ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 8 : เกือบลืมไปแล้วว่า...ฉันเคยรักเธอมาก่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ก.พ. 58

 

            ตื่นเช้าจังเลยนะคะ ศรารัตน์ยิ้มให้ต้นอ้อ พยาบาลสาวอัธยาศัยดีที่หญิงสาวเพิ่งจะมีโอกาสได้ถามชื่อตอนที่ฝ่ายนั้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ ท่าทางคุณดูสดชื่นแบบนี้ พักฟื้นอีกไม่นานต้องหายเป็นปกติแน่นอนค่ะ คนป่วยเอ่ยขอบคุณเบาๆก่อนถามขึ้น

 
          
แล้วฉันต้องอยู่โรงพยาบาลอีกนานเท่าไหร่คะ ได้แต่นอนอยู่แบบนี้ ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว


            อันนี้คงต้องรอถามคุณหมอเองแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้คุณหมอติดตรวจอาการคนไข้อีกรายอยู่ อีกสักพักก็คงมาเช็กร่างกายให้คุณค่ะ ศรารัตน์แอบเบ้หน้า คุณหมอสมชายเจ้าของไข้เป็นอีกคนหนึ่งที่เธอไม่อยากเจอหน้าเอาเสียเลย ด้วยเพราะฝ่ายนั้นชอบทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาราวกับมีเรื่องที่ต้องคิดให้เครียดสมองมากมาย มันทำให้เมื่อเธอมองหน้าคุณหมอสมชายทีไรก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ อีกอย่างหนึ่งคือฝ่ายนั้นเป็นคุณหมออายุอานามก็ปาเข้าไปหกสิบกว่าๆแล้ว ขืนเธอต้องทนเจอหน้าคุณหมอสมชายทุกวัน มีหวังคงได้เฉาตายกันพอดี


            ที่ฉันเบื่อเนี่ย ส่วนหนึ่งก็เบื่อคุณหมอเจ้าของไข้ของตัวเองนี่แหล่ะค่ะ ต้นอ้อยิ้มให้ศรารัตน์ที่ทำหน้ามุ่ยก่อนจะเฉลยให้อีกฝ่ายฟัง


            งั้นอีกหน่อยคุณก็คงไม่ต้องทนเบื่อแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าคุณหมอสมชายจำเป็นต้องบินด่วนไปศึกษางานวิจัยที่เมืองนอก คุณหมอท่านก็เลยโอนเคสของคุณให้คุณหมออีกท่านรับดูแลต่อ รับรองว่าคราวนี้คุณคงหายเบื่อแน่ๆ เพราะอ้อไม่เห็นว่าพวกพยาบาลที่วอร์ดนี้เค้าจะบ่นกันเลยสักครั้ง ศรารัตน์นึกขอบคุณในใจที่คุณหมอสมชายติดงานวิจัยที่เมืองนอก หวังว่าคุณหมอคนใหม่คงจะไม่แย่ยิ่งกว่าคนเดิมนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็ไปตามคุณหมอสมชายกลับมาเสียดีกว่า


            มาค่ะ เดี๋ยวฉันปรับเตียงให้ คุณจะได้เอนหลังได้สะดวก เอ้อ คุณหมอมาพอดีเลย เสียงเปิดประตูห้องทำให้ศรารัตน์หันไปมอง


             ผู้มาใหม่เป็นชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวที่ดูแล้วอายุน่าจะมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่นัก ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นอยู่ภายใต้แว่นตาเลนส์บางไร้กรอบตามสมัยนิยม ใบหน้าได้รูปที่รับกับจมูกที่โด่งเป็นสันยิ่งทำให้คนตรงหน้าชวนมองยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าไม่ใช่เสื้อกาวน์ตัวยาวที่อีกฝ่ายกำลังสวมอยู่ ศรารัตน์คงไม่รู้เลยว่านี่คือคุณหมอคนใหม่ที่จะมาดูแลเคสของเธอแทนคุณหมอสมชาย และหญิงสาวคงจะเสียมารยาทจ้องหน้าอีกฝ่ายต่อไปเรื่อยๆหากว่าต้นอ้อไม่เข้ามาสะกิดเธอให้รู้สึกตัวเสียก่อน


            สวัสดีครับ หมอชื่อนภัทร จะมารับหน้าที่เป็นหมอเจ้าของไข้ของคุณแทนคุณหมอสมชาย คิดว่าพยาบาลคงจะแจ้งให้คุณทราบแล้ว


             ศรารัตน์รับคำยิ้มๆแล้วบอกว่าเธอเพิ่งจะรู้เมื่อสักครู่นี้เอง ใครจะไปนึกว่าคุณหมอนภัทรคนนี้จะแตกต่างกับคุณหมอสมชายราวฟ้ากับดินแบบนี้ล่ะ ดวงตายาวรีของหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะลอบมองคุณหมอสุดหล่ออยู่ตลอดเวลาในขณะที่ฝ่ายนั้นตรวจเช็คร่างกายของเธอ ใบหน้าหล่อคมของหมอนภัทรเหมือนมีรอยยิ้มประดับไว้อยู่ตลอด ทำให้คนที่แอบชำเลืองตามองอยู่แทบละสายตาไปไม่ได้เลยทีเดียว


            ช่วงนี้มีอาการเจ็บหรือว่าปวดตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ นภัทรถามคนไข้ของเขาพร้อมรอยยิ้มขำ เขานึกรู้ว่าอีกฝ่ายแอบมองเขามาตั้งแต่ที่เริ่มตรวจแล้ว แถมบางครั้งยังเผลอจ้องเหมือนกับว่าเขามีอะไรติดอยู่บนหน้าอย่างนั้นแหล่ะ


            ก็ยังปวดซี่โครงตรงจุดเดิม แล้วบางครั้งก็จะรู้สึกปวดขาแบบเจ็บแปลบๆ บางทีฉันก็รู้สึกว่าบังคับขาตัวเองไม่ได้เลยค่ะ นภัทรพยักหน้ารับรู้ก่อนจะวิเคราะห์อาการจากคำบอกเล่าของศรารัตน์


            เรื่องซี่โครง ถ้าดูจากฟิล์มเอกซเรย์แล้วก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่นัก ถ้าได้พักฟื้นสักพักอาการปวดก็จะดีขึ้นเอง ส่วนเรื่องที่คุณรู้สึกว่าปวดขา หมอคิดว่าคงจะเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการผ่าตัดซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องอาศัยการทำกายภาพบำบัดเข้าช่วยนะครับ


            แล้วฉันจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่คะ


            ช่วงนี้ต้องรอดูอาการก่อนนะครับ หมอเองก็ยังบอกแน่นอนไม่ได้เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคุณไม่ใช่อุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆที่เมื่อทำแผลแล้วก็กลับบ้านได้ ผมอ่านจากรายงานของหมอสมชายแล้ว ที่คุณสามารถรอดชีวิตมาได้แถมยังโชคดีไม่พิการอีก เท่านี้ก็น่าทึ่งมากแล้วล่ะครับ ศรารัตน์อดหัวเราะออกมาไม่ได้ หมอนภัทรพูดเสียจนน่ากลัวเชียว


            ถ้าอย่างนั้นคงต้องยกความดีให้คุณหมอสมชายแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าไม่ได้คุณหมอท่านช่วยเอาไว้ได้ทัน ฉันก็อาจจะตายไปแล้วหรือไม่ก็คงพิการแบบที่คุณหมอบอกจริงๆ นภัทรยิ้มให้ผู้ป่วยสาวสวยตรงหน้าแทนคำตอบ เขาหยิบแฟ้มรายงานประจำตัวของคนไข้มาเปิดก่อนจะเขียนบันทึกอาการจากคำบอกเล่าของศรารัตน์ลงไปแล้วสรุปปิดท้ายสำหรับการตรวจในวันนี้


            ยังไงก็พักผ่อนมากๆนะครับ ช่วงนี้หมออยากให้งดอาหารหนักๆไว้ก่อนเพราะร่างกายคุณยังไม่ฟื้นตัวดี ถ้างั้นเดี๋ยวฝากจัดการด้วยนะครับคุณพยาบาล ประโยคสุดท้ายหมอนภัทรหันไปสั่งพยาบาลสาวทำนองว่าอย่าลืมเอาป้ายงดอาหารหนักมาแขวนไว้หน้าห้องผู้ป่วยด้วย ซึ่งอีกฝ่ายก็รับคำอย่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี


            หลังจากตรวจอาการศรารัตน์เสร็จเรียบร้อย นภัทรจึงขอตัวไปตรวจคนไข้ห้องอื่นต่อซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรแม้ว่าในใจอยากจะให้คุณหมอนภัทรใช้เวลาตรวจอาการของเธอให้นานกว่านี้ก็ตามที


            คราวนี้ยังเบื่ออีกหรือเปล่าคะ พยาบาลต้นอ้อกระเซ้าถามยิ้มๆ เธอสังเกตเห็นตอนที่ศรารัตน์เห็นหน้าหมอนภัทร ครั้งแรก หญิงสาวถึงกลับเคลิ้มไปเลย คราวนี้คงได้ยาดีแล้วกระมัง


            ว่าแต่คุณหมอนภัทรอายุประมาณเท่าไหร่เหรอคะ เหมือนคุณหมอเพิ่งจบใหม่ๆเลย ที่ศรารัตน์ถามแบบนี้ก็เพราะว่าหน้าตาของนภัทรดูไม่น่าจะเกินอายุสามสิบเลยสักนิด โรงพยาบาลที่เธอรักษาตัวอยู่นี้เป็นโรงพยาบาลชื่อดัง คงจะไม่มีทางยอมรับหมอที่เพิ่งจบใหม่แล้วก็ยังไม่มีประสบการณ์เข้าร่วมเป็นทีมแพทย์ของโรงพยาบาลแน่ ด้วยเพราะกลัวจะเสียชื่อเสียงด้านคุณภาพในการรักษาพยาบาล


            คุณหมอนภัทรเป็นคุณหมอหนุ่มไฟแรง เพิ่งเรียนจบจริงๆอย่างที่คุณว่านั่นแหล่ะ คุณหมอถือเป็นลูกศิษย์คนโปรดของคุณหมอสมชายเลยล่ะค่ะ เห็นพวกพยาบาลคนอื่นเค้าเคยคุยกันว่าคุณหมอนภัทรเนี่ยเก่งมากถึงขนาดคุณหมอสมชายไว้ใจให้ดูแลเคสใหญ่ๆตั้งหลายต่อหลายครั้ง คำตอบของพยาบาลสาวตอบคำถามที่คาใจของศรารัตน์ได้อย่างดี ทั้งเก่งมีความสามารถ แถมยังรูปหล่อแบบนี้ มิน่าล่ะถึงได้มาเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลชั้นนำแบบนี้ได้ ศรารัตน์อมยิ้มกับความคิดของตัวเอง เธอชักจะสนใจคุณหมอนภัทรคนนี้ขึ้นมาเสียแล้ว

 



            วิศรุตเดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าที่แสดงชัดว่ากำลังไม่สบอารมณ์เต็มที่ ประสบการณ์การเข้าร่วมประชุมผู้บริหารของบริษัทในวันแรกเป็นสิ่งที่ไม่ได้สร้างความประทับใจให้เขานัก ตลอดการประชุมเกือบสามชั่วโมงที่ผ่านมา เขาต้องคอยตอบคำถามโน่นนี่ของบรรดาผู้บริหารทั้งหลายถึงเรื่องที่ว่าทำอย่างไรจึงจะสร้างความเติบโตให้กับกิจการภายใต้การนำของเขาได้ ต้องฟังเสียงคำวิพากษ์วิจารณ์ติเตียนถึงเรื่องที่เขาไม่เคยเข้ามาบริหารงานในบริษัทเลยทั้งๆที่ตัวเองเป็นถึงประธานบริษัท และที่หนักที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่คุณมงคล กรรมการผู้ถือหุ้นท่านหนึ่งลุกขึ้นมาพูดจาสบประมาทถึงความไม่มีน้ำยาในการ ทำงานของเขาอย่างไม่ไว้หน้า วิศรุตจึงอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันงานประชุมผู้บริหารหรืองานพิพากษาโทษของเขากันแน่


            เดี๋ยวก่อนคุณวิศรุต น้ำเสียงที่เรียกชื่อเขาด้านหลัง ทำให้วิศรุตหันกลับไปมอง ตาแก่มงคลตัวแสบนั่นเอง


            มีอะไรจะชี้แนะผมอีกเหรอครับคุณมงคล วิศรุตถามด้วยเสียงยียวน ในใจยังคุกรุ่นเพราะเรื่องในห้องประชุมอยู่


            ผมแค่อยากจะเตือนคุณว่าในฐานะประธานบริษัทที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของที่นี่ จะคิดหรือจะทำอะไรก็ขอให้พิจารณาเอาไว้ให้มากๆ กริยาเมื่อครู่ที่คุณลุกเดินออกมาจากห้องทั้งที่การประชุมผู้บริหารยังไม่เสร็จสิ้นมันไม่ใช่สิ่งที่ประธานบริษัทอย่างคุณควรกระทำ ถ้าคิดจะเป็นผู้บริหารก็จะต้องรู้จักรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย ผู้สูงวัยกว่าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่วิศรุตก็ตอกกลับด้วยแววตาแข็งกร้าวแบบไม่ยอมเช่นกัน


            จะให้ผมนั่งปั้นหน้าทำเป็นไม่ทุกข์ร้อนฟังคนอื่นรุมด่าผมทีละคนหรือยังไงครับคุณลุง


            คุณควรจะมีความอดทนอดกลั้นให้มากกว่านี้


            ขอบคุณครับที่เตือน แต่ขีดจำกัดความอดทนของผมมีน้อยจริงๆ และผมเองก็จะไม่ทนอะไรที่ไม่อยากทนเช่นกันวิศรุตพูดจบก็หันไปสั่งอิงอรให้บอกคนรถเตรียมเอารถออกให้เขาด้วย ก่อนเจ้าตัวจะเดินลิ่วลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างเพื่อรอรถทันทีโดยที่มงคลได้แต่มองตามแล้วส่ายหัวในนิสัยดื้อรั้นของบุตรชายคุณวรุต ทัดเทวา ประธานบริษัทคนก่อนที่ผู้ถือหุ้นทุกคนให้การยอมรับในความสามารถแบบไม่มีข้อสงสัย


            เค้าก็ดื้อรั้นอย่างนั้นเป็นประจำแหล่ะครับคุณมงคล วิศรุตเคยยอมฟังใครเสียที่ไหนล่ะ วันชัยและภาคินเดินเข้ามาสมทบกับมงคลหลังจากที่วิศรุตลงลิฟต์ไปแล้ว


               คุณลุงมงคลก็อย่าถือสาวิศรุตเลยนะครับ เขาอาจจะยังเป็นมือใหม่ คงยังไม่คุ้นกับการบริหารงานคนหมู่มากแบบนี้ เราคงต้องให้เวลาเขาได้พิสูจน์ฝีมือบ้าง ภาคินช่วยเสริมคำพูดของพ่อ ยิ่งวิศรุตไม่ลงรอยกับบรรดาผู้ถือหุ้นเพียงใด เขากับพ่อก็จะยิ่งได้ประโยชน์เท่านั้น


            ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่คุณภาคินพูด แล้วก็หวังว่าคุณวิศรุต ทัดเทวาจะได้พิสูจน์ตัวเองเสียทีว่าตนเหมาะสมกับตำแหน่งสูงสุดนี้หรือเปล่า สีหน้าที่แสดงออกถึงความไม่ค่อยพอใจวิศรุตนัก ทำให้ภาคินต้องแอบเบือนหน้าไปยิ้มร้ายกับวันชัยด้วยความสะใจ อีกไม่นานวิศรุตคงต้องถูกบีบให้ลงจากตำแหน่งอย่างแน่นอน

 



            วิศรุตขับรถตั้งใจว่าจะกลับบ้านเลย วันนี้ทั้งวันเขาคงไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว แต่ในที่สุดก็เปลี่ยนใจจึงกลับรถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปเยี่ยมศรารัตน์ที่โรงพยาบาลแทน เขากลับมาเมืองไทยได้สองวันแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยมน้องสาวเสียที ตอนนี้ยิ่งอารมณ์เซ็งๆอยู่พอดี บางทีการได้ทะเลาะกับฝ่ายนั้นคงจะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง


            ชายหนุ่มสอบถามห้องพักของศรารัตน์จากเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องผู้ป่วยที่อยู่ชั้นสามของตึกเดียวกัน ในที่สุดเขาก็มาถึงห้องที่ว่า วิศรุตมองป้ายชื่อเล็กๆหน้าห้องก่อนจะพบว่าน้องสาวเขาพักฟื้นอยู่ห้องนี้ไม่ผิดแน่ ชายหนุ่มเคาะประตูสองสามทีก่อนเปิดเข้าไปเลยโดยไม่รอให้คนในห้องอนุญาต


            นิสัยยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เคยไร้มารยาทยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้นไม่ผิด ศรารัตน์ที่นอนอยู่บนเตียงหันหน้าไปทางผู้มาใหม่ ถึงแม้ไม่ได้เจอกันเกือบปีเพราะว่าเธอกลับมาเมืองไทยก่อนวิศรุต แต่ศรารัตน์ก็ไม่ค่อยรู้สึกยินดียินร้ายหรือว่าคิดถึงวิศรุตเท่าใดนัก ไม่เหมือนพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบปีเลยซักนิด


            ฉันเคาะประตูแล้ว หรือว่าเธอไม่ได้ยิน สงสัยคราวหน้าคงต้องเคาะให้ดังกว่านี้ วิศรุตแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ


            ฉันได้ยิน แต่นายก็ควรจะรอให้ฉันอนุญาตเสียก่อน ทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาท ขืนฉันกำลังเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่จะว่ายังไง ศรารัตน์อดส่งเสียงแหวใส่ผู้เป็นพี่ชายไม่ได้ที่ทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังเลย


            ถึงจะเห็นตอนเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ทีตอนเด็กๆล่ะไม่รู้จักอาย ชอบเดินแก้ผ้าโทงๆไปทั่วบ้าน ศรารัตน์หน้าแดงก่ำที่ถูกอีกฝ่ายเอาเรื่องเก่ามาประจาน หญิงสาวคว้าหมอนที่หนุนอยู่ปาไปที่คนปากเสียทันที วิศรุตมาไม่ทันไรก็ ทำเธอของขึ้นอีกแล้ว ฝ่ายนั้นต้องการมายั่วโมโหกันชัดๆ


              ส่วนวิศรุตก็รับหมอนที่ปามาได้ทันก่อนที่จะโดนหน้าตัวเองเข้าไปเต็มๆ ชายหนุ่มหัวเราะร่าก่อนจะเอาหมอนไปวางไว้ที่เดิมแล้วพูดขึ้น ป่วยแบบนี้ยังจะมีแรงมาอาละวาดอีก เอ้อ ลืมไปว่าผู้หญิงอย่างนางสาวศรารัตน์ ทัดเทวาทั้งทนและ... ถึก ทันทีที่พูดจบตระกร้าผลไม้ก็ลอยไปหาวิศรุตทันที ฝ่ายนั้นเตรียมพร้อมไว้ก่อนอยู่แล้วจึงใช้มือรับไว้ได้ทันอีกครั้ง


            ที่มาเนี่ยจะมายั่วโมโหฉันใช่ไหม


            ก็แค่จะมาดูว่าอาการเธอเป็นไงบ้าง พิกลพิการส่วนไหนหรือเปล่า ถ้าถึงขั้นเสียโฉมล่ะแย่เลยเพราะหนุ่มๆคงหายหมด อาจต้องลงประกาศหาคู่ในหนังสือพิมพ์แบบในมาลัยไทยรัฐ ประมาณว่ารับสมัครผู้ชายเสียสติเข้าคัดเลือกเป็นคู่ครองของทายาทเศรษฐีตระกูลดังที่เสียโฉมจากอุบัติเหตุรถคว่ำอย่างนางสาว ศรารัตน์ ทัดเทวา


            วิศรุต สีหน้าแดงก่ำของคู่สนทนาบอกให้เขารู้ว่าน้องสาวตนคงกำลังโมโหอย่างถึงที่สุด ถ้าไม่ติดว่ากำลังป่วยอยู่ล่ะ ก็ เธอคงลุกขึ้นมาวิ่งไล่ทุบหลังเขาจนกระอักไปแล้วเหมือนอย่างที่เคยทำตอนเด็กๆ


             วิศรุตหัวเราะร่วน ความเครียดจากเรื่องที่บริษัทได้ถูกระบายไปกับศรารัตน์แล้วส่วนหนึ่ง แต่เมื่อน้องสาวเขาเปิดประเด็นเรื่องการประชุมเมื่อบ่ายขึ้นมาก็ทำให้วิศรุตอดที่จะหงุดหงิดอีกรอบไม่ได้


            คุณอิงอรเพิ่งโทรบอกฉันว่าตอนบ่ายนายถูกพวกกรรมการบริหารเฉ่งเละเสียจนไม่มีดีกลางห้องประชุมเลย เป็นยังไงล่ะขายขี้หน้าเขาไหม ลูกชายคนเดียวของคุณวรุต ทัดเทวากลับไม่เอาอ่าวเรื่องการเรื่องงานเลยสักนิด ดีแต่ใช้เงินมือเติบไปวันๆ ได้ทีศรารัตน์ก็สวนกลับบ้าง พี่ชายคนนี้มีดีให้น้องสาวอย่างเธอชมเชยเสียเมื่อไหร่ จะดีก็ตรงเรียนจบเกียรตินิยมจากเมืองนอกเนี่ยแหล่ะ ส่วนเรื่องอื่นก็มักจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องขายหน้าอยู่ร่ำไป โดยเฉพาะเรื่องความเสเพลนี่แก้ไม่หายเอาไม่อยู่จริงๆ


            ที่ฉันเข้าบริษัทเนี่ยไม่ได้กะว่าจะเข้ามาทำงานอย่างเต็มตัวเสียหน่อย วันนี้ที่เข้าไปก็แค่เห็นว่ามีประชุมใหญ่ผู้บริหารพอดี ก็เลยต้องเข้าประชุมตามหน้าที่ประธานบริษัทที่ดีก็เท่านั้นแหล่ะ


            เห็นว่าท่านประธานถึงกับทนไม่ได้ลุกออกจากที่ประชุมเลยนี่นา ทำแบบนี้แล้วผู้บริหารคนอื่นเค้าจะคิดยังไงกันเนี่ย


            ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้กะจะมาทำงานจริงๆจังๆในตอนนี้ ฉันก็แค่แวะมาช่วยดูบริษัทตอนที่เธอกำลังนอนพะงาบๆอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นแหล่ะ พอเธอหายดีกลับมาทำงานได้แล้ว ฉันก็จะได้กลับอังกฤษเสียที


            นี่ยังคิดจะกลับไปใช้ชีวิตเสเพลที่อังกฤษอีกเหรอเนี่ย เรียนก็เรียนจบแล้ว งานการที่นี่มีก็ไม่รู้จักทำ ถามจริงเหอะคนอย่างนาย ชีวิตนี้จะรู้จักการทำงานหาเงินบ้างไหม หรือว่ารู้จักแต่การใช้เงินอย่างเดียว วิศรุตชักสีหน้าใส่แม่น้องสาวตัวดีที่ทำหน้าที่เทศนาเขาเสียจนหูยาน ไม่รู้ว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่


            ก๊อกๆ


             เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นส่งผลให้สงครามน้ำลายหยุดอยู่แค่นั้น วิศรุตเม้มปากแน่น คงจะไม่ดีนักถ้าจะมาทะเลาะกับคนป่วยต่อหน้านางพยาบาลแบบนี้ วิศรุตหันหลังยืนกอดอกทันที ขณะที่ศรารัตน์ส่งเสียงเป็นเชิงอนุญาตให้เข้ามาได้


            อ้าว คุณหมอนั่นเอง ยังไม่ออกเวรเหรอคะ พอรู้ว่าเป็นหมอไม่ใช่นางพยาบาลที่เข้ามาในห้อง วิศรุตก็หันหลังกลับมาเผชิญหน้าอีกฝ่ายทันที เขาอยากจะถามหมออยู่พอดีเลยว่าศรารัตน์จะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ เพราะยิ่งน้องสาวเขากลับไปทำงานได้ไวเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเป็นอิสระเร็วขึ้นเท่านั้น ทว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทำให้เขาตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น ซึ่งอีกฝ่ายพอมองเห็นหน้าเขาก็ชะงักไปเช่นกัน วิศรุตบังคับสายตาให้เบนไปจากดวงตาสีถ่านที่คุ้นเคยก่อนจะไล้สายตาลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดที่ป้ายชื่อกลัดหน้าอกที่เสื้อกาวน์ของฝ่ายนั้น ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด คนตรงหน้าเขาในตอนนี้คือ... นายแพทย์ นภัทร อิสรีย์

 

Aislin: สวัสดีค่ะ ขออภัยที่หายหน้าไปหลายวันเลยนะคะ พอดีว่าช่วงนี้งานยุ่งมากๆทั้งงานราษฏร์และงานหลวง เลยไม่ค่อยได้เข้ามาอัพนิยายเท่าไหร่ แต่วันนี้มาอัพให้แล้ว ก็ขอให้สนุกกับการอ่านเน้อ ถ้าหากมีคอมเม้นท์ติ/ชมก็ยินดีเลยค่ะ ชอบอยู่แล้วไอ้ระบบการฟีดแบ็กจากนักอ่านเนี่ย ^-^

            มาแจ้งเรื่องรูปเล่มนิดนึง พอดีว่าตอนนี้เกดกำลังปรู๊บ Artwork อยู่ค่ะ (ยังทำไม่ถึงไหนเลย แหะๆ) แต่หนังสือคงหนาราว 410 หน้า (นิยาย+ตอนพิเศษอีก 3 ตอนที่จะไม่ลงเว็บ) กะราคาคร่าวๆ ไม่เกินเล่มละ 400 บาทค่ะ ถ้าหากใครสนใจ ติดต่อมาได้เลยนะคะที่อีเมล์ Aislinnovels@hotmail.com หรือ www.facebook.com/Aislin.Napoon

ส่วนปกนิยายตอนนี้กำลังจ้างออกแบบอยู่ค่ะ แต่คิดว่าใกล้จะได้ยลกันแล้ว ถ้าหากได้เรื่องยังไง จะรีบเอาข่าวมาแจ้งอย่างว่องไวนะคะ // ฝากอุดหนุนกันด้วยเน้อ ^-^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #64 ฮาดุ๊ก (@loveitachi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 14:11
    อละแล้วก็ได้เจอกัน!!!
    #64
    0
  2. #38 JaneDo (@klishcher) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 00:32
    เจอกันแล้ววววว ตื่นเต้นสุด
    #38
    1
    • #38-1 Aislin (@Aislin) (จากตอนที่ 8)
      24 พฤษภาคม 2558 / 13:16
      ความตื่นเต้นมีมาเป็นระยะๆแน่นอนค่ะ ^0^
      #38-1
  3. #8 washa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:26
    น่าแปลกที่หมอกานต์ดันจำนามสกุล. 'ทัดเทวา'ไมได้ ั้งๆที่น่าจะจำแม่น เพราะเคยถูกยกขึ้นมาขู่ แถมเคเรียนยอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งห้าปี ถึงจะห่างกันมานานมันต้องนึกคุ้นๆบ้างล่ะน่า
    #8
    0