ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 34 : แผนการของภาคิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มิ.ย. 58







ราคาเล่มละ 430 บาท

 ติดต่อ www.facebook.com/Aislin.Napoon  หรือ  Aislinnovels@hotmail.com 

ปล. ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแบบจุใจอีก 3 ตอนแถมให้ด้วยนะคะ (ไม่อัพลงเว็บค่ะ)

 


หรือถ้าหากสนใจแบบ Ebook สามารถโหลดได้จากเว็บ MEB ได้เลยค่ะ

www.mebmarket.com

(Search ชื่อเรื่อง “ทัณฑ์กามเทพ”)
**********************************************************
 

หลังจากที่นภัทรกลับไปแล้ว วิศรุตจึงไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะขึ้นไปหาศรารัตน์ที่ห้องนอนส่วนตัวของหญิงสาว เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเจ้าของห้องกำลังนั่งเอนตัวอยู่ที่เตียงนอนหลังกว้าง ศรารัตน์เหลือบมองผู้มาใหม่แวบหนึ่งก่อนจะหันไปสนใจกับหนังสืออ่านเล่นในมือของตัวเองต่อจนวิศรุตต้องแกล้งกระแอมเสียงเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัว


            มีอะไรเหรอ ศรารัตน์วางหนังสือลง คราวนี้หญิงสาวหันไปสบตาสีน้ำตาลโศกนั้นตรงๆ แววตาของผู้เป็นพี่ชายยังคงมีแววฉ่ำน้ำเหมือนกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา ทว่าเธอก็เลือกที่จะไม่ถามถึงเรื่องนี้ ว่ายังไงล่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่า หญิงสาวถามย้ำเมื่อเห็นว่าคู่สนทนานิ่งไป


            ฉันแค่จะมาเยี่ยมเธอ เห็นว่าออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ศรารัตน์พยักหน้าพร้อมกับบอกว่าคุณหมอกานต์เป็นคนมาส่งเธอด้วยตัวเอง ชื่อของนภัทรทำให้วิศรุตสะอึกพลางนึกถึงบทสนทนาที่เกิดขึ้นที่สนามหญ้าข้างล่างเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา


            ถ้าจะมาเพราะเรื่องแค่นี้ นายก็กลับไปพักผ่อนเถอะเพราะตอนนี้อาการฉันดีขึ้นมากจนเกือบจะเป็นปกติแล้วล่ะ ขอบใจที่เป็นห่วง ศรารัตน์พูดกึ่งๆไล่ แต่ว่าวิศรุตก็ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมออกจากห้องไปเสียที


            ฉันมีเรื่องสำคัญที่อยากจะพูดกับเธอ วิศรุตพูดเสียงหนัก ดวงตาสีน้ำตาลโศกมีแววเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด อันที่จริงต้องเรียกว่าขอร้องเธอถึงจะถูก เมื่อเห็นว่าศรารัตน์มีสีหน้าสงสัยในสิ่งที่ตนพูด วิศรุตจึงระบายลมหายใจบางก่อนจะตัดสินใจเล่า เรื่องราวบางอย่างให้ศรารัตน์ฟัง

 


            คุณหนูเล็กครับ คุณภาคินมาครับ เสียงเรียกแหบระโหยของลุงมั่นทำให้ศรารัตน์หลุดจากภวังค์ความคิดของตน หญิงสาวสะดุดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าคนที่มาหาเธอก็คือภาคิน ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวก่อน วิศรุตก็ห้ามเด็ดขาดไม่ให้ภาคินเข้าใกล้เธอ แต่วันนี้ฝ่ายนั้นกลับมาหาเธอถึงบ้าน ไม่รู้ว่าญาติผู้พี่ของเธอคนนี้จะมาไม้ไหนอีกกันแน่ ศรารัตน์นึกในใจก่อนจะบอกลุงมั่นว่าเดี๋ยวอีกสักพักเธอจะลงไปพบกับภาคินที่ห้องรับแขก


            ภาคินนั่งรอไม่นาน คนที่ชายหนุ่มต้องการพบก็ลงมาจากห้องนอนชั้นสอง ศรารัตน์ฝืนยิ้มทักทายผู้เป็นแขกเล็กน้อยตามมารยาทก่อนนั่งลงยังโซฟาฝั่งตรงข้าม เมื่อเด็กรับใช้ที่คลานเข่าเข้ามาเสิร์ฟน้ำล่าถอยออกไปแล้ว หญิงสาวจึงถามถึงธุระการมาบ้านทัดเทวาของอีกฝ่าย


            มาที่นี่มีธุระอะไรกับฉัน ภาคินยิ้มในหน้าก่อนจะบอกว่าเขาต้องการมาเยี่ยมอาการของศรารัตน์เพราะได้ข่าวมาว่าคุณหมออนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว


            แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ ดูจากท่าทางก็คงเกือบจะหายดีแล้วสินะ ฉันล่ะดีใจจริงๆที่เธอปลอดภัยครบสามสิบสอง อาการที่เสแสร้งเป็นห่วงเป็นใยของภาคินทำให้ศรารัตน์ลอบเบ้หน้า หญิงสาวรู้ดีว่าภาคินไม่ได้ดีใจอย่างที่พูดออกมาหรอก ใจจริงคนตรงหน้าอยากจะให้เธอตายไปให้เสียพ้นๆด้วยซ้ำ


            พูดธุระจริงๆของนายมาเถอะ ที่นายมาที่นี่ก็คงไม่คิดอยากจะมาเยี่ยมอาการฉันเพียงอย่างเดียวแน่ เมื่อสังเกตจากสีหน้าที่เปลี่ยนไปของภาคิน ศรารัตน์ก็รู้ว่าตนเดาถูกแล้ว


            ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่บังเอิญไปรู้อะไรบางอย่างมา ก็เลยคิดว่าเธอเองก็อาจจะอยากรู้ด้วย


            นายหมายถึงเรื่องอะไร ภาคินไม่ตอบแต่ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้ศรารัตน์ที่รับไปเปิดดู ข้างในซองเอกสารก็คือรูปของนภัทรกับวิศรุตที่นักสืบแอบถ่ายได้นั่นเอง ศรารัตน์ขมวดคิ้วเรียวสวยแทบจะติดชิดเป็นเส้นเดียวก่อนเงยหน้าถามว่า นี่มันรูปอะไรกัน นายเอามาให้ฉันทำไม


            ก็บังเอิญฉันรู้มาว่าเธอเองกำลังกิ๊กกั๊กปลูกต้นรักอยู่กับคุณหมอนภัทรอะไรนั่น แต่ก็น่าแปลกนะที่ทำไมคุณหมอ นภัทรหวานใจของเธอกลับไปทำท่าทางสวีทอี๋อ๋ออยู่กับวิศรุตได้ แถมยังมีการประคองกันเข้าห้องในคอนโดฯส่วนตัวของวิศรุตอีกต่างหาก ภาคินเหยียดยิ้มสะใจกับสีหน้าซีดเผือดของศรารัตน์ก่อนจะเว้นจังหวะแล้วพูดต่อ แต่ที่สำคัญก็คือทำไมเรื่องแบบนี้ถึงมาเกิดกับวิศรุตและคุณหมอนภัทร อิสรีย์ได้ ในเมื่อทั้งคู่ก็ต่างเป็น... ผู้ชายเหมือนกัน


            นี่นาย... ศรารัตน์พูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าเรื่องราวความลับที่วิศรุตเป็นเกย์แถมยังมามีความสัมพันธ์กับนภัทรจะถูกภาคินล่วงรู้จนได้ แต่ที่หนักที่สุดก็คือจากรูปถ่ายตรงหน้านี้ทำให้หญิงสาวถึงกับสะท้านเมื่อรู้ว่าคนทั้งคู่ที่อยู่ในภาพได้มีความสัมพันธ์ทางกายที่เกินเลยไปจนยากจะควบคุมแล้ว


             จากภาพถ่ายตอนที่ทั้งคู่ซุกไซ้ซอกคอกันขณะที่กำลังเปิดประตูห้องคอนโดฯก็ทำให้ศรารัตน์ไม่มีทางคิดเป็นอย่างอื่นไปได้นอกเหนือจากนี้ หญิงสาวปารูปในมือทิ้งอย่างหมดแรงก่อนพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ช่างเหมือนหัวใจที่โดนมีดกรีดตรงจุดเดิมซ้ำๆจนเเกิดเป็นแผลบาดลึก


            ตกลงว่าคนในรูปนี้ก็คือคุณหมอนภัทรคนรักของเธอจริงๆใช่ไหม ตอนแรกฉันก็นึกว่าคนที่กำลังนัวเนียอยู่กับวิศรุตเป็นแค่คนหน้าเหมือนเสียอีก น้ำเสียงที่แกล้งทำให้ดูเหมือนตกใจของภาคินทำให้ศรารัตน์ทนไม่ไหวอีกต่อไป


            หยุดพูดเสียทีได้ไหม ฉันไม่อยากฟัง เมื่อเห็นศรารัตน์เริ่มจะหมดความอดทน ภาคินก็ยิ่งได้ใจใหญ่ ชายหนุ่มแกล้งยิ้มยั่วแล้วพูดต่อ


            เธอเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะ เจ็บใช่ไหมกับการถูกทรยศหักหลัง โดยเฉพาะคนที่ทำนั้นเป็นพี่ชายร่วมสายเลือดของเธอเอง


            นายต้องการอะไรก็บอกมาตรงๆเลยดีกว่าภาคิน เมื่อศรารัตน์พูดแบบนี้ก็เข้าทางภาคินพอดิบพอดี ชายหนุ่มไม่ลังเลเลยที่จะพูดจาเป่าหูศรารัตน์ให้เกลียดวิศรุต เขาเชื่อว่าการเอานภัทรมาล่อเป้าแบบนี้จะต้องได้ผลอย่างแน่นอน เพราะโดยพื้นฐานแล้วศรารัตน์ก็ไม่ค่อยถูกกับวิศรุตเป็นทุนเดิมอยู่ก่อน พอมีเรื่องนภัทร ผู้ชายที่ศรารัตน์กำลังหลงใหลคนนั้นเข้ามาเป็นเครื่องกระตุ้น รับรองว่าถ้าศรารัตน์ไม่ยิ่งเกลียดวิศรุต เขาเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว


            ฉันเองก็ไม่รู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ แต่ถ้าหากเป็นฉัน ฉันจะไม่มีวันยอมเสียคนที่ฉันรักให้คนอื่นไปง่ายๆแน่ และไอ้คนที่คิดจะเข้ามาแย่งชิง ฉันก็ไม่คิดจะปล่อยมันเอาไว้เหมือนกัน


            หมายความว่า...


            ทำลายวิศรุตซะ ถ้าไม่มีมันสักคน คราวนี้เธอก็หมดเสี้ยนหนามตำใจแล้วล่ะศรา ภาคินพูดพร้อมกับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมทำเอาศรารัตน์ถึงกับเสียวสันหลังวูบ


            แต่ว่าฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ถึงยังไงวินก็เป็นพี่ชายฉันอยู่ดี หญิงสาวส่ายหน้าอย่างแรงเป็นเชิงว่าเธอจะไม่ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างเด็ดขาด ความผิดหวังเสียใจและสติความรู้ผิดชอบชั่วดีกำลังตีกันในหัวศรารัตน์จนทำให้หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมด นายรีบกลับไปเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นฉันจะบอกเรื่องทั้งหมดกับวินแน่ คำขู่ของศรารัตน์ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลเมื่อภาคินทำท่ายักไหล่แบบไม่ยี่หระกับคำพูดของอีกฝ่าย


            เธอก็ลองคิดดูดีๆก็แล้วกัน ผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่เธอรักหมดหัวใจ เธอจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆเหรอ อีกอย่างถึงแม้ว่าเธอจะใจดีเป็นแม่พระปล่อยให้เขาไปมีความสุขกับไอ้วิน แต่เธอเองก็น่าจะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วความรักผิดเพศแบบนี้มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ในโลกของความเป็นจริงอยู่ดี โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสถานภาพที่เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคมอย่างวิศรุตและหมอนภัทร เมื่อปล่อยระเบิดลูกสุดท้ายไปแล้วภาคินก็เอ่ยขอตัวลา ชายหนุ่มลอบสังเกตสีหน้าศรารัตน์ที่เจือแววสับสนในใจอย่างรุนแรง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าแผนของเขาจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน อีกไม่นานศรารัตน์จะต้องมาเป็นพวกเดียวกับเขาแน่ แล้วเขาจะใช้ศรารัตน์นี่แหล่ะเป็นไม้ตายทำลายและเหยียบย่ำผู้ชายที่ชื่อวิศรุต ทัดเทวาให้จมดินแบบไม่เหลือซากเลย ทีเดียว


            เมื่อภาคินกลับไปแล้ว ศรารัตน์ก็ยังคงนั่งเหม่อลอยจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่เป็นเวลานานหลายชั่วโมง เรื่องราวทุกอย่างประดังประเดเข้ามาในหัวจนเธอคิดอะไรไม่ออก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อนึกถึงคำพูดของวิศรุตในคืนที่เธอประสบอุบัติเหตุ


            ‘ฉันทนไม่ได้ที่จะเห็นว่ามีใครอยู่ข้างกายนภัทร และยิ่งทำใจไม่ได้ใหญ่ถ้าหากคนๆนั้นจะเป็นน้องสาวของฉันเอง ฉันจะบอกอะไรให้นะศรา ถ้าฉันไม่ได้ ใครก็อย่าหวังว่าจะได้เลย และเธอเองก็อย่าหวังเลยว่าจะแย่งนภัทรไปจากฉัน ไม่อย่างนั้นเราคงได้เห็นดีกันแน่ศรารัตน์


             ถ้านายคิดแบบนี้ล่ะก็วิศรุต ฉันเองก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องแย่งชิงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ นายเองก็รู้ดีแก่ใจไม่ใช่เหรอว่าฉันกับนาย... เราสองคนนิสัยเหมือนกันมาก 


              ศรารัตน์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างคนที่ตัดสินใจได้ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาเบอร์ของพงศธรแล้วก็กดโทรออก รอไม่นานปลายสายก็รับ ศรารัตน์จึงกรอกเสียงลงไป


             “คุณพงษ์เหรอคะ รบกวนมาที่บ้านทัดเทวาหน่อยได้ไหมคะ พอดีว่าฉันมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือนิดหน่อย

 

 

เสียงกริ่งออดคอนโดฯดังขึ้นขณะที่เมริษากำลังจะเข้าไปอาบน้ำพอดี หญิงสาวมองเวลาจากนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนัง ห้อง ตอนนี้เกือบสี่ทุ่มแล้วซึ่งก็ถือว่าเป็นเวลาพักผ่อนส่วนตัว ใครกันนะที่มาเวลามืดค่ำแบบนี้ หญิงสาวเดินไปส่องช่องตาแมวที่ประตูก่อนจะยอมเปิดให้เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเธอก็คือภาคินนั่นเอง


             “ทำไมมาเอาป่านนี้ล่ะคะ เมก็นึกว่าใครที่ไหนมาเคาะประตูเสียอีก เสียงต่อว่าแบบไม่จริงจังนักของเมริษาไม่ได้ทำให้ภาคินรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยิ้มกริ่มเมื่อเข้ามาในห้องของหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว


               “ที่มาหาก็เพราะคิดถึงเมน่ะสิ อยากจะนอนกอดเมให้หายคิดถึง ภาคินฝังจมูกเข้ากับแก้มเนียนของเมริษาฟอดใหญ่ ก่อนจะกวาดสายตามองเมริษาที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำด้วยแววตาหยาดเยิ้มซึ่งหญิงสาวก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่


               “อย่าค่ะ เมยังไม่ได้อาบน้ำเลย เมริษาบิดตัวออกจากอ้อมกอดของภาคินอย่างมีจริตก่อนจะใช้สองมือยันอกฝ่ายนั้นออกห่างเล็กน้อยพร้อมทำท่าออดอ้อนยั่วยวน รอแป๊บนึงนะคะ ขอเวลาเมอาบน้ำก่อน รับรองว่าจะให้คุณกอดจนหายคิดถึง    เลยทีเดียว เมริษาหัวเราะน้อยๆก่อนจะผละตัวออกจากอ้อมกอดของมือแกร่งคู่นั้นซึ่งภาคินก็ยอมอย่างว่าง่าย หญิงสาวเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่พาดเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป


            ลับหลังเมริษา ภาคินก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มเยียบเย็น ชายหนุ่มยังจำตอนที่เห็นเมริษานัดเจอกับภาณุที่คอฟฟี่ช็อปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังได้เป็นอย่างดี แถมเมริษายังส่งแผ่นซีดีอะไรก็ไม่รู้ให้กับฝ่ายนั้นไป ยิ่งคิดภาคินก็ยิ่งสงสัยในตัวเมริษา ดังนั้นจุดประสงค์การมาในวันนี้ของภาคินก็เพื่อต้องการที่จะมาหาหลักฐานว่าหญิงสาวหักหลังเขากับพ่อหรือเปล่า ถ้าหากว่ามีหลักฐานคาหนังคาเขา รับรองว่าเจ้าหล่อนหมดทางแก้ตัวแน่และเขาเองก็คงปล่อยเธอเอาไว้ไม่ได้เช่นกันเนื่องจากเมริษารู้ความลับของเขากับพ่อมากจนเกินไปแล้ว


            ภาคินเดินไปรอบห้องรับแขกอย่างจับสังเกต ก่อนสายตาจะไปหยุดที่คอมพิวเตอร์ส่วนตัวของหญิงสาว ชายหนุ่มชั่งใจนิดหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปนั่งหน้าคอมพ์แล้วถือโอกาสแอบเปิดดูข้อมูลที่ถูกเซฟไว้ในไดร์ฟต่างๆ เขาลองเปิดหาไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่พบว่ามีไฟล์ไหนผิดปกติ ภาคินจึงถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะปิดหน้าจอคอมพ์ลงตามเดิม


            ภาคินเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ห้องนอนของเมริษาแทน ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบห้องก่อนสายตาจะไปสะดุดกับกล่องอะไรบางอย่างบนชั้นวางของข้างๆโต๊ะเครื่องแป้ง ไวเท่าความคิด ภาคินรีบเดินไปหยิบกล่องน่าสงสัยนั้นขึ้นมาเปิดดูทันที


            ทำอะไรคะภาคิน เสียงเมริษาที่เข้ามาในห้องพอดีทำให้ภาคินชะงักมือที่กำลังเตรียมจะเปิดกล่องออกดู หญิงสาวเองก็ดูเหมือนจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นถึงสิ่งที่อยู่ในมือของภาคิน เอามานี่ค่ะ มันเป็นของเมเอง เมริษารีบแย่งกล่องใบนั้นจากมือของภาคินไปซ่อนไว้ด้านหลังตน พฤติกรรมนั้นของหญิงสาวกลับยิ่งทำให้ภาคินเกิดความสงสัย


            อะไรกันเม ในกล่องนั้นมีอะไรงั้นเหรอ ทำไมแค่นี้เมต้องถึงกับปิดผมด้วย ภาคินหรี่ตาลงอย่างจับผิดในขณะที่เมริษาลอบกลืนน้ำลายพลางแก้ตัว


            ไม่มีอะไรหรอกค่ะ มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอก เมว่าเราอย่าไปสนใจมันเลยค่ะ ไหนว่าคิดถึงเมนักไม่ใช่เหรอคะ เมเองก็คิดถึงคุณเหมือนกันนะ หญิงสาวปั้นยิ้มก่อนเข้าไปกอดชายหนุ่ม แต่อีกฝ่ายขืนตัวไว้แล้วใช้ความไวแย่งกล่องจากมือของเมริษามาได้สำเร็จ


            นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงเป็น... ภาคินอุทานออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องมีเพียงเนคไทเส้นหนึ่งเท่านั้น ทั้งที่เขานึกว่าข้างในกล่องนี้จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันได้ว่าเมริษาหักหลังเขาเสียอีก ภาคินมองจ้องเนคไทเส้นนั้นก่อนจะหันมาเป็นเชิงขอคำตอบจากเมริษา


            คือว่าเมตั้งใจว่าจะซื้อเนคไทเส้นนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณน่ะค่ะ แต่ไม่นึกว่าคุณจะมาเห็นก่อนจนได้ คำพูดของเมริษาทำให้ภาคินชะงักไป ที่แท้เขาก็เข้าใจผิดไปเองหรอกหรือเนี่ย ภาคินถอนหายใจบางก่อนจะเข้ามาคลอเคลียเอาใจอีกฝ่ายอย่างต้องการง้องอน


            ขอโทษครับเม ผมนึกว่าเมซ่อนอะไรเอาไว้ไม่อยากให้ผมรู้เสียอีก คำพูดของภาคินทำให้เมริษาสะท้านในใจ เป็นอย่างที่เธอเคยคิดไว้ไม่มีผิดว่าหากวันหนึ่งที่ภาคินเกิดรู้ระแคะระคายหรือสงสัยว่าเธอจะหักหลังเขาแล้วล่ะก็ เขาจะต้องไม่ปล่อยเธอไปแน่ ที่ชายหนุ่มแอบเข้ามาค้นห้องลับหลังเธอแบบนี้ก็แสดงว่าเขาต้องกำลังนึกสงสัยอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ


            นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย เมงงไปหมดแล้ว ภาคินมองหญิงสาวที่กำลังตีหน้าซื่ออย่างต้องการลองใจคนตรงหน้า ในขณะที่ดวงตาคมกริบก็พยายามจับสีหน้าของอีกฝ่ายไปด้วย


            พอดีวันนั้นผมไปธุระแล้วบังเอิญเดินผ่านร้านคอฟฟี่ช็อปในห้าง มองเข้าไปก็เห็นเมนั่งอยู่กับคนๆนึง แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตอนนั้นผมรีบมากก็เลยไม่ทันได้เดินเข้าไปทัก ไม่รู้ว่าคนๆนั้นจะเป็นกิ๊กคนใหม่ของเมหรือเปล่า ผมเองก็ไม่แน่ใจเลยอยากเข้ามาดูว่าเมซ่อนอะไรเอาไว้ในห้องหรือเปล่า คำพูดของภาคินทำให้เมริษาต้องลอบกลืนน้ำลาย ยังโชคดีที่ชายหนุ่มไม่รู้ว่า ผู้ชายที่นั่งกับเธอในร้านคอฟฟี่ช็อปก็คือภาณุผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของวิศรุต ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลใดมาแก้ตัวดี


            ที่คุณเห็นก็คงเป็นวันเดียวกับที่เมไปซื้อของขวัญให้คุณนั่นแหล่ะค่ะ พอดีเมไปแวะดื่มกาแฟที่ร้านนั้นก็เลยบังเอิญได้เจอเพื่อนเก่า แต่คุณไม่ต้องหึงไปหรอกนะคะเพราะเพื่อนเมคนนี้เค้าเป็นพวกผู้ชายนะยะ


              คำพูดกลั้วหัวเราะของเมริษากลับทำให้ภาคินมีสีหน้าเครียดขึ้นทันที ฟังจากที่พูดเขาก็รู้เลยว่าเมริษากำลังโกหกเพราะวันนั้นเขาเห็นกับตาตัวเองว่าอะไรเป็นอะไร อีกอย่างเขาก็ไม่เคยได้ข่าวมาว่าภาณุเป็นพวกผู้ชายนะยะแบบที่เมริษาบอก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่มีวันเชื่ออยู่ดีว่าเมริษาจะไปเป็นเพื่อนเก่าของภาณุได้อย่างไรกัน ดังนั้นคำตอบจึงมีเพียงอย่างเดียวก็คือเมริษากำลังโกหกเขา เมื่อเห็นว่าภาคินท่าทางแปลกไปเมริษาจึงถามขึ้นว่า


               “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูหน้าเครียดจัง ภาคินส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ชายหนุ่มรวบร่างบอบบางของหญิงสาวมากอดไว้อย่างหลวมๆเพราะไม่อยากให้เธอเห็นประกายโชนแสงจากแววตากร้าวของเขา ในเมื่อเธอเลือกที่จะทรยศเขาแบบนี้ ก็อย่ามาหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน


            เมริษากอดตอบร่างสูงใหญ่ไว้อย่างหลวมๆเช่นกัน โชคดีที่หลังจากเธอเซฟข้อมูลลงแผ่นซีดีแล้วจัดการส่งให้ภาณุเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็จัดการลบไฟล์คลิปวีดีโอในคอมพิวเตอร์ทั้งหมดทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้เหลือเป็นหลักฐานที่สาวมาถึงตัวเธอได้ ไม่อย่างนั้นภาคินไม่ปล่อยเธอไว้แน่ เพราะขนาดศรารัตน์และวิศรุตที่เป็นญาติสนิทเขายังกล้าวางแผนฆาตกรรมเลย แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงที่เป็นแค่คู่นอนชั่วคราวอย่างเธอ ยิ่งคิดเมริษาก็ยิ่งหวาดหวั่นในใจกับความโหดเหี้ยมของภาคิน

 


            นี่เป็นซีดีที่ได้จากเมริษา ภาณุยื่นกล่องบรรจุซีดีที่เขาได้มาจากอีกคนให้กับวิศรุตที่รับไป ฉันลองเช็กดูแล้ว ในแผ่นนั้นมีอยู่หลายคลิปเลยทีเดียว ทั้งคลิปภาพเคลื่อนไหวแล้วก็พวกคลิปเสียงอื่นๆที่ยืนยันได้ว่าสองพ่อลูกนั้นคิดจะฮุบทัดเทวาแล้วก็วางแผนจะฆ่าแกกับยัยศรา ถ้าบอร์ดบริหารได้เห็น รับรองว่าสองพ่อลูกนั่นได้จนมุมแน่ วิศรุตคลี่ยิ้มเยือกเย็น เขาปล่อยให้สองคนนั้นเล่นเกมกับเขามานานแล้ว คราวนี้แหล่ะที่เขาจะพลิกมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง ที่เขายังไม่ทำอะไรกับสองพ่อลูกนั้นเสียทีก็เพราะว่าเกรงจะเป็นการเปิดช่องให้ทั้งคู่ไหวตัวได้เสียก่อน แต่คราวนี้มันจะเป็นทีของเขาบ้างที่จะเอาคืนอย่างสาสม


            ขอบใจแกมากไอ้โอมที่คอยเป็นธุระเรื่องเมริษาให้ ภาณุตอบกลับว่าไม่เป็นไร อันที่จริงการได้พูดคุยติดต่อกับเมริษาหลายๆครั้ง ถึงแม้ว่าจะต้องมีการทะเลาะหรือกระแนะกระแหนกันบ่อยๆมันก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นอวลในใจอย่างบอกไม่ถูก จะบอกว่ามีความสุขที่ได้ทะเลาะกับฝ่ายนั้นบ่อยๆก็ไม่เชิง


            แล้วแกจะจัดการเปิดโปงสองคนนั้นแล้วปิดเกมนี้เมื่อไหร่วะไอ้วิน


            อีกไม่นานหรอก แกคอยดูไปเถอะ วิศรุตยิ้มแบบมีเลศนัยให้กับภาณุในขณะที่อินเตอร์โฟนบนโต๊ะทำงานของวิศรุตก็ดังขึ้น เป็นอิงอรที่โทรเข้ามาบอกว่าศรารัตน์มาขอพบเขา วิศรุตมองหน้ากับภาณุด้วยความแปลกใจ ไม่รู้ว่าศรารัตน์มีเรื่องอะไรกันแน่ถึงได้มาหาเขาถึงที่ทำงานแบบนี้ ท่านประธานหนุ่มเจ้าของทัดเทวานิ่งคิดก่อนจะบอกอิงอรว่าให้ศรารัตน์เข้ามาได้


            เมื่อศรารัตน์เปิดประตูเข้ามาก็เป็นจังหวะเดียวกับที่วิศรุตยัดกล่องซีดีลงไปในกระเป๋าเอกสารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มทักศรารัตน์ในขณะที่หญิงสาวมีท่าทางเมินเฉยเย็นชา แต่ร่างบางก็ยอมเอ่ยทักทายภาณุตามมารยาทที่ดี


            เป็นยังไงบ้างศรา เห็นไอ้วินบอกว่าเธอหายดีแล้วนี่นา ภาณุเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน


            ก็เกือบปกติแล้วล่ะค่ะ ศรารัตน์ยิ้มตอบภาณุก่อนจะหันไปพูดจุดประสงค์การมาของเธอกับวิศรุต ที่ฉันมาก็เพื่ออยากจะมาถามความเห็นนายในบางเรื่อง


            เรื่องอะไรล่ะ ว่ามาสิ


            ฉันอยากจัดงานเลี้ยงเล็กๆเพื่อเป็นการขอบคุณหมอกานต์ที่ได้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้จากอุบัติเหตุถึงสองครั้ง นายเห็นว่ายังไงบ้าง วิศรุตหันไปสบตากับภาณุทันที ลำพังแค่เรื่องจัดงานเลี้ยงขอบคุณก็ไม่เห็นจำเป็นที่ศรารัตน์จะต้องมาบอกเขาเลยนี่นา ที่หญิงสาวมาหาเขาวันนี้ก็คงต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝงแน่ๆ


            ก็เอาสิ ตามใจ เพราะถึงยังไงฉันก็คงห้ามเธอไม่ได้อยู่แล้วนี่ ศรารัตน์ยิ้มเย็นก่อนจะบอกต่อว่างานเลี้ยงนี้เธอตั้งใจจะจัดขึ้นที่บ้านทัดเทวานั่นเอง


              “ฉันอยากให้งานนี้ดูเป็นงานเลี้ยงแบบอบอุ่น เชิญแขกที่เป็นคนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น หญิงสาวบอกรายละเอียดคร่าวๆให้วิศรุตกับภาณุฟัง


            เธอกะจะชวนใครบ้างล่ะ


            ก็มีที่แน่ๆคือหมอกานต์ คุณพงษ์ นาย แล้วก็เอ้อ ขอเชิญพี่โอมด้วยนะคะ ศรารัตน์หันไปยิ้มให้ภาณุโดยไม่สนใจอาการของวิศรุตที่อึ้งไปเมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องไปร่วมงานเลี้ยงอะไรนี้ด้วย จะให้เขาทำตัวอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนภัทรและศรารัตน์พร้อมกันแบบนี้ นี่ศรารัตน์จะแกล้งทำให้เขาต้องกระอักกระอ่วนใจไปถึงไหน ลำพังแค่การตัดใจจากนภัทรก็ยากมากพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขากลับต้องมาทนเห็นนภัทรอยู่กับศรารัตน์ แล้วแบบนี้เขาจะทนได้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน

 


            วิศรุตเดินหน้าเครียดออกมาจากห้องประชุมบอร์ดบริหาร วันนี้ชายหนุ่มต้องเข้าประชุมเรื่องแผนการจัดงานเลี้ยงประจำปีของบริษัททัดเทวาที่งานนี้จะถูกจัดขึ้นในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า เขาคงจะไม่ออกอาการเครียดแบบนี้เลยหากว่าคุณวันชัยไม่เสนอขึ้นกลางที่ประชุมว่าอยากจะให้ใช้งานนี้เป็นงานสำหรับการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรแห่งใหม่ของทัดเทวาที่วิศรุตเป็นคนรับผิดชอบมาตั้งแต่ต้น ซึ่งบรรดากรรมการบริหารส่วนใหญ่ต่างก็มีมติเห็นด้วยกับความคิดของวันชัย เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและจะมีบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงนักข่าวมากมายจากหลากหลายสำนักด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการโปรโมตบริษัททัดเทวาไปในตัว แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้วิศรุตหนักใจก็คือโครงการบ้านจัดสรรที่เขารับผิดชอบนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงใหม่เกือบทั้งหมดเพราะเคยเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ชายหนุ่มลุกขึ้นชี้แจงถึงปัญหาข้อนี้ที่อาจทำให้โครงการสำเร็จไม่ทันงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท แต่วันชัยก็ได้โต้กลับแล้วให้เหตุผลว่าหากวิศรุตเป็นมืออาชีพจริง ลำพังปัญหาแค่นี้ก็ต้องจัดการได้อย่างแน่นอน อีกทั้งงานนี้ยังถือเป็นการแสดงศักยภาพให้คนทั่วไปได้ประจักษ์ว่าบริษัททัดเทวามีความเป็นผู้นำในด้านอสังหาริมทรัพย์หนึ่งเดียวของเมืองไทย


            พวกเรารอดูโครงการนี้อยู่นะคุณวิศรุต มงคลที่เดินตามออกมาจากห้องเอ่ยขึ้นเมื่อก้าวตามวิศรุตจนทัน ผู้สูงวัยกว่ายิ้มเล็กน้อยอย่างต้องการให้กำลังใจ หวังว่าคุณคงจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ตัวเองว่าเหมาะสมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของทัดเทวาเพียงใด และผมก็ยังแอบเชื่อมั่นอยู่ลึกๆว่าคุณคงไม่ทำให้ผมผิดหวัง วิศรุตยิ้มเครียดกับคำพูดนั้นโดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ


            หลังจากที่มงคลขอตัวเดินไปแล้ว วิศรุตก็หันไปสั่งอิงอรว่าให้ตามพงศธรไปพบตนที่ห้องทำงานด่วนที่สุด ซึ่งผู้เป็นเลขาฯก็รับคำก่อนจะรีบไปจัดการตามคำสั่งของเจ้านายเพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้รอช้าไม่ได้อีกแล้ว

 


            คุณวิศรุตเรียกผมมา มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ พงศธรถามขึ้นเมื่อมาถึงห้องทำงานของวิศรุต เจ้าของห้องผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง หลังจากที่อิงอรออกไปจากห้องแล้ว วิศรุตก็บอกให้พงศธรพูดจาตามสบายแบบเดิมได้ ไม่ต้องพูดเป็นทางการมากนักแม้ว่าตนจะอยู่ในฐานะเจ้านายของฝ่ายนั้นก็ตาม


            ที่ฉันเรียกนายมาก็เพราะเรื่องของโครงการบ้านจัดสรรแห่งใหม่เนี่ยแหล่ะ วิศรุตบอกเรื่องมติที่ประชุมที่อยากให้จัดโปรโมตโครงการบ้านจัดสรรนี้ในงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทให้พงศธรได้ทราบก่อนที่จะถามความเห็นของอีกฝ่ายบ้าง


            อย่างนี้แปลว่าเราต้องเร่งโครงการให้เสร็จภายในปลายเดือนนี้ใช่ไหม เพราะงานจะมีขึ้นในต้นเดือนหน้าแล้ว วิศรุตพยักหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นทำให้โครงการเสียหายไปมากทีเดียว แม้ว่าเขาจะพยายามเร่งปรับปรุงโครงการใหม่ทั้งหมดมาตั้งแต่หลังที่เกิดเรื่องซึ่งงานก็คืบหน้าไปเยอะแล้ว แต่เมื่อมีเวลาเหลือเพียงแค่ไม่ถึงสามสัปดาห์เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะทำมันได้สำเร็จหรือเปล่า


            ถ้างานนี้เสร็จไม่ทัน ชีวิตฉันจบเห่แน่ วิศรุตสบถออกมาเบาๆอย่างเริ่มหัวเสีย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าวันชัยต้องการแกล้งเขา ไม่อยากนั้นก็คงไม่เสนอความคิดบ้าๆแบบนี้กลางที่ประชุมบอร์ดบริหารหรอก ว่าแต่ตอนนี้งานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว วิศรุตหันไปถามพงศธรที่มีสีหน้าเครียดเช่นกันหลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่ตนเล่า


            ตอนนี้ฉันกำลังเร่งให้พวกคนงานต่อเติมอาคารบางส่วนอยู่ คิดว่าถ้าหากเร่งมือกันจริงๆก็น่าจะเสร็จทันกำหนดพอดี ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดนะ คำตอบของพงศธรทำให้วิศรุตเริ่มคลายใจลง ชายหนุ่มจึงสำทับไปว่า


            นายช่วยบอกให้พวกคนงานเร่งมือด้วยหรือไม่ก็หาคนงานมาเพิ่มโดยด่วนเลย บอกว่าฉันยินดีจะจ่ายเงินเดือนเพิ่มให้เป็นค่าล่วงเวลา จำไว้ ไม่ว่าจะเสียเงินเท่าไหร่ฉันไม่สนใจ ขอเพียงแค่งานเสร็จตามกำหนดก็พอ พงศธรพยักหน้ารับคำสั่งจากอีกฝ่ายก่อนขอตัวออกไปทำงานต่อ


            ตอนที่พงศธรหมุนลูกบิดประตูห้องทำงานเพื่อจะเปิดเดินออกไป ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อยว่าควรจะพูดดีหรือไม่ก่อนจะตัดสินใจหันหน้ามาเอ่ยกับคนที่นั่งพิงพนักอยู่หลังโต๊ะทำงาน


            คุณศราเชิญฉันให้ไปงานเลี้ยงขอบคุณไอ้กานต์ในคืนพรุ่งนี้ด้วย วิศรุตส่งเสียงตอบรับในคอเป็นเชิงว่าเขารู้อยู่แล้ว พงศธรมองวิศรุตด้วยสายตาสงบนิ่งก่อนเอ่ยต่อ ฉันมีเรื่องอยากจะถามนายหน่อย


            อะไรล่ะ


            ฉันแค่อยากรู้ว่า... ทำไมนายกับไอ้กานต์ถึงมีความสัมพันธ์แบบนั้นต่อกันได้ วิศรุตตัวชาไปหลังจากที่ได้ฟังคำถามจากคู่สนทนา


            นายรู้เหรอว่าฉันกับกานต์... พงศธรพยักหน้าช้าๆแล้วบอกว่าเขาเห็นกับตาเพราะคืนนั้นที่บ้านจัดสรรเกิดไฟไหม้ เขาติดต่อวิศรุตไม่ได้ แล้วพอรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่กับเพื่อนรักของตน เขาจึงไปหาทั้งคู่ที่บ้านของนภัทรแล้วบังเอิญได้เห็นสิ่งที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น


            ฉันสงสารคุณศรา คำพูดที่เอ่ยออกมาลอยๆทำให้วิศรุตต้องเม้มริมฝีปากแน่น ชายหนุ่มรู้ดีว่าในสายตาใครต่อใครต่างก็เห็นว่าเรื่องความสัมพันธ์แบบชายรักชายมันเป็นเรื่องน่ารังเกียจและยอมรับได้ยาก ไม่เว้นแม้แต่ชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ วิศรุตหัวเราะเบาๆกับตัวเอง แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับเจือไว้ด้วยกระแสความขมขื่นใจ


            ฉันก็สงสารศรา แต่ที่สงสารยิ่งกว่าก็คือตัวเอง พูดไปนายก็ไม่เข้าใจหรอก


            ฉันอาจจะไม่รู้ว่าความรักของนายที่มีต่อไอ้กานต์มันลึกซึ้งแค่ไหน แต่ฉันก็อยากจะเตือนนายเอาไว้ว่าบางทีความหวังกับความเป็นจริง มันก็เป็นสองสิ่งที่อยู่บนเส้นขนาน ซึ่งความจริงข้อนี้ ฉันว่านายเองก็น่าจะคิดได้อยู่แล้ว


            ฉันรู้ดี ขอบใจที่เตือนนะ แต่ว่าเรื่องของฉันกับกานต์มันจบไปแล้ว นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก วิศรุตหลุบตาลงต่ำเพื่อ ซ่อนสายตาที่แสดงถึงความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ให้พงศธรเห็น บางทีเรื่องของเขากับนภัทรอาจจะเรียกว่าจบแบบทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเสียด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยการที่เขาได้ยินคำว่ารักจากปากของฝ่ายนั้น เขาก็มีความสุขมากแล้ว แม้ว่าสุดท้ายเขาจะต้องเป็นคน เอามือของนภัทรไปวางไว้ใส่มือของศรารัตน์ก็ตาม


            พงศธรมองวิศรุตด้วยความสงสารแกมเห็นใจ ผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติอย่างวิศรุต ไม่ว่าชายหนุ่มต้องการสิ่งใด เขาก็มักจะได้สิ่งนั้นมาครอบครอง หากแต่สิ่งเดียวที่วิศรุตอยากได้ก็คือผู้ชายที่ชื่อนภัทร อิสรีย์... ผู้ชายคนเดียวกับที่น้องสาวของคนตรงหน้าก็ต้องการที่จะครอบครองเช่นกัน


            เดี๋ยวก่อน เสียงเรียกดังขึ้นทำให้พงศธรต้องหยุด สายตาคมกริบเหลือบไปทางด้านหลังแล้วบังเอิญสบตากับดวงตาโศกสีน้ำตาลพอดี นายรังเกียจหรือเปล่า วิศรุตหมายถึงเรื่องที่เขาเป็นพวกรักเพศเดียวกัน


            ไม่หรอก เป็นคำตอบสั้นๆของพงศธรก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกจากห้องไป

 

Aislin: มาอัพนิยายประจำสัปดาห์ให้แล้วเน้อ วันนี้ยาวเป็นพิเศษเลย ฮาๆๆ ตอนนี้นิยายทัณฑ์กามเทพก็เหลืออีกแค่ 9 ตอนสุดท้ายก่อนจะปิดท้ายเรื่องนี้แล้วเน้อ (มี 39 ตอนจบค่ะ) แต่ถ้าหากใครอ่านจบแล้ว อารมณ์ยังไม่จบ อยากอ่านตอนพิเศษสุดฟินต่ออีก 3 ตอนเต็มๆ ก็ฝากอุดหนุนรูปเล่มหรือไม่ก็แบบอีบุ๊คหน่อยนะคะ รับรองว่าคุ้มค่าทุกตัวอักษรแน่นอนค่ะ

            เดี๋ยวตอนหน้ามาดูกันว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง อยากบอกแง้มๆว่าแซ่บแน่นอนค่ะ คุณศราเธอออกโรงทั้งที จะธรรมดาได้ยังไง ฮาๆๆ เอาไว้ติดตามอ่านกันนะคะ แล้วเจอกันค่ะ ^0^

 

   

  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

69 ความคิดเห็น