(จบแล้ว) X'MAS EVE เกมส์โกงรัก หักหลังหัวใจ [YAOI,BL]

ตอนที่ 39 : Chapter 36 : ความรู้สึกที่ยิ่งกว่าแหลกสลาย!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    15 ต.ค. 59

Chapte36 : ความรู้สึกที่ยิ่งกว่าแหลกสลา!!!


[ Sii-Kram‘ s Part ]


ภาพเมื่อสามปีก่อนซ้อนทับกับร่างที่ถูกล่ามตรึงอยู่เบื้องหน้า


ณ สถานที่เดิม!


บนเตียงหลังเดิม!!


ด้วยฝีมือของปีศาจตนเดิม!!!


ผมสะลัดภาพเหล่านั้นทิ้งแล้วไปตรงไปคว้าไหล่เพื่อนจอมมุทะลุไว้เมื่อมันรื้อข้าวของกระจัดกระจายไปทั้งห้องเพื่อหากุญแจมาไขตรวนที่ล่ามคนสำคัญของทั้งผมและมันเอาไว้ ผมบอกให้มันใจเย็นทั้งที่ใจตัวเองยังทำให้มันสงบลงไม่ได้ซักนิด


จนเป็นเพทายที่เป็นคนเอากุญแจออกมาจากลิ้นชักแล้วไขปลดโซ่ออก ผมรีบเอาผ้าห่มคลุมร่างเล็กไว้ก่อนจะช้อนตัวเขาขึ้นอุ้ม คนตัวแห้งส่งสัญญาณให้ผมนำไปก่อนเมื่อมันกำลังติดต่อไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้หมอเตรียมทำการรักษาอย่างทันท่วงที


หมอบอกว่าคริสต์มาสอีฟได้รับสารเสพติดประเภทกดประสาท ตัวยาไปกดศูนย์หายใจในสมอง ทำให้ระดับคาร์บอนไดออกไซต์สูงขึ้น ส่งผลให้ตอนนี้เขาไม่รู้สึกตัวแล้ว หมอจึงทำการรักษาโดยใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ Naloxone เพื่อแก้พิษมอร์ฟีน


ผลการรักษาของคริสต์มาสอีฟเป็นไปอย่างราบรื่น เขาถูกส่งไปห้องพักฟื้นแต่ก็ยังไม่ได้สติ พวกแบล็คชาโดว์ตามมาสมทบหลังจากนั้นไม่นาน หากแอชตันไม่ยอมให้พวกมันเข้าเยี่ยมคนป่วยเพราะพาลกับไอ้ตัวการที่เป็นคนของอีกฝ่าย เซียนกับลีดเดอร์อีกสามตำแหน่งจึงต้องล่าถอยกลับไป ดูจากแววตาวาวโรจน์ไม่ต่างกันพวกมันคงกลับไปจัดการไอ้ตัวต้นเหตุที่พาให้คนสำคัญของพวกเราทั้งหมดต้องตกลงสู้เงื้อมือปีศาจอีกครา


ความเงียบงันครอบงำพวกเราอีกครั้งเมื่อภายในห้องมีคนอยู่ถึงสี่คนแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไอที่ชวนอึดอัด กว่าชั่วโมงแล้วที่พวกเราเอาแต่จับจ้องไปยังร่างเล็กบนเตียงซึ่งไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมา จนเพทายที่ปีนขึ้นไปนั่งริมเตียงเริ่มกระวนกระวาย เปลี่ยนไปเดินวนไปวนมารอบห้อง พอกับแอชตันที่เลี่ยงไปสูบบุหรี่ตรงระเบียง หวังจะใช้นิโคตินทำให้ใจหายร้อนรนตั้งแต่ห้านาทีแรกแล้ว และตอนนี้มันก็เริ่มเพิ่มความถี่ในการอัดสารพิษเข้าปอดขึ้นทุกขณะ


เหมือนจะมีเพียงผมที่สามารถระงับความกรุ่นโกรธเอาไว้ในท่าทีสุขุมได้ แต่ความจริงมันไม่ใกล้เคียงเลยซักนิด ใจผมมันร้อนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เจ็บยิ่งกว่าครั้งใดๆ เสียงหายใจของคนบนเตียงซึ่งสะท้อนอยู่กับที่ครอบปากคือเสียงเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้สติของผมยังอยู่กับตัว!!


“ ฮือ….” เสียงแหบแห้งเบาๆ จากคนที่นอนอยู่บนเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบอันยาวนาน ผมถลาพรวดไปหาเขาก่อนสมองจะสั่งการเสียอีก ไอ้แอชกับเพกระวีกระวาดตามมาสมทบ


คริสต์มาสอีฟกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงในห้อง เขาเบ้หน้านิดๆ ราวกับปวดศีรษะอย่างรุนแรง คงเป็นผลข้างเคียงจากการรับมอร์ฟีนเข้าร่างกาย ใบหน้าซีดเซียวแสดงอาการฉงนเมื่อเห็นพวกผมอยู่กันพร้อมหน้า ผมรีบเข้าไปประคองคนป่วยเมื่อเขาพยายามลุกขึ้นนั่งหลังจากเอาเครื่องช่วยหายใจออก


“ ขะ“ เขาคงอยากบอกว่าขอบคุณ แต่เสียงมันไม่ยอมออก  เพทายจึงกุลีกุจอออกไปจากห้อง


กิริยานิ่งเงียบ ราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้มาอยู่ในโรงพยาบาล ล้วนอยู่ในสายตาของผม แม้กระทั่งปฏิกิริยาเล็กๆ ของแววตาสั่นระริกซึ่งฉายความตื่นกลัวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนก็ไม่อาจรอดพ้นไปได้!!


“ ดื่มน้ำหน่อยนะ “ เจ้าของฉายาในชื่อของกุนซือประจำจ๊กก๊กยื่นขวดน้ำที่วิ่งไปหาเมื่อครู่ให้คนบนเตียง มันคงรีบร้อนจนลืมหยิบแก้วติดมาด้วย


คริสต์มาสอีฟยื่นมือออกมารับด้วยท่าทางที่เหมือนกำลังสับสน เขาชะงักไปหลายอึดใจกับความผิดปกติของร่างกาย มือสั่นเทาพยายามจะเปิดฝาขวดน้ำอยู่ร่วมนาทีก็ยังไม่สำเร็จจนผมอดไม่ได้ต้องดึงมาเปิดแล้วส่งคืนให้


ใบหน้าสวยพยักหน้าขอบคุณเบาๆ แต่กลับไม่กล้าสบตา เขายกน้ำขึ้นดื่มอย่างกระหายไปเกือบหมดขวดแต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปากพูดอะไร ดวงตากลมโตสีน้ำตาลมะฮอกกานีกลอกไปมาเหมือนกำลังทบทวนความทรงจำ ก่อนจะสั่นระริกไหววูบเมื่อภาพเหตุการณ์ประเดประดังเข้ามาราวกับฉายภาพซ้ำ


เพี๊ยะ!!


ผมเอื้อมมือไปหวังจะกอบกุมมือเล็กที่กำลังสั่นเทา ตั้งใจจะปลอบประโลมแต่กลับถูกสะบัดออกเหมือนคนตกอยู่ในอารามหวาดผวา ผมนิ่งไป ไม่ใช่เพราะโกรธเขาแต่โกรธตัวเองที่ปล่อยให้คนตรงหน้ามีท่าทางหวาดกลัวอย่างนี้ซ้ำเป็นครั้งที่สอง และโกรธไอ้ชั่วตัวเดิมที่มอบความรู้สึกอันน่าขยาดแหยงนั้นให้เขา!!!


“ เว้ย! “ แอชตันสบถเสียงดังก่อนจะเดินฟึดฟัดออกไปอัดบุหรี่ที่ระเบียงอีกครั้งเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนที่มันแคร์ เพทายเองก็เช่นกัน หมอนั่นทนไม่ได้ขนาดต้องสาวเท้าออกจากห้องไปด้วยใบหน้านองน้ำตา


“ ดูเหมือนนายจะไม่สบาย อยากกินอะไรไหม “


ผมพยายามข่มเสียงให้เยือกเย็นที่สุดแล้วถามออกไป คริสต์มาสอีฟส่ายหน้าเบาๆ ทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่ มือคู่เล็กบีบขวดน้ำแน่นจนเกิดเสียงดังและบี้แบนแนบสนิท ผมเกรงว่าเขาจะจิกมือของตัวเองให้เกิดแผลเพิ่ม เลยดึงเอาขวดน้ำเจ้าปัญหาออกมาไว้ที่ตัวเอง


“ ขอบคุณแต่ฉันควรจะกลับได้แล้ว “


เป็นนานกว่าที่เสียงหวานแหบๆ จะเอ่ยออกมา ผมรับรู้ได้เลยว่าเจ้าตัวพยายามอย่างหนักเพื่อไม่ให้มันสั่น หัวใจผมเหมือนถูกหอกล่องหนแทงเข้าไปจนทะลุแต่กลับไม่ยอมดึงออก ความเจ็บมันติดแน่นและค้างคาอยู่แบบนั้นเหมือนเมื่อสามปีก่อน


และวินาทีนี้หอกอันเดียวกันก็ถูกกดลึกลงไป จ่ออยู่ตรงขั้วหัวใจของผมนี่เอง!!!


“ อยากกลับบ้านไหม? “ ผมถามคำถามเดิมๆ ผมรู้จักกับเขามานานกว่าใคร เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถมฯ ทั้งที่เราสนิทกันมากที่สุดแต่ผมกลับปล่อยให้เขาตกอยู่ในเงื้อมือมารซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!


คริสต์มาสอีฟส่ายหน้าให้อีกครั้งก่อนจะพยายามลงจากเตียง ร่างกายผมขยับไปขวางเป็นเชิงห้ามเพราะอยากให้เขาพักดูอาการซักคืน หากคนตัวเล็กกลับผวาเฮือก ผมจึงจำใจต้องเปิดทางแล้วเดินไปหยิบถุงกระดาษที่คิลเลอร์ไอติมฝากไว้ส่งให้เขา


“ รูมเมทนายฝากไว้ เปลี่ยนก่อนเถอะ จะกลับห้องใช่ไหม? “


“ อืม ขอบคุณ “ รับด้วยคำเดิมๆ แล้วก็ฝืนพาร่างกายที่ไม่อำนวยเข้าไปในห้องน้ำอย่างเชื่องช้า


กว่าสิบนาทีที่คนตัวเล็กหายเข้าไปในห้องปิดตายแคบๆ เสียงน้ำที่ยังไหลไม่หยุดไม่ได้ทำให้ใจผมสงบขึ้นเลย จนเมื่อเสียงเหล่านั้นเงียบลงพร้อมกับร่างโปร่งบางที่ก้าวออกมาในชุดใหม่ ผมก็ก้าวเข้าไปหาเขาอีกครั้งด้วยความระมัดระวัง


“ ไม่คิดเปลี่ยนใจนอนพักที่นี่ซักคืนหรือ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ส่วนทางนั้นฉันจะโทร.ไปบอกให้ “ ผมพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนความตั้งใจ ความเฉยเมยที่เขาแสดงออกมาเพื่อปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงทำให้ผมกระวนกระวายจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!!


หรือเขาไม่รู้ว่ายิ่งเขาพยายามทำตัวเข้มแข็งหัวใจของคนเฝ้ามองอย่างผมก็ยิ่งเจ็บ!!!


“ ไม่เป็นไร อยากกลับ “ เสียงสั่นๆ เรียบขึ้นเหมือนประคองสติได้แล้ว แม้มือเล็กนั่นจะสั่นเทาไม่ต่างจากเดิมก็ตามที


เพราะแบบนี้ไงนายถึงเป็นคนที่ช่วงชิงหัวใจใครต่อใครไปได้อย่างง่ายดาย ความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวที่ฉาบอยู่บนความอ่อนแอแสนงดงามของนายมันดึงดูดให้ใครต่อใครอยากมาปกป้องจนแทบจะถวายหัวเป็นข้ารับใช้เป็นเครื่องมือในเกมส์แก้แค้นที่ไม่เคยได้แม้เศษใจ!!!


“ งั้นจะไปส่ง “ แล้วผมจะทำอะไรได้อีก เพราะเข้าใจว่าอีกคนไม่อยากให้ผมและคนอื่นเห็นมุมในสภาวะที่กำลังอ่อนแอ ผมจึงล้มเลิกความคิดที่จะรั้งเขาไว้


เหอะ! ก็แค่ข้ออ้างนั่นแหละวะไอ้สีคราม!! ความจริงคือผมขี้คลาดเกินกว่าจะทนเห็นน้ำตาของแองเจิ้ลตนนี้ได้อีกแล้วก็เท่านั้น!!!


เพราะมันเจ็บจริงๆ กับการมองหยดน้ำตาของคนที่ตัวเองรักไหลรินหยดแล้วหยดเล่ามันเจ็บมากจริงๆ !!!


คนเพิ่งฟื้นจากการรักษาพยักหน้ารับรู้เบาๆ แล้วจึงเดินนำไปที่ประตู ผมก้าวตามเขาไป ตลอดระยะทางหลายร้อยเมตรมีเพียงเสียงแมลงและเสียงลมพัด ไม่มีบทสนทนาระหว่างเราเกิดขึ้น ผมทำเพียงก้าวขาช้าๆ ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของอีกคน


กึก!


แทบจะหยุดการก้าวเท้าของตัวเองตามคนตัวเล็กกว่าไม่ทัน ตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าพวกเราเดินมาถึงทางขึ้นหอพักของเขาแล้ว


“ ขอบคุณที่มาส่ง “ แล้วคนที่ได้ครอบครองหัวใจเย็นชาของผมก็หันมาบอก


คริสต์มาสอีฟยังคงเป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับการเรียกขานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อนความรู้สึกเช่นเคย ระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีเขาก็สามารถทำให้ดวงตาซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหน้าต่างของชีวิตกลับมาว่างเปล่าดังเดิม หากที่เพิ่มเข้ามาคงเป็นความแห้งผากที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวจงใจกลบฝังเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แล้วแสร้งหลอกตัวเองและคนอื่นว่าเขาไม่เป็นอะไร


“ ยังไม่ถึงห้องเลย “ ผมรู้ว่าเขาคงไม่อยากให้ผมมีปัญหากับพวกแบล็คชาโดว์ แต่ผมห่วงเขามากกว่ากฎเฮงซวยนั่น!!


“ ก่อนหน้านี้อาจจะไม่มีใครถือสา แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในตำแหน่งควีน การให้อภิสิทธิ์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันไม่แฟร์กับอีกฝ่ายที่เหลือ นายเข้าใจฉันใช่ไหม? “


แล้วผมจะตอบอะไรได้อีก นอกจาก


“ เข้าใจสิ


ถึงความเข้าใจนั้นมันจะทิ่มแทงความรู้สึกของฉันจนเหวะหวะก็ตามที!!!


[ End Sii-Kram‘ s Part ]


..............................



เมื่อกล่อมคนอาสาเดินมาส่งให้กลับไปได้ ผมก็เดินพยุงร่างกายฝืดๆ เหมือนเครื่องยนต์ที่ไม่ได้หยอดน้ำมันมาแรมปีเข้าไปในหอพัก ก้าวเข้ามาได้เพียงก้าวเดียวก็เจอเข้ากับเซียนที่นั่งกระวนกระวายอยู่ตรงล็อบบี้ พร้อมด้วยลีดเดอร์อีกสามตำแหน่ง


ผมรีบก้มหน้า จับคอเสื้อตัวเองแน่นเมื่อบริเวณนั้นมีรอยอะไรต่อมิอะไรจากการ์เดียนสีดำและอสูรกายสีขาวประทับอยู่ และผมไม่ใคร่ยินดีที่จะเปิดมันให้ใครต่อใครเชยชม!!


“ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? “ เซียนที่กำลังวิ่งเข้ามาหาชะงักไปเมื่อเห็นสภาพของผม เช่นเดียวกับคนที่เหลือ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็เปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นปกติราวกับไม่เห็นอะไร แล้วถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย


“ เปล่า” ผมส่ายหน้า อยากจะแต่งเรื่องอธิบายเพิ่ม แต่กลับพูดอะไรไม่ออก ทำไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองพวกเขาแต่ละคน


“ กินข้าวหรือยัง รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหมอยากให้ฉันทำอะไรให้หรือเปล่า? “ เซียนยังรุกเร้าถามต่อ เสียงเขาสั่นอย่างที่ผมไม่เคยได้ยิน โดยเฉพาะท้ายประโยคที่มันเจือความโกรธกร้าวมาด้วย


“ มะไม่ฉัน


“ พอเซียน! ให้คริสต์มาสกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง “


ไอติมเห็นท่าทางอึกอักของผมก็เข้ามาขวางราชาของเขาไว้ แต่ด้วยนิสัยเอาแต่ใจของคนตัวโตทำให้พวกเขาโต้เถียงกัน นักรบเข้าไปจับไหล่เพื่อนสนิทไว้เมื่อเขาลืมตัวตะวาดใส่คนตัวเล็ก


“ ฉันโอเคดี แค่รู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังได้ไหม “ ผมไม่อยากให้ไอติมกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร จึงเค้นยิ้ม อธิบายออกไป


ผมไม่รู้หรอกว่าพวกเขาทำหน้าแบบไหน ผมรู้แค่ว่าร่างกายของตัวเองมันใกล้จะทรงตัว ประคองให้ตั้งตรงๆ ไม่ไหวแล้ว


“ งั้นฉันขอขึ้นห้องก่อนล่ะกัน “ ผมรีบตัดบทแล้วเดินเลี่ยงออกไปยังบันไดทางขึ้น แต่สงสัยจะหมุนตัวเร็วไป โฟกัสอันเดิมก็เลยล้มครืน


หมับ!


ก่อนที่ร่างของผมจะลงไปกองกับพื้น ก็มีมือของใครบางคนเข้ามาประคองเอาไว้


“ ไม่เป็นไร ขอบคุณ “ ผมบอกคนใจดี แล้วพยายามขืนตัวออกแต่เขากลับไม่ยอมปล่อย


“ เราเป็นบัดดี้กันลืมแล้วหรือ มีอะไรก็ต้องช่วยกันสิ ป่ะ “ ไอติมยิ้มมาให้ แล้วพาขึ้นบันไดโดยไม่บ่นซักคำกับการเคลื่อนไหวอืดอาดของผม


เสียงฝีเท้าเบาๆ ด้านหลังทำให้ผมพอจะเดาได้ว่าพวกเซียนคงตามขึ้นมาห่างๆ บางครั้งผมก็ได้ยินเสียงสบถ หรือเสียงหายใจฟึดฟัดของคนอารมณ์ร้อน จนเมื่อถึงห้องผมก็รีบพาตัวเองเข้าห้องน้ำด้วยเรี่ยวแรงเท่าที่สังขารจะขับเคลื่อนไหว


ผมใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าครั้งไหนๆ เพราะต้องล้างทุกส่วนของร่างกายที่ถูกยัดเยียดสัมผัสอันน่ารังเกียจมาให้!!


แต่ทำไมผมกลับไม่รู้สึกว่าตัวเองสะอาดขึ้นเลย


แกร็ก!!


พรึบ!


ไม่รู้ว่าผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานแค่ไหน ไอติมถึงเปิดประตูเข้ามา เขาเดินมาปิดวาวล์น้ำฝักบัวที่ผมเปิดให้มันรดหัวอยู่ แล้วก็เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ในมือมาห่อตัวให้ หากก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นซักคำ เขาตั้งอกตั้งใจเช็ดผมเช็ดตัวให้ผมอยู่แบบนั้นจนเกือบแห้งสนิทก็ดึงมือผมออกจากห้องน้ำ พาไปนั่งที่เตียง หาเสื้อผ้ามาใส่ให้ ก่อนจะผละไปหยิบยาแก้ไข้กับน้ำมายื่นตรงหน้า


ผมก็รับมากินอย่างว่าง่าย แล้วขยับไปนอนบนเตียง แสงสว่างจากหน้าต่างที่ไม่ได้เอาผ้าม่านลงจ้ากว่าทุกทีในความคิด เลยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงจนมืดหัว โดยมีไอติมคอยนั่งอยู่ข้างๆ เอามือลูบแขนผมผ่านผ้าหนาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลม


หากก็คงไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าภายใต้ผ้าห่มผืนนั้น มี สิ่งใด ฉาบฉายอยู่บนใบหน้าของผมบ้าง



UP : 14.06.16

Edit : 15.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #139 Mionne (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 23:11
    โหยยย คริสมาสอีฟร้ายกาจอ่าาา แต่ชอบคริสต์มาสอีฟลุคนี้นะ #ทีมคริสต์มาสอีฟ

    แหม มีวันพุธออกมาด้วย น่ารักมุ้งมิ้งจัง???555

    ปล.เป็นกำลังใจให้งานไรต์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
    #139
    0
  2. #138 Infazaxin (@infazaxin) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 21:58
    ฟานดูเมะมากบอกเลย ผิดมั้ยที่เเอบเผลอไปจิ้นฟานคริส------55555555 คริสต์เเบบสุดยอด ร้ายกาจมาก
    #138
    0
  3. #137 PJ_20446 (@2JP_2550) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 07:19
    โห....=_= รอครับ
    #137
    0
  4. #136 ไอบลิส (@family_fa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:41
    รอตอนต่อไป~~~
    #136
    0
  5. #135 Ruru (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 21:11
    ร้ายกาจ ยังคงทีมคริสต์มาสอีฟเหนียวแน่น

    แต่ที่ไม่คาดคิดคือฟาน ผู้เป็นเคะ จะติดใจในจูบ จนเป็นเมะ 55555
    #135
    0