[สนพ.Inlove] PASSIONATE BOSS ซาตานร้ายขยี้รัก

ตอนที่ 2 : PASSIONATE BOSS : CHAPTER 1 >> DAY CARE [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    23 ก.พ. 58





CHAPTER 1

Day Care
















เป็นครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสได้มายืนอยู่บนชั้นผู้บริหาร แถมยังต้องมายืนอยู่หน้าประตูห้องท่านประธานอีกด้วย แน่นอนว่าอะไรที่เป็นครั้งแรกมันมักจะน่าตื่นเต้นเสมอ แต่การมาพร้อมจุดประสงค์บางอย่าง มันไม่น่ายินดีเหมือนตัวเองจะได้เลื่อนตำแหน่งหรอกนะ เพราะความอึดอัดที่ฉันกำลังเผชิญอยู่มันมากับข่าวร้ายต่างหาก

แฟ้มที่ถืออยู่ในมือเป็นตัวบ่งบอกถึงลางร้ายที่จะเกิดขึ้น ระบุชื่อแฟ้มชัดการว่าเป็นโครงการเดย์แคร์ ซึ่งผู้บริหารคนใหม่ก็เพิ่งประกาศกับฉันไปไม่นานว่ามีแนวโน้มสูงที่เขาจะปิดโครงการนี้ซะ อะไรกัน ทั้งที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน แถมยังไม่ทันเข้าห้องทำงานตัวเองด้วยซ้ำ แล้วเขาจะรู้เหรอว่าโครงสร้างในบริษัทมันควรไปในทิศทางไหน คือรู้นะว่าอยากวางมาด แต่ก็น่าจะมีเหตุผลหรือเปิดโอกาสให้พนักงานคนอื่นออกความเห็นบ้างสิ ไม่ใช่เอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่แบบนี้

คุณชาไนยเป็นคนไม่รักเด็กหรือยังไงกัน!

คงไม่ใช่เพราะเรื่องที่เกิดในลิฟท์ ทำให้เขาเคืองธีออนกับฉัน เลยพาลปิดโครงการเดย์แคร์หรอกนะ

อืม แต่ก็ไม่น่าใช่... เขาเป็นถึงนักธุรกิจระดับพันล้าน คงไม่ใช้เหตุผลปัญญาอ่อนขนาดนั้นหรอกมั้ง

คุณชาไนยอนุญาตให้คุณเข้าพบได้เลยค่ะเลขาสาวหน้าห้องเอ่ยเรียกสติฉัน ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง

มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ก็เขาเป็นคนสั่งให้ฉันเอาแฟ้มโครงการเดย์แคร์มาให้ไม่ใช่หรือไง นี่เขาจะรู้บ้างไหมว่าฉันต้องเสียสละเวลาแค่ไหน พี่เบญโทรตามยิกๆ โดยไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหัวหน้ากำลังตามหางานจากฉันอยู่

เฮ้อ! โดนหัวหน้าหมายหัวแล้วสิที่นี้ 

พอยืนถอนหายใจเสร็จ ฉันก็เปิดประตูเข้าไปในห้องพร้อมกับภาวนาให้คุณชาไนยเปลี่ยนใจ เนื่องจากศูนย์เดย์แคร์เป็นประโยชน์กับฉันและคุณแม่คนอื่นๆ มากจริงๆ

ฉันเอาแฟ้มโครงการเดย์แคร์มาให้ค่ะฉันใช้น้ำเสียงเรียบ และค่อยๆ นำแฟ้มเอกสารเข้าไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณชาไนย

เสร็จแล้วก็ออกไปได้เจ้านายคนใหม่พูดโดยไม่มองหน้าฉัน ซ้ำยังคร่ำเคร่งกับการเปิดหน้าเอกสารไปมาราวกับฉันเป็นอากาศธาตุ คือมันก็หมดหน้าที่ของฉันแล้วจริงๆ นั่นแหละ แต่เพราะมีเรื่องที่ต้องพูด ฉันก็เลยออกไปตอนนี้ไม่ได้

คุณชาไนย มีแผนจะยกเลิกโครงการเดย์แคร์จริงๆ เหรอคะฉันสินใจถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม ทว่าหลังจากสิ้นเสียง แม้คุณชาไนยจะเงยหน้ามาสบตาฉัน แต่เขาก็ยังไม่เปิดปากตอบมาในทันที

ผู้ชายอะไร... สายตาดุเป็นบ้าเลย!

ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเธอโห ตอบแบบนี้ไปไม่ถูกเลย

ฉันทราบค่ะ แต่ฉันอยากจะพูดในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงนี้เหมือนกัน ถ้าหากคุณต้องการยกเลิกจริงๆ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะบอกเหตุผลให้พนักงานคนอื่นได้รับรู้ด้วยไม่ใช่เหรอคะฉันรู้สึกถึงความไม่สมเหตุสมผลของเจ้านายคนใหม่ ในเมื่อเขาเพิ่งเข้ามารับช่วงแทนท่านประธาน ก็น่าจะดูแลแค่ในส่วนของการบริหาร ไม่ใช่มายุ่งกับโครงการของท่าน ด้วยการออกคำสั่งยกเลิกกะทันหันแบบนี้

แล้วเธอคิดว่าโครงการนี้มีข้อดียังไงเขาถามกลับฉันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคำถามที่ไร้สาระ ในเมื่อเขาอยากรู้ความเห็นของฉัน... ฉันก็จะตอบไปตามตรง

เดย์แคร์เป็นสวัสดิการสำหรับพนักงานที่มีลูกเล็ก แต่ไม่สามารถหาเนอสเซอรี่ที่น่าเชื่อถือหรือมีราคาถูกที่ไหนได้ และยิ่งเป็นแม่ลูกอ่อนที่ยังต้องให้นมลูก พวกเธอก็จะมีโอกาสให้ลูกได้ดื่มนมในช่วงพักกลางวันด้วย... คุณก็คงรู้ดีว่านมแม่สำหรับเด็กมันสำคัญขนาดไหนใช่ไหมคะ ดังนั้น ฉันคิดว่าคุณควรเล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ เพราะอย่างน้อยๆ พวกคุณแม่ลูกอ่อนก็จะได้ลดโอกาสในการขาดลางานจากปัญหาของการเลี้ยงลูกด้วยพูดจบ ฉันหันกลับมายืนจ้องหน้าคุณชาไนย แต่ก็เพิ่งรู้นะ ว่าเมื่อกี้ฉันเอาแต่สาธยายอะไรสักอย่าง โดยที่คนฟังไม่ได้ให้ความสนใจเลย

เอ่อ... คุณฟังฉันอยู่หรือเปล่าคะเขานั่งไขว่ห้าง เอาหลังพิงเก้าอี้ด้วยหน้าตาเฉยเมย

ที่เธอพูดมา มีเรื่องไหนที่บริษัทจะได้ประโยชน์บ้าง

เอ๊ะ! เขาโยงไปถึงเรื่องผลประโยชน์ทำไม

คุณไม่ควรเอาผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานฉันชี้แจง

อะไรที่ทำให้ฉันต้องเสียกำลังทรัพย์ไปโดยไม่ได้ประโยชน์กลับคืนมา มันก็เหมือนเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าว่าแล้ว ก็เอื้อมมาหยิบเอกสารโครงการเดย์แคร์มาเปิดอ่าน

จากข้อมูลในแต่ละปี ทางบริษัทต้องจ่ายเงินเพื่อดูแลโครงการเดย์แคร์ไปเป็นสิบๆ ล้าน ทั้งที่ดัชนีหุ้นทางตลาดหลักทรัพย์ กับยอดขายทั่วโลกก็ยังนิ่งอยู่...” คุณชาไนยเลิกคิ้วขึ้นสูง กางหน้าเอกสารออกแล้วโยนมาให้ฉัน ก่อนจะเอ่ยต่อถ้าเกิดว่าสวัสดิการนี้มันให้ประโยชน์กับพนักงานมากขนาดนั้น ก็น่าจะเกิดแรงกระตุ้นให้สร้างรายได้ของบริษัทในแต่ละไตรมาสให้มากกว่านี้ถูกไหม

แต่มันคนละประเด็นกันนะคะฉันตอบกลับทันควัน และบอกตามตรงว่าฉันเริ่มมีน้ำโหแล้ว ถามจริง! คนที่มีทัศนคติแบบนี้ มาจัดการเรื่องบริหารได้ยังไง พนักงานทุกคนพยายามทำงานเพื่อบริษัทอย่างเต็มที่ ฉะนั้น การมีสวัสดิการที่ดี ก็จะทำให้ทุกคนเชื่อใจในบริษัทและรักในงานที่พวกเขาทำมากขึ้น คือ... มันเป็นเรื่องของการตอบแทนกันและกัน เมื่อพนักงานตั้งใจทำงานเพื่อบริษัท คุณก็ควรทำเพื่อพวกเขาบ้างเหมือนกัน

แปลว่าถ้าฉันยกเลิกเดย์แคร์ไปแล้ว พวกเธอจะพาลไม่ทำงานให้บริษัทงั้นสิ

มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะให้ตาย เรื่องชักไปกันใหญ่แล้วนะ

เธอชื่ออะไรอ่าว พอฉันจะหาทางอธิบายต่อ ก็ถามชื่อกันเฉยเลย

เขาตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง หรือไม่ก็เคืองอะไรอยู่แน่ๆ

ฉันยืนลังเลที่จะตอบ แต่ในเมื่อคุณชาไนยเป็นถึงเจ้านาย ฉันก็ควรบอกไป แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะถามชื่อฉันไปทำไม มันก็ยังดีกว่าทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าเขาล่ะนะ

เพลินดาวค่ะ

ทำงานที่นี่มากี่ปีแล้ว

ประมาณสามเดือนค่ะฉันหยุดคิดเอ่อ... ฉันเพิ่งมาสมัครบริษัทนี้หลังจากเรียนจบ

ถ้างั้น อายุคงไม่เกินยี่สิบห้าฉันพยักหน้าตอบ เพราะตอนนี้ฉันมีอายุยี่สิบสามปี แสดงว่าเธอคงมีลูกทั้งที่ยังเรียนไม่จบมหาลัยสินะ

เอ๊ะ!” ฟังเหมือนเป็นคำพูดลอยๆ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันเป็นคำพูดหยาบคายนักล่ะ

สามีของเธอทำงานบริษัทอะไรเดี๋ยวก่อน นี่เขาไม่คิดว่าตัวเองกำลังถามฉันในเรื่องส่วนตัวเกินไปหรือไง

ฉันแยกทางกับสามีแล้วค่ะเอาล่ะ น้ำเสียงฉันเริ่มเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองแล้ว

ถ้าให้เดา หมอนั่นคงทิ้งไปตั้งแต่รู้ว่าเธอท้องแล้วสินะ

คุณชาไนย!” ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ ฉันถึงกลับหันไปมองเจ้านายคนใหม่ด้วยความตกใจ

ไม่อยากเชื่อเลย ผู้ชายคนนี้สามารถพูดเรื่องของคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนั้นได้ยังไง

ดูจากหน้าตาเด็กคนนั้น สามีของเธอต้องเป็นชาวต่างชาติแน่ๆคุณชาไนยแค่นเสียงหัวเราะ ซึ่งฉันก็ไม่เถียงในการคาดเดาของเขา เพราะหน้าตาของธีออนที่ออกไปทางลูกครึ่งฝรั่ง ต่อให้ใครมองก็รู้ว่าพ่อของเขาเป็นชาวต่างชาติ  

แล้วทำไมคุณต้องมาพูดเรื่องสามีกับลูกชายของฉันด้วยล่ะคะ

ฉันแค่อยากรู้ว่าครอบครัวของเธอมีปัญหาอะไรมากนัก ถึงกล้ามายืนคัดค้านคำสั่งของฉันอยู่ได้ แต่เอาเถอะ เธอเพิ่งได้บรรจุทำงานที่นี่ได้ไม่นาน ถ้างั้นฉันจะไม่ใจร้ายถึงขนาดปล่อยให้เธอไปสมัครงานใหม่ แต่ถ้าความคิดของเธอกับฉันยังสวนทางกันอยู่ เห็นทีว่าฉันคงต้องพิจารณาในการรับเธอเข้าทำงานที่นี่อีกครั้ง

เขากำลังขู่ฉันอยู่นี่!

เฮอะ! เรื่องอะไรจะไปยอมกันเล่า

แต่คุณก็ต้องฟังความเห็นของบอร์ดบริหารด้วยไม่ใช่เหรอคะ โครงการนี้ถูกก่อตั้งโดยท่านประธาน คุณก็ควรให้ท่านได้รับทราบและจัดประชุมหารือเพื่อลงมติขึ้นมา ไม่ใช่พอคิดจะยกเลิกแล้วก็ลงมือทำทันทีฉันพยายามชี้แจงอีกครั้ง แต่ไม่รู้เพราะอะไร ยิ่งฉันพูด คุณชาไนยก็เริ่มเผยรอยยิ้มออกมา เรื่องที่ฉันพูดมันมีอะไรน่าขำหรือยังไง

หึ! เธอคงเป็นคนฉลาดพูดมาก จนไม่ทันรู้ว่าฝีปากตัวเองมันแส่หาเรื่องแค่ไหนพูดจบ คุณชาไนยก็หรี่ตามองฉันอย่างมีเลศนัยอย่าคิดอะไรให้มันยากเลย สำหรับฉัน ถ้าคิดจะทำอะไร ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าใครก็ขัดฉันไม่ได้

ทำแบบนี้ คุณก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเผด็จการ!” ฉันพูดสวนกลับไปโดยอัตโนมัติ

                “ใช่! ตอนนี้ฉันเป็นเผด็จการของบริษัทเจ้านายคนใหม่ก็ตอบกลับโดยไม่ใช่เวลาคิดสักนิด และถ้าเธอยังปากมากไม่หยุดออกความคิดเห็นอะไรต่อมิอะไร ฉันก็เป็นเผด็จการกับเธอด้วยเขาเอียงคอเล็กน้อย จากนั้นก็เลื่อนสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

                “มี... อะไรคะคำถามของฉันเต็มไปด้วยความระแวง และหวั่นใจเล็กน้อย

ครืน!!

จู่ๆ คุณชาไนยเลื่อนเก้าอี้ออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางขยับเสื้อสูทให้เข้าที่ จากนั้นก็ค่อยๆ เดินอ้อมโต๊ะมายืนอยู่ข้างฉัน ในระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว

คำสั่งของฉันจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ฉะนั้น ในบริษัทจะต้องไม่มีเด็กที่ไหนมาวิ่งเล่นอีก เข้าใจที่ฉันพูดไหมพูดจบ คุณชาไนยยื่นแฟ้มเอกสารมาให้ แต่ฉันยังไม่รับเอกสารมาทันที เพราะกำลังคิดว่ามันคือเอกสารอย่างที่ฉันเข้าใจหรือเปล่า

ถ้าเกิดมันเป็นเอกสารยกเลิกโครงการจริงๆ แล้วฉันจะพูดยังไงเพื่อให้คุณชาไนยเปลี่ยนใจ

ที่คุณออกคำสั่งแบบนี้ เพราะคุณยังไม่เคยมีลูกใช่ไหมคะ

ไม่รู้อะไรเข้าสิง แต่พอพูดออกไปแล้ว ฉันถึงมานึกขึ้นได้ว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เอามากๆ

ฉันกับเธอไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน... อย่าพูดจาลามปามกับฉันอีกเป็นอันขาดคุณชาไนยถลึงตาดุร้ายใส่ฉัน เอาแฟ้มนี่ไป แล้วก็ส่งให้ถึงผู้เกี่ยวข้องหรือคนดูแลโครงการเดย์แคร์ซะ เพราะในเนื้อความของเอกสารระบุไว้ชัดเจนว่าฉันต้องการยกเลิกโครงการนั่น

เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย!

ทำไมต้องเป็นฉันล่ะคะเอาเอกสารสำคัญมาออกสั่งให้ทำ เขาไม่มีความระแวงในตัวฉันเลยหรือไง

คุณชาไนยไม่ตอบทันที เขาเดินกลับไปที่โต๊ะ จนนั่งลงบนเก้าอี้แล้วถึงจะพูดออกมา

ฉันก็จะดูว่าเธอเชื่อฟังเจ้านายแค่ไหนฉันก็ไม่ยังไม่เข้าใจอยู่ดี กระทั่งได้รับคำอธิบายเพิ่ม ถ้าหากแฟ้มนั่นยังส่งไม่ถึงผู้ดูแลโครงการ ฉันจะหาเรื่องไล่ออกถูกคน

อะไรนะ! แบบนี้มันหาเรื่องให้ฉันนี่

คุณชา...”

ออกไปได้แล้ว

ฉันเหมือนถูกสตั๊นด้วยการโดนไล่ออกจากห้อง เป็นใครก็คงไม่หน้าทนอยู่ต่อหรอกใช่ไหม แล้วจะปิดประตูแรงก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนข้อหาแสดงกิริยาก้าวร้าวกับเจ้านาย น่าอึดอัดเสียจริง นี่ฉันต้องเอาแฟ้มยกเลิกโครงการเดย์แคร์ไปยื่นให้ผู้ดูแลจริงๆ เหรอ ถ้าไม่มีเดย์แคร์แล้วฉันจะทำยังไง ธีออนจะต้องไปอยู่ที่ไหน เดี๋ยวนี้ศูนย์ดูแลเด็กข้างนอกนั่นแพงจะตาย และอีกอย่าง คนที่ต้องรับหน้าที่เป็นหัวแรงหลักในการดูแลครอบครัวอย่างฉัน คงรับรายจ่ายเพิ่มไม่ได้หรอกนะ

ให้คิดยังไงฉันก็มืดแปดด้านอยู่ดี และเชื่อเถอะว่าพนักงานคนอื่นๆ ที่ต้องเอาลูกไปฝากไว้ที่เดย์แคร์ก็ต้องเดือดร้อนเหมือนกัน เจ้านายบ้าอำนาจนั่นไม่ได้รู้สึกหรือระอายใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำเลยหรือไง ว่ามาได้ว่าต้องรักษาผลประโยชน์ เขาเห็นพนักงานอย่างเราเป็นตัวอะไร

ฉันเดินออกมาจากห้องของคุณชาไนยได้ครึ่งทาง ก็หยุดเดินแล้วมือแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือ คิดไปถึงตอนที่แฟ้มนี้ถูกส่งไปถึงผู้เกี่ยวข้อง โครงการเดย์แคร์ก็จะถูกยกเลิกเพราะคำสั่งจากปลายปากกาคุณชาไนย ฉันมองยังไงมันก็ไม่ถูกต้อง และคงไม่มีใครยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่

ไม่มีทางซะหรอก... ฉันยอมให้โครงการนี้ยกเลิกไม่ได้!

แค่เอกสารยกเลิกไม่ถึงมือผู้เกี่ยวข้องก็พอ ส่วนเรื่องอื่นที่จะตามมา ค่อยรับมือทีหลังแล้วกัน!!

 







 

แผนกการขายแทบลุกเป็นไฟทันทีที่เจ้านายเห็นหน้าฉัน!

ก็แหงล่ะ เวลานี้มันก็ป่าไปเกือบเก้าโมงครึ่งอยู่แล้ว ฉันเลยเวลาพรีเซ็นงานขายไปเป็นชั่วโมง แถมยังเสียมารยาทด้วยการให้เจ้านายรออีก เป็นใครก็ต้องโกรธแหละ

พอได้ลากฉันเข้าห้องส่วนตัวได้ หัวหน้าก็สวดฉันยับอยู่พักใหญ่ ว่าไม่รับผิดชอบบ้างล่ะ ทำเสียงานบ้างล่ะ ทุกอย่างที่หัวหน้าพูดมันเต็มไปด้วยความผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าความภาคภูมิใจในงานที่ฉันรักษามันไว้ในตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา จะพังทลายลงด้วยความซวยจากการเจอเจ้านายจอมวางอำนาจนั่น และที่มันน่าเจ็บใจสุดๆ ก็เห็นจะเป็นตรงที่ฉันไม่สามารถบอกเหตุผลกับหัวหน้าไปตามตรงได้ว่าก่อนหน้ามัวไปทำธุระอะไรอยู่ ถึงได้มาสายเอาป่านนี้

แต่บอกไม่ได้หรอก... เพราะถ้าฉันเลือกที่จะเก็บแฟ้มคำสั่งยกเลิกโครงการเดย์แคร์ไว้ในมือ เรื่องที่ไปพบกับเจ้านายคนใหม่ก็ต้องถูกเก็บเป็นความลับเหมือนกัน!

 หลังจากโดนใบเตือนแปะไว้กลางหน้าผาก ฉันแทบหมดแรงเดินออกมาจากห้องหัวหน้า หมดแล้วความดีงามที่ฉันสั่งสมมา วันนี้มันเป็นวันวิปโยคอะไร ทำไมฉันถึงเจอแต่เรื่องไม่ดีแบบนี้เล่า งานล่าสุดก็โดนปฏิเสธ งานที่ค้างก็ยังไม่กระดิก บนโต๊ะของฉันเต็มไปด้วยงานที่รอวันสะสาง ชักอยากจะเอาหัวทุบโต๊ะทำงานสักทีสองที จะได้ไล่ความซวยออกไปซะบ้าง ได้เจอกับคุณชาไนยแค่วันแรกก็สร้างหายนะในชีวิตให้ฉันแล้ว

และถ้าวันต่อๆ ไปล่ะ! จะไม่หนักไปกว่านี้เหรอเนี่ย!!

โอ้ย! อยากจะบ้าตาย

เป็นอะไรไปยะ โดนหัวหน้าบ่นแค่นี้ ต้องทำเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างขนาดนั้นเลยเหรอฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน เมื่อได้ยินเสียงคนคุ้นเคยเดินเข้ามาพูดคุย

ก็มันรู้สึกผิดนี่คะ เพลินไม่เคยทำอะไรผิดพลาดขนาดนี้เลย พี่เบญก็รู้

รู้สึกตอนนี้จะไปช่วยอะไรได้ ในเมื่อเธอไม่ยอมมาให้ทันแต่แรกรุ่นพี่สาวยืนกอดอกมองฉันเขม็ง ตอนฉันโทรหา เธอบอกว่าใกล้จะถึงแล้ว แต่ไหงกลับมาสายได้ขนาดนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า

ก็คุณ...”

อ๊ะ! เกือบหลุดออกไปแล้ว

ก็อะไรพี่เบญถามซ้ำตามประโยคที่ฉันยังพูดไม่จบ แต่สุดท้าย ฉันก็ต้องเลี่ยงคำตอบไปอยู่ดี

ไม่มีอะไรค่ะ ครั้งนี้เพลินผิดเอง คราวหลังจะปรับปรุงตัวไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแน่ค่ะฉันปฏิญาณกับตนเอง

นี่ เพลินดาวพอพี่เบญเรียกฉันก็ขานรับ จากนั้นเธอจึงพูดต่อมีอะไรก็ปรึกษาฉันได้นะ

ปรึกษา? กับพี่เบญน่ะเหรอ

คนที่ต้องนิยามศัพท์ว่า พี่เบญรู้โลกรู้ อ่านะ ไม่ดีกว่า ถ้าบอกไปแล้วฉันกลัวว่าพอถึงวันพรุ่งนี้ ทุกคนในบริษัทจะรู้ข่าวเรื่องการยกเลิกเดย์แคร์เข้าแล้วจะพากันแตกตื่นเอา และพอถึงตอนนั้น บริษัทก็ต้องเกิดเรื่องใหญ่ จนอาจมีเรื่องของการประท้วง การก่อความวุ่นวาย เผลอๆ เจ้านายคนใหม่อาจได้รับผลกระทบเอาได้

อย่าคิดอะไรให้มันยากเลย สำหรับฉัน ถ้าคิดจะทำอะไร ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น... ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าใครก็ขัดฉันไม่ได้

เจ้านายคนใหม่ กับคำพูดแบบนั้นน่ะเหรอที่ฉันสมควรห่วง

ไม่ล่ะ! คนอย่างนั้นสมควรโดนเจอดีด้วยซ้ำ ถ้าคิดว่าไม่มีใครขัดเขาได้ ฉันลุยเดี่ยวไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา นอกจากเสียจากร่วมมือกับคนอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน

โอเค ถ้าไม่มีอะไรอยากพูด งั้นฉันไปทำงานต่อล่ะนะ

เดี๋ยวค่ะ! พี่เบญฉันร้องห้าม ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปหาเธอ ถ้าเพลินบอก พี่เบญต้องสัญญามาก่อนว่าจะช่วยเพลิน

อะไรกันยะ มีข้อเสนอด้วยเหรอพี่เบญมองหน้าฉันอย่างฉงนใจ สักพักก็เลิกคิ้วขึ้นสูงเหมือนกำลังใช้ความคิด ก่อนจะพูดตอบกลับมา งั้นก็ช่างเถอะ อ่าว! พูดจบก็เดินไปเฉยเลย

ไม่ได้การล่ะ...

เมื่อกี้ เพลินไปพบกับคุณชาไนยมาค่ะเพียงเท่านั้น พี่เบญก็หยุดชะงัก แล้วเดินถอยหลังกลับมาอย่างเร็ว

คุณชาไนย? เจ้านายคนใหม่ของเราน่ะเหรอเธอถามย้ำ พลางขมวดคิ้วในขณะที่คิดไปและรอคำตอบจากฉันไปด้วย ทำไมล่ะ เธอมีเรื่องอะไรที่ต้องไปพบเขา

สัญญามาก่อนสิคะ แล้วเพลินจะเล่าให้ฟังเรื่องอะไรจะบอกง่ายๆ

เออๆ ก็ได้เยี่ยมเลย สำเร็จไปอีกขั้นไหนๆ เธอก็เคยเป็นคนที่ฉันสอนงานให้ ถ้าเธอโดนตำหนิ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วย จริงไหมฉันอยากกระโดดกอดพี่เบญตอนนี้เลย ถ้าไม่กลัวคนอื่นจะมองว่าเราเป็นพวกไร้มารยาทอ่านะ

เดิมที ฉันคิดว่าถ้าเก็บแฟ้มยกเลิกโครงการไว้ ก็อาจจะหลีกเลี่ยงคำสั่งบ้าอำนาจของคุณชาไนยไว้ได้ แม้วิธีการจะไม่สมควร แต่ก็ดีกว่าให้โครงเดย์แคร์ถูกยกเลิกไปต่อหน้าต่อตา ทว่ามาคิดดูอีกที ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งคุณชาไนยก็ต้องรู้ว่าเป็นฝีมือของฉันอยู่ดี และพอถึงตอนนั้นฉันก็คงโดนไล่ออกแบบสายฟ้าแลบแน่ๆ แต่ถ้าในทางกลับกัน ฉันสามารถคิดทำอะไรที่มันถูกต้องได้ ก็คงต้องลองทำมันก่อน

รู้นะว่าเสี่ยง แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ


ประธานชาไนยหลังจากนี้ฉันกับคุณคงมีเรื่องต้องคุยกันอีกแน่ๆ!  











               



















































กดแอดแฟนที่คุณชาไนยเลยนะคะ ^^



Talk

เกิดเรื่องขึ้นตั้งแต่เริ่ม แล้วอย่างนี้เพลินดาวจะทำยังไงเน้อ
เจ้านายคนใหม่เผด็จการซะขนาดนั้น ส่วนอิมเมจน้องธีออน เปิ้ลมีแล้วน๊า
ไว้พาสหน้าอัพแล้วจะโพตให้ดูจ้า น่ารักน่าหยิก อยากได้เป็นลูกจริงๆ มากบอกเลย





 
 





 




 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,663 ความคิดเห็น

  1. #960 Gonegirl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 17:22
    ชาไนยปากร้ายเหลือเกิน
    #960
    0
  2. #826 pa_nuch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 19:31
    กรรมจิงๆๆๆ
    #826
    0
  3. #25 sugarstory23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:44
    ชาไนย นายจอมเผด็จการมาก นายโหดมากเลย ทำเอาชั้นตกใจกับนายมากเลย ถ้ามีผู้ชายแบบนี้นะ ไม่ไหวจริงๆ
    #25
    0
  4. #13 มายดี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:05
    เจิมมมมม แล้วคุณชาไนยจะหาจากที่ไหนน้าา
    #13
    0
  5. #12 hidekojewary (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:40
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #12
    0
  6. #11 hidekojewary (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:40
    เจิมมมมมมมมมมมมม
    #11
    0
  7. #10 hidekojewary (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:21
    เนื้อเรื่องชวนติดตาม อยากอ่านต่อแล้วอ่ะ ><
    #10
    0
  8. #8 suraya06 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:52
    คุณชาไนยร้ายตั้งแต่เริ่มเลยน่ะ
    #8
    0
  9. #7 stamp-1617 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 20:06
    เรื่องน่าติดตามมากค่ะ รออ่านต่อน้า
    #7
    0
  10. #6 มายดี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 14:54
    เจ้านายร้ายกาจมากกก
    #6
    0