ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 36 : จะเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.ค. 58






ราคาเล่มละ 430 บาท

ติดต่อ www.facebook.com/Aislin.Napoon  หรือ  Aislinnovels@hotmail.com

ปล. ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแบบจุใจอีก 3 ตอนแถมให้ด้วยนะคะ (ไม่อัพลงเว็บค่ะ)

 


หรือถ้าหากสนใจแบบ Ebook สามารถโหลดได้จากเว็บ MEB ได้เลยค่ะ

www.mebmarket.com

(Search ชื่อเรื่อง “ทัณฑ์กามเทพ”)

 

            วิศรุตตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยอาการเคล็ดขัดยอกไปทั้งตัว ชายหนุ่มหันไปมองคนข้างกายที่ยังนอนนิ่งอยู่ แม้ว่าจะมีสติไม่แจ่มใสเต็มที่แต่เขาก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน วิศรุตถอนหายใจกับสภาพเปลือยเปล่าของตนและอีกฝ่าย ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกจากเตียงไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมไว้แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป


            หลังจากจัดการกับตัวเองเรียบร้อย เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำก็พบว่านภัทรตื่นแล้ว คุณหมอหนุ่มตอนนี้กำลังนั่งเอน หลังพิงหัวเตียง ดวงตาสีถ่านมีแววไหวระริก


            เมื่อคืนนี้...


            เรามีอะไรกัน


            ได้ยังไง คำถามสั้นๆของนภัทรแต่ก็ทำเอาเจ้าของห้องตอบไม่ถูกเช่นกันเพราะตัวเองก็ยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัด


            เมื่อคืนนายคงเมามาก ขับรถกลับบ้านไม่ไหว ก็เลยต้องนอนค้างที่นี่ แต่ฉันไม่รู้ว่านายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เพราะเมื่อคืนฉันก็... เอ้อ เมามากเหมือนกัน วิศรุตหยิบเสื้อคลุมในตู้เสื้อผ้าอีกตัวแล้วโยนให้นภัทร นายไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยลงไปทานข้าวเช้าด้วยกัน นภัทรรับเสื้อคลุมไว้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการความเรียบร้อยของตัวเองตามที่อีกฝ่ายบอก


            วิศรุตค่อนข้างแน่ใจว่านภัทรเองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน แต่คุณหมอหนุ่มก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกมาเช่นกัน วิศรุตระบายลมหายใจหนักหน่วงพลางคิดว่าคนที่จะตอบคำถามของเขาได้คงมีแต่ศรารัตน์เท่านั้น


 

            เมื่อวิศรุตกับนภัทรลงมาทานอาหารเช้ากลับไม่พบว่าศรารัตน์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วย เมื่อถามแม่บ้านก็ได้ความว่าอีกฝ่ายทานเสร็จเรียบร้อยแล้วและสั่งไว้ว่าเธอจะนั่งทำงานอยู่บนห้อง ถ้าไม่จำเป็นก็ห้ามใครรบกวน วิศรุตเม้มปากนิ่งโดยไม่พูดอะไรอีก หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นเจ้าบ้านก็เดินมาส่งแขกที่รถ


            นายกำลังคิดอย่างที่ฉันคิดหรือเปล่า วิศรุตเอ่ยถามอีกฝ่ายตรงๆ มือหนาจับกรอบประตูรถของนภัทรเอาไว้


            เรื่องเมื่อคืนน่ะเหรอ วิศรุตพยักหน้า คิดสิ แต่ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน คงต้องรบกวนฝากนายไปหาคำตอบให้ที นภัทรทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะก้าวเข้าสู่ตัวรถแล้วสตาร์ตขับออกไป ทิ้งให้วิศรุตยืนครุ่นคิดกับตัวเองคนเดียวถึงสิ่งที่เกิดขึ้น


            เมื่อวิศรุตเข้ามาในห้องทำงานก็พบว่าผู้เป็นน้องสาวกำลังนั่งอ่านเอกสารรายงานผลประกอบการของบริษัททัดเทวาอยู่ ดวงหน้าของอีกฝ่ายฉายแววเคร่งเครียดกับตัวเลขบนเอกสารในมือแต่ก็คงไม่เคร่งเครียดเท่าใบหน้าของวิศรุตในตอนนี้


            เธอทำแบบนั้นทำไมศรา


            ทำอะไรล่ะ คนพูดวางมือจากเอกสารกองโตแล้วหันมองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งสงบไม่สะทกสะท้านต่อคำกล่าวของอีกฝ่าย หรือว่าเรื่องเมื่อคืนนี้


            ฉันต้องการคำอธิบาย


            ก็แค่เมื่อคืนหมอกานต์เมามาก ฉันก็เลยให้คุณพงษ์พาขึ้นไปพักบนห้อง... ของนาย ก็เท่านั้นแหล่ะ ศรารัตน์ทอดเสียงอ้อยอิ่งตั้งใจยั่วให้วิศรุตโกรธ ทว่าวิศรุตยังคงนิ่งรักษาอารมณ์อยู่ได้


            อย่ามาไขสือเลย เธอก็รู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เธอจงใจ!” วิศรุตเน้นเสียงหนักที่ประโยคสุดท้ายแต่ศรารัตน์ถามกลับ


            มากกว่านั้นนี่คืออะไรล่ะ มีอะไรมากเกินไปกว่าการที่หมอกานต์นอนค้างคืนในห้องนายอีกเหรอ คำพูดสองแง่สองง่ามเริ่มทำให้วิศรุตหน้าแดงก่ำ ชายหนุ่มหรี่ตาลง


            แล้วการที่เธอวางยานอนหลับฉัน แล้วก็ใช้ยาปลุกเซ็กส์กับนภัทร เธอหวังจะให้เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอศรารัตน์ ศรารัตน์หันมาจ้องหน้าคนพูดแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย็นที่ทำเอาวิศรุตถึงกับเสียวสันหลังวาบ


            แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ช่วยสนองความต้องการให้นายไม่ใช่เหรอไง หญิงสาวเว้นช่วง นายควรจะขอบคุณฉันถึงจะถูกนะวิน เพราะเรื่องนี้เราได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย นายพอใจส่วนฉันเองก็พอใจ


            ประโยชน์บ้าบออะไรกัน ฉันไม่เข้าใจ เธอต้องการอะไรกันแน่ศรา ทำไมถึง...


            ตอนนี้ยังไม่เข้าใจก็ไม่แปลก แต่อีกไม่นานนายก็จะเข้าใจเองนั่นแหล่ะ เข้าใจแบบกระจ่างแจ้งชัดเจนเสียด้วย

 



            ดูท่าคงจะมีเรื่องพิเศษอะไรที่ทำให้แกอารมณ์ดีแต่เช้า คำทักของผู้เป็นพ่อทำให้ภาคินที่กำลังเดินลงบันไดมายิ่งยิ้มกว้างกว่าเก่า ชายหนุ่มเดินไปทิ้งตัวลงยังโซฟาข้างๆวันชัยแล้วพูด


            ก็แค่ดีใจน่ะครับที่ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปตามแบบที่เราวางเอาไว้


            แล้วเรื่องนั้นว่ายังไง เรียบร้อยดีไหม คนถูกถามรู้ดีว่าเรื่องนั้นคือเรื่องอะไร ภาคินยิ้มตอบบอกว่าถ้ายังไม่เรียบร้อยแล้วตนจะอารมณ์ดีอย่างนี้หรือ


            พ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ หลักฐานที่จะแฉเรื่องไอ้วินเป็นเกย์น่ะอยู่ในมือผมแล้ว ใช่แล้ว ทุกอย่างกำลังจะเรียบร้อยในอีกไม่ช้านี้ ถ้าหากว่าเขาแฉความลับของวิศรุตให้ทุกคนในบริษัทได้รู้ รับรองว่าไอ้วินไม่มีหน้าไปสู้ใครได้แน่ ดีไม่ดีตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัททัดเทวาอาจจะต้องเปลี่ยนมือ ใครๆในวงการธุรกิจต่างก็รู้ทั้งนั้นว่าภาพลักษณ์ของผู้บริหารเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งผู้บริหารระดับสูงด้วยแล้ว ภาพลักษณ์นี้ย่อมส่งผลต่อบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


            อีกอย่างที่พ่อห่วงก็คือเรื่องของเมริษา ผู้หญิงคนนั้นกำลังทรยศเรา วันชัยพูดเสียงกระด้าง อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ไว้วางใจเมริษาเท่าใดนักแม้ว่าเธอจะมีส่วนร่วมในแผนการครั้งนี้ก็ตาม แต่ภาคินกลับเชื่อใจเธอและรับรองว่าเมริษาไม่กล้าหักหลังพวกเขาแน่ แต่ในที่สุดเธอก็ทำ วันชัยอยากจะรู้นักว่าคนเป็นลูกจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร


            สำหรับคนที่หักหลังเรา ผมไม่ปล่อยไว้แน่ จากคำพูดของภาคินทำให้วันชัยรู้ว่าคนตรงหน้าจะไม่มีวันยอมให้ใครมาขวางทางความสำเร็จอย่างเด็ดขาด คนอย่างภาคินจะต้องไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดให้ได้แม้ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม คิดจะทำการใหญ่ มันต้องกล้าได้กล้าเสียแบบนี้แหล่ะถูกแล้ว วันชัยมองบุตรชายด้วยดวงตาที่ฉายแววสบใจ

 


            ช่วงนี้วิศรุตใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการประชุมแผนจัดงานครบรอบของบริษัทเพราะเหลืออีกเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้นก็ใกล้จะถึงวันงานแล้ว โชคดีที่พงศธรทำงานที่เขามอบหมายให้ได้อย่างดีเยี่ยม ในที่สุดโครงการบ้านจัดสรรที่เขาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจกับมันก็สำเร็จจนได้ วิศรุตปลื้มใจลึกๆกับความสำเร็จนี้ หากว่าพ่อกับแม่ได้รู้ว่าลูกชายเพลย์บอยที่เคยไม่เอาไหนอย่างตน คนที่รู้จักแต่ใช้เงินราวกลับเบี้ยที่ไร้ค่า วันนี้กลับทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาได้ แถมยังเป็นผลงานที่จัดได้ว่า‘ดี’ เกินความคาดหมายเลยทีเดียว พ่อกับแม่เขาคงภูมิใจน่าดู


            สรุปว่าสคริปต์งานทั้งหมดก็คือในช่วงแรกจะเป็นการฉายสไลด์นำเสนอถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัททัดเทวา ต่อมาจะเป็นการแสดงผลงานของหลายๆโครงการที่ประสบความสำเร็จในรอบหลายปีมานี้ แล้วไฮไลท์จะอยู่ที่การเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเรา จากนั้นเราจะปิดท้ายด้วยเบื้องหลังผลงานความสำเร็จต่างๆ วิศรุตทวนตารางงานทั้งหมดที่ถูกสรุปเรียบร้อยแล้วอีกครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มชะงักเมื่อมีข้อเสนอเกิดขึ้นกลางวงที่ประชุม คนที่พูดก็คือหัวหน้าวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ พงศธรนั่นเอง


            โครงการใหม่นี้ยังไม่ได้ถูกตั้งชื่อเสียที ผมคิดว่าเราควรจะตั้งชื่อให้มันก่อนที่จะโปรโมตโครงการนี้กับสื่อนะครับ เสียงส่วนมากในที่ประชุมเห็นตรงกับพงศธร วิศรุตนิ่งไปนานเพราะยังคิดไม่ออกว่าจะตั้งชื่อโครงการนี้ว่าอย่างไรดีทั้งๆที่เขาเองก็เป็นผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรงแท้ๆ


            เอาเถอะครับ แล้วผมจะกลับไปคิดเรื่องชื่อโครงการอีกทีนึง ตอนนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมขอคุยเรื่องการประชาสัมพันธ์กับโปรโมตตามสื่อก่อน วิศรุตเปลี่ยนไปประชุมเรื่องอื่นก่อนเพื่อไม่ให้เสียเวลา ขืนให้มานั่งคิดชื่อตอนนี้ ต่อให้คิดทั้งบ่ายก็ยังคิดไม่ออกหรอก แถมจะพลอยเสียงานอื่นไปด้วย ชายหนุ่มสะดุดความคิดตัวเอง นี่เขาเริ่มทำงานเป็นระบบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทั้งที่แต่ก่อนก็ทำแบบสุกเอาเผากินแท้ๆ


            การประชุมดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุด กว่าเขาจะหารือและสั่งงานกับฝ่ายต่างๆเสร็จเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเกือบสี่โมงเย็นพอดี ใกล้ได้เวลาเลิกงานแล้ว วันนี้เขานัดกับภาณุไว้ว่าจะไปหาอะไรอร่อยๆทานกันเนื่องจากไม่ได้เจอหน้าอีกฝ่ายมานานเพราะว่าช่วงนี้เขาติดเรื่องวุ่นๆหลายอย่างทั้งเรื่องงานรวมทั้งเรื่องส่วนตัว


            ชายหนุ่มส่งแฟ้มงานให้อิงอรรับไปก่อนจะขยับเสื้อสูทราคาแพงของตนให้เข้าที่เตรียมจะลุกเดินออกจากห้องประชุม แต่ว่าศรารัตน์ที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะเรียกเอาไว้เสียก่อน


            ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนายหน่อยวิน วิศรุตชะงักเท้า ชายหนุ่มหันไปบอกเลขาฯให้ออกไปก่อนได้เลย เขาจะคุยกับน้องสาวตามลำพัง เมื่อศรารัตน์เห็นว่าในห้องประชุมเหลือเพียงแค่เธอและวิศรุตเท่านั้น หญิงสาวจึงเริ่มเปิดประเด็น นายคิดว่าไงถ้าฉัน... จะแต่งงานกับหมอกานต์


            อะไรนะ!” วิศรุตทวนคำเสียงดัง มือที่ถือเอกสารอยู่ดูเหมือนจะอ่อนลงในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของศรารัตน์ เธอว่าอะไรนะ ชายหนุ่มถามย้ำโดยหวังว่าที่ตนได้ยินเมื่อครู่คงจะหูฝาดไปเอง


            ได้ยินไม่ผิดหรอก นายจะว่ายังไงถ้าฉันกับหมอกานต์ เราจะแต่งงานกัน วิศรุตอึ้งไปอีกรอบก่อนที่ริมฝีปากหยักโค้งได้รูปจะเอ่ยเสียงแผ่วจนอีกฝ่ายเกือบจะไม่ได้ยิน


            แล้วกานต์ว่ายังไงบ้าง


            ยังไม่ได้บอก แต่... จะให้นายไปบอก ศรารัตน์ยักไหล่เล็กน้อยก่อนที่จะเปลี่ยนไปกอดอกเเล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่ บ่งบอกถึงอารมณ์ภายในใจ ถ้าฉันบอกหมอกานต์แบบนี้ เขาจะต้องไม่ยอมแน่ แต่ถ้านายเป็นคนบอกมันก็ไม่แน่ วิศรุตแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทำไมคนๆนั้นต้องเป็นเขาด้วย


            เธออยากแต่งงานกับกานต์ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ


            มันก็เป็นทางเดียวที่จะรั้งเขาไว้ได้ และมันก็เป็นทางเดียวที่จะแยกนายออกจากหมอกานต์อย่างเด็ดขาด ศรารัตน์รู้ว่านภัทรคิดกับเธอแค่เพียงน้องสาวเท่านั้น คุณหมอหนุ่มไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอแม้เพียงนิดเดียว ที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่ออยากลองใจวิศรุตเท่านั้น แค่เพียงอยากรู้ว่าวิศรุตกล้าที่จะเสียสละนภัทร ผู้ชายที่ตัวเองรักที่สุดให้กับคนที่เรียกว่าน้องสาวอย่างเธอหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง ถ้าหากว่ามีการแต่งงานระหว่างเธอกับนภัทรเกิดขึ้นจริง นั่นมันก็คือสิ่งที่เธอหวังเอาไว้อยู่แล้ว การแต่งงานจะช่วยให้วิศรุตรามือจากนภัทรได้เร็วขึ้น เธอค่อนข้างแน่ใจว่าวิศรุตจะไม่ยอมใช้ผู้ชายคนเดียวกับเธออย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะหากว่าผู้ชายคนนั้นกลายเป็นสามีของเธอตามกฎหมาย แต่หากหญิงสาวคาดผิดไป เธอเองก็จะได้รู้ว่าวิศรุตเป็นพวกพูดอะไรแล้วเชื่อถือไม่ได้ บอกว่าจะปล่อยมือจากนภัทร สุดท้ายแล้วก็แต่งเรื่องมาโกหกเธอทั้งเพ!


            แล้วถ้ากานต์ไม่ยอมล่ะ วิศรุตพูดด้วยเสียงแหบแห้งเต็มที


            ถ้านายพูด ฉันรับรองว่าต้องสำเร็จแน่ อยู่ที่ว่านายจะยอมเอ่ยปากหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง ศรารัตน์เปลี่ยนเป็นเสียงแข็งกระด้าง หญิงสาวหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่านภัทรจะรักเธอหรือไม่ ตอนนี้เธอรู้แต่เพียงว่าการได้นภัทรมาครอบครองจะทำให้เธอชนะคนตรงหน้าได้ แม้ว่าลึกๆในใจหญิงสาวก็อดจะขมขื่นไม่ได้เมื่อคิดว่าหัวใจของนภัทรเป็นของคนอื่นไปแล้ว สุดท้ายเธอก็แพ้อยู่ดีนั่นแหล่ะ


            เธอ... จะแต่งงานเมื่อไหร่


            ทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อย ศรารัตน์หมายความอย่างที่พูดจริงๆ

 


            เสียงกดออดหน้าบ้านทำให้นภัทรละมือจากนิตยสารการแพทย์ที่ตนอ่านอยู่ ชายหนุ่มบอกมารดาที่เดินออกมาจากในครัวว่าเดี๋ยวเขาจะออกไปดูเองว่าใครมา ไม่น่าจะเป็นพ่อเพราะว่าพ่อติดราชการที่ต่างจังหวัด นภัทรคิดในใจ


            เมื่อเห็นคนที่มากดออดหน้าบ้านก็ทำเอานภัทรอึ้งไปเล็กน้อย วิศรุตสบตาอีกฝ่ายด้วยความอึดอัดกับจุดประสงค์การมาของตน ดูเหมือนว่านภัทรจะสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลโศกคู่นั้น


            เข้ามาก่อนสิ เจ้าของบ้านเชิญ แม่กำลังทำกับข้าวอยู่พอดี นายอยู่ทานด้วยกันนะ วิศรุตสั่นศีรษะเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ชายหนุ่มบอกว่าเขาแค่จะมาพูดธุระแค่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น เมื่อเห็นว่านภัทรนิ่งไป วิศรุตก็กลืนน้ำลายแล้วพยายามจะพูด แต่ว่าก็พูดไม่ออกเสียทีจนนภัทรต้องถามซ้ำ ตกลงว่าเรื่องอะไรกันแน่วิน ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ คนตรงหน้าคงไม่ขับรถถ่อมาหาเขาถึงที่บ้านแบบนี้หรอก


            ฉันอยากให้นายช่วยบางอย่าง เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความสงสัย วิศรุตก็พูดต่อจนจบ แต่งงานกับศรา แล้วดูและเธอตลอดไปได้ไหม คราวนี้คุณหมอหนุ่มนิ่งไปนานจนวิศรุตเองก็หวั่นใจ ชายหนุ่มเห็นประกายตาที่แสดงถึงความเจ็บปวดในดวงตาสีถ่านคู่นั้น เขารู้ว่านภัทรรู้สึกอย่างไรเพราะเขาเองก็ไม่ต่างจากอีกฝ่าย เจ็บปวดไม่ต่างกัน ทว่าคำตอบของนภัทรคือ


            ได้สิ คำตอบง่ายๆสั้นๆนั้นเปรียบเหมือนมีดกรีดหัวใจของวิศรุตให้เกิดเป็นแผลได้อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันเคยบอกนายแล้วใช่ไหมว่าฉันจะทำอย่างที่นายต้องการ วิศรุตหลุบสายตาลงต่ำไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้านภัทร ชายหนุ่มกลัวว่า หากเขาเผลอมองสบตากับอีกฝ่ายเข้า กำแพงน้ำแข็งในใจที่ตัวเองสร้างเอาไว้จะต้องพังลงมาอย่างราบคาบแน่นอน


            ฉันรู้ว่ามันอาจจะเป็นการฝืนใจนาย แต่ว่า...


            ถ้าคิดว่าการที่นายยอมเสียสละความรักของตัวเองเพื่อให้คุณศรามีความสุข ฉันก็อยากบอกให้นายรู้เหมือนกันว่า...ถ้าหากการเสียสละของฉันทำให้นายมีความสุขได้ ฉันก็ยินดี คำพูดของนภัทรเรียกให้น้ำใสๆรื้นขึ้นมาเต็มสองตาของวิศรุต ชายหนุ่มขบริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา แต่สุดท้ายน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาจนได้เมื่อได้ฟังคำพูดถัดมาของคนตรงหน้า ถึงแม้ความเป็นจริงและกฏเกณฑ์ทางสังคมบางอย่างทำให้เราเดินไปด้วยกันไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่าข้างในนี้ คนพูดเอามือข้างซ้ายที่สวมแหวนทองคำขาวสลักชื่อที่เขาเคยให้ฝ่ายนั้นเป็นของขวัญวันเกิดมาแตะที่เหนืออกข้างซ้ายของเขา ใจของนายจะเป็นของฉัน เหมือนกับที่หัวใจฉันเป็นของนาย


            นภัทรเลื่อนปลายนิ้วมาเช็ดคราบน้ำตาให้วิศรุต เขาไม่อยากเห็นอีกฝ่ายร้องไห้เลย ทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของคนตรงหน้า   เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังร้องไห้ด้วยเช่นกัน สิ่งที่ควรทำก็คือการเงยหน้ายิ้มรับกับความเป็นจริงแม้ว่าข้างในจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม


            นายร้องไห้แล้วทำให้ฉันคิดถึงวิศรุต ทัดเทวาคนเดิมสมัยมัธยม เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองคนพูด วิศรุต ทัดเทวาคนนั้นเป็นคนกระด้าง ร้ายกาจ เย่อหยิ่งเอามากๆ แถมยังชอบทำตัวแย่ๆอีก เมื่อเห็นว่าเรียกความสนใจคนฟังได้ คุณหมอก็ใส่ต่อทันที นอกจากฐานะเหลือกินเหลือใช้และหน้าตาแล้ว เรียกว่าไม่มีอะไรดีเลย ฟังไปเรื่อยๆวิศรุตก็เริ่มขมวดคิ้วย่น


            นายหลอกด่าฉันหรือเปล่าเนี่ย


            เพิ่งจะรู้ตัวหรอกเหรอ สิ้นคำพูดคุณหมอนภัทรก็หัวเราะร่วน ฝ่ายคนที่โดนหลอกด่าก็หน้าแดงก่ำจนถึงใบหู นภัทร ร้ายกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลยทีเดียว


            มานี่เลยนะกานต์ มาให้ฉันอัดนายซะดีๆ นภัทรไม่รอให้วิศรุตพูดจบ ชายหนุ่มรีบวิ่งหนีไปตั้งแต่ที่วิศรุตเริ่มพูดแล้ว ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องไล่ตามจัดการเขาอย่างแน่นอนที่ไปหลอกด่าอยู่ตั้งนานสองนาน คุณหมอหนุ่มวิ่งหนีพลางแหย่อีกฝ่ายไปด้วย บรรยากาศตึงเครียดและชวนหดหู่เมื่อครู่กลายเป็นการหยอกล้อสนุกสนานระหว่างชายหนุ่มสองคนเท่านั้น


            บางทีวิศรุตก็อยากหยุดเวลาเอาไว้แค่นี้ เวลาที่มีแต่เขาสองคน แต่ในเมื่อเขาเองก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เขาจะทำได้ก็คือการเก็บบรรจุความทรงจำนี้ซ่อนเอาไว้ลึกสุดของหัวใจให้นานเท่านาน เก็บเกี่ยวช่วงเวลาของความสุขที่เขาและนภัทรได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดจนกว่าวันนั้นจะมาถึง... วันที่นภัทรจะต้องกลายเป็นของคนอื่น


 Aislin: กลับมาอัพนิยายให้แล้วนะคะ หวังว่าคงไม่รอนานจนเกินไปเนอะ ช่วงนี้งานประจำยุ่งมากเลยค่ะ เวลานอนยังไม่ค่อยมี เลยทำให้อัพนิยายล่าช้าไปนิด ยังไงอย่าเพิ่งงอนและเลิกอ่านไปก่อนเนอะ ไหนๆก็ติดตามมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ก็ฝากติดตามไปจนจบด้วยนะคะ เตรียมตัวนับถอยหลังได้เลย ฮาๆๆ

            ตอนนี้แอบเศร้าเนอะ ทำไมคนรักกันต้องมีอุปสรรคมากมายขนาดนี้ แถมอุปสรรคที่สำคัญดันเป็นน้องสาวของตัวเองอีกแน่ะ เฮ้อออ... (ขอถอนหายใจยาวๆ) เอาเป็นว่ามาร่วมลุ้นเอาใจช่วยวินกับกานต์ไปพร้อมๆกันนะคะ รับรองว่าเนื้อหาจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆต่อจากนี้แน่นอนค่ะ

ปล. นิยายรูปเล่มเรื่องนี้ยังพอเหลืออยู่บ้าง ใครสนใจติดต่อมาได้ผ่านทางอีเมลหรือแฟนเพจได้เลยค่ะ ช้าหมดอดนะคะ ขอบอก โฮ๊ะๆๆๆ (ในเล่มมีแถมตอนพิเศษแบบจุใจ 3 ตอนเต็มๆด้วยค่ะ โดยตอนพิเศษไม่เอาลงเว็บเน้อ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

69 ความคิดเห็น