[สนพ.Inlove] PASSIONATE BOSS ซาตานร้ายขยี้รัก

ตอนที่ 1 : PASSIONATE BOSS : PROLOGUE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 ก.พ. 58


 

 

Prologue



















            ในเช้าวันจันทร์ ถ้ายังขับรถอยู่บนท้องถนนตอนแปดโมง ก็เตรียมเผชิญชะตากรรมกับรถติดได้เลย เพราะนี่คือรสชาติของการทำงานที่ใครหลายๆ คนต้องเจอทุกวัน หญิงสาววัยยี่สิบสามปีรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะเธอเพิ่งเรียนจบและรับปริญญามาได้ไม่นาน ก็ต้องหางานทำซะแล้ว ทั้งที่เพื่อนคนอื่นๆ ยังคงเก็บตัวพักผ่อน รอเวลาหลังเรียนจบอีกสักปีสองปี ค่อยเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน แต่สำหรับเธอคงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไหนจะต้องหาเลี้ยงครอบครัว และยังต้องเลี้ยงดูลูกชายวัยสามขวบอีก

 เด็กชาย... ที่เธอต้องดูแลเขาในฐานะผู้เป็น แม่

เพลินดาว คือชื่อของเธอ ชีวิตหลังเรียนจบก็ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากตื่นเช้า ออกมาทำงานพร้อมกับลูกชาย โดยใช้รถเก๋งมือสองที่ซื้อต่อจากรุ่นพี่ที่รู้จักในราคาย่อมเยา และนอกจากนั้น บ้านที่เธออาศัยอยู่ปัจจุบันก็เคยเป็นของรุ่นพี่คนนี้เหมือนกัน แต่เมื่อหล่อนประกาศขาย ก่อนจะย้ายออกเพื่อไปแต่งงานกับชายหนุ่มเมืองเหนือที่คบหาดูใจกันมานาน มันจึงเข้าทางเพลินดาวพอที เพราะเธอก็ต้องการบ้านที่อยู่ห่างจากที่ทำงานไปไม่ไกลอยู่แล้ว

แม่ฮะ แว่นตาของเจมส์หายไปเด็กตัวน้อยร้องบอกเพลินดาวที่กำลังขับรถอยู่ ซึ่งในสภาวะรถติดแบบนี้ เพลินดาวก็คงได้แต่จดจ่อกับสภาพท้องถนน โดยไม่ทันได้สินเสียงลูกชาย

ธีออน เด็กน้อยวันสามขวบ ก้มมองหุ่นยนต์ทหารด้วยแววตาเศร้าสร้อย เนื่องจากมันไม่มีแว่นตาดำเหมือนแต่ก่อน เขาไม่รู้จักทำยังไง จึงต้องการขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่พอถูกเพลินดาวนิ่งใส่ เขาก็เริ่มทำหน้ามุ่ย และค่อยๆ เหลือบตามองผู้เป็นแม่อีกครั้ง

แม่ฮะ ธีออนเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น ผมต้องหาแว่นตาของเจมส์

น้องธี แม่ขับรถอยู่ เอาไว้ถึงบ้านแล้วแม่จะหาให้นะครับคำตอบนั้นทำให้ธีออนนิ่งไป เพราะถ้าแม่พูดแบบนั้น เขาก็จะไม่ถามอีก เด็กตัวน้อยเอาหุ่นยนต์สูงแปดนิ้วกอดไว้ ก่อนจะพูดกับมันเบาๆ

ไม่เป็นไรนะเจมส์ เดี๋ยวธีออนจะช่วยหาแว่นตาให้ เพลินได้เห็นพฤติกรรมของลูกน้อยก็แอบอมยิ้ม แม้ว่าธีออนจะพูดไม่ชัดในบางคำ แต่เธอก็ยังพยายามฟังให้เข้าใจ

ทว่าไม่นานก็มีบางอย่างเข้ามาทำให้เธอต้องละสายตาไปจากลูกชาย

Rrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋า เพลินดาวคิดว่าจะไม่รับเพราะกำลังขับรถอยู่ แต่ทันทีที่รถเริ่มติดอีกครั้ง เธอจึงจำใจคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับอย่างรวดเร็ว

สวัสดีค่ะ พี่เบญเพลินดาวเห็นชื่อบนหน้าจออยู่แล้ว จึงรู้ว่าใครโทรมา

โธ่ กว่าจะรับ... ฉันเห็นว่าเธอยังไม่ถึงที่ทำงานก็เลยแปลกใจ เพราะทุกทีเธอจะมาก่อนฉันเธอเอ่ยเสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ว่าแต่ ตอนนี้อยู่ไหนแล้ว

ใกล้ถึงแล้วค่ะพี่เบญ พอเลยแยกข้างหน้า เพลินจะเข้าทางลัด ไม่น่าเกินยี่สิบนาทีก็คงถึง

รีบหน่อยแล้วกัน วันนี้ผู้บริหารคนใหม่จะเข้ามาดูแลงานแทนท่านประธาน เห็นว่าจะตรวจการทำงานของทุกแผนกด้วย ท่าทางจะเป็นคนจริงจังเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ

อ่าว ไหนบอกว่าเป็นวันพรุ่งนี้ไงคะเพลินดาวจำได้ว่าหลายวันก่อนมีประกาศจากบริษัท เนื้อความชี้แจงถึงเรื่องที่ท่านประธานล้มป่วยกะทันหัน จึงลงมติให้จัดตั้งผู้บริหารงานแทนชั่วคราว ซึ่งวันที่บอร์ดบริหารจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ มันไม่ใช่วันนี้ หากแต่เป็นวันพรุ่งนี้ต่างหาก

นั่นน่ะสิ สงสัยจะไฟแรงน่าดู พอได้รับคำสั่งจากท่านประธาน ก็คงวางมือจากบริษัทสาขาย่อยในสิงคโปร์ บินตรงมาเพื่อบริหารสาขาใหญ่ทันที... ดูๆ ไป ฉันว่าลูกชายท่านประธานคนนี้ไม่ธรรมดาเลย

เอ๊ะ! เขาเป็นลูกชายท่านประธานเหรอคะเพลินดาวอุทานด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

โอ้ย เธอนี่ไม่เคยรู้อะไรเลยนะ เวลามีคนคุยเรื่องอะไรกัน ก็หาทางเผือกบ้างอะไรบ้าง จะได้คุยกับคนอื่นเขารู้เรื่องคำแนะนำของเบญจิรา ช่างเป็นแนวทางที่ดีจริงๆ เพลินดาวนึกประชดในใจ

หากให้พูดถึงเบญจิรา รุ่นพี่ที่ทำงานที่ทั้งสวยทั้งเก่ง แถมยังมีความมั่นใจในตัวเองสูงคนนี้ ตั้งแต่เพลินดาวเข้ามาทำงานแรกๆ เบญจิราเป็นคนช่วยสอนงานเธอ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะเบญจิราเป็นฝ่ายการตลาดที่มีเทคนิคเจรจาดีเยี่ยม สามารถเอาเป็นแบบอย่างได้ แต่ติดอยู่แค่เรื่องเดียวที่ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง นั่นคือเรื่องการเก็บความลับ ถ้าเรื่องไหนที่เบญจิรารู้เข้า ก็เตรียมเป็นขี้ปากของคนทั้งบริษัทได้เลย

เพลินใกล้ถึงแล้วค่ะ เอาไว้คุยกันอีกทีนะคะ

จ๊ะ รู้สึกว่าเมื่อกี้หัวหน้าจะคุยงานกับเธอด้วย อย่ามัวแต่ส่งธีออนล่ะ เดย์แคร์อยู่แค่ชั้นยี่สิบสอง ไว้พักเที่ยงแล้วค่อยไปหาก็ได้ เข้าใจไหมเบญจิราเอ่ยอย่างรู้ทัน เพราะเดย์แคร์ในสถานทำงาน เป็นที่ที่เพลินดาวใช้เวลาคลุกคลีอยู่รองจากโต๊ะทำงานเลยก็ว่าได้

เดย์แคร์ เป็นโครงการที่จัดให้มีศูนย์เลี้ยงเด็กภายในในบริษัท เพื่อมอบให้เป็นสวัสดิการของพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานหญิงที่มีลูกอ่อน แต่ประสบปัญหาคนทางบ้านไม่มีเวลาดูแล ลำพังตัวคุณแม่เองก็ต้องทำงาน จึงต้องหาที่ดูแลเด็กนอกบ้าน แต่ก็ต้องมาประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายของสถานเนอสเซอรี่ที่แพงหูฉีกอีก ดังนั้น บริษัทจึงจัดตั้งโครงการเดย์แคร์ขึ้นในที่ทำงาน ซึ่งเป็นผลดีให้กับคุณแม่ที่ยังต้องให้นมลูกน้อย เพราะได้ใช้เวลาในยามพักเที่ยงหรือช่วงเบรกมาดูแลเขาอย่างใกล้ชิด โดยนับว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกได้เป็นอย่างดี

เมื่อมาถึงที่ทำงาน ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้ามากกว่าสามสิบชั้น เพลินดาวเลี้ยวรถเข้าไปจอดในที่ของพนักงาน ก่อนจะรีบจูงมือพาธีออนเข้าไปในบริษัท แต่ต้องบอกก่อนว่าเธอทำงานที่นี่มาแค่สามเดือน เธอจึงไม่ได้สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ แต่ด้วยความสวยและมีนิสัยเข้ากับคนง่าย แม้ใครต่อใครจะรู้อยู่เต็มอกว่าเพลินดาวมีลูกแล้ว พนักงานชายหลายก็ยังมีความหวัง เพราะมีข่าวลือว่าเธอตัดขาดกับสามีไปแล้วนั่นเอง

เพลินดาวทำงานในบริษัท NATOS COMPANY อันเป็นบริษัทใหญ่ในเครือของตระกูลเตชะเกียรติณรงค์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิการะดับโลกอย่าง NATOS ตลอดสามเดือนหลังจากได้รับการบรรจุเป็นพนักงานในฝ่ายการตลาด เพลินดาวคิดว่าโชคดีแล้วที่ได้ทำงานกับบริษัทที่มีชื่อเสียงขนาดนี้ และสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขกับการทำงานมากที่สุดก็คือสถานเดย์แคร์ เพราะโครงการนี้เองที่ทำให้เธอเชื่อว่าธีออนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี 

น้องธี สัญญากับแม่ก่อนว่าจะไม่งอแงกับครูฝ้ายเรื่องแว่นตาของเจมส์เพลินดาวพูดในขณะที่ยังคงจับมือลูกชายเข้าบริษัท เป็นเด็กดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ลืมที่แม่สอนไปแล้วเหรอครับเธอย้ำ

ก็ได้ครับ ธีออนสัญญา

ดีจ้ะเพลินดาวยิ้ม ก่อนจะเหลือบไปเห็นกลุ่มคนเดินเข้าลิฟท์ ซึ่งเธอก็ใกล้จะเดินถึงแล้วด้วย อ๊ะ... รอด้วยค่ะหลังจากนั้น เธอก็กระชับมือธีออน พาเร่งฝีเท้าไปเพื่อให้ทันลิฟท์ ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีที่คนในลิฟท์ยังมีน้ำใจกดรออยู่

ขอบคุณค่ะเพลินดาวกล่าวพร้อมน้ำเสียงหอบ รีบกดชั้นยี่สิบสองแล้วถอยร่นไปยืนให้ชิดริมที่สุด เนื่องจากคนในลิฟท์มีแต่คนตัวสูงใหญ่ แถมยังแต่งตัวเนี้ยบเสียจนมองไม่ออกว่าทำงานอยู่ในแผนกไหน เธอมองผ่านๆ เห็นมีห้าคน แต่คนที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นชายร่างสูงในชุดสูทสไตล์อังกฤษสีเทาล้วน สวมเนกไทและแว่นตาสีดำ เขายืนอยู่ท่ามกลางเหล่าชายรูปร่างบึกบึน สวมชุดสูทโทนสีเข้มเหมือนกันอีกสี่คน ประกอบกับชุดหูฟังอินเตอร์คอมที่เป็นเครื่องส่งและรับวิทยุ สายข้างหูเป็นท่อโปร่งใส ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือของผู้เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว

แม่ฮะธีออนกระตุกมือเพลินดาวเบาๆ เธอจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อฟังสิ่งที่ลูกชายจะพูด

ว่าไงจ๊ะ

แว่นตาของเจมส์ได้ยินเท่านั้น เพลินดาวก็ค่อยๆ มองตามนิ้วชี้ของธีออนไปจนพบว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร

จุดโฟกัสอยู่ที่ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงกลาง รู้สึกว่าแว่นที่เขาสวมใส่จะถูกเด็กน้อยเข้าใจผิด ว่าเป็นแว่นตาของตุ๊กตาหุ่นยนต์ตัวโปรดที่เขาชอบเล่นเป็นประจำเสียแล้ว

ไม่ใช่นะลูก เจมส์ตัวนิดเดียว แล้วแว่นตานั่นจะเป็นของเจมส์ได้ยังไงผู้เป็นแม่พยายามอธิบาย

เขาเอาของเจมส์ไปธีออนเริ่มขึ้นสียงสูง แถมยังชี้นิ้วไปหาชายใส่สูทสีเทาอีกด้วย

ธีออน!” เพลินดาวจับมือลูกชายลง แต่ก็ไม่วายโดนฤทธิ์เด็กตัวน้อยขัดขื่น ธีออนเดินตรงไปหาชายที่เป็นเป้าหมาย ก่อนจะจับชายเสื้อกระทุ้งด้วยกำลังของเด็ก

เอาแว่นตาของเจมส์มานะ จอมวายร้าย!” ในขณะที่ธีออนกำลังแสดงกิริยาดื้อรั้น ชายหนุ่มผู้โดนกระทำก็ได้แต่ขมวดคิ้วหนา ก้มมองการกระทำของเด็กชายด้วยความไม่เข้าใจ จากนั้นก็เลื่อนสายตามองหญิงสาวผู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องเป็นมารดา แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาขยับแว่นตา เม้มริมฝีปากพร้อมกับชักสีหน้า ก่อนจะส่งซิกให้บุคคลทั้งสี่กันเด็กตัวน้อยออกไป

 น้องธี หยุดนะ!” เพลินดาวดึงตัวธีออนออกมาได้ ก่อนที่เหล่าบอดี้การ์ดจะเข้ามาทำหน้าที่ แม่บอกว่าจะหาให้ไม่ใช่เหรอ ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลย ขอโทษคุณลุงเขาเดี๋ยวนี้เธอเริ่มดุ และแสดงออกทางสีหน้าถึงความไม่พอใจชัดเจน

ชายหนุ่มคู่กรณีขยับสูทให้เข้าที่ พลางยืนมองสองแม่ลูกผ่านกรอบแว่นตาสีดำ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ธีออนก็ได้แต่ยืนนิ่ง เกือบจะร้องไห้ แต่ก็ต้องทำตามสิ่งที่ผู้เป็นแม่บอก

ขอโทษครับเด็กชายยกมือไหว้ แม้มือไม้จะยังไม่แข็งแรง และยังไหว้ไม่ถูกวิธีก็ตาม

ทำไมถึงพาเด็กมาที่ทำงานเป็นครั้งแรก ที่เพลินดาวได้ยินเสียงพูดของชายชุดสูทสีเทาคนนี้

อ้อ... เดี๋ยวฉันจะพาเขาไปฝากไว้ที่เดย์แคร์น่ะค่ะแม้เขาจะเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึง เพลินดาวก็ยังคงส่งรอยยิ้มให้

ในบริษัทมีที่แบบนั้นด้วย?

ค่ะเพลินดาวตอบกลับ

เธอยอมรับว่าคนตรงหน้ารูปร่างหน้าตาดี ถึงขั้นหล่อเหล่าเอาการ แถมการแต่งตัวยังมีระดับ ตัวสูง ไหล่กว้างกำลังดี และหากให้พิจารณาในวงหน้า ที่โดดเด่นสุดก็เห็นจะเป็นคิ้วหนาและจมูกมีสัน ผมสั้นสีดำเข้ม รับรองว่าผู้หญิงคนไหนที่ได้ใกล้ชิดเขาคงอ่อนระทวยไปตามๆ กัน แต่เพลินดาวก็ยังคิดแปลกใจที่ไม่เคยเห็นเขาในบริษัทมาก่อนเลย หรือเป็นเพราะว่าเธอจะมีประสาทสัมผัสกับสิ่งรอบข้างน้อยไปจริงๆ

งั้นเธอพาฉันไปดู

เอ๊ะอึ้งไปนาทีแรก เพลินดาวคิดอย่างเดียวว่าเขาจะให้พาไปเดย์แคร์ทำไม อ้อ... ได้สิคะแต่นั่นมันก็เรื่องของเขา ไม่แน่ว่าชายคนนี้อาจมีลูกน้อย ก็เลยสนใจโครงนี้เหมือนกัน

ใครว่าจะมีแต่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เด็กที่ถูกแม่ทิ้งให้อยู่กับพ่อก็มีถมเถไป

เมื่อลิฟท์จอดที่ชั้นยี่สิบสอง เพลินดาวนำทางชายหนุ่มพร้อมกับเหล่าบอดี้การ์ดไปยังศูนย์เดย์แคร์ อันเป็นโครงการที่ท่านประธานบริษัทก่อตั้งขึ้น แม้ธีออนเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เพียงสามเดือน แต่เขาก็เริ่มจะคุ้นเคย และสนิทสนมกับผู้ดูแลไปแล้ว

ไง ธีออน... ไม่เจอกันสองวัน คิดถึงครูฝ้ายไหมครับผู้ดูแลสาวยิ้มร่า อ้าแขนต้อนรับธีออน ทว่าเด็กชายเพียงแค่ยกมือไหว้ และเดินตรงเข้าไปในศูนย์เดย์แคร์พร้อมสีหน้าบึ้งตึง เนื่องจากงอนผู้เป็นแม่

วันนี้เขาดื้อหน่อยนะคะ พอดีของเล่นที่เขาเล่นประจำมีปัญหา ก็เลยงอแงเพลินดาวอธิบาย

อย่าห่วงเลยค่ะ เด็กน่ะ พอเจอเพื่อนก็เปลี่ยนเป็นคนละคนแล้วครูสาวพูดจบ ก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่เดินตามเพลินดาวมาตั้งแต่เมื่อกี้ เออ... คุณจะติดต่อเรื่องอะไรคะเธอเอ่ยถาม

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้นในทันที เอาแต่มองหน้าศูนย์ และเดินสำรวจอะไรเล็กๆ น้อยๆ จากนั้นก็เดินมาประจันหน้ากับครูฝ้าย ก่อนจะเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่ตนเองต้องการ

ผมขอแฟ้มรายละเอียดของสวัสดิการที่นี้ด้วยเขาพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม แล้วจึงค่อยๆ หันมาหามองเพลินดาว ส่วนเธอ... ก็เอามันมาให้ฉันที่ห้องพูดจบก็ทำทีท่าว่าจะกลับ

เดี๋ยวสิคะเพลินดาวเรียกชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะให้ฉันทำอะไรให้ คุณก็ควรแนะนำตัวมาก่อน ไม่ใช่สั่งโน้นสั่งนี้โดยที่ฉันยังไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และต้องการรายละเอียดของโครงการเดย์แคร์ไปเพื่ออะไรที่ต้องพูดเพราะเธอยังมีงานอื่นต้องทำ หัวหน้าตามหางานตั้งแต่เช้า ป่านนี้เธอยังไม่โพล่หน้าไปเลย แล้วอยู่ๆ ก็มีใครที่ไหนไม่รู้ เข้ามาออกคำสั่งให้เธอเอาแฟ้มเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานของเธอไปให้อีก

พูดตามตรง คนคนนี้ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!

ฉันชาไนย... เจ้านายคนใหม่ของเธอ

เพลินดาวชะงักไปสักพัก

อะไรนะคะรู้สึกว่าเมื่อเช้า เบญจิราจะพูดกับเพลิงดาวเกี่ยวกับเจ้านายคนใหม่ด้วย

อย่าบอกนะว่า... เขาคือลูกชายท่านประธาน!!

ส่วนเรื่องที่ขอให้เธอเอาแฟ้มโครงการเดย์แคร์ไปให้ ก็เพื่อจะพิจารณาดูว่ามันให้ผลประโยชน์อะไรกับบริษัทบ้างเขาเอ่ยอย่างใจเย็น ในขณะที่หัวใจของเพลินดาวเริ่มเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นหลุดออกมา

แต่ทว่า! การปรากฏตัวของผู้ชายคนนี้ ก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับประโยคสุดท้ายที่เขากำลังจะพูดออกมา




เพราะถ้าไม่...ฉันจะได้สั่งยกเลิกโครงการนี้ซะ

































 

กดแอดแฟนที่คุณชาไนยเลยนะคะ ^^

 







 




 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,663 ความคิดเห็น

  1. #959 Gonegirl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 17:08
    น่าติดตามฝุดๆๆ
    #959
    0
  2. #825 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 19:20
    เอิ่มดูเฮียโหดนะ
    #825
    0
  3. #24 AFsugarstory (@sugarstory23) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:40
    น่าติดตาม จะเข้ามาอ่านบ่อยๆนะคะ
    #24
    0
  4. #9 BlackWhiskey (@hidekojewary) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:18
    โอว์ ติดตามๆ
    #9
    0
  5. #4 "ปลายหนาว" (@honey_cookie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 02:05
    แค่บทนำก็สนุกแล้ว รอๆๆ ติดตามนะคะ >_<
    #4
    0
  6. #3 Milkky (@mini5210) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 02:00
    มาต่อเร็วๆน้า รอยุจ้าาาา
    #3
    0
  7. #2 เนเน่7 (@neneko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 00:04
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากคร้าาาาา
    #2
    0
  8. #1 เนเน่7 (@neneko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 00:03
    เจิมมมมมมมมม
    #1
    0