ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 12 : ผู้หญิงหน้าเงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ก.พ. 58



 

ติดต่อได้ที่ www.facebook.com/Aislin.Napoon ค่ะ

หรือ Aislinnovels@hotmail.com




            ภาณุเดินเข้ามาในผับหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง ชายหนุ่มชอบที่นี่เพราะมันเป็นไนท์คลับชั้นสูงมีระดับ ด้วยเพราะราคาค่าบริการที่ถูกเรียกเก็บเสียจนแพงหูฉี่ซึ่งเสมือนเป็นการสงวนเอาไว้เฉพาะสำหรับลูกค้าผู้มีฐานะและกำลังทรัพย์พอจะจ่ายค่าบริการที่คลับแห่งนี้ได้เท่านั้น



            วันนี้ที่นี่คนเยอะเป็นพิเศษ ภาณุคิดขณะที่เดินตัดผ่านบาร์เหล้าเพื่อไปยังโซนอีกฝั่งหนึ่งของคลับที่เพื่อนๆเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มมาใช้บริการบ่อยจนเรียกได้ว่าเป็นแขกคนพิเศษของที่นี่ บริกรส่วนใหญ่จะคุ้นหน้าเขาและมักจะค้อมหัวเป็นเชิงทักทายเมื่อเขาเดินผ่านอยู่บ่อยครั้ง อันที่จริงเหตุผลที่พวกบริกรคุ้นหน้าเขาคงเป็นเพราะความเป็นคนมือเติบ จ่ายทิปหนักให้พวกนั้นเสียมากกว่า


            ภาณุแวะสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บาร์เหล้าก่อนสั่งให้บริกรเอาไปเสริ์ฟให้เขาที่โต๊ะอย่างที่เคยทำประจำทุกครั้งที่มาคลับแห่งนี้ จังหวะที่สั่งเครื่องดื่มเสร็จแล้วกำลังจะหมุนตัวออกจากบาร์ตรงนั้น ร่างสูงกลับปะทะกับร่างนุ่มนิ่มบอบบางของอีกคนที่มาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แรงปะทะจากการชนทำให้อีกฝ่ายเซเสียหลักเกือบจะล้ม แต่ภาณุก็ยื่นมือออกไปช่วยประคองได้ทันตามสัญชาตญาณ กลายเป็นว่าตอนนี้ร่างบอบบางนั้นกำลังตกอยู่ในวงแขนแข็งแรงของชายหนุ่มทั้งตัว ที่สำคัญเขารู้สึกว่าของเหลวในแก้วเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายถือมาด้วยจะหกรดเสื้อผ้าของคนที่ถือมาจนเกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาเสียแล้ว


            ขอโทษครับ/ค่ะ ทั้งคู่เอ่ยขอโทษออกมาพร้อมกัน จังหวะนั้นภาณุจึงสามารถมองเห็นใบหน้าของคนในอ้อมแขนได้อย่างชัดเจน ผู้หญิงตรงหน้าจัดได้ว่าหน้าตาสะสวยเลยทีเดียว ใบหน้าหวานซึ้งที่ตกแต่งไว้ด้วยเครื่องสำอางราคาแพงก็กำลังพิจารณาใบหน้าเขาเช่นกัน ก่อนที่สายตาคู่สวยของเธอจะไล่ลงมายังมือแกร่งที่โอบรอบเอวคอดของเธออยู่


            ภาณุยิ้มเก้อๆแล้วรีบปล่อยมือจากเอวของหญิงสาวทันทีแม้ว่าในใจจะนึกเสียดายไม่น้อยกับสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ ชายหนุ่มเอ่ยขอโทษเธออีกครั้งก่อนจะสังเกตเห็นว่าชุดเดรสสั้นสีโอลด์โรสของเธอบัดนี้ได้ถูกชโลมด้วยแชมเปญที่หกเลอะเพราะเหตุที่ชนกันเมื่อครู่


            ขอโทษด้วยครับที่ทำชุดคุณเลอะ ภาณุมองไปยังชุดเดรสตรงที่เลอะอย่างคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี


            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะฉันต่างหากที่ซุ่มซ่ามเอง เมริษายิ้มให้อย่างไม่ได้คิดถือสาอะไรนัก เพราะเธอเองก็ผิดที่เดินมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือจนมาชนเข้ากับชายหนุ่มตรงหน้า


            แต่ชุดคุณเลอะหมดแล้วนะครับ ผมว่า...


            ช่างมันเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยไปจัดการที่ห้องน้ำก็ได้ ภาณุหันไปหาบริกรที่ยืนอยู่หลังบาร์เหล้าก่อนจะขอกระดาษทิชชู่เพื่อมาให้หญิงสาวใช้ทำความสะอาดชุดของเธอแก้ขัดไปพลางก่อน แล้วจึงค่อยไปทำความสะอาดในห้องน้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่พอได้กระดาษทิชชู่มาแล้วและตั้งใจจะยื่นให้ด้วยความหวังดี อีกฝ่ายกลับหายตัวไปเสียอย่างนั้น


            ภาณุมองไปรอบตัวอย่างสงสัย ผู้หญิงคนนั้นหายไปเร็วเสียจริง เลยทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับเธอเลย ชายหนุ่มคิดอย่างเสียดายเล็กน้อยที่ตัวเองน่าจะรั้งร่างบางเอาไว้ให้ได้นานกว่านี้ อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้รู้จักชื่อของเธอก่อนก็ยังดี


 


            “ทำไมหายไปนานจังเลยครับคนสวยภาคินถามเสียงนุ่มก่อนที่มือหนาแข็งแรงจะรั้งเอวบางของเมริษาให้ล้มลงมานั่งเกยที่หน้าตักของตน


            พอดีว่าเมเดินชนกับใครก็ไม่รู้ ก็เลยทำแก้วแชมเปญหกเลอะชุดตัวเอง เมเลยแวะไปทำความสะอาดชุดในห้องน้ำก่อน ก็เลยมาช้าน่ะค่ะ เมริษาอธิบายสาเหตุที่เธอหายไปจากโต๊ะนาน แต่ดูเหมือนว่าภาคินจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะกำลังวุ่นวายอยู่กับการใช้มือหนาไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดของร่างในอ้อมแขน


            ภาคินก้มลงสูดความหอมจากซอกคอขาวผ่องของเมริษา ตอนนี้มือหนาก็เริ่มซุกซนไล้ไปตามต้นขาเปลือยอย่างไม่สนใจเสียงครางประท้วงของอีกฝ่าย เขารู้ว่าเธอเองก็รู้สึกดีกับสัมผัสแบบนี้เช่นกัน


            อย่าเพิ่งที่นี่เลยค่ะ เรายังมีเวลาอีกเยอะ เมริษาประท้วงเสียงอ่อน สัมผัสของภาคินทำให้เธอแทบจะควบคุมอารมณ์หวามหวานในอกไม่อยู่ หญิงสาวเชยคอรับสัมผัสจากภาคินอีกครั้งก่อนจะทิ้งตัวลงพิงกับโซฟานุ่มพร้อมกับที่อีกฝ่ายทาบทับกายลงมา


            ก่อนที่อารมณ์ของทั้งคู่จะเตลิดไปมากกว่านั้น เมริษากลับเป็นฝ่ายหยุดภาคินไว้ในขณะที่ชายหนุ่มพยายามจะบดเบียดริมฝีปากเข้ากับกลีบปากแดงระเรื่อของเธอ


            ไหนคุณบอกว่ามีธุระจะคุยกับเมไงคะ พูดธุระมาก่อนสิ


            เรื่องนั้นไว้ก่อนก็ได้ ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องทำ ภาคินตาปรือเพราะแรงพิศวาสที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่อยากจะพูดธุระอะไรแล้ว สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดในตอนนี้ก็คือกลืนกินร่างงามตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว


            เรามาคุยธุระกันก่อนดีกว่า ยังไงคืนนี้เมก็อยู่กับคุณทั้งคืนอยู่แล้ว ภาคินต้องยอมจำนนกับเหตุผลของเมริษาในที่สุดแม้ว่าจะอดเสียดายไม่น้อยที่จะต้องหยุดความสุขของตนเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าคืนนี้เมริษาจะต้องโดนทำโทษทั้งคืนอย่างแน่นอน เขาจะเอาให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว


            ว่าไงคะ ธุระอะไรที่คุณจะคุยกับเม ขอเดาว่าต้องเป็นเรื่องของคุณวินแน่ๆ มองจากสีหน้าของภาคิน เมริษาก็รู้ได้ว่าตัวเองเดาถูก มีเรื่องอะไรเหรอคะ หรือว่าคุณวินไม่ยอมรับเมเข้าทำงาน


            ก็ไอ้วินมันไม่ยอมให้เมไปทำงานแทนเลขาฯมันน่ะสิ มันบอกว่าถ้าเมอยากทำที่ทัดเทวา มันจะหาตำแหน่งอื่นให้


             เมริษารับฟังด้วยใบหน้าครุ่นคิด หากว่าเธอไม่ได้ทำงานในตำแหน่งเลขาฯของวิศรุต เธอจะทำงานที่ทัดเทวาหรือไม่ก็คงไม่ได้มีความหมายอะไรอยู่ดี เพราะจุดประสงค์แท้จริงที่เธอวางแผนกับภาคินและวันชัยเอาไว้ก็คือการตีสนิทกับวิศรุตโดยต้องทำให้ฝ่ายนั้นหลงรักเธอให้ได้และการแอบขโมยข้อมูลลับของบริษัททัดเทวามาให้กับวันชัย


            แล้วคุณพ่อคุณว่ายังไงคะ


            พ่อบอกให้รอไปก่อน เพราะถ้าเราไปทำอะไรเลขาฯไอ้วินตอนนี้ เดี๋ยวมันจะสงสัยเราได้ เมริษาเห็นด้วยกับความคิดของวันชัย โอกาสที่เธอจะได้เจอกับวิศรุตยังมีอีกเยอะ นั่นหมายความว่าตอนนี้ยังไม่ต้องรีบเดินหน้าสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายมากนักเพราะจะดูเป็นการตามตอแยเขาจนเกินไป ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่นิสัยของเธอเลย เพราะสุดท้ายวิศรุตก็ต้องมาติดเบ็ดที่เธอเกี่ยวเหยื่อล่อเอาไว้อยู่แล้ว เมริษาคิดอย่างมั่นใจในฝีมือของตัวเอง


              เมื่อนึกว่าในอนาคตเธอจะได้ใช้นามสกุลทัดเทวาร่วมกับวิศรุตในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมริษาก็อดยิ้มด้วยแววตาหมายมาดไม่ได้ การได้ใช้คำต่อท้ายชื่อว่าทัดเทวาจะส่งผลต่อเธอมากมาย หนึ่งในนั้นคือการช่วยพยุงให้ฐานะทางบ้านของเธอได้กลับมาเชิดหน้าชูตาในวงสังคมได้อีกครั้งหลังจากที่ตอนนี้บ้านของเธอกำลังจะถูกธนาคารฟ้องล้มละลายเพราะฐานะทางการเงินของธุรกิจที่ครอบครัวเธอเป็นเจ้าของอยู่ไม่สู้จะดีนัก ภาคินก็เป็นตัวเลือกหนึ่งของเธอเช่นกัน ตอนแรกเธอหมายตาเอาไว้ว่าจะต้องจับชายหนุ่มคนนี้ให้ได้ แต่พอได้ฟังข้อเสนอที่ภาคินยื่นให้เพื่อแลกกับการที่เธอต้องมาร่วมมือในแผนการของเขามันก็ออกจะคุ้มดีอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญวิศรุตก็รวยกว่ามากนักเมื่อเทียบกับภาคินที่ไม่ใช่ทายาทของทัดเทวาโดยสายเลือด  


              ภาคินจุดยิ้มที่มุมปากอย่างนึกรู้ว่าเมริษากำลังคิดอะไรอยู่ ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเสนอแผนการนี้ให้กับวันชัยเอง เพราะเห็นว่าหากสำเร็จไปตามแผน ฝ่ายเขากับเมริษาจะมีแต่ได้กับได้เท่านั้น หากเมริษาทำให้วิศรุตหลงรักจนยอมแต่งงานด้วยได้ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม เธอก็ย่อมมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของวิศรุตด้วยครึ่งหนึ่งในฐานะภรรยา ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามันก็ตกมาเป็นของเขากลายๆนั่นเอง วิศรุตไม่มีทางรู้หรอกว่าเมริษากับเขามีสถานะสัมพันธ์กันลึกซึ้งถึงขั้นไหนต่อไหนกันแล้ว อีกทั้งวิธีนี้ก็จะช่วยให้วันชัยผู้เป็นพ่อเข้ามาแทรกแซงอำนาจในทัดเทวาที่เป็นของวิศรุตได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหมด ถ้าสุดท้ายแล้ววิศรุตรู้ว่าตัวเองโดนเมริษาหลอกก็คงจะกระอักเลือดตายด้วยความแค้นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มันจะต้องมาใช้ผู้หญิงที่เหลือเดนต่อจากเขาอีกที


               “จากนี้ผมว่าเมต้องพยายามหาทางใกล้ชิดไอ้วินมันบ่อยๆแล้วล่ะ ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะกลับเมืองนอกเลยหรือเปล่าหลังจากที่น้องสาวของมันออกจากโรงพยาบาล ทางที่ดีเมต้องรีบหาทางรั้งมันเอาไว้ที่นี่ก่อน ภาคินเสนอแต่เมริษาลอบถอนหายใจเฮือก สำหรับวิศรุตแล้ว เธอก็แค่คนที่เคยเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว แล้วอย่างนี้เธอจะเอาอะไรไปรั้งวิศรุตไม่ให้บินไปเมืองนอกได้ล่ะ ตอนนี้เธอยังไม่ได้สนิทสนมกับเขาถึงขนาดเป็นคนใกล้ชิดที่บอกอะไรแล้ววิศรุตจะต้องทำตามทุกอย่างเสียหน่อย ทว่าหญิงสาวก็ฉลาดพอที่จะไม่พูดความคิดที่อยู่ในใจของเธอให้ภาคินฟัง


            “ค่ะ แล้วเมจะลองหาวิธีดูก็แล้วกัน ภาคินยิ้มพึงใจก่อนจะรวบร่างของเมริษาเข้ามากอดอีกครั้งแล้วระดมจูบไปทั่วดวงหน้าสวยหวาน


             “ถ้าคุยเรื่องงานกันเสร็จแล้ว ผมว่าเราไปกันเถอะ จะได้ไปทำเรื่องอย่างอื่นกันต่อ ภาคินพูดเสียงกรุ้มกริ่ม ส่วนเมริษาก็ช้อนตามองเขาด้วยประกายตาเชื่อมหวานอย่างยั่วเย้า


           “ที่ไหนคะ


             “ผมจองห้องเอาไว้แล้ว ชายหนุ่มหมายถึงห้องด้านบนเหนือคลับหรูแห่งนี้ ที่ทางคลับเปิดเอาไว้สำหรับให้บริการลูกค้าวีไอพีเท่านั้น ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาขับรถไปหาโรงแรมอื่นอีก เขากระหายอยากจะชิมความหอมหวานเย้ายวนจากร่างตรงหน้าไวๆ โดยไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงนาทีเดียว


              ภาคินจัดการเช็กบิลเรียบร้อยแล้วก็โอบเอวเมริษาเดินออกจากบริเวณผับไปยังด้านนอกเพื่อขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักส่วนตัวที่จองเอาไว้เป็นพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครคนหนึ่งที่เฝ้ามองดูตั้งแต่ที่ทั้งคู่ก้าวออกมาจากตัวผับแล้วตระกองกอดกันเข้าไปในลิฟต์อย่างเงียบๆ 


              ภาณุแสยะมุมปากกับภาพที่เห็น บังเอิญว่าเขาออกมาคุยโทรศัพท์ที่ด้านนอกพอดีจึงได้ทันเห็นว่าผู้หญิงหน้าตาสวยซึ้งที่เขาอยากจะรู้จักคนนั้นกำลังเดินโอบประคองกับผู้ชายอีกคนเข้าไปในลิฟต์ซึ่งเขาเองก็เดาได้อย่างไม่ยากเลยว่าจุดหมายปลายทางของทั้งคู่ก็คงไม่พ้นห้องพักสุดหรูด้านบน และที่สำคัญผู้ชายคนนั้นก็คือภาคิน ทัดเทวา ญาติของเพื่อนสนิทเขานั่นเอง ซึ่งแม้จะเจอภาคินไม่บ่อยแต่ภาณุก็รู้จักฝ่ายนั้นเป็นอย่างดีจากกิตติศัพท์ที่วิศรุตชอบเอามาเล่าสู่เขาฟังบ่อยๆตั้งแต่สมัยยังเรียนม.ปลาย ซึ่งมันก็มักจะเป็นเรื่องที่ออกไปในแนวแง่ลบเสียด้วย เช่นว่าภาคินชอบใช้นามสกุลทัดเทวามาเป็นเครื่องมือหลอกฟันพวกผู้หญิงหน้าเงินที่อยากจะจับเขาเพื่อยกระดับฐานะตัวเอง และครั้งนี้ภาณุก็เดาว่าภาคินก็คงจะทำอย่างนั้นเช่นกัน


              “เธอมันก็แค่พวกผู้หญิงหน้าเงินทั่วไปที่หวังจะใช้ความสวยของตัวเองเพื่อจับพวกเศรษฐีสินะ ภาณุแค่นเสียงดูถูก ความประทับใจแรกเห็นเมื่อครั้งก่อนหน้านี้ตอนที่หญิงสาวผู้นั้นเดินมาชนเขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในความรู้สึกอีกเมื่อภาณุเห็นเธอเดินขึ้นลิฟต์ไปกับภาคินด้วยสองตาของตนเอง

 



                วันนี้วิศรุตทำหน้าที่พี่ชายที่ดีในการไปรับศรารัตน์กลับจากโรงพยาบาลเพื่อมาพักฟื้นต่อที่บ้าน ตลอดทางขากลับระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ ศรารัตน์เมินหน้าไม่ยอมพูดอะไรกับวิศรุตแม้แต่คำเดียวเพราะยังไม่หายโกรธพี่ชายถึงเรื่องที่ทะเลาะกันในวันนั้น ตอนแรกวิศรุตคิดว่าจะเอาใจน้องสาวด้วยการพาไปทานอาหารกลางวันที่ร้านโปรดของเธอ แต่เมื่อเห็นท่าทางเย่อหยิ่งเย็นชาที่ศรารัตน์แสดงออกต่อเขา ชายหนุ่มก็ชักเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาบ้างแล้ว ดังนั้นการรับประทานอาหารนอกบ้านก็เป็นอันต้องล้มเลิกไปและเปลี่ยนเป็นตรงดิ่งกลับบ้านในที่สุด


            “ใจคอเธอจะไม่พูดอะไรกับฉันสักคำเลยเหรอ วิศรุตพูดไล่หลังศรารัตน์ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเดินลิ่วเข้าบ้าน เท้าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนขัดมันชะงักแล้วหันมาพูดสั้นๆ


             “เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีกหรอก


            ก็เพราะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่หมอนภัทรอะไรนั่น ชื่อบุคคลที่สามที่ถูกพาดพิงทำให้ศรารัตน์ต้องถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นโต้เถียงอย่างไม่จบไม่สิ้นเสียที


            หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ววิน ยังไงฉันก็ยังยืนยันคำเดิมว่านายไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องฉันกับหมอกานต์ ศรารัตน์เน้นเสียงหนักก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปทันที ไม่สนใจว่าวิศรุตจะมีสีหน้าขัดเคืองกับคำพูดของตนเองมากเพียงใด


            เมื่อวิศรุตเดินตามศรารัตน์เข้ามาในตัวบ้านเพื่อตั้งใจจะมาคุยเรื่องนภัทรต่อ แต่ภายในห้องรับแขกไม่ได้มีแต่ศรารัตน์เพียงคนเดียว ชายหนุ่มกลับพบแขกที่มาเยือนบ้านทัดเทวาอีกคน... ภาคิน


            มาทำอะไรที่นี่ภาคิน วิศรุตถามเสียงห้วน เมื่อวันชัยไม่อยู่เขาก็ไม่จำเป็นต้องปั้นหน้ารักษามารยาทกับคนๆนี้อีกต่อไป


            ทำไมนายต้องทำหน้ายักษ์อย่างนั้นด้วยล่ะวิน ฉันก็แค่แวะมาเยี่ยมศราเพราะรู้ว่าวันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็เท่านั้น ภาคินยื่นดอกไม้ช่อโตในมือให้กับศรารัตน์ที่รับไปพร้อมเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายแล้วบอกว่าไม่น่าลำบากเอามาให้เธอเลย ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี ภาคินเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้ศรารัตน์ หญิงสาวลอบเบ้หน้าคลื่นไส้ ในใจก็รู้สึกสะอิดสะเอียนกับสายตาที่เหมือนจะโลมเลียเธอไปทั้งตัวแบบนี้


            ถ้าหมดธุระแล้วก็กลับไปสิ เมื่อเจอเจ้าของบ้านไล่แบบไม่ไว้หน้าเช่นนี้ ภาคินเลยต้องจำใจกลับ แต่ก่อนไปยังไม่วายหันไปเอ่ยลาศรารัตน์อีกครั้ง


            งั้นผมไปก่อนนะครับศรา เอาไว้เจอกันที่บริษัท ศรารัตน์ยิ้มฝืดๆให้ภาคินก่อนจะรีบเดินหนีขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัวของเธอ ทิ้งให้วิศรุตเผชิญหน้ากับภาคินสองคน


            ฉันขอพูดตรงๆเลยแล้วกันนะ วิศรุตพูดเสียงกร้าวขณะสบตากับภาคินที่มองมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างไม่แพ้กัน ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญจริงๆ ฉันไม่อยากให้นายมาวุ่นวายที่บ้านของฉันบ่อยๆ หวังว่าที่พูดนี่นายคงจะเข้าใจ


            ท่าทางนายจะหวงบ้านนี้จริงนะ หรือว่ากลัวว่าสักวันมันจะต้องตกไปเป็นสมบัติของคนอื่น


            สมบัติของฉัน ถ้าฉันไม่ยกให้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังได้เลย วิศรุตสวนกลับอย่างรวดเร็ว เขาไม่เคยเห็นภาคินอยู่ในสายตาอยู่แล้ว คำพูดนั้นทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร ไม่มีทางเสียหรอกที่บ้านทัดเทวาจะตกไปอยู่ในมือทายาทนอกสายเลือดอย่างแก วิศรุตคิดในใจอย่างเย้ยหยัน


            ภาคินพยายามกดอารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่านเมื่อถูกอีกฝ่ายย้อนเข้าให้ ก่อนจะกัดฟันเอ่ยขอตัวกลับบ้านทันที


            เดี๋ยวก่อน วิศรุตเรียกไว้ ภาคินจึงหยุดแล้วหันมามองว่าคนเรียกต้องการจะพูดอะไรกับเขาอีก ฉันได้อ่านรายงานที่ทางแผนกการเงินประเมินงบสำหรับโครงการบ้านจัดสรรแห่งใหม่แล้ว ฉันว่าตัวเลขมันดูสูงผิดปกตินะ ภาคินชะงักทันที หรือว่าวิศรุตจะพบอะไรผิดปกติในยอดงบโครงการบ้านจัดสรรที่เขาเสนอไป


            ถ้านายไม่พอใจ เดี๋ยวฉันจะให้พวกลูกน้องเอากลับมาแก้ใหม่อีกรอบก็ได้


            มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะมันเป็นหน้าที่ของนายโดยตรงนี่นา ฉันขอเตือนนะว่าโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ฉันไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดแม้แต่อย่างเดียว วิศรุตสำทับเสียงหนัก ชายหนุ่มตั้งใจจะใช้โครงการนี้เป็นผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับบรรดาผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัท อย่างน้อยก็ก่อนที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกตามเดิม เขาอยากจะแสดงให้ทุกคนที่เคยดูถูกในความสามารถของเขาได้รู้ว่าวิศรุต ทัดเทวาไม่ได้เป็นคนไม่เอาถ่านอย่างที่บรรดากรรมการบริษัทหลายๆคนเคยปรามาสเอาไว้โดยเฉพาะคุณมงคล


            ภาคินรับคำในคอก่อนรีบเดินออกไปเพราะไม่อยากให้วิศรุตสงสัย เห็นทีกลับไปเขาจะต้องเตือนลูกน้องตนให้ตกแต่งงบการเงินในแนบเนียนกว่านี้ เพราะวิศรุตเกือบจะจับได้แล้วว่ายอดเงินที่เสนอให้อนุมัติโครงการมีความผิดปกติ ถ้าหากโดนจับได้ขึ้นมาจริงๆ คนที่ซวยที่สุดก็หนีไม่พ้นเขาอยู่ดีและวิศรุตก็คงไม่ปล่อยโอกาสในการเขี่ยเขาออกจากทัดเทวาให้หลุดมือไปแน่ๆ

 

Aislin: สวัสดีค่ะ มาอัพนิยายให้แล้วนะคะ ไม่ปล่อยให้รอนาน ฮาๆๆ ขอบคุณที่หลายๆคนชอบและคอมเม้นท์ให้นิยายเรื่องนี้นะคะ กลับมาอ่านคอมเม้นท์แล้ว ปลาบปลื้มใจมากๆเลย ^0^ ตอนนี้ตัวละครหลายๆตัวเริ่มทยอยตบเท้าออกมาแล้ว เดี๋ยวรับรองว่าหลังจากนี้เรื่องจะสนุกสนานและเข้มข้นขึ้นแน่นอนค่ะ ไม่เชื่อต้องลองพิสูจน์เอง อิอิ ยังไงก็ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

            ส่วนบางท่านที่อาจจะรอนิยายรูปเล่มอยู่ พอดีเกิดความผิดพลาดขึ้นค่อนข้างมากเกี่ยวกับการจัด Artwork เกดเลยตัดสินใจเปลี่ยนเจ้าใหม่ทำ Artwork เลย ดังนั้นอาจจะทำให้กระบวนการรูปเล่มช้าไปบ้างนะคะ แต่จะพยายามให้เร็วที่สุดค่ะ ราคาคร่าวๆไม่น่าจะเกินเล่มละ 400 บาท เพราะต้นฉบับหนามากๆ ปกติเรื่องก็ยาวอยู่แล้ว แล้วยังมีการรวมเอาตอนพิเศษอีก 3 ตอนเข้ามาด้วยเลยทำให้หนังสือยิ่งหนาเข้าไปใหญ่ (ต้นฉบับ 255 หน้า A4 อักษร 14 pt.) ตอนแรกจะซอยออกเป็น 2เล่มแต่ต้นทุนจะแพงขึ้นอีก เกดเลยรวมเป็นเล่มเดียวดีกว่า ยังไงถ้าหากสนใจเก็บเงินเตรียมรอไว้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะมาแจ้งรายละเอียดพร้อมราคาชัวร์ๆเอาตอนรู้หน้าแน่ชัดแล้วนะคะ แต่ถ้าหากใครอยากตามอ่านในเว็บก็ตามสะดวกเลยค่า เพราะเกดลงจนจบอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีตอนพิเศษ ดังนั้นใครรักชอบเรื่องนี้ฝากอุดหนุนหน่อยเน้อ จะได้เอาทุนมาต่อลมหายใจให้นิยายเรื่องอื่น อิอิ ^0^

ปล. ใครอยากติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด ขอเชิญที่แฟนเพจ www.facebook.com/Aislin.Napoon   ได้เลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #65 ฮาดุ๊ก (@loveitachi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 01:15
    พี่น้องคู่นี้สุดยอดมาก อยากรู้ว่าเคบพุดดีๆกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่5555
    #65
    0
  2. #15 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:44
    ภานุกับภาคินนี่มีแนวโน้มจะไดฟิคเจอริ่งกันมั้ย ส่วนวิศรุตนี่ยังมองหมอในแง่ร้ายเหมือนเดิมเลยนะ
    #15
    1
    • #15-1 Aislin (@Aislin) (จากตอนที่ 12)
      28 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:33
      ตอบได้เลยค่ะว่าไม่มี ฮาๆๆๆ
      ส่วนวิศรุตก็นะ... ทำเป็นปากแข็ง แต่จริงๆก็อยากได้เค้า ฮาๆๆๆ ^0^
      #15-1