(จบแล้ว) X'MAS EVE เกมส์โกงรัก หักหลังหัวใจ [YAOI,BL]

ตอนที่ 14 : Chapter 12 : เรื่องวุ่นๆ ในห้องพยาบาล (4P?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    15 ต.ค. 59

-CHAPTER 12-

เรื่องวุ่นๆ ในห้องพยาบาล (4P?)


[ Petie’s Part ]

“ วิซาร์ดจะไปไหนครับ? “ คนที่ผมคุ้นๆ ว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันเรียกผมที่กำลังเดินลัดเลาะผ่านสวนซึ่งกั้นแบ่งอาณาเขตของไวท์ไนต์และแบล็คชาโดว์ไว้

“ ธุระน่ะ “ สำคัญมากด้วย

“ อย่าบอกนะครับว่าฝั่งนั้น “

ฝั่งนั้นก็คือตึกเรียกสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้มาจากเซราเซียนแผนกมอต้นหรือก็คือพวกแบล็คชาโดว์นั่นเอง พวกเราสองสีไม่ถูกกันครับ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมากว่าศตวรรษ เรียกได้ว่าเจอกันเป็นต้องมีเลือด ผมเองก็เคยถูกพวกนั้นดักทำร้ายตอนที่ยังเป็นแค่ ว่าที่วิซาร์ด เมื่อตอนมอต้นเหมือนกันแต่โชคดีมีแองเจิ้ลมาช่วยเอาไว้ และตอนนี้ผมก็กำลังจะไปช่วยแองเจิ้ลตนนั้นหลังจากได้ข่าวมาว่าเขาถูกทำร้าย แล้วอย่างนี้ยังจะให้ผมนิ่งเฉยอยู่ได้ยังไง

“ อืม “

“ แต่

“ ไม่เป็นไรหรอก “

ผมไม่แปลกใจที่เขากังวลแทนผม เพราะผมต่างจากลีดเดอร์คนอื่นๆ ของไวท์ไนต์ พวกสีคราม แอชตัน อาโป หรือแม้แต่ไอ้ลิเคียวร์สามารถเดินเข้าออกที่นั่นได้เหมือนเป็นอาณาเขตของตัวเองเพราะพวกมันมีสิ่งที่เรียกว่ากำลังเป็นอาวุธ ส่วนผมมีแค่สมอง แม้จะลองเข้าชมรมศิลปะป้องกันตัวดูแล้วแต่ก็ไปไม่รอด ถึงอย่างนั้นความเป็นห่วงใครอีกคนที่อยู่ฝั่งนั้นมันก็ทำให้ผมไม่สนใจว่าถ้าก้าวข้ามเส้นกั้นนั้นไปแล้วจะต้องเจอกับอะไรที่รออยู่

ผมแยกกับนักเรียนคนนั้นแล้วเดินต่อไป หยุดชั่งใจที่หน้าทางขึ้นอาคารอยู่พักหนึ่ง ถ้าผมก้าวข้ามไปแล้วความเป็นลีดเดอร์ของไวท์ไนต์ก็คงคุ้มหัวผมไม่ได้อีกต่อไป

เรื่องนั้นใครจะสนล่ะ!!!

ผมเชิดหน้าเดินขึ้นไปบนอาคารเรียนที่เคยมากับแอชตันและสีครามเมื่อตอนที่คริสต์มาสอีฟบาดเจ็บเพราะถูกทำร้าย คิดมาถึงตรงนี้ผมก็อดห่วงสวัสดิภาพในอนาคตของเขาไม่ได้ ยังไม่ถึงเดือนเลยที่เขาย้ายกลับมา นี่ก็ครั้งที่สามแล้วที่เขาถูกทำร้าย ใจผมน่ะอยากให้เขามาอยู่ใกล้ๆ เหมือนเมื่อก่อน แม้ผมจะไม่มีความสามารถที่จะปกป้องเขาได้ แต่ก็ยังมีแอชตันกับสีคราม หากมันก็ใกล้มือไอ้คิงนรกเกินไป และถ้าเทียบระหว่างให้คริสต์มาสอีฟอยู่กับพวกแบล็คหรือกลับมาฝั่งไวท์แล้ว ให้อยู่ที่เดิมแบบนี้ยังปลอดภัยซะกว่า!!!

“ เดี๋ยวนะๆ นี่มันวิซาร์ดจอมปวกเปียกของไวท์ไนต์ไม่ใช่หรอกหรือ? “ ให้ตายสิ ถึงผมจะไม่เอาไหนเรื่องต่อยตีแต่พอมาโดนเรียกแบบนี้แล้วมันไม่ชอบใจเอาซะเลย คราวหลังจะเอาไอ้แอชติดมือมาด้วย อยากรู้จริงๆ ว่าไอ้พวกนี้จะกล้าแซวผมไหม

“ ฉันไม่ได้มีธุระกับพวกนาย “ ผมทำใจกล้าตอบกลับไป ก็แค่ตัวใหญ่กว่าแล้วก็จำนวนมากกว่าเอง คิดว่าผมจะกลัวเหรอวะเอ่อ ก็นิดนึง

“ หยิ่งสมกับเป็นพวกไวท์เลยเว้ย “ ผู้ชายอีกคนย่างสามขุมเข้ามาหาผมอย่างคุมคาม แล้วผมก็ดันเผลอก้าวถอยหลังไปซะงั้น ไอ้เพทายเอ้ย! ทำไมไม่ทำเป็นเก่งให้ตลอดวะ!!

ปึก!

ตายล่ะหว่า! ข้างหลังก็ฝาผนัง ข้างหน้าก็ถูกยักษ์สามตัวขวางไว้ ตายแน่ๆ ไอ้เพทาย!!

“ ขอโทษนะครับรุ่นพี่ “ หืม เสียงนี้มัน….

“ คริสต์มาสอีฟ!! “ ผมยิ้มกว้างออกมาทันที เมื่อก่อนเขาก็เข้ามาช่วยผมแบบนี้เหมือนกัน เขาจึงเป็นเหมือน แองเจิ้ล สำหรับผม

“ คริสต์รู้จักเหรอ? “

ผู้ชายที่ว่าผมปวกเปียกถามกับคนมาใหม่แล้วชี้มาที่ผม ที่ตอนนี้วิ่งมาหลบหลังคริสต์มาสอีฟเรียบร้อยแล้ว อย่าหาว่าผมขี้คลาดเลยนะครับ แต่ผมโดนยำเล่นมาจนเป็นโรคหวาดผวาแล้ว ขนาดที่ว่าก่อนหน้านี้เวลาจะไปไหนมาไหนสีครามต้องให้แอชตันไปกับผมเสมอ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะห่วงแองเจิ้ลผมไม่มาเหยียบที่นี่หรอก!

“ นี่เพทาย หรือที่พวกพี่รู้จักในฐานะวิซาร์ดของไวท์ไนต์นั่นแหละครับ พอดีเราเป็นเพื่อนกัน เขามาหาผมน่ะ พวกพี่หยวนๆ ให้เขาหน่อยนะ “ คริสต์มาสอีฟทำเสียงอ้อนๆ จนผมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา ไอ้พวกรุ่นพี่ตรงหน้าที่พอถูกขอร้องก็ทำหน้ายิ้มๆ โคตรน่าหมั่นไส้

“ ถ้าคริสต์ขอพี่ก็ไม่ขัดข้อง แต่เตือนเพื่อนเราหน่อยว่าให้ระวังตัว ถ้าไปเจอไอ้พวกหัวแข็งอาจจะไม่ได้เดินกลับไปครบสามสิบสอง “ พี่มันหันมาเตือนผม ผมพยักหน้ารับ รู้ซึ้งกับคำว่า หัวแข็ง ที่พี่มันใช้ ก็ไอ้พวกที่ไม่ว่าใครถ้ามาจากไวท์ไนต์ก็กระทืบแหลกไงครับ โรงเรียนถึงต้องทำสวนใหญ่ๆ กั้นอาณาเขตของเราสองฝ่ายออกจากกัน

ผมเผลอพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อพวกพี่มันเดินแยกไป อดไม่ได้ที่จะหันไปทำเสียงน้อยใจใส่อีกคน

“ นายนี่ยังชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้เหมือนเดิมเลยนะ “ หรือจะเรียกว่า หึง ดีล่ะ ผมรู้ว่าเขาใจดีกับทุกคนและผมก็ไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังห้ามความไม่พอใจอย่างไม่มีเหตุผลนี้ไม่ได้ เห้อออ

“ ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษนะ ว่าแต่นายมาทำอะไรแต่เช้า “ เสียงที่หวานเกินกว่าจะเป็นของผู้ชายหันมาถาม ดวงตากลมโตมองผมอย่างรอคำตอบ

“ มาหานายไง เมื่อวานไอ้แอชไปอาละวาดบอกว่าไอ้อาโปส่งคนไปทำร้ายนาย “

ถึงแม้ว่าแอชตันจะเอาหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงอัดคำสารภาพของหนึ่งในคนที่ไอ้อาโปสั่งให้ไปทำร้ายคนตรงหน้าแต่ไอ้ตัวการมันก็ไม่ยอมรับ หากผมเชื่อแม้มันจะไม่มีหลักฐานมาด้วยก็ตาม เพราะแอชตันเป็นผู้ชายที่ซื่อตรงที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมาเลย หมอนั่นไม่มีวันพูดโกหกหรือใส่ร้ายใคร โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ชายตรงหน้าผม

“ อ่าเรื่องนั้นช่างมันเถอะ “ คริสต์มาสอีฟก็ยังเป็นคริสต์มาสอีฟ แม้ว่าจะเจอเจอโหดร้ายมาเขาก็ยังยิ้มเพื่อไม่ให้คนรอบข้างเป็นกังวลแม้จะเป็นยิ้มที่เขาสร้างขึ้นมาปกปิดความรู้สึกจริงๆ ก็ตามที

“ ว่าแต่นายยังไม่ได้ทายามาใช่ไหมเนี่ย ฉันไม่ได้กลิ่นยาเลย ไปทายาเดี๋ยวนี้เลยนะ “ แล้วผมก็คว้าแขนข้างที่ไม่มีรอยช้ำแล้วลากดุ่มๆ ไปทางห้องพยาบาลที่เพิ่งเดินผ่านมา

“ เดี๋ยวๆ เพทาย รองเท้าฉันไม่ได้เดินเร็วได้แบบนายนะ “ คนตัวเตี้ยกว่าหลายเซนต์ฯ แต่ขนาดร่างกายพอๆ กันท้วงขึ้น ผมเลยนึกขึ้นได้ว่ารองเท้าที่คริสต์มาสอีฟใส่อยู่เป็นแบบสำหรับใส่ในอาคารซึ่งไม่เหมาะกับการวิ่งหรือเดินเร็วๆ เหมือนรองเท้าคัชชูที่ผมใส่อยู่

“ จริงด้วย โทษทีๆ “ ผมเลยหยุดแล้วหันไปขอโทษเขา ซึ่งก็เพิ่งนึกได้อีกนั่นแหละว่าการเคลื่อนไหวของเราสองคนมันไม่เหมาะจะหยุดเอาดื้อๆ แบบที่ผมทำ ฮื่อ เมื่อไหร่ผมจะแก้โรคซุ่มซ่ามหายขาดซักทีเนี่ย

ปึก!

“ อ้ะ! / เฮ้ย!

โครม!!

“ โอ้ย!!!

เพราะงั้นหัวของผมกับคริสต์มาสอีฟเลยโขกกันจนต่างฝ่ายต่างร้องเสียหลง แล้วก็ตามมาด้วยเสียงก้นของผมล้มจ้ำเบ้าลงกับพื้นไงล่ะครับ เจ็บชะมัด แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ผมรีบมองหาอีกคนทันทีและโล่งใจเมื่อเขาไม่ได้ล้มแบบผมเพราะมีคนเข้ามารับเอาไว้ทัน

“ คริสต์มาสอีฟเป็นยังไงบ้าง ฉันขอโทษที่ไม่ระวัง “ ผมลุกขึ้นแล้วเข้าไปหาเขา คนถูกถามส่ายหน้าแล้วยิ้มมาให้

“ ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้เจ็บอะไร เอ่อขอบคุณนะที่ช่วยไว้ “ พอเขาตอบผมก็เงยหน้าไปบอกกับคนที่เข้ามารับไว้ ผมเลยหันไปมองผู้ชายตัวสูงคนนั้นบ้าง อ่านั่นมันคนที่ได้ตำแหน่งเดียวกับผมไม่ใช่เหรอ?

“ ระเบียบของโรงเรียนข้อที่ 34 ห้ามวิ่งบนทางเดิน “ เสียงดุๆ ทำผมสะดุ้งเฮือก เย็นชาสมคำล่ำลือจริงๆ

“ ฉันผิดเอง ถ้าจะลงโทษก็มาลงที่ฉัน ทำไมต้องไปดุคริสต์มาสอีฟด้วย “ ผมจ้องหน้าคนที่สูงกว่าหน่อยแต่ตัวใหญ่กว่าโข กินอะไรเข้าไปบ้างวะ พอๆ กับไอ้พวกสีครามเลย

“ นายไม่ได้ขึ้นกับกฎของที่นี่ “ วิซาร์ดของแบล็คหันมาตอบด้วยเสียงแบบเดิม จริงด้วย ไม่แค่ตึกเรียนแต่กฎของพวกเราก็แยกออกจากกัน แม้มันจะเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วเลยก็เถอะ

“ เออ งั้นฉันขอโทษล่ะกัน เพราะงั้นห้ามไปทำโทษคริสต์มาสอีฟทีหลังล่ะ “ บอกดักไว้ก่อนเลย ผมไม่อยากให้คนข้างๆ ต้องถูกแกล้งอีกนี่

“ น่าๆ เพทาย วันพุธเขาแค่เตือนเฉยๆ แล้วเรื่องลงโทษอะไรนั่นน่ะก็แค่เขียนเรียงความสำนึกผิดเท่านั้นเอง ไม่ได้หนักหนาอะไรเลย เพราะงั้นเลิกแล้วต่อกันนะ “ อีกแล้ว เวลาเขาจะเกลี่ยกล่อมเพื่อให้ใครก็ตามแต่ยอมฟังก็จะใช้น้ำเสียงแบบนี้ และผมก็ไม่เคยเห็นใครทัดทานเขาได้ซักคน แม้แต่ตัวผมเองก็เถอะ

“ ก็ได้ นายว่าอะไรฉันก็ว่าตามนั้นแหละ “

เขาว่าอะไรมาผมก็ยอมทั้งนั้นแหละ ผมไม่สนนายแว่นหน้านิ่งนั่นแล้วคว้าข้อมือคริสต์มาสอีฟเข้ามาในห้องพยาบาล แล้วทำไมหมอนั่นถึงต้องมาที่เดียวกันด้วยวะ ไม่สบอารมณ์เอาซะเลยเพราะดูเหมือนเขากับคริสต์มาสอีฟจะรู้จักกันในระดับหนึ่ง

“ เห คริสต์บาดเจ็บมาอีกแล้วเหรอครับ? “ พอเข้าห้องมาได้ไอ้ตี๋ที่คงเป็นเจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาลก็ทักคนข้างตัวผมขึ้น หงุดหงิดยกกำลังสอง ทำไมไปทางไหนก็มีแต่คนรู้จักเขาไปหมดเลยเนี่ย มีน้อยๆ หน่อยไม่ได้หรือไงไอ้สิ่งที่เรียกว่าเสน่ห์เนี่ย!

“ เอ่อ พอดีหกล้มแล้วแขนไปกระแทกฝาผนังมาน่ะ “ ตลอด ผมอยากตะโกนคำนี้ออกมาดังๆ ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ไม่ว่าจะโดนอะไรมาก็แล้วแต่ คำตอบที่ได้จากปากจิ้มลิ้มนี้ก็เป็นแบบเดิมเสมอ

“ แล้วที่หน้านี่ก็หกล้มด้วยหรือเปล่าครับ ถึงขึ้นรอยครบห้านิ้วเชียว “ อ่ะฮ้า ไอ้ตี๋นี่ไม่คิดจะแกล้งโง่เหมือนพวกผมเลยเว้ย ใจกล้าผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นแฮะ

“ ฮะๆ นายนี่เข้าใจเล่นมุขนะ “ คนถูกจับได้หัวเราะกลบเกลื่อน ไอ้ตี๋จึงได้แต่ส่ายหน้าไปมา

“ ดูสนิทกันจังนะ “ ผมกลับมานั่งข้างๆ คริสต์มาสอีฟหลังจากผละไปหายามาให้เขา รู้สึกเลยว่าเสียงน่ะไม่พอใจสุดๆ ผมไม่ได้เก็บอารมณ์เก่งเหมือนเขานี่

หน้าสวยๆ พยักรับหงึกๆ ก่อนจะส่งแขนที่มีรอยช้ำหลายรอยมาให้ผมทายาให้ นี่ไม่คิดจะเอ๊ะใจเสียงงอนๆ ของผมหน่อยเหรอ แต่ก็คงไม่หรอก ไม่งั้นคงไม่เสริมขึ้นมาแบบนี้

“ ฉันกับวันพุธแล้วก็เยย์อยู่ห้องเดียวกันน่ะ ตอนที่มาทำแผลก็ได้เยย์ช่วยไว้หลายครั้ง วันพุธเองก็เคยพาฉันไปโรงพยาบาลด้วย “ แล้วก็ยิ้มหวานสไตล์เขามาให้ ถ้าเป็นบทสนทนาที่ไม่มีชื่อผู้ชายคนอื่นมาเกี่ยวผมก็จะดีใจอยู่หรอก

“ ทำไมไม่โทร.เรียกฉันล่ะ ฉันทำแผลเก่งนายก็รู้ “ เพราะคนที่ทำแผลให้แอชตันทุกครั้งที่มันไปมีเรื่องก็ผมนี่แหละ ทำมาตั้งแต่มอต้นยันมอปลาย ไม่เก่งก็ให้มันรู้ไป

“ คิกๆ “ ผมเงยหน้าขึ้นไปทำตาเขียวใส่คนที่หัวเราะคิกคักมาเยาะเย้ย ถ้าผมงอนเขาจะง้อไหมเนี่ย แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่เคยงอนเขาได้ซักที

“ นายทำตัวเหมือนน้องชายที่หวงพี่ชายเลย “

“ ฉันต้องเป็นพี่ชายแล้วนายเป็นน้องชายต่างหาก ฉันแก่เดือนนายนะ “ ผมแย้งด้วยท่าทางจริง คริสต์มาสอีฟก็หัวเราะขำหนักขึ้นจนต้องดึงเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำหูน้ำตา และตอนนั้นตาผมก็ดันเหลือบไปเห็นรอยช้ำใหญ่ๆ ที่ท้องของเขาซึ่งโผล่พ้นชายเสื้อออกมา

“ เฮ้ย!! ยังมีที่ท้องอีกนี่ แล้วทำไมไม่บอก ไม่ได้การล่ะ ยังมีตรงไหนอีกเนี่ยถอดเสื้อมาให้ฉันดูให้ทั่วเลยนะ “ แล้วผมก็ทำท่าจะเข้าไปถอดเสื้อของอีกฝ่ายจริงๆ

“ เฮ้ย!! เพทาย!!! “ คริสต์มาสอีฟร้องเสียงหลง เขาพยายามยื้อยุดเสื้อกับผมพัลวันแต่เรื่องอะไรที่ผมจะยอม ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ (ทั้งผมและเขานั่นแหละ)

หวือ!!

หืม? รู้สึกเหมือนตัวลอยๆ แถมคริสต์มาสอีฟยังค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ อีก เกิดอะไรขึ้นวะครับ?

“ พวกนายทำอะไรเนี่ย? “ ผมหันไปโวยไอ้ตี๋ที่ดึงเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ซึ่งมันบังเอิญมีล้อเลื่อนได้ให้ถอยห่างจากคนเจ็บ และไอ้แว่นวิซาร์ดของแบล็คก็เดินไปเอาผ้าห่มบนเตียงพยาบาลมาคลุมตัวคริสต์มาสอีฟอีกที เนื่องจากเสื้อของเขาน่ะหลุดติดมือผมมาด้วย

“ ผมสิต้องถามว่าคุณจะทำอะไร แบบนี้มันถือว่าคุกคามทางเพศได้เลยนะครับ “ เสียงจริงจังว่ามาให้ผมชะงักอีกนิด

“ เอ่อ คริสต์มาสอีฟฉันขอทะ” พอคิดได้ผมก็ตั้งใจจะหันไปขอโทษอีกคนแต่ไอ้ภาพที่เขากำลังก้มหน้ารวบชายผ้าห่มเพื่อปิดเรือนร่างของตัวเองที่มันโผล่วับๆ แวมๆ กับใบหน้าสวยๆ ที่กำลังขึ้นสีชมพูเรื่อทำผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“ อ่ะแฮ่ม! “ เสียงดุๆ แบบนี้มีคนเดียวแหละครับ ผมเลยหันไปทำสายตาเซ็งๆ ให้หมอนั่น แล้วลุกเอาเสื้อไปคืนเจ้าของ

“ โทษทีนะ อ่ะนี่เสื้อ แล้วก็ยา แผลใต้ร่มผ้านายทาเองจะสะดวกกว่าใช่ไหมล่ะ “ ผมส่งของที่พูดไปให้เขา หน้าสวยพยักขึ้นลงแล้วรับของที่ผมส่งให้ไป โดยมีนายวิซาร์ดเป็นคนรูดม่านขึ้นมาบังสายตาพวกผมเพื่อให้คนเจ็บทายาและใส่เสื้อผ้า

ผมหรี่ตามองผู้ชายสองคนที่ไม่เห็นว่าเขาจะมีธุระอะไรในห้องพยาบาลนี่แล้วแต่ก็ยังยืนเก็กโอ้เอ้ไม่ยอมออกไปซักที ทั้งที่ออดเข้าเรียนดังไปได้หลายนาทีแล้ว

“ พวกนายไม่ไปเรียนหรือไง เดี๋ยวคริสต์มาสอีฟทายาเสร็จฉันพาไปส่งเองแหละ “ ผมไล่แบบไม่อ้อมค้อม อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกเขาไม่ยอมออกจากห้อง เหอะ! โรงพยาบาลไหนแจกยาลดเสน่ห์บ้างเนี่ย จะไปเหมามาให้คนแถวนี้กินซักคอร์ส

“ พอดีคาบแรกอาจารย์ปล่อยให้เรียนรู้ด้วยตัวเองน่ะครับ “ ไอ้หน้าตี๋เป็นคนตอบ จริงสินะพวกเขาทั้งสามอยู่ห้องเดียวกันนี่ อิจฉาชะมัด ผมเองก็อยากเรียนห้องเดียวกับเขาเหมือนเมื่อก่อนอีก

“ แล้วคุณล่ะครับ ไม่กลับไปที่ห้องเรียนของคุณจะไม่เป็นไรหรือ? “ หมอนั่นถามผมกลับบ้าง ผมหรี่ตาใส่เขาอีกครั้ง ถึงจะใช้คำสุภาพแต่จุดประสงค์ก็คือไล่นั่นแหละวะ

“ ฉันไม่ต้องเข้าเรียนก็สอบได้ที่หนึ่งอยู่ดี “

ไม่ได้จะอวดอะไรเพราะผมรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนก็เป็นประเภทเดียวกับผม พอได้ยินชื่อที่คริสต์มาสอีฟเรียกพวกเขาผมก็รู้ได้ทันที ในท็อปชาร์ตผลการสอบแต่ละครั้งต้องมีชื่อของผู้ชายที่ได้ตำแหน่งวิซาร์ดของแบล็คชาโดว์และหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีที่มีชื่อสะดุดหูผมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินติดลำดับหนึ่งและสองทุกครั้ง แม้ทางโรงเรียนจะแยกสถิติของพวกเราออกจากกันก็เถอะ

“ แต่จะว่าไปคริสต์มาสอีฟก็ผู้ชายเหมือนพวกเรา ทำไมต้องเลื่อนม่านปิดด้วยวะ “ อันนี้ต้องกระซิบครับ ไม่อยากให้เจ้าตัวได้ยิน ผมอยากรู้ว่าพวกเขาคิดยังไง

และคำถามของผมคงไปจี้จุดอะไรซักอย่างของพวกเขา เพราะทั้งวันพุธและเยย์ต่างชะงักไปพร้อมกัน พวกเขาทำท่าทางครุ่นคิดไม่ตก และสุดท้ายก็เป็นนายตี๋ที่เป็นคนตอบออกมา

“ ผมว่าเรื่องนั้นทั้งผม คุณ แล้วก็วิซาร์ดน่าจะเข้าใจดีอยู่แล้วนะครับ “

ใช่เพราะภาพลักษณ์ของคริสต์มาสอีฟน่ะต่างไปจากผู้ชายแบบผมหรือพวกเขาทั้งสองคน ผมไม่ได้หมายถึงเขาเป็น โฮโมเซ็กชวลหรอกนะครับ คริสต์มาสอีฟน่ะจัดอยู่ในประเภทของ ไบเซ็กชวล แต่ถึงอย่างนั้นรอบตัวเขากลับมีบรรยากาศชวนให้ทะนุถนอมราวกับเขาเป็นเครื่องแก้วงดงามเลอค่าหากแต่เปราะบางแตกหักได้ง่าย และเพราะแบบนั้นจึงมีคนมากมายถวายทั้งหัวใจและตัวเพื่อปกป้องเขา โดยไม่คิดหวังจะครอบครอง เฉกเช่นผม

เหอะ!

ผมเผลอหัวเราะเยาะออกมากับความคิดของตัวเอง เครื่องแก้วงั้นหรือถ้าเขาเป็นเครื่องแก้วจริง เขาก็คงแตกสลายไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว ถูกบดขยี้อย่างป่าเถื่อนด้วยน้ำมือของปีศาจจากขุมนรก แหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและคงไม่มีวันจะต่อติดดังเดิมได้ หากใครจะไปคาดคิดว่าเครื่องแก้วนั้นจะถูกหลอมขึ้นมาใหม่ในรูปงดงามเช่นเดิม หากเนื้อในกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวแห่งความแค้น!!

ครืด!

เสียงม่านที่รูดเปิดทำให้พวกผมสามคนหันไปอย่างพร้อมเพรียง รอยยิ้มสวยงามถูกส่งมาให้เหมือนทุกทีและส่งให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม

นี่ก็อีกเรื่องที่ทำให้ผมเจ็บใจหากก็ทำอะไรไม่ได้!

“ อ้าว นึกว่าพวกนายไปเรียนกันหมดแล้ว เมื่อกี้ได้ยินเสียงออด “ เสียงหวานใสมีแววแปลกใจแต่ก็ยินดีลึกๆ

“ อ่า จริงด้วยคาบแรกของฉันอาจารย์ให้เรียนเองนี่นะ แล้วนายล่ะเพทาย โดดแบบนี้บอกแอชตันกับสีครามหรือยัง เดี๋ยวพวกนั้นก็เป็นห่วงนึกว่านายถูกลวงไปฆ่าหมกป่าเหมือนเมื่อตอนมอหนึ่งอีก “ คริสต์มาสอีฟทำเสียงล้อๆ อย่าเอาความหลังมาโพทะนาต่อหน้าศัตรูจะได้ไหมเนี่ย เมื่อกี้นายเยย์แอบขำผมด้วย

ผมเลยต้องเอาโทรศัพท์ออกมากดส่งข้อความหาเพื่อนทั้งสอง เพิ่งเห็นว่าพวกมันไลน์มากระหน่ำแต่ผมปิดเตือนทั้งเสียงแล้วก็สั่นไว้เพราะรำคาญตอนมันดังเวลาผมอ่านหนังสือ

“ เรียบร้อย “ ผมชูของในมือให้เขาดู ก็บอกแล้วว่าแองเจิ้ลว่าไงผมก็ว่างั้น อะไรก็ตามที่ทำให้เขาเห็น ความจำเป็น ในการมีตัวตนของผม ผมยินดีทำทั้งนั้น ไม่ว่าจะคำขอร้อง คำไหว้วาน หรือคำหลอกใช้ก็ตามที!!!

[ End Petie’s Part ]

   


.................

ขอโทษที่หายไปนานด้วยนะคะ อยากบอกว่าตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด มันมาเองไม่รู้ตัว (ยังไง? ) แหะๆ  

ตอนหน้าเจอกันวันพฤหัสนะคะ ^^

รักค่ะ ^^

<3

UP : 05-05-15

Edit : 15.10.16

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #323 pppppppppiim (@pppppppppiim) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 06:34
    เพทายก็ดีอีกแล้ววว
    #323
    0
  2. #290 planktonenteen (@planktonenteen) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 23:34
    เพทายบราค่อนมากค่ะ 5555
    #290
    0
  3. #273 ⓒoup . t (@1900hqilo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 21:46
    เพทายทำไมไม่ถึกอย่างกับเฮียแอช สงสารอ่ะ
    #273
    0
  4. #248 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 10:34
    จิ้นได้ไหมวันพุธกับเพทาย 555
    #248
    0
  5. #33 ChipminK (@mintmink03) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 19:59
    น่าสงสารหนูเพทาย 
    รู้ว่าเขาหลอกแต่ก็เต็มใจให้หลอก
    มาซบอกป้ามาลูก
    เอิ่มมมม...
    #33
    0