(จบแล้ว) X'MAS EVE เกมส์โกงรัก หักหลังหัวใจ [YAOI,BL]

ตอนที่ 21 : Chapter 19 : น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    15 ต.ค. 59

Chapter 18 : น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน



คุณเคยสงสัยอะไรซักอย่างไหมครับ แล้วคุณทำยังไงกับความสงสัยนั้น เพราะตอนนี้ผมกำลังสงสัยเรื่องหนึ่งอยู่นี่สิ


“ ทำไมถึงเรียกว่าห้องสมุดทั้งที่มีแต่หนังสือล่ะครับ? “


ผมถามอาจารย์บรรณารักษ์ขณะที่เรากำลังเดินไปห้องสมุดของหอพักที่ผมอยู่ ผมเคยโม้ให้ฟังไปแล้วใช่ไหมล่ะครับว่าทุกหอพักในโรงเรียนมีห้องสมุด ฟิตเนส ร้านสะดวกซื้อและสระว่ายน้ำในตัว โดยร้านสะดวกซื้ออยู่ชั้นล่าง ตรงข้ามกับทางขึ้นตึกที่มีส่วนรับรองเล็กๆ ใช้ระบบเปิดปิดด้วยรอยนิ้วมือ และถัดจากทางเข้าไปก็คือห้องสมุด ส่วนฟิตเนสกับสระว่ายน้ำอยู่ชั้นห้า และชั้นหกแบ่งเป็นส่วนที่เป็นดาดฟ้าและส่วนที่พักของอาจารย์กับพี่ดูแลหอครับ


อาจารย์วัยกลางคนท่าทางใจดียิ้มอ่อนโยนปนๆ ขบขันให้ผมก่อนจะตอบด้วยเสียงใจดี


“ ก็เพราะสมัยก่อนห้องสมุดก็คือห้องที่เก็บสมุดยังไงล่ะลูก “ แล้วท่านก็อธิบายเสริมว่าคนสมัยก่อนจดบันทึกเรื่องราวด้วยมือลงในสมุดแล้วนำมาเก็บรวบรวมเอาไว้ เขาจึงเรียกกันว่าห้องสมุด แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีเทคโนโลยีการพิมพ์เกิดขึ้น ห้องสมุดจึงได้มีหนังสืออย่างทุกวันนี้


“ อ๋อ อย่างนี้นี่เอง “ ผมลากเสียงเพื่อแสดงความเข้าใจจนอาจารย์ท่านหัวเราะเอ็นดู


“ ขอบใจนะลูกที่มาช่วยครู “ ท่านบอกขึ้นหลังจากพวกเราวางหนังสือที่หอบหิ้วกันมาลงบนโต๊ะข้างๆ เคาน์เตอร์ยืม-คืนหนังสือ


“ ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็อยู่หอนี้เหมือนกัน “ เรื่องของเรื่องคือตอนที่กำลังเดินกลับหอ ผมก็ไปเจอท่านกำลังวุ่นวายอยู่กับกล่องใส่หนังสือที่แพ็คไม่ดี บริเวณด้านล่างมันเลยหลุดแล้วหนังสือข้างในก็เทกระจาดเกลื่อนพื้น ผมก็เลยเข้าไปอาสาช่วยท่านขนมา


กริ้ง กริ้ง!


เสียงโทรศัพท์ภายในที่ดังขึ้นทำให้อาจารย์ผละจากการตรวจเช็คหนังสือซึ่งส่งกลับมาหลังจากส่งไปซ่อม เพื่อไปรับสาย ใบหน้ากร้านวัยแสดงอาการหนักใจอย่างเห็นได้ชัด


“ มีอะไรหรือเปล่าครับ? “ ผมถามขึ้นเมื่อท่านวางสายแล้วเดินกลับมา


“ พอดีครูต้องไปประชุมน่ะลูก คงต้องปิดห้องสมุด “


“ งั้นผมอยู่เวรให้แทนได้ไหมครับ ในกองหนังสือนี้มีหนังสือที่ผมสนใจอยู่พอดี “


และก็เพราะเหตุการณ์นี้นี่เองที่ทำให้ผมกลายเป็นบรรณารักษ์เฉพาะกิจหนึ่งชั่วโมง แม้ตอนแรกท่านจะมีท่าทางลังเลแต่พอผมบอกว่าเคยทำมาก่อนตอนอยู่มอต้น ท่านจึงยอมตกลง


“ มาคืนหนังสือเหรอ? “ ผมเอ่ยถามร่างสูงๆ ที่ผลักประตูเข้ามา คนที่พอเลิกเรียนก็รีบวิ่งมาหาหนังสืออ่านแล้วหมกตัวอยู่ที่นี่จนถึงเวลาห้องสมุดปิดชะงักไปนิดนึงเมื่อเห็นผม นิดเดียวจริงๆ ครับ แทบไม่รู้สึกเลย เหอๆ


“ มาทำอะไรที่นี่? “


เสียงดุๆ ถามขึ้น แล้ววางหนังสือสามเล่มที่เขายืมไปกับการ์ดสีดำซึ่งตรงกลางมีตราโรงเรียนสีทองลงบนเคาน์เตอร์เพื่อให้ผมบันทึกข้อมูลการคืนหนังสือของเขา ผมเอาการ์ดที่ทำหน้าที่ไม่ต่างบัตรเครดิตสารพัดนึกรูดเข้ากับเครื่องรูด ข้อมูลปรากฏรายการหนังสือที่ผู้ชายน่านิ่งยืมไปยาวเหยียดเป็นหางว่าว พอกับเพทายเชียว จะทำสถิติแข่งกันหรือไง


“ มาเป็นบรรณารักษ์จำเป็นหนึ่งชั่วโมง “


เมื่อคีย์ข้อมูลเสร็จก็ส่งบัตรคืน มือแข็งแรงซึ่งสวมริสแบนด์สีดำและมีข้อความภาษาอังกฤษฟร้อนท์เรียบแต่ดูมีพลังสีเขียวตามสีของชื่อเขาว่า ‘Dry’ ก็รับไปแล้วเดินลิ่วไปหาชั้นหนังสือ แต่เผอิญมาถูกกองหนังสือที่ผมยกมาเมื่อกี้สกัดความสนใจเอาไว้เสียก่อน


“ นายชอบหนังสือหรือแค่อ่านฆ่าเวลา? “ ผมถามขึ้นอีก ในห้องมีแค่ผมกับเขาสองคนเพราะงั้นไม่รบกวนใครแน่นอน


…………” แต่คนถูกถามไม่สนใจผมเลยนี่สิ ชิ กลับมาเย็นชาตามเดิมซะและ


“ แต่สำหรับฉันน่ะ ฉันชอบพวกมันนะ เพราะในวันที่เราต้องอยู่ตัวคนเดียวและไม่สามารถติดต่อกับใครได้ ก็ได้พวกมันคอยอยู่เป็นเพื่อน และมันก็ไม่เคยทรยศเราด้วย “ ตอนที่ไม่รู้จะทำอะไรในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เมื่อสองปีก่อน ผมก็ได้พวกมันนี่แหละมาทำให้เวลาที่เชื่องช้ามันเดินเร็วขึ้น มารู้ตัวอีกทีผมก็ได้ออกจากห้องนั้นเสียแล้ว


ผมหันไปยิ้มให้อีกคนที่ยังคงสนใจแต่กองหนังสือตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมาทำหน้าที่บรรณารักษ์เมื่อมีผู้เยี่ยมเยียนคนใหม่ผลักประตูเข้ามา


“ อ้าวเยย์ มาหาหนังสืออ่านเหมือนกันเหรอ? “ ผมทัก เยย์ยิ้มให้ผมและหันไปก้มหัวเล็กๆ ทักทายลีดเดอร์ของเขาที่เหลือบหางตามามอง


“ ผมเอาหนังสือมาคืนแทนรูมเมทน่ะครับ “ แล้วเยย์ก็ส่งหนังสือกับการ์ดสีดำมาให้ผม ผมหรี่ตาเตรียมล้อเขาเต็มที่


“ แน่ใจนะว่าแค่รูมเมท “ เยย์อมยิ้มขำท่าทางของผม แก้มขาวๆ ขึ้นริ้วแดงๆ เพราะความขี้อาย แต่ดวงตาที่ถูกผมหน้ายาวๆ บดบังเอาไว้พราวระยับจนสังเกตได้


“ รูมเมทจริงๆ ครับ พอดีเขาปั่นรายงานโต้รุ่ง ตอนนี้ก็สลบคาที่นอนไปแล้ว แต่กำหนดคืนหนังสือวันนี้พอดีผมเลยอาสาเอามาคืนแทนน่ะครับ “


“ หว่า ไม่หนุกเลย “ ผมทำเสียงเสียดายที่ล้อเขาไม่ขึ้น ดูเหมือนเขาจะมีภูมิต้านทานผมขึ้นมานิดนึง ก่อนจะส่งบัตรคืนเขาไปเมื่อคีย์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว


“ แล้วคริสต์ล่ะครับทำไมมาอยู่ที่นี่ เมื่อกี้ผมสวนกับอาจารย์บรรณารักษ์ แต่ไม่คิดว่ารักษาการแทนจะเป็นคริสต์แบบนี้ “


“ บังเอิญน่ะเลยขออาสาซะเลย พูดแล้วก็นึกน้อยใจขึ้นมา “ บอกจบก็หันไปจิกตาใส่ร่างสูงๆ อีกร่าง


“ น้อยใจ? “


“ ใช่!! จริงๆ ฉันไม่ต้องมาอยู่ที่นี่ก็ได้แต่เพราะรู้ว่าใครบางคนต้องมาหาหนังสืออ่านเวลานี้ประจำ พออาจารย์บอกว่าจะต้องปิดห้องสมุดฉันก็อาสาอยู่เวรให้ แล้วนี่อะไร ไม่ขอบคุณกันไม่ว่าแต่ไม่สนใจกันเลยนี่สิมันน่าน้อยใจไหมล่ะ? “


ผมบ่นด้วยน้ำเสียงน้อยใจเสียเต็มประดา หันไปทั้งถลึงตาทั้งสะบัดหน้าใส่คนที่พูดถึงซึ่งยังคงยืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร เยย์ที่เห็นท่าทางของผมก็แอบขำ เขาชำเลืองมองลีดเดอร์ของเขานิดๆ ก็พูดขึ้น


“ เขาอาจจะไม่รู้ก็ได้นี่ครับ “ เข้าข้างกันเห็นๆ


“ ก็นี่ไง บอกอยู่ปาวๆ เนี่ย!! “ คราวนี้เหมือนจะรู้สึกเพราะหมอนั่นหยิบป้าย ห้ามส่งเสียงดัง มาวางตรงหน้าผม จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะมุมที่ไกลที่สุด โอ้ย!! ไอ้คนเย็นชา


“ คึๆ เอ่อ ขอโทษครับ “ เยย์ที่กลั้นขำไม่อยู่หันมาขอโทษผมเมื่อผมหันไปทำตาคว่ำใส่เขา


“ จิ๊!! “ สะบัดบ๊อบใส่ไปครับ


คราวนี้เยย์ขำออกมาแบบไม่กลั้นเลย เขาเดินไปดูหนังสือที่วันพุธหยุดดู ก่อนจะเลือกเอาเล่มหนึ่งไปอ่านอีกมุมของห้อง ด้วยความไม่มีอะไรทำผมเลยไปเลือกหนังสือในกองเดียวกันนั่นแหละมาอ่านบ้าง อ่านเพลินจนอาจารย์บรรณารักษ์ที่กลับมาจากประชุมเข้ามาสะกิดเรียก ผมจึงย้ายไปหามุมนั่งอ่านดีๆ ผมเลือกที่นั่งแบบเป็นเก้าอี้สานที่มีเบาะรองหลังแล้วขึ้นไปนั่งขัดสมาธิแบบตามสบายฉันประหนึ่งเป็นบ้านของตัวเอง


พรึบ!


ผมรวบหนังสือปิดเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายจบ ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอกับเยย์ที่เข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาติดผนัง


“ สามทุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!! “ เสียงหลงกันเลยทีเดียว ดีนะที่เวลาปิดของที่นี่คือสามทุ่มพอดี


“ คริสต์เนี่ยเป็นพวกที่เวลาใช้สมาธิแล้วไม่รับรู้สิ่งรอบตัวหรอกหรือครับ ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย “ เยย์พูดยิ้มๆ ในมือเขาไม่มีหนังสือแต่การที่เขานั่งอยู่ก็เพราะรอเป็นเพื่อนผมนั่นเอง


“ นายรอฉันเหรอ โทษทีนะ ติดลมบนน่ะ “ ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำพูดของอีกฝ่าย แล้วลุกขึ้นเอาหนังสือไปเก็บ ตอนนั้นเองที่ผมเห็นว่าในห้องสมุดไม่ได้มีแค่ผม เยย์ และอาจารย์บรรณารักษ์อยู่กันแค่สามคน


“ ขอโทษด้วยนะครับ “ ผมบอกกับอาจารย์ ท่านยิ้มเอ็นดูแล้วบอกว่าไม่เป็นไรท่านยินดี พวกผมลาท่านอีกครั้งก็ผลักประตูออกจากห้องมา


“ ห้องผมอยู่ชั้นสองครับ ห้องคริสต์ชั้นสามสินะครับ “ เยย์หันมาบอกเมื่อพวกเราเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้นสอง ผมพยักหน้าให้เขา


“ อืม นายอยู่ห้องอะไรล่ะ ฉันอยู่ห้อง 313 นะ แวะไปเล่นได้ “


“ ผมอยู่ห้องหมายเลข 204 ครับ “


“ โอเค แล้วเจอกันพรุ่งนี้ “ แล้วเราก็แยกกัน เยย์เดินไปห้องของเขา ผมก็เดินขึ้นบันไดไปอีกชั้น แต่ไม่ได้เดินไปที่ห้องหรอกครับ แอบหลุบมุมรอจ๊ะเอ๋รูปปั้นจอมเย็นชาที่เริ่มมีความน่ารักขึ้นมาอีกนิด


“ เฮ้ “ ผมส่งเสียงไปทักร่างสูงๆ ที่เพิ่งเดินขึ้นมา วันพุธไมได้ตกใจอะไร เขาแค่เหลือบตามองผมนิดๆ ไม่มีต่อมอเลิทหรือไงกันนะ หรือเขาจะเป็นรูปปั้นไปแล้วจริงๆ


…………” ไม่มีทั้งเสียงและซับ โอเค พูดคนเดียวก็ได้วะ


“ นายอยู่เป็นเพื่อนฉันใช่ไหมล่ะ ขอบคุณนะ แค่นี้แหละรบกวนนายเยอะแล้ว ฝันดี “ ยิ้มให้เขาอีกครั้งก็เดินกลับห้อง บอกก่อนเลยนะครับว่าไม่ได้เข้าข้างตัวเองซักนิด ความจริงล้วนๆ (?)


………………

วันต่อมา


เวลาหลังเลิกเรียนของวันถัดไป ขาของผมก็พาก้าวมาที่ห้องสมุดอีกจนได้ เมื่อเข้าไปผมก็ยกมือไหว้อาจารย์บรรณารักษ์แล้วกวาดสายตามองหาคนที่ชอบมาคลุกอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้ แต่ก็ไม่เจอ เลยเดินไปที่ชั้นหนังสือที่ตั้งเรียงกันเอาไว้เหมือนจะทำเขาวงกต (เวอร์ไปไหม) ผมเลือกมาหมวดหนังสือประวัติศาสตร์ เป็นความหลงใหลส่วนตัวน่ะครับ


“ หว่า” ทำเสียงเสียดายสุดพลังเมื่อหาทั้งชั้นแล้วก็ไม่เจอหนังสือที่เกิดอยากอ่านขึ้นมากะทันหันเลย สงสัยจะมีคนยืมตัดหน้าไปแล้วเพราะเมื่อคืนผมเช็คเว็บห้องสมุดของโรงเรียนแล้วเห็นว่ามันยังไม่ถูกยืมเลย เสียดายแหะ


และพอไม่ได้ดั่งใจมันก็เกิดพาลไม่อยากอ่านหนังสือเล่มอื่นขึ้นมาซะงั้น ทั้งที่ยังมีหนังสือน่าสนใจหลายเล่มที่ผมยังไม่เคยอ่าน ครั้นจะให้กลับห้องก็นึกได้ว่าอีตานักรบขี้หึงลากแฟนเขาไปตั้งแต่ออดเลิกเรียนดัง คอนเฟิร์มเลยว่าหมอนั่นไม่ปล่อยไอติมกลับห้องมาง่ายๆ หรอก ด้วยเหตุนั้นผมเลยไปขออาจารย์บรรณารักษ์ อาสาจัดหนังสือเข้าชั้นแก้เซ็งมันซะเลย


“ หนังสือตรงนี้ยืมได้ไหมครับ? “ เสียงสุภาพสะกิดถามเบาๆ เขาชี้ไปยังหนังสือบนรถเข็นที่ผมกำลังเข็นอยู่ ผมพยักหน้ายิ้มๆ ให้เขา รู้สึกจะอยู่รุ่นเดียวกัน เขาก็ยิ้มมาให้แล้วหยิบเอาหนังสือที่สนใจออกไปสองเล่ม


เมื่อจัดหนังสือรอบแรกเสร็จเรียบร้อยผมก็เข็นรถไปเอาหนังสืออีกกองไปจัดใหม่ กลิ่นกระดาษและชั้นหนังสือที่เรียงรายรองทิศทางสร้างความสงบให้จิตใจผมได้ทุกครั้ง


นานๆ ทีพักรบชั่วคราวก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ


“ ให้ผมเอาขึ้นไปเก็บให้แทนไหมครับ “


เป้ง!!


พักยกได้ไม่ถึงสิบนาที เสียงที่บ่งบอกว่าเริ่มเกมส์ก็ดังขึ้นก้องหูผมเลย


“ นายจะด่าว่าฉันเตี้ยแบบอ้อมๆ ใช่ไหม? “ ผมก้มลงไปจิกตาใส่เยย์ คือตอนนี้ผมปืนอยู่บนบันไดซึ่งเอาไว้ใช้ค้นหาหนังสือที่อยู่บนชั้นสูงๆ แล้วเยย์ที่คงมาหาหนังสืออ่านตามประสาเด็กเรียนอีกคนคงเห็นผมเข้าแล้วก็เข้ามาทัก 


“ เปล่านะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น ผมแค่อยากช่วยเท่านั้นเอง “ เยย์โบกมือปฏิเสธพัลวัน เขาคงกลัวผมคิดจริงจังจริงๆ ผมเลยยิ้มขำออกไปให้เขารู้ว่าผมแค่แกล้งเล่น จะจริงจังไปไหนเนี่ย


“ งั้นก็ช่วยหน่อยแล้วกัน คุณสูงชะรูด “ เยย์ถึงกลับหัวเราะพรืดออกมาเมื่อเจอคำแซวของผม แต่เขาก็สูงกว่าผมเยอะอยู่จริงๆ นั่นแหละ ในบรรดาพวกเขามีแค่ไอติมกับอาโปเท่านั้นแหละที่ผมเบ่งได้ นายฟานเองก็สูงกว่าผมอยู่หน่อยเหมือนกัน


“ ว่าแต่มาช่วยฉันแบบนี้จะดีเหรอ ไม่ใช่ว่านายมีธุระอะไรหรือไงถึงมาห้องสมุด “ ผมถามไปก็ส่งหนังสือให้เยย์ไปด้วย หมอนั่นเงียบไปอึดใจเหมือนกำลังหาเหตุผลที่ให้ดูไม่เป็นการ ’ตั้งใจ‘ มาหาผมจนเกินไป  


“ ผมมาหาหนังสืออ่านเล่นน่ะครับ ไม่เป็นไรหรอก “ เอ่ จะยอมเชื่อดีไหมเนี่ย เอาเถอะๆ เขาคงไม่อยากให้ผมรู้เหตุผลจริงๆ ของเขา จะตามน้ำไปด้วยก็ได้


“ แล้วคริสต์ล่ะครับ มาทำอะไรที่ห้องสมุด “ เขาถามผมกลับบ้าง ในน้ำเสียงมีรอยหม่นที่ผมจับสังเกตได้ น่ารักจังแฮะ


“ เหตุผลเดียวกับนายนั่นแหละ “ ทั้งเหตุผลจริงๆ และเหตุผลที่ปรุงแต่งขึ้น นาย เลือก’ เชื่ออย่างไหนล่ะ?


มือใหญ่ๆ ที่เอื้อมมารับหนังสือจากผมชะงักไปเสี้ยววินาทีก็กลับเป็นปกติ เขายิ้มฝืดๆ ให้ตัวเอง แล้วระหว่างเราก็มีแต่ความเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครอีกคนที่อยู่อีกฝากของชั้นหนังสือ พอลองมองผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างสันหนังสือและชั้นไม้ก็เห็นเพียงชุดนักเรียนช่วงเอวและแขนแข็งแรงที่กำลังเปิดหนังสืออ่าน แต่ที่ทำให้ผมหลุดยิ้มร้ายๆ ออกมาคงเป็นสิ่งที่สวมอยู่กับแขนข้างนั้น


แล้วเหตุผลของ นาย’ ที่มาอยู่ตรงนี้คืออย่างไหนกันล่ะ?


“ งั้นหรือครับ แล้วหาได้หรือยังครับ? “ เยย์ฝืนยิ้มมาให้อีกครั้ง สมองระดับเขามองออกอยู่แล้วว่านั่นก็แค่ข้ออ้าง เหมือนที่ผมก็มองเขาออก อย่าลืมสิครับว่าผู้ชายคนนี้เคยเกือบจะได้เป็นวิซาร์ดของแบล็คชาโดว์ เขาไม่โง่เหมือนการ์เดียนของเขาหรอก


“ เห้อออ ก็หาไม่เจอไงถึงมาจัดหนังสืออยู่เนี่ย ตอนแรกนึกว่าอาจจะฟลุ๊คมีคนเอามาคืนแต่ดูเหมือนจะแห้ว “ ก็นี่หนังสือที่มีคนเอามาคืนกองสุดท้ายแล้วนี่ครับ  


“ ผมถามได้ไหมครับว่าหนังสือชื่ออะไร? “ เยย์คงเห็นท่าทางเซ็งจิตของผมถึงอยากรู้ว่าหนังสือแบบไหนที่ทำให้ผมอารมณ์แปรปรวนเหมือนสตรีเมนส์ไม่มาได้


“ ดีเลย เผื่อนายรู้ว่าใครเอาไป ชื่อหนังสือ XXX “ มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการก่อกบฏอย่างเงียบๆ ในประเทศหนึ่งที่ใช้เวลายาวนานถึง 14 ปี ไม่คิดว่าความอดทนกับเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่ไม่ถูกกระแสแห่งเวลาลบเลือนไปมันน่าหลงใหลหรอกหรือครับ?


“ ผมเคยได้ยินชื่ออยู่ ไม่คิดว่าคริสต์จะชอบแนวนี้ “ ปากนายพูดเหมือนไม่เชื่อ แต่ตานายไม่ได้สื่อความแบบนั้นเลยนะ


“ แล้วนายคิดว่าฉันเหมาะกับแนวไหนล่ะ? “


“ คงเป็นแนวเบาๆ ผ่อนคลายๆ ล่ะมั้งครับ “ แปลอีกอย่างคือเขาจะบอกว่าเพราะผมใช้สมองเล่นเกมส์อาจจะเครียดไปเลยต้องอ่านอะไรเบาๆ เป็นการผ่อนคลายใช่หรือเปล่านะ


ผมพูดได้เลยว่าอดีตตัวเต็งวิซาร์ดคนนี้ฉลาดมากครับ เสียอย่างเดียวคือเขาฉลาดเกินไป และไม่รู้จักวิธีซ่อนพวกมัน เพราะแบบนั้นเขาถึงเจ็บกว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลย


และผมมันไม่มีต่อมความสงสารด้วยสิ!!


……………..

สองวันต่อมา


“ ไปห้องนายได้แล้ว จะเริ่มเรียนแล้วเนี่ย “ ไอติมทำมือไล่แฟนของเขาเมื่อนักรบไม่ยอมกลับห้องตัวเองไปซักที คุณตัวตลกสีดำก็ว่านอนสอนง่าย (เฉพาะกับแฟนตัวเอง) แต่ก่อนจะไปก็ยังไม่วายหันมาสบตาหวาน (?) กับผมอีก เหอๆ


“ ท่าทางฉันจะสร้างศัตรูตัวฉกาจเข้าให้สินะ “ ผมบอกขำๆ ดูจากปฏิกิริยาของนักรบแล้วผมว่าเขาต้องรู้เรื่องที่ผมกับแฟนเขาลักลอบเล่นชู้ (?) กันแน่ๆ


“ ฉันกับนักรบไม่มีความลับต่อกันหรอกนะ “ ก็ตามนั้นครับ เห้อออ เสียดาย


ไอติมส่งรอยยิ้มน่ารักมาให้อีกครั้งก็หันกลับไปนั่งให้ดีๆ เมื่อออดเริ่มเรียนดังขึ้น ผมเองก็เอาอุปกรณ์การเรียนออกมาจากกระเป๋า แต่ตอนที่กำลังสอดหนังสือของวิชาอื่นเข้าไปใต้โต๊ะ มันก็ไปติดกับของที่อยู่ข้างใน พอล้วงออกมาดูก็ถึงกับซ่อนยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อมันคือหนังสือที่ผมกำลังอยากอ่านอยู่ตอนนี้!!


ลองเดากันไหมครับว่าคนใจดีที่แอบเอาหนังสือมาให้ผมเป็นใคร?

 



UP : 24-11-15

Edit : 15.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #331 pppppppppiim (@pppppppppiim) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 07:28
    เยย์จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆมั้ง..
    #331
    0
  2. #300 planktonenteen (@planktonenteen) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 21:22
    โมเม้นใสๆในห้องสมุดก็มา จะอ่อยเด็กเรียนมีที่ให้จู่โจมอยู่แค่ไม่กี่ที่หรอกเนอะ 5555 ไอติมบอกแฟนหรอ แต่ถึงไม่บอกขุ่นแฟนก็น่าจะเดาได้มั้งว่าไอติมแอบไปทำไร 5555

    ปล. ไรต์แอบพิมพ์ผิดสองจุดนะคะ คำว่า ชะลูด กับคำว่า ฟาก ค่ะ
    #300
    0
  3. #255 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 13:26
    เราว่าวันพุธ 555 แต่แหมไอติมได้ข่าวเธอรุกคริสต์ก่อนนะ คริสต์แค่อ่อยเบาๆเอง(?)
    #255
    0
  4. #56 LILITH 💋 (@lokihime) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:44
    สนุกกกกกมาก กอไก่ล้านตัว
    #56
    0
  5. #37 Mionne (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 20:01
    เย้ อัพแล้ว><

    นี่คริสจะหวั่นไหวกับเซียนมั้ยนิ #ไม่หรอกเนอะ555

    ถึงจะพอเดาๆได้แต่ก็ยังอยากรู้อดีตของคริสอ่าา



    ฉากวันพุธน่ารักก อารมณ์ประมาณวายใสๆเลยย
    #37
    0
  6. #36 ChipminK (@mintmink03) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 23:04
    อัพแล้ว เย่!
    เมื่อไหร่จะรบกันสักทีน้อออ หมากเยอะแล้วเนาะคริสตี้
    ขืนยังมัวหาหมากเพิ่มระวัง จะไม่ได้รุกฆาตนะ +..+
    #36
    0
  7. #35 AN_DSBP (@an_dsbp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 15:38
    ต่ออออออออ!!! 0~0////
    #35
    0