ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 37 : รักไม่มีกฏเกณฑ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ส.ค. 58



ราคาเล่มละ 430 บาท

ติดต่อ www.facebook.com/Aislin.Napoon  หรือ  Aislinnovels@hotmail.com

ปล. ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแบบจุใจอีก 3 ตอนแถมให้ด้วยนะคะ (ไม่อัพลงเว็บค่ะ)
*****************************************

 

ศรารัตน์กำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น เมื่อครู่นี้คุณหมอกานต์เพิ่งโทรมานัดเธอให้ออกไปพบหลังเลิกงาน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่านภัทรต้องการพบเธอด้วยเรื่องอะไร ต้องเป็นเรื่องนั้นแน่ๆ เรื่องที่เธอมอบหมายให้วิศรุตไปจัดการ ศรารัตน์ถอนหายใจแรง มือก็ค่อยๆคลายสิ่งที่กำไว้ลง หญิงสาวเริ่มลังเลเพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วในใจเธอต้องการอะไรกันแน่ อยากจะแต่งงานกับนายแพทย์นภัทร อิสรีย์จริงๆหรือเพียงแค่อยากเอาชนะวิศรุต ทัดเทวาผู้เป็นพี่ชายเท่านั้น หรือบางทีอาจจะทั้งสองอย่าง


            สถานที่นัดพบระหว่างนภัทรและศรารัตน์ก็คือสวนสาธารณะใกล้ๆกับโรงพยาบาลนั่นเอง เมื่อศรารัตน์ไปถึงก็พบว่าคนที่ออกปากนัดได้มาถึงก่อนแล้ว หญิงสาวเดินเข้าไปหาร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังให้ตนอยู่


            หมอโทรนัดฉันออกมา มีเรื่องอะไรเหรอคะ เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง นภัทรจึงหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย


            คุณศราก็คงน่าจะทราบดีว่าเรื่องอะไร ศรารัตน์นิ่งไปแต่แววตากลับทอแสงกล้า ผมอยากจะมาพูดเรื่อง... ของเรา


            หมอไม่อยากแต่งงานกับฉันใช่ไหมคะ คนถามจี้ตรงจุดอย่างพอดิบพอดีและไม่อ้อมค้อม ศรารัตน์รู้ความจริงข้อนี้อยู่เต็มอกตลอดมา รู้มาตลอดว่าคนที่อยู่ในใจของผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่เธอและก็คงไม่มีวันจะเป็นด้วย แต่บางครั้งเธอก็ยังอยากมีความหวัง


            ที่ผมนัดคุณศรามาก็เพียงเพราะอยากจะถาม นภัทรไม่ตอบคำถามของศรารัตน์แต่กลับเป็นฝ่ายตั้งคำถามเสียเอง ถ้าเราแต่งงานกัน คุณจะมีความสุขจริงๆเหรอครับ คุณหมอหนุ่มจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยที่เหมือนกับดวงตาของใครอีกคนราวกับต้องการจะอ่านความจริงภายใต้ดวงตาคู่นั้นให้ทะลุปรุโปร่ง ถ้าเราแต่งงานกันแล้ว คุณจะยอมรับตัวตนในแบบที่ผมเป็นได้จริงๆน่ะเหรอครับ ศรารัตน์เงยหน้าสบตาสีถ่านของอีกฝ่าย หญิงสาวเข้าใจความหมายของถ้อยคำสองประโยคนั้นดีโดยไม่ต้องเสียเวลาตีความให้มากมาย


               “แล้วถ้าคุณหมอเลือกที่จะคบกับวินต่อไป ฉันว่าคนอื่นๆไม่แน่ก็อาจจะรับตัวตนแบบที่คุณหมอเป็นไม่ได้เหมือนกัน ผู้หญิงฉลาดอย่างศรารัตน์รู้จักการเอาจุดบอดมาบีบให้อีกฝ่ายจนมุมเสมอ แต่ครั้งนี้เธอเองก็คาดไม่ถึงกับคำตอบที่ได้รับกลับมา


            สังคมอาจจะขีดกรอบกฎเกณฑ์เอาไว้มากมาย แต่จำเป็นด้วยเหรอครับที่ความรักจะเกิดขึ้นแค่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายเท่านั้น คนทั่วไปหรือแม้แต่คุณศราเองอาจจะมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับวินเป็นเรื่องที่ผิดแปลกไปจากธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่สมควร แต่สำหรับผมแล้ว ถ้าผมเลือกที่จะรักใครสักคน กฏเกณฑ์ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย


            แต่คุณเป็นหมอนะคะ หมอเป็นอาชีพที่ได้รับการศรัทธา ความเชื่อมั่นและการยกย่องเชิดชูจากสังคมทั่วไป หากว่าคนอื่นรู้เรื่องนี้มันจะไม่ดี...


            คุณศราก็เลยคิดหาทางออกให้ผมเรียบร้อยแล้วสินะครับ คำพูดกึ่งประชดของคุณหมอหนุ่มทำเอาศรารัตน์ถึงกับสะอึก หญิงสาวไม่ปฏิเสธเพราะส่วนหนึ่งมันก็คือความจริง ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนแย้มยิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ย


            ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันรับได้เรื่องตัวตนที่แท้จริงของคุณหมอและฉันเองก็คงจะมีความสุขมากหากว่าเราสองคนได้แต่งงานกันจริงๆ แม้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงแค่ความสุขจอมปลอมก็ตาม ศรารัตน์เว้นวรรคนิดหนึ่งแล้วพูดต่อด้วยเสียงเรียบเรื่อยไม่บ่งบอกอารมณ์ในใจ เชื่อเถอะค่ะว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราสามคนแล้ว


            นภัทรฝืนยิ้มแห้งแล้งกับคำพูดนั้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งสามคนจริงน่ะหรือ? มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเขาและศรารัตน์ แต่สำหรับวิศรุตแล้วมันกลับคือทางตันต่างหาก! แม้จะเคยบอกว่าตัวเองยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อให้วิศรุตมีความสุข แต่พอถึงเวลาจริงๆนภัทรกลับอยากจะยกเลิกคำพูดทุกอย่างเสียอย่างนั้น เขาไม่ได้อยากแต่งงานกับศรารัตน์เลย แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกไม่ได้ เขาไม่กล้าที่จะทรยศต่อคำสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ชายของคนตรงหน้า


            ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องไปเตรียมตัดชุดเจ้าบ่าวแล้ว ศรารัตน์หันหลังให้คู่สนทนาเพื่อซ่อนสีหน้าไม่ให้อีกฝ่ายเห็นจากนั้นจึงเอ่ยช้าๆแต่ว่าหนักแน่น


            เราจะแต่งงานกันทันทีหลังจากผ่านงานเลี้ยงครบรอบบริษัททัดเทวาไปแล้ว เอ้อ เชิญคุณหมอมาร่วมงานเลี้ยงด้วยนะคะ ปลายเสียงแผ่วไปเพราะศรารัตน์ต้องพยายามกลั้นก้อนแข็งๆลงคออย่างยากลำบากพร้อมกับน้ำใสที่ไหลรินออกมาจาก ดวงตาคู่งามจนเปียกชื้นไปทั้งใบหน้า ตอนนี้เธอควรจะมีความสุขจากการที่ได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก แต่ทำไมเธอถึงร้องไห้ออกมาแบบนี้ ทำไม...


            นภัทรมองแผ่นหลังบอบบางของศรารัตน์ที่ค่อยๆเดินห่างออกไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่าง คำถามในใจเริ่มชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ แบบนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดจริงน่ะเหรอ? จนบัดนี้เขาก็ยังมองไม่เป็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์อยู่ดี


 

            เมื่อนภัทรกลับมาถึงห้องทำงานที่โรงพยาบาลก็พบว่าพงศธรมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว คุณหมอหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามเพราะคาดเดาได้ตั้งแต่แรกว่าพงศธรมาหาเขาด้วยเรื่องอะไร


            ฉันได้ข่าวมาว่าแกจะแต่งงานกับคุณศรา เรื่องนี้พงศธรได้ยินมาโดยบังเอิญจากเลขาฯหน้าห้องของศรารัตน์ เป็นความจริงเหรอวะ อาการนิ่งเงียบของนภัทรยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาได้เป็นอย่างดี พงศธรชะงักไปในขณะที่ประสานสายตากับคู่สนทนา


            แล้วแกคิดว่ายังไงล่ะไอ้โอม ฉันควรจะแต่งงานกับคุณศราหรือเปล่า ประโยคสุดท้ายทำให้ไหล่ของคนที่ถูกถามสะท้านไปเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มก็ควบคุมตัวเองได้ดีพอสมควรขณะที่เอ่ยตอบออกไป


            ก็ดีแล้วนี่นา คุณศราเป็นผู้หญิงที่ทั้งฉลาดและน่ารัก ที่สำคัญคือเธอเองก็รักแกมาก อย่าทำให้เธอผิดหวังเลยนะ พงศธรเสียงแผ่วกับประโยคสุดท้าย ชายหนุ่มฝืนยิ้มให้กับเพื่อนรักก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แกกับคุณศราเหมาะสมกันจะตายไป


            แทบทุกคนพูดว่าฉันกับคุณศราเป็นคู่ที่เหมาะสม แต่บางทีเรื่องของความรัก... ความเหมาะสมเพียงอย่างเดียวมันไม่ได้ช่วยให้คนสองคนมีความสุขหรอกไอ้พงษ์


 “แล้วแบบไหนที่แกคิดว่าจะมีความสุขล่ะ วินอย่างนั้นเหรอ ชื่อของวิศรุตทำให้นภัทรต้องบิดริมฝีปากยิ้มอย่างขมขื่น “โลกความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามอย่างที่แกคิดหรอกไอ้กานต์ ถ้าแกไม่ได้แต่งงานกับคุณศรา สักวันหนึ่งแกก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ดีนั่นแหล่ะ ยังไงเมื่อถึงที่สุดแกก็ต้องยอมรับว่าเรื่องความสัมพันธ์ของแกกับวินมันเป็นไปไม่ได้


             นภัทรได้ยินคำพูดแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทำไมเขายังคงต้องพยายามยื้อความรักที่ผิดธรรมชาติแบบนี้เอาไว้อีก คำตอบคงเป็นเพราะว่าเขาคงจะรักวิศรุตมาก เพราะรักมากจนถึงขนาดยอมมองข้ามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ทางสังคมไป


             พงศธรเข้าใจความรู้สึกของนภัทรดี ชายหนุ่มเองก็รู้สึกแย่เช่นกันที่จะต้องบอกเรื่องนี้กับนภัทรตรงๆ เขาไม่อยากให้เพื่อนรักต้องหลอกตัวเองอีกต่อไปแล้ว นภัทรควรตื่นจากฝันเสียที


            ถ้าฉันแต่งงานกับคุณศราก็เท่ากับว่าฉันกำลังทำร้ายเพื่อนรักของตัวเอง ซึ่งฉันไม่ได้อยากทำเลยสักนิด


            ไอ้กานต์...


            ฉันรู้มาตั้งแต่แรกว่าแกเองก็รักคุณศราเหมือนกัน เพราะความที่รักมาก แกก็เลยยอมช่วยเขาเพื่อวางแผนมอมยาฉัน


            แกรู้... นภัทรมองพงศธรที่หน้าเสียไปกับสิ่งที่เขาเอ่ยออกมาเมื่อครู่ หลังจากที่เกิดเรื่องคืนนั้น นภัทรก็กลับมาคิดทบทวนหลายครั้ง วิศรุตไม่น่าจะทำแบบนั้นกับเขาได้เพราะอีกฝ่ายก็มีสภาพไม่ได้ดีไปกว่าเขาเลยสักนิด ก็เหลือแต่เพียงศรารัตน์กับพงศธร และเขาก็มั่นใจว่าศรารัตน์เพียงคนเดียวคงไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้แน่ถ้าหากว่าพงศธรไม่ได้ให้ความร่วมมือด้วย แต่ปัญหาสำคัญที่เขายังแก้ไม่ตกก็คือศรารัตน์ทำไปเพราะอะไร


            อย่าโกหกฉันเลยไอ้พงษ์ แกอย่าลืมสิว่าฉันเป็นหมอนะ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโดนยาปลุกเซ็กส์


            ไอ้กานต์ ฉัน... ฉันขอโทษ คำขอโทษแหบพร่าที่ออกจากปากคู่สนทนาไม่ได้ทำให้สีหน้าของคุณหมอหนุ่มคลายลง ที่เขาต้องการจากพงศธรไม่ใช่แค่คำขอโทษ แต่เขาอยากจะรู้จุดประสงค์การกระทำของอีกฝ่ายด้วย


            ถ้าอย่างนั้นบอกฉันได้หรือเปล่าว่าคุณศราวางแผนอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องทำอย่างนั้นกับฉันแล้วก็วินด้วย


            นายอย่ามาถามฉันเลย ฉันไม่รู้เรื่องอะไรนอกจากนี้อีกแล้ว เอ้อ ขอตัวก่อนนะพอดีฉันนัดลูกค้าเอาไว้ พงศธรรีบขอตัวกลับทันที ชายหนุ่มไม่สามารถทนอยู่เผชิญหน้าและตอบคำถามของนภัทรได้อีกต่อไปเพราะความรู้สึกผิดที่กำลังถาโถมในใจ


            แกไม่รู้เรื่องจริงๆหรือว่าไม่บอกฉันกันแน่ไอ้พงษ์ นภัทรรำพึงกับตัวเองเบาๆเมื่อพงศธรออกจากห้องไปแล้ว

 



            วันนี้ภาณุว่างก็เลยแวะมาเยี่ยมวิศรุตที่บริษัททัดเทวา แต่อิงอรกลับแจ้งว่าวิศรุตกำลังเข้าประชุมสำคัญครั้งสุดท้ายกับพวกกรรมการบริหารเรื่องการจัดงานเลี้ยงครบรอบบริษัทและไม่รู้ว่าจะประชุมเสร็จกี่โมง ภาณุยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะพบว่านี่ก็เลยเวลาเลิกงานมานานพอสมควรแล้ว ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าวิศรุตจะประชุมเสร็จ ชายหนุ่มลังเลใจว่าจะอยู่รอจนเพื่อนรักประชุมเสร็จดีหรือไม่ แต่ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะไม่รอด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเขาเกลียดการรอคอยเป็นที่สุด


            เอาเป็นว่าถ้าวินประชุมเสร็จเมื่อไหร่ให้โทรหาผมด้วยแล้วกันนะครับ เมื่อฝากข้อความไว้กับอิงอรเรียบร้อยแล้ว ภาณุก็ตัดสินใจกลับไปก่อนทั้งที่เดิมตั้งใจจะมาชวนวิศรุตไปกินข้าวเย็นด้วยกันแท้ๆ


            เมื่อภาณุไปเอารถที่จอดไว้ยังอาคารจอดรถของบริษัท ชายหนุ่มบังเอิญได้เจอกับเมริษาที่กำลังยืนกอดอกพิงฝากระโปรงรถอยู่ด้วยท่าทางที่ออกจะหัวเสียไม่น้อย


            อ้าวคุณ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย ภาณุเลื่อนกระจกรถลงแล้วชะโงกหน้าออกมาทัก หรือว่ามาดักรอผม


            ไอ้บ้า ใครมาดักรอคุณไม่ทราบ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย รถฉันเสียต่างหาก เมริษาตอบกลับมาด้วยเสียงขุ่นมัว แค่ลำพังรถเจ้ากรรมเธอมาพยศเอาเสียดื้อๆก็แย่พออยู่แล้ว นี่ยังจะเพิ่มผู้ชายปากดีมายั่วโมโหเธออีก


            อ่าวเหรอ ผมนึกว่าคุณอยากเจอหน้าผมจนต้องมาจอดรถดักรอเสียอีก ภาณุหัวเราะขำก่อนจอดรถเอาไว้ริมด้านหนึ่งแล้วเปิดประตูลงไปช่วยดูอาการรถยนต์ของเมริษา


            ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จู่ๆมันก็สตาร์ตไม่ติด ทั้งที่เดือนก่อนเพิ่งเอาไปเช็กสภาพมาแท้ๆ เมริษาพูดเมื่อภาณุรับอาสาจะช่วยดูเครื่องยนต์ให้ ตกลงว่าคุณพอรู้หรือเปล่าว่ารถฉันเป็นอะไร ทำไมถึงเสีย


             “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ภาณุพูดหลังจากเปิดกระโปรงหน้ารถแล้วลองขยับเครื่องยนต์อยู่สักพักก่อนจะต้องยอมแพ้เพราะตัวเขาเองก็มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์แค่งูๆปลาๆเท่านั้น จึงหาสาเหตุไม่ได้เช่นกันว่าทำไมรถเธอถึงสตาร์ตไม่ติด เอาอย่างนี้แล้วกัน คุณไปกับผม เดี๋ยวผมไปส่งที่คอนโดฯเอง ส่วนรถก็ทิ้งไว้ที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยเรียกช่างเข้ามาดู


             “โธ่เอ๊ย วางท่าซะดูดี นึกว่าจะซ่อมได้เสียอีก เมริษาถอนหายใจแรง ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนกลับเป็นบึ้งตึงอีกครั้ง


               “เอาเถอะน่า เกิดผมหลับหูหลับตาซ่อมผิดซ่อมถูก รถคุณพังผมไม่รับผิดชอบด้วยนะ มาเถอะ ผมไปส่งคุณไม่ได้ลำบากอะไรนักหรอก พูดจบภาณุก็ถือโอกาสลากแขนเมริษาให้ไปขึ้นรถเขาทันที หญิงสาวพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของมือใหญ่แต่ว่าภาณุไม่ยอมปล่อยง่ายๆ


               “นี่ปล่อยฉันนะ ฉันเดินเองได้ คราวนี้ภาณุยอมปล่อยแต่โดยดี เมริษาหันมาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาวาววับก่อนจะสะบัดหน้าพรืดขึ้นไปนั่งรอบนรถ ภาณุอมยิ้มขำกับท่าทางโมโหของหญิงสาวก่อนจะอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วสตาร์ตรถขับออกไป


                ระหว่างทางกลับคอนโดฯ เสียงท้องร้องของเมริษาดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ ภาณุหันมองหญิงสาวเพราะรู้สึกว่าเสียงนี้ดังมาจากข้างตัวของเขาเอง เมริษาหลุบตาลงด้วยความกระดากอาย เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่บ่าย ตอนนี้ท้องเจ้ากรรมของเธอดันกลับมาทำขายหน้าต่อหน้าภาณุอีก ภาณุจุดยิ้มที่มุมปากก่อนเสนอว่าให้หาอะไรทานก่อนกลับคอนโดฯเพราะกลัวว่าเสียงท้องร้องของเมริษาจะดังโครกครากไปมากกว่านี้


            ผมว่าเราแวะหาอะไรทานแถวนี้ก่อนเถอะ ดูเหมือนท้องของคุณเริ่มจะออกอาการประท้วงแล้ว เมริษาพยักหน้าหงึกๆ เธอเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เธอหิวจนแทบจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว


            ร้านอาหารที่ภาณุจอดแวะไม่ใช่ร้านอาหารหรูหราราคาแพงตามโรงแรม แต่เป็นเพิงขายบะหมี่ริมถนนข้างทางเท่านั้น ภาณุเหลือบมองคนที่นั่งข้างๆไม่แน่ใจว่าหญิงสาวจะทานอาหารข้างถนนแบบนี้ได้หรือเปล่า


            คุณทานได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ทนหิวอีกหน่อยเพราะแถวนี้ไม่ค่อยมีร้านอาหารดีๆเลย


            ไม่เป็นไร ฉันทานได้ เมริษาเปิดประตูนำลงไปก่อน หญิงสาวเลือกนั่งโต๊ะริมสุดติดถนน เมื่อทั้งคู่นั่งลงเรียบร้อยแล้วเมริษาจึงเริ่มสั่งทันที ดูจากรายการอาหารที่หญิงสาวสั่ง ภาณุก็คิดว่าเธอคงจะหิวมากจริงๆถึงได้สั่งมาเยอะขนาดนั้น และเพียงไม่นาน ชามบะหมี่ที่สั่งก็ถูกยกมาตั้งจนเต็มโต๊ะ


            นี่คุณไปตายอดตายอยากที่ไหนมาเนี่ย สั่งอย่างกับว่าจะกินเผื่อไปจนถึงเย็นวันพรุ่งนี้ ภาณุกวาดตามองบะหมี่น้ำ ชามโต ไม่น่าเชื่อว่าเมริษาจะทานได้หมดทั้งๆที่เธอก็ดูรูปร่างบอบบางกระเพาะเล็กแท้ๆ


            เถอะน่า กินหมดก็แล้วกัน และหญิงสาวก็ทำได้อย่างที่พูดไว้จริงๆ ภาณุได้แต่มองภาพนั้นด้วยความทึ่ง


            ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคุณจะกินอาหารแบบนี้ได้ คุณออกจะดูเป็นพวกคุณหนูไฮโซแท้ๆ เมริษาชะงักไปกับคำพูดนั้น มือที่กำลังถือแก้วน้ำอยู่ก็วางลง


            ก็แค่เคยเป็น แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ฉันก็ต้องทำใจยอมรับสภาพตัวเองให้ได้ก็เท่านั้น ภาณุเงียบไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไปจี้ปมในใจของคนตรงหน้าเข้าพอดี เขาเคยให้ลูกน้องไปสืบประวัติเมริษาจึงได้รู้ว่าตอนนี้ฐานะทางบ้านของเธอกำลังอยู่ให้ขั้นเกือบจะล้มละลาย จากคุณหนูกลายเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาเท่านั้น เมริษาคงจะอ่อนไหวกับเรื่องนี้มากพอสมควร


            ผมขอโทษ


            ช่างมันเถอะ ฉันอิ่มแล้ว เรียกคนขายมาเก็บเงินแล้วเราไปกันดีกว่า เมริษาสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่เตรียมจะลุกออกจากโต๊ะ แต่ว่ากลับมีเสียงเล็กๆดังขึ้นข้างโต๊ะที่เธอและภาณุนั่งอยู่


            พี่คะช่วยหนูซื้อทองม้วนหน่อยนะคะ หนูจะหาเงินไปเรียนหนังสือ เด็กหญิงหน้าตามอมแมมคนหนึ่งยื่นถุงขนมทองม้วนมาตรงหน้าเมริษา หญิงสาวยิ้มบางๆก่อนจะช่วยซื้อไว้หนึ่งถุง เธอยื่นแบงค์ร้อยให้เด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วบอกว่าไม่ต้องทอนเงิน สร้างความดีใจให้กับเด็กคนนั้นเป็นอย่างมากถึงขนาดพูดขอบคุณเธออยู่หลายครั้งทีเดียว


            คุณชอบกินทองม้วนเหรอ ภาณุถามขึ้นหลังจากจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวและขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว ผมเห็นคุณให้เงินเด็กนั่นไปตั้งเยอะ เกินราคาขนมเสียอีก


            ก็ไม่ได้ชอบกินหรอก ถือว่าซื้อมาเพื่อช่วยเป็นค่าเรียนของเด็กมันน่ะ คุณชอบกินหรือเปล่า ถ้าชอบฉันจะยกให้ เมริษายื่นถุงขนมให้ภาณุที่รับไปอย่างเก้อๆ ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวข้างตัวด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม อย่างน้อยเธอก็มีส่วนดีบ้าง ไม่ได้แย่ไปเสียหมดอย่างที่เขาเคยเข้าใจ ภาณุยิ้มบางๆกับความคิดตัวเองก่อนจะออกรถเพื่อไปส่งอีกฝ่ายที่คอนโดฯซึ่งไม่ได้อยู่ไกลจากตรงนั้นมากนัก


            ภาณุมาส่งเมริษาถึงหน้าห้อง แม้หญิงสาวจะบอกว่าไม่จำเป็นแต่ชายหนุ่มก็ดึงดันโดยอ้างเหตุผลว่าถ้าจะส่งก็ต้องส่งให้ถึงที่เลย เมริษาขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงให้มากความจึงต้องยอมในที่สุด


            ถามจริงๆนะ คุณมาทำดีกับฉันเพื่อเหตุผลอะไรหรือเปล่า


            ผมทำผิดกับคุณไว้มาก ก็เลยอยากจะขอโทษ เมริษาเริ่มหน้าตึงเมื่อคิดว่าที่ภาณุมาทำดีด้วยก็เพราะต้องการขอโทษเรื่องที่ล่วงเกินเธอในคืนนั้น


            ถ้าเป็นเรื่องคืนนั้นล่ะก็ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่จำเป็น ภาณุทำท่าจะเอ่ยแต่ว่าถูกอีกฝ่ายตัดบท ขอบคุณมากที่มาส่ง ขอตัวก่อนนะคะ เมริษาหมุนตัวจะเดินเข้าไปในห้องแต่ว่ามือบางกลับถูกอีกฝ่ายยึดเอาไว้ หญิงสาวปรายตาไปยังมือของภาณุที่จับอยู่แต่ชายหนุ่มไม่ยี่หระ


            ผมรู้ว่าคุณโกรธผมมาก ให้ผมได้มีโอกาสชดเชยในสิ่งที่ผมทำพลาดไปด้วยเถอะนะครับ ผมอยากให้เราทั้งคู่ลองเปิดโอกาสทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ เผื่อว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น สายตากึ่งเว้าวอนของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เมริษาเม้มริมฝีปากแน่น เธอชักจะใจอ่อนกับแววตาแบบนี้เสียแล้วแต่ปากก็มักจะไวกว่าสติยับยั้งชั่งใจเสมอ


            เรากลับไปมึนตึงเย็นชาต่อกันแบบเมื่อก่อนน่ะดีแล้ว ถ้าหากว่าเป็นอย่างที่คุณพูด... ไม่กลัวว่าฉันจะอ่อยคุณหรือยังไง คุณยิ่งชอบหาว่าฉันเป็นพวกผู้หญิงหน้าเงิน อยากจะจับผู้ชายรวยๆอยู่ด้วย


            คราวนี้ผมจะยืนนิ่งยอมให้คุณจับแต่โดยดี คำพูดแฝงนัยนั้นทำให้เมริษาหน้าแดงวูบ หญิงสาวมองภาณุที่อมยิ้มเล็กๆอยู่ด้วยประกายตาที่แสดงถึงความเขินอายที่น้อยคนนักจะได้เห็น


            กลับไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน หญิงสาวเสพูดตัดบท ขืนอยู่เผชิญหน้านานกว่านี้ รับรองว่าเธอต้องถูกผู้ชายตรงหน้าต้อนจนมุมอย่างแน่นอน เมริษาหมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง ตั้งใจว่าจะปิดประตูตามทันทีแต่ว่าภาณุกลับใช้มือยันเอาไว้ได้ เมริษามองหน้าชายหนุ่มเป็นเชิงถามว่ายังมีเรื่องอะไรจะพูดอีก


            พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงครบรอบบริษัททัดเทวา คุณแต่งตัวสวยๆนะ แล้วผมจะมารับไปงานด้วยกัน พูดจบภาณุก็ผละไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ เมริษาได้แต่มองตามหลังชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเล็กๆ รู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกกับคำพูดกึ่งออกคำสั่งเมื่อสักครู่ของภาณุ

 


            วิน เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้วิศรุตหันไปมอง นภัทรนั่นเอง ทำไมไม่เข้าไปรอในบ้านล่ะ คุณหมอหนุ่มถามเมื่อสังเกตเห็นว่าวิศรุตคงมายืนตากน้ำค้างรอเขาที่หน้าบ้านนานแล้ว วันนี้เขาออกเวรช้าจึงกลับบ้านดึกกว่าทุกวัน


            ไม่เป็นไรหรอก ฉันมาไม่นานก็จะกลับแล้ว วิศรุตยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย แค่คิดถึงนายก็เลยแวะมาหาน่ะ ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกก่อน ชายหนุ่มรู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นานก่อนที่นภัทรจะต้องแต่งงานกับศรารัตน์ เขาอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายนี้กับ นภัทรให้มีความสุขที่สุด เพราะหลังจากงานเลี้ยงครบรอบบริษัทเสร็จสิ้นลง งานต่อไปก็คืองานแต่งงานระหว่างน้องสาวเขากับชายหนุ่มตรงหน้า


            นายเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้คงวุ่นวายน่าดูเพราะว่าพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงครบรอบบริษัทแล้ว นภัทรเอื้อมมือไปไล้ใบหน้าหล่อคมของวิศรุตอย่างแผ่วเบา หมู่นี้วิศรุตดูซูบลงกว่าเดิม คุณหมอหนุ่มไล้ปลายนิ้วไปตามสันจมูกโด่งเรื่อยไปยังแก้มที่ตอบลงเล็กน้อยเพราะผลพวงจากการโหมงานหนักของเจ้าตัว นายต้องดูแลตัวเองบ้างนะวิน ต้องทานข้าวให้เป็นเวลา นอนพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็อย่าคิดมากด้วยไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม วิศรุตยิ้มรับคำพูดนั้นพร้อมน้ำที่เริ่มคลอเอ่อเต็มสองตาอีกครั้งหนึ่งด้วย ความตื้นตันใจ           


            ขอบคุณนะกานต์ วิศรุตพูดพร้อมกับการเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ซึ่งนภัทรเองก็กอดตอบด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน


            ให้ฉันได้ทำอะไรเพื่อนายบ้างเถอะวิน ให้ฉัน... ได้ตอบแทนความรักของนายบ้าง


            แค่นายสัญญาว่าจะดูแลศราให้ดี ฉันก็ถือว่านายตอบแทนความรักของฉันแล้ว วิศรุตยิ้มบางๆกับคำพูดของตัวเอง วันนี้เขาไม่มีข้อกังขาอะไรอีกแล้วกับเรื่องที่ว่านภัทรรู้สึกยังไงกับเขา แค่นภัทรบอกว่ารักเขา เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เท่านี้จริงๆที่เขาต้องการจะได้ยินจากอีกฝ่าย


            ถึงแม้ในความเป็นจริงเราจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่สำหรับฉัน... นายจะอยู่ในนี้เสมอ นภัทรยกมือวิศรุตไปแนบตรงหน้าอกด้านซ้าย ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน วิศรุตรู้ดีว่านภัทรไม่ได้โกหก


            ถ้านายบอกฉันอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อตอนเรียนม.ปลาย ฉันก็คงมีความสุขมาก เมื่อเห็นว่าคุณหมอหนุ่มชะงักไป วิศรุตจึงพูดต่อ แต่นายก็เพิ่งมาบอกเอาป่านนี้


            ขอโทษที่ฉันรู้ใจตัวเองช้าไป ขอโทษ... วิศรุตใช้มือทาบทับริมฝีปากของนภัทรเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเอ่ยคำใดออกมา


            ฉันไม่ได้โกรธนายหรอก ดีใจมากกว่า เพราะถ้านายบอกรักฉันตั้งแต่วันนั้น ฉันก็คงจะมีความสุข แต่ก็คงจะไม่เท่าวันนี้ วันที่เราสองคนผ่านเรื่องราวต่างๆมาด้วยกัน... วันที่ฉันรู้สึกมีความสุขมากที่สุดเมื่อได้ยินคำบอกว่ารักจากปากของนาย


               นภัทรสบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกเต็มตื้นจนบรรยายไม่ถูก เขาไม่เคยคิดเลยว่าสุดท้ายแล้วจะต้องมารักคนที่ตัวเองเคยเกลียดแสนเกลียดอย่างวิศรุตได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอเรื่องที่น่าหนักใจอะไรแบบนี้ แต่ถ้าไม่มีเรื่องนี้ ไม่มีเรื่องของศรารัตน์ให้ปวดหัว เขาเองก็คงจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองรักคนตรงหน้ามากมายขนาดไหน แต่ในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้รู้เสียที...เขารักวิศรุต ทัดเทวามากเหลือเกิน

 

Aislin: มาอัพนิยายประจำสัปดาห์ค่ะ เรื่องทัณฑ์กามเทพก็ใกล้จะถึงโค้งสุดท้ายเข้าไปทุกทีแล้วเน้อ ยังไงก็มาตามลุ้นไปพร้อมๆกันนะคะ สงสารวินกับกานต์มากเลย คุณผู้อ่านที่ตามลุ้นมาตั้งนานคงว่าโอ๊ย... เมื่อไหร่จะหมดขวากหนามละเนี่ย อยากบอกว่ากว่าจะฟันฝ่าไปได้ เล่นเอาหืดจับแน่นอนค่ะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ตัวละครทุกตัวและอิซลินด้วยนะคะ

            ใครที่สนใจรูปเล่มยังสั่งซื้อเข้ามาได้เลยนะคะ ยังมีเหลืออยู่จ้า ส่วนอีบุ๊คก็โหลดได้จากเว็บเม็บเลยคร้าบบบบ ยังไงฝากอุดหนุนด้วยนะคะ มีตอนพิเศษสุดๆแถมให้แบบจุใจตั้ง 3 ตอนแน่ ^0^

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #45 hamirin0404 (@aeyhyukjae) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 13:57
    ขอนะคะที่มาเม้นตอนนี้ที่เดียว อยากจะบอกว่าสนุกมากค่ะ ส่วนตัวชอบแนวสายดราม่าอยู่แล้ว พล็อตเรื่องดีทุกอย่างดีหมด ทุกตัวละครบ่งบอกเหมือนชีวิตจริงมาก ขอบคุณที่เขียนนิยายเรื่องนี้มาให้อ่านนะคะ
    การเอาชนะและแกร่งแย่งกันสามารถทำลายความสัมพันธ์พี่น้องอาหลานได้จริงๆ
    มาต่อไวไวนะคะ รอค่ะๆๆๆ ^^
    #45
    1
    • #45-1 Aislin (@Aislin) (จากตอนที่ 37)
      30 สิงหาคม 2558 / 11:40
      ขอบคุณมากสำหรับคำชมนะคะ จะเก็บไว้เป็นแรงใจในการเขียน
      ดีใจด้วยที่มีคนอ่านชอบสายดราม่าเหมือนกัน เพราะสายนี้หาคนชอบได้ค่อนข้างน้อย เพราะมันไม่ได้อ่านแล้วมีความสุข กุ๊กกิ๊กแบบพวกนิยายฟิคชั่นสมัยนี้ แต่กลับอ่านแล้วชวนให้หดหู่เกือบทุกตอนเลย ฮาๆๆ
      ยังไงก็ฝากติดตามผลงานอื่นๆด้วยเน้อ แล้วเรามาลุ้นตอนจบของเรื่องทัณฑ์กามเทพนี้ไปพร้อมๆกันจ้า ^0^
      #45-1