ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 38 : ความรักที่สายไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ส.ค. 58







ราคาเล่มละ 430 บาท

ติดต่อ www.facebook.com/Aislin.Napoon  หรือ  Aislinnovels@hotmail.com

ปล. ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแบบจุใจอีก 3 ตอนแถมให้ด้วยนะคะ (ไม่อัพลงเว็บค่ะ)

 


 

หรือถ้าหากสนใจแบบ Ebook สามารถโหลดได้จากเว็บ MEB ได้เลยค่ะ

www.mebmarket.com

(Search ชื่อเรื่อง “ทัณฑ์กามเทพ”)

**************************************************************

 

 

ศรารัตน์มองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกเงาบานสูงในห้องนอน หญิงสาวกำลังอยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีชมพูหวานที่ยาวกรอมข้อเท้า บนชุดมีคริสตัลปักเป็นลวดลายงดงามเข้าชุดกับเครื่องประดับราคาแพง ยิ่งขับเน้นให้บุคคลที่สวมใส่ดูอ่อนหวานและน่าทะนุถนอมขึ้นไปอีก ศรารัตน์สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกก่อนจะยิ้มบางๆแต่แววตาเจือไว้ด้วยความเศร้า

 
          
วันนี้แล้วสินะที่เรื่องทุกอย่างจะต้องจบ หญิงสาวรำพึงกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา เธอเคยหวนกลับไปคิดอยู่หลายครั้งว่าที่เธอกำลังทำอยู่นี้มันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วน่ะหรือ แต่สุดท้ายแล้วคำตอบที่ได้กลับมาทุกครั้งก็คือใครที่มันทำร้ายเธอ เธอก็จะทำร้ายมันให้พินาศย่อยยับไปเช่นกัน

 

 


            เมื่อแต่งตัวเสร็จ ศรารัตน์ก็เข้ามาในห้องพระ หญิงสาวเดินไปหยุดอยู่หน้ารูปถ่ายขนาดเท่าตัวจริงของบิดาและมารดาที่แขวนไว้บนผนังตรงข้ามกับแท่นบูชาพระพุทธรูป เธอสบตากับบิดามารดาที่อยู่ในภาพถ่ายด้วยอาการนิ่งเนิ่นนานก่อนจะเอ่ยเสียงเครือ


            ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ พ่อกับแม่จะเห็นด้วยกับสิ่งที่ศราทำหรือเปล่าคะ ดวงตาสีน้ำตาลมีแววหม่นหมองฉายชัด แต่ เรื่องมันมาถึงขั้นนี้ อย่างไรเธอก็กลับตัวไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้เธอต้องการแค่ความสงบ อย่างน้อยก็ให้เธอได้มีเวลาคิดอะไรเงียบๆคนเดียวบ้าง


            ทำไมเธอเข้ามาอยู่ในนี้ล่ะ วิศรุตเข้ามาทำลายความเงียบนั้นลง ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดที่ด้านหลังผู้เป็นน้องสาว


            แล้วนายเข้ามาทำอะไรล่ะ คนที่ยืนอยู่ก่อนย้อนถามกลับบ้าง


            ฉันอยากมาบอกพ่อกับแม่ว่า... วันนี้เป็นวันแห่งความสำเร็จของฉัน อยากให้ท่านได้เห็นว่าลูกชายที่เคยไม่เอาอ่าวคนนี้ก็สามารถที่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เหมือนกัน วิศรุตหมายถึงเรื่องโครงการบ้านจัดสรรของทัดเทวาที่เขาดูแลอยู่ ในที่สุดเขาก็ทำมันสำเร็จจนได้


            พ่อกับแม่ก็คงจะดีใจมาก ศรารัตน์หมายความอย่างที่พูดจริงๆ แต่ก่อนวิศรุตไม่ใช่แบบนี้ แต่ก่อนคนตรงหน้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ไม่สนใจกับเรื่องใดทั้งนั้นนอกจากการใช้ชีวิตอย่างที่ตนต้องการและมีความสุขที่สุด ใช้เงินราวกับเบี้ยไร้ค่าและไม่เคยรู้คุณค่าของสิ่งใดทั้งสิ้น แต่ตอนนี้คนตรงหน้าเธอเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้วิศรุตกลายเป็นนักธุรกิจเต็มตัว เป็นแบบที่พ่อและแม่ของเธอเคยคาดหวังว่าจะให้อีกฝ่ายเป็น


            ว่าแต่เธอยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ นี่ก็จวนจะได้เวลาแล้ว เธอยังไม่ออกไปที่งานอีกเหรอ ศรารัตน์ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเพราะลุงมั่นมาเคาะประตูเรียกเสียก่อน ชายชราผู้ดูแลบ้านเข้ามาบอกศรารัตน์ว่าตอนนี้คุณหมอนภัทรมาถึงแล้วและกำลังรออยู่ที่ห้องรับแขก


            เมื่อเห็นสีหน้าฉายแววสงสัยของวิศรุต ศรารัตน์ก็ชิงบอกก่อน


             “ฉันขอให้หมอกานต์มารับน่ะ จะได้ไปด้วยกัน วิศรุตพยักหน้าน้อยๆพร้อมส่งเสียงในลำคอเบาๆเป็นเชิงรับรู้ ชายหนุ่มเสหันหน้าไปอีกทางหนึ่งเพราะไม่อยากให้ศรารัตน์เห็นความไหววูบภายในดวงตาสีน้ำตาลโศกของตน นายจะไปพร้อมกันหรือเปล่า


            ไม่หรอก เธอไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันขออยู่ในห้องนี้อีกสักพัก ศรารัตน์ไม่ถามต่อ หญิงสาวเดินตามลุงมั่นออกไปทิ้งให้วิศรุตยืนอยู่ในห้องคนเดียว


            การต้องทนเห็นคนที่เรารักไปกับคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดเหลือเกินครับคุณพ่อคุณแม่ วิศรุตเอ่ยออกมาอย่างอัดอั้น อย่างน้อยพ่อกับแม่ก็คงรับฟังเขาแม้ว่าชายหนุ่มก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ถ้าพ่อกับแม่ยังไม่ด่วนจากไป ท่านทั้งสองคงจะผิดหวังไม่น้อยถ้ารู้ว่าลูกชายคนเดียวของท่านมีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนคนอื่นแบบนี้

 


             วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ภาคินรอคอยมานานแสนนาน... วันที่เขาจะได้เห็นความพินาศของวิศรุต ทัดเทวา คืนนี้ชายหนุ่มจะใช้วีดีโอที่แอบอัดเรื่องบัดสีของวิศรุตและนภัทรมาทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของประธานกรรมการบริษัททัดเทวาให้ย่อยยับลงกับมือ อยากจะรู้ว่าวิศรุตจะทำหน้าอย่างไรเมื่อได้เห็นวีดีโอเทปชุดนี้ แค่คิดภาคินก็อดรู้สึกกระหยิ่มในใจไม่ได้


            ชายหนุ่มเดินไปยังตู้เก็บของขนาดเล็กข้างหัวเตียงก่อนจะหยิบเอาวัตถุมันวาวสีดำออกมาจากภายในลิ้นชัก ภาคิน จ้องมองของที่อยู่ในมือเขม็ง คืนนี้เขามีลางสังหรณ์ลึกๆว่าไม่แน่เขาอาจจะต้องใช้มัน ชายหนุ่มระบายลมหายใจหนักก่อนเอาปืนกระบอกนั้นเก็บไว้บริเวณกระเป๋าด้านในของเสื้อสูทราคาแพง หวังว่าเขาคงจะไม่ต้องใช้มันหรอกนะ


            เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ภาคินจึงเดินลงมาบริเวณห้องโถงของบ้าน เจอกับวันชัยที่นั่งเอกเขนกรออยู่


            แกจะไปพร้อมพ่อเลยหรือเปล่า ผู้เป็นบิดาถามพร้อมขยับตัวเตรียมพร้อม แต่ภาคินส่ายหน้า


            พ่อไปที่งานก่อนเถอะครับ ผมต้องไปจัดการธุระก่อน เดี๋ยวค่อยตามไป จากคำพูดที่เน้นเสียงว่าไปจัดการธุระก็ทำให้วันชัยเข้าใจได้อย่างดี ผู้สูงวัยกว่าจึงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกจากตัวบ้านเพื่อไปขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้ว


            ลับหลังที่วันชัยเดินออกไป ภาคินจึงหันไปถามลูกน้องคนสนิทว่าของที่ตนสั่ง หามาได้หรือยัง ลูกน้องคนนั้นพยักหน้าก่อนล้วงมือไปหยิบขวดขนาดย่อมภายในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วยื่นให้เจ้านายหนุ่ม ภาคินมองขวดแก้วที่บรรจุของเหลวสีใสในมือตัวเองแล้วแค่นยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องไปจัดการธุระที่ค้างคามานานให้เสร็จสิ้นไปเสียที

 


            เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บริเวณโต๊ะอาหารดังขึ้น เมริษาจึงละมือจากการจัดแต่งทรงผมของตัวเองแล้วรีบเดินไปรับสายทันที หน้าจอมือถือแสดงชื่อคนที่โทรมาก็คือภาณุ


            เดี๋ยวผมไปรับนะครับ ตอนนี้ออกจากบ้านมาได้พักใหญ่แล้ว คุณเตรียมพร้อมไว้แล้วกัน คิดว่าอีกไม่นานเกินชั่วโมงก็คงจะถึง เมริษาพยายามท้วงว่าเธอไปเองได้ แต่ภาณุไม่ฟังว่าบอกเขาจะมารับเธอแล้วไปงานพร้อมกันจากนั้นชายหนุ่มจึงรีบวางสายไปเพราะต้องการตัดบทมัดมือชกไม่ให้เมริษาปฏิเสธได้อีก


               หญิงสาวมองโทรศัพท์ในมือด้วยรอยยิ้มหวาน ลึกๆรู้สึกได้ถึงความอุ่นซ่านที่เกิดขึ้นมาภายในใจ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ชายคนไหน แม้แต่ผู้ชายที่เธอคบมาเนิ่นนานอย่างภาคิน


            หลังจากนั้นอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เสียงกริ่งออดห้องของเธอก็ดังขึ้น เมริษายกมือจัดปอยผมให้เรียบร้อย ดวงหน้าสวยหวานหันไปมองนาฬิกาติดผนัง เพิ่งผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงหลังจากที่ภาณุโทรมา สงสัยรถคงไม่ติด เมริษาฉวยกระเป๋าคลัตช์ใบเล็กและโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในมือเตรียมพร้อมก่อนรีบเดินไปเปิดประตูให้คนที่มากดออด


            ฉันพร้อมแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่ทำไมคุณมาเร็วจัง เมริษาพูดรัวก่อนจะต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นว่าคนที่มากดออดไม่ใช่ภาณุแต่กลับเป็นอีกคน ภาคิน เมริษาอุทานเสียงแผ่ว เท้าเดินถอยหลังกลับไปอย่างไม่รู้ตัว


            ทำไมตกใจขนาดนั้นล่ะครับเม ไม่ดีใจเหรอไงที่เห็นผม ภาคินจุดยิ้มที่มุมปากดุจที่เคยทำประจำ


            เอ่อ คุณมาหาเมหรือคะ เมริษาแสร้งฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายทั้งๆที่ใบหน้าของเธอเริ่มมีเหงื่อเย็นๆผุดออกมา หญิงสาวไม่รู้ว่าที่ภาคินมาหาเธอในตอนนี้มีจุดประสงค์อะไรแต่เธอก็เชื่อแน่ว่าจะต้องไม่ใช่เรื่องดี ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเสียวสันหลังวาบ


            ผมก็มาหาเมนั่นแหล่ะ กะว่าจะทำเซอร์ไพรซ์มารับเมไปงานด้วยกัน ภาคินพูดพร้อมกับแทรกตัวเข้ามาภายในห้อง ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะอาหารก่อนจะเบือนหน้ามาถาม หรือว่าเมกำลังรอใครอยู่ คำพูดที่เหมือนรู้ทันทำให้เมริษาเริ่มหน้าซีด หญิงสาวกัดกรามแน่นพยายามข่มใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เกือบเป็นปกติ


            เมก็รอคุณนั่นแหล่ะ ทำไมคุณมาเร็วจัง แต่โชคดีนะคะที่เมแต่งตัวเสร็จนานแล้ว ไม่งั้นคุณคงต้องรอเมนานเลยล่ะค่ะ เมริษาเดินเข้าไปออดอ้อนภาคินแต่ฝ่ายนั้นกลับพูดกลับด้วยน้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา


            นึกว่ารอไอ้ภาณุเสียอีก ชื่อภาณุทำให้เมริษาสะดุ้งสุดตัว หมายความว่าภาคินรู้เรื่องที่เธอ...


            พูดอะไรของคุณน่ะ เมจะไปรู้จักเค้าได้ยังไง หญิงสาวยังคงยืนกรานปากแข็งแต่ในใจก็รู้สึกสังหรณ์แปลกๆ ยิ่งจ้องมองลึกลงไปยังสายตาคมกริบประดุจมีดของภาคินก็ยิ่งทำให้เมริษากลัว แต่ไวเท่าความคิด หญิงสาวแอบกดโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนเอาไว้ด้านหลังให้เข้าสู่โปรแกรมการตั้งอัดเสียง ถ้าหากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในตอนนี้ เธอก็ยังมีหลักฐานเอาผิดกับภาคินได้


            อย่าโกหกผมเลยเม ผมเห็นกับตาวันนั้นที่คุณนัดกับมันที่ร้านคอฟฟี่ช็อป และผมก็รู้ด้วยว่าคุณไปหามันทำไม ภาคินใช้มือข้างหนึ่งบีบดวงหน้าสวยหวานในอุ้งมือให้เหยเก ชายหนุ่มมองใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวของเมริษาด้วยแววตาไร้ความรู้สึกก่อนเอ่ยต่อช้าๆ คำพูดของภาคินทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าที่เธอคิดน่ะถูกต้องแล้ว คุณร่วมมือกับมันแล้วทรยศผมกับพ่อ พูดจบก็สะบัดเมริษาอย่างแรงจนหญิงสาวล้มลงไปกองกับพื้น มือข้างที่ถือโทรศัพท์ก็คลายออก โทรศัพท์จึงหลุดมือแล้วไถลไปอีกด้านหนึ่ง


              เมริษาไม่มีเวลามัวแต่ไปคิดถึงโทรศัพท์เพราะตอนนี้ภาคินกำลังย่างสามขุมเข้ามาหาเธอ แววตาของอีกฝ่ายฉายแววเหี้ยมแบบที่เธอเองไม่เคยเห็นมาก่อน


            เมเปล่านะ คุณกำลังเข้าใจผิด เมริษาค่อยๆกระเถิบไปด้านหลังจนในที่สุดเมื่อแผ่นหลังเธอปะทะกับตู้ใบใหญ่ เมื่อนั้นเธอก็รู้ว่าหมดทางหนีเสียแล้ว เรื่องนี้เมอธิบายได้ คุณฟังเมก่อนนะคะ


            กลัวเหรอครับเม เมริษาไม่ตอบคำถามนั้น แต่ภาคินก็รู้ว่าเธอกำลังกลัว... กลัวอย่างมากเสียด้วย ถ้าคิดจะหักหลังผม เมก็รู้นี่นาว่าผลสุดท้ายแล้วมันจะเป็นยังไง ภาคินล้วงขวดแก้วที่ได้จากลูกน้องออกมาจากกระเป๋าเสื้อตามด้วยการแกะซองเข็มฉีดยา เมริษากลืนน้ำลายและตัวสั่นเมื่อนึกรู้ว่าภาคินจะทำอะไร


            ไม่นะภาคิน คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ภาคินไม่สนใจ ชายหนุ่มใส่ถุงมือยางที่เตรียมมาก่อนจะใช้เข็มฉีดยาสูบของเหลวที่อยู่ในขวดขึ้นมาจนเต็มกระบอกฉีด เมริษามองภาคินด้วยความหวาดกลัวสุดขีดกับเมื่อจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เธอไม่รู้ว่าของเหลวนั้นคืออะไร แต่ที่เธอรู้แน่ๆคือภาคินตั้งใจจะฆ่าเธอปิดปาก


            ไม่ต้องห่วงหรอกเม เห็นแก่ที่เธอเคยให้ความสุขฉันอยู่หลายครั้งหลายหน คราวนี้ฉันจะให้เธอตายแบบสบายๆหน่อย ภาคินเดินถือเข็มฉีดยาเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ยานี้เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ รับรองว่าถ้าเธอได้ใช้มันจะต้องผ่อนคลายและมีความสุขมากแน่ๆ แต่ว่าถ้าหากได้รับการฉีดสารนี้เข้าเส้นเลือดเกินขนาดล่ะก็...


            แก... ไอ้ภาคิน ไอ้ชั่ว เมริษาบริภาษอีกฝ่ายอย่างรุนแรง หญิงสาวรวบรวมกำลังใช้สองมือผลักภาคินให้ออกห่างจากตัวแล้วตั้งใจจะวิ่งหนีไปที่ประตู แต่ชุดราตรีตัวยาวที่เธอกำลังใส่อยู่ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอเป็นไปอย่างยากลำบาก  ภาคินจึงใช้มือกระตุกชายกระโปรงชุดเดรสของเธอเอาไว้ได้ก่อนจะลากอีกฝ่ายเข้ามาหาตัว


            ฤทธิ์เยอะนักนะเมริษา ภาคินเค้นเสียงต่ำก่อนจะพลิกตัวกดร่างหญิงสาวเอาไว้ข้างใต้ มือหนาของภาคินบีบเค้น ลำคอระหงของเมริษาจนเกือบทำให้ร่างบางขาดอากาศหายใจ จุดจบของคนทรยศแบบเธอก็คือ... ความตาย เมริษาใช้สองมือพยายามแกะอุ้งมือที่แข็งแกร่งราวคีมเหล็กนั้นให้พ้นจากการเกาะกุมลำคอของเธอแต่ก็ทำได้อย่างยากลำบาก หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้มากที่สุดก่อนผงกศีษะขึ้นมาแล้วกัดไปที่ข้อแขนภาคินอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลงแทบไม่เป็นภาษา


            เมริษาฉวยโอกาสเพียงน้อยนิดนั้นใช้สองเท้ายันภาคินให้ออกห่าง อาศัยจังหวะที่ภาคินกำลังกุมแผลที่โดนกัดที่แขนรีบวิ่งไปทางประตูห้อง เธอจะต้องรอดออกไปจากห้องนี้ให้ได้ เมริษาคิดในใจอย่างแรงกล้าแม้ว่าร่างกายของเธอกำลังเหนื่อยหอบจากการขาดอากาศหายใจไปนาน แต่ภาคินไม่ปล่อยให้เมริษาทำอย่างนั้นได้ง่ายๆ ชายหนุ่มข่มความเจ็บปวดบริเวณท่อนแขนที่โดนคมเขี้ยวแล้วพุ่งตามไปจิกกระชากผมของหญิงสาวให้ถลากลับมานอนหมอบที่พื้นด้วยอาการจุกในช่องท้อง


            ตอนแรกฉันไม่อยากใช้กำลังกับเธอเลยนะเมริษา แต่เธอบังคับให้ฉันต้องทำ ภาคินพูดจบก็เงื้อและสะบัดมือลงไปบนใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาวอย่างแรง เมริษาหันไปตามแรงตบของฝ่ามือใหญ่อย่างไม่อาจต้านทานได้ สมองของเธอเริ่มมึนงงกับภาพตรงหน้า เธอเห็นลางๆว่าภาคินหยิบเอาเข็มฉีดยาที่ตกอยู่ข้างๆนั่นขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ


            หลังจากที่จัดการกับเธอแล้ว ฉันจะไปจัดการกับไอ้วินต่อในงานเลี้ยง อยากรู้จังเลยว่าถ้าฉันเอาไอ้คลิปบัดสีนั่นมาประจานความทุเรศของไอ้วินต่อหน้าแขกคนอื่นๆและบรรดาพวกนักข่าว อยากจะรู้นักว่าไอ้วินจะทำหน้ายังไง


            แกมันสารเลว ทำร้ายได้แม้กระทั่งญาติพี่น้องของตัวเอง แกมันไม่ใช่คน


            ใครขวางทางฉัน ฉันก็กำจัดได้หมดแหล่ะ อย่างเช่นเธอไงเมริษา


            อย่านะภาคิน... อย่า... เสียงอ้อนวอนที่ฟังดูไร้เรี่ยวแรงจากปากเมริษาไม่ได้ทำให้ภาคินละความตั้งใจ เมริษาพยายามดิ้นรนแต่ว่าก็ไม่เกิดผลใดๆอยู่ดี ภาคินกดตรึงร่างของเธอไว้แน่นจนเธอไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกแล้ว ในที่สุดชายหนุ่มก็จัดการฉีดของเหลวใสนั้นเข้าไปในเส้นเลือดของร่างตรงหน้าอย่างช้าๆจนหมดกระบอกฉีดยา เมริษาได้แต่นอนน้ำตาไหล พรากกับสิ่งเลวร้ายที่อีกฝ่ายทำกับตน สติความระลึกรู้ของเมริษาเริ่มเลือนรางไปทีละน้อยเพราะยาเสพติดที่เริ่มจะออกฤทธิ์ หญิงสาวรู้แก่ใจดีว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน หากแต่ความคิดสุดท้ายที่เธอพอจะระลึกได้ก็คือ... ภาณุ


            ภาคินมองเมริษาที่เริ่มมีสภาพลมหายใจติดขัด กล้ามเนื้ออ่อนแรง และตลอดทั้งร่างเริ่มชักเกร็งด้วยความพอใจ ยาที่ลูกน้องเขาให้มาได้ผลดีจริงๆ ยานี้เป็นยาเสพติดชนิดรุนแรง หากว่าใช้ในปริมาณนี้น้อยและพอดีจะทำให้ร่างกายเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลายเหมือนได้นอนหลับเต็มอิ่ม แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดอาการช็อคและยาจะมีฤทธิ์กดการหายใจอย่างรุนแรง ซึ่งปริมาณที่เขาฉีดเข้ากระแสเลือดของเมริษานั้นก็ไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว


            ภาคินเดินเข้าไปใกล้ร่างของเมริษาแล้วใช้มือข้างที่ใส่ถุงมือยางหยิบเอาเข็มฉีดยานั้นยัดใส่มือของหญิงสาว แค่ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเมริษาเสพยาเกินขนาดก็หมดเรื่องแล้ว ไม่มีใครจะสามารถสืบสาวเอาเรื่องกับเขาได้ หากว่ามีคนสงสัยเขาก็แค่อ้างว่าตัวเองทะเลาะกับเมริษา จากนั้นก็อ้างต่อว่าเมริษาอาจจะเครียดก็เลยใช้ยาเสพติดเกินขนาดแบบนี้ ภาคินเชื่อว่าด้วยอำนาจเงินและนามสกุลทัดเทวาที่ค้ำคอของเขาอยู่ รับรองว่าเรื่องจะต้องจบแบบง่ายๆแน่นอน ชายหนุ่มมองผลงานตัวเองแล้วยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม เขาเดินไปกระซิบข้างหูเมริษาที่ตอนนี้เริ่มมีอาการหอบหนักอย่างรุนแรง


            หลับให้สบายนะเม ลาก่อน ภาคินเดินถอยห่างจากร่างนั้นก่อนจะเปิดประตูห้องออกไปด้วยสีหน้าที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้เมริษานอนระทวยด้วยลมหายใจที่อ่อนแรงเต็มทน


            โทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นนักเกิดดังขึ้นมา คงจะเป็นภาณุที่โทรหาเธอ เมริษาพยายามประคองสติที่เหลือน้อยเต็มทีและสะกดลมหายใจหอบหนักก่อนค่อยๆเอื้อมมือที่อ่อนแรงไปทางด้านที่มีโทรศัพท์ของเธอตกอยู่ เสียงมือถือของเธอยังคงดังต่อเนื่อง เมริษาพยายามยืดแขนออกไปสุดตัวแต่ก็ไม่ถึงอยู่ดี หญิงสาวรู้ว่ายังไงเธอก็ไม่รอดแน่แล้ว คนสุดท้ายที่เธออยากจะพูดด้วยที่สุดก็คือภาณุ แต่เธอคงไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว


            ฉันยะ...ยกโทษให้... คุณ เมริษารำพึงคำพูดสุดท้ายก่อนที่ร่างจะชักกระตุกรุนแรงและแน่นิ่งไปในที่สุด ดวงตาของหญิงสาวเบิกโพลงในขณะที่เสียงมือถือของเธอก็ยังคงดังอยู่อย่างนั้น

 



            ตลอดระหว่างทางที่ขับรถมาเพื่อมารับเมริษาที่คอนโดฯ ภาณุพยายามโทรเข้ามือถือหญิงสาวอยู่หลายครั้งแต่เธอก็ไม่รับ ประกอบกับวันนี้รถติดมากเป็นพิเศษทำให้ภาณุยิ่งกระวนกระวายใจเพราะนึกสังหรณ์ใจลึกๆ กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเมริษา และเมื่อมาถึงที่หมาย ภาณุก็รีบจอดรถและตรงดิ่งไปที่ห้องของหญิงสาวทันที


            ภาณุเคาะประตูห้องของเมริษาและพยายามโทรหาอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครมาเปิดประตูรับ เมื่อลองหมุนลูกบิดก็พบว่าถูกล็อกจากด้านใน ภาณุพยายามตบประตูเรียกอยู่นานแต่ก็ไร้วี่แววเมริษา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจไปติดต่อที่ออฟฟิศเพื่อขอกุญแจสำรองโดยอ้างว่าตนเป็นสามีของเจ้าของห้อง เมื่อได้กุญแจมาแล้ว ชายหนุ่มจึงไขเข้าไปทันที


            ภาพเบื้องหน้าทำให้ภาณุต้องตาค้างด้วยความตกใจ สภาพเมริษาที่นอนทอดกายอยู่บนพื้นขณะที่ในมือยังกำเข็มฉีดยาเอาไว้  ขวดแก้วเปล่าถูกวางทิ้งไว้อยู่ข้างตัวทำให้เลือดในกายของภาณุเย็นเฉียบ เมื่อได้สติ ภาณุจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเมริษาแล้วเขย่าเรียกเสียงสั่นระริก


            เม คุณเป็นอะไรไป ตื่นสิ ผมมารับคุณแล้ว คุณเป็นอะไรไป... เม ภาณุเขย่าร่างตรงหน้าอย่างแรงแต่ก็ไม่ได้ผล ร่างกายของเมริษาไม่ตอบสนองเขาเลย ชายหนุ่มค่อยๆเอื้อมมือไปจับชีพจรของหญิงสาวด้วยมืออันสั่นเทา เขากำลังกลัวความคิดของตัวเอง อย่าให้เป็นแบบที่เขาคิดเลย


            ภาณุมือไม้อ่อนเมื่อจับแล้วไม่รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของชีพจรอีกฝ่าย ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือความจริง เมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อน เมริษายังคุยโทรศัพท์กับเขาอยู่เลย เธอบอกว่าจะรอเขามารับแต่สุดท้ายเธอก็ไม่รอเขา


            ชายหนุ่มกอดร่างบอบบางที่ยังหลงเหลือไออุ่นแนบอกกว้างของตน เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ จากสภาพที่เห็นก็น่าจะเดาไว้ว่าเมริษาฉีดยาอะไรบางอย่างเข้าเส้นเลือดและก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องตาย แต่เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกัน เธอไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ๆ ภาณุมั่นใจในความคิดของตัวเอง


            เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้ภาณุหันไปมองต้นเสียงทันที ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของเมริษามาเปิดดูก็พบว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา มันคือข้อความจากเครือข่ายโทรศัพท์ที่เตือนว่ามีคนโทรเข้ามาแต่เมริษาไม่ได้รับ คงจะเป็นสายจากเขาที่เธอไม่ได้รับ ภาณุคิด แต่เมื่อกดออกจากโปรแกรมข้อความ ภาณุก็พบว่ามีอีกโปรแกรมหนึ่งในโทรศัพท์มือถือที่ถูกเปิดค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้... การตั้งอัดเสียง


            ทันทีที่ภาณุกดปุ่มเล่น โทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นลำโพงกระจายเสียงขนาดย่อมทันที สิ่งที่ได้ยินนั้นทำเอาชายหนุ่มถึงกับตัวชาไป ที่แท้เหตุการณ์ทั้งหมดก็เป็นฝีมือของภาคิน ไอ้สารเลวนั่นฆ่าเมริษาเพื่อปิดปากและเป็นการจัดการโทษฐานที่หญิงสาวหักหลังพวกมันสองพ่อลูก ที่แท้เมริษาไม่ได้ฆ่าตัวตายแต่เป็นการถูกฆาตกรรมต่างหาก! ภาณุกัดฟันแน่นด้วยความแค้นและสงสารเมริษาจับใจ น้ำตาหยดหนึ่งพลันร่วงหล่นลงมากระทบกับใบหน้าของร่างที่นอนนิ่งอยู่


            ผมจะให้มันชดใช้ในที่สิ่งมันทำกับคุณ ภาณุกำโทรศัพท์ที่เป็นหลักฐานสำคัญเอาไว้แน่น เมื่อครู่ชายหนุ่มได้ยินว่านอกจากจะจัดการกับเมริษาแล้ว ภาคินจะใช้คลิปบางอย่างเพื่อจัดการแฉวิศรุตกลางงานเลี้ยงคืนนี้ แม้ภาณุจะไม่รู้ว่าคลิปที่ว่านั้นมันเป็นคลิปอะไร แต่ชายหนุ่มก็ไม่ไว้ใจและเชื่อแน่ว่ามันไม่เป็นผลดีกับเพื่อนรักของเขาอย่างแน่นอน


            ภาณุเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูของตน เขาเสียเวลาไปนานกว่าจะมาถึงคอนโดฯของเมริษาเพราะว่ารถติด ป่านนี้งานเลี้ยงก็น่าจะเริ่มไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะไปถึงงานทันหรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องเตือนวิศรุตให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป


             เมื่อคิดดังนั้นภาณุก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมากดหมายเลขของวิศรุตและโทรออก แต่ไม่สามารถติดต่อได้เพราะอีกฝ่ายน่าจะแบตฯหมด ภาณุสบถอย่างหัวเสีย ทำไมถึงเวลาคับขันมือถือของวิศรุตมักจะติดต่อไม่ได้เสียทุกครั้ง ชายหนุ่มนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนมาโทรหานภัทรแทน หวังว่านภัทรจะช่วยวิศรุตเอาไว้ได้ทัน ภาณุภาวนาในใจด้วยความร้อนรน


Aislin: ขออภัยจริงๆที่หายไปนานถึงราวสองสัปดาห์นะคะ วันนี้มาอัพนิยายต่อให้แล้ว หวังว่าคงไม่นานจนลืมกันไปแล้วเน้อ ฮ่าๆๆ

            ตอนนี้ก็นะ... เมริษาม่องแท่งแล้วเพราะภาคิน เสียดายมากๆที่โอมมาไม่ทัน แต่เดี๋ยวเรามาลุ้นต่อกันในตอนหน้าดีกว่าเน้อว่าโอมจะช่วยหยุดความชั่วของภาคินได้หรือเปล่า เพราะถ้าหากไม่สำเร็จคนที่จะแย่ก็คือเพื่อนที่โอมรักมากที่สุดอย่างวินนั่นเอง แถมยังมีแผนการร้ายกาจของศราอีกล่ะ เฮ้ออ... ปาดเหงื่อแป๊บ แต่อยากบอกว่าเรื่องราวจะลุ้นและเข้มขึ้นไปจนถึงตอนจบแน่นอนค่ะ อย่าลืมติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ^0^

            เรื่องรูปเล่มก็ยังติดต่อสั่งซื้อได้เหมือนเดิมเน้อ ในเล่มมีตอนพิเศษที่จะไม่โพสลงเว็บจำนวน 3 ตอนอย่างจุใจให้อ่านกันค่ะ (จุดเริ่มต้นความรักของวิน สถานการณ์หวานๆโรแมนติกและอารมณ์หงหวงที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักนิยายเรื่องนี้ ห้ามพลาดเน้อออ แล้วจะเสียใจ อิอิ)

ปล. เจอกันตอนหน้านะคะ สัปดาห์หน้าเน้อ ^-^ 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

69 ความคิดเห็น