(จบแล้ว) X'MAS EVE เกมส์โกงรัก หักหลังหัวใจ [YAOI,BL]

ตอนที่ 10 : Chapter 08 : วันที่ความยโสของมึงสยบอยู่แทบเท้าเขา!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    15 ต.ค. 59

-CHAPTER 08-

กูจะรอดูวันที่ความยโสของมึงสยบอยู่แทบเท้าเขา!!!


 

ผ่านมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วตั้งแต่ที่ผมได้แผลที่ฝ่าเท้ามา สาเหตุก็เพราะมีคนหมั่นไส้เลยเอาเศษแก้วไปใส่ไว้ในรองเท้าของผม

คงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าผมจงใจใส่รองเท้าที่มีเศษแก้วอยู่ข้างในทั้งที่รู้ว่ามันผิดปกติ ก็มันน่าสนุกกว่านี่ครับ และผลตอบแทนของการลงทุนเล็กๆ นี้ก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!

“ รู้ข่าวหรือเปล่าที่ว่าเด็กมอสี่ห้องซีเป็นคนเอาเศษแก้วไปใส่ไว้ในรองเท้าของคริสต์ล่ะ “ เสียงซุบซิบของเพื่อนในห้องทำผมอมยิ้มนิดๆ พวกเขาคงมั่นใจว่าตัวเองพูดเสียงเบาและผมคงไม่ได้ยิน แต่ขอโทษล่ะกัน พอดีผมหูดี

“ รู้สิ คิงเซียนกับคิลเลอร์ไอติมโกรธมาก ตอนนี้เห็นว่าถูกไล่ออกไปแล้ว “ อีกคนก็กระซิบกลับไป

อ่าพูดถึงเรื่องนั้น รู้สึกผมจะบอกไอติมไปว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เผอิญเขาไม่โง่ และไม่รู้ว่าเขาไปแอบจับมือสืบสาวราวเรื่องกับเซียนตอนไหนเพราะหลังจากนั้นสองวันก็จับคนทำได้ และรู้ไหมครับว่าเด็กคนนั้นก็คือหนุ่มน้อยคู่ขาเก่าของเซียน คนเดียวกับที่ผมเจอบนดาดฟ้านั่นแหละ พอไอติมรู้เรื่องนั้น เขาก็จัดการเทศน์คิงของเขาไปร่วมสองชั่วโมง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าหูเซียนบ้างไหม

“ แล้วเรื่องการประชุมของชั้นปี วิซาร์ดจะเข้าร่วมเองหรือจะให้ผมไปแทนครับ? “ เสียงของเยย์และตำแหน่งของใครอีกคนเรียกสายตาของผมจากวิวนอกหน้าต่างไปยังหน้าห้องที่สองหนุ่มกำลังเดินตีคู่กันเข้ามา ความสูงและดูดีสูสีกันเชียว แอบหมั่นไส้แฮะ

“ นายไปล่ะกัน แล้วเอารายงานสรุปมาให้ฉันดูอีกที “

วันพุธเป็นหัวหน้าห้องและมีเยย์เป็นรองหัวหน้า สองคนนี้มีผลการเรียนเป็นท๊อปและรองท๊อปของชั้นปี (นับแค่แบล็ค) และจากที่ผมสังเกตมาพักหนึ่ง สองคนนี้มักจะชอบทำงานด้วยกัน และรู้ไหมครับว่างานที่พวกเขาทำไม่เคยผิดพลาดเลยซักครั้ง

โอ๊ะ!

รูปปั้นหันมาสบตาด้วยครับ แต่พอผมยิ้มไปให้เขากลับเมินซะงั้น ไร้มารยาทที่สุด ใจร้ายที่หนึ่ง

ครืด!

ผมลุกขึ้นยืนแล้วลากสังขารตัวเองเข้าไปหาคนทั้งคู่ เยย์ยิ้มให้ผม ในขณะที่วันพุธมองมาดุๆ ผมเลยเชิดใส่เขาแล้วหันไปหาอีกคนแทน เชอะ! คิดว่าเล่นตัวเป็นคนเดียวหรือไง

“ ฉันมีอะไรให้นายดู “  ผมบอกกับเยย์ที่ทำหน้าเหรอหรา เอาโทรศัพท์ของตัวเองมาเปิดรูปภาพรูปหนึ่งแล้วส่งให้เขา

“ อะไรครับ? “ เขาก็รับไปดูอย่างงงๆ

“ จำได้ไหมที่ฉันเคยบอกให้นายลองเปลี่ยนทรงผมน่ะ วันก่อนฉันเล่นเน็ตแล้วไปเจอมา คิดว่าน่าจะเหมาะกับนายล่ะ “ ผมเล่าจ้อยๆ เหลือบตามองอีกคนที่ไม่มีบทนิดๆ ก็เห็นเขาทำตาดุขึ้นสองเท่า โอ้ว น่ากลัวจุงเบย (?)

“ เอ่อ ขอบคุณครับ “ ใบหน้าขาวๆ ขึ้นริ้วสีแดงจนผมอมยิ้มไปด้วย

“ คิดว่าไง ถ้าไม่ชอบนี่ฉันเสียใจนะจะบอกให้ “ ผมแกล้งพูดกดดัน อีกคนเลยรีบพยักหน้ารัวๆ

“ ชอบครับๆ ขอบคุณนะครับ “ น่ารักจังแหะผู้ชายคนนี้

“ อะแฮ่ม! “ เสียงกระแอมดุๆ ของเสนาธิการสีดำทำผมกับเยย์สะดุ้งนิดๆ ก่อนเสียงที่ดุยิ่งกว่าจะหันมาบอกกับผม

“ พวกเรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ “

“ โอเคๆ ไม่กวนแล้วก็ได้ “ ผมย่นจมูกใส่คนหน้านิ่ง แล้วรับโทรศัพท์คืนมาจากอีกคน ตอนนั้นก็ดันมีสายเข้าเข้ามาได้จังหวะพอดี

Rrrrrrrrrrrrrr….

‘Sii-Kram’

ชื่อของคนที่โทร.มาปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอ ผมทำเป็นไม่เห็นสายตาของอีกสองชีวิตที่จ้องมันตาไม่กระพริบ รับมากดรับสายหน้าตาเฉยๆ

“ หวัดดี สีคราม “

ผมทักทายปลายสายแล้วพาสังขารตัวเองกลับไปนั่งที่ ตอนนี้ยังไม่หมดคาบพักกลางวันครับ พอกินข้าวเสร็จนักรบก็ฉกตัวไอติมไป ไอติมก็เกี่ยวคอเซียนที่จ้องจะเข้ามาแซะผมติดมือไปด้วย ผมไม่รู้จะทำอะไรในสภาพไม่อำนวยแบบนี้เลยกลับมานั่งเล่นบนห้อง แล้วเรื่องที่เกิดกับผมก็ยังแพร่ไปเร็วยิ่งกว่าโรคระบาด วันรุ่งขึ้นหลังได้แผลมา ทั้งสีคราม เพทาย และแอชตัน นี่ยังไม่นับพวกเซียนก็กรูกันมารวมตัวที่หน้าห้องเรียนของผม และจากนั้นพวกเขาก็หมุนเวียนมาเป็นคนพาผมไปทำแผลที่โรงพยาบาล และก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอันใด คุณหมอที่รักษาผมวันนั้นถึงถูกย้ายไปกะทันหัน

โอเคๆ ไม่แกล้งก็ได้ครับ ก็เรื่องที่ผม (ทำเป็นยอม) ถูกไอ้หมอโรคจิตมอมยาแล้วลวนลามนั่นแหละที่ทำให้เขาถูกย้าย ซึ่งเหตุการณ์นั้นก็มีแค่ผมกับวันพุธที่รู้เรื่อง แล้วผมไม่ได้เป็นคนเอาเรื่องไปรายงานกับผอ.ด้วยสิ เอ่แล้วเป็นใครกันน้าที่ทำ ผมเดาไม่ออกเลยจริงๆ นะเนี่ย หึๆ

ก็บอกแล้วไงครับว่าการลงทุนเล็กๆ ครั้งนี้น่ะคุ้ม!!

…………….

ทันที่ออดคาบเรียนสุดท้ายดังขึ้น ร่างสูงๆ ของสีครามก็เดินอาดๆ เข้ามาในห้องเรียนของผม ไอติมหันมาถึงกรอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเซ็ง

“ อย่าลืมกินยาล่ะ แล้วเจอกันที่ห้องนะ “

เขาบอกแล้วก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย เดินออกจากห้องเลี้ยวไปทางห้องของแฟนตัวเอง คงจะไปสกัดเซียน หมอนั่นชอบทำตัวเหมือนเด็ก เจอพวกสีครามทีไรเป็นต้องหาเรื่องตลอด วันก่อนที่แอชตันเป็นคนมาพาผมไปทำแผลก็เกือบจะมีมวย รายนั้นน่ะไม่ได้ใจเย็นเหมือนสีคราม และหมอนั่นชอบซะด้วยไอ้เรื่องใช้กำลังเนี่ย

“ ทำไมถึงไม่เอาไม้ค้ำมาใช้ เดินกดน้ำหนักไปที่แผลแบบนี้เมื่อไหร่จะหายล่ะ “ ง่ะ โหมดคุณพ่อมาอีกแล้ว

“ ดุจัง ก็มันลำบากตอนเดินขึ้นเดินลงบันไดนี่ แค่ตัวเองก็จะไม่รอดยังต้องมาพะวงไม้ค้ำอีก พอดีล่ะได้ตกมาคอหักตาย ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันจะตามไปหลอกหลอนนายคอยดู “ แล้วผมจะแช่งตัวเองไปเพื่อ?

สีครามหัวเราะในคอกับคำขู่ของผม ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ ให้หนุ่มน้อยๆ ในห้องเก็บไปฝันหวาน หลังจากหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาพยายามทอดสะพานไปให้แต่ก็ไม่มีใครเดินข้ามไปหาหรือแม้จะชายตามอง ไม่ว่าจะแอชตัน เพทาย หรือสีครามเอง

“ เอ้า เกาะแขนฉันไว้สิ หรือจะให้อุ้ม “ เสียงเจ้าเล่ห์ๆ ของคนมาดขรึมทำผมตาโต ไม่ใช่ว่าสีครามไม่มีมุมแบบนี้หรอกครับ แค่ทำให้มันดูกวนตีนอีกฝ่ายก็เท่านั้น และได้เรื่องเลยเมื่อสีครามช้อนตัวผมไปอุ้มไว้จริงๆ

“ เหวอ ไม่เอา ไม่เล่น ปล่อยลงเดี๋ยวนี้เลยนะ “ ผมคว้าคอแกร่งเอาไว้แน่น ไม่ได้กลัวตกหรอกครับเพราะเขาไม่มีวันปล่อยผมหรอก ก็แค่ให้รางวัลคนน่ารักที่ยอมเล่นตามเกมส์ของผมด้วยความเต็มใจนิดๆ หน่อยๆ เขาจะได้มีกำลังใจเพิ่มก็เท่านั้น

สีครามยอมวางผมลงแล้วดึงกระเป๋าที่สะพายอยู่ไปถือให้ ผมทำเป็นเชิดน่ารักๆ ใส่เขาไปทีแล้วเดินกระเผกเพื่อลงจากตึกเรียนไปโรงพยาบาล โดยเลือกเส้นทางเดินออกจากห้องที่ผ่านโต๊ะของใครบางคนที่หลายวันมานี้มักจะทำสายตาดุๆ ส่งมาให้

“ ทานข้าวก่อนไหม จะได้ไม่ต้องเดินอ้อมไปมา “ สีครามเข้ามาประชิด ถามเสียงอ่อนๆ ที่ในโรงเรียนมีแค่ผมคนเดียวที่เขาใช้เสียงแบบนี้ด้วย

“ อื้ม ยังไงก็ได้ “ โรงพยาบาลน่ะอยู่ทางไปหอของผม ซึ่งจะต้องผ่านแคนทีนก่อน เพราะงั้นก็เอาตามที่อีกคนเสนอนั่นแหละ

“ อ้ะ! “ ตอนที่กำลังจะถึงโต๊ะหน้าสุดของแถว ผมก็แกล้งทำเป็นเสียจังหวะตอนที่ก้าวเท้าแล้วมันต้องลงน้ำหนักกับเท้าข้างที่มีแผล สีครามเข้ามารับตัวผมไว้ได้ทันก่อนจะหน้าคว่ำลงไปกับพื้น พร้อมๆ กับเจ้าของโต๊ะตัวนั้น

“ เอ่อ ขอบคุณ “ ผมยิ้มเก้อๆ ให้วันพุธ ดึงมือออกมาจากไหล่แกร่งเนื่องจากเขาเข้ามาช่วยรับผมไว้ วันพุธพยักหน้ารับนิดๆ ก็หันไปเก็บของลงกระเป๋าต่อ

“ เป็นอะไรหรือเปล่า เดินไหวไหม? “

“ ไหวๆ เมื่อกี้เผลอลงน้ำหนักๆ มากไปหน่อยน่ะ สบายมากๆ “ ผมยิ้มกว้างตอบสีคราม คว้าแขนของเขามาเป็นที่ยึดแล้วค่อยๆ เดินอย่างระมัดระวัง ทำเป็นไม่เห็นสายตาของใครอีกคนที่ลอบมองตามมา

“ จริงๆ หยุดเรียนก็ได้นะ นายบาดเจ็บเดินเหินไม่สะดวก ไหนจะเดินขึ้นหอขึ้นตึกเรียน “ รู้สึกว่าเขาจะกล่อมผมตั้งแต่วันที่เขาพาผมไปทำแผลวันแรกแล้วนะ

“ ขี้เกียจอยู่ห้องเฉยๆ น่ะ ไม่มีอะไรทำ “

“ งั้นกลับไปอยู่บ้านไหมล่ะ? “ ไหงมันวกกลับเข้ามาเรื่องนี้ได้ล่ะเนี่ย

“ ทำไมชอบไล่จัง น้อยใจดีไหมเนี่ย? “ ผมทำเสียงงอนๆ เล่นบทหนุ่มใสๆ ช่างออดอ้อนขี้งอนไปครับ สีครามเขาชอบ  และผมถนัดเรื่องการทำให้คนรอบข้างสนใจ

“ หึๆ ได้สิ ฉันชอบง้อนาย “ เสียงยิ้มๆ ของอีกฝ่ายได้รางวัลเป็นค้อนงามๆ จากผมทีหนึ่ง พวกเรารู้จักกันมานาน ไอ้ท่าทีง๊องแง๊งที่ผมแสดงออกไปเขารู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของผม ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงหรอกนะครับที่ แกล้งโง่ เป็น ผู้ชายรอบตัวก็ทำเป็นเหมือนกัน

ใช้เวลาอยู่ร่วมสิบห้านาทีในที่สุดผมก็พาสังขารไม่สมประกอบของตัวเองมานั่งในแคนทีนรอสีครามเอาอาหารมาเสิร์ฟได้สำเร็จ ระหว่างรอผมก็เอาโทรศัพท์ออกเล่นเกมส์ ตั้งแต่ได้แผลที่เท้ามาก่อนออกจากห้องไอติมก็จะเช็คผมทุกครั้งว่าเอามือถือติดตัวมาหรือเปล่า เขากลัวกระวัติศาสตร์จะซ้ำรอยน่ะครับ

ติ้ง ติ้ง!

เสียงเตือนไลน์ดังขึ้น เป็นรูมเมทผู้น่ารักที่กำลังคิดถึงพอดี

I-Tim >> อยู่หลังนาย หันมาสิ มีหมาบ้ากำลังน้ำลายฟูมปาก

แล้วก็แปะสติกเกอร์คนน้ำเลือดฟูมปากมาประกอบ ผมหลุดหัวเราะ ค่อยๆ หันไปมองข้างหลังก็เห็นไอติมนั่งกินข้าวอยู่กับนักรบที่โต๊ะถัดไปห้าตัว ข้างๆ นักรบเป็นเซียนที่ลุกขึ้นมายืนกอดอกเรียกร้องความสนใจเต็มที่ ผมทำตาปริบๆ มองเขาแล้วหันมาจิ้มๆ ไลน์ตอบกลับไป

X’ mas Eve >> อย่าลืมพาไปฉีดยาล่ะ

เท่านั้นแหละไอติมก็ส่งสติ๊กเกอร์มือที่กำลังชูนิ้วโป้งอันเท่าบ้านมาให้สองอันเน้นๆ

“ งดเล่นโทรศัพท์ตอนทานข้าว “ คุณพ่อสีครามดึงโทรศัพท์ในมือผมไปกดล็อก ปิดเสียง แล้วเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อให้ผมหน้าตาเฉย

“ ไม่ชวนแอชกับเพมากินด้วยกันล่ะ? “ ผมถามถึงเพื่อนอีกสองคน แล้วตักข้าวผัดกุ้งเข้าปาก

“ ก็อยากกินกับนายสองคน “ คำตอบตรงๆ ทำผมแทบสำลัก รีบคว้าน้ำมาดื่มไปหลายอึก

“ นี่สีครามผู้เคร่งขรึมหายไปไหนแล้วเนี่ย? “ ผมแอบแขวะเขาเล็กๆ ดูเหมือนสามปีที่ผ่านมาจะไม่ได้มีแค่ผมที่เปลี่ยนไป

“ ฉันไม่อยากมานั่งเสียใจที่ไม่ได้พูดหรือทำตามที่ใจคิดกับคนที่อยากทำด้วยเหมือนตอนที่เขาหายไปจากสายตาของฉันอีกแล้ว “ มือใหญ่ๆ วางช้อนในมือลง ดวงตาสีเดียวกับชื่อของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม แต่เขาคงไม่เห็นอะไรในนั้นนอกจากความว่างเปล่า

ใช่ว่างเปล่า

เขาเองก็น่าจะดูออกตั้งแต่ต้นว่า คริสต์มาสอีฟ ที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ไม่ใช่คริสต์มาสอีฟคนเดิมที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว!!

“ ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง “ กลับมาเพื่อใช้พวกนายเป็นเครื่องมือในเกมส์แก้ครั้งนี้ไง และพวกนายก็น่ารักที่เต็มใจยอมให้ฉันหลอกใช้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

“ แล้วจะหายไปอีกไหม? “ คำถามนั้นเรียกรอยยิ้มลึกๆ ประดับที่มุมปากของผม ถ้าจะหายไปจริงๆ ก็ต้องหลังจากผมลากอสูรกายสีขาวที่ชื่อลิเคียวร์กลับลงนรกไปเสียก่อน!!

ผมหลับตาลงเพื่อกล้ำกลืนและซ่อนความเคียดแค้นในใจ ความแค้นเป็นพลังผลักดันให้ผมมายืนตรงนี้ก็จริง แต่ผมไม่ต้องการให้มันครอบงำผมหรอกนะครับ สติต่างหากที่จะพาชัยชนะมาอยู่ในกำมือของผม ก่อนจะลืมตาขึ้นไปสบกับอีกฝ่ายตามเดิม

“ ถ้าจะไปจะบอกก่อนล่วงหน้าล่ะกัน โอเค๊? “ ผมตอบกลั้วหัวเราะเหมือนไม่รู้สึกอะไร ให้คนตัวโตถอนหายใจยาวที่ผมทำเป็นเรื่องเล่นๆ ทั้งที่เขาจริงจัง

เมื่อทานข้าวเรียบร้อยพวกผมก็ลากสังขารไปโรงพยาบาล จังหวะที่กำลังเลี้ยวไปยังห้องทำแผลผมก็ชนเข้ากับร่างเล็กกว่าที่เดินสวนมา จริงๆ แรงปะทะมันไม่ได้มากมายอะไรหรอกครับแต่เผอิญผมเป็นพวกชอบให้มันโอเวอร์เข้าไว้ เลยทำเรื่องเล็กให้มันเป็นเรื่องใหญ่เล่นก็เท่านั้น

ตุบ!

ผมแกล้งเสียหลักจนล้มลงไปกับพื้น แม้แต่สีครามที่อยู่ข้างๆ ก็เข้ามารับไม่ทัน

“ โอ้ย ตาไม่มีหรือไง เวลาเดินก็หัดมองบ้างสิวะ! “ เสียงฉุนเฉียวเหวี่ยงมาใส่ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็ถึงกับแอบกรีดยิ้มในใจ ดูท่าพระเจ้าคงชอบเกมส์กระดานนี้ของผมสินะถึงบันดาลอะไรๆ ให้สมใจผมขนาดนี้

“ นายก็ไม่ได้เจ็บตรงไหนนี่ คนที่เจ็บคือคริสต์ต่างหาก “ สีครามเข้ามาพยุงตัวผมให้ลุกขึ้น เสียงเรียบๆ แฝงความไม่พอใจบอกกับหนึ่งในสมาชิกลีดเดอร์ของเขา และอีกหนึ่งที่แม้จะไม่มีคำพูดแต่สายตาที่ฟาดฟันกันก็สะใจผมอยู่ลึกๆ

“ ขอโทษด้วยล่ะกัน “

ผมบอกกับอาโปที่ดูไม่สบอารมณ์เมื่อถูกขัดใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ลิเคียวร์ เขาเลื่อนสายตาจากผ้าพันแผลที่เท้าของผมขึ้นมาที่เอวซึ่งสีครามกำลังโอบประคองผมอยู่ ใบหน้านิ่งๆ ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา หากดวงตาสีดำน่ารังเกียจกลับวาววาบไม่พอใจ ยังใช้ไม่ได้นะคุณคิงไวท์ ถ้ายังเผยความรู้สึกออกมาให้เห็นกันโต้งๆ แบบนี้ การเดิมพันครั้งนี้ก็เตรียมรับความพ่ายแพ้ไปได้เลย!!!


………………….

[ Liqueur’s Part ]


“ คนนี้ไงคิง ที่เข้าไปในห้องของพวกเราที่โปเคยเล่าให้ฟัง แถมเพทายกับแอชตันยังมาดุโปด้วย “ อาโปหันมาทำเสียงงุ้งงิ้งน่ารำคาญใส่ผม หลังจากไอ้สีครามพาคริสต์มาสอีฟออกจากตรงนี้ไปแล้ว บัดซบ! ทำไมมันหงุดหงิดแบบนี้วะ?!!!

“ คิงต้องจัดการให้โปนะ ต้องสั่งสอนให้รู้ที่ต่ำที่สูงโอ้ย!! “ ด้วยความรำคาญผมเลยแกะแขนที่ชอบมาเกาะแกะออกแล้วเหวี่ยงทิ้งไปแถวๆ นั้น

ผมย้ำเท้าออกจากเขตของโรงพยาบาลที่มาตั้งในเขตพื้นที่ของแบล็คชาโดว์ ด้วยเหตุผลที่ว่าฝั่งเขตไวท์ไนต์เป็นที่ตั้งของหอประชุมไปแล้ว และสาเหตุที่ทำให้ผมต้องมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ก็เพราะร่างเล็กๆ ที่เพิ่งสวนกัน ไม่ใช่เรื่องเดิมพันหรอก แต่เป็นตัวตนของคริสต์มาสอีฟต่างหาก ตัวตนของเขาปั่นป่วนความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของผมได้เสมอไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ และการปรากฏตัวของเขาตรงหน้าผมอีกครั้งหลังจากเขาหายไปร่วมสามปีมันทำให้ผมรู้ว่าเขามีอิทธิพลกับผมยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก ผมจึงต้องหาอะไรมาทำให้ตัวเองไม่ว่างจนกระดูดนิ้วร้าวเพราะโหมชกกระสอบทรายระบายความปั่นป่วนที่ถูกเขาร่ายใส่ ผมจะไม่ยอมเดินตามเกมส์ของเขาเพื่อให้ตัวเองแพ้หรอก!!!

ตุบ!

ผมทุบสันมือลงกับกำแพงกับความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นใหญ่เรื่อยๆ ตั้งแต่คริสต์มาสอีฟกลับมาที่นี่ โธ่เว้ย!! ทำไมผมต้องยอมให้คนอื่นมามีอิทธิพลบงการชีวิตผมด้วยวะ?!!!

“ ถ้าอยากระบายอารมณ์ก็ไปทำในที่ของตัวเอง “ เสียงไร้อารมณ์เอ่ยขึ้นด้านหลัง มีไม่กี่คนหรอกที่กล้ามาทักผมก่อนแบบนี้ ผมหันไปหามัน ดวงตานิ่งๆ หลังกรอบแว่นยังชวนให้หงุดหงิดได้เสมอต้นเสมอปลาย

“ มึงก็อยู่ห้องเดียวกับเขาสินะ “ ผมคงไม่ต้องขยายความว่า เขา ที่อยู่ในคำถามว่าคือใคร ผู้ชายตรงหน้าผมฉลาดสมกับตำแหน่งที่มันได้รับแม้จะอยู่คนละฝ่ายกับผมก็ตาม!!!

“ ถ้าใช่แล้วนายปัญหา? “ ไอ้วันพุธตอบกลับมาด้วยเสียงโทนเดิม เหอะ! คำพูดแมร่งยังกวนโทสะไม่เปลี่ยน!!

“ กูแค่จะเตือนว่าอย่าหลงหน้าสวยๆ นั่น เพราะท้ายที่สุดมึงก็เป็นได้แค่เครื่องมือของเขา!! “ เครื่องมือที่คริสต์มาสอีฟจะเอามาใช้ประประหัตประหารตัวผมยังไงล่ะ!!!

วันพุธสบตาผมไม่หลบ ในดวงตาสงบนิ่งของมันไม่มีความหวั่นไหวหรือแปลกใจอยู่เลยแม้แต่น้อย ผมรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าไร้หัวใจ แต่อีกฝ่ายคือคริสต์มาสอีฟ และเขาถนัดเรื่องการ ช่วงชิงหัวใจของคน!!

“ ฉันไม่ใช่นาย “

เสียงอวดดีที่ตอบกลับมาทำให้ผมกัดฟันข่มอารมณ์ไม่ให้พุ่งเข้าไปเสยหมัดใส่หน้าอีกฝ่าย ทำเป็นพูดดีไปเถอะ คนนอกที่เพิ่งเจอ ไม่เคยต่อกรพิษสงของคริสต์มาสอีฟอย่างมันจะไปรู้ถึงพรสวรรค์ที่เขาได้รับจากพระเจ้ามาได้อย่างไร ความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อหนังงดงามนั่นฆ่าคนให้ตายทั้งเป็นมานักต่อนักแล้ว!!

“ งั้นกูจะรอดูวันที่ความยโสของมึงสยบอยู่แทบเท้าเขา!! ผมบอกแค่นั้นก็เดินสวนมันออกไป กล้าเดิมพันหมดหน้าตักเลยว่าวันนั้นต้องมาถึง!!!


[ End Liqueur’s Part ]

   


................. 

ตอนนี้ก็ยังมีความหมั่นไส้คริสต์มาสอีฟเบาๆ (?) ฮา รู้สึกจะเน้นวันพุธเหลือเกิน ไม่ต้องสงสัยค่ะ ยัยคนเขียนนางปลื้มเฮียเป็นพิเศษ แหะๆ ตอนหน้าเดี๋ยวยกให้แม่ยกเซียนล่ะกัน เราเตือนแล้วว่าเรื่องนี้ ดำเนินเรื่องแบบฮาเร็ม นายเอกทั่วถึงทุกคนค่ะ ฮา

รักค่ะ ^^

ปอลิง. พอดีเนื้อเรื่องค่อนข้างแรงเผื่อรีดเดอร์เข้าใจผิด แนนไม่เขียนเรทเน้อ จริงๆ แนนชอบฉากก่อนจะเรท (เอ๊ะ) แหะๆ แบบว่าลงลึกๆ ไม่เป็น แล้วก็ไม่อยากกินซุบไก่ด้วย เลยตัดสินใจเขียนแค่กระชุ่มกระชวยเล็กๆ น้อยๆ ในหัวใจ ตามแบบถนัดวายใสๆ (?) ขอบคุณค่ะ ^^

<3

ZombieLolita [ZL]

10.03.15

Edit : 14.10.16

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #335 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 21:53
    555+ เกมนี้ใครชนะก็รู้ๆกันอยู่ ขนาดรู้ว่ามารยายังห้ามใจไม่ได้เลยยย
    #335
    0
  2. #319 pppppppppiim (@pppppppppiim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 06:17
    หมั่นไส้อาโปนิดหน่อย
    #319
    0
  3. #286 planktonenteen (@planktonenteen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 22:12
    โธ่ แม้แต่ลิเคียวร์ก็ยังปั่นป่วน
    #286
    0
  4. #244 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 22:57
    ใครๆก็ต้องสยบทั้งนั้นแหละ รวมทั้งลิเคียวร์ด้วย ดูสิขนาดรู้ๆกันอยู่ว่ามารยา ยังห้ามใจกันไม่ได้เลย
    #244
    0
  5. #48 raining (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:27
    ชอบๆ คิงแอบหลุด ฮุๆ
    #48
    0
  6. #14 ฟรุ้งฟริ้ง(?) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 23:03
    สนุกมากๆเลยค่ะเรื่องนี้ (ฮา) หายากมากนายเอกนิสัยแบบนี้ รอแบบนี้มานานแล้วค่ะ คิงอาการหลุดแล้วสินะ หึหุ รอมาอัพอยู่น้า สู้ๆค่า
    #14
    0
  7. #13 ChipminK (@mintmink03) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 10:34
    หึหึ คิงอาการหลุดไปเยอะเลยนะ
    หึหึ เราจะรอดูวันนั้น
    วันที่ไรท์อัพ...ให้อ่าน
    ฮาๆ
    #13
    0