(จบแล้ว) X'MAS EVE เกมส์โกงรัก หักหลังหัวใจ [YAOI,BL]

ตอนที่ 12 : Chapter 10 : เพราะพวกนายใจดีเกินไป ฉันเลยต้องใจร้ายแบบนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    18 ม.ค. 60

   -CHAPTER 10-

เพราะพวกนายใจดีเกินไป ฉันเลยต้องใจร้ายแบบนี้


เป็นอีกครั้งที่ผมเปิดล็อกเกอร์รองเท้าออกมาแล้วเจอของแสลงอย่างจดหมายใส่อยู่ แต่คราวนี้เป็นสีชมพูหวานเจี๊ยบไม่ใช่สีดำเหมือนคราวก่อน

เอ่หรือจะเป็นจดหมายสารภาพรัก ก็อยากจะเชื่อแบบนั้นอยู่นะครับ แต่เผอิญสถานะของผมในตอนนี้จะมีใครหน้าไหนกล้าเอาของแบบนี้มาให้กันล่ะ

พอเปิดอ่านเนื้อความในจดหมาย ก็มีแค่สถานที่นัดพบและชื่อย่อ ‘P‘

เอาเถอะ! ลองไปซักหน่อยก็ไม่คงเสียหายมั้ง อยากจะรู้เหมือนกันว่า มิสเตอร์ P’ จะมาไม้ไหน!!

เพราะงั้นหลังจากออดคาบสุดท้ายดังขึ้นผมก็บอกกับไอติมว่าจะไปห้องสมุด ซึ่งผู้ชายที่ไม่ถูกโรคกับหนังสืออย่างรูมเมทผู้น่ารักจึงขอบายไปตามระเบียบ

ผมโบกมือให้ไอติมที่กำลังเดินไปหาแฟนของเขา นับรบหันมาสบตาผมด้วยแววตาที่ต่างไปจากทุกทีก่อนพวกเขาจะเดินลงอาคารไป ผมเอาโทรศัพท์ออกมาดูเวลา เหลืออีกเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด แต่ไปก่อนก็คงไม่เป็นไรมั้ง

ผมเดินลงจากอาคารที่เหลือนักเรียนอยู่บางเบาไปยังจุดนับพบในจดหมาย หรือก็คือบริเวณทางหนีไฟด้านข้างอาคารเรียนของผมซึ่งบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ว่างโล่งๆ มักจะไม่มีคนเผ่นพล่าน จึงเหมาะจะเป็นจุดนัดพบลับๆ หรือไม่ก็ล่อใครซักคนออกมากระทืบเล่น และในเวลาเลิกเรียนแบบนี้ ร้องให้ตายก็ไม่ใครได้ยิน

เอาล่ะ แล้วเหตุผลที่ผมถูกเรียกออกมามันอย่างแรกหรืออย่างหลังกันแน่ล่ะ?

ปึง!!

เสียงประตูที่ถูกปิดพร้อมกับกลุ่มคนประมาณสี่คนที่ก้าวออกมาจากมุมตึกที่ใช้ซ่อนตัวตอบคำถามในใจของผมได้พอดี

“ ขอถามอะไรซักข้อสิ “ ผมถามกับผู้ชายรูปร่างใกล้เคียงกันคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหา แต่ผมไม่รู้หรอกว่าเขาหรือคนอื่นๆ หน้าตาเป็นยังไงเพราะพวกเขาเอาผ้าปิดหน้าไว้

“ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ร้องขอความเมตตา “ น้ำเสียงที่ตอบกลับมามีแววดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด ผมโบกมือไปมา ไม่มีความคิดจะอ้อนวอนใครอยู่แล้ว แค่อยากยืนยันอะไรบางอย่าง

“ เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันแค่จะถามว่าคนที่ส่งพวกนายมาเนี่ยคือโจ๊กเกอร์อาโปสินะ? “

กึก!

และปฏิกิริยาของหนึ่งในพวกเขาที่ชะงักไปก็ให้คำตอบกระจ่างแก่ผมอีกครั้ง เห้อออทำไมหมอนั่นถึงเป็นโจ๊กเกอร์ได้กันเนี่ย ตำแหน่งนั้นน่ะต้องซ่อนทุกอย่างเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่วาดขึ้นมาของตัวตลกแต่อาโปกลับเผยตัวตนจริงๆ ออกมาซะหมดเปลือก ตั้งแต่ไอ้ชื่อย่อ P. ที่เขาลงในจดหมายนั่นล่ะ เห้อออ

……………….

ผมลุกขึ้นมาปัดเศษดินที่ติดตามเสื้อผ้าออกไปหลังจากคนพวกนั้นกลับไปแล้ว อ่าหลังจากซ้อมผมจนพอใจแล้วล่ะนะ

“ ใจร้ายจังน้า ไม่คิดจะเข้ามาช่วยกันบ้างเลย “ ผมแกล้งทำเสียงน้อยใจเมื่อเดินเข้ามาในอาคาร ร่างสูงๆ เดินออกมาจากมุมมืด แสงจันทร์ที่ส่องมาทางหน้าต่างฉายให้เห็นใบหน้าเรียบนิ่งราวกับมีหน้ากากติดอยู่ตามตำแหน่งที่เขาได้รับ ต้องคนนี้สิถึงจะค่อยคู่ควรหน่อย

“ นายอยากให้เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง? “ เสียงโทนเดียวและไร้ซึ่งอารมณ์ตอบกลับมา

“ เฮอะ “ ผมหลุดหัวเราะในคอ ผู้ชายคนนี้เป็นอีกคนที่มองการกระทำและความคิดของผมจนทะลุปรุโปร่ง และตราบที่เขาไม่เข้ามาเกะกะในแผนการของผม ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก

“ ว่าแต่คราวนี้จะเอาไปทำอะไรล่ะ? “ เขาหมายถึงแผลที่ผมยอมให้พวกนั้นซ้อมน่ะครับ และเพราะเราเป็นประเภทเดียวกันคือ ไม่ชอบขาดทุน นั่นแปลว่าผมต้องมีแผนอะไรที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่าสิ่งที่ผมเสียไป

ผมยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ไม่ได้พิเศษอะไรแค่ปฏิกิริยาอัตโนมัติเหมือนถูกตั้งระบบเอาไว้ จะเรียกว่ามันเป็นเครื่องหมายการค้าของผมก็ได้

“ เอาไปทำให้ใครบางคนคลั่งน่ะ “ ในเมื่อเขากล้าถามผมก็กล้าตอบ

“ คงไม่ใช่แค่คนเดียวหรอก “ คำพูดสวนกลับของอีกฝ่ายทำผมฮาได้อีกครั้ง ผมล้วงเอาบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงออกมาจุดสูบ ไม่ลืมยื่นให้คนตรงหน้าแต่เขากลับนิ่ง ซึ่งก็แปลได้ว่าไม่เอานั่นเอง เพราะงั้นก็เก็บลงกระเป๋าตามเดิม

“ ฉันคาดหวังว่านายจะเป็นหนึ่งในนั้น “ ผมเย้าเขาเล่น ดวงตาคมกริบจ้องมาอย่างเชือดเฉือนราวกับจะเตือนว่าอย่าเอาเขาหรือคนของเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเกมส์ปัญญาอ่อนของผม

“ ฮ่าๆ อย่าจริงจังนักสิ นายก็น่าจะดูออกว่านายสองคนไม่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นกิตติมศักดิ์ในเกมส์นี้ “ พวกเขาอันตรายเกินไป และผมก็ชอบพวกว่านอนสอนง่ายมากกว่า

“ ก็ดี เพราะฉันสองคนไม่สนใจ “

“ นายดูไม่ทุกข์ร้อนเลยนะที่ฉันเป็นรูมเมทกับไอติม “

ผมถามออกไป ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องแต่มันเป็นเรื่องเดียวกันเลยล่ะ เพราะการที่ผมเลือกอยู่ห้องเดียวกับแฟนของเขามันก็มีความเป็นไปได้สูงว่าผมต้องการบางอย่างจากไอติม แต่ผู้ชายตรงหน้าที่ผมสังเกตมาซักระยะกลับเฉยเมยในเรื่องนี้ราวกับเขาไม่เป็นกังวลเลยซักนิด ทั้งที่คนที่เขาแคร์ที่สุดก็คือคนรักของเขา

“ นายไม่ได้เล็งเขาไว้นี่ “

ผมหลุดหัวเราะอีกครั้งกับความรู้ทันของคนตัวสูง คิดถูกจริงๆ  ที่ตัดสินใจไม่เอาเขาและคนของเขามาเป็นหนึ่งในหมากบนเกมส์แก้แค้นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เป็นคนดูนอกสนามที่ผมยังประมาทไม่ได้ เพราะถ้าเกิดพวกเขาไม่อยากเป็นแค่คนดูแต่ก้าวลงมาในสนามเพื่อสู้กับผม ผมก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากกำจัดพวกเขาออกไป ถึงจะดูโหดร้ายแต่การเดิมพันครั้งนี้ผมยอมเป็นฝ่ายแพ้ไม่ได้!!!

“ ว่าแต่นายมีธุระอะไรกับฉันล่ะถึงรออยู่แบบนี้  “ ผมเข้าเรื่องซักทีหลังจากโอ้เอ้ไปเรื่องอื่นเสียนาน

……….” นักรบหันมาจ้องผม นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่มองคนอื่นจนทะลุปรุโปร่งหรืออย่างไร อย่าประมาทกันสิ

“ นายคงไม่ได้คิดว่าฉันจะเชื่อว่านายมาเดินเล่นแถวนี้แล้วบังเอิญมาเจอฉันหรอกนะ การที่เวลานี้นายยังอยู่ที่โรงเรียนนั่นแปลว่านายตามฉันมาตั้งแต่ทีแรกแล้ว ว่าไง ตกลงมีอะไรจะพูดกับฉันล่ะ? “

“ หึ “ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นรอยยิ้มของตัวตลกสีดำผู้นี้ และมันร้ายกาจสมกับที่ผมคาดหวังเอาไว้เสียจริง ก่อนเสียงเรียบๆ เบาๆ จะเอ่ยออกมา

“ เสียดาย “

“ หืม? “ ผมเลิกคิ้ว ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนคนตรงหน้าจะพูดว่าเสียดายใช่ไหมนะ?

“ เสียดายที่ตอนนี้เราเป็นพวกเดียวกัน “

“ ก็เป็นให้ตลอดล่ะกัน “ วันไหนถ้านายอยากเป็นศัตรูกับฉันขึ้นมา แม้จะต้องทำให้ไอติมเสียใจฉันก็ไม่แคร์หรอกนะ

นักรบตอบรับคำเตือนด้วยความหวังดีของผมด้วยสายตาจริงจังที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาชวนอึดอัดขึ้นมา และก่อนที่เขาจะเดินจากไปเขาก็พูดธุระที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น

“ ฉันไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องของใคร และไม่สนด้วยว่านายจะทำอะไร ขอแค่อย่าทำให้คนของฉันเสียใจก็พอ “

ผมมองตามร่างสูงๆ ที่เดินหายไปในความมืด ใครว่าตัวตลกสีดำผู้นี้ไร้หัวใจกัน นี่ไงล่ะหลักฐานมาโต้แย้ง เพียงแต่เขามอบมันให้แค่คนคนเดียวก็เพียงเท่านั้น ก่อนจะย้ายมาสำรวจร่างกายของตัวเองโดยอาศัยแสงจันทร์บ้าง เอ่เหลือใครที่ผมยังไม่ได้เติมเชื้อไฟให้อีกน้า

“ อ่าแอชตัน กับ เพทาย “ แต่เวลาเลิกเรียนแบบนี้คนบ้าเรียนอย่างเพทายคงหมกตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องหรือไม่ก็ห้องสมุด งั้นก็เป็นอันสรุปได้ว่าคิวต่อไปก็คือคุณนักฆ่าสีขาวผู้หาความใจเย็นไม่เจอ

ผมเอาโทรศัพท์ออกมาดูเวลา อืมทุ่มยี่สิบ เวลาแบบนี้ในวันอังคารก็คงอยู่ที่นั่นล่ะนะ

……......…….

เสียงเครื่องยนต์แต่งเต็มสูบดังกระหึ่มก้องสนามแข่งโกคาร์ทที่ถูกเปิดไฟไว้สว่างโร่ สนามเดียวกับที่ผมถูกไอติมลากไปตามคำหลอกล่อของเซียนเมื่ออาทิตย์แรกที่ผมย้ายกลับมายังโรงเรียนแห่งนี้

รถแข่งสีม่วง สีโปรดของคนที่กำลังขับมันแล่นอยู่ในสนามด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มันจะทำได้ ภาพชวนระทึกให้ใจหายใจคว่ำนี้ผมเคยเห็นมันมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อแอชตัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาพิเศษจนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนักฆ่าก็เพราะหมอนั่นไม่รู้จักความกลัว และอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีจะเข้ามาลอบสังหารพระราชาเมื่อใด ดังนั้นวิธีแก้ปัญหานี้ก็คือการมอบตำแหน่งผู้ใต้บัญชาเพื่อใช้ประโยชน์จากกฎที่ว่า ในบรรดาลีดเดอร์ ผู้ที่มีสิทธิ์ท้าชิงบัลลังก์จากคิงได้มีเพียงแค่การ์เดียน!!

ผมหมุนตัวเดินลงจากอัฒจันทร์เมื่อรู้สึกว่ารถที่กำลังแล่นอยู่ในสนามความเร็วตกไป

“ เดี๋ยวครับ “ เสียงเรียกและเสียงฝีเท้าด้านหลังทำให้ผมหันกลับไป

“ เรียกฉันเหรอ? “ ผมถามแล้วส่งรอยยิ้มเป็นมิตรไปให้ จะว่าไปก็คุ้นๆ หน้าอยู่นะ

“ คุณคือคุณคริสต์ใช่ไหมครับ? “

อ่าอย่าบอกนะว่าหมอนี่คือ

“ นายเป็นคณะกรรมนักเรียนตอนที่ฉันอยู่ที่นี่เหรอ? “ ก็พวกที่เรียกผมด้วย คุณ นำหน้าแบบนี้ก็มีแค่คนพวกนี้เท่านั้นล่ะ

“ ครับ ตอนนี้ผมก็เป็นคณะกรรมนักเรียนเหมือนกัน “

“ งั้นแสดงว่ามาคุมคิลเลอร์ไม่ให้บ้าบิ่นเกินไปล่ะสินะ “ มันเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องดูแลสมาชิกลีดเดอร์ แต่บอกก่อนเลยนะครับว่าตำแหน่งพวกนี้นอกจากมีการคัดเลือกตามความเหมาะสมแล้ว ก็ยังถือเอาความสมัครใจด้วย ไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น

“ คุมก็ได้ดีน่ะสิครับ คิลเลอร์แอชตันน่ะใจร้อนฟังใครที่ไหน นี่ผมต้องแอบให้ช่างมาปรับความเร็วเครื่องให้มันช้าลงแต่ไมล์ขึ้นเท่าเดิม ใจหายตลอดครับเวลาที่คิลเลอร์อยู่หลังพวงมาลัย “ ถึงจะเป็นการบ่นแต่ก็เพราะเขาเป็นห่วง ถ้าไม่รักงานนี้จริงไม่มีทางที่เขาจะยอมมารับตำแหน่งนี้หรอก

“ ขอบใจนะ แอชน่ะชอบมุทะลุ รู้สึกสบายใจแปลกๆ ที่เขามีนายคอยดูแลแบบนี้ “ ผมบอกยิ้มๆ แสร้งเอามือขึ้นมาจับต้นคอเหมือนว่าสิ่งที่พูดออกไปมันสร้างความขวยเขินให้มากมายทั้งที่ความจริงเป็นเพียงบทละครจำเป็นก็เท่านั้น

“ ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมเต็มใจ อ่าจริงสิครับ คุณคริสต์ไปนั่งที่ข้างสนามไหมครับ คิลเลอร์ต้องดีใจมากแน่ๆ “ ดวงตาของคนชวนเป็นประกายขึ้นมา ก็นะ เขารู้ว่าผมมีอิทธิพลกับลีดเดอร์ของเขามากแค่ไหน ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้

“ ไม่ดีกว่า ไม่อยากไปขัดความสนุกของหมอนั่นน่ะ ฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกัน “ ผมบอกยิ้มๆ ทำมือเป็นกำปั้นชกไปที่ไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ แต่ตอนจังหวะที่กำลังชักมือกลับ อีกคนกลับคว้าแขนผมไว้แล้วพลิกขึ้นมาดู

“ คุณคริสต์บาดเจ็บนี่ครับ!! “ ใช่ๆ พอดีตรงนั้นมีรอยจ้ำเขียวๆ ม่วงๆ รอยเบ่อเร่อเชียวล่ะ และถ้าเขาช่างสังเกตอีกนิดจะเห็นว่าใบหน้าอีกด้านที่เป็นมุมอับสายตาของเขา มันมีรอยประทับห้านิ้วตราอยู่

“ อ่า” คนตรงหน้าตอบสนองได้ตามที่ผมต้องการ หมอนั่นเอี้ยวตัวมาสำรวจที่ใบหน้าซึ่งผมพยายามเบี่ยงหลบอย่างเสแสร้ง จากนั้นก็เดินวนรอบตัวราวกับกำลังเช็คว่ายังมีตรงไหนที่รอดสายตาเขาไปอีกบ้าง

“ ใครทำครับ? “

“ เอ่อ...หกล้มมาน่ะ “ แน่นอนว่าผมโกหกและเขาก็รู้ได้ทันที เพราะคำต่อมาที่เขาบอกกับผมคือ

“ คุณคริสต์รอตรงนี้นะครับ ผมจะไปบอกคิลเลอร์ “ แล้วหมอนั่นก็วิ่งออกไป ไม่ฟังเสียงห้ามของผมเลย

“ ไม่ต้องเฮ้ นาย!!

ผมกรีดยิ้มนิดๆ ที่ทุกอย่างมันราบรื่นเหลือเกิน แต่ผมไม่คิดจะรออยู่เฉยๆ ทำตัวเหมือนวิ่งโร่มาฟ้องแบบนี้หรอก เป็นอีกคนต่างหากที่ต้องวิ่งโร่มาหาผมแทน

“ ใจร้ายจังเลยนะคริสต์มาสอีฟ “ ผมอดประณามตัวเองไม่ได้ ทุกการเสแสร้งที่ผมแสดงออกไปมันทำร้ายใครต่อใครมากมายเหลือเกิน หากผมก็หยุดมันไม่ได้

หมับ!

แขนของผมถูกคว้าเอาไว้แล้วกระชากให้หันไปเผชิญหน้ากับคนที่วิ่งออกมาทั้งในชุดนักแข่ง ผมไม่แปลกใจเลยซักนิดที่เขามาถึงตัวผมไวขนาดนี้ คงจะสังเกตเห็นผมตั้งแต่บนอัฒจันทร์แล้วล่ะมั้ง มุมที่เลือกไปน่ะเด่นออกจะตายไป

“ ใคร?!! “ เสียงถามเข้มๆ ปนมากับเสียงหอบหายใจ

“ ไปทำอะไรมาน่ะเหงื่อซกแบบนี้ “ ผมไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่ถามขึ้นแทน อีกมือที่ไม่ได้ถูกจับอยู่ก็ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาเช็ดเหงื่อที่โชกหน้าผากให้อีกฝ่าย นี่อย่าบอกนะว่าวิ่งขึ้นไปหาบนอัฒจันทร์มา ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

…………” แอชตันชะงักไปกับการกระทำของผม เขาทำท่าทางเหมือนผมสาปเขาให้กลายเป็นหินไปแล้วอย่างนั้นแหละ

“ แล้วทำไมถึงออกมาทั้งชุดแข่งแบบนี้ล่ะ ร้อนตายชัก “ ผมว่าขำๆ รู้สึกได้ว่าความโกรธของอีกคนค่อยๆ ลดต่ำลง

“ ทายาหรือยัง? “ เสียงเข้มๆ ในตอนแรกอ่อนลง หากก็ยังห้วนๆ สั้นๆ ตามสไตล์ผู้ชายห่ามๆ แต่จริงๆ แล้วเนื้อในเป็นเด็กน้อยดีๆ นี่เอง

“ เบื่อโรงพยาบาลแล้ว และห้องพยาบาลก็ปิดแล้วด้วย เลยคิดว่าค่อยไปพรุ่งนี้เช้าน่ะ “

…………..

แอชตันทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรซักอย่างแต่ก็เลือกจะไม่พูดออกมา ก่อนจะทำหน้าคิดหนัก ถ้าให้เดาผมว่าเขาคงอยากจะแย้งการตัดสินใจของผม แต่เพราะเขาต้องพยายามปกปิดความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อผมทำให้เขาเลือกปฏิบัติในทางตรงกันข้าม เขาคงคิดว่าตัวเองซ่อนมันได้แนบเนียน และผมไม่ระแคะระคายเลยล่ะมั้ง ผมถึงได้บอกไงว่าเขาน่ะเหมือนเด็ก

“ อ่าจริงๆ ฉันเห็นแสงไฟและจำได้ว่านายชอบมาขับรถเวลาแบบนี้ เลยลองมาดู โทษทีล่ะกันถ้ามารบกวน “

“ ไม่ ไม่รบกวนหรอก ฉันกำลังจะเลิกพอดีน่ะ “ เสียงรนรานที่ตอบกลับมาทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะแกล้งเขาเล่น ด้วยการยิ้มล้อๆ ให้อีกคนอายม้วนจนหลบตาผมเป็นพัลวัน

“ ดะเดี๋ยวฉันเอาไปซักมาคืนให้ “ แอชตันแก้เขินด้วยการคว้าผ้าเช็ดหน้าในมือผมไปเก็บใส่กระเป๋าเสื้อด้านในชุดของเขาอีกที

ผมทำตาโตกับคำบอกกล่าวของเขา แอชที่เห็นท่าทางของผมก็เปลี่ยนเป็นทำหน้าบึ้งขึ้นมา

“ ฉันซักผ้าเป็นเถอะ “ นั่นแหละครับที่ผมตะลึง

“ หมายถึงกดปุ่มบนเครื่องซักผ้าใช่ไหม? “ บอกตามตรงว่าผมจินตนาการผู้ชายลูกครึ่งตัวควายหน้าโหดกับกะละมังซักผ้าไม่ออกจริงๆ

“ นี่นายกำลังนินทาฉันในใจหรือเปล่าเนี่ย “

เด็กโข่งกอดอกฉับ ออกอาการไม่พอใจตามแบบฉบับคนความอดทนต่ำ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงแอชจะขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อนที่ไม่เคยยั้งมือหรือเท้ากับใคร แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายผมซักที เพราะเขาพวกเขาใจดีเกินไป ผมจึงต้องเล่นบทเป็นคนใจร้ายแบบนี้

 “ เลิกแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดไปจะได้เดินกลับด้วยกัน “ ผมเอ่ยชวน คนตัวโตยิ้มกว้างแบบที่น้อยคนจะได้เห็น จากนั้นก็รีบลากแขนที่เขาจับไว้ไม่ปล่อยไปทางห้องแต่งตัว ผมยิ้มให้คณะกรรมการนักเรียนแถวๆ นั้นรวมทั้งคนที่เข้ามาทักผมในตอนแรกด้วย

“ ไปหายาทาแก้ฟกช้ำให้ฉันหน่อย “ แอชตันสั่งกับคนของเขาคนหนึ่ง จากนั้นก็หันไปกวาดมองรอบๆ ตัว ก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้ชายรูปร่างเล็กกว่าคนอื่น จริงๆ ก็เขาก็มาตรฐานเด็กมอปลายทั่วไป เพียงแต่ไอ้ตัวโตที่จับผมไม่ปล่อยน่ะตัวยักษ์เกินไป

“ นายสูงประมาณ 173 หนัก 62 ได้หรือเปล่า? “ หืม รู้สึกว่านั่นน่ะมันสัดส่วนเดียวกับผมเลยไม่ใช่?

“ เอ่อครับ “

“ เออ งั้นไปเอาเสื้อผ้านายมาชุดหนึ่ง “

พอสั่งเสร็จเขาก็ลากผมเข้ามาในห้องด้วยกัน พามานั่งที่เก้าอี้ยาวแถวๆ นั้น ส่วนตัวเองก็คว้าผ้าขนหนูเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่ถึงห้านาทีก็ออกมาในชุดผ้าขนหนูสองผืน คือผืนหนึ่งพันเอว (ต่ำๆ ) เอาไว้ ส่วนอีกผืนใช้เช็ดผมที่เปียกโชกออกมา โอ้ย ทำไมรอบตัวผมมีแต่พวกหุ่นดีเกินมาตรฐานชายไทยทั้งนั้นเลยวะครับ ทั้งๆ ที่ผมก็มีเลือดตะวันตกตั้งเสี้ยวหนึ่ง โลกนี้ไม่ยุติธรรม

ก็อกๆ !

เสียงเคาะประตูดังขึ้นและแอชตันก็เดินไปเปิดทั้งสภาพนั้น คนที่เอาของที่สั่งมาให้ทำหน้าเหวอ มองลีดเดอร์ของเขากับผมสลับกันก่อนจะทำหน้าแดง โอ๊ะโอ พรุ่งนี้ล่ะข่าวของผมกับคิลเลอร์จอมทำลายล้างคงแพร่สะพัดยิ่งกว่าโรคระบาด แหม อดใจรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วสิ

“ ไปอาบน้ำ จะได้มาทายา “ เสียงที่ใช้แม้จะไม่ได้หวานหรืออ่อนโยนมากมายแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย ผมพยักหน้าแล้วรับผ้าขนหนูผืนใหม่กับถุงเสื้อผ้าที่เขาส่งมาเพื่อเข้าไปอาบน้ำบ้าง

พออาบน้ำเสร็จผมก็ออกมานั่งให้แอชตันทายาให้ หมอนั่นสบถภาษาที่ผมฟังออกบ้างไม่ออกบ้างออกมาไม่หยุด เขาพยายามเค้นว่ารอยตามตัวผมเป็นฝีมือของใคร และผมเพราะผมปิดปากเงียบเขาเลยยิ่งหงุดหงิด

“ ไป เดี๋ยวฉันไปส่งที่หอ “ หลังจากสบถคำสุดท้ายจบเขาก็หันมาบอกด้วยเสียงห้วนๆ

“ แค่หน้าตึกเรียนก็พอ นายจะเดินอ้อมไปอ้อมมาทำไม ฉันกลับเองได้ “ เขาคิดว่าระยะทางจากสนามแข่งนี่ไปหอผมแล้วจากหอผมไปหอเขามันใกล้ๆ หรือไง บอกเลยว่าหอพักของแบล็คกับไวท์น่ะอยู่คนละฟากของโรงเรียน ตอกย้ำความเกลียดชังอันรุนแรงของแต่ละฝ่ายได้อย่างชัดเจน

“ ฉันตัดสินใจแล้ว “ จะบอกว่ากูไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการตัดสินของมึงใช่ไหม เด็กน้อยแบบนี้เหมือนใครบางคนที่ฝั่งแบล็คเลย ให้ตายสิ แต่ก็ดีกว่าหน่อยตรงที่แอชตันน่ะยังไม่เอาแต่ใจอาการหนักเหมือนหมอนั่น

แอชตันมาส่งผมถึงหอพักจริงๆ ไม่ใช่แค่หน้าหอแต่ขึ้นไปส่งถึงหน้าห้อง ไอติมที่เปิดมาเจอบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งเดียวกันและเป็นศัตรูกันโดยตรงไม่ได้สะทกสะท้านเลยซักนิด จริงๆ เขาไม่สนใจไอ้ตำแหน่งอะไรนี่ทั้งสิ้น ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรับตำแหน่งมา แต่กับอีกสามคนไม่สิๆ สองคนซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงมาสิงที่ห้องของผม ทำหน้าตึงเปี้ยะยังกับไปฉีดโบท็อกซ์มาอย่างงั้น

“ มึงลืมกฎที่ห้ามลุกล้ำอาณาเขตส่วนตัวของอีกฝ่าย หรือมึงอยากจะมีเรื่องวะ?!! “ เซียนกระชากเสียงถาม ผมยกมือขึ้นมาตบหน้าผากทันที ถามอะไรไม่ถาม ดันไปถามความชอบของอีกฝ่าย ไม่รู้หรือไงว่าแอชน่ะไม่เคยปฏิเสธคำท้าของใครเลยซักครั้ง หมอนี่เป็นพวกเสพติดการมีเรื่องน่ะครับ

กร็อบ แกร็บ!

เสียงอะไรวะครับ?

ผมหันไปตามเสียงก็เห็นคนข้างตัวกำลังหักนิ้วพร้อมกับยิ้มเ-หี้ยม นั่นไง ผมพูดไว้ผิดที่ไหน!!

“ ขอบคุณที่มาส่งนะแอช นี่ก็ดึกแล้ว ไม่รีบกลับไปนอนเดี๋ยวเช้าก็ตื่นไม่ไหวหรอก นายเป็นพวกถ้านอนไม่ครบแปดชั่วโมงไม่ยอมลุกจากเตียงด้วยนี่ ฝันดีนะ “ ยิ้มหวานตามไปครับ เห็นจากหางตาว่าเซียนแยกเขี้ยวใส่แอชด้วย

“ อืมหืม? “ แอชตันพยักหน้ารับแล้วทำท่าจะหมุนตัวกลับ แต่ผมคว้าชายเสื้อเขาไว้

“ ไม่คิดจะบอกฝันดีฉันบ้างหรือไง? “ ผมทำแก้มป่องๆ อีกฝ่ายหลบตาผมเป็นสัญญาณบอกว่าเจ้าตัวกำลังเขิน ก็แหม ผู้ชายห่ามๆ ที่ถูกเลือกให้เป็นนักฆ่าคนนี้จะเคยบอกฝันดีกับใครบ้างล่ะ ผมนึกภาพไม่ออกอีกรอบ

“ เอ่ออ่า” ท่าทางอ้ำอึ้งของคนตัวโตทำผมแทบลงไปดิ้นกับพื้น ก็เขาน่ารักแบบนี้ไงผมเลยชอบแกล้งเขา

“ หืม? “ ผมขยับเข้าไปใกล้ๆ เป็นการเร่ง

“ ฝะฝันดี “ แล้วก็วิ่งหนีไป โอ้ย น่ารักชะมัด

“ ฮะๆ “ ผมเอามือปาดน้ำตาเพราะขำมากไปก่อนจะหันมาชะงักกึกกับสายตาทิ่มแทงสองคู่ ฝั่งซ้ายคือราชาสีดำจอมเอาแต่ใจ ส่วนฝั่งขวาเป็นเสนาธิการคู่กายที่มีอิมเมจประจำตัวคือรูปปั้น อ่า

“ พวกนายมาประชุมกันเหรอ เสร็จหรือยัง ถ้ายังฉันรอข้างนอกนะ “ เพราะนักรบเองก็อยู่ด้วย แต่หมอนั่นตอนนี้ลากไอติมกลับเข้าห้องไปแล้ว ตรงหน้าห้องจึงเหลือผมกับอีกสองยักษ์วัดแจ้งที่ยืนทำหน้าทะมึงทึงเหมือนจะกินหัวกันแบบนี้

“ ทำไมกลับมาป่านนี้ ไอติมบอกว่านายไปห้องสมุด แต่ไอ้วันพุธที่คลุกอยู่ที่นั่นตั้งแต่เลิกเรียนไม่ยักจะเจอนาย “ เซียนเป็นคนเปิด ผมหันไปมองพยานปากที่หนึ่งซึ่งโจทย์ยกมา วันพุธไม่ได้สบตาผม แต่เขากำลังมองเสื้อผ้าชุดลำลองที่ผมกำลังใส่อยู่ แต่เดี๋ยวนะ นี่ผมเป็นจำเลยเหรอ?

“ ฉันไปดูแอชขับรถมาน่ะ “ ก็ไปดูจริงๆ นี่ พอได้ฟังคำตอบจากผมเซียนก็ปั้นหน้าหงิกอีกเท่าตัว

“ อย่าบอกนะว่าพวกนายมารอฉัน? “ ผมทำตาโตอย่างคาดไม่ถึง มองเซียนกับวันพุธสลับกัน คนแรกน่ะพยักหน้ารับทั้งที่ยังงอน แต่อีกคนกลับแทรกขึ้นมาว่า

“ ฉันแค่ถูกเรียกมา ไม่ได้อยากมา “ บอกจบก็เดินกลับไปทางห้องของตัวเอง หวาเย็นชาเหมือนเดิม

ผมหันกลับมาหาอีกคนที่ยังกอดอกเชิดหน้าใส่อยู่ นี่ถ้าผมไม่ง้อเขาจะเชิดจอคอตั้งฉากกับพื้นโลกเลยหรือเปล่า อยากเห็นแฮะ

“ หลบหน่อย นายขวางประตูอยู่ “ ผมทำเป็นมองไม่เห็นอาการน้อยใจของเขา เซียนน่ะเป็นผู้ชายพันธุ์นักล่า เหยื่อที่เดินมาให้กินถึงที่น่ะเขาไม่สนใจหรอก เพราะงั้นถ้าอยากจะมัดเขาไว้ก็ทำให้เขาวิ่งตามซะ!!

“ ฉันงอนนายอยู่นะ “ คนเอาแต่ใจหันมาเรียกร้องความสนใจ ผมเลิกคิ้วตีหน้าใสซื่อเหมือนไม่รู้ความผิดของตัวเอง

“ เรื่อง? “

“ ฉันมาหานายที่ห้องพอไอติมบอกว่านายยังไม่กลับฉันเป็นห่วงแทบบ้า พอจะเป็นเรื่องได้ไหมล่ะ? “ เซียนทำเสียงจริงจังที่น้อยครั้งเขาจะใช้ เขาคงเป็นกังวลกลัวว่าผมจะเจอกับประวัติศาสตร์เดิม ซึ่งมันก็เจอจริงๆ นั่นแหละ งั้นเห็นแก่ความดีจะง้อหน่อยก็ได้

“ งั้นขอโทษล่ะกัน เอาไลน์นายมาสิ ถ้าไม่เจอฉันก็ไลน์มาล่ะกัน “

KINGZIEN67 “ เสียงตอบมาก่อนผมจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาซะอีก มึงไม่คิดจะเล่นตัวเลยเนอะ

ผมจัดการแอดเพื่อนไปหาเซียนและหมอนั่นก็เอาโทรศัพท์ออกมากดรับทันที จะว่าไปไอดีของไอติมก็เป็นแพทเทิร์นเดียวกับเซียนคือตำแหน่งตามด้วยชื่อและรุ่นของพวกเขา งั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าอีกสามคนก็มีไอดีเป็นแบบเดียวกันสินะ

“ งั้นก็ฝันดีล่ะกัน “ ผมเงยหน้าขึ้นไปบอกกับคนที่ตอนนี้ยิ้มกว้าง กดๆ จิ้มๆ สติกเกอร์ปัญญาอ่อนมาระรัวใส่ไลน์ของผมทั้งที่เราก็อยู่ตรงหน้าห่างกันแค่คืบเดียว

ตกลงหมอนี่อายุเท่าไหร่กันแน่ครับ?!!



.................
 

มาแล้วคร้า T^T ในที่สุดความวุ่นวายก็เริ่มสลายตัว (?) แต่ก็ยังวุ่นอยู่นี่สิ ฮื่อๆ

แอบบ่นๆ ฮ่าๆ มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า ตอนนี้เริ่มหมั่นไส้คริสต์มาสอีฟคูณสอง แอชตันของช้านนนน (?)

อยากจะบอกว่าหลังจากนี้นายเอกเราจะเริ่มใจร้ายขึ้นแล้วนะคะ (ไม่ใช่ว่านางใจร้ายตั้งแต่ต้นแล้วเหรอ? ) แหะๆ ก็ตามชื่อตอนเนอะ จริงๆ นางไม่ได้ใจร้าย แต่คนอื่นเขาใจดีต่างหาก :P

รักค่ะ ^^

<3

ZombieLolita [ZL]

14.04.15

Edit : 15.10.16

Edit : 18.01.17


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #346 luvtaetaev (@I_Phone) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 20:36
    คิงดำตลกหวะ5555555 รัวแชทเหมียนเด้กน้อยยยยยย
    #346
    0
  2. #321 pppppppppiim (@pppppppppiim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 06:24
    แอชตันพ่อหนุ่มซึนนน
    #321
    0
  3. #288 planktonenteen (@planktonenteen) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 22:39
    แอชตันเด็กน้อยหอยโข่งมาก โตแต่ตัวจริงๆ 5555555 อ่านไปเอ็นดูไป ได้แต่แอบหวังว่าไรต์คงไม่ขจัดทิ้งคนแรกๆนะ น้องแอชออกจะแบ๊วขนาดนั้น ส่วนเซียน นี่ก็เด็กน้อยอีกคน แต่เอาแต่ใจกว่า และปากหวานกว่า เป็น-ว่าด้วย คงอีกนานแหละกว่าจะตกหลุมคริส 555
    #288
    0
  4. #246 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 09:22
    นี่สงสัยจริงๆนะ จะช้ำในตายก่อนไหม เอะอะโดนกระทืบ โดนกระทืบ 555
    #246
    0
  5. #50 Maplesan (@Maplesan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:54
    โอย เชียร์ไม่ถูกเลยทีเดียว 
    #50
    0
  6. #24 ChipminK (@mintmink03) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 20:57
    คริสต์แอบทำงานเป็นลูกจ๊อกแฮมเตอร์ปะ?
    คือแบบนางปั่นหัวคนนั้นที คนนี้ที
    เหมือนแฮมเตอร์ตอนวิ่งปั่นในกรงอะ
    (ดูมันเปรียบ?)

    แอซตันบางทีหนูก็ต้องมีภูมิคุ้มกันมาร(ยา)บ้างนะลูกนะ
    โลกมันโหดร้ายกว่าที่หนูคิด -..-
    #24
    0