ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 28 : ความลับกับความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 พ.ค. 58





ราคาเล่มละ 430 บาท

ติดต่อ www.facebook.com/Aislin.Napoon  หรือ  Aislinnovels@hotmail.com

ปล. ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแบบจุใจอีก 3 ตอนแถมให้ด้วยนะคะ (ไม่อัพลงเว็บค่ะ)

 

 

หรือถ้าหากสนใจแบบ Ebook สามารถโหลดได้จากเว็บ MEB ได้เลยค่ะ

(Search ชื่อเรื่อง “ทัณฑ์กามเทพ”)
 

 

การสอบสวนเรื่องคดียักยอกเงินของบริษัททัดเทวายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ โชคดีที่วันชัยกับภาคินมีเส้นสายและพรรคพวกในบริษัทเยอะทำให้ทั้งคู่เอาตัวรอดจากการสอบสวนไปได้อย่างหวุดหวิด อีกทั้งหลักฐานที่วิศรุตมีในตอนนี้ก็ยังอ่อนเกินไปที่จะเอาผิดกับคนทั้งคู่ แต่นั่นก็ทำให้ภาคินยิ่งนึกแค้นใจวิศรุตกับศรารัตน์เพราะถึงจะรอดพ้นจากคดีนี้มาได้ แต่ว่าบอร์ดผู้บริหารก็มีมติให้พักงานของตนชั่วคราว เหตุผลเพราะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อยอดเงินที่หายไปจากบริษัทในฐานะที่ตนเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงิน แม้ว่าภาคินจะมีการแต่งหลักฐานปลอมมายืนยันกับบรรดากรรมการบริหารถึงแหล่งใช้ไปของเงินทุนก็ตาม ดังนั้นภาคินจึงเก็บความแค้นนี้ไว้และตั้งใจจะไปลงกับวิศรุต แต่ว่าหลังจากที่ศรารัตน์ประสบอุบัติเหตุ วิศรุตก็เริ่มระวังตัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อนและในบางครั้งวิศรุตก็เลือกที่จะไม่กลับบ้านทัดเทวาแต่เปลี่ยนไปนอนค้างที่คอนโดฯส่วนตัวแทน


            เมื่อแก้แค้นที่วิศรุตไม่ได้ ภาคินเลยเปลี่ยนเป้าหมายมายังศรารัตน์ที่กำลังนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราแทนผู้เป็นพี่ชาย ชายหนุ่มเดินก้าวยาวๆออกจากลิฟต์โรงพยาบาลแล้วเดินตรงไปยังห้องพักผู้ป่วยพิเศษ เวลาดึกแบบนี้ที่เคาเตอร์ติดต่อประจำวอร์ดมีพยาบาลอยู่เวรไม่มากนัก ภาคินตวัดหางตาเหลือบมองพยาบาลสาวคนหนึ่งที่กำลังหันหลังและก้มหน้าก้มตาค้นหาแฟ้มจากลังเอกสารใบโตอยู่ ส่วนพยาบาลอีกสองคนก็กำลังสุมหัวกันอ่านนิตยสารเล่มโปรดอยู่อีกมุมหนึ่งโดยที่ไม่ได้สนใจว่าใครเดินผ่านไปมาบ้าง ชายหนุ่มจุดยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินผ่านเคาเตอร์ไปอย่างเงียบเชียบและในที่สุดก็เข้าไปยังห้องพักของศรารัตน์ได้อย่างง่ายดาย


            ภาคินจ้องร่างศรารัตน์ที่กำลังนอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่บนเตียงด้วยแววตาโชนแสงก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาเหี้ยมเกรียมและไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มเดินไปใกล้ร่างที่นอนอยู่ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าที่ริมฝีปากกลับประดับไว้ ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ


            ฉันไม่ได้อยากจะใจร้ายกับเธอหรอกนะศรา ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเธอเองกับไอ้วินที่ชอบแส่ไม่เข้าเรื่อง ภาคินเหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจก่อนจะค่อยๆดึงสายน้ำเกลือออกจากแขนของศรารัตน์ ตามด้วยการเอื้อมมือไปถอดเครื่องช่วยหายใจ ออก พลางมองร่างบนเตียงที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวห่างๆของตนที่กำลังเริ่มชักกระตุกอย่างรุนแรง ภาคินมองจังหวะการเต้นของชีพจรศรารัตน์จากเครื่องวัดที่ตั้งอยู่ตรงข้างเตียงอย่างสะใจ ชีพจรของหญิงสาวกำลังอ่อนลงทุกทีๆพร้อมกับอาการกระตุกเกร็งตลอดทั้งร่าง


            แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างศรารัตน์ เพราะในจังหวะที่ชีพจรของศรารัตน์กำลังอ่อนแรงเต็มที ภาคินกลับหูแว่วได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่บริเวณโถงทางเดินด้านนอกและเสียงพูดคุยนั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วยนี้เอง ชายหนุ่มจำได้แม่นว่าหนึ่งในนั้นเป็นเสียงของวิศรุต ภาคินสบถเบาๆอย่างเจ็บใจก่อนที่จะกวาดตามองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว เขาต้องหาที่ซ่อนก่อนที่วิศรุตจะเข้ามาในห้องนี้แล้วพบว่าเขาทำอะไรกับร่างของศรารัตน์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ไม่อย่างนั้นคนที่จะตายแทนศรารัตน์ก็อาจจะเป็นตัวเขานี่แหล่ะ ในที่สุดภาคินก็เลือกที่จะไปซ่อนตัวอยู่ที่ระเบียงด้านนอกห้องพัก ชายหนุ่มดึงผ้าม่านหนาหนักมาบังประตูที่เป็นกระจกใสเอาไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อพรางตัว ในขณะที่วิศรุตกับนภัทรก็เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี


            ภาคินได้ยินบทสนทนาในห้องอย่างชัดเจน เป็นเสียงของวิศรุตที่อุทานอย่างตกใจเมื่อเข้ามาแล้วได้เห็นอาการของศรารัตน์ที่กำลังชักกระตุกอยู่บนเตียงในสภาพที่ถูกถอดเครื่องช่วยหายใจออก จากนั้นก็เป็นเสียงผู้ชายอีกคนหนึ่งที่กดกริ่งเรียกพยาบาลก่อนจะรีบเข้ามาดูอาการของศรารัตน์พร้อมกับจัดการต่อเครื่องช่วยหายใจให้กับคนป่วยตามเดิม ภาคินได้ยินวิศรุตเรียกชื่อฝ่ายนั้นว่านภัทร คงจะเป็นหมอ ภาคินคิดในใจ


            เพียงไม่นานนักอาการของศรารัตน์ก็สงบลงและชีพจรก็กลับมาเป็นปกติตามเดิม ทำให้วิศรุตต้องระบายลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก ถ้าเขาไม่บังเอิญมาหานภัทรเพื่อปรึกษาเรื่องอาการป่วยของศรารัตน์ในเวลาดึกแบบนี้ หากว่านภัทรไม่ชวนเขามาเยี่ยมศรารัตน์ด้วยกัน และหากทั้งคู่มาช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว ป่านนี้ศรารัตน์คงตายไปแล้ว


            ทำไมอยู่ดีๆถึงเป็นแบบนี้ไปได้ วิศรุตถามเมื่อพยาบาลออกไปจากห้องหมดแล้ว เหลือเพียงเขากับนภัทร


            ตอนนี้คุณศรายังหายใจเองไม่ได้มากนัก การที่ถูกถอดเครื่องช่วยหายใจอาจจะทำให้ร่างกายมีการตอบสนองโดยการชักกระตุกแบบเมื่อครู่นี้ นภัทรหันไปมองเครื่องวัดชีพจรก่อนจะหันมาบอกคู่สนทนา นายไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว วิศรุตพยักหน้าช้าๆก่อนจะถามต่อ


            แล้วอยู่ดีๆทำไมเครื่องช่วยหายใจถึงถูกถอดออกล่ะ สายน้ำเกลือก็ด้วย วิศรุตกับนภัทรมองหน้ากันเป็นเชิงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับศรารัตน์นี้จะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ เพราะอยู่ดีๆเครื่องช่วยหายใจจะหลุดออกมาเองได้อย่างไรหากไม่มีคนจงใจถอดออกเพื่อต้องการให้ศรารัตน์ตาย และทั้งวิศรุตกับนภัทรก็มีคำตอบในใจแล้วว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดคือใคร ต่อไปนี้ฉันอยากจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลศราตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย” วิศรุตเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับนภัทรที่ถอนใจยาวด้วยความเครียดก่อนจะรับปากว่าเขาจะช่วยติดต่อเรื่องพยาบาลให้


            นายโอเคหรือเปล่าวิน คำพูดของนภัทรทำให้วิศรุตอึ้งไป ไม่ใช่เพราะคำพูดที่แสดงถึงความเป็นห่วงของฝ่ายนั้น แต่เป็นเพราะสรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเขาต่างหาก เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมาที่นภัทรเรียกชื่อเล่นเขาออกมาตรงๆแบบนี้ วิศรุตสบตาสีถ่านของอีกฝ่ายก่อนส่งเสียงอืมในลำคอ แต่สีหน้าที่แสดงถึงความกังวลที่ปิดไม่มิดของวิศรุตทำให้นภัทรรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก นี่ก็ดึกแล้ว ฉันว่านายกลับบ้านไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจะดูแลเอง


            เรื่องนี้ฉันเป็นคนผิดตั้งแต่ต้น ทำไมคนที่นอนอยู่นี่ไม่กลายเป็นฉันล่ะ ทำไมถึงกลายเป็นศราไปได้ วิศรุตพูดออกมาเบาๆขณะยืนอยู่ข้างเตียงของน้องสาว มือชายหนุ่มเอื้อมไปปัดปอยผมของศรารัตน์อย่างแผ่วเบา ถ้าฉันห้ามใจตัวเองได้ เรื่องก็คงจะไม่กลายเป็นแบบนี้ ถ้าฉันไม่ยอมรับกับศราไปว่าตัวเองเคยชอบนายมาก่อน ศราก็คงจะไม่เสียใจแล้วผลุนผลันขับรถออกไปท่ามกลางฝนที่ตกหนักแบบนั้น ถ้าหากว่าฉัน...


            พอเถอะ นายหยุดโทษตัวเองได้แล้ว นภัทรเอ่ยเสียงหนัก ชายหนุ่มไม่อยากให้วิศรุตเอาแต่โทษตัวเองอีกแล้วเพราะถึงอย่างไรก็ไม่ทำให้ศรารัตน์อาการดีขึ้นมา แต่วิศรุตไม่ยอมฟัง ยังคงพูดไปเรื่อยๆราวกลับไม่ได้ยินคำพูดของนภัทร


            คืนวันนั้นศราเห็นหนังสือรุ่นตอนม.ต้นของฉัน เธอจึงรู้ว่าโดนหลอกเรื่องที่ฉันเคยรู้จักกับนายมาก่อน ศราคงจะเสียใจมากยิ่งเมื่อรู้ว่าตัวเองดันมาหลงรักผู้ชายคนเดียวกับที่พี่ชายตัวเองแอบรักมาตลอดสิบกว่าปี สุดท้ายเธอคงจะยอมรับไม่ได้เรื่องที่ฉันเป็น... เกย์” วิศรุตกัดฟันแน่นพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกภายในใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เขารู้สึกเกลียดตัวเองได้เท่านี้มาก่อน ถึงแม้ว่าเขากับศรารัตน์จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด แต่ลึกๆแล้วเขาก็เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองรักและเป็นห่วงน้องสาวคนนี้มากแค่ไหน ถึงแม้ว่าตอนนี้ศรารัตน์อาจจะไม่อยากนับเขาเป็นพี่ชายก็ตาม


            นายไม่ได้ผิดทั้งหมดหรอก เรื่องนี้ฉันเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ถ้าเขาบอกศรารัตน์ไปตั้งแต่แรกว่าตัวเองคิดกับเธอแค่น้องสาว ศรารัตน์ก็คงจะไม่ตั้งความหวังและก็คงไม่เจ็บปวดกับความรักถึงขนาดนี้ นภัทรยิ้มขื่นให้กับตัวเอง อย่าเอาแต่โทษตัวเองเลยวิน ทำแบบนี้คุณศราก็ไม่ได้อาการดีขึ้นมาหรอก คุณหมอหนุ่มพูดพร้อมกับเอามือไปแตะไหล่อีกฝ่ายแต่วิศรุตกลับสะบัดออกพร้อมทั้งระเบิดอารมณ์ความรู้สึกที่อัดแน่นในใจมานานจนเขาทนไม่ไหว น้ำเสียงชายหนุ่มดังจนเกือบจะ กลายเป็นตะโกนใส่หน้านภัทร


            ตั้งแต่เกิดเรื่อง ทุกครั้งที่ฉันหลับตาก็นึกถึงแต่เรื่องนี้ ฉันผิดมากนักเหรอที่เกิดมาเป็นพวกชอบเพศเดียวกัน ผิดมากเหรอไงที่เลือกรักผู้ชายคนเดียวกับน้องสาวตัวเอง ฉันไม่ได้อยากจะทำร้ายศรา ฉันไม่ได้อยากจะให้เป็นแบบนี้ ฉัน... วิศรุตทนพูดต่อไปไม่ไหวเพราะสะดุดก้อนแข็งๆในลำคอ น้ำตาชายหนุ่มค่อยๆร่วงลงมาทีละหยดจนกลายเป็นไหลพรากในที่สุด วิศรุตไม่ได้อยากร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นเลย เขาไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของเขาโดยเฉพาะหากคนๆนั้นคือนภัทร


            แล้วนายคิดว่าทำแบบนี้แล้วมีประโยชน์อะไรล่ะ ไม่คิดบ้างเหรอว่าทำแบบนี้นายเองนั่นแหล่ะที่จะยิ่งรู้สึกเจ็บปวด ฉันรู้ว่านายเสียใจกับเรื่องนี้มาก เสียใจจนอยากจะให้คนที่นอนอยู่บนเตียงนี้กลายเป็นนายเสียเอง แต่นายจะทำอะไรได้ล่ะ เรื่องมันเกิดไปแล้ว นายสามารถย้อนไปแก้ไขมันได้เหรอ นายสามารถย้อนเวลาเพื่อกลับไปโกหกน้องสาวได้เหรอว่าตัวเองไม่ได้ชอบฉันแล้ว นายทำอย่างนั้นได้ไหมล่ะวิศรุต ตอบฉันมาสิว่านายทำได้ไหม ยิ่งพูดเสียงคุณหมอหนุ่มก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆตามแรงอารมณ์ ทุกครั้งที่ฉันเห็นนายเจ็บปวด เห็นนายเอาแต่โทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา เห็นนายต้องมาเสียน้ำตาเพราะเรื่องนี้ที่ฉันเป็น ตัวต้นเหตุแต่แรก นายรู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไง ไม่ใช่แค่นายที่เสียใจหรอกวิน ฉันเองก็เสียใจเหมือนกัน ยิ่งเห็นนายเอาแต่โทษตัวเองอยู่แบบนี้ฉันก็ยิ่งเสียใจ... เสียใจที่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แม้กระทั่งการปลอบใจนายฉันก็ยังทำไม่ได้เลย ดวงตาของนภัทรก็ฉ่ำน้ำเช่นกัน คุณหมอหนุ่มหันหลังให้วิศรุตก่อนพยายามเงยหน้าเพื่อกลั้นไม่ให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้น


            คำพูดที่พรั่งพรูออกจากปากของคู่สนทนาทำให้วิศรุตถึงกับอึ้งไป ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ ผ่านไปเนิ่นนานคำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากวิศรุตก็คือ


            “ขอโทษนะ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พูดจบ นภัทรก็ดึงอีกฝ่ายเข้าไปกอดราวกับว่าถ้าไม่กอดคนตรงหน้าเอาไว้ให้แน่นๆวิศรุตก็จะหนีหายไป


            วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงนายแค่ไหน แม้จะยังตั้งตัวไม่ทันกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของนภัทร แต่วิศรุตก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของฝ่ายนั้น อ้อมกอดที่เขาฝันจะได้รับจากนภัทรมาตลอดระยะเวลาสิบสามปีเต็ม เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนสำคัญที่ฝ่ายนั้นรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย ถ้าเขาสามารถอยู่ในอ้อมกอดนี้ไปได้ตลอดก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ที่สุดวิศรุตก็รู้ว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้อยู่ดี


            คำพูดตลอดจนการกระทำทั้งหมดของสองคนในห้องไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของภาคิน ชายหนุ่มค่อยๆลดมือปล่อยให้ม่านปิดสนิทราบไปกับกระจกใสของประตูระเบียงตามเดิม ถ้าเขาไม่อยู่ที่ระเบียงนี้แล้วคอยแอบดูความเป็นไปภายในห้องแล้วล่ะก็ เขาก็คงจะไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังของวิศรุต ทัดเทวาปิดบังความลับอะไรเอาไว้ แถมเรื่องนี้ยังเป็นต้นเหตุทำให้วิศรุตกับ ศรารัตน์สองพี่น้องผิดใจกันอีกต่างหาก และถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะจัดการกับศรารัตน์ไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้รู้จุดอ่อนของวิศรุตแล้ว และเขาก็จะใช้จุดอ่อนเรื่องที่วิศรุตเป็นเกย์นี้แหล่ะมาทำลายศัตรูหมายเลขหนึ่งของตนให้ตายทั้งเป็นเลยทีเดียว

 


            ภาคินไล่สายตาไปตามตัวอักษรบนกระดาษในมือ นี่เป็นข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างวิศรุตกับนภัทรที่เขาให้นักสืบมืออาชีพไปตามสืบมาให้ ชายหนุ่มยิ้มร้ายเมื่อข้อมูลพื้นฐานที่อยู่ในมือเขาตอนนี้มันช่างสอดคล้องกับข้อมูลที่เขาเพิ่งรู้มาจากการแอบฟังวิศรุตกับนภัทรคุยกันที่โรงพยาบาลเมื่อคืนวาน... ผู้ชายคนที่ไอ้วินแอบรักชื่อว่านภัทร อิสรีย์ ทั้งคู่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน และปัจจุบันคนๆนี้ก็เป็นคนเดียวกับนายแพทย์นภัทร อิสรีย์ ไม่มีทางผิดตัวแน่


            ตามสืบเรื่องนี้ต่อไป ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะให้นายสะกดรอยตามดูด้วยว่าวันนึงไอ้วินมันไปทำอะไรที่ไหนบ้าง โดยเฉพาะถ้าหากว่ามีหลักฐานมาให้ฉันได้ว่าไอ้วินกับหมอนภัทรมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ฉันก็จะตกรางวัลให้อย่างงาม นักสืบรับคำก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ เมื่อนักสืบออกจากห้องไปแล้ว ภาคินจึงหันไปพูดกับวันชัยที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โซฟาใกล้ๆกัน เพราะว่าไอ้วินเป็นเกย์ มิน่าล่ะไม่ว่าเมริษาจะยั่วยวนหรือว่าหาโอกาสทอดสะพานให้บ่อยๆ มันก็ยังไม่สนใจ ที่แท้ก็เป็นพวกวิปริตชอบเพศเดียวกันนี่เอง ภาคินยิ้มเหยียดเมื่อพูดถึงบุคคลที่สามที่ตนเกลียดชังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว


            แกแน่ใจได้ยังไงเรื่องที่มันมีรสนิยมชอบผู้ชาย นักสืบพวกนี้เชื่อได้เหรอ


            แน่ยิ่งกว่าแน่อีกครับพ่อ เพราะผมได้ยินไอ้วินมันคุยเรื่องนี้กับหมอนภัทรอะไรนั่นมากับหู และที่ผมจ้างนักสืบมาสืบเรื่องนี้ให้ก็เพราะอยากจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมได้ยินมามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง วันชัยพยักหน้าก่อนจะถามว่าภาคินจะเอายังไงต่อกับเรื่องนี้ ภาคินจึงบอกแผนการของตนออกไปให้ผู้เป็นพ่อได้รับรู้ซึ่งวันชัยเองก็ยิ้มอย่างพอใจในแผนการแต่ก็ไม่วายเตือนภาคิน


            แผนการใช้ได้ทีเดียว แต่ตัวอันตรายอย่างวิศรุต ถ้ามีโอกาสแล้วก็ควรจะรีบกำจัดแต่เนิ่นๆ ไม่ควรปล่อยเอาไว้นานเพราะนับวันวิศรุตจะยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆและก็อาจจะทำให้เราเดือดร้อนได้


            พ่อหมายความว่าจะกำจัดมันทิ้งเหมือนอย่างที่เคยทำกับศราเหรอครับ วันชัยไม่พูดอะไรแต่แสยะยิ้มเหี้ยมให้ภาคินแทนคำตอบ

 



            วันนี้วิศรุตอยู่เคลียร์ที่บริษัทจนดึก ชายหนุ่มตรวจดูโครงการบ้านทัดเทวาที่ตนดูแลอยู่ทุกขั้นตอนอย่างละเอียด การไว้ใจให้พงศธรคุมงานที่โครงการแทนระหว่างที่เขากำลังยุ่งอยู่กับอาการป่วยของศรารัตน์ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลย พงศธรเป็นคนมีฝีมือ ทำงานละเอียดถี่ถ้วนและที่สำคัญคือเป็นคนที่เขาไว้ใจได้ ไม่ใช่พวกเส้นสายหรือว่าลูกน้องของอาวันชัยกับภาคิน พอชายหนุ่มเหลือบมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือหรูก็พบว่าตอนนี้ดึกมากแล้ว เขาจึงปิดโน้ตบุ๊คก่อนจะเก็บเอกสารทั้งหมดเข้าที่ วันนี้เขาเหนื่อยมากจึงตัดสินใจกลับบ้านทัดเทวาเลยหลังจากที่ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะแวะไปเยี่ยมศรารัตน์ก่อน


            ระหว่างทางกลับบ้านทัดเทวา วิศรุตสังเกตเห็นมอเตอร์ไซค์ขับตามหลังรถเขาตลอดเวลา ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นจึงตัดสินใจเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นอีกเพื่อต้องการสลัดให้พ้นจากการถูกตาม ฝ่ายมอเตอร์ไซค์คันนั้นเมื่อเห็นว่ารถเป้าหมายคันข้างหน้าตนเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นจึงรีบบิดเครื่องเร่งไล่ตามทันที คนขับแกล้งปาดซ้ายขวาทำให้รถของวิศรุตเริ่มเซจนในที่สุดมอเตอร์ไซค์ก็อ้อมมาดักหน้ารถของชายหนุ่มได้สำเร็จ ในขณะที่มือปืนที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันก็ชักปืนออกมายิงยางล้อรถสปอร์ตคันหรูจนแตก ทำให้คนที่อยู่ในรถหมดทางหนีทันที


            วิศรุตตระหนักได้ถึงอันตรายที่กำลังเข้ามาประชิดตัว รอบตัวเขาในตอนนี้มีแต่ความมืดเพราะถนนเส้นนี้เป็นทางเปลี่ยว นานๆทีจึงจะมีรถผ่านมา วิศรุตกัดกรามแน่นก่อนหยิบปืนที่ซ่อนไว้ใต้เบาะเก้าอี้คนขับออกมาแล้วถือแอบไว้ด้านหลัง โชคดีที่เขาพกปืนเอาไว้เพราะสังหรณ์ใจว่าสักวันต้องเจอเรื่องแบบนี้ ยังดีหน่อยที่มันมากันแค่สองคน ชายหนุ่มเชื่อว่าด้วยความสามารถของเขาคงจะจัดการพวกมันได้ไม่ยากนัก วิศรุตคิดก่อนเปิดประตูแล้วก้าวลงไป


            พวกแกเป็นใครแล้วต้องการอะไร วิศรุตตวาดถาม ดวงตาคมเริ่มหรี่ลงอย่างระวังตัวเต็มที่


            ต้องการชีวิตแกยังไงล่ะ มือปืนตรงหน้าเหนี่ยวไกปืนเตรียมยิงแต่วิศรุตไวกว่า อาศัยโอกาสเสี้ยววินาทีตวัดตัวเตะปืนของคนร้ายทิ้งไปก่อนใช้ปืนในมือยิงจนอีกฝ่ายล้มลง


            มือปืนอีกคนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์มาด้วยกันรีบชักปืนขึ้นมายิงวิศรุตทันที แต่โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทัน กระสุนจึงแค่ถากที่บริเวณหัวไหล่เท่านั้นแต่ก็ทำให้มีเลือดออกจนเปียกชุ่มเสื้อเชิ้ตราคาแพง วิศรุตกัดฟันแน่นขณะมองรอยแผลที่บริเวณหัวไหล่ตนก่อนจะยิงสวนไปอีกหนึ่งนัด กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกอย่างแม่นยำทำให้คนร้ายล้มลงขาดใจตายทันที


            วางปืนลงเถอะคุณวิศรุต ทัดเทวา เสียงมือปืนคนแรกดังขึ้นด้านหลังวิศรุต พร้อมกับปืนสีดำที่จ่ออยู่ที่ขมับเตรียมจะลั่นไก วิศรุตเหลือบมองปืนที่จ่ออยู่ แม้จะหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาแต่ชายหนุ่มก็พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น


            ใครใช้ให้พวกแกมา ชายหนุ่มพยายามถ่วงเวลา อย่างน้อยเขาก็ภาวนาในใจให้มีใครผ่านมาทางนี้บ้าง


            ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าวันนี้แกต้องตายก็พอ วางปืนในมือลงเดี๋ยวนี้ ประโยคสุดท้ายเปลี่ยนเป็นสั่งเสียงเข้ม วิศรุตค่อยๆวางปืนในมือลงกับพื้นถนน ก่อนที่ปืนซึ่งเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวของเขาจะถูกคนร้ายเตะไปไกล


            บอกลาโลกนี้ได้เลย วิศรุตอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอใช้ท่อนแขนซัดไปที่หน้าอกของฝ่ายตรงข้ามโดยแรง ทำให้ปืนกระเด็นหลุดจากมือของฝ่ายนั้น วิศรุตรีบถลาเข้าไปจะหยิบปืนแต่คนร้ายที่ไวกว่ากลับคว้าไปได้ก่อน ชายหนุ่มจึงต้องกลายมาเป็นเป้านิ่งอีกครั้ง คราวนี้คนร้ายสบถอย่างหัวเสีย บริเวณหน้าอกที่โดนวิศรุตซัดอย่างเต็มแรงยังคงจุกไม่หาย มือหยาบกร้านจึงใช้สันปืนตบบริเวณขมับของวิศรุตอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซ ก่อนจะเลื่อนปลายกระบอกปืนมาเล็งตรงตำแหน่งหัวใจ วิศรุตหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม วูบหนึ่งชายหนุ่มนึกถึงหน้านภัทร ลาก่อน


            เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของคนร้าย วิศรุตลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ตาย ชายหนุ่มหันไปประสานสายตากับคนที่มาช่วยเขาเอาไว้ ดวงตาสีดำสนิทราวถ่านเป็นประกายโชนแสงกล้าตัดกับความมืดมิดรอบกายจนวิศรุตอดอุทานออกมาไม่ได้


            นภัทร วิศรุตเบนสายตาไปมองปืนในมือของนภัทรก่อนจะหันไปมองคนร้ายที่กำลังกุมต้นขาบริเวณที่โดนนภัทรยิงเมื่อครู่ ชายหนุ่มหันมองนภัทรด้วยความมึนงงกับการปรากฏตัวของอีกฝ่าย มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อคุณหมอหนุ่มเข้ามาประคองร่างของตนแล้วบอกว่าให้รีบหนีก่อน แต่คนร้ายก็ไม่ปล่อยให้วิศรุตหนีไปง่ายๆ มันใช้มือหนึ่งกดหน้าขาเพื่อห้ามเลือดเอาไว้ก่อนจะใช้มือข้างที่เป็นอิสระเล็งปืนไปยังร่างของวิศรุต มันรู้ดีว่าถ้าหากวันนี้มันทำงานไม่สำเร็จ เจ้านายก็คงไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่ บางทีการเลือกจัดการกับสองคนนี้อาจจะเป็นทางรอดเพียงหนึ่งเดียว


            ‘ปัง’


              ด้วยความที่วิศรุตเร็วกว่าจึงชิงแย่งปืนจากมือนภัทรแล้วใช้มือผลักอีกฝ่ายให้พ้นจากวิถีกระสุนก่อนจะยิงไปที่คนร้ายทันที ผลจากกระสุนนัดนั้นทำให้คนร้ายล้มลงและร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ร่างจะแน่นิ่งไป


            “นายเจ็บมากไหม นภัทรถามขึ้นหลังจากที่ประคองวิศรุตมาพิงที่รถของตนที่จอดอยู่ใกล้ๆกัน ให้ฉันดูแผลที่หัวไหล่นายหน่อย


            แค่โดนถากๆน่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก วิศรุตฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วขอบคุณที่นภัทรมาช่วยตนไว้ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้กลายเป็นผีเฝ้าถนนแน่ ว่าแต่นายมาได้ยังไงกันเนี่ย


            บังเอิญว่าฉันเพิ่งกลับจากงานสัมมนาที่ต่างจังหวัดน่ะ ต้องผ่านถนนเส้นนี้พอดี แล้วพอขับรถผ่านมาก็เห็นรถของนายจอดอยู่ข้างทางก็เลยคิดว่าคงมีเรื่องแน่ ยังดีที่ฉันพกปืนมาด้วย ถ้าเขาไม่ได้พกปืนติดไว้ในรถเผื่อไว้ป้องกันตัว มีหวังเขาคงได้กลายเป็นผีชะตาขาดพร้อมกับวิศรุตแน่นอน นายเดินไหวหรือเปล่า มาเถอะ เดี๋ยวฉันพาไปทำแผลก่อน นภัทรช่วยพยุงวิศรุตไปยังรถของตัวเองก่อนจะตัดสินใจพาชายหนุ่มไปทำแผลที่บ้านของตนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก อย่างน้อยก็ใกล้กว่าหากว่าจุดหมายคือบ้านทัดเทวาของวิศรุต


 

            ระหว่างที่ขับรถอยู่ มือถือของนภัทรก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าจอก็พบว่าปลายสายคือพงศธรที่โทรเข้ามาจึงกดรับ


            ว่าไงไอ้พงษ์ นภัทรทักไปแต่ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน


            ไอ้กานต์ ตอนนี้แกพอจะรู้ไหมว่าจะติดต่อกับไอ้วินได้ยังไง ฉันโทรหาวินเป็นร้อยรอบได้แล้วแต่ก็โทรไม่ติดสักครั้ง ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน แม้แต่ไอ้โอมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน


            ตอนนี้วินอยู่กับฉัน พอดีว่าเกิดเรื่องแล้ววินก็บาดเจ็บ เดี๋ยวเอาไว้เล่าให้แกฟังวันหลัง นี่ฉันเองก็กำลังจะพาไปทำแผลที่บ้านอยู่เนี่ย พูดได้แค่นั้นเสียงปลายสายก็ถูกตัดไป นภัทรถอนหายใจเฮือกเพราะมือถือเจ้ากรรมดันมาแบตฯหมดเอาตอนนี้


            เกิดอะไรขึ้น วิศรุตถามเมื่อได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ของนภัทร มันคงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน


            เมื่อกี๊ไอ้พงษ์โทรมา มันบอกว่าโทรหานายแล้วไม่ติด มันก็เลยโทรมาหาฉันถามว่ามีวิธีอื่นอีกไหมที่จะสามารถติดต่อนายได้ แต่แบตฯมือถือฉันก็ดันหมดเสียก่อน วิศรุตพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แล้วบอกว่ามือถือของเขาลืมทิ้งเอาไว้ที่รถ ไม่รู้ว่าพงศธรจะมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าถึงได้โทรมาดึกดื่นแบบนี้ ในขณะที่นภัทรก็ยักไหล่เป็นเชิงว่าเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน

 

Aislin: มาอัพนิยายประจำสัปดาห์แล้วค่ะ ตามสัญญาที่ว่าจะอัพให้สัปดาห์ละ 1 ตอน มาถึงตอนนี้แล้วเป็นยังไงบ้างเอ่ย ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะใช่ไหมคะ ฮาๆๆ แต่ขอบอกว่าเนื้อหายังมีต่ออีกเยอะค่ะ ไม่จบง่ายแน่นอน แต่เดี๋ยวเรามาลุ้นกันนะคะว่าภาคินรู้ความลับของวินแล้วจะเป็นยังไงต่อไป รับรองว่าเด็ดสะระตี่แน่นอน ที่สำคัญทำไมพงศธรถึงโทรมาหาวินดึกดื่นแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!! ทั้งหมดนี้ไปหาคำตอบเอาเองในตอนหน้านะคะ เอ้อ ขอแง้มๆล่วงหน้านิดนึงว่าตอนหน้าจะมีเนื้อหาบางส่วนที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน โดย Aislin อาจจะขอตัดตอนเนื้อหาบางส่วนที่ล่อแหลมมากๆออกจากเว็บเด็กดีนะคะ แต่เว็บห้องสมุดก็ยังโพสแบบจัดเต็มเหมือนเดิม ถ้ายังไงก็เชิญเลือกอ่านได้ตามสะดวกเลยค่ะ

 

ปล. ช่วงนี้เริ่มมีฝนตกแล้ว ช่วงรอยต่อของฤดูแบบนี้ ก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ แล้วเจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ

ปล.2 ใครยังไม่ได้อุดหนุนนิยายเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปเล่มหรือแบบอีบุ๊คจากเว็บ MEB ยังไงฝากพิจารณาหน่อยนะคะ ได้โปรดอุดหนุนนักเขียนตาดำๆคนนี้ด้วยเถิดดดดด...

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #58 Packy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 00:50
    ไม่make senseเลย โดยปกติถ้ามีรถตามหลัง โดนยิงล้อ จะลงจากรถเพื่อ? และมือปืนที่จะมาฆ่า ไม่พูดหรอกว่ามาฆ่า ยิงตั้งแต่เปิดประตูและ นับวัน ยิ่งโง่

    แล้วการที่เห็นท่อช่วยหายใจถูกถอด ตกใจเฉยๆ แค่นี้อ่ะเหรอ ไม่สืบหน่อยเหรอว่าเกิดไรขึ้น มีใครเข้ามาในห้อง คนที่ต้องจ้างน่ะ ไม่ใช่พยาบาลพิเศษจ่ะ การ์ดต่างหากที่ต้องไปหามาดูแล อะไรวะ นี่คือหมายเอาชีวิต ทุกอย่างสอดคล้องกันหมด แต่วินคิดไม่ได้ ตรรกะอยู่ไหน ช่วยคิดที
    #58
    0