ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 23 : ปิดอย่างไรก็ไม่มิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 เม.ย. 58






ราคาเล่มละ 430 บาท
(รวมจัดส่งแบบลงทะเบียน)


ติดต่อ www.facebook.com/Aislin.Napoon  หรือ  Aislinnovels@hotmail.com

ปล. ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแบบจุใจอีก 3 ตอนแถมให้ด้วยนะคะ (ไม่อัพลงเว็บค่ะ)

 

 

            สวัสดีค่ะคุณอา ภาคิน เมริษาเอ่ยทักทายเจ้าของบ้านก่อนที่วันชัยจะเชิญให้เมริษานั่งลงคุยกันยังโซฟารับแขกตัวกว้าง เรียกเมมาวันนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ เมริษาถามตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อม เพราะปกติ เธอและภาคินจะนัดเจอกันข้างนอกเสียมากกว่า แต่วันนี้แปลกเมื่อภาคินโทรไปหาเธอแล้วบอกว่าเขาและพ่อมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวโดยให้เธอมาเจอเขาที่บ้าน


            หนูก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ประชุมกรรมการบริหารวันนั้นด้วยคงน่าจะรู้ว่าตอนนี้อากับภาคินหยุดพักงานที่บริษัททัดเทวาไปแล้วจนกว่าเรื่องข้อกล่าวหานั้นจะรับการตรวจสอบจนถึงที่สุด เมริษาพยักหน้าว่าเธอรู้ดีก่อนจะพูดขึ้นบ้าง


            เมว่าคุณวิศรุตกับคุณศรารัตน์เธอก็ทำเกินไปนะคะ ทั้งๆที่คุณอากับภาคินทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารงานเพื่อทัดเทวามาตลอดแท้ๆ แต่พวกเขากลับมาหักหน้าคุณอากลางที่ประชุมแบบนั้นได้


            มันคงจะคิดแหล่ะว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะฉันได้ หึ รู้จักคนอย่างวันชัย ทัดเทวาน้อยไปเสียแล้ว


            ที่คุณอาเรียกให้เมมาหาที่บ้านแบบนี้ มีอะไรจะใช้เมงั้นเหรอคะ วันชัยยิ้มให้กับความเฉลียวฉลาดของอีกฝ่ายก่อนจะสั่งงานที่ต้องการให้เมริษาไปทำ


            อาต้องการให้หนูเมแอบขโมยเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องยักยอกเงินบริษัทที่วินกับศรามีอยู่ทั้งหมดมาให้อา ถ้าเป็นไปได้ก็ทำลายทิ้งให้หมดอย่าให้เหลือสาวมาถึงตัวอากับภาคินได้เป็นอันขาด แค่นี้หนูทำให้อาได้ไหม ท้ายประโยคถูกคนพูดเน้นเสียงหนักเป็นเชิงบังคับว่าถึงอย่างไรหญิงสาวก็ต้องพยายามทำมันให้สำเร็จจงได้


            ได้ค่ะ เมจะพยายามแล้วก็จะหาโอกาสทำลายข้อมูลให้เร็วที่สุดด้วย คำตอบหนักแน่นของเมริษาทำให้ภาคินอดไม่ได้ที่จะให้รางวัลหญิงสาวด้วยการหอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ ในขณะที่วันชัยมองอย่างพอใจ เขาเชื่อว่าคนฉลาดและมีไหวพริบอย่างเมริษาคงจะไม่ทำให้เขาต้องผิดหวังอย่างแน่นอน


            หลังจากให้เมจัดการเรื่องเอกสารทั้งหมดแล้ว พ่อจะเอาไงต่อครับ ภาคินถามเมื่อเมริษาขอตัวกลับไปแล้ว


            ส่วนเมริษาที่กำลังเดินออกจากตัวบ้านเพื่อไปยังรถที่จอดเอาไว้ก็บังเอิญนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมกระเป๋าถือเอาไว้ในห้องรับแขกซึ่งในนั้นก็มีกุญแจรถอยู่ด้วย หญิงสาวบ่นเบาๆอย่างหัวเสียในความขี้ลืมของตัวเองก่อนจะย้อนกลับเข้าไปเอากระเป๋าที่ลืมไว้อีกครั้ง หญิงสาวเดินเข้าไปจนใกล้จะถึงตัวห้องรับแขก แต่ว่าเสียงภาคินและวันชัยที่หลุดรอดออกมาจากด้านในทำให้เธอต้องชะงักหยุดฟังด้วยความสนใจ


            หลังจากที่เมริษาหาทางทำลายพวกหลักฐานได้หมดแล้ว แกคิดว่าฉันจะยังปล่อยไอ้หลานทรยศสองคนให้มีชีวิตอยู่ดูโลกอีกต่อไปงั้นเหรอ มันทำกับฉันขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ปล่อยมันสองคนเอาไว้แน่ คำพูดของวันชัยที่เมริษาได้ยินทำให้หญิงสาวถึงกับอึ้งไป ไม่ใช่ว่าเธอเองไม่รู้เรื่องที่วันชัยกับภาคินโกงเงินบริษัททัดเทวา เพียงแต่เธอนึกไม่ถึงว่าวันชัยจะโหดเหี้ยมถึงขนาดจะฆ่าหลานในไส้ทั้งสองของตัวเองได้ลงคอ


            ถ้าหากไอ้วินกับศรามันมาด่วนตายไปแบบมีเงื่อนงำอย่างนี้ล่ะก็ คนอื่นจะต้องสงสัยเราแน่ๆครับ ดีไม่ดีมันจะพลอยซวยมาถึงเรานะพ่อ


            แกคิดจะทำงานใหญ่ก็ไม่ต้องกลัวไปหรอก ก็แค่จัดการให้เหมือนกับเป็นอุบัติเหตุก็สิ้นเรื่อง อีกอย่างนะ เส้นสายฉันก็ใหญ่พอตัว ใช้เงินปิดคดีเท่านี้ก็ไม่มีใครกล้าสงสัยเราแล้ว


             “จะให้ผมสั่งลูกน้องไปจัดการเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกันนะครับ


            ไม่ต้อง ลูกน้องของแกไม่เห็นเคยทำงานได้เรื่องสักครั้ง ครั้งที่แล้วใช้ให้ไปจัดการยัยศราก็พลาดทั้งสองครั้ง แกคิดว่าครั้งนี้ฉันจะไว้ใจให้งานแกไปทำอีกเหรอภาคิน คำพูดของวันชัยทำให้เมริษาเบิกตากว้างอีกรอบกับความจริงใหม่ที่เธอเพิ่งได้รู้ ที่แท้วันชัยเคยส่งลูกน้องไปฆ่าปิดปากศรารัตน์ก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่โชคดีที่ศรารัตน์ดวงแข็งจึงรอดตายมาได้ถึงสองครั้ง  ความจริงนี้ทำให้เมริษาขนลุกซู่อย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายเมื่อรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของสองพ่อลูกคู่นี้ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเดินเข้าไปในห้องรับแขกเสมือนไม่เคยได้ยินได้ฟังอะไรทั้งนั้น


            ขอโทษนะคะคุณอา พอดีเมลืมกระเป๋าทิ้งไว้น่ะค่ะ เมริษายิ้มหวานก่อนจะเดินตรงไปหยิบกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงของตนที่วางทิ้งไว้ยังเก้าอี้โซฟาที่เธอเคยนั่งก่อนจะขอตัวกลับออกไปท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงของทั้งภาคินและวันชัยเพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เมริษาได้ยินในสิ่งที่ทั้งคู่คุยกันหรือเปล่าถึงเรื่องแผนการกำจัดวิศรุตและศรารัตน์


            เดี๋ยว เสียงเรียกของวันชัยทำเอาเมริษาถึงกับสะดุ้งน้อยๆ ก่อนหญิงสาวจะหันไปสบตาผู้สูงวัยกว่าด้วยแววตาที่เหมือนบริสุทธิ์ใจ


            มีอะไรเหรอคะคุณอา ท่าทางและแววตาของเมริษาทำให้วันชัยคลายใจลง เขาคงคิดมากไปเองเท่านั้น ผู้สูงวัยกว่ายิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าก่อนจะบอกว่าให้เธอขับรถกลับบ้านดีๆ ส่วนเมริษาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่วันชัยและภาคินจับพิรุธของเธอไม่ได้ ไม่งั้นเหยื่อรายต่อไปคงไม่แคล้วเป็นเธออย่างแน่นอน


 

            เสียงออดหน้าบ้านทัดเทวาดังขึ้น ศรารัตน์เงยหน้าจากนิตยสารแฟชั่นที่ตัวเองกำลังอ่านอยู่ นึกสงสัยว่าใครมากดออดที่บ้านแบบนี้


            เสียงใครที่ไหนมากดออดกันคะลุงมั่น ศรารัตน์ถามลุงมั่นที่เดินผ่านหน้าเธอไป


            ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณหนูเล็ก ผมเองก็กำลังจะออกไปดูเหมือนกัน หญิงสาวพยักหน้าให้อย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก


            แขกที่ว่านั้นกลับกลายเป็นช่างซ่อมแอร์สามคน เมื่อได้รู้ว่าช่างเหล่านี้จะมาซ่อมแอร์ที่บ้านทัดเทวา ลุงมั่นก็ทำหน้างงเพราะไม่ได้ติดต่อโทรไปบอกให้ช่างมาซ่อมเสียหน่อย แต่ทั้งสามคนนั้นก็ยืนยันว่าเจ้าของบ้านเป็นคนโทรเรียกให้พวกตนมาซ่อมแอร์ที่เสียในห้องนอนให้วันนี้ พร้อมทั้งโชว์บัตรประจำตัวช่างซ่อมแอร์ของบริษัทแอร์แห่งหนึ่งให้ลุงมั่นดู เมื่อตรวจตราแน่ใจแล้วลุงมั่นจึงยอมเปิดประตูให้ช่างทั้งสามคนเข้ามาภายในรั้วบ้านทัดเทวา ลุงมั่นเดินนำช่างทั้งหมดเข้ามายังตัวบ้าน ก่อนจะบอกศรารัตน์ว่ามีช่างมาซ่อมแอร์ให้


            เอ๊ะ แอร์ห้องไหนเสียเหรอคะ ห้องของศราก็ไม่ได้เสียนี่นา ลุงมั่นก็บอกว่าไม่ทราบเหมือนกัน แต่ช่างพวกนี้ยืนยันว่ามีคนโทรไปแจ้งว่าให้มาซ่อมแอร์ที่นี่ ศรารัตน์ไม่ได้คิดมากอะไรและคิดว่าคนที่โทรไปแจ้งคือวิศรุต ไม่แน่ห้องของวิศรุตแอร์อาจจะเสียก็ได้ หญิงสาวจึงให้ลุงมั่นพาช่างไปตรวจแอร์ห้องของวิศรุตว่าขัดข้องหรือเปล่า ถ้าขัดข้องจะได้ซ่อมให้เรียบร้อยไป โดยไม่ได้สังเกตว่าช่างแอร์ทั้งสามคนลอบสบตากันอย่างมีพิรุธ


              หลังจากซ่อมแอร์ไปได้ซักพัก เหล่าช่างแอร์ก็ทำตามแผนที่วางเอาไว้ โดยการออกอุบายให้ช่างแอร์คนหนึ่งปวดท้องหนักและขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ลุงมั่นอนุญาตแบบไม่ติดใจอะไร ขณะที่ช่างแอร์อีกสองคนสบตากันอย่างพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้


            ช่างแอร์ที่แกล้งปวดท้องรีบออกจากห้องนอนของวิศรุตทันทีแล้วตรงไปยังโรงจอดรถของบ้านทัดเทวา ระหว่างที่ลงบันไดจากชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของวิศรุตก็เกือบจะโดนศรารัตน์ที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่ในห้องรับแขกจับพิรุธได้ แต่เขาก็แก้ตัวไปได้อย่างแนบเนียน


            เอ่อ ผมปวดท้องหนักน่ะครับ ไม่ทราบว่าห้องน้ำอยู่ทางนั้นใช่ไหมครับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับคุณผู้หญิง ช่างแอร์รีบเอ่ยพลางทำท่ากุมท้องแบบคนปวดท้องหนักจริงๆ ก่อนจะรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ โดยที่ศรารัตน์มองตามอย่างงงๆเพราะ ในตัวบ้านก็มีห้องน้ำ ทำไมถึงจะต้องไปเข้าห้องน้ำที่บริเวณรอบนอกตัวบ้านด้วย สงสัยคงจะเกรงใจ หญิงสาวคิดในใจอย่างขำๆ


            ช่างแอร์รีบเดินจ้ำไปยังโรงจอดรถอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงที่หมายก็หันซ้ายหันขวารอบตัว ดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นจึงล้วงเอาแผ่นกระดาษใบเล็กๆที่ระบุหมายเลขทะเบียนรถออกมาจากกระเป๋ากางเกง งานของเขาคือต้องตัดสายเบรกรถตามใบสั่งที่ได้รับมา เมื่อมองหารถเป้าหมายได้แล้ว เขาจึงเอาอุปกรณ์ตัดสายเบรคที่พกมาในกระเป๋าเสื้อออกมาก่อนจะสอดตัวไปใต้ท้องรถแล้วดำเนินการตัดสายเบรกทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานสายเบรกของรถก็ถูกตัดอย่างเรียบร้อย เขามองผลงานของตนอย่างพอใจก่อนจะดันตัวออกมาจากใต้ท้องรถยุโรปคันหรูของศรารัตน์เพื่อจะได้ตัดสายเบรกของรถวิศรุตเป็นคันต่อไป


            เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วเหรอคะ แล้วนั่นคุณไปยืนทำอะไรแถวรถของพี่ชายฉันคะ ศรารัตน์ถามอย่างสงสัย เธอตั้งใจจะออกมานั่งเล่นอ่านหนังสือในสวน แต่ก็เจอช่างแอร์คนเดิมมายืนด้อมๆมองๆอยู่แถวรถคันโปรดของวิศรุต


            เอ่อ คือว่าผมเห็นว่ารถคันนี้สวยดีน่ะครับ ท่าทางคงจะแพงมาก ถ้าหากผมมีรถสวยๆแบบนี้บ้างก็คงจะดี ศรารัตน์ยิ้มรับคำชมนั้น ก่อนจะพยักหน้าเมื่อช่างแอร์ขอตัวไปทำงานต่อ ในใจก็นึกสบถไปด้วย ถ้าศรารัตน์ไม่มาขัดจังหวะเขาไว้เมื่อครู่ ป่านนี้รถคันงามของวิศรุตได้ถูกตัดสายเบรกไปอีกคันแล้ว

 



            นภัทรเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มแจ้งบริกรว่าได้จองโต๊ะเอาไว้แล้ว โดยบอกชื่อผู้จองเป็นชื่อของฝ่ายที่นัดเขาออกมา จากนั้นบริกรจึงนำชายหนุ่มไปยังโต๊ะที่อยู่ในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ซึ่งที่โต๊ะนั้นก็มีอีกคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว


            มาตรงเวลาดีนะ นั่งสิ เจ้าของโต๊ะเอ่ยเชิญ ในขณะที่บริกรก็ทำหน้าที่เลื่อนเก้าอี้ให้ซึ่งนภัทรก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี


            นัดฉันออกมาที่นี่มีเรื่องอะไร


            ฉันก็แค่อยากจะหาโอกาสเลี้ยงขอบคุณนาย เรื่องที่นายไปช่วยศราในวันนั้น วิศรุตยิ้มในหน้าก่อนจะเริ่มเปิดเมนูอาหารดู อยากทานอะไรก็สั่งได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ


            ฉันไม่ได้ช่วยอะไรมากเสียหน่อย นายเองต่างหากที่ไปบู๊ต่อยตีกับคนที่จับตัวคุณศราไปจนน่วมทั้งตัว ดูสิยังมีรอยแผลช้ำที่หน้าบางจุดอยู่เลย นภัทรไม่พูดเปล่าแต่เอาปลายนิ้วเอื้อมมาไล้ใบหน้าที่ยังคงเหลือร่องรอยช้ำอยู่เล็กน้อยของวิศรุต ซึ่งการกระทำแบบนี้กลับทำให้วิศรุตรู้สึกวาบหวามในใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ห้าม ออกจะพอใจด้วยซ้ำที่ นภัทรสัมผัสเขาแบบนี้เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนว่าทั้งคู่... เป็นคนรักกัน


            เอ่อ ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ นภัทรเป็นฝ่ายรู้สึกตัวก่อน คุณหมอหนุ่มกระดากใจเล็กน้อยกับท่าทางเกินเลยที่แสดงกับวิศรุตเมื่อสักครู่ เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันที่เผลอไปทำอะไรอย่างนั้นได้


            ช่างเถอะ สั่งอาหารดีกว่า วิศรุตพูดแก้เกี้ยวก่อนหลบสายตาจากดวงตาสีถ่านที่กำลังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าตนแล้วจึงสั่งอาหารกับบริกรที่เดินมารับออเดอร์ที่โต๊ะ


            อาหารราคาแพงถูกสั่งมามากมายเต็มโต๊ะจนคุณหมอหนุ่มนึกขำ สั่งมาเยอะขนาดนี้ ทานสองคนจะไปหมดได้อย่างไรกัน


            ทำไมนายสั่งมาเยอะขนาดนี้ล่ะ ทำอย่างกับมากินสักสิบคน นภัทรถามด้วยเสียงกลั้วหัวเราะแต่อีกฝ่ายบอกว่า


            ก็ถามนายแล้วนี่นาว่าอยากจะทานอะไร นายเองก็ตอบว่ายังไงก็ได้เพราะทานได้หมด ฉันไม่ใช่คนรักของนายนะที่จะไปรู้ได้ว่านายชอบทานอะไร ไม่ชอบอะไร ก็เลยสั่งแบบมั่วๆไปหลายอย่าง คงจะดวงดีเจอของที่นายชอบทานบ้างแหล่ะ คราวนี้นภัทรต้องหลุดขำออกมากับคำพูดของท่านประธานบริษัททัดเทวาผู้ยิ่งใหญ่ ชายหนุ่มมองอาหารตรงหน้า จริงอยู่ว่าอาหารที่วิศรุตสั่งมาจะมีทั้งของที่เขาชอบและไม่ชอบ บางอย่างเขาเองก็ไม่เคยกินเสียด้วยซ้ำ คุณหมอหนุ่มมองหน้าวิศรุตนิ่งแล้วจึงแกล้งพูด


            ที่นายสั่งมาเนี่ย ฉันดันไม่ชอบสักอย่างเลยน่ะสิ คำพูดนั้นทำให้วิศรุตหน้าตึงขึ้นมาทันทีก่อนขยับมือจะเรียกบริกรที่ยืนอยู่ใกล้ๆนั้นให้เอาอาหารไปเปลี่ยน แต่นภัทรยึดมือเอาไว้เสียก่อน นายจะทำอะไรน่ะ


            ก็จะให้เปลี่ยนอาหารใหม่ให้นายน่ะสิ คราวนี้นายก็สั่งเองได้เลยนะ จะได้เลือกสั่งแต่ของที่ชอบ


            ไม่เป็นไรหรอก ฉันทนกินได้ เรื่องแค่นี้สบายมาก คุณหมอหนุ่มยังไม่วายตีหน้าตายหลอกต่อไป


            ก็ฉันบอกแล้วนี่นาว่าฉันไม่ใช่คนรักของนายซะหน่อย จะไปตรัสรู้ได้ไงว่านายชอบทานอะไรบ้าง


            แล้วอยากจะรู้หรือเปล่าล่ะ คำพูดสองแง่สองง่ามของนภัทรทำให้วิศรุตเผลอวางช้อนจนเสียงดัง ชายหนุ่มหลบสายตาอีกครั้งก่อนบอกว่าใครจะไปอยากรู้ นภัทรจะชอบหรือไม่ชอบอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเขาเสียหน่อยนึกว่านายอยากจะรู้เสียอีก จะได้บอก ยิ้มทะเล้นของนภัทรทำให้วิศรุตต้องลอบยิ้มในหน้าก่อนจะตัดบทบอกให้นภัทรทานได้แล้วเดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียก่อน เอ้อ เห็นไอ้พงษ์บอกว่าช่วงนี้นายกับคุณศราเครียดๆเรื่องงานที่บริษัทเหรอ นภัทรถามขึ้นมาระหว่างที่ทานอาหารเพราะไม่อยากให้บรรยากาศในการดินเนอร์คืนนี้ระหว่างเขากับวิศรุตเงียบเชียบไปนักจึงได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แต่ดูท่าเขาคงยกมาพูดผิดเรื่องเพราะสังเกตได้จากสีหน้าของวิศรุตที่เริ่มเปลี่ยนเป็นเครียดขรึมขึ้นมาทันที


            ใช่ ช่วงนี้ที่บริษัทมีเรื่องยุ่งๆน่ะ วิศรุตมองหน้านภัทรก่อนตัดสินใจเล่าให้ชายหนุ่มตรงหน้าฟัง มีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเกี่ยวพันกับการยักยอกเงินจำนวนหลายร้อยล้าน ตอนนี้ฉันกับศรากำลังช่วยกันรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะเอาผิดอยู่” คู่สนทนาพยักหน้าเป็นเชิงว่าเขารู้แล้วก่อนจะถามต่อว่า


            แล้วผู้บริหารที่ยักยอกเงินคนนั้นก็เป็นญาติของนายสินะ ถ้าฉันเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นไอ้หมอนั่นที่เคยจะทำร้ายคุณศราใช่ไหม วิศรุตถอนหายใจ นภัทรคงจะรู้เรื่องนี้มาจากพงศธรเพราะเขาเป็นคนเล่าให้พงศธรฟังเองด้วยความที่ไว้ใจฝ่ายนั้น อีกอย่างคือเขาต้องการให้พงศธรเป็นหูเป็นตาในเรื่องของการดำเนินโครงการใหม่ของทัดเทวาด้วย หากมีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับงบก่อสร้างทั้งหมดก็ให้พงศธรมารายงานเขาได้ทันทีเพราะเขาไม่ไว้ใจคนอื่น กลัวว่าคนเหล่านั้นจะถูกวันชัยกับภาคินซื้อตัวเอาไว้ใช้งาน


            ไอ้ภาคินกับพ่อของมันร่วมมือกันโกงบริษัทฉัน พอศรารู้เรื่องเข้า ไอ้ภาคินก็จะจับศราไปข่มขืนเพื่อแบ็กเมล์แต่โชคดีที่พวกเราตามไปช่วยไว้ได้ทัน


            ตอนนี้หมอนั่นกับพ่อคงจะแค้นนายกับคุณศรามากที่ไปเปิดโปงเรื่องยักยอกเงินกลางที่ประชุมผู้บริหารแบบนั้น ฉันว่าพวกนั้นคงต้องวางแผนเอาคืนแน่ นายกับคุณศราก็ระวังตัวเองไว้หน่อยแล้วกัน ประโยคสุดท้ายทำให้วิศรุตอุ่นซ่านในใจอีกครั้ง นภัทรบอกกลายๆว่าเป็นห่วงเขา แม้ว่าบางทีชายหนุ่มอาจจะไม่ได้รู้สึกจริงๆแบบที่พูดออกมาก็ตาม


            ขอบคุณนะ ฉันจะระวังตัวให้มาก นภัทรยิ้มให้วิศรุตอย่างจริงใจก่อนที่ความรู้สึกลึกๆบางอย่างจะเกาะกุมจิตใจของเขา มันเป็นความรู้สึกสังหรณ์ในใจพิกลเหมือนกับว่ากำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน คุณหมอหนุ่มลอบมองวิศรุตอีกครั้งด้วยความกังวลใจที่ฉายชัดในแววตาสีถ่าน

 



            วิศรุตเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวอย่างอารมณ์ดี การได้ทานข้าวสองต่อสองกับนภัทรโดยไม่มีคนรบกวนมันทำให้เขาช่างมีความสุขเหลือเกิน เหมือนกับได้ไปอยู่ท่ามกลางความฝัน และมันก็เป็นฝันที่ตัวเขาไม่อยากจะตื่นขึ้นมาพบกับความจริงเลยสักนิด ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนเอาไว้บนเตียง จากนั้นจึงแกะเนคไทผ้าไหมราคาแพงออก แต่เสียงที่เคาะประตูห้องทำให้เขาต้องชะงักมือแล้วเอ่ยอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาได้


            มีอะไรเหรอ วิศรุตถามเมื่อเห็นว่าเป็นศรารัตน์


            ลุงมั่นบอกว่านายกลับมาแล้ว ฉันก็เลยแวะมาหา กะว่าจะมาคุยเรื่องเอกสารงบการเงินที่จะใช้เป็นหลักฐานเอาผิดสองพ่อลูกนั่นน่ะ หญิงสาววางแฟ้มที่ถือมาด้วยไว้บนเตียงของชายหนุ่ม


            ขอฉันอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวไปหมดเลย เธอนั่งรอไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพอฉันอาบน้ำเสร็จเราจะได้มาคุยเรื่องนั้น กันต่อเลย ศรารัตน์พยักหน้าแล้วนั่งลงบนเตียงข้างๆกองเอกสารที่เธอวางเอาไว้ ส่วนชายหนุ่มเจ้าของห้องเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเองเป็นอันดับแรก


            เมื่อวิศรุตเข้าห้องน้ำไปได้ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ดังขึ้น ศรารัตน์มองไปทางห้องน้ำ หญิงสาวได้  ยินเสียงของน้ำไหลจากฝักบัวทำให้รู้ว่าวิศรุตคงกำลังอาบน้ำอยู่แน่ๆและก็คงจะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์อย่างแน่นอน หญิงสาวจึงหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารของวิศรุตขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าคนที่โทรเข้ามาคือพงศธรนั่นเอง ในที่สุดศรารัตน์ก็ตัดสินใจกดรับแต่ยังไม่ทันได้บอกว่าวิศรุตอยู่ในห้องน้ำ ปลายสายก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน


            ฮัลโหลวิน ฉันจะมาชวนนายไปงานเลี้ยงรุ่นม.ปลายน่ะ งานนี้เพื่อนเก่าๆไปกันเต็มเลยนะเว้ย ฉันกับไอ้กานต์ก็จะไป นายจะไปด้วยกันไหม จะได้ถือโอกาสนี้คุยกับไอ้กานต์ให้มากๆหน่อย ฉันรู้หรอกนะว่าต่อหน้าคุณศราน่ะ นายกับไอ้กานต์ต้องแกล้งทำเป็นคนไม่รู้จักกันใช่ไหมล่ะ สิ่งที่ได้ยินจากปากพงศธรทำให้ศรารัตน์กำโทรศัพท์มือถือแน่น เป็นอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้จริงๆ พี่ชายของเธอกับคุณหมอกานต์เคยรู้จักกันมาก่อน แถมยังเป็นเพื่อนสมัยม.ปลายร่วมชั้นเรียนเดียวกันอีกด้วย แต่เพราะเหตุผลอะไรกันที่วิศรุตถึงเลือกที่จะปิดบังเธอไว้ ทำไมต่อหน้าเธอจึงต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกับหมอกานต์ด้วย


            ฮัลโหลวิน นายฟังอยู่หรือเปล่า ฮัลโหลๆ ปลายสายเรียกซ้ำเพราะแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่พูดตอบกลับมา ศรารัตน์จึง ได้สติหลุดออกจากภวังค์ จากนั้นหญิงสาวจึงกดตัดสายไปท่ามกลางความแปลกใจของพงศธร


            เสียงโทรศัพท์มือถือของวิศรุตดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง คนที่โทรมาก็คือพงศธรเช่นเดิม คราวนี้ศรารัตน์เลือกที่จะปิดเครื่องเลยเพราะกลัวว่าวิศรุตที่อาบน้ำอยู่จะได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือตัวเองแล้วจะสงสัยเอาได้ หญิงสาวมองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างหมายมาดก่อนจะวางมันเอาไว้ที่เดิม จากนั้นจึงค่อยๆเปิดประตูห้องนอนของวิศรุตออกไปอย่างเงียบเชียบ วันนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าวิศรุตกำลังปิดบังอะไรเธออยู่กันแน่


 

            ศรารัตน์ถือโอกาสตอนที่วิศรุตกำลังอาบน้ำอยู่แอบเข้ามาในห้องทำงานของฝ่ายนั้น หญิงสาวตรงไปยังตู้กระจกไม้สัก ขนาดใหญ่หลังโต๊ะทำงานของชายหนุ่มเพราะนึกขึ้นได้ว่าวิศรุตมักจะเก็บของสำคัญหรือของที่ระลึกเกี่ยวกับสมัยที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมเอาไว้ที่ตู้นี้ อย่างน้อยมันก็น่าจะมีอะไรมายืนยันความเข้าใจของเธอในตอนนี้ได้บ้าง


            เมื่อลองขยับเปิดตู้ดูก็พบว่ามันถูกล๊อกกุญแจเอาไว้ หญิงสาวส่งเสียงในลำคออย่างขัดใจก่อนจะเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อหากุญแจที่วิศรุตอาจจะซ่อนเอาไว้ที่ไหนซักแห่ง แต่ในที่สุดกุญแจก็ไม่ได้อยู่ในนั้น ศรารัตน์มองไปรอบตัวอย่างเริ่มหัวเสีย ความอยากรู้ที่ถาโถมเข้ามาในจิตใจทำให้หญิงสาวไม่ยอมแพ้ เธอหากุญแจต่อไปเรื่อยๆ ในใจก็ลุ้นให้วิศรุตอาบน้ำนานๆเพื่อที่ว่าเธอจะได้มีเวลาในการหามากกว่านี้


            ด้วยความกลัวว่าวิศรุตอาจจะมาเห็นว่าเธอแอบเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน หญิงสาวจึงร้อนรนจนมือบางเผลอไปปัดไดอารี่เล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะหล่นลงมาที่พื้น โชคดีที่พื้นห้องปูด้วยพรมเปอร์เซียผืนหนา ดังนั้นเมื่อของตกจึงไม่เกิดเสียงดังมากนัก ศรารัตน์รีบก้มตัวลงไปเก็บสมุดไดอารี่เล่มนั้นขึ้นมาทันทีก่อนจะพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้ในไดอารี่เล่มหนานั้นด้วย และมันก็หลุดกระเด็นออกมาเมื่อตอนที่เธอทำไดอารี่ตกพื้นนั่นเอง... บางสิ่งที่ว่ามันก็คือกุญแจดอกหนึ่ง


            ศรารัตน์มองกุญแจในมือก่อนตัดสินใจลองเสียบเข้าไปในรูกุญแจของตู้หลังโต๊ะทำงานนั้น ปรากฏว่ามันเปิดออกได้จริงๆ หญิงสาวยิ้มในหน้าก่อนค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบของในตู้นั้นออกมา ซึ่งภายในนั้นก็มีรูปถ่ายเก่าๆสมัยเรียนของวิศรุต สมุดไดอารี่และของสะสมตามกระแสนิยมมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจของหญิงเอาไว้ก็คือหนังสือรุ่นสมัยมัธยมต้นของวิศรุต หนังสือนั้นมีหน้าที่ถูกคั่นเอาไว้ด้วย ศรารัตน์จึงเปิดไปตามหน้านั้นเพราะคิดว่าหน้าที่วิศรุตคั่นเอาไว้มันคงจะเป็นหน้าที่พิเศษกว่าหน้าอื่นๆอย่างแน่นอน


            ในหน้านั้นเป็นภาพถ่ายหมู่ของกลุ่มเพื่อนนักเรียนทั่วไป  ภาพนั้นมีวิศรุตกับเพื่อนๆ และที่สำคัญยังมีนภัทรรวมอยู่ด้วย แม้ว่าจะผ่านมานานแล้วหลายปี แต่หญิงสาวมั่นใจว่าเด็กหนุ่มในรูปคือนภัทรแน่ๆ เพราะนภัทรในอดีตกับคุณหมอนภัทรในวันนี้ไม่ได้แตกต่างกันเลยซักนิด ส่วนวิศรุตในตอนวัยรุ่นนั้นเธอจำหน้าได้แม่นอยู่แล้ว เท่านี้ก็เป็นการยืนยันคำตอบในใจของเธอ... สองคนนั้นรู้จักกันมาก่อนจริงๆ เมื่อก่อนศรารัตน์เคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมวิศรุตถึงต้องคอยพยายามกีดกันไม่ให้เธอชอบกับนภัทรด้วย แต่ในที่สุดวันนี้เธอก็รู้จนได้...


             ศรารัตน์มองจ้องไปที่หนังสือรุ่นในมืออีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ได้มองที่รูป แต่กลับมองข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือของวิศรุตข้างๆรูปแทน พลันน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยของศรารัตน์ ทำไมต้องเป็นแบบนี้...


            เป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองแอบรักมานาน... นภัทร อิสรีย์


            นี่มันห้องทำงานส่วนตัวของฉันนะ เธอจะเข้ามาทำไมไม่ขออนุญาตฉันก่อน เสียงวิศรุตที่เจือกระแสความไม่พอใจอย่างชัดเจนดังขึ้นหน้าประตูห้องทำงาน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ศรารัตน์รู้สึกตกใจอย่างที่ควรจะเป็น ความจริงตรงหน้าต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกตกใจมากกว่า ฉันอาบน้ำเสร็จออกมาก็ไม่เห็นเธอแล้ว เห็นห้องนี้เปิดไฟอยู่ฉันก็เลยเข้ามาดู ว่าแต่เธอเข้ามาทำอะไร ฉันไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในห้องนี้ถ้าฉันไม่ได้อนุญาต เธอเองก็รู้ดีนี่นา วิศรุตตำหนิน้องสาวด้วยน้ำเสียงรัวเร็วโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าที่แปลกไปของศรารัตน์


            ถ้าฉันไม่เข้ามา ฉันก็คงจะเป็นน้องสาวหน้าโง่ที่ถูกนายปิดบังความลับเอาไว้ตลอดชีวิตสินะ ตอนแรกวิศรุตมีสีหน้าไม่เข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่เมื่อศรารัตน์หันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับตน ชายหนุ่มก็ได้เห็นสิ่งที่ศรารัตน์กำลังถืออยู่ชนิดเต็มสองตา เธอกำลังถือหนังสือรุ่นสมัยม.ต้นของเขาอยู่ เท่านี้ก็ทำให้วิศรุตปะติดปะต่อเรื่องทุกอย่างได้ไม่ยาก และตอนนี้ศรารัตน์เองก็คงจะรู้เรื่องที่เขาปิดบังเธอไว้หมดแล้วเช่นกัน ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับนภัทรแล้วก็ความลับส่วนตัวของเขา

 

Aislin: เอาล่ะสิ ศราดันมารู้ความลับที่วินพยายามปิดบังเข้าให้แล้ว เรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป และวินจะทำยังไง ติดตามต่อกันเอาเองนะคะ ไม่อยากสปอยด์ให้เสียอรรถรส และเดี๋ยวพบกันอีกไม่ช้าไม่นานนี้ค่ะ แต่ขออนุญาตแจ้งนิดนึงนะคะ เนื่องจากว่ารูปเล่มนิยายเรื่องนี้ใกล้จะเสร็จออกจากโรงพิมพ์แล้ว หลังจากรูปเล่มออก เกดจะขออัพในเว็บสัปดาห์ละ 1 บทแล้วกันเน้อ เพราะอยากให้สิทธิ์คนที่ซื้อรูปเล่มได้อ่านจนจบก่อนค่ะ (ในรูปเล่มมีตอนพิเศษแถมให้แบบจุใจอีก 3 ตอนเต็มๆ จะช่วยให้เรื่องสมบูรณ์และเข้าใจอดีตของแต่ละคนมากขึ้น) ยังไงใครรักใครชอบ ฝากอุดหนุนกันด้วยนะคะ แต่ถ้าหากใครไม่สะดวกสามารถตามอ่านในเว็บได้เลยค่ะ อัพให้อ่านจบแน่นอน (แต่ไม่มีตอนพิเศษเน้อ)

 

ปล. ตอนนี้นิยายยังสามารถสั่งซื้อเข้ามาได้นะคะ เกดพิมพ์เผื่อนิดหน่อย ใครสนใจติดต่อด่วนเลยค่ะ ผ่านช่องทางแฟนเพจหรือไม่ก็อีเมล์ที่ให้ไว้ด้านบนเน้อ ^0^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #57 Packy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 18:58
    โอ๊ย โง่ทั้งเรื่อง เดี๋ยวนะ นี่เรียนหนังสือมารึป่าว ปล่อยคนนอกเข้าบ้าน ไม่มีการตรวจสอบที่ถูกต้อง เพลีย เอาจิงนะ ที่รอดมาได้ก่อนหน้านี้ ไหว้พระขอบคุณเยอะๆนะที่ทำให้ดวงดี สมองมีแต่ไม่ช่วยอะไรเลย ดวงล้วนๆ ถ้าโง่ซ้ำซากนี่ไม่ไหวนะ
    #57
    0