(จบแล้ว) X'MAS EVE เกมส์โกงรัก หักหลังหัวใจ [YAOI,BL]

ตอนที่ 23 : Chapter 21 : ฉันต้องเจ็บอีกเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์เข้าใกล้หัวใจนาย!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    15 ต.ค. 59


Chapter 21 ฉันต้องเจ็บอีกเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์เข้าใกล้หัวใจนาย!!!


อีกหนึ่งสิ่งบรรณาการเพื่อมอบความบันเทิงใจให้กับนักเรียนที่คุกกลางป่ามีไว้ให้คือโรงภาพยนตร์ ขนาดความจุคนเข้าชมได้ถึงห้าร้อยที่นั่ง แน่นอนว่ามันถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง และมีเก้าอี้สองสี คุณคงเดากันได้ใช่ไหมครับว่ามันมีสีอะไรบ้าง?


“ เอาป๊อบคอร์นรสอะไร? “


เซียนหันมาถามผมที่กำลังดูตารางการฉายภาพยนตร์รอบต่างๆ โรงหนังนี้เปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่นักเรียนจะหลั่งไหลมาต่อคิวกันแน่นขนัดเหมือนตอนที่มีการแจกตั๋วฟรีเลย แต่อันนี้ไม่ฟรีนะครับ อยากได้อะไรก็ใช้บัตร (นักเรียน) รูดเอา เวลาจ่ายค่าเทอมมันก็จะมีสลิปรายจ่ายพวกนี้แนบไปเรียกเก็บด้วยอีกที แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะครับ พ่อแม่ที่ส่งลูกเข้ามาในโรงเรียนนี้ได้ถ้าไม่เป็นท่านประธานบริษัทใหญ่โต ก็คงเป็นรองประธาน (เอ๊ะ? ) และพวกเขาลงทุนด้วยการใช้เงินสอนลูกให้เข้มแข็งบนลำแข้งของตัวเองกลางป่ากลางเขา แม้จะไม่ได้อยู่ใต้ปีกของพวกท่าน และผมว่ามันคุ้มค่านะ


“ ชีสกับสตรอเบอร์รี่ “ ผมหันไปตอบเซียน ถ้าเป็นคนอื่นคำตอบคงเป็น อะไรก็ได้ แต่กับราชาอย่างเซียน ต้องระบุให้ชัดเจนเพื่อย้ำให้รู้ว่าระหว่างเราใครกันแน่ที่มีอำนาจสั่งการ


เมื่อได้ป็อบคอร์นซึ่งเซียนที่บอกจะเลี้ยงข้าวผมเดือนหนึ่งเป็นคนจ่ายทุกอย่าง ผมมีหน้าที่แค่เดินสวยๆ (?) ไปนั่งยังที่นั่ง อ่อ ลืมบอกไปว่าที่โรงภาพยนตร์แห่งนี้เองก็มีที่นั่งแยกของพวกลีดเดอร์เหมือนกัน อยู่ชั้นบนสุด คล้ายๆ เป็นที่นั่งฮันนีมูนห้าที่ติดกัน


“ อ้าว เพ แอช มาดูหนังเหมือนกันเหรอ? “ กำลังเดินกินข้าวโพดคั่วไปนั่งที่ในส่วนเฉพาะลีดเดอร์ซึ่งเซียนอนุญาตมาแล้ว สายตาก็เหลือบไปเห็นว่าที่นั่งสีขาวถัดจากทางเดินกว้างๆ มีสองคนที่รู้จักดีจับจองอยู่


“ เฮ้ย!!! คริสต์มาสอีฟ มากับใครเนี่ย ช่างเถอะๆ มานั่งกับพวกฉันดีกว่า “ แล้วเพทายก็ทำท่าจะลากผมไปนั่งตรงกลางระหว่างเขากับแอชตันที่ขยับที่ให้เสร็จสรรพ


หมับ!


แต่แขนอีกข้างถูกคนที่มาด้วยตัวจริงคว้าไว้ก่อน ออกแรงดึงกระจึ้งหนึ่งตัวของผมก็ปลิวไปปะทะกับร่างแข็งแรงของเขา เพทายที่เห็นว่าทำผมหลุดมือ (?) ก็หันมาทำท่าแยกเขี้ยวใส่เซียนทันที


เป้ง!


ผมแอบตีระฆังเปิดยกที่หนึ่งในใจ แต่จะให้เซียนต่อยกับเพทายเหรอไม่ไหวมั้งเพ ไม่ถึงห้าวิ. รับรองนายถูกราชาสีดำน็อคสลบแน่


“ อะไรของนายวะ?!! “ เพทายถามเอาเรื่อง ทำท่าทำทางเหมือนนักเลงไปท้าเจ้าพ่อมาเฟียต่อยยังไงยังงั้น นักเรียนที่อยู่รอบๆ พุ่งความสนใจมาที่พวกเราเป็นตาเดียว ก็นะ ถ้าเกิดมีใครซักคนหลุดคำว่า เช็คเมท ออกมาก็ได้มีเฮไง หนังเหนิงไม่ต้องดูมันหรอกทีนี้


“ คริสต์มากับฉัน และต้องนั่งกับฉัน! “ เซียนตอบคำถามที่เพทายถามผมไปชัดๆ คุณขงเบ้งเลยหันมาคนที่มีอำนาจตัดสินใจ หรือก็คือผมนั่นเอง


“ คริสต์มาสอีฟบอกคิงแบล็คไปสิว่านายจะมานั่งกับพวกเรา “ แล้วก็ทำหน้าเย้ยใส่เซียนไปที ไอ้ราชาสีดำที่เกลียดความพ่ายแพ้และปัญญาอ่อนพอกันก็หันมาทำเสียงแง้วๆ ใส่


“ นายสัญญาว่าจะมาเดทกับฉันไม่ใช่หรือไง อย่าบอกนะว่าจะผิดสัญญา? “


“ สัญญามันเลื่อนได้เว้ย คริสต์มาสอีฟน่ะอยากมานั่งกับพวกฉันมากกว่านายเห็นๆ ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย “


“ แต่ฉันไม่ให้เลื่อน และคริสต์ต้องนั่งกับฉัน นายน่ะไสหัวกลับไปที่ของนายเลยไป่ “ แล้วสองคนนี้เขาก็เถียงกันไปมา คนหนึ่งพยายามจะดึงผมออกจากอ้อมกอดเหนียวหนึบ อีกคนก็เบี่ยงหลบไม่ยอมท่าเดียว แต่ขอโทษเหอะ! สนกูที่อยู่กึ่งกลางระหว่างพวกมึงบ้าง


แปะ!


แอชตันที่คงเริ่มเห็นใจผมหรือไม่ก็คงรำคาญจึงลุกเดินเข้ามาหา เขาวางมือลงบนหัวเพทายแล้วโยกไปมาเหมือนจะเอ็นดู แต่ดูจากอาการที่เพต้องคว้าที่นั่งแถวๆ นั้นเพื่อประคองร่างแล้วก็ต้องกลับมาคิดใหม่ เอิ่มมึงออมแรงไม่เป็นเร๊อะ?


“ อะไรของนายวะ?!! “ หายมึนแล้วคุณวิซาร์ดสีขาวก็โวยขึ้นอีกครั้ง แอชตันหันมาสบตาผม แล้วเลื่อนไปทำตาแข็งๆ ใส่เซียน


“ ที่นั่งห่างกันแค่สามเมตร ถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็เห็นอยู่แล้ว เพราะงั้นกลับไปนั่งที่ กูรอดูหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปีแล้วนะเว้ย “ หนังที่แอชตันพูดถึงเป็นหนังเกี่ยวกับรถแข่ง คนชอบรถอย่างเขาก็ต้องหนังแนวนี้แหละ


“ ก็ได้วะ “ เพทายฮึดฮัดแต่ก็ยอมตัดใจเรื่องจะชวนผมไปนั่งกับเขาในที่สุด ก่อนจะหันมากำชับกับผมด้วยหน้าตาจริงจัง


“ ถ้าอะไรไม่ชอบมาพากลนายร้องดังๆ เลยนะ ฉันจะให้ไอ้แอชกระทืบให้เอาไปทำพันธุ์ไม่ได้เลย “ ตรงท่อนหลังเขาหันไปบอกกับคนตัวสูงข้างๆ ผม เซียนถึงกับสะดุ้งเผลอเอามือข้างที่ว่างปิดที่เป้ากางเกงแทบไม่ทัน นี่อย่าบอกนะว่าเขาคิดอะไรแบบนั้นน่ะ!!


เมื่อตกลงกันได้พวกเราก็แยกย้ายประจำที่ใครที่มัน แอบเห็นว่าแอชตันกับเซียนส่งสายตาฟรุ้งฟริ้ง (?) ใส่กันด้วย แหม คู่นี้มันน่าลั่นระฆังเปิดยกจริงๆ ท่าจะมันส์


“ อะไรวะ อุตส่าห์หนีมาเดทกันสองคนก็ยังเจอมารรังควาน “ เซียนบ่นกระปอดกระแปด โยนป็อบคอร์นเข้าปากอย่างไม่สบอารมณ์


ผมส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วหยิบเอาป็อบคอร์นมากินบ้าง จนเมื่อหนังเริ่มฉายทุกความสนใจก็พุ่งไปที่จอขนาดใหญ่เบื้องหน้า เนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้นสืบเนื่องจากภาคที่แล้ว ภาพ แสง สี เสียงที่ผ่านกระบวนการผลิตและตัดต่อออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบตรึงความสนใจของผู้ชมให้จดจ่ออยู่ที่มันได้ไม่ยาก


พรึบ!


และผมก็เกือบไม่รู้สึกตัวเมื่อที่นั่งข้างๆ มีคนมาใหม่เข้ามาจับจอง


“ อ่า” หันไปด้วยความหวังเล็กๆ ว่าอาจจะเป็นรูมเมทผู้น่ารักแต่กลับผิดคาด เมื่อเจอรูปปั้นนั่งตีหน้านิ่งอยู่ เชอะ! เลยสะบัดบ๊อบใส่ไปอีกที ยังจำได้ครับว่าเขาก่อเรื่องอะไรไว้


พรึบ!


จู่ๆ ก็มีมือปริศนาฉกข้าวโพดคั่วในมือผมไปกินเองหน้าตาเฉย หันไปทำตาขวางใส่ทันทีแต่ไอ้รูปปั้นรู้สึกไหม ไม่ซักนิด!! ยังมีหน้าคว้าเอาแก้วน้ำของผมขึ้นไปดูดหน้าตาเฉยอีกครั้ง เฮ้ย!! นั่นผมยังไม่ได้กินเลยซักอึกนะ


หนอย!!! ผมดึงแก้วน้ำออกมาจากมือคนหน้าทน แหงสิ เป็นรูปปั้นนี่นะ ทนแดดทนฝน แค่สายตาประณามน่ะไม่มีสะเทือนหรอก


………….” ไอ้คนถูกแย่งแก้ว (ได้ข่าวว่ามันของผม) หันมาเลิกคิ้วใส่ มีหรี่ตาแบบไม่สบอารมณ์ให้ด้วย สรุปกูผิด?


เชอะ!


อยากด่าซักชุดแต่ตอนนี้อยู่ในโรงหนัง เสียงดังจะดูไม่ดีเลยทำแค่ขบเขี้ยวตามด้วยสะบัดบ็อบใส่ไปอีกครั้ง แก้วน้ำในมือก็เอาเสียบไว้ในช่องอีกด้านที่อยู่ระหว่างผมกับเซียน ส่วนของเซียนอยู่อีกฝั่ง ป็อปคอร์นที่โดนแย่งไปก็พยายามเบี่ยงหลบให้พ้นรัศมีมือยาวๆ ของคนอีกด้าน มึงลืมหรือเปล่าว่าทำอะไรไว้ อย่ามาตีเนียนทำมึน กูไม่ง่ายบอกให้


หมับ!


“ หืม?  “ ถึงกับหลุดเสียงในคอเมื่อคนอีกข้างที่ผมนึกว่าเขาสนใจแต่หนังจนลืมเรื่องรอบตัวไปแล้วคว้ามือผมไปกุมไว้เฉยเลย นี่ก็อีกคน แบบนี้กูจะเอามือที่ไหนหยิบป็อปคอร์นเข้าปากครับ


“ ปล่อยเลย ทำอะไรเนี่ย? “ ผมบอกเสียงเบา กลัวพวกแอชตันจะได้ยินน่ะครับ แอบเห็นจากหางตาว่าเขากับเพทายหันมามองที่ผมเป็นระยะๆ ไหนบอกว่ามึงรอดูหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปีวะครับ?


“ เดทเขาก็ต้องมีจับมือเป็นธรรมดา อย่าหวงไปหน่อยเลยน่า นอนด้วยกันแล้วแท้ๆ  “ ไอ้คิงเวรตอบเสียงไม่เบาเลยซักนิด แต่เฮ้ย! อะไรคือคำพูดเอาแต่ได้แถมยังกำกวมของมึงครับ คนฟังเขาจินตนาการไปถึงไหนแล้ว


“ ก็แค่นอน ไม่ได้เอากันซักหน่อย “ ผมสวนกลับไป คุ้นๆ นะคำพูดประโยคนี้ หึ!


“ งั้นตอนนี้เลยไหม ถุงยางพร้อม เจลพร้อม “ คราวนี้เสียงเข้มมาเลย ไม่พอ! เซียนยังฉุดให้ผมลุกขึ้นแล้วลากออกมาจากโรงหนัง ผมรีบหันไปยกมือห้ามแอชตันกับเพทายที่กำลังจะลุกตามขึ้นมาทันที ยังไม่อยากให้เป็นเรื่องตอนนี้น่ะครับ


ลองคิดดูซิครับ เอาคนใจร้อนสามคนมาป๊ะกัน เรื่องคงวุ่นวายขนาดพาราทั้งกระปุกก็เอาไม่อยู่ ค่อยๆ เคลียร์ทีละคน ถึงต้องใช้เวลามากหน่อยแต่ผลลัพธ์ออกมาน่าดูกว่ากันเยอะ ยุคนี้มันล้าสมัยไปแล้วล่ะครับไอ้เรื่องดีแต่ใช้กำลังแย่งชิงกันเนี่ย ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ภาคภูมิใจเลยซักนิด


“ นายเป็นอะไรเนี่ย?  “ พอออกมาพ้นโรงหนังผมก็ปั้นหน้าหงิกถามทันที เซียนหยุดลากผมแล้วหันกลับมาทำหน้าบึ้งใส่


“ ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้เรามาเดท “ นิ่งๆ ห้วนๆ บอกอารมณ์สุดๆ


“ รู้ นายบอกแล้ว “ ผมตอบหน้าซื่อ เซียนถอนหายใจพรืด แล้วปล่อยแขนผม เปลี่ยนเป็นเอามือกอดอกแทน โหมดเด็กเอาแต่ใจกำลังจะมาแล้วสินะ นี่ผมต้องชงนมใส่ขวดให้ด้วยหรือเปล่าเนี่ย?


“ แล้วไอ้วันพุธมาได้ไง? “ อ่ออออ นี่เองที่ทำให้เด็กเอาแต่ใจอารมณ์เสีย


“ จะไปรู้ได้ไงล่ะ ไม่ได้ตัวติดกันซักหน่อย “ ยียวนกลับไปแล้วเดินไปซื้อน้ำที่ด้านหน้าโรงหนังมาสองแก้วเพราะอันเก่าลืมหยิบติดมือมาด้วย


“ แล้วทำไมมันมาได้ล่ะ ร้อยวันพันปีแมร่งไม่เคยโผล่มาซักที!! “ ร่างสูงยังเดินบ่นตามมา


“ อารมณ์ไม่ดีแล้วอย่ามาพาล ฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของนายนะ เอ้า! กินน้ำให้หัวเย็นลงซะ “ แล้วก็ส่งแก้วน้ำโค้กให้คนตัวสูงที่ยังปั้นหน้ายักษ์จะงับหัวผมให้ได้


“ จิ๊! ง้อซักหน่อยไม่ได้หรือไง ใจร้ายว่ะ “ พอเจอคำพูดไม่รักษาน้ำใจของผมไปเซียนก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะ แต่ก็ยอมรับของที่ผมส่งให้ไปดูดกินอึกๆ เหมือนจะใช้ทำให้อารมณ์เย็นลงตามที่ผมบอกไป


ผมยักไหล่กับคำกล่าวหา และไม่คิดโต้แย้งหรือทำอย่างที่เขาเสนอ ก็ในเมื่อเซียนเองก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็น อะไร สำหรับผม ซึ่งเพื่อนที่แสนดีของเขาก็ให้คำเตือนไปแล้ว แต่เขาก็ยังเดินกลับเข้ามาในกำมือของผมอีกครั้ง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเตรียมตัวรับความ ‘ใจร้าย ที่ผมกำลังจะมอบให้อย่างที่เขากล่าวหามา อ่อ แต่เลเวลนี้น่ะยังไม่เรียกว่าใจร้ายหรอกนะ มาตรฐานผมค่อนข้างสูงน่ะ


“ แล้วเอาไงต่อ จะเข้าไปดูหนังต่อไหม? “ ผมหันไปถามคนที่ดูดน้ำจนหมดแล้ว เปลี่ยนเป็นแกะฝาเอาน้ำแข็งออกมาเคี้ยวเล่น


“ ไม่ดูแล้ว กลับดีกว่า ตัวรังควานความสุขจะเยอะไปไหนวะ “ แล้วเขาก็เทน้ำแข็งทิ้ง จากนั้นก็โยนแก้วลงถังขยะได้แม่นเหมือนจับวาง


ผมอมยิ้มท่าทางหัวเสียของเซียนนิดๆ ล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเวลาก็เห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วพวกเราเลยตรงไปยังแคนทีน 2 เซียนที่นึกได้ว่ายังไม่ได้ทานมื้อเช้าก็สั่งรายการอาหารมาซะเต็มโต๊ะเหมือนมีซักสิบคนกิน


“ จะกินหมดไหมเนี่ย? “ ผมมองอาหารบนโต๊ะแล้วตวัดสายตาให้คนฝั่งตรงข้ามที่เริ่มต้นด้วยการยัดเบเกิลเข้าไปทั้งอัน


“ ไม่หมดก็ทิ้ง ยากตรงไหน? “ เซียนยักไหล่ตอบ คุณชายจริงๆ


“ นายคิดว่าบนโลกนี้มีอีกกี่ล้านคนที่ต้องอดอยาก ไม่มีแม้ขนมปังซักก้อนปะทังชีวิต วันๆ หนึ่งแทบจะไม่ได้กินสิ่งที่เรียกว่าอาหารได้จริงๆ “ เทศน์เขาจบผมก็เอาโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาไอติม เรียกเขากับนักรบมาช่วยกันจัดการอาหารกองพะเนินตรงหน้า


“ เฮ้! ตกลงกันแล้วนี่ว่าแค่สองคน “ เด็กเอาแต่ใจโวยวายขึ้นมาทันที


“ ฉันไม่ชอบเรื่องกินทิ้งกินขว้าง และเรื่องนี้นายเป็นคนผิดที่สั่งอาหารมาเยอะเอง “


“ ทำไมนายชอบใจร้ายกับฉันเรื่อยเลยวะ “ คราวนี้เสียงน้อยใจมาเต็ม ผมละสายตาจากยำเซี่ยงไฮ้ไปเลิกคิ้วให้เด็กโข่งนิดๆ ไม่ได้จะถามว่าเรื่องอะไรหรอกครับ แต่ที่อยากจะถามน่ะคือ


“ ไม่ใช่ว่านายเตรียมใจไว้แล้วหรือไง? “ อย่าลืมสิว่านายเป็นฝ่ายเดินกลับมาเองนะ ฉันเปล่าขอร้องให้นายกลับมาซักหน่อย!!


เซียนถอนหายใจอย่างปลงๆ แล้วเลื่อนจานยำหน่อไม้ฝรั่งกับกุ้งมาให้ผม


“ อร่อย ลองกินดู “ น้ำเสียงร่าเริงแต่ดวงตามีรอยของความเจ็บชัดเจน นี่ถ้าผมบอกว่าไม่รู้สึกอะไรจะดูใจร้ายไปไหมอ่ะ ก็มันไม่รู้สึกจริงๆ นี่


“ คริสต์มาสสสสส “ เสียงใสๆ มาก่อนตัว ผมหันไปฉีกยิ้มให้คนมาใหม่ซะเซียนทำเสียงเหอะใส่


“ นั่งๆ กินข้าวกัน เพื่อนนายเป็นเจ้ามือ “


ผมตบที่นั่งข้างๆ ตัว แล้วเลื่อนจานเห็ดหอมทรงเครื่องที่ลองชิมแล้วให้เขา จานนี้อร่อยมากครับ ผมเลยสละให้เมทผู้น่ารัก นักรบที่เดินล้วงกระเป๋าตามมาก็เดินไปทิ้งตัวนั่งข้างคิงของเขา แน่ล่ะว่าไม่ลืมทำสายตาเย็นชาใส่ผมที่มุ้งมิ้งกับแฟนเขามากไป ฮุๆ ไม่รู้ไม่สน


“ เห จานนี้อร่อยว่ะ “ พอไอติมตักอาหารที่ผมเลื่อนให้เข้าปากไปคำหนึ่งก็หันมาทำเสียงตื่นเต้นใส่


“ ใช่ม้า เอ้อ แล้วไม่ชวนฟานกับวันพุธมาด้วยล่ะ “ ผมทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ จริงๆ ก็แค่ถามตามมารยาท วันพุธน่ะโอเคถึงจะแอ๊บงอนเขาอยู่ก็เถอะ แต่ฟานนี่อย่าได้พบเจอเลย มลพิษแก้วหูผมชัดๆ


“  ไอ้ฟานน่ะชั่งมันเหอะ อยากให้มันถูกเสือลากไปกินจริงๆ ส่วนไอ้วันพุธน่ะ ไปตามที่ห้องแล้วน่ะแต่ไม่อยู่ แต่ก็ส่งไลน์ไปเรียกมาล่ะ “ ก็โรงเรียนนี้มันอยู่กลางป่ากลางเขานี่นา วันดีคืนดีอาจจะมีแมวพันธุ์พี่บิ๊กแวะมานั่งเรียนด้วยก็เป็นได้


“ คงไม่มาหรอกมั้ง “


“ มาๆ มันบอกโอเค เห็นว่าอยู่ใกล้ๆ นี่ด้วย “ แล้วเขาก็เงยหน้าจากจานของกินมาสบตาผม ชิชะ เบื่อคนรู้ทันจริงๆ


พรึบ!


ตายยากจริงๆ พอพูดถึงก็มาทันที ร่างสูงๆ เดินไปนั่งข้างนักรบเงียบๆ ดวงตานิ่งๆ หลังกรอบแว่นเหลือบมองผมแวบหนึ่งก็หันไปสนใจอาหารตรงหน้าแทนแล้วไม่สนใจผมอีกเลย ได้ข่าวว่าผมสิต้องเป็นฝ่ายเมินเขา นี่เขามาเมินผมแทนเพื่อ?!!!


“ ไปไหนมาวะ? “ นักรบถามขึ้น ก็ก่อนมาที่นี่เขากับไอติมไปหาอีกฝ่ายที่ห้องแต่ไม่เจอนี่


“ ดูหนัง “ วันพุธก็ตอบกลับมาสั้นๆ ไอติมนี่ถึงกับสำลัก ผมกับแฟนเขาวุ่นวายหาน้ำให้แทบไม่ทัน


“ แค่กๆ นายเนี่ยนะไปดูหนัง!!! “ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องช็อกสำหรับไอติมมากๆ ที่วันพุธไปดูหนัง อ่าจะว่าไปเซียนก็พูดแบบเดียวกันเลย แสดงว่าที่ผ่านมาคุณเสนาธิการสีดำผู้นี้ไม่เคยไปใช้บริการโรงหนังเลยสินะ แหมๆ งั้นก็ไม่แปลกที่เซียนจะคิดว่าผมนัดวันพุธมา


“ เห็นว่าน่าสนใจเลยลองไปดูก็เท่านั้น “ เสียงนิ่งๆ ไร้อารมณ์ตอบกลับมา ไอติมเลยไหวไหล่แล้วหันมาถามผมบ้าง


“ ว่าแต่นายจะไปไหนต่อเปล่า? “


“ ถามแบบนี้จะชวนไปไหนหรือเปล่า สำหรับนายฉันว่างเสมอ “ พอพูดจบเสียงกระแอมของทั้งนักรบและเซียนก็ดังขึ้นมาขัดคอ ไอติมนี่ตาอย่างเป็นประกาย เขาชอบเรื่องสนุกพอๆ กับผมเลย และการทำให้นักรบหึงก็คงเป็นอีกเรื่องสนุกของเขา


“ จะชวนไปดูหนังน่ะ “


แต่!!!!


ไม่ใช่ดูในโรงร่วมกับคนอื่นๆ หรอกนะครับ ในตึกหอพักของพวกเราบนชั้นหกก่อนถึงส่วนดาดฟ้า จะมีห้องห้องหนึ่งที่ผมเดินผ่านหลายครั้งแต่ไม่รู้ว่ามันคือห้องอะไร มาตอนนี้รู้แล้วครับ มันคือห้องพิเศษสำหรับพวกลีดเดอร์ ขนาดใหญ่สองเท่าของห้องพัก มีโทรทัศน์แอลซีดีขนาด 70 นิ้ว ชุดโซฟาขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเป็นทั้งเก้าอี้หรือปูลงกับพื้นเป็นเตียงขนาดห้าคนนอนได้เลย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! ยังมีส่วนของครัวที่มีตู้เย็นและระเบียง แน่นอนว่าห้องน้ำในตัว แถมยังมีอ่างด้วย พวกมึงอภิสิทธิ์เยอะไปไหม พวกไวท์ไนต์ไม่มีนะครับ แต่พวกนั้นได้ห้องพักเดี่ยวไปแทน


“ เจ๋งใช่ไหมล่ะ เมื่อก่อนฉันมาเล่นเกมส์ห้องนี้ประจำ “ เชื่อครับคุณเมท ตลับแผ่นเกมส์เรียงเป็นตับขนาดนั้น


“ แล้วนึกยังไงถึงชวนมาดูหนังที่นี่ “ ผมเดินไปที่ชั้นข้างทีวี เกี่ยวเอาแผ่นหนังออกมาดู ว้าว บลูเรย์ซะด้วย


“ ก็ขนาดไอ้รูปปั้นยังเกิดมีอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมาได้ ฉันเลยเอาบ้าง “ คำตอบง่ายๆ แต่ตาพราวนี่คือ?


ไอติมดึงเอาของในมือผมไปเก็บแล้วลากผมไปนั่งข้างเขาหลังจากบงการให้แฟนตัวเองไปหาหนังที่อยากดู ตามด้วยดับไฟในห้อง แสงเดียวตอนนี้คือแสงจากหน้าจอทีวีเพียงเท่านั้น


“ ดูเรื่องอะไรน่ะ? “


ผมถามคนที่ดูสนุกกว่าใคร สำรวจที่นั่งของแต่ละคนก็พบว่านับรบนั่งข้างไอติม เซียนนั่งข้างผม และถัดจากเซียนก็คือวันพุธ แต่พวกเราไม่ได้นั่งชิดกันหรอกนะครับ ก็อย่างที่บอกว่าโซฟาตัวนี้มันใหญ่และตอนนี้มันก็ถูกปรับให้ปูลงกับพื้น มีพื้นที่ให้นอนกลิ้งสบายๆ


“ เดอะคอนจูรี่ “ ไอติมกระตุกยิ้มมาให้ ผมก็ส่ายหน้ายิ้มๆ กลับไป นี่เขาคิดว่าผมจะกลัวอะไรแบบนั้นเหรอ


เรื่องราวพิศวงดำเนินไปใกล้จะเข้ากลางเรื่อง แต่บรรยากาศในห้องก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พวกเราทั้งห้านั่งดูหนังสยองขวัญสั่นประสาทเหมือนดูพยากรณ์อากาศซะมากกว่า เหอๆ ผมว่านะพวกเขาน่ากลัวกว่าภาพในจอแก้วเยอะ


“ เห้อ ไม่หนุกเลย เปลี่ยนเรื่องๆ “ แล้วไอติมก็โวยวายขึ้นมา เขาบงการแฟนเขาให้เปลี่ยนเรื่องใหม่ แต่แนวเดิม ผลลัพธ์ของมันก็ยังเหมือนเดิมครับ จนในที่สุดเขาก็ล้มเลิก เปลี่ยนไปเล่นเกมส์แทน


“ มีอะไรที่นายกลัวบ้างไหมเนี่ยคริสต์มาส อยากเห็นนายร้องกรี๊ดอ่ะ “ รูมเมทคนน่ารักทำเสียงหน่ายๆ ถาม ผมอมยิ้มขำ ไม่ได้ตอบอะไรเพราะอีกคนคงรู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่มี


ก่อนจะเหลือบไปมองสามหนุ่มด้านหลังที่ตั้งวงยอดข้าวกันไปเรียบร้อยแล้ว


อ่าจริงๆ จะบอกว่าไม่มีก็คงไม่ถูก แต่แค่กรีดร้องคงไม่พอ เพราะต่อให้ร้องจนเสียงหายไปก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวเหล่านั้นหายไปได้


พรึบ!


จู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างร่วงมาที่ไหล่ของผม พอก้มไปดูก็เห็นว่าเป็นหัวเล็กๆ ของรูมเมทที่ตอนนี้หลับคาเกมส์ที่ยังไม่ได้เซฟไปแล้ว ผมเอาจอยส์เกมส์ออกจากมือไอติมแล้วทำท่าจะจับให้เขานอนให้ดีๆ แต่ก็ช้ากว่าแฟนเขา และเมื่อไม่มีอะไรให้ทำผมเลยลุกขึ้น ตั้งใจจะกลับห้อง


“ ฉันกลับแล้วนะ “ บอกลาซักหน่อยครับ เดี๋ยวหาว่าไม่มีมารยาท 


แก็ก!!


และไม่รอให้ใครตอบรับหรือรั้งไว้ผมก็เปิดประตูออกมาเลย แต่ก็ยังไม่ได้กลับห้องหรอก ผมมุ่งหน้าไปทางประตูดาดฟ้าที่ตอนนี้มันไม่ได้ถูกล็อกไว้


แสงไฟเล็กๆ จากอาคารไกลลิบเบื้องหน้าตรึงสายตาของผมไว้ที่พวกมัน ทั้งที่มองด้วยตาเปล่าให้ตายยังไงก็มองไม่เห็นสิ่งหรือใครที่อยู่ฟากฝั่งนั้น หากผมก็ยังมองมันต่อไป


“ นายคงชอบดาดฟ้ามากสินะ เราเจอกันที่นี่ด้วยนี่ น่าประทับใจใช้ได้เลยตอนนั้น “ เสียงฝีเท้าเบาๆ ก้าวตามมา ตามด้วยคำถามยียวนไม่แพ้น้ำเสียงที่ใช้ ผมหัวเราะในคอกับความกวนของอีกฝ่าย แล้วเอี้ยวหน้าไปตอบคำถามที่เดาว่าคนถามไม่ได้คาดหวังคำตอบเท่าไหร่นัก


“ ตรงกันข้ามเลยล่ะฉันเกลียดมัน “ แล้วก็ยิ้มแบบที่เซียนถึงกับหุบยิ้มในตอนแรกลง เขาคงไม่คิดว่าคำถามชวนคุยเล่นๆ ของเขาจะได้คำตอบตรงไปตรงมาอย่างที่เขาไม่เคยได้จากผมกลับไป


“ นี่ตอบจริงๆ จากใจเลยสินะ “ ผมไม่ได้ตอบอะไร แค่ยักไหล่ เซียนจึงก้าวมายืนประจันหน้ากับผม


“ อะไร? “


“ งั้นตอบจริงๆ จากใจนายเหมือนเมื่อกี้อีกครั้งได้ไหม? “ ถึงแม้ดวงไฟบนนี้จะไม่สว่างมาก แต่ผมก็มองเห็นความจริงจังในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างที่เห็นได้ไม่บ่อยนักชัดเจน แน่นอนว่าพวกมันหอบเอาความเจ็บมาด้วย!!


…………” ผมเงียบ รอฟังว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้ตอบคือเรื่องอะไร


“ ฉันต้องเจ็บอีกเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์เข้าใกล้หัวใจนาย? “  


เอาจริงดิ!!!


นี่เขาคิดจริงๆ เหรอว่าจะได้คำตอบจากผม ไม่ใช่ไม่กล้านะครับแต่ผมไม่มีมาตรวัดพวกมันให้ตรงเป๊ะๆ เป็นคำตอบให้เขา เพราะงั้นเลยตัดความยุ่งยากด้วยการยิงคำถามให้เขากลับไปคิดเองแทน


“ แล้วทำไมนายถึงเลือกมาในทางที่มีแต่ความเจ็บแบบนี้ล่ะ? “ นายเลือกเองไม่ใช่เหรอทางนี้น่ะ


เซียนหลุดยิ้มหยันตัวเองออกมา เขายกมือเสยผม ทำให้ผมเห็นใบหน้าเรียวได้รูปสวยอย่างถนัดถนี่ ซึ่งมันรับกับดวงตาเรียวของเขาราวกับพ่อแม่จับวางมาให้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำผมปิดหน้าปิดตาด้วย ความงดงามแบบนี้ไม่สมควรต้องถูกซ่อนเลยซักนิด เสียดายเบาๆ แฮะ


“ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน คิดจนหัวแทบแตก คิดวนไปวนมาเป็นร้อยๆ รอบ นายเชื่อไหมล่ะว่าฉันเองก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมฉันต้องยอมเจ็บแทบตายแบบนี้ และเพราะไม่รู้ฉันถึงเดินกลับมาหาคำตอบให้ตัวเองชัดๆ และเมื่อกลับมาเจอนายอีกครั้งฉันก็ได้คำตอบจริงๆ “


“ แล้วมันคือ? “


“ แบง แบง “ นิ้วยาวๆ ที่ทำเป็นปืนยิงมาทางผม


“ ฉัน? “


“ ฉันไม่คิดจะให้นายใช้เป็นเครื่องมือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ของนายฟรีๆ หรอกนะ ไม่ได้มีแค่นายที่เกลียดการขาดทุน ฉันเองก็เหมือนกัน ความเจ็บของฉันต้องได้ผลตอบแทนที่ฉันพอใจ “ แล้วเซียนก็โน้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจเจอกลิ่นแอลกอฮอล์รินรดอยู่ที่ปลายจมูกของผมแค่เซนต์เดียวเท่านั้นเอง


“ แล้วอะไรที่ทำให้นายพอใจ? “ ดูเหมือนเกมส์นี้จะมีสีสันขึ้นนะว่าไหม?


“ บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วนี่ “ แล้วเขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก ยกมือขึ้นจิ้มที่ตำแหน่งหน้าอกซีกซ้ายของผม


ในบรรดาสิ่งที่เขาต้องการขนาดยอมกรีดเนื้อตัวเองก็คือก้อนเนื้อเล็กๆ ในอกของผม


แค่นั้นน่ะหรือ?


“ มักน้อยจังนะ “ ผมกรีดยิ้มให้เซียน เขาแสยะยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงมาทาบกับริมฝีปากของผม เบาๆ ไม่ได้รุกล้ำ แล้วผละออกไป


“ พอดีฉันถือคติโลภมากลาภหายน่ะ แต่ก็นะ ถึงมันจะน้อยก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมปล่อยมือจากมันได้ง่ายๆ เตรียมตัวเอาไว้ละกัน ฉันเป็นพวกเกลียดความพ่ายแพ้พอๆ กับไอ้พวกไวท์ไนต์นั่นแหละ “ แล้วเขาก็หันหลัง เดินผิวปากออกไป


ผมยกหลังมือขึ้นมาเช็ดสัมผัสที่อีกคนทิ้งไว้ พยายามกลั้นหัวเราะไปพร้อมกับหักห้ามใจไม่ให้เรียกอีกคนกลับมาเพื่อปลุกให้เขาตื่นจากฝัน เมื่อความจริงคนที่มีอำนาจกำหนดกติกาและทิศทางการเดินหมากในเกมส์กระดานนี้


คือผม ไม่ใช่เขา!!


UP : 22-01-16

Edit : 15.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #339 PPR-11 (@shadow0831686918) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 01:05
    เอาจริงๆก็เริ่มสงสารฮาเร็มของคริสต์แล้วนะ แต่ความแค้นมันต้องมากร่อนนนน
    #339
    0
  2. #302 planktonenteen (@planktonenteen) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 16:10
    เซียนนี่ดื้อจริงๆเลย ส่วนรบคงร้อนๆหนาวๆ เพราะไอติมคงถือคติผัวเผลอแล้วเจอกัน 55555 สงสารเพทายกับแอชอ่ะ เจ้าเด็กน้อยถูกทิ้งทั้งคู่เลย 5555
    #302
    0
  3. #257 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 14:23
    หวังสูงไปนะเซียน อีกอย่างมันไม่มีอะไรมารับประกันได้เลยว่านายจะสมหวัง
    #257
    0
  4. #67 Mionne (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:37
    555>\\\< เยย์น่ารักดีนะ ^=^



    กรรไกรนี่คริสซื้อเองหรอใครส่งมาอ่าา

    \\ว่าแต่มีความหลังเรื่องกรรไกรด้วย!
    #67
    0
  5. #58 LILITH 💋 (@lokihime) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:09
    สนุกมากครับ ชอบ
    #58
    0