ทัณฑ์กามเทพ (Yaoi/Boy's Love) -- Rewrite

ตอนที่ 11 : ถูกตา...ต้องใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ก.พ. 58

 


                ภาพชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาคมคายที่กำลังเดินตรงมายังเคาเตอร์ติดต่อเรียกสายตาของพยาบาลสาวๆให้หันมาจับจ้องที่เครื่องหน้าอันหล่อเหลาและรูปกายแข็งแรงอย่างคนสุขภาพดีได้อย่างไม่ยากเย็น ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าสายตาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนไปติดต่อพยาบาลที่เคาเตอร์แล้วแจ้งธุระของตน


            ผมเป็นเพื่อนของคุณหมอนภัทร อิสรีย์ครับ ไม่ทราบว่าหมอนภัทรออกเวรไปแล้วหรือยัง พยาบาลคนที่ถูกถามง่วนอยู่กับตารางเวลาตรงหน้าชั่วครู่ก่อนจะยิ้มแล้วบอกผู้มาติดต่อว่าคุณหมอนภัทรออกเวรไปเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่เอง ทำเอาคนฟังยิ้มเก้อก่อนจะขอบคุณแล้วเดินจากไปด้วยท่าทางผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้เจอกับนภัทร วันนี้เขากะว่าจะมาให้นภัทรแปลกใจเล่นแท้ๆ รู้อย่างนี้น่าจะโทรบอกก่อนก็ดีหรอก


            นี่ยัยหวาน ผู้ชายคนเมื่อกี้เค้ามาติดต่อเรื่องอะไรเหรอ ต้นอ้อถามพยาบาลสาวรุ่นน้องเพราะอยากรู้ว่าผู้ชายหล่อๆที่ทำเอาพยาบาลทั้งวอร์ดเหลียวหลังคอแทบเคล็ด เขามาทำอะไรที่วอร์ดนี้


            อ๋อ คุณคนนั้นเค้ามาทำหาคุณหมอนภัทรน่ะค่ะ หวานก็เลยบอกไปว่าคุณหมอออกเวรไปแล้ว ต้นอ้อพยักหน้าหงึกๆก่อนจะนึกขึ้นได้ คุณหมอออกเวรไปแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับบ้านนี่นา เห็นคุณหมอบอกว่าจะพาคุณศรารัตน์ไปนั่งเล่นสูดอากาศที่สวนในโรงพยาบาลก่อน


            ตายจริง!” พยาบาลสาวอุทานออกมาก่อนจะหันไปมองตามทางที่ผู้ชายคนนั้นเดินไป แต่ก็ไม่พบใครจึงอดไม่ได้ที่จะหันมาต่อว่าต้นอ้อด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนักว่าบอกเธอช้าเกินไปเลยทำให้เธอพลาดโอกาสได้คุยกับคนหล่อๆแบบนั้นอีกสักครั้งหนึ่ง

 



            การมาแล้วไม่พบนภัทรทำให้ชายหนุ่มร่างสูงนึกผิดหวังไม่น้อย หลังจากที่ออกพ้นตัวตึกผู้ป่วย ช่วงขายาวก็ก้าวสวบๆไปตามทางเดินที่ปูอิฐสีเข้มเพื่อตรงไปยังรถที่เขาจอดไว้ยังอีกด้านของโรงพยาบาล ระหว่างทางก็ผ่านสวนที่ถูกจัดแต่งเอาไว้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้ป่วยและญาติ ชายหนุ่มกวาดสายตามองอย่างไม่ค่อยสนใจนักแต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นใครบางคนกำลังนั่งอยู่ที่ม้านั่งสนามและคุยอยู่กับอีกคนที่มองจากรถเข็นที่นั่งอยู่ก็ดูรู้ว่าคงเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งนี้ ชายหนุ่มยิ้มแล้วกอดอกดูภาพตรงหน้าซึ่งดูเหมือนว่าคนทั้งคู่จะไม่รู้ว่าเขายืนอยู่แถวนั้นด้วย


            แหม ฉันนี่แย่จังนะคะ ขนาดว่าได้เวลาออกเวรแล้ว ยังต้องรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหมอให้พาออกมาตากอากาศเล่นข้างนอกแบบนี้อีก นภัทรยิ้มกับคำต่อว่าตนเองอย่างไม่จริงจังนักของศรารัตน์ อันที่จริงเธอไม่ได้รบกวนอะไรเขาเลย เขาต่างหากที่เป็นคนเสนอตัวพาเธอออกมาสูดอากาศภายนอกบ้าง อยู่อุดอู้แต่ภายในห้องพัก หญิงสาวคงจะเบื่อน่าดู


            ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ อีกอย่างวันนี้ผมไม่มีงานค้างด้วย ก็เลยคิดว่าชวนคุณมานั่งเล่นในสวนแบบนี้ดีกว่า อากาศตอนเย็นๆแบบนี้ก็กำลังสบายเลยทีเดียว ศรารัตน์ยิ้มให้คุณหมอหนุ่ม เธอยังไม่แน่ใจว่านภัทรรู้สึกอย่างไรกับเธอ จะเหมือนกันกับความรู้สึกเล็กๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจของเธอหรือเปล่า ยิ่งคิดสองแก้มของหญิงสาวก็เริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อ แต่นภัทรไม่ทันสังเกต ชายหนุ่มชวนคุยต่อ


            อีกไม่นานคุณศราก็กลับบ้านได้แล้วล่ะครับ อาการคุณดีขึ้นมาก ทางเจ้าหน้าที่กายภาพส่งรายงานมาว่าการทำกายภาพของคุณได้ผลคืบหน้าไปมากเลยทีเดียว


            สงสัยยาดีมั๊งคะ ศรารัตน์พูดแฝงนัย เธอตั้งใจจะหมายถึงว่ายาดีก็คือคุณหมอหนุ่มตรงหน้านั่นเอง แต่นภัทรกลับย้อนน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่าถ้าเปลี่ยนเป็นบอกว่าคุณหมอเก่งเนี่ยเขาจะดีใจมากกว่าคำชมว่ายาดีเสียอีก


            ก็คงทั้งสองอย่างแหล่ะค่ะ เฮ้อ พอกลับบ้านได้ก็คงต้องกลับไปลุยงานซะที นอนป่วยมานานสงสัยตอนนี้แฟ้มงานคงกองเต็มโต๊ะแล้วแน่ๆเลย


            คงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ยังมีพี่ชายคุณคอยช่วยอยู่ที่บริษัทนี่นา นภัทรหมายถึงวิศรุต ชายหนุ่มคิดว่าถึงสองพี่น้องจะไม่ถูกกันอย่างไร วิศรุตก็คงจะไม่ใจดำถึงขนาดปล่อยให้ศรารัตน์ต้องคอยดูแลกิจการใหญ่โตของทัดเทวาเพียงคนเดียวเพราะวิศรุตก็ถือว่าเป็นทายาทโดยตรงของตระกูลทัดเทวาที่เจ้าตัวภาคภูมิใจนักหนา แต่ประโยคถัดมาของศรารัตน์ทำให้เขารู้ว่าตัวเองมองวิศรุตให้แง่ดีเกินไป


            ตอนนี้ก็คงช่วยอยู่หรอกค่ะ แต่หลังจากที่ฉันหายดีกลับไปทำงานแล้ว รายนั้นคงรีบแจ้นบินกลับอังกฤษแทบไม่ทัน


            อ้าว ไหนคุณศราบอกว่าคุณวิศรุตเพิ่งจะกลับจากอังกฤษเมื่อไม่นานมานี้ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมถึงจะกลับไปอีกแล้วล่ะ คุณหมอหนุ่มทำทีเป็นจ้องกาแฟในแก้วกระดาษในมือ แต่หูยังฟังทุกคำพูดของศรารัตน์


            เค้าคงอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบอิสระ เป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปลอยมาเหมือนอย่างเดิมนั่นแหล่ะค่ะ ยิ่งที่อังกฤษไม่มีคนมาคอยคุมด้วย ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ พูดถึงวิศรุตแล้วศรารัตน์ก็รู้สึกหมดอารมณ์ขึ้นมาเสียเฉยๆเมื่อนึกถึงตอนที่เธอเถียงกับพี่ชายเรื่องหมอนภัทรในห้องวันนั้น ศรารัตน์จึงบอกนภัทรว่าให้เปลี่ยนมาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า แต่เสียงหนึ่งจากทางด้านหลังกลับดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาของคนทั้งคู่


            ไม่ทราบว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ขอผมคุยด้วยคนได้หรือเปล่า ศรารัตน์เงยหน้ามองคนที่เข้ามาขัดจังหวะในขณะที่นภัทรก็หันกลับไปมองยังต้นเสียงด้านหลังทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใคร คุณหมอหนุ่มก็ยิ้มกว้าง


            มาได้ยังไงวะไอ้พงษ์ชายหนุ่มตรงหน้าคือพงศธร วิศวกรหนุ่มความสามารถสูง อนาคตไกล ผู้เป็นเพื่อนสนิทของ นภัทรนั่นเอง


            ก็ขับรถมาดิวะถามได้ จะให้เดินมาจากไซต์งานก่อสร้างหรือยังไง คำย้อนของผู้มาใหม่ทำเอาศรารัตน์หลุดขำออกมา พงศธรจึงลืมไปว่าตนสมควรจะแนะนำตัวกับคนตรงหน้าก่อนเพราะเมื่อกี้เขาสังเกตเห็นว่านภัทรดูท่าทางสนิทสนมกับผู้หญิงคนนี้ไม่เบา หญิงสาวคงไม่ใช่แค่คนไข้ธรรมดาสำหรับคุณหมอนภัทรแน่ๆ


            สวัสดีครับ ผมชื่อพงศธร เป็นเพื่อนสนิทของไอ้กานต์ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยมเลยล่ะครับ พงศธรแนะนำตัวเองพร้อมกับถือโอกาสตบไหล่ของเพื่อนสนิทไปสองที


            ฉันชื่อศรารัตน์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ศรารัตน์ยิ้มกว้างให้ฝ่ายนั้น พงศธรดูท่าทางเป็นคนที่น่าคบหามากทีเดียว ชายหนุ่มดูเป็นคนเปิดเผยและเป็นมิตรแม้กระทั่งกับคนที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน


            แล้วตกลงว่าแกมาได้ยังไงวะเนี่ย จะมาไม่เห็นมีบอกก่อนเลย คราวนี้นภัทรเป็นฝ่ายถามบ้าง


            ก็พอดีช่วงนี้ยังไม่ได้ทำงานก็เลยว่างๆน่ะ วันนี้กะว่าจะบุกมาที่โรงพยาบาลให้แกแปลกใจเล่นเสียหน่อย แต่ว่าพยาบาลที่วอร์ดบอกว่าแกออกเวรแล้ว ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะกลับเนี่ยแหล่ะ แต่บังเอิญมาเจอแกที่นี่เสียก่อน นภัทรพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้


              พงศธรเพิ่งกลับจากเรียนต่อต่างประเทศไม่นาน ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังมองหางานที่ลงตัวอยู่ ดังนั้นก็เลยยังไม่ได้ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งเสียที พงศธรแกล้งมองหน้าศรารัตน์กับเพื่อนสนิทสลับกันไปมาด้วยความสงสัย ซึ่งนภัทรก็สามารถอ่านแววตาคู่นั้นออกได้อย่างไม่ยาก คุณหมอส่งสายตาปรามเพื่อนสนิทแต่อีกฝ่ายไม่สนใจกลับพูดโพล่งขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้


            ตอนที่เจอนายอยู่ที่นี่ ฉันนึกว่าตัวเองกำลังตาฝาดเสียอีก นึกว่านายจะกลับบ้านไปแล้ว แต่พอเห็นว่านายอยู่กับคุณศรารัตน์ฉันก็เลยพอเข้าใจอะไรบางอย่าง น้ำเสียงทะเล้นชวนให้อยากรู้ของพงศธรกำลังเร้าอารมณ์ความอยากรู้ของศรารัตน์  ตรงข้ามกับนภัทรที่กำลังวางหน้าไม่ถูก


            เข้าใจอะไรเหรอคะ


            ก็เข้าใจว่าไอ้เจ้ากานต์น่ะคงกำลังทำหน้าที่หมอดูแลคนไข้ได้อย่างดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่องน่ะสิครับ โดยเฉพาะกับคนไข้รายนี้ที่ดูเหมือนว่าจะเป็น... คนไข้พิเศษ พงศธรทอดเสียงนุ่มในตอนท้ายแล้วลอบมองหน้าศรารัตน์ ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวเขินจนหน้าแดงก่ำกับคำพูดของเขา แต่เมื่อหันไปมองนภัทร พงศธรกลับพบแต่เพียงรอยยิ้มบางๆเจือแววขบขันเท่านั้น แค่ เห็นท่าทางของนภัทรเขาก็รู้แล้ว เพื่อนของเขาคงไม่ได้คิดเกินเลยกับศรารัตน์จริงๆ และจากคำตอบของพงศธรนี่เองที่ทำให้ศรารัตน์มั่นใจว่าเพื่อนของนภัทรคนนี้เป็นคนเปิดเผยมากทีเดียว

 



            แกไปรู้จักสนิทสนมกับคุณศรารัตน์ได้ยังไงวะไอ้กานต์ พงศธรถามขณะที่ทั้งคู่กำลังทานข้าวกันอยู่ที่ร้านอาหารริมน้ำแห่งหนึ่ง


            ก็เค้าเป็นคนไข้ของฉันนี่นา


            ก็รู้น่า แต่ฉันอยากรู้ว่าแกทำอีท่าไหนถึงไปสนิทกับเขาได้ วันนั้นที่เจอแกกับคุณศราในสวนของโรงพยาบาลน่ะ ภาพมันฟ้องเลยนะเว้ยว่ามันไม่ธรรมดา


            ไม่ธรรมดายังไงวะ ฉันก็คุยกับเขาแบบปกติ เราเพียงแต่สนิทกันเพราะว่าวัยใกล้ๆกันแค่นั้นเอง อีกอย่างเธอก็เป็นคนน่ารัก คุยง่ายด้วย ฉันก็กลัวว่าเธอจะอยู่โรงพยาบาลนานจนเบื่อก็เลยหมั่นแวะมาคุยเป็นเพื่อนก็เท่านั้นแหล่ะ นภัทรแก้ต่างให้ตัวเองแล้วตักกุ้งแม่น้ำตัวโตที่เลาะเปลือกเสร็จแล้วเข้าปากเคี้ยวตุ่ยๆ พงศธรทำหน้าเหมือนเชื่อในสิ่งที่นภัทรบอกแบบไม่มีข้อสงสัย แต่ไม่วายถามย้ำอีกรอบ


              “แกไม่ได้จีบคุณศรารัตน์แน่นะ


            ก็เออดิ ฉันเห็นเขาเป็นเหมือนน้องสาวแค่นั้นแหล่ะ คู่สนทนายังยืนยันคำเดิม


            งั้นถ้าแกไม่สนใจคนนี้ ฉันจีบนะเว้ย พงศธรพูดโพล่งด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ซึ่งก็ทำเอานภัทรตกใจไม่น้อย ถ้าหาก ว่าศรารัตน์จะรักจะชอบกับพงศธรเขาก็เห็นดีด้วยเพราะว่าเพื่อนรักของเขาเป็นคนดีและศรารัตน์เองก็เป็นผู้หญิงที่จัดได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่ว่าสิ่งที่เขากำลังกังวลคือเรื่องพี่ชายของศรารัตน์ต่างหาก


               เมื่อหลายวันก่อนวิศรุตเพิ่งมาป่าวประกาศว่าน้องสาวของตนจะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมในระดับฐานะเดียวกันเท่านั้น จริงอยู่ว่าพงศธรไม่ได้ยากจนขนาดต้องไปกู้เงินนอกระบบมาแบบเมื่อตอนม.ปลายอีกแล้ว แต่ตอนนี้ถึงแม้จะจัดว่าฐานะอยู่ห่างจากคำว่าจนมามาก แต่ก็คงเกินเอื้อมไปสำหรับพงศธรหากคิดจะอยู่ในระดับเดียวกับพวกทัดเทวา


            ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะไอ้กานต์ หรือว่าแกคิดจะเปลี่ยนใจ อย่างนี้ไม่ได้นะเว้ย คนนี้ฉันตั้งใจจะเดินเครื่องขายขนมจีบเต็มที่เลยนะ พงศธรตั้งใจจะทำอย่างนั้นจริงๆ ตอนแรกเขาไม่กล้าคิด ไม่กล้าหวังอะไรมากเพราะกลัวว่านภัทรจะสนใจศรารัตน์เช่นกัน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็คงจะไม่แย่งคนรักของเพื่อนแน่ๆ แต่เมื่อนภัทรยืนยันว่าไม่ได้ชอบศรารัตน์ เขาก็พร้อมจะลุยเต็มที่ เขาไม่เชื่อหรอกว่าตัวเองจะมีเสน่ห์ด้อยกว่านายแพทย์นภัทร อิสรีย์ที่ตรงไหน ถ้านภัทรสามารถทำให้ศรารัตน์สนใจตัวเองได้ ชายหนุ่มก็สามารถทำให้ศรารัตน์หันมาสนใจตัวเขาได้เช่นกัน


            “เปล่าหรอก ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจอะไรทั้งนั้นแหล่ะ ฉันจะไปชอบคุณศราได้ยังไงในเมื่อฉันกับพี่ชายเขา...



            เฮ้ย นั่นมันไอ้ภาณุกับ... กับ... วิศรุตนี่นา นภัทรยังพูดไม่ทันจบแต่พงศธรพูดแทรกขึ้นมาก่อนเพราะจำได้ว่าสองคนที่กำลังเดินเข้ามาในโซนเรือนแพริมน้ำคือภาณุและวิศรุตเพื่อนเก่าสมัยเรียน เขานั่งฝั่งตรงข้ามกับนภัทรซึ่งหันหน้าไปด้านทางเข้าจึงเห็นคนทั้งคู่ก่อนนภัทร


            คนที่มากับภาณุคือวิศรุตจริงๆด้วย หมอนั่นไปเรียนต่อเมืองนอกตอนปลายเทอมของม.ห้านี่นา ไม่เห็นมีข่าวว่ากลับมาเมืองไทยเลย หรือเพราะว่าฉันเพิ่งกลับจากเรียนต่อเมื่อไม่นานมานี้วะก็เลยไม่ได้ยินข่าวของวิศรุต นภัทรส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร ทั้งที่ในใจก็รู้ว่าวิศรุตกลับมาจากอังกฤษเพื่อมาเยี่ยมน้องสาวที่ป่วยเท่านั้น ไม่ได้จะมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร พอเขากำลังจะพูดถึงวิศรุต... วิศรุตก็มา ช่างตายยากเสียจริง


             “ฉันว่าเรียกสองคนนั้นมานั่งโต๊ะเดียวกับเราดีกว่า จะได้รำลึกถึงเรื่องเก่าๆสมัยเรียนกันหน่อย ไม่ได้เจอไอ้สองคนนี้มานานหลายปีเลยนะเนี่ย นภัทรทำสีหน้ากระอักกระอ่วนเมื่อพงศธรบอกว่าจะเรียกให้เพื่อนเก่ามานั่งด้วยกัน จะห้ามก็ไม่ทันแล้วเพราะภาณุดันหันมาเห็นพงศธรที่โบกไม้โบกมือเป็นเชิงเรียกเขากับวิศรุตเสียก่อน สองคนนั้นเลยกำลังเดินตรงมาที่โต๊ะของเขาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักด้วยเพราะรู้สึกคุ้นหน้าพงศธรที่โบกมือเรียกให้เข้าไปหา


            เมื่อวิศรุตกับภาณุเดินมาถึงที่โต๊ะ ทั้งคู่ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย นภัทรทักผู้มาใหม่สองคนด้วยเสียง   แปร่งๆ ตรงข้ามกับวิศรุตที่ทักทายนภัทรและพงศธรเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ นภัทรคิดว่าวิศรุตคงจะยังโกรธเขาเรื่องศรารัตน์อยู่ ฝ่ายนั้นจึงมีท่าทีเย็นชากับเขาอย่างเห็นได้ชัดจนแม้แต่พงศธรยังสังเกตได้ นภัทรแอบคิดในใจว่าหากพงศธรรู้ว่าวิศรุตเป็นพี่ชายแท้ๆของศรารัตน์ ทัดเทวา เพื่อนสนิทของเขาจะทำหน้าอย่างไร จะยังยืนยันว่าจะเดินหน้าจีบศรารัตน์ต่อไปหรือเปล่า


            พวกนายมานั่งด้วยกันสิ เราจะได้คุยกัน ว่าแต่ไม่เจอตั้งนานเลยนะเนี่ย พงศธรเอ่ยชวนอย่างมีน้ำใจ


             ภาณุลังเลก่อนจะเหลือบมองสีหน้าของคนที่มาด้วยกัน วิศรุตยังหน้านิ่งเหมือนรูปสลัก ภาณุลอบถอนหายใจก่อนพยายามปฏิเสธเสียงนุ่มเพื่อไม่ให้คนชวนเสียน้ำใจ


            ขอบใจที่ชวนนะ แต่กลัวว่าจะรบกวนนายสองคนเปล่าๆ เดี๋ยวฉันกับไอ้วินแยกไปโต๊ะทางโน้นดีกว่า อีกอย่างนายก็เริ่มทานไปแล้วด้วย กว่าจะรอพวกฉันก็คงอีกนาน


            อย่ามาทำเรื่องมากเลยไอ้โอม ก็นั่งโต๊ะเดียวกันนี่แหล่ะ นี่ฉันกับไอ้กานต์ก็เพิ่งเริ่มกินไปนิดหน่อยเอง เดี๋ยวสั่งกับข้าวเพิ่มก็ได้นี่นา ที่นี่อาหารเร็วไม่ช้าหรอก พงศธรคะยั้นคะยออีกรอบ ในขณะที่นภัทรเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขากับวิศรุตกำลังอยู่ในสถานะเพื่อนเก่าสมัยม.ปลาย ไม่ใช่นายแพทย์นภัทร อิสรีย์หมอเจ้าของไข้ของน้องสาวคุณวิศรุต ทัดเทวา นักธุรกิจเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ผู้โด่งดัง ตอนนี้เขาคงไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฝ่ายนั้นอีกแล้ว


            กลัวว่าคนบางคนเขาจะไม่อยากให้นั่งร่วมโต๊ะน่ะสิ พงศธรทำหน้างงว่าที่วิศรุตพูดหมายถึงอะไร ด้วยเพราะไม่ค่อยเข้าใจตื้นลึกหนาบางเรื่องของนภัทรกับวิศรุตมากนัก ขณะที่คนถูกแดกดันเริ่มหน้าตึง


            เอ่อ เอาเป็นว่า... เป็นภาณุที่พยายามจะแก้สถานการณ์อีกครั้ง


            นั่งด้วยกันเถอะ จะได้คุยเรื่องเก่าๆสมัยม.ปลายกันหน่อย นภัทรเอ่ยปากชวนพร้อมเน้นเสียงหนักที่คำว่าเรื่องเก่าๆสมัยม.ปลาย เขายังจำได้ดีว่าวิศรุตเคยบอกว่าตัวเองไม่อยากจะกลับไปคิดถึงเรื่องเก่าๆอีกแล้ว ดวงตาสีถ่านผสานกับดวงตาสีน้ำตาลโศกที่บัดนี้โชนแสงกล้าอย่างท้าทาย


            ภาณุมองหน้าวิศรุตกับนภัทรสลับกันไปมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะตัดสินใจนั่งลงข้างๆพงศธรเป็นคนแรก และแน่นอนว่าที่นั่งข้างนภัทรก็ตกเป็นของวิศรุต ภาณุกล้าท้าเอาอะไรเป็นเดิมพันก็ได้ว่าเขาเห็นรอยยิ้มสบใจที่มุมปากของวิศรุตแวบหนึ่งก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว


            ทำไมกินน้อยจังวะ อาหารไม่อร่อยเหรอไง พงศธรถามเพราะเห็นว่าข้าวในจานของวิศรุตดูจะพร่องลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าตัวก็มัวแต่เอาช้อนเขี่ยข้าวในจานเล่นไปมา


            เปล่าหรอก อาหารอร่อยดี เพียงแต่ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่


            นึกว่ากินไม่ลงเพราะที่นี่คงไม่ใช่ภัตตาคารหรูระดับห้าดาวแบบที่นายเคยชิน นภัทรสอดเสียงเรียบซึ่งทำเอาภาณุกับพงศธรที่กำลังคุยหัวเราะถึงความหลังวีรกรรมสมัยมัธยมปลายต่างก็ชะงักกึกแล้วหันไปทางคนพูดแทบจะทันที


            คงไม่ใช่เกี่ยวกับว่าที่นี่จะเป็นภัตตาคารหรูอะไรหรือเปล่าหรอก ถ้าฉันจะกินไม่ลงมันก็คงเป็นเพราะเอียนขี้หน้าคนแถวนี้บางคนมากกว่า วิศรุตเหยียดยิ้มปรายตาไปมองคนข้างๆที่ตนเพิ่งจะแขวะใส่ แต่นภัทรไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะคุณหมอหนุ่มกำลังพยายามระงับอารมณ์ที่เดือดพล่านในใจเต็มที่


            ว่าแต่นายทำงานอะไรล่ะ มารับช่วงต่อกิจการที่บ้านเหมือนอย่างไอ้โอมหรือเปล่า พงศธรพยายามเปลี่ยนประเด็นสนทนาโดยหันมาถามวิศรุตอีกครั้ง


            ช่วงนี้ก็เข้ามาช่วยดูงานที่บริษัทน่ะ พอดีว่าน้องสาวของฉันประสบอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้


            พูดอย่างกับว่าพอน้องสาวหายป่วย ตัวเองก็จะเลิกทำงานงั้นแหล่ะ เอ้อ ว่าแต่น้องสาวนายทำไมถึงประสบอุบัติเหตุได้ล่ะ


            รถชนน่ะสิ แต่ตอนนี้อาการก็ดีวันดีคืน คงเพราะได้กำลังใจดี วิศรุตพูดพลางปรายตาไปมองนภัทรอีกครั้ง พงศธรพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนที่วิศรุตจะถามกลับบ้างว่าพงศธรตัดสินใจได้แล้วหรือยังว่าจะทำงานที่ไหน


            ก็มองเอาไว้สองสามที่นั่นแหล่ะ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย ไม่รู้ว่าบริษัทพวกนั้นจะยอมรับฉันเข้าทำงานด้วยหรือเปล่า เนี่ยแหล่ะปัญหาใหญ่


            ถ้าบริษัทพวกนั้นไม่รับนายเข้าทำงานก็คงบ้าเต็มทนแล้วล่ะ คุณพงศธร วิศวกรหนุ่มออกจะเก่งกาจมากด้วยความสามารถปานนี้ ภาณุทำเสียงล้อเลียนซึ่งก็เลยโดนพงศธรตบป้าบเข้าให้ที่ไหล่แรงๆสองสามที


            ถ้านายยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกบริษัทไหน ถ้าอย่างนั้นก็ฝากบริษัททัดเทวาให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของนายได้หรือเปล่า วิศรุตพูดพร้อมกับหยิบนามบัตรของเขาออกมาจากกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมราคาแพงแล้วยื่นมันให้พงศธร


            โห เป็นเกียรติอย่างสูงเลยนะครับที่ท่านประธานของบริษัทอสังหาฯยักษ์ใหญ่อย่างทัดเทวามาเสนองานให้วิศวกรตัวเล็กๆอย่างผม คนที่ถูกล้อหัวเราะพร้อมรอยยิ้มกว้างแล้วบอกว่าคนที่มีความสามารถอย่างพงศธร บริษัททัดเทวาก็ต้องยินดีอยากได้มาร่วมงานด้วยอยู่แล้ว


            ถ้างั้นฉันขอเวลาคิดก่อนได้หรือเปล่า พงศธรไม่อยากด่วนตัดสินใจนัก เขาอยากพิจารณารายละเอียดเงื่อนไขของแต่ละบริษัทและมองถึงผลได้ผลเสียให้รอบคอบเสียก่อนที่จะเลือกร่วมงานกับบริษัทใด


            ไม่ต้องเกรงใจฉัน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองเถอะ วิศรุตไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้ แต่ถ้าได้พงศธรมาร่วมงานด้วยกันก็จะดีไม่น้อยเพราะเขาเองก็รู้อยู่ว่าพงศธรเป็นคนมีความสามารถจริงๆ


            หลังจากรับประทานอาหารเสร็จได้สักพัก ภาณุก็ขอตัวกลับก่อนเพราะติดธุระคุยงานกับลูกค้าต่อ วิศรุตเองก็เอ่ยเป็นเชิงขอตัวกลับเช่นกันโดยอ้างว่าต้องกลับไปเคลียร์งานที่บริษัท แต่นภัทรนึกรู้ว่าวิศรุตคงไม่อยากนั่งเผชิญหน้ากับเขาแล้วก็พงศธรโดยปราศจากคนกลางอย่างภาณุมากกว่า เมื่อภาณุกับวิศรุตกลับไปแล้ว นภัทรก็ลองหยั่งเชิงถามพงศธรถึงเรื่องที่วิศรุตชวนไปทำงานที่บริษัททัดเทวา


            แกตั้งใจจะไปทำงานที่บริษัททัดเทวาหรือเปล่าวะไอ้พงษ์


            ไม่รู้สิ เอาจริงๆก็ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่หรอก ฉันคงรู้สึกแปลกๆว่ะถ้าต้องไปเป็นลูกน้องในบริษัทของเพื่อน พงศธรพูดไปตามความรู้สึก จริงอยู่ว่าบริษัททัดเทวานั้นเป็นบริษัทที่ใหญ่และมั่นคง แต่ถ้าเขาทำงานที่นั่นก็คงไม่แคล้วต้องถูกมองว่าอาศัยเส้นสายของวิศรุตเข้ามาแน่ๆ ซึ่งเขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย แม้ว่าลึกๆอีกใจหนึ่งก็อดเสียดายโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการธุรกิจอสังหาฯที่เป็นความฝันในชีวิตการทำงานของวิศวกรหลายๆคนไม่ได้ ที่สำคัญคือเขารู้สึกว่าตัวเองยังติดหนี้วิศรุตอยู่ตอนที่ฝ่ายนั้นช่วยเหลือเรื่องคืนเงินกู้ให้พวกนักเลงตอนสมัยทั้งคู่ยังอยู่ม.ปลาย แม้ว่าวิศรุตจะไม่ได้ติดใจทวงคืนก็ตามที


            เรื่องทำงาน เดี๋ยวก็ค่อยๆคิดไปแล้วกัน พงศธรตอบรับในคอก่อนเปลี่ยนหัวข้อสนทนามาให้ความสนใจกับเรื่องของ ศรารัตน์ ผู้หญิงที่เขาหมายตาเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง


            ว่าแต่ฉันลืมถามแกไปเลยว่าคุณศรารัตน์ประสบอุบัติเหตุอะไร ทำไมเธอถึงต้องอยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้นด้วย นานจนมาสนิทกับคุณหมออย่างแกได้เนี่ย


            อุบัติเหตุรถชนอย่างรุนแรง


            อ้าว อุบัติเหตุรถชนเหมือนกับน้องสาวของไอ้วินเลย ทำไมเดี๋ยวนี้มันฮิตรถชนกันเหรอวะ พงศธรพูดกลั้วหัวเราะกับประโยคสุดท้าย แต่คำตอบของนภัทรทำให้ชายหนุ่มต้องยิ้มค้าง


            จะไม่ให้เหมือนกันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อคุณศรารัตน์ที่แกตั้งใจจะจีบน่ะก็คือน้องสาวแท้ๆของวิศรุต พงศธรมีสีหน้างงงวย ชายหนุ่มนึกว่าตัวเองหูฝาดไปแต่นภัทรก็พูดย้ำอีกครั้ง


            ฉันตั้งใจจะบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณศราเป็นน้องสาวของวิศรุต หลังจากนั้นนภัทรก็เล่าเรื่องที่เจอกับวิศรุตโดยบังเอิญอีกครั้งที่โรงพยาบาลในตอนที่วิศรุตมาเยี่ยมศรารัตน์ในฐานะพี่ชายให้เพื่อนสนิทฟัง โดยไม่ลืมที่จะเล่าว่าวิศรุตแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกับเขาต่อหน้าศรารัตน์ ซึ่งมันเป็นเพราะเหตุใดชายหนุ่มเองก็ไม่รู้เช่นกัน เขาจึงได้แต่เออออตามน้ำไปกับวิศรุตด้วย


            คุณศราเป็นน้องสาวของไอ้วินงั้นเหรอ พงศธรทวนคำกับตัวเองเบาๆพร้อมกับหยิบนามบัตรของวิศรุตที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตขึ้นมาดูอีกครั้งอย่างเริ่มลังเล

 

Aislin: ขออภัยที่หายหน้าไปนานหลายวันเลยนะคะ พอดีช่วงนี้วุ่นๆกับหลายเรื่อง ทั้งงานราษฏร์งานหลวง ฮาๆๆๆ แต่วันนี้มาอัพหมอกานต์-วินให้แล้ว ก็อย่าเพิ่งงอนกันนะจ๊ะ

            มาว่าถึงตอนนี้... มีตัวละครค่อยๆโผล่ขึ้นมาเรื่อย แต่ละตัวเนี่ยคอยสร้างสีสันให้เรื่องสนุกยิ่งขึ้นไปอีก ตอนแรกใครอ่านแล้วยังเบื่อๆเอื่อยๆ ก็ขอให้อดใจรออีกนิด รับรองว่าความสนุกเพิ่มขึ้นในทุกๆตอนแน่นอนจ้ะ ยังไงก็ฝากติดตามกันต่อไปเรื่อยๆจนจบด้วยเน้อ

            มาว่าถึงนิยายรูปเล่มกันดีกว่า พอดีตอนนี้หน้าปกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวในโอกาสหน้าจะเอามาโพสพร้อมเปิดรับจองรูปเล่มนะคะ พอดีตอนนี้ Aislin วุ่นๆอยู่เลยยังไม่ได้มีโอกาสแจ้งรายละเอียดมากนัก ยังไงอดใจรอหน่อยเน้อ จะพยายามเข็นรูปเล่มให้ออกมาภายในเดือนมี.ค.ให้ได้จ้ะ

ปล. อ่านแล้วคอมเม้นท์กันหน่อยน้า อยากรับทราบฟีดแบ็กจากทุกคน อิอิ ^0^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #13 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:34
    พงศธรต้องจีบศรารัตน์แหง ส่วนวิศรุตก็ต้องกัดเอ้ยกินนภัทรชัวร์ เริ่มเข้มข้นขึ้นแระ
    #13
    0