ปิดพรีแล้วจ้ะ* [EXO] #ฟิคซิ่วซอก Ft.ลู่หาน&จงอิน

ตอนที่ 14 : #ฟิคซิ่วซอก : ตอนที่ 12 บทส่งท้าย 100% -จบ-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ก.ค. 58







ตอนที่  12

บทส่งท้าย

 

“กูจะกลับปักกิ่งแล้วนะ”  ลู่หานเอ่ยบอกกับเพื่อนสนิทที่ตอนนี้นิ่งไปเพราะประโยคนั้นของเขา


“ถาวร?”  ซิ่วหมินถามขึ้นแต่ไม่มองหน้าลู่หาน


“อืม...” 


“ทำไมกะทันหันแบบนี้วะ  ไหนบอกว่าจบม.ปลายก่อนไง” 


“เตี่ยอยากให้กลับไปอยู่ที่นู้น  กูค้านไม่ได้ว่ะ”


“มึงแม่ง...”


“กูขอโทษ”


แล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เอาแต่นั่งเงียบไม่คุยกันอีก  ต่างคนต่างเข้าสู้โลกส่วนตัว  มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆในร้านกาแฟเท่านั้นที่ช่วยสร้างบรรยากาศไม่ให้ดูอึมครึม  ซิ่วหมินเอาแต่ใช้หลอดเขี่ยน้ำแข็งในแก้วไปมาพร้อมกับคิ้วที่เริ่มขมวดเข้าหากัน  ส่วนลู่หานก็ทำได้แค่ลอบมองเพื่อนอยู่เงียบๆ


เขารู้ว่ามันกะทันหัน  แต่จะทำอะไรได้ในเมื่อเขาตัดสินใจจะไปเอง  ทั้งไปเพราะเตี่ยสั่งและไปเพราะอยากตัดใจจากการแอบรักเพื่อนสนิท  เขาคิดว่าการอยู่ห่างๆกันไปเสียยังดีกว่าต้องอยู่ใกล้กันแทบทุกวัน 


ใครบ้างจะไม่อยากรักกับคนที่แอบรัก  แต่เพราะนั่นคือเพื่อนสนิทที่อยู่ด้วยกันมานานเกือบสิบปี  ความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันยั่งยืนเสมอ  ลู่หานเลือกที่จะเก็บคำว่ารักเอาไว้ในใจ  เก็บมันเอาไว้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้  จะไม่ให้ใครได้ล่วงรู้ความจริง


ความจริงที่มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ  ความจริงที่ว่าคือเขาหลงรักเพื่อนสนิทตัวเอง


 “มึงต้องไปส่งกูนะเว้ย”  ลู่หานพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ


“...”


“ไม่เงียบดิ  โกรธขนาดนั้นเลยหรอ  แค่กลับปักกิ่งนะไม่ได้หนีไปมีเมีย”  พูดกลั้วเสียงหัวเราะเบาๆแล้วหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาขยำเป็นก้อนแล้วโยนใส่ซิ่วหมินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


“ถ้ากูเป็นเมียมึงคงงอแงไม่ให้มึงไปแน่ๆ”  ซิ่วหมินพูดขึ้นเสียงเบา  พูดจบก็เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง


“ลองเป็นเมียกูดูไหมล่ะ  เผื่อกูเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว”  พูดเย้าอีกคนติดตลก  แต่กลับโดนซิ่วหมินเตะหน้าแข้งเป็นการตอบแทน 


“กูเจ็บนะ!”  แหวขึ้นเสียงดังพร้อมกับทำสีหน้าเจ็บปวดเหมือนกระดูกกำลังจะแตก


“พูดเหี้ยๆเอง  กูแมนๆไม่รับมีแต่รุกเว้ย”  ซิ่วหมินไม่ได้สนใจอาการแสร้งเจ็บปวดของเพื่อนด้วยซ้ำ  กลับยักคิ้วหลิ่วตากวนประสาทเสียอย่างนั้น


“ทำหน้ากวนตีนแบบนี้คือหายงอนแล้วใช่เปล่า?”  ลู่หานยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆอีกคนแล้วเอ่ยถาม


“กูไม่ได้งอน  แต่กำลังทำใจอยู่”


“พูดเหมือนจะโดนผัวทิ้ง... แหนะๆ  อย่ามาทำนิสัยชอบใช้กำลังนะ”  ลู่หานรีบยกขาขึ้นมาไว้บนเก้าอี้ทันทีเพราะกลัวว่าอีกคนจะเตะหน้าแข้งอีก


“ปากแบบมึงนี่น่าเอาขี้ยัด”  ซิ่วหมินกระแทกหลังลงพิงพนักเก้าอี้แล้ว  เอื้อมไปหยิบเอาแก้วน้ำของตัวเองขึ้นมาดื่ม


“เหม็นขี้เลยห่า”  พอลู่หานพูดจบทั้งสองคนก็หัวเราะขึ้นมาเสียงดัง  เหลือเวลาอีกไม่กี่วันที่ลู่หานต้องกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน  คงต้องใช้เวลานี้เก็บเกี่ยวความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆกันไว้ให้มาที่สุดเท่าที่จะทำได้


ไม่ใช่ไม่เจ็บปวด  แต่มันคงดีกว่า...  ถ้าเขาไป





#ฟิคซิ่วซอก





จงอินนั่งเหม่อมองท้องฟ้า  ถึงแม้จะดูสดใจ  แต่ในสายตาของเขากลับมองเห็นอะไรก็หม่นหมองไปหมด  ตอนนี้จงอินกำลังอยู่ในช่วงอาฟเตอร์ช็อค  นั่นคือเขาหยุดเสียใจได้เพียงสองสามวันก็กลับมาเก็บตัวและเศร้าหมอง  หลังจากโดนปฏิเสธมา  เขาร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้นั้นนานพอสมควร  แล้วไม่รู้มันประจวบเหมาะอะไรถึงได้มีฝนเทลงมาห่าใหญ่


ร่างทั้งร่างเปียกปอนเลอะโคน  ทั้งหยาดน้ำตาทั้งหยดน้ำฝนที่ไหลรวมกันเป็นม่านบังตา  ภาพเบื้องหน้าพร่าเบลอแต่ก็ไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำออกเพื่อปรับการมองเห็น  ลุกขึ้นยืนแบบไร้เรี่ยวแรงจะเดินต่อไปไหน  ในมือยังคงกำผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กนั้นแน่น  จะโยนมันทิ้งไปก็ได้แต่เขาก็ไม่ทำ 


ทำไมถึงได้เจ็บขนาดนี้  ทำไมถึงให้เด็กอย่างเขามาพบเจอเรื่องอะไรแบบนี้  หรือเพราะเขายังเด็กเกินไปภูมิต้านทานด้านความรักเลยไม่มี  พี่มินซอกเป็นรักแรกของเขา  เขาคาดหวังไว้สูงว่าผลมันจะต้องออกมาตรงที่ใจหวัง 


ทั้งๆที่คิดว่ามันจะไม่เจ็บปวด  แต่มันเร็วเกินไป  เขาทำใจไม่ทัน


โทรศัพท์มือถือของจงอินพังเพราะโดนน้ำฝน  เขาขาดการติดต่อกับเพื่อนๆไปเลย  เซฮุนมาหาที่บ้านแต่เขาก็ปฏิเสธไม่อยากเจอ  อ้างว่าไม่สบายไม่อยากให้เพื่อนมาติดไข้หวัดแล้วไล่เซฮุนกลับบ้าน  คนเป็นแม่ส่ายหน้าเอือมระอา  อยากจะจับมานั่งคุยกันให้รู้เรื่องว่าเป็นอะไร  แต่ถ้าจงอินไม่อยากพูดเธอก็จะไม่ซักไซ้ด้วยรู้จักนิสัยลูกชายดี 


ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะหายดีกลับมาเป็นคิมจงอินคนเดิม  คนที่ยิ้มขึ้นมาง่ายๆเพราะเห็นหมายืนเบ่งอึข้างถนน  คิมจงอินคนที่ไม่แยแสต่ออะไรทั้งสิ้น  คิมจงอินที่เป็นรุ่นน้องที่พี่มินซอกเอ็นดู  ถ้าได้พบกันอีกครั้งพี่มินซอกยังเอ็นดูเขาแบบนั้นไหม  หรือจะเป็นเขาเองที่จะเคยเหลี่ยงไม่ไปให้เห็น


เหมือนจะเข้มแข็งขึ้นแต่เปล่าเลย  จิตใจเขาอ่อนแอเหลือเกิน  ความหวังพังทลาย  แต่เขาโกรธพี่มินซอกไม่ลงพี่เขาไม่ได้ผิดอะไร  พี่มินซอกมีสิทธิ์จะปฏิเสธความรักโง่ๆแบบนี้อยู่แล้ว  เป็นเขาเองที่ไม่ระวัง  ไม่ระวังว่าตัวเองอาจจะเจ็บเจียนตายเช่นในวันนี้


“มึงมันบ้าจงอิน  มึงมันบ้า”  ยกสองมือขึ้นดึงทึ้งผมตัวเอง  ถึงแม้จะเจ็บแต่ก็ไม่เท่าใจเขาที่มันสลายไป


จงอินยังเด็กเกินไปที่จะจัดการกับความรู้สึกขุ่นมัวในใจ  เขาหาทางออกไม่ได้  เขาเสียใจ  หลับตาลงทีไรภาพแผ่นหลังเล็กที่เดินห่างออกไปกลับมาย้อนทำร้ายเขาทุกที  


อยากลืมยิ่งจำ  ยิ่งจำฝั่งลึกลงในใจที่กำลังจะพัง


คนเป็นแม่ยืนมองลูกชายอยู่นานแล้ว เห็นทุกการกระทำที่ลูกชายสุดที่รักทำ  เพิ่งรู้ว่าวันนี้จงอินกำลังเสียความเป็นตัวเอง  รู้สึกเจ็บในอกเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรลูกได้เลย  ได้แต่มองลูกที่กำลังเจ็บปวด  แต่เธออยากให้จงอินได้เรียนรู้  ก่อนที่จะเป็นผู้ใหญ่กว่านี้


แม่ของจงอินวางมือลงบนบ่าของลูกชาย  บีบเบาๆหวังจะให้กำลังใจ  เธอไม่ได้พูดอะไรนอกจากทำเพียงยิ้มอ่อนๆให้ลูกชายที่ช้อนตาขึ้นมองคนเป็นแม่


จงอินเอี้ยวตัวเข้าสวมกอดเอวแม่  เขาซุกหน้าลงตรงหน้าท้องของแม่  ไหล่ไหวเบาๆให้ได้รู้สึกว่าจงอินกำลังอ่อนแอ  แม่กอดเขาตอบ  ลูบหลังเบาๆเหมือนตอนที่เขายังเป็นเด็กน้อยงอแงเพราะไม่อยากไปโรงเรียน 


“ร้องทำไมกัน  โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วนะ”  แม่พูดขึ้นกลั้วหัวเราะ 


“.....”


“แม่ไม่รู้หรอกนะว่ามันเรื่องอะไร  แต่จงอินของแม่ต้องเข้มแข็งนะ”


“.....”  จงอินยังคงเงียบ  แต่ก็พยักหน้าเบาๆให้แม่รับรู้ว่าเขาฟังอยู่


“เลิกร้องไห้แล้วออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนแม่ดีกว่า...  ให้เวลาแต่งตัวสิบนาทีนะเจ้าลูกหมี”  แม่ผละตัวออกแล้วหยีผมจงอินจนยุ่งไปหมด  ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินจากห้องไป


“อย่างน้อยแม่ก็รักกูล่ะนะ”  พูดจบก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา  แต่งตัวใหม่แล้วเดินออกไปหาแม่ที่นั่งรออยู่


ไม่รู้จะลืมเรื่องราวในวันนั้นได้เมื่อไร  แต่จงอินขอจดจำเพียงแค่รอยยิ้มสดใสที่พี่มินซอกเคยส่งมาให้ก็พอ





#ฟิคซิ่วซอก





ตอนนี้มินซอกรู้สึกว่าภายในห้องนอนของเขากำลังถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกก้อนเมฆดำทะมึน  หลังจากที่พี่ชายฝาแฝดไปรับเขาจากที่เรียนพิเศษ  ระหว่างทางกลับบ้าน
คนพี่ก็ไม่คุยอะไรกับเขาอีกเลยนอกจากพูดแค่ว่า


 “นั่งดีๆล่ะ”


มินซอกคิดแล้วคิดอีกว่าไปทำอะไรให้พี่ชายฝาแฝดไม่พอใจเขา  หรือพี่นั่งรอนานเกินไปจนหิวเลยพาลมาโมโหมึนตึงใส่เขาแบบนี้  อยากจะถามนะถ้าหากไม่ติดว่าอีกคนเอาแต่เชิดหน้าหนีกันแบบนี้  แต่ก็นั่นแหละ  เพราะเป็นพี่ชาย  เป็นคนที่เขารัก  จึงได้เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆคนที่เอาแต่ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับแล้วเอาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของคนพี่


“เป็นอะไรเนี่ย”  ทำเสียงออดอ้อนน่ารักแล้วถูแก้มไปมากับไหล่ของคนพี่


“....”  ทำเป็นเงียบแต่ภายในใจกลับโห่ร้องอยากให้คนทั้งโลกมาเห็นมินซอกเวลาทำตัวอ้อนแบบนี้


“จะไม่บอกกันหน่อยหรอ  ง้อไม่ถูกเลยนะ”  เพิ่มลูกตื้อเข้าไปอีกด้วยการสอดแขนเข้าไปเกาะเกี่ยวกับแขนของอีกคน


“เหอะ!  ทำอะไรลงไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”  เอ่ยตอบแบบที่พยายามเก๊กให้ได้มากที่สุด  จะไม่ยอมแพ้ให้กับการอ้อนแบบนี้ของแฝดน้องเด็ดขาด


“เอ้า  ถ้ามินรู้  มินจะถามทำไม” 


“อย่ามาเฉไฉ  เห็นนะว่าแลกเบอร์กับไอ้หูกางนั่นอะ”


“หูกาง?...”  มินซอกทวนคำพี่ชายก่อนจะร้องอ๋อออกมา  “ชานยอล...”


“จะชานยอลชานย่าอะไรก็ไม่รู้อะ  ทำไมต้องให้เบอร์มันด้วย” 


“...”  มินซอกยิ้มเผล่  ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดีถึงจะไม่ทำให้อีกคนโมโหมากไปกว่านี้


“ไม่ต้องมายิ้มเลย  ไหนหาเหตุผลมาชี้แจงให้พี่เข้าใจหน่อยสิ”  คนเป็นพี่พูดพร้อมเชิดหน้า  สองแขนยกขึ้นกอดอก


“ก็เพื่อนกัน”  มินซอกตอบสั้นๆด้วยเสียงอ่อยๆ  แล้วช้อนตามองเสี้ยวหน้าของพี่ชายฝาแฝด


“ไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนพุชอินบูท”  พูดจบก็เชิดหน้าหนีอีกครั้ง  ไม่อยากจ้องคนน่ารักที่นั่งอยู่ข้างๆนี้นานเกินไป  กลัวใจอ่อน


เมื่อเห็นว่าคนพี่ยังไม่ยอมใจอ่อนเสียที  จึงได้ผละออกจากคนพี่แล้วเอื้อมมือไปกอบคุมแก้มนิ่มของคนพี่  ออกแรงนิดหน่อยให้ซิ่วหมินหันหน้ามามองที่เขา  มินซอกจ้องตาอีกคน  ซิ่วหมินทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งนิ่งๆรอดูว่าน้องชายฝาแฝดจะทำแบบไหน


“พี่รู้ไหม  คนอื่นแค่ได้เบอร์มือถือมินนะ...”  มินซอกหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วสูดหายใจลึกๆให้กำลังใจตัวเองก่อนจะพูดต่อ


“แต่พี่ได้มากกว่าคนอื่น”  พูดจบก็ก้มหน้างุด  เขินความคิดตัวเองจนพูดต่อไปไม่ได้


“ได้มากกว่าคนอื่น?  หมายความว่าไง”  ซิ่วหมินถามขึ้นอย่างงงๆ  อยู่ๆก็สมองก็โล่งจนคิดตามไม่ทัน


มินซอกเงยหน้าคนมองซิ่วหมินอีกครั้ง  จ้องดวงตารีเรียวสีน้ำตาลนั้นอย่างสื่อความหมาย  เม้นปากเป็นเส้นตรงอีกครั้งแล้วค่อยๆขยับดวงหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้ๆอีกคนจนลมหายใจกระทบกัน  ซิ่วหมินคล้ายจะลมหายใจสะดุด  ทำตัวไม่ถูกนั่งเกร็งไปหมด  มือไม้ไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหนได้แต่กำแน่นจนเปียกชื้น


มินซอกเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกชนกัน  สองตากลมค่อยๆปรือลงพร้อมกับกดริมฝีปากอิ่มลงที่อวัยวะเดียวกันของซิ่วหมิน  กดจูบย้ำๆจนอีกคนเริ่มมีการตอบสนอง  กดจูบดูดดึงริมฝีปากล่างของเขาจนต้องเผยอปาก  ไม่ได้เผลอไผลแต่ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น


จากที่คนน้องเป็นฝ่ายเริ่ม  ตอนนี้คนที่คุมเกมคือซิ่วหมิน  เขาค่อยๆกดไหล่อีกคนนอนราบลงไปกับเตียง  มินซอกโอบรอบคอของคนบนร่างเอาไว้เพื่อรักษาระยะความแนบชิด  ริมฝีปากอิ่มของทั้งยังคงดูดดึงกันอยู่ไม่มีใครยอมใคร  ในทีแรกมินซอกทีดูเหมือนลูกกระรอกน้อยถูกไล่ต้อนจนมุม  แต่ก็พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นแมวยั่วด้วยการดูดดึงลิ้นของซิ่วหมินจนอีกคนครางอื้อออกมา 


ซิ่วหมินสอดมือข้างที่ถนัดเข้าไปที่ใต้เสื้อยืดสีเข้มของมินซอก  ลูบวนบนผิวลื่นมือของอีกคนไปมา  ปัดป่ายโดนยอดอกที่แสร้งทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะให้โดน  แกล้งลากมือผ่านจุดนั้นหลายต่อหลายครั้ง  มินซอกจะเอียงหน้าหนี  แต่มือซ้ายอีกข้างที่ว่างของซิ่วหมินกลับจับปลายคางของอีกคนให้หันกลับมา  กดจูบอีกครั้งแล้วผละออก  มองดวงหน้าขาวนวลที่ขึ้นสีระเรื่อของแฝดน้องแล้วนึกเอ็นดู  จึงฝังปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มนิ่มแล้วสูดดมความหอมจนเต็มปอด


มินซอกหายใจถี่  รีบกอบโกยอากาศเข้าปอด  หัวใจเต้นรัวเร็วจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน  แก้มคงแดงปลั่งเป็นผลสตรอเบอร์รี่  มือข้างหนึ่งยังคงเกาะเกี่ยวรอบคอคนพี่เอาไว้  ส่วนอีกมือนั่นกำผ้าปูที่นอนแน่น 


ซิ่วหมินใช้แขนสองข้างยันตัวขึ้น  มองคนน่ารักตรงหน้าแล้วหลุดยิ้ม  แก้มแดงๆ  ปากกระจับสวยก็แดงๆ  ปลายจมูกรั้นนั้นก็แดง  หูก็แดง  มันน่าฟัดน่ากัดไปหมด  ยิ่งเห็นมินซอกแลบลิ้นเลียริมฝีปากยิ่งรู้สึกเหมือนโดนกระตุ้น 


“มองอะไรนักหนา”  มินซอกพูดขึ้นในตอนที่รู้สึกว่าถูกมองนานมากเกินไปจนทำตัวไม่ถูก  แต่มือข้างที่โอบคอพี่ไว้กลับลูบเบาๆบนกลุ่มผมสีเข้มของคนพี่


“มองเด็กแก้มแดงเหมือนตูดลิง”  ว่าจบก็ขยับมือขึ้นไปหยิกแก้มนิ่มเบาๆเป็นเชิงหยอกล้อ


มินซอกไม่ได้ตอบอะไรนอกจากกลั้นยิ้มแล้วเอียงหน้าหลบ  ยกมือข้างที่เพิ่งขยำผ้าปูที่นอนขึ้นมาปิดหน้าแก้เขิน  ส่วนอีกมือที่กอดคอพี่ไว้หลวมๆก็เปลี่ยนมาผลักอกอีกคนให้ออกห่าง  เริ่มเองอายเองให้ตายเถอะ 
มินซอกไม่รู้ว่าเอาความกล้าที่ไหนไปทำแบบนั้น  ตอนที่ค่อยๆประทับริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของซิ่วหมิน  ความประหม่ามันหายไปหมด  มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนโน้มลงให้จมไปกับเตียง


“ลุกออกไปได้แล้ว  หนักจะตาย”  ออกแรงผลักเพิ่มขึ้นแต่แฝดคนพี่ก็ยังขืนตัวไปไม่ผละออกไปเสียที


“คิดว่าจะยอมลุกออกไปง่ายๆหรอ...”  พูดพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปอยู่ในตำแหน่งใบหูของแฝดคนน้อง  “คิดผิดแล้วล่ะ”


ไม่เพียงแค่พูดกระซิบยังแถมการเบาลมเบาๆให้อีกคนได้ขนลุกซู่  มินซอกใช้มือสองข้างยันอกคนพี่เอาไว้  แต่ก็ไม่เป็นผล  มือไม้เขาอ่อนไปหมด  เกินความวูบโหวงที่ท้องน้อย  สัมผัสเปียกชื้นที่ซอกคอทำให้รู้สึกจั๊กจี้  มือที่คอยยันอกอีกคนเปลี่ยนมากำเสื้อของซิ่วหมินไว้แน่น


ซิ่วหมินเลื่อนมือลงมาสารวนที่หัวกางเกงยีนส์ของแฝดคนน้อง  แต่ก็ต้องชะงักเพราะอีกคนจับมือของเขาเอาไว้  เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เจอเข้ากับลูกแมวที่กำลังส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนมาให้


เขาทำเพียงส่งยิ้มให้แล้วเอื้อมมือขึ้นไปลูบผมอีกคน  เลื่อนตัวขึ้นนิดนึงเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน  ก้มลงจูบเบาๆที่ปลายจมูกรั้นของคนน้องแล้วผละออก  มองดวงหน้าหวานอิ่มแล้วก็อดใจไม่ไหว  ฟัดแก้มมินซอกไปอีกหลายที


“เลิกน่ารักได้ไหมมินซอก”  ซิ่วหมินพูดขึ้นพร้อมกลับคลอเคลียที่ข้างแก้มของมินซอกไปมา


“....”


“พี่รักมินซอกจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วนะ”


“...”


เห็นอีกคนเงียบไปก็คิดว่าคงช็อคจนตัวแข็งทื่อ  ไม่หือไม่อือไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ  นอนนิ่งเป็นตุ๊กตาทำตาปริบๆ  ริมฝีปากเผยอออกจนเห็นฟันกระต่ายคู่หน้าเล็กน้อย  เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด  ซิ่วหมินเม้มปากแล้วหันหน้าหนี  เขาหลุดปากออกไปแล้ว  น้องคงตกใจแน่ๆที่พี่ชายฝาแฝดอย่างเขาบอกรักน้องชายฝาแฝดตัวเองแบบนี้


แฝดคนพี่ยันตัวลุกขึ้นผละออกจากการค่อมคนน้อง  เขานั่งลงที่ขอบเตียงข้างๆร่างเล็กของคนน้องที่ยังคงนอนอยู่ท่าเดิม  ซิ่วหมินนั่งค้อมตัวเอาศอกค้ำไว้ที่หัวเข่า  สองมือยกขึ้นลูบหน้าแล้วเสยผมแรงๆ  มินซอกจะรู้สึกอย่างไร  ทำไมถึงได้เผลอหลุดคำพวกนั้นออกมาทำให้น้องลำบากใจ  ซิ่วหมินก่นด่าตัวเองในใจไปหลายคำ


“พี่ขอโทษ  อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ”  ซิ่วหมินเอ่ยขึ้นเสียงเบา  เมื่อรู้สึกได้ว่าอีกคนขยับตัว


“ขอโทษเรื่องอะไรหรอ?”  มินซอกลุกขึ้นนั่ง  แล้วจับมือของคนพี่ที่ประสานกันเอาไว้


ซิ่วหมินเงยหน้าขึ้นแล้วเอียงคอมองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน  แล้วเสสายตาไปมองมืออีกคนที่ลูบวนบนหลังมือของเขา  คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบชนกันเป็นเส้นเดียว  ไม่เข้าใจการกระทำอ่อนโยนของมินซอกเลยสักนิด  น้องต้องโกรธแล้วลุกหนีออกไปไม่ใช่หรือไง


“พี่ฟังดีๆนะ  พี่ก็รู้ว่ามินไม่ใช่คนพูดมาก  ไม่ใช่คนที่แสดงออกเก่งเหมือนพี่  แล้วมินก็ไม่ได้โกรธอะไรทำไมต้องขอโทษ  หื้ม  ตอบได้ไหมฮะ  ทำไมต้องขอโทษ  ในเมื่อ...”


“...”


“ในเมื่อมิน...  มินก็รักพี่เหมือนกัน”


“ห้ะ!!”  ซิ่วหมินร้องขึ้นเสียงดัง  หันควับไปมือหน้าอีกคนที่ต้อนนี้แก้มแรงลามไปถึงหู 


“ก็บอกว่ารักเหมือนกันไง!!”  มินซอกก็ตะโกนกลับไปอย่างเหลือทน  เขาเขินจนจะเป็นบ้าแล้วทำไมไอ้พี่บ้านี่ถึงได้หูตึงนักนะ


มินซอกลุกขึ้นยืนกำลังจะก้าวออกไปจากห้องแต่ก็ถูกซิ่วหมินจับชายเสื้อยืดแล้วกระตุกจนเขาหงายหลังลงที่เตียงอีกครั้ง  สองขาของมินซอกยันกายตัวเองเพื่อจะหนี  แต่อีกคนกลับดึงมันแล้วขึ้นมานั่งค่อมบนตัวของเขาอีกครั้ง


“จะหนีไปไหน...  มาทำต่อให้มันเสร็จดีกว่า”  ซิ่วหมินยกยิ้มอย่างคนมีชัย  แล้วทำท่าจะปลดกางเกงลง


“ไอ้พี่บ้า...  อ่ะ  อื้อออ  ไม่นะ  อื้อออออออออ”


 

- จบ -

 

จบแล้ว จบจริงๆ  

 







 

สำหรับใครที่สนใจสั่งจองฟิค

คลิก >>   รายละเอียดสั่งจองฟิค  ได้เลยนะคะ

 ขยายเวลาไปจนถึง 15 กันยา 

 

พิเศษสุดๆ เอาใจคนที่สั่งจองฟิคและแจ้งโอนเงิน

มีสิทธิ์ลุ้นรับของขวัญพิเศษจาก VERYTIM ด้วยน้า

 

 

อย่าลืมคอมเม้น+สกรีมแท็กนะคะ

 #ฟิคซิ่วซอก 

 

สอบถามเพิ่มเติม พูดคุย คิดตามความคืบหน้าของฟิค

แอบดูสปอยด์ตอนพิเศษได้ที่ทวิตเตอร์ @_VERYTIM นะคะ

 

ขอบคุณที่ติดตามกันจนถึงตอนจบค่ะ 


รักน้า.





© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #73 lumini (@MahMiaMin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 21:20
    จบแล้ววว ขอบคุณที่แต่งฟิคซิ่วซอกค่ะ ดีใจที่ขขายเวลาสั่งจอง ตอนนี้ช่วงกำลังใช้เงิน ^^
    #73
    0
  2. #69 lumini (@MahMiaMin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 17:17
    ถึงจะเจ็บแค่ไหน แต่ก็ต้องทำใจให้ได้น้าาาาาลู่หาน จงอิน :)
    #69
    0
  3. #68 Amsumo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 10:44
    สงสารจงอินจังคงจะรักเค้ามากส่วนลู่หานก็เขั้มแข็งนะตัดใจได้
    #68
    0
  4. #67 Yogurt osis (@pope18) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 21:07
    เจ็บทั้งสองฝ่ายยย เจ็บทั้ง ลู่หาน เจ็บทั้ง จงอิน เลาสงสารรรร
    #67
    0