Romantic Soulmate ภารกิจอินเลิฟฉบับคู่รัก

ตอนที่ 12 : Episode10: Stay With Me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มิ.ย. 58

  CR.SQW


10

Stay With Me

      

แฮร์ริสอุ้มฉันมาวางลงบนเตียงในห้องนอนอย่างทะนุถนอม เขานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าฉันแล้วสำรวจว่ามีร่องรอยบาดแผลตรงไหนบ้างรึเปล่า สีหน้าแววตาของเขาสะท้อนความรู้สึกห่วงใยออกมาให้ฉันได้รับรู้

...ถ้าหากคืนนี้แฮร์ริสมาช่วยฉันไว้ไม่ทัน นั่นคงเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิตของฉันเลย

ขอบคุณนะที่มาช่วยฉัน

อื้ม…” แฮร์ริสสบตาฉัน ขอโทษนะ เพราะฉันเองเธอถึงต้องเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้

ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดนายสักหน่อย 

จะไม่ใช่ความผิดฉันได้ยังไงล่ะ... ถ้าฉันไม่พาเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องซาร่า ยัยนั่นก็คงไม่ทำร้ายเธอแบบนี้หรอก

เหตุการณ์ในคืนนี้เป็นฝีมือของซาร่า เธอให้ผู้ชายคนนั้นลักพาตัวฉันไปทำมิดีมิร้ายเพื่ออัดคลิปวิดีโอแบล็คเม ฉันรู้ว่าซาร่าร้าย แต่ฉันไม่คิดมาก่อนว่าเธอจะร้ายได้ถึงขนาดนี้

ฉันจะจบเรื่องนี้เองพัลจี ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว

          แฮร์ริส...ฉันเอ่ยก่อนที่จะเอื้อมฝ่ามือไปกุมใบหน้าของเขาไว้ เรามาจบเรื่องนี้ด้วยกันเถอะ

          ...เขาไม่ได้ตอบอะไรแต่จับฝ่ามือของฉันไว้และคลี่ยิ้มให้บางๆ

          รับปากฉันสิแฮร์ริส

          “อะ อื้ม ^^”

          ฉันไม่อยากให้แฮร์ริสต้องรับมือกับเรื่องนี้เพียงคนเดียว ไม่ว่าเหตุผลของเขาจะคืออะไรฉันก็อยากจะอยู่เคียงข้างเขาต่อไป

          “แล้วนายรู้ได้ไงเหรอว่าฉันอยู่ที่โรงแรมนั่นฉันถาม

          เกลบอกน่ะ

          เกลเหรอ... จริงสิ! ฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญครบรอบหนึ่งเดือนนายเลยนี่นา สงสัยว่าฉันจะทำตกไว้แถวๆ ท่าเรือด้วยฉันนึกขึ้นได้

          ถุงสีชมพูรึเปล่า

          ใช่ๆ

          แฮร์ริสเก็บถุงของขวัญฉันไว้งั้นเหรอ... เขาเปิดดูรึยังนะ แล้วเขาจะชอบมันรึเปล่า *0*

          อยู่ในรถฉันน่ะ แต่ฉันยังไม่ได้เปิดดูเลย

          อะ อ๋อ...ฉันเว้นวรรคไปครู่หนึ่งก่อนจะถามในสิ่งที่รู้ดีอยู่แล้ว แล้วคืนนี้นายเตรียมของขวัญอะไรไว้ให้ฉันงั้นเหรอ

          ดินเนอร์บนเรือยอร์ชสุดหรูไงล่ะ

          น่าเสียดายเนอะ ฉันอุตส่าห์จะได้ดินเนอร์สุดหรูบนเรือยอร์ชแล้วแท้ๆ -.-

          เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ แต่ตอนนี้ฉันเตรียมของขวัญชิ้นใหม่ไว้ให้เธอแล้วล่ะพัลจีแฮร์ริสลุกขึ้นยืน

          หะ หือ?”

          ...ของขวัญอะไรของเขากันนะ

          “ไหน หมอนั่นมันแตะเธอตรงไหนบ้าง บอกฉันมาสิเดี๋ยวฉันจะลบให้เธอเอง

          “-0-///” หน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจว่าแฮร์ริสหมายความว่ายังไง

          ตรงนี้ใช่มั้ย…” สิ้นเสียงของแฮร์ริสเขาก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหัวใจฉันเต้นแรงเป็นสามสี่เท่า... แฮร์ริสค่อยๆ ประทับริมฝีปากลงบนศีรษะของฉันอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาสัมผัสบนหน้าผากและปลายจมูก ก่อนที่จะหยุดชะงักตรงที่ริมฝีปากของฉัน

          ...ฉันหลับตาลงพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกหวั่นไหวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้

          ของขวัญชิ้นนี้ทำฉันใจเต้นแรงชะมัด...

          ฝันดีนะพัลจีแฮร์ริสเอ่ยขึ้น ทิ้งฉันให้ค้างอยู่อย่างนั้น     

          เอ่อ...ฉันลืมตาขึ้นและกระพริบตาปริบๆ

          อ๊ากกก! อยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ เมื่อกี้ฉันกำลังคิดเพ้อฝันอะไรอยู่อย่างนั้นเหรอ ตื่นๆๆๆ –O-;

          เธอพักผ่อนเถอะ

          ฉันเอนตัวลงนอนในขณะที่แฮร์ริสคอยห่มผ้าและปิดไฟบนหัวเตียงให้ฉัน แต่ก่อนที่เขากำลังจะเดินออกจากห้องนอนไปฉันก็คว้ามือของเขาเอาไว้

          ฉันขอของขวัญอีกสักชิ้นได้มั้ย...

          “…”

           คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนฉันนะ

         

          เช้าวันต่อมา แฮร์ริสออกจากบ้านไปมหาวิทยาลัยแต่เช้าหลังจากที่นั่งอยู่ข้างๆ เตียงเป็นเพื่อนฉันทั้งคืน ส่วนฉันพออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบนั่งแท็กซี่จากบ้านเพื่อกลับไปที่ Cleo Hotel อีกครั้ง ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้อยากกลับมาที่นี่เลยสักนิด หากแต่ว่าฉันทำของสำคัญหายไว้ที่นี่ก็เลยจำเป็นต้องกลับมาหาอีกครั้ง

          ถ้าถามว่าของสิ่งนั้นสำคัญกับฉันมากเลยเหรอ ฉันตอบเลยว่ามาก... ฉันเองก็ไม่รู้ว่าให้ความสำคัญกับของสิ่งนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บางทีอาจเป็นเพราะฉันใส่ทุกวันจนชิน หรืออาจเป็นเพราะใครบางคนให้มา

          สวัสดีค่ะ Cleo Hotel ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้ดิฉันช่วยคะพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์บริเวณล็อบบี้กล่าว

          คือเมื่อคืนฉันมาที่นี่แล้วทำสร้อยคอตกไว้น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าทางโรงแรมได้เก็บไว้บ้างรึเปล่าคะ

          ใช่แล้ว... ฉันทำสร้อยคอหาย สร้อยคอที่ฉันคล้องแหวนที่แฮร์ริสให้ไว้นั่นแหละ

          เอ่อ ไม่มีนะคะ ไม่ทราบว่าเข้าพักที่ห้องไหนคะ

          1102 ค่ะ

          ถ้างั้นดิฉันจะพาพนักงานไปเปิดห้องแล้วช่วยคุณหานะคะ

          ขอบคุณมากค่ะ

          พนักงานหญิงในชุดยูนิฟอร์มสีดำของโรงแรมคนหนึ่งเดินเข้ามาก่อนจะผายมือเชิญฉันไปที่ลิฟต์แล้วพาขึ้นไปยังชั้น 11 และไม่ถึงหนึ่งนาทีฉันก็มาถึงชั้นนั้นแล้ว ฉันเดินตามพนักงานไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าห้อง 1102 เธอรูดคีย์การ์ดให้ฉันเข้าไปในห้องนั้นก่อนที่ฉันจะเริ่มหาสร้อยทันที

          ...ขอให้ฉันหาสร้อยคอเส้นนั้นเจอด้วยเถอะ

          ฉันเริ่มหาตั้งแต่บริเวณประตูห้อง ตู้เสื้อผ้า โซฟา หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ แต่ก็ยังไม่พบ... ตอนนี้ฉันอยากจะรีบออกไปจากที่นี่ชะมัด อยู่ที่นี่นานๆ แล้วฉันผวานึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอีกแล้วสิ

          เจอมั้ยคะฉันถามพนักงานที่กำลังช่วยฉันหาอยู่

          ไม่เลยค่ะ

          ฉันเดินมาหาบริเวณเตียงนอนที่ถูกรื้อปูเตียงใหม่เรียบร้อยแล้ว เมื่อบนเตียงไม่พบฉันจึงก้มลงไปดูใต้เตียงขนาดคิงไซส์นี่

          O__O!

          นะ นั่นไง! เจอแล้ว! ฉันเจอสร้อยคอที่คล้องแหวนของแฮร์ริสไว้แล้ว

          ทว่า... ตอนนั้นเองขณะที่ฉันกำลังมุดใต้เตียงแล้วเอื้อมมือไปหยิบสร้อยคอนั้น สายตาของฉันก็มองเห็นฝีเท้าผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง

          อย่า...อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนที่ซาร่าจ้างมาเมื่อคืนจะย้อนกลับมาที่นี่เหมือนกัน!

          ตอนนี้พนักงานคนที่ช่วยหาสร้อยคอฉันไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ถ้าผู้ชายคนนั้นย้อนกลับมาอีกฉันจะทำยังไงดี ฉันควรจะรีบวิ่งหนีตอนนี้หรือว่าฉันควรจะแอบซ่อนใต้เตียงนี้ดีนะ TOT

          “พัลจีเสียงทุ้มๆ ที่คุ้นหูเรียกชื่อของฉันขณะที่ฉันยังคิดหาทางเอาตัวรอดไม่ได้

          ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่เดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะพบว่าเขาคือแฮร์ริส

          นายนี่เอง... ตกใจหมด -.-“ฉันลอบถอนหายใจว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าฉันมาที่นี่

          ฉันเห็นเธอบนรถแท็กซี่ไงล่ะยัยโง่ พอโทรหาเธอก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์อีก ฉันเป็นห่วงก็เลยตามมาดู

          แฮร์ริสบอกว่า... เขาเป็นห่วงฉันอย่างงั้นเหรอ *0*

          สงสัยฉันปิดเสียงโทรศัพท์ไว้น่ะเลยไม่ได้ยิน

          เออแล้วเธอกลับมาทำอะไรที่นี่อีก รู้มั้ยว่ามันอันตรายแค่ไหนแฮร์ริสเปลี่ยนเรื่อง

          “ฉันกลับมาหาสิ่งนี้ไงเล่าฉันพูดพลางหยิบสร้อยจากใต้เตียงมาให้เขาดู

          สร้อยเนี่ยนะแฮร์ริสพูดเสียงเนือยๆ ราวกับว่านี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับเขา

          แหวนต่างหากล่ะ!”

          ...

          สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญไม่ใช่สร้อยเส้นนี้หรอก แต่เป็นแหวนที่คล้องอยู่กับสร้อยเส้นนี้ต่างหาก...

          ฉันกลับมาหาแหวนที่นายให้ต่างหากล่ะแฮร์ริส

          ...

          รู้มั้ยว่าฉันกลัวมันหายแค่ไหน

          ถ้าเธอกลัวมันหาย...เขาย่อตัวลงมาใกล้ๆ ฉันเธอก็สวมมันไว้ที่นิ้วสิพัลจี

          แฮร์ริสหยิบสร้อยคอในมือของฉันไปแล้วเอาแหวนเงินวงนั้นออกมา... เขาขอมือฉันและฉันยื่นมือซ้ายให้กับเขาอย่างไม่ลังเล

          เอ่อ ฉันชอบใส่นิ้วกลางนะฉันบอกเขา

          ใจตรงกันเลยแฮร์ริสแอบยิ้มเล็กน้อยก่อนบรรจงสวมแหวนให้ฉันที่นิ้วกลาง ฉันเว้นนิ้วนางไว้ให้เธอเจอคนที่ใช่นะพัลจี

          ฉันรู้ดีว่าฉันกับแฮร์ริสไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ เพราะฉะนั้นการสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายคงไม่เหมาะหรอก ฉันต้องรอสวมแหวนจากคนที่ใช่เหมือนที่แฮร์ริสบอกสิ... แต่ทำไมประโยคของเขาทำให้ฉันเศร้าขึ้นมา ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้กำลังรอเจอคนที่ใช่ แต่ฉันแค่รอเวลาที่เหมาะสม เวลาเขาที่จะเลื่อนแหวนจากนิ้วกลางเป็นนิ้วนางข้างซ้ายแทน

          ไปกันเถอะ ฉันจะพาเธอไปพบใครบางคนแฮร์ริสลุกขึ้นแล้วส่งมือให้ฉัน

          ใครเหรอฉันถามก่อนยื่นมือไปจับมือของเขาแล้วลุกขึ้นตาม

          เดี๋ยวไปถึงเธอก็รู้เองเขาบอกพลางจับมือฉันไว้แล้วพาเดินออกไปจากห้องนี้

          ขณะนั้นเองสายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งบนมือซ้ายของเขาที่กำลังจับมือกับฉันอยู่... แฮร์ริสสวมแหวนที่ฉันซื้อให้ที่นิ้วกลางข้างซ้ายของเขาเช่นกัน

          ยิ้มอะไรของเธอเขาถามในระหว่างที่ยืนรอลิฟต์อยู่

          ปะ เปล่า ^^;” ฉันปฏิเสธแต่ไม่สามารถหุบยิ้มได้

          ฉันกับแฮร์ริสเข้าไปในลิฟต์ พอลงมาถึงชั้นล็อบบี้เราก็เดินออกจากโรงแรมไปพร้อมกัน เขายังคงจับมือของฉันไว้แน่นและเดินตามทางไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่พูดอะไร จนในที่สุดฉันต้องเป็นฝ่ายถามขึ้น

          นี่เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ

          ร้านอาหารแถวๆ นี้น่ะ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

          แล้วรถนายล่ะฉันถาม เพราะแน่ใจว่าเขาต้องขับรถตามฉันมาที่โรงแรมแน่ๆ

          จอดทิ้งไว้ที่โรงแรมนั่นแหละ...แฮร์ริสบอก วันนี้ฉันอยากเดินจับมือเธอ

          “หะ หืม? เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะฉันถามอีกครั้งให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ยินอะไรผิดไป

          ฉันบอกว่าวันนี้ฉันอยากเดินจับมือเธอเขาชูมือฉันและเขาขึ้นมาเพื่อยืนยันคำตอบ

          ฉันคิดไปเองรึเปล่านะ วันนี้แฮร์ริสดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งคำพูดและการกระทำของเขาดูแปลกไปซะหมดจนฉันตามไม่ทัน

          อ่า... แต่ว่าฉันก็ชอบนะที่เขาเป็นแบบนี้ -///-

          ถึงแล้วล่ะแฮร์ริสพูดขึ้นเมื่อเราเดินมาถึงหน้าร้านอาหารไทยฟิวชั่นแห่งหนึ่ง

          นายพาฉันมาเจอใครกันแน่เนี่ยแฮร์ริส

          คนที่เธออยากเจอมากที่สุดไงล่ะพัลจี

          คนที่ฉันอยากเจอมากที่สุดงั้นเหรอ...

          อย่าบอกนะว่า...ฉันตาลุกวาวหันไปมองหน้าแฮร์ริสและยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้ไม่ให้ร้องกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ

          พ่อของเธอรออยู่ข้างในร้านแล้ว

          กรี๊ดดดด! จะ จริงเหรอ นายพูดจริงๆ ใช่มั้ยแฮร์ริส นายไม่ได้ล้อฉันเล่นนะ >O<” ฉันร้องออกมาก่อนที่จะกระโดดกอดแฮร์ริสอย่างลืมตัว

           ฮ่ะๆ รีบเข้าไปในร้านสิ ^^” เขาหัวเราะเบาๆ

          อื้ม แล้วนายจะไม่เข้าไปกับฉันเหรอ

          ไม่ดีกว่า เธอจะได้ใช้เวลากับพ่อสองคนไง

          “ถ้างั้นเจอกันที่บ้านนะแฮร์ริส

          “^_^” แฮร์ริสยิ้มให้ฉัน

          ฉันเดินเข้าไปในร้านอาหารเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหันกลับมามองที่แฮร์ริสอีกครั้ง เพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมขอบคุณเขาไปซะสนิทเลย

          แฮร์ริส ขอบคุณนะ ^^” ฉันยิ้มและโบกมือให้เขาก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านอาหารอีกครั้ง

          บรรยากาศในร้านอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นไอของความเป็นไทย ตั้งแต่เสน่ห์ของงลายกนกบนฝาผนัง ส่วนบนโต๊ะอาหารก็ประดับด้วยผ้าไหมกับดอกกล้วยไม้ และที่สำคัญรสชาติอาหารไทยฟิวชั่นของที่นี่ก็ได้รับการยอมรับโดยเชฟไทยชื่อดังหลายๆ ท่านมาแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้จึงได้รับความนิยมสำหรับนัดทานข้าวครอบครัวและชาวต่างชาติที่แวะมาประเทศไทยเป็นอย่างมาก

          ฉันเริ่มกวาดสายตามองหาคนที่แฮร์ริสนัดไว้และเป็นคนที่ฉันอยากเจอมากที่สุด... นาทีนั้นเองสายตาของฉันก็หยุดตรงที่ชายวัยกลางคนในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับเนคไทสีน้ำเงินลายขวางที่กำลังนั่งอยู่คนเดียว และชายคนนั้นคือพ่อของฉันเอง

          “พ่อคะฉันเอ่ยขึ้นก่อนที่ท่านจะหันมามองที่ฉัน

          “พัลจีพ่อเอ่ยชื่อของฉัน

          ...นานเท่าไหร่แล้วนะที่ฉันไม่ได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่ฟังทุกครั้งก็อบอุ่นใจได้ทุกครั้ง

         

          07.30 P.M.

          ฉันกลับบ้านหลังจากที่ใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับพ่อ เรากินข้าว ดูหนัง และไปเดินช้อปปิ้งด้วยกัน แต่พ่อบอกว่ายังกลับมาอยู่ที่บ้านกับฉันไม่ได้เพราะท่านเพิ่งจะได้งานใหม่ที่ฮ่องกง และท่านก็อยากจะทำงานนี้เพื่อหาเงินมาตั้งหลักครอบครัวของเราอีกครั้ง แต่อย่างน้อยในวันนี้พ่อก็ยังบอกลาฉันก่อนไป และแค่วันนี้ฉันได้เจอหน้าท่านอีกครั้ง ได้รู้ว่าท่านสบายดี แค่นี้ฉันก็สบายใจแล้ว

          ทุกอย่างในวันนี้เป็นแผนการของแฮร์ริส เขาโทรหาพ่อฉันในขณะที่ฉันพยายามโทรเป็นสิบๆ รอบก็ยังไม่ติด และพอเขาโทรหาพ่อฉันติดเขาก็โกหกพ่อของฉันว่าต้องการพบเพื่อนัดคุยงาน พ่อฉันจึงตอบตกลงมาตามนัด... ฉันไม่รู้ว่าเลยว่าต้องขอบคุณแฮร์ริสสักกี่ครั้งถึงจะพอ

          แฮร์ริส ฉันกลับมาแล้วฉันเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้าน แต่ว่า... ทำไมบ้านถึงดูเงียบขนาดนี้นะ ฉันคิดว่าแฮร์ริสจะกลับมารอฉันที่บ้านซะอีก

          พัลจีเสียงทุ้มๆ เอ่ยชื่อฉันขึ้น ทว่าไม่ใช่เสียงของแฮร์ริสแต่เป็นเสียงของเกล ฉันหันไปมองด้านหลังซึ่งเกลยืนอยู่และพบว่าสีหน้าของเขากำลังบ่งบอกว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น... อ่านจดหมายนี่สิ

          ฉันยื่นมือที่สั่นระริกไปรับจดหมายจากเกล หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่านี่เป็นจดหมายอะไร แต่ฉันรู้ว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่

 

 

ถึง พัลจี

วันนี้เธอคงมีความสุขมากใช่มั้ย ฉันทำตามสัญญาแล้วนะที่บอกว่าจะช่วยเธอตามหาพ่อ แต่ฉันขอโทษที่ไม่รักษาสัญญาว่าเราจะจบเรื่องนี้ด้วยกัน... จากนี้ไปฉันคงอยู่กับเธอแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะพัลจี เธอต้องเจอเรื่องร้ายๆ ก็เพราะฉัน ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องซาร่าอีกต่อไปแล้ว ส่วนเรื่องภารกิจและข้อตกลงทั้งหมดฉันจะรับผิดชอบเอง

ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกลาเธอด้วยตัวเอง เพราะฉันไม่เก่งเรื่องบอกลาเอาซะเลย หวังว่าเธอจะมีความสุขในทุกๆ วันเหมือนที่ผ่านมานะ อย่าลืมกินข้าวทุกมื้อ แล้วอย่าคิดว่าเธอต้องนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวล่ะเข้าใจมั้ย

แล้วพบกันใหม่

แฮร์ริส


 

          ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะรู้สึกยังไง ทุกอย่างในตอนนี้ดูว่างเปล่า... ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแฮร์ริสจะจากฉันไปโดยทิ้งจดหมายไว้แค่ฉบับเดียว ทำไมเขาถึงใจร้ายแบบนี้นะ

          แฮร์ริสวางเช็คเงินสดไว้ในลิ้นชักห้องนอนนะ เขาบอกว่าจะจ่ายหนี้ของเธอทั้งหมดหลังภารกิจถูกยกเลิก

          ...

          พัลจี เธอจำได้ใช่มั้ยว่าถ้าภารกิจถูกยกเลิก ทุกอย่างก่อนหน้านี้ก็จะถูกยกเลิกด้วยเช่นกัน

          อะ อืม

          นั่นหมายความว่าเธอกับแฮร์ริสก็จะย้อนกลับไปตอนที่ยังไม่รู้จักฉัน…”

          หากว่าย้อนกลับไปตอนนั้น... ถ้าฉันยังไม่รู้จักเกล ฉันก็คงไม่รู้จักแฮร์ริสด้วยน่ะสิ

ใช่เกลตอบสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ในใจ ความทรงจำระหว่างเธอกับแฮร์ริสจะหายไปราวกับว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น

…!!!



 


กามเทพเกลทำหน้าที่มาครึ่งเรื่องแล้ววว
งานฟินงานลุ้นงานดราม่ายังมีอีกเพียบ


ตอนต่อไปจะเป็นยังไงงดสปอยล์ล่ะกันเนอะ อิอิ
อ่านจบแล้วคอมเม้นกันหน่อยเร็ววว
ช่วงนี้เงียบเหงาเหลือเกินนน TT


แล้วพบกันใหม่... วันพุธหน้า 
รักทุกคนค่ะม๊วฟฟฟฟฟฟฟ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #69 โอปอจ๋าาา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 00:09
    งือสงสารพัลจีอ่ะอุตส่าได้เจอพ่อแล้วแต่แฮร์ริสดันหายไปอีกTOT
    #69
    0
  2. #64 มัมมี่บ้า (@sopalmyeiei) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 06:24
    ม่ายยย โหดร้ายยยอ่า ความทรงจะหายไปไม่อาววว .น้ำตาย้อย.กระซิกๆ T T
    #64
    1
    • #64-1 Pat'TQ (@i-am-babydoll) (จากตอนที่ 12)
      28 พฤษภาคม 2558 / 21:34
      รอลุ้นพุธหน้ากันน้าาา T^T
      #64-1