ซึ่งสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ก่อนหน้านี้ก็คือ....การนำชุดของคาเนกิคุงตัวจริงมาใส่ให้ตุ๊กตาที่แสน Perfect นี้เอง ตุ๊กตานอนนิ่งบนเตียงพร้อมหลับตาลงเหมือนนอนหลับอยู่ เสียแต่ว่าเพราะยังแต่งชุดไม่เสร็จดีเลยเผยหน้าท้องขาวเสียแต่เรียบไม่มีซิกแพ็คนั้นออกมาให้เห็น


          "นี่มันตลกร้ายหรือะไรวะเนี่ย ทำไมมีคาเนกิสองคน เดี๋ยวนะอย่าบอกว่านี่คือตุ๊กตาหนะ ไม่ใช่คนจริงใช่ไหม?"


          คาเนกิกระชากคากุเนะออกจากหน้าท้องจนเลือดของผมพุ่งพรวดกระจายเต็มใบหน้าและร่างกายจนเปียกชุ่ม"เอ่อ เดี๋ยวผมทำความสะอาดให้นะคาเนกินายไปอาบน้ำก่อนเถอะ"


          "ไม่ต้องหรอกครับคุณบันโจ ปล่อยให้ 'คนทำผิด 'จัดการเองเถอะครับ"กลายๆว่าให้ผมทำความสะอาดเองสินะ พอคากุเนะถูกกระชากออกร่างของผมก็ไหลลงมาหล่นตุบที่พื้น ความเจ็บปวดตรงช่วงท้องทำเอาต้องยกมือขึ้นกุมท้องไว้พลางหอบเสียงดัง


          คากุเนะสีแดงสะบัดเลือดไปมาก่อนจะแกว่งซ้ายขวาจนเสียวทำให้ต้องระแวดระวังตลอดเวลาว่ากลัวมันจะเข้าไปแทงร่างใครอีกรอบ มันแกว่งไกวไปมาราวกับแมวที่หงุดหงิดจนต้องส่ายหางไปมาไม่หยุด ก่อนจะรู้ตัวมันก็ฟาดร่างตุ๊กตาคาเนกิที่นอนบนเตียงจนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงห้องลงมา
กองกับพื้นไม่ต่างกัน



          มันแกว่งสะบัดไปมาอีกรอบสองรอบราวกับยังไม่หมดไฟแห่งความโกรธาก่อนจะเก็บกลับเข้าไปอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ผมเงยหน้ามองคาเนกิที่ไม่แม้แต่จะจ้องมองลงมา ใบหน้าหวานมีเลือดไหลอาบลงมาจนไหลรอดผ่านมุมปากสีหวานลิ้นเล็กกวาดเลียมันเข้าก่อนดวงตาจะเบิดกว้างชะงักไป ทุกคนในห้องต่างมองแบบฉงนว่าคาเนกิคุงเป็นอะไร 


          ก่อนที่ร่างบางจะยกมือขึ้นเลียเลือดที่อาบติดมือไปหมดทั้งหน้าหลัง ปลายลิ้นไล้เลียกลางฝ่ามือไล้ขึ้นไปจนถึงปลายนิ้วขาวนวลดูดเม้มจนเกิดเสียงเบาๆก่อนจะหันไปเลียหลังมือขาวนุ่มไปทั่วจนไปถึงข้อมือและท้องแขนซึ่งมีเลือดอาบไหลเป็นเส้นตรงยาวไปทั่ว ถ้าทีกินอย่างเย้ายวนราวกับบอกว่ามันอร่อยซะเต็มประดาทำเอาทุกคนมองนิ่งก่อนที่ร่างบางจะเดินออกจกห้องไปทั้งที่เลือดอาบตัวเพื่อไปอาบน้ำ


          ทั้งห้องเงียบสนิทหน้าท้องที่กำลังรักษาตัวไปเล็กน้อยจึงทำให้ันพอลุกไหวอยู่ แต่เมื่อลุกขึ้นก็สำลักเลือดออกมา


           "นายไหวไหมหน่ะ"


          "การที่ถูกบันจอยคุงเป็นห่วงนี่ฉันคิดว่าฉันตายซักรอบสองรอบมันยังจะดีกว่าซะอีก"พูดจบผมก็ยืนตรงแหน่วมองยิ้มๆ


          "ฉันชื่อบันโจเฟ้ยแล้วที่พูดหมายความว่าไงฟระ!!!"บันโจตะโกนด่าแต่ผมไม่สนใจหรอก"ช่างเหอะพูดอะไรแกก็ไม่ฟังฉันอยู่แล้วหนิ ว่าแต่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เห็นคาเนกิทำหน้าอเหร็ดอร่อยแบบนั้น"


          "นั่นสินะ"การที่เขาทำท่าแบบนั้นแสดงว่าเขาต้องชอบ(ร่างกาย)ผมมากแน่ๆ เมื่อคิดถึงตอนที่เขากัดลงบนเนื้อของผมมันก็....


          très bien!!!!!



           "ขอร้องหล่ะนายอย่าไปทำหน้าแบบนั้นต่อหน้าคาเนกิแล้วกัน" มองหน้าผมแบบนั้นหมายความว่าไงฟระไอ้ขี้ข้า ความจงรักภักดีและความอยากอาหารของผมที่มีต่อคาเนกิคุงแกจะมีปัญหาหรือไง "ดูนายจะรักในตัวคาเนกิพอดูเชียวนะ"


           "รัก?" ผมนิ่งไปนิดหลังจากได้ยินคำพูดจากปากหมอนั่น


          "ทำไม ฉันพูดอะไรผิดรึไง?" บันโจมองหน้าผมนิ่งแต่ในสมองของผมมันว่างเปล่าไปหมด รัก? รักงั้นเหรอ?... อ้าใช่สิ!!ความรักต่ออาหารที่แสนเลิศเรอที่สุดนี้ยังไงล่ะ ต่อให้ยก full course มาแลกผมก็จะไม่มีวันยอมแลก
มองสิเออร์ผู้นี้ให้เป็นอันขาด!!!จะฆ่ามันด้วยซ้ำที่บังอาจคิดแย่งเธอไปจากผม!!!! "เฮ้ย! ทสึกิยาม่า ได้ยินที่พูด---"


           "โอ้ ใช่แล้วรัก ความรักในตัวคาเนกิคุงที่ทำให้ฉันเต็มไปด้วยความกระหาย รักจนปานจะกลืนกิน----" ผมหลุดความต้องการออกไปรีบปิดปากที่พึมพำด้วยมือเดียวในทันที


          "กิน?"บันโจมองผมนิ่งด้วยสายตาแววตำหนิ ก่อนจะหลับตาลงถอนหายใจออกมา"นี่รู้อะไรไหม นายข้าใจคำว่ารักที่ฉันบอกผิดไปนะ"


           "บันจอยคุง ฉันรู้ว่านายกำลังคิดว่าฉันรักเขาในความหมายอะไร แต่"ผมย้ายมือที่ปิดปากจับปอยผมข้างแก้มตน ลูบเบาๆและกอดอกด้วยมืออีกข้าง"แต่ฉันมีเพียงความจงรักภักดีเท่านั้นแหละ สุนัขล่าเนื้อจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นได้หล่ะ"นอกจากอยากจะกินผู้เป็นนายหน่ะ



          "..."บันโจมองผมนิ่งอีกครั้ง จะมองอะไรนักหนาห๊ะ!! "ก็แล้วแต่ อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน บอกไว้ก่อนนะเมื่อสูญเสียไปแล้วจะไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้อีก"

          "เหอะอย่างบันจอยเนี่ยนะมาสอนฉัน---"


          "นายเล่นไปแล้วนะ= =" อย่าลืมเอาตุ๊กตาแปลกๆนั่นกลับไปด้วยหล่ะ "จากนั้นมันก็เดินหันหลังจากไปหน้าตาเฉย


          กล้าเมินผมคนนี้อย่างงั้นเรอะไอ้เจ้าบ้านี่คอยดูเถอะผมจะ-- พอก้าวขึ้นไปด้านหน้าเพียงก้าวเดียวก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เปียกแฉะจนถุงเท้าสีเทาที่สวมอยู่ชุ่มไปด้วยสีแดง เลือด...ต้องทำความสะอาดก่อนสินะ ในตอนนั้นอยู่ดีๆภาพของร่างบางที่ไล้เลียเลือดของผมอย่างรื่นเริงก็เข้ามาในหัว


           ใจนั้นสั่นสะทานไม่หยุดจนต้องยกมือกุมอกอย่างอดทนอดกลั้นมืออีกข้างยกขึ้นกำใบหน้านิ้วจิกกดไปบนผิวอย่างกล้ำกลืนฝืนทน ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน ชักจะ...หิวแล้วสิ


           เสียงหอบกระทบฝ่ามืออย่างพยายามควบคุมสติอารมณ์จนทำให้คิ้วขมวดหน้านิ่วหดเกร็งไปหมดพลางกัดริมฝีปากจนเป็นรอยแดงและเลือดไหล อดทนไว้ calmato calmato calmato calmato calmato calmato calmato...


          ผมทบทวนคำนั้นซ้ำอยู่หลายครั้งจนลืมความเจ็บปวดตรงท้องไปเสียหมด ยิแต่ยิ่งพยายามสงบสติอารมณ์ก็ยิ่งรู้สึกถูกกระตุ้นมากขึ้นไปอีก ทำไมกัน ทำไมเธอถึงมีอิทธิพลกับผมมากถึงขนาดนี้กันนะ อึก จะทน...ไม่ไหวแล้ว


          ตุบ


           เสียงบางอย่างที่ตกลงกระทบพื้นทำให้เรียกสติผมได้เล็กน้อย ผมหอบอยู่อีกซักพักจึงค่อยๆหันไปมองทางต้นเสียงก็พบกับร่างของตุ๊กตาที่น่าจะไม่สนแขนก็ส่วนขาที่กระแทกลงกับพื้นตามแรงโน้มถ่วง


          เมื่อมองไปที่ใบหน้าและร่างกายนั้นไปเรื่อยๆใบหน้าที่ตึงเครียดในตอนแรกก็อ่อนลง ปากที่เม้มก็ค่อยๆหยักยิ้มน่าเวทนาออกมาพร้อมหัวเราะเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง มืย้ายไปเสยผมพลางบ่นพึมพำเพียงลำพัง


          "อะฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ อานั่นสินะฉันนี่มัน... merde(sh*t) ของพรรค์นี้ไม่มีทางเทียบเคียงหรือแทนคาเนกิคุงที่งามล้นและ ไร้ที่ติได้หรอก "


          นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมต้องการจะทำอะไรกันแน่?....โถ่ว้อย!! หิวชะมัดยาด คืนนี้คงจะต้องไปหา 'อาหาร' อีกแล้วสิ พอตัดสินใจได้ดังนั้นจึงรีบทำความสะอาดห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดในทันที











.
.
.
.
.
.
.
[21:37]








          ด้านหลังโรงละครเวทีโอเปร่าเป็นตรอกซอยเล็กๆ หญิงสาวผมสีทองประกายสวมแว่นกันแดดเลนส์โต คลุมเสื้อคลุมสีน้ำตาลปิดกายกับหมวกใบใหญ่ปีกกว้างและรองเท้าส้นสูงสีแดงเข้ม เธอยืนทาลิปสติกสีแดงสดพลางส่องกระจกไปด้วย

          "โอ๊ย!! รอนานแล้วนะยะ ยัยผู้จัดการหน้าตาบ้านๆนั่นหายหัวไปไหนกันเนี่ย!!" เธอเอาแต่เดินวนไปวนมาพลางบ่นไม่หยุด รอบข้างนั้นมืดสนิทมีเพียง 2 บริเวณที่มีเสาไฟสูงตั้งพื้นอยู่นั่นคือบริเวณที่หล่อนยืนอยู่ กับอีกอันที่อยู่ห่างจากที่ๆเธอยืนอยู่พแสมควรแต่ก็ยังมองเห็นได้ชัด


          ตึก ตึก


           เสียงก้าวเดินมาหาทไให้เธอผินมองไปดู


          "นี่หล่อนมาแล้วเหรอยะ ทำให้ฉันรอแบบนี้คิดหรือว่าเธอจะได้กลับไปดีๆ---" เสียงของเธอเงียบไปเมื่อจ้องมองไปยังแสงไฟในจุดที่สองที่ห่างออกไปนั่้นเธอเห็นคนที่ก้าวไปยังใต้แสงไฟนั้นสูงโปร่งพอตัว รางกายหน้านั้นไม่มีทางเป็นหญิงสาวที่เป็นผู้จัดการของเธอแน่


          ชายร่างสูงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเผยรอยยิ้มสวยน่าขนลุก


          "น...นั่นใครหน่ะ"หญิงสาวส่งเสียงถามออกไป เมื่อมองดูดีๆเขาเป็นคนหน้าตาดีมากเลยทีเดียว เธอจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีม่วงคู่สวยนั้น


          ร่างสูงผินมองเธอยิ้มๆทำให้เธอหายเกร็งเมื่อเธอก้าวขาเพียงก้าว ใบหน้ายิ้มสวยมีเสน่ห์ของชายหนุ่มก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นรอยยิ้มน่าขนลุกพร้อมดวงตาสีแดงดำคู่หนึ่งแทนเนตรมณีสีม่วงจนทำเธอขนลุกเกรียว

          ชั่ววินาทีต่อมามาข้างหนึ่งของชายหนึ่มก็ทุบเข้ากับเสาไฟข้างตัวด้วยแรงไม่ถึงครึ่งกระแทบจนเสาไฟหักงอล้มและแสงดับไป


          ตูม!!โครม!!


          "กรี้ด!!!!"


          ทันทีที่เสียงมือที่กระแทกเข้ากับเสาสูงเธอก็หวีดร้องออกมาพร้อมกับเสียงล้มของเสาไฟที่ตามมาติดๆ ขาของเธอสั่นสะท้านอย่างแรงไม่อาจมองเห็นชายที่ยิ้มเย็นอีกแล้วเมื่อเหลือแสงไฟเพียงดวงเดียว


          "ช...ช่วยด้วยใครก็ได้ ช่วยด้วย!!!!!"


          เธอรีบหันไปอีกทางเพื่อจะออกตัววิ่ง แต่ไหล่ทั้งสองข้างของเธอกลับถูกตรึงไว้จากทางด้านหลังพร้อมลมหายใจที่กระทบข้างหู"มาสมัวแซวคนนี้ไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่เลยนะ อย่างที่คุณพูดคุณคงไม่ได้กลับไปดีๆหรอกนะ"

           "ม..ไม่ ใครก็ได้!!!ใครก็ได้!!!"


          ผมทำเป็นเหมือนหลุดมือเมื่อเธอสะบัดตัวดีดดิ้นไปมา ก่อนจะวิ่งหนีไปจนพ้นบริเวณที่มีแสงแต่ยังคงร้อนเรียกให้คนช่วยไม่หยุด


          "การได้เห็นถ้าทีหวาดกลัวของเธอแบบนี้ถ้าเป็นตามปกติฉันคงจะรอดูเธอหนีเป็นหมูตื่นที่ต่อไปอีกสักพัก แต่"


          ในชั่วพริบตาผมก็กระโจนเข้าไปตะครุบศีรษะเธอด้วยมือข้างเดียวแล้วกระชากศีรษะของเธอมาพร้อมเส้นผมเธอก็หวีดร้องเสียงสเนียดหูออกมา


          "วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะมาดูหมูคลั่งซะด้วยสิ เพราะฉันหิวเกินกว่าจะมาเล่นสนุกแล้ว"


          เส้นผมในกำมือถูกกระชากออกมาจนหลุดมาพร้อมกับหนังศีรษะ เสียงกรี้ดร้องดังอีกเพียงชั่วครู่ก่อนร่างนั้นจะค่อยๆเงียบลงราวกบอยู่ในสภาวะช็อกหนักจากความเจ็บปวด ร่างนั้นกระตุกไม่หยุดแล้วล้มลงไปกองกับพื้นในลักษณะนอนคว่ำ


           ผมขว้างกลุ่มผมในมือทิ้งกลางพื้น ก่อนจะยกร่างนั้นให้อยู่ในท่านอนหงายแล้วฉีกเสื้อผ้านั้นออกเป็นเศษเสี้ยว แล้วยกมือขึ้นจับเส้นผมทัดหูตนจนสุดท้ายใช้ตาคาคุกันจ้องมองร่างที่ไร้ซึ่งความเสน่ห์หานั้น ไม่ว่าจะหน้าอกที่โตเกินไปจนผิดรูปจากการผ่าตัดศัลยกรรม ผิวขาวซีดจากการฉีดผิว และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย

          "ร่างกายของเธอนี่ไม่มีอะไรน่ากินซักอย่างเลยนะ"


          จากนั้นผมก็ใช้ฟันกัดเข้าไปกลางร่างโสมมนั่น ยิ่งกินยิ่งมองก็ยิ่งหมดอารมณ์ทานเต็มทน แต่เพราะความหิวและอะไรบางอย่างที่พุ่งพร่านออกมาจากภายในทำให้ต้องเลือกเป้าหมายโดยไม่ได้จัดเตรียมอะไรซักอย่าง เป็นการกินที่แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย มันไม่ได้รู้สึกอร่อยหรือไม่อร่อยแม้แต่นิด รู้สึกเพียงแค่สมองมันตันไปหมด ในสมองที่ไร้ความคิดพยายามใส่และหาเหตุผลในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำและเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมด แต่มันกลับยังคงว่างเปล่า


          เลือดสีแดงสาดกระจายไปทั่วจนไปถึงบริเวณแสงไฟ เมื่อกินจนร่างของหล่อนไม่เหลือเค้าเดิม ร่างทั้งร่างก็เหมือจะได้รับการฟื้นฟูอยู่ แต่ภายในยังคงไม่รู้สึกพึงพอใจ มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเช็ดปากลวกๆโดยที่ยังนั่งอยู่ที่พื้นคล่อมร่างที่ไม่เหลือสภาพที่สวยสดงดงามให้เห็นอีกต่อไป



           แชะ



          เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมกับแสงแฟลช ผมเงยหน้ามองคนที่ถ่ายอย่างรู้ดีว่าเป็นใคร 'โฮริ จิเอะ' เด็กสาวที่จบมหาลัยเดียวกันกับผม เธอเป็นมนุษย์คนแรกที่ผมไม่รู้สึกอยากกินเธอแม้แต่น้อยและรู้ความลับของผม ที่ผมเป็น ผีดิบ (กูล) เธอทำงานเกี่ยวกับการหาข่าวสารต่างๆ และข่าวสารที่เธอมีนั้นน่าสนใจและควรซื้อเพราะมีค่าเพียงพอต่อการจ่ายในทุกข้อมูล


          เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชยังคงเกิดขึ้นต่อไปพักนึงจนกระทั่งเธอยกกล้องลงมองมาที่ผม เสียงและแสงนั้นจึงหยุดจึงหยุดลง


          "ฉันเพิ่งจะเคยเห็นนายกินด้วยท่าทีแบบนั้นเป็นครั้งแรกเลยแฮะ"


          "..."


          "ทสึกิยาม่า?" เธอเรียกชื่อผมแต่ผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดอะไรกับเธอทั้งนั้นผมหลับตาลงพักนึงแล้วลุกขึ้นมาสบตากับเธอที่ไม่ใช่นัยน์ตาคาคุกันอีกต่อไป ผมเผยยิ้มสดใสแต่ก็ดูเหนื่อยนิดๆ


          "ว่าไง แม่สัตว์เลี้ยงตัวเล็ก--"


          แชะ


          เธอหันไปถ่ายรูปศพใต้เท้าผมโดยไม่ได้ฟังผมพูดซักนิด สมเป็นเธอจริงๆนั่นแหละ


           "โอ๊ะ นายพูดว่าอะไรนะ?"


          " เปล่าหรอก= =* " ผมเกาหัวตัวเองอย่างเหนื่อยๆ เสียงชัตเตอร์ยังคงดังต่อไปไร้ซึ่งคนกล่าวจนกระทั่ง" นี่ "


          "หือ?"


          "จำคาเนกิคุงที่เล่าให้ฟังได้ใช่ไหม"


          "จำได้สิเขาเป็นคนที่สง่ามากๆตอนได้ถ่ายรูปเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนายหลงเขาได้ขนาดนั้น"


          "เขางดงามมากจนฉันควบคุมตัวฉันเองไม่ได้ อยากจะกินเขาแต่ก็..."โฮริ มองมาที่ผมนิ่ง เธอไม่แม้แต่จะกระพริบตาทำหน้าคิดนิดหน่อยใช้มือจับปากก่อนจะพูดอะไรเหนือความคาดหมายออกมา


          "งั้นนายไม่ลองให้เขากินนายดูก่อนหล่ะ"



....



เดี๋ยวนะผมไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม


?



           "หา?"


          "นายเคยบอกว่าตัวนายอร่อยใช่ไหมหล่ะ ถ้าเขาได้กินนายเขาอาจจะพอใจก็ได้จริงมั้ย"



?????


          บอกผมที่ว่าเธอเป็นมนุษย์จริงๆใช่ไหมเนี่ย แต่จากท่าทีของคาเนกิคุงก็ดูเหมือนจะชอบจริงๆด้วยสิ แต่ว่ามัน... ผมขมวดคิ้วเล็กๆเมื่อทำท่าจะครุ่นคิด เสียงของเด็กสาวก็เรียกขึ้นมาเสียก่อน


          "แทนที่จะมามัวแต่กังวลแบบนั้น คนที่ลงมือทำอะไรบ้าๆแบบปกติดูเหมาะกับทสึกิยาม่ามากกว่านะ ถ้าเขาเป็นคนที่นายอยากจะกินจริงๆและเขายังเป็นคนแรกที่ทำให้นายเป็แบบนี้นายควรจะลองทุ่มสุดตัวซักตั้งดูให้สมเป็นนายไม่ใช่รึไง"


          "..."


           "ส่วนนี่ชุดที่คานาเอะฝากมาให้ เจ้าตัวบอกว่าเดี๋ยวจะมาจัดการที่นี่ให้ทีหลั---....."


          "Merci โฮริ จิเอะ!!!เธอช่างมีความคิดที่แสนบรรเจิดที่ฉันไม่เคยนึกฝันมาก่อน โอ้วมันช่างยอดเยี่ยม!!!"ผมกางแขนออกยกสูงราวกับสวรรค์มาโปรดที่ให้คำตอบอันลำ้เลิศนี้กับผม!!!


          "กลับเป็นเหมือนเดิมแล้วแฮะ"เธอกล่าวเสียงโทนเดียว


          "งั้นขอรับถุงนี้ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ จะให้คาเนกิคุงผู้งามล้นพบกันฉันในสภาพพรรค์นี้ไม่ได้เด็ดขาด" เมื่อรับถุงมาผมก็โบกมือลาหล่อนแล้วเดินหันหลังกลับไปยังที่พักของคาเนกิและพวกขี้ข้าเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พร้อมเสียงชัตเตอร์จากด้านหลังที่ดูเหมือนจะถ่ายผมอีกแล้วโดยไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดกระซิบว่าว่า'นายเปลี่ยนไปนะ ทสึกิยาม่า'


          แต่ผมไม่อาจสนใจเรื่องนั้นหรือเรื่องไหนได้อีกแค่ได้คิดว่าความปรารถณาที่อยากให้คาเนกิคุงได้ชิมตัวผมให้มากกว่านี้ซึ่งจะทำให้เขามีความสุข ดำดิ่งไปในรสชาดอันหอมหวานจากตัวผม และรสชาดของเขาจะดีขึ้น จนอดทนรอไม่ไหวแล้ว!!


          ตอนแรกผมต้องการเพียงที่จะได้ชิมเขา ได้กินเขา ได้คลอบครองเขาไว้เพียงผู้เดียว แม้จะเป็นอย่างนั้นตอนนี้ผมกลับอยากให้เขากินผม ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมและเพราะอะไรแต่นี่คือสิ่งที่ผมปรารถนา เป็รสิ่งที่ผมต้องการ นี่แหละคือเหตุผลที่ดีที่สุดทีผมมี!!!


          เมื่อพ้นออกมาจากตรอกเล็กๆหลังเวทีโอเปร่า ผมก็ออกวิ่งทันที ผมต้องรีบกลับไปให้เร็วที่สุด ผมอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!!! ไม่รู้ว่าฟ้ามันเป็นอะไรอยู่ดีๆก็มาตกเอาเวลาแบบนี้ ฝนหลงฤดูรึไงเนี่ยฮะ!!!


          แต่ฝนอาจจะเป็นใจก็เป็นได้เพราะมันพัดชะล้างเลือดตามทางจนหมดสิ้น เสื้อผ้าที่ชุ่มเลือดจึงเริ่มชุ่มไปด้วยน้ำไปด้วย มันทั้งร้อนทั้งอึดอัดไปหมดผมจึงถอดเสื้อนอกทิ้ง กระชากเนคไทออกขว้างออกไป เลิกที่จะวิ่งบนถนนโทรมๆ ปีนกำแพงขึ้นไปด้านบนอาคารแล้วกระโดดข้ามตึกโน้นนี้ไป


         

          [22:17]



           ผมมาถึงที่หมายและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เส้นผมสีม่วงชื้นๆเพราะพึ่งออกจากห้องน้ำส่องกลิ่นแชมพูกลิ่คูลออกมา ท่อนบนและล่างเป็นชุดนอนสีดำทั้งตัวแบบผ้าโปร่ง แต่ก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไม...ต้องใส่รอสโซ่สีแดงลายจุดขาวด้วย....


          เอาเถอะก็ดีกว่าไม่มีอะไรใส่หล่ะนะ เมื่อมายืนอยู่หน้าห้องร่างบางก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลายเสียงดัง เอื้อก... เอาหล่ะนะผมยักมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ


          ก็อก ก็อก


          "คาเนกิคุง"


          "..."


          "หลับอยู่รึเปล่า"


          "..."


          นอนหลับไปแล้วมั้ง ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ(เขานอนยังจะเข้าไป) ภายในนั้นเงียบสงัด ทั้งห้องก็มืดสนิท เมื่อมองไปยังคนบนเตียงก็เห็นก้อนร่างที่นอนคลุมตัวใต้ผ้าห่มจนมิดร่างเห็นมือขวาวางหงายแซมออกจากผ้าห่ม ข้างๆก้อนร่างนั้นมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่


          ผมก้าวเท้าเข้าไปใกล้เตียงรู้สึกได้ถึงชีวิตหนึ่งที่นอนหายใจอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาวนุ่ม เมื่อมองไปยังหนังสือที่วางใกล้มือบางก็ยากจะลองหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นหนังสืออะไร จึงยืดแขนข้างหนึ่งออกไปหยิบมันขึ้นมา แต่ในชั่ววินาทีนั้นก็มีมือหนึ่งคว้าแขวนผมเอาไว้


          "!!"

 
          "..." ร่างบางมุดหัวออกมาจากผ้าห่มอย่างเกียจคร้าน ดวงตาที่ปิดอยู่ปรือขึ้นมาชายตามอง


          "คาเนกิคุง..."


          "มาทำอะไรเหรอครับ ทสึกิยาม่าซัง"


          "ยังไม่นอนเหรอ"


           "ตอบคำถามผม.ฮ..ฮ้าว....ด้วยครับ" ผมหัวเราะเบาๆเมื่อร่างบางตอบกลับมาพลางหาวเบาๆแบบนั้น น่ารัก


           "หึ หึ ฉันมีของจะให้หน่ะ"ร่างนั้นที่ยังคงจับแขนของผมไว้ค่อยๆปล่อยมืออย่างล้าๆแล้วลุกขึ้นด้วยถ้าทีซวนเซมานั่งขยี้ตาบนเตียงจนผ้าห่มไหลลงมาเผยร่างชุดนอนสีขาวอมฟ้าแขนขายาวปิดข้อมือข้อเท้า"นอนไม่หลับเหรอ?"


          "อืม ว่าแต่คุณดูอารมณ์ดีนะครับ"คาเนกิใช้มือข้างนึงเคาะหัวตัวเองเบาๆราวกับเรียกสติ


          "อา ก็นิดหน่อย เธอเองก็ด้วยหนิคาเนกิคุง^^"บรรยากาศนุ่มๆอบอุบที่ชวนหัวใจจั๊กจี้แบบนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว ตั้งแต่วันนั้นสินะวันที่ผมไปมหาลัยเมจิเพื่อพบกับเธอที่นั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสืออยู่


          ผมกลับมาสนใจหนังสือในมือตนอีกครั้ง เมื่อมองดีๆก็พบว่าชื่อของหนังสือเล่มนี้ก็คือ 'นกสีฟ้า' (THE CHILDREN'S BLUE BIRD)


           "ช่วงนี้เธออ่านนิทานสำหรับเด็กบ่อยนะ"


          "แล้วจะทำไมครับ?"เด็กหนุ่มมองตาขวางใส่


           "ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ว่าแต่ว่านะคาเนกิคุง"ผมนำหนังสือไปเก็บเข้าที่(ตู้หนังสือ)ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงค้อมตัวมองคนที่นั่งอย่างเรียบร้อยในทาทีง่วงงุนน่ารักนั้นจนใจสั่น พร้อมส่งรอยยิ้มนุ่มๆให้เด็กหนุ่ม"เธออยากจะทาน'มื้อดึก'ไหม"


           "ตอนนี้ผมยังไม่อยากกินเนื้อกูลที่แช่ไว้ในตู้เย็นหรอกนะ"ร่างบางกล่าวนิ่งๆ


           "เปล่าไม่ใช่หรอก"ผมส่งยิ้มอ่อนพลางมองคนตรงหน้าที่จ้องมา"บอกแล้วไง ว่ามีของจะให้หน่ะ"


          "..." เด็กหนุ่มมองผมนิ่งด้วยแววตาไม่เป็นมิตรและหวาดระแวง


           "มาฉันช่วยนะ" ผมที่ยื่นมือออกไปเพื่อช่วยให้เขาลุกขึ้นแต่กลับถูกปัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย ฮะ ฮะ ระแวงใหญ่เลยแฮะ"งั้นฉันไปเตรียมอาหารให้นะ"


           ผมค้อมตัวให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป เมื่อเดินตรงไปยังห้องครัว จึงยกแขนขึ้นมองท้องแขนมือซ้ายตนอย่างเงียบๆ คากุเนะสีม่วงแทงออกมาจากกลางหลังก่อนจะเลื้อยไปรอบแขนขวาพร้อมปลายแหลมที่เหมือนกับดาบ


"เอาหล่ะนะ"








          คาเนกิค่อยๆเดินออกมาจากห้องเดินลงมายังชั้นร่างทางบันไดจนมาถึงห้องอาหาร ผมมองกลับไปหาเขาพลางยิ้มหวานให้"เธอชอบโต๊ะอาหารวันนี้รึเปล่า คาเนกิคุง?"


           ผมยืนเอามือซ้ายไขว้หลังและมือขวาทาบอกยิ้มๆ บนโต๊ะอาหารมีเนื้อสดๆที่ถูกหั่นไว้อย่างเรียบร้อยแต่ยังคงชุ่มเลือด เนื้อสดๆถูกหั่นเป็นแผ่นบางๆเล็กๆ มีของตกแต่งอยู่ตรงมุมจานด้านนึงซึ่งแน่นอนว่ามันกินไม่ได้


          ร่างบางก้าวขาเรียวมานั่งบนเก้าอี้อย่างเงียบๆไม่พูดอไร เขามองไปที่อาหารบนจานก่อนจะรอบมองมาทางฉันที่ยืนมองเขาอยู่เช่นกัน แล้วก็หันกลับไปเขาหยิบซ่อมและมีดขึ้นมาค่อยๆฉีกและกรีดเนื้อบนจานออกเป็นส่วนๆแล้วยกมันเข้าปาก ทุกครั้งที่เขาเคี้ยวใจฉันก็ยิ่งสั่นและเต้นแรงขึ้น อละยิ่งเขาตักคำที่สองและสามก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก แต่กินไปได้ซักพักเขาก็หยุดลง


          "ไม่ทานต่อแล้วเหรอ คาเนกิคุง?"


           "มือซ้ายของคุณหน่ะ"เขาหันมามองผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนทุกครั้งไม่แปรเปลี่ยน"เอามาให้ผมดู"


           "..."ผมยืนนิ่งเงียบเก็บรอยยิ้มเข้าไปแทบจะในทันที


           "ให้ผมดู" ยิ่่งสายตาที่มองมานั้นยิ่งทำให้ใบหน้าของผมไร้รอยยิ้มเติมแต้ม แต่กลับไม่รู้สึกเกร็ง ยินดี หรือหวาดกลัวเลยซักนิด มือขวาทิ้งไว้ข้างลำตัวและแขนซ้ายของผมก็ได้ยืนออกไป ผมตัดมือของตนเองออก เลยออกมาจากข้อมือจนเกือบใกล้ถึงท้องแขน เพื่อนนำไปเป็นอาหารให้เขา 


           "คุณนี่มันโรคจิตรจริงๆ แถมยังบ้ามากๆเสียด้วย"


           ผมไม่คิดจะโต้แย้งคำกล่าวนั้นเลย เมือมองแขนของตนเองที่ถูกตัดทิ้งด้วยมือของผมเองก็ยังนึกขำในใจ ตอนที่ตัดมันออกไปนั้นไม่ได้คิดเปลี่ยนใจเลยแม้แต่น้อย น่าสมเพชชะมัดไม่เท่เลยซักนิดนะ


          "คุกเข่า"


          เมื่อได้รับคำสั่ง ผมก็ตอบรับความต้องการนั้นแล้วนั่งลงคุกเข่าทันที คงโดนลงโทษอีกแล้วสินะ ไม่แปลกใจเลย ได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อยหลับตารับผิดแต่ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดเลยซักนิด เมื่อนั่งรอไปซักพักแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่าทำไมถึงยังไม่ลงโทษเขาอีกกว่าจะรู้สึกตัวก็มีนิ้วมืแล็กๆแตะมาที่ริมฝีปากของผม



          ผมสะดุ้งเบิงตาโพลงออกมาและเงยหน้าขึ้นมองคนเหือหัวที่นั่งเอียงข้างบนเก้าอี้ใช้นิ้วมือไล้กดไปที่ริมฝีปากของผม



          "ไหนๆนายก็อุตส่าห์สละมือตัวเองมาให้ผมทานแล้ว ผมจะให้นายทาน 'มื้อดึก' ซักหน่อยก็ได้"


           "...!!" ผมได้แต่มองตาค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าและกับตัวเองคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั้นเป็นคำพูดที่เหลือเชื่อมาก จนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นี่มันอะไรกัน?


           "อ้าปากสิ" คำพูดไร้อารมณ์นั้นทำให้เลือดในกายสูบฉีดไปหมด ร่างกายตอบรับคำสั่งนั้นอย่างว่าง่าย ปากอ่าออกให้นิ้วเรียวสวยนั้นสอดเข้ามาในโพลงปาก เมื่อนิ้วไปกระทบกับฟันร่างกายก็ถึงกับสะดุ้ง เมื่อมันแตะเข้าทิ่ลิ้นก็ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด


          นี่คือโอกาศที่จะได้ชิมร่างกายนี้อีกครั้งหนึ่ง ได้สัมผัสกายนุ่มนี้อีกครั้งนึง กัดลงไปเลยสิ!! แม้จะคิดแบบนั้นแต่กลับรู้สึกสมองมันโล่งเป็นสีขาวไปหมด ลิ้นค่อยๆเลียไปตามปลายนิ้วขาวอย่างหลงใหล ขบไปตามนิ้วบางนั้นเบาๆและไล้เลียไม่หยุด


          "ทสึกิยาม่า-...อึก"


          ยิ่งเลียก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆทั้งแํนและเธอ พอร่างบางจะชักมือกลับผมจึงคว้ามือนั้นไว้ด้วยมือขวา ดึงขอ้อมือนั้นไว้ก่อนจะไล้เลียต่อไปอย่างกระหาย

           "ย...หยุดนะ"


           เมื่อผมเหลือบตาขึ้นมามองร่างบางโดยที่ยังเลียอยู่ก็เห็นใบหน้าสวยน้นเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงให้เชยชม ใบหน้าเขินๆนั้นหลบสายตาไปด้านข้างอย่างเคอะเขิน ร่างบางเริ่มสั่นเทิ้มไม่รู้ว่ามาจากความเขินอาย ความกลัวหรือว่า...พอลองกัดไปที่นิ้วเบาๆไม่ให้มีแผลหรือเลือดไหลอีกครั้งร่างทั้งร่างนั้นก็สะดุ้ง


          "อ...อ๊ะ..ไม่นะ" นิ้วสวยรีบยกขึ้นปิดปากหยุดเสียงอันน่าอายเอาไว้ ถ้าทีน่ารักนั้นทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นไปอีกรู้สึกหายใจหอบแรงขึ้นทุกทีที่ได้มอง


          "คาเนกิคุง ขอฉันทานอย่าอื่นได้ไหม"


          ไม่รอให้ร่างบางได้ตอบผมก็ลุกขึ้นคว้าร่าวตรงหน้ามาโอบกอดจับใบหน้าสวยให้เข้ามาจูบ รสชาดหวานของริมฝีปากสวยผมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดมือบางพยายามผลักไสแต่ไม่เป็นผนยิ่งร่างบางคิดขัดขืนผมก็ยิ่งกอดร่างนั้นไว้ให้แน่นขึ้นไปอีก


          "อ...อึก...สึกิยา...อื้ม..."


          เสียงครางหวานยิ่งทำให้กระตุ้นอารมณ์มากขึ้นเป็นเท่าตัว ยิ่งริมฝีปากสัมผัสกันร่างกายยิ่งร้อนลุ่ม ศีรษะเอียงซ้ายขวาหามุมสัมผัสอันล้ำลึกดูดเม้มริมฝีปากสีสวยจนสัมผัสไดถึงลมหายใจที่ติดขัดของคนสวยหวานน่ากินตรงหน้า


          มือผอมบางที่พยายามดันอกของผมออกนั้นอ่อนแรงเต็มทน เมื่อคว้ามือนั้นไว้ข้างนึงจึงได้สติขึ้นมาและรับรู้ว่าแขนที่ขาดไปคืนสภาพเดิมแล้วโดยไม่ทันรู้ตัว เมื่อถอนจูบออกมาก็พบกับใบหน้าน้ำตาคลอเบ้าที่แทบไร้สิ้นสติ ริมฝีปากที่เพยอออกมาไม่อาจปิดเพราะหอบหายใจเป็นสีแดงสดเย้ายวน


          "...ช่วยถือซะว่า ถูกหมาเลียปากไปทีนะ คาเนกิคุง"


          ไม่ทันสิ้นคำ ผมก็ย้ายมือที่จับมาคว้าเอวบางไว้แน่นสานริมฝีปากของกันและกันให้เหนียวแน่นใช้มืออีกข้างผลักเก้าอี้จนล้ม กวาดของบนโต๊ะออกจนล่วงลงมากระแทกกับพื้น จากนั้นก็กดร่างบางลงกับโต๊ะไล้เลียริมฝีปากหวานจนร่างกายบางสั่น


            เมื่อสอดลิ้นเข้าไปในโพลงปากร่างเล็กก็กระตุกส่งเสียงต่อต้านอื้ออึงออกมาอย่างหวาดหวั่น ลิ้นเกี่ยวพันกันจนใต้ร่างสิ้นเรี่ยวแรง ผมดูดไปทั้งตัวลิ้นเลียไปทั่วภายในควานหารสสัมผัสอันลุ่มหลงจนไม่มีที่สิ้นสุด


           ยิ่งผิวกายสัมผัสกันผิิวกายยิ่งร้อน ยิ่งกดจูบมากเท่าไหร่ยิ่งสัมผัสถึงหัวใจที่เต้นระรัวของอีกฝ่ายได้มากเท่านั้น เมื่อสอดลิ้นลึกล้ำก็ยิ่งสัมผัสถึงลมหายใจที่ขาดห้วงได้เด่นชัดขึ้น ขณะที่กำลังดื่มด่ำความเจ็บแปร้บที่เข้ามาและกลิ่นคาวเลือดทำให้ต้องหยุดชะงักกับการกระทำทุกอย่าง


          "อึก" ผมถอดลิ้นออกอย่างไม่เต็มใจ ถอยออกมาจากร่างที่หอบแรงบนโต๊ะซึ่งพยายามตั้งหลัง


          เมื่อใช้นิ้วเช็ดมุมปากก็เห็นหยาดน้ำสีแดงแต่งแต้มบนนิ้ว เขากัดผม และลิ้นผมขาด...


          ร่างนุ่มถุยลิ้นของผมออกจากปากแต่ไม่ออกจึงลุกขึ้นบ้วนลงบนโต๊ะอย่างหมดหนทาง ขาบางอ่อนแรงจนอยู่ในสภาพคุกเข่า เขาใช้แขนข้างเดียวยันตัวเองไว้กับโต๊ะอย่างสิ้นกำลัง


          "อัน เอ็บ นะ อาเนอิอุง"(มันเจ็บนะ คาเนกิคุง)ฉับ่นออกมาพร้อมกับลิ้นที่ค่อยๆคืนสภาพเดิม ร่างบางที่ทรุดกับพื้นกอบอยุ่พักหนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองตาขวางใส่ เขาสูดหายใจเข้าแล้วตอบออกไปด้วยคิดว่าเสียงจะปกติ


         "ห..ฮึก...หุบปาก"แต่เสียงก็ยังสั่นและชะงักอยู่ดี

 
          ผมที่ผินมองก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ น่ารักชะมัด แต่พอถูกตำหนิก็รู้สึก....ยิ่งอยากต่อต้านหรือแกล้งเขาขึ้นมา


          "ริมฝีปากของเธอหวานมากเลยหล่ะ คาเนกิคุง อร่อยจนอดอยากชิมอีกสักรอบไม่ได้เลยหล่ะ"


          คากุเนะสีแดงงอกออกมาจากกลางหลังบางสะบัดเก้าอี้ลอยมากระแทกใส่หน้าผมเต็มๆจนหน้าหงายล้มตึงไปกับพื้น "อั่ก!!!"


          "บอกให้หุบปากไง"


          ผมนอนนิ่งบนพื้นเอามือจับใบหน้าที่โดนกระแทกจนเสียสูญ


          หน้าของผมคงไม่เสียโฉมไปหรอกนะ ใช่มั้ย?ถึงเดิมทีกูลจะไม่มีลอยแผลเป็นก็เถอะ ระหว่างที่ผมคิดอยุ่ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาสัมผัสเท้าเมื่อยกมือออกใช้แขนดันตัวท่อนบนขึ้นเงยหน้ามองสิ่งที่อยู่ปลายเท้าก็ถึงกับสะดุ้ง เฮือก


          ร่างผอมบางกำลังปีนขึ้นมาบนตัวผม!!


          "ค...คาเนกิคุง"


           ร่างบางค่อยๆคลานขึ้นมาจากส่วนขาก่อนจะมาถึงหน้าท้องจนคร่อมขึ้นมาอยู่บนร่างเราสองสบตากนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง นัยน์ตานิลดำที่สบมองสะท้อนภาพตัวผมอยู่ภยใน ราวกับจะควานหาบางสิ่งภายในตัวผม ก่อนที่ร่างนั้นจะฟุบลงกับอกของผมแทนในทันที


          "...ห้อง"


           "หิม?"


          "พาผมกลับห้อง" เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็ยิ้มจนแก้มจะฉีกก่อนจะอุ้มร่างนั้นขึ้นด้วยสองแขนในถ้าอุ้มเจ้าหญิง ร่างในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นก่อนกล่าว


          "นายใส่อะไรลงไปในอาหาร"


          "พูดอะไรหน่ะคาเนกิคุง"ผมทำหน้าตาไม่รู้เรื่องอย่างลอยหน้าลอยตาแต่ร่างบางยังส่งสายตาคาดโทษกลับมา แหมนิดๆหน่อยๆไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย


          หลังจากนั้นผมก็พาเขากลับมาที่ห้องนอนของเขาที่ปิดไฟอยู่ และวางร่างบางลงบนเตียงนุ่มยกผ้าห่มคลุมให้เรียบร้อย


          "ขอบคุณสำหับอาหารวันนี้นะ คาเนกิคุง ผมคงอิ่มไปอีกนานเลย"


          ร่างบางส่งเสียฮึดฮัดนิดหน่อย แน่หล่ะผมเป็นคนเลี้ยงหนิ แต่ว่ามันก็รู้สึกอิ่มจริงๆนะไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย เมื่อผมทำท่าหันหลังจะออกไปจากห้องเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง


          "ทสึกิยาม่า"


          "..." ผมหันกลับมามองคนบนเตียง"ว่าไง?"


           "ทำไม นายถึงไม่กินผม" คำถามที่ตอบยากนี้ทำเอาผมนิ่งเงียบ ถามว่าทำไมงั้นเหรอ หึ


          ผมเดินไปที่ประตูหันมากล่าวฝันดีแล้วปิดประออกจากห้องไป"ราตรีสวัสดิ์นะ คาเนกิคุง"


          ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน


          ผมพิงหลังกับประตูพลางครุ่นคิด




ทำไมผมไม่กินเขากันนะ?


นั่นมันโอกาสที่หายากมากเลยไม่ใช่รึไงกัน?


หรือผมจะกลายเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ?



ตอนที่ได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มนั้น เป็นครั้งแรกที่เลินเล่อจนไม่รู้ตัวว่าแขนกลับมางอกเมื่อไหร่


แล้วกลับมางอกได้ยังไงกัน?


ผมไม่ได้กินเข้าซะหน่อย


แต่ว่า

.
.
.



ริมฝีปากเขานุ่มมาก






          ผมยกลิ้นเลียริมฝีปากอย่างอดไม่ได้ เลิกคิดดีกว่าได้เวลาที่เราจะกลับบ้านซะที แต่ต้องไปทำความสะอาดห้องอาหารก่อน ส่วนความรู้สึกในใจนี้


          พอถึงเวลาผมคงจะเข้าใจเอง




         




------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          ----29/4/2016  23:16



          เสร็จซะที ตอนนี้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องนะเป็นตอนช่วงที่พวกคาเนกิว่างงาน ช่วง VII : FLORA เป็นช่วงที่ทสึกิยาม่ายังไม่รู้ตัวว่าหลงรักคาเนกิ เซอ์วิสนั่นเองครับ ฟฟฟฟฟฟฟ ต่อไปจะเซอร์วิสคู่ไหนว่ากันอีกที อย่าลืมว่านี่fic amon x kaneki นะ ครับ ฟุ ฟุ ฟุ


          แก้หลายรอบมากเขียนใหม่เพราะหายไปหลายส่วนด้วย=_=" ตอนแรกให้ทสึกิยาม่าเรียกตัวเองว่าฉันตอนหลังคนอื่นบอกเขียวว่าผมดีกว่าเลยต้งมาแก้ใหม่หมด ฟฟฟฟฟฟฟฟ ใกล้เปิดเรียนละ ฮืออออออออออ ฟิคยูริกำลังคิดๆดูอยู่ แต่เอาฟิคอันนี้ให้จบก่อนละกัน คงอีกยาวเลย55555+


          ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่มาเก่ามาใหม่ มาติดตามกัน มาคอมเม้นท์ติชมขอบคุณมากครับทางนี้ก็จะพยายามต่อไปนะครับ


          (ขออภัยที่หายไปนานด้วยครับ)


          ใครเล่น yume100 มาขอแอดในกล่องข้อความลับได้นะ555+ ฝันดีครับดึกแล้วร้อนๆแบบนี้ข.ก.ออกจากบ้านมากนอนอยู่บ้านทำงานเป็นดีที่สุ
ด ราตรีสวัสดิ์ครับ^_^


ถามจริง
มีใครสนใจ

Fic : UNDERTALE ♥:

ไหม? (NL นะครับ)





O W E N TM.
พุยพุย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

297 ความคิดเห็น

  1. #129 masakoto (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:34
    อยากให้เขียนถึงภาค re จังคนเขียนมาเขียนต่อเถอะข้าพระเจ้าชอบเนื่อหามันมีอะไรที่มากกว่านี้ข้าเชื่อถ้าเขียนต่อนะ
    #129
    1
    • #129-1 Kuro - Ro(จากตอนที่ 13)
      21 เมษายน 2562 / 12:19
      ก็อยากนะครับ แต่ต้องรอดูกันต่อไปครับไม่มีอะไรที่แน่นอนอยู่แล้ว^^
      #129-1
  2. #124 Aki_akira013 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 18:59
    อ้าาาาาากก ชอบคู่นี้มากกกก(ก ไก่ล้านตัว) ฟินตัวลอย เนื้อเรื่องหลักก็สนุกมากค่ะ แต่งต่อไปนะคะ สู้ๆค่า>///<
    #124
    1
    • #124-1 Kuro - Ro(จากตอนที่ 13)
      6 พฤษภาคม 2559 / 11:12
      ขอบคุณครับกำลังสงสัยว่า...ส่วนใหญ่จะชอบคู่ Tsukiyama x kaneki
      มากกกว่าคู่หลักรึเปล่า? คืออะไร5555555555+
      จะพยายามต่อไปครับ^w^
      #124-1
  3. #123 แซนส์เขาคือเมียหนูเอง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 16:23
    ถ้าเป็นอันเดอร์เทลขอออลแซนส์ค่ะ//แซนส์เคะแหละอร๊ายยย(กุมหน้า////-////)
    #123
    1
    • #123-1 Kuro - Ro(จากตอนที่ 13)
      6 พฤษภาคม 2559 / 11:11
      ผมถ้าเป็น Undertale ชอบแบบ normal มากกว่านะ55555+
      แต่จะลองพิจารณาดูครับ=w=
      #123-1
  4. #122 หลงทาง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 22:59
    เย่ๆอัพแล้ว555 แต่งดีมากเลยค่ะ ประโยคไหลลื่นดี ^^
    #122
    1
    • #122-1 Kuro - Ro(จากตอนที่ 13)
      6 พฤษภาคม 2559 / 11:09
      ขอบคุณครับจะพยายามต่อไปครับ^^
      #122-1
  5. #121 JINKUN12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 07:31
    แต่งดีมากๆค่ะ ชอบคู่นี้ด้วย มาเพิ่มไวๆนะ
    #121
    2
    • #121-1 Kuro - Ro(จากตอนที่ 13)
      30 เมษายน 2559 / 19:51
      ขอบคุณครับ จะพยายามต่อไปครับ^ ^
      #121-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(