บ่วงรักคาสโนว่า - สำนักพิมพ์ทัช

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 (2) วิวาห์หวาน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 พ.ค. 58



 
 

นาฬิกาบอกเวลายี่สิบสามนาฬิกาตรง รถตู้คันโตแล่นเข้ามาจอดในคฤหาสน์ธีระดนัย และมีรถสปอร์ตสีดำมันขลับของกฤตย์ที่มีชาลิสานั่งอยู่ข้างๆ แล่นเข้ามาจอดต่อท้าย ห้องนอนของภูวดลถูกจัดให้เป็นห้องหอเพราะเป็นคำสั่งคุณหญิงมาลาและคุณภวันต์บิดามารดาของเจ้าบ่าว เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวทุกอย่างของอุ่นไอรักถูกขนเข้ามาไว้บ้านธีระดนัยตั้งแต่หลายวันที่แล้วเนื่องด้วยหญิงสาวต้องอาศัยอยู่บ้านหลังนี้กับสามีจนกว่าจะครบสัญญา ในระหว่างนี้ก็ยังสามารถกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่บ้านได้ตามปกติ

ห้องนอนของภูวดลอยู่ชั้นบนสุดของบ้านนั้นก็คือชั้นสามกินพื้นที่เกือบทั้งชั้น ส่วนชั้นสองจะเป็นของบิดามารดาแล้วก็มีห้องรับรองแขก ภายในห้องของชายหนุ่มถูกทาด้วยสีขาวนวล มีเตียงไม้สีเสาหลังใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ล้วนแต่ทำจากไม้เนื้อดี เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างในห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน บนเตียงกว้างตอนนี้ถูกตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบที่กลางเตียงเป็นรูปหัวใจ มีหมอนใบใหญ่สองใบวางอยู่เคียงข้างกัน บ่าวสาวนั่งพับเพียบอยู่หน้าเตียงเพื่อรับคำอวยพรจากใหญ่ทั้งสองฝ่าย

“ตาภูแม่ฝากยัยไออุ่นด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก” คุณประไพพรให้คำอวยพรเป็นคนแรก “ยัยไออุ่นก็เชื่อฟังพี่เขานะลูก” กอดลูกสาวด้วยความรักที่ไม่ค่อยได้แสดงออกบ่อยนัก ท่านรู้ว่าการกระทำทั้งหมดมันทำร้ายจิตใจของลูกสาวมากเพียงใดที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ท่านเชื่อว่าคนอย่างภูวดลนั้นเหมาะสมกับอุ่นไอรักที่สุดแล้ว

อุ่นไอรักถึงกับน้ำตารินเธอไม่ได้รับอ้อมกอดแบบนี้จากมารดามานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เพราะตั้งแต่จำความได้มีเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้นที่แสดงความรักกับเธอ ส่วนมารดานั้นออกจะแสดงความเกียจชังเสียด้วยซ้ำไป แม้จะเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ใจและน้ำตาแต่ทว่าเธอกลับดีใจที่ได้อ้อมกอดจากมารดา

“ยัยหนูลูกพ่อ หนูโตแล้วสินะ” คุณอัครโอบกอดลูกสาวพร้อมเช็ดน้ำตาให้ อุ่นไอรักเงยหน้ามองบิดาด้วยม่านน้ำตา ท่านรู้สึกใจหายเมื่อลูกสาวกำลังจะถูกพรากออกไปจากอก นางฟ้าตัวน้อยๆขี้อ้อนที่ชอบให้พ่อและพี่ชายเอาอกเอาใจตอนนี้กำลังจะมาอยู่มาบ้านกับสามีแล้ว

 “พ่อขอให้ดูแลซึ่งกันและกันนะ ให้ทำตัวเหมือนกับน้ำและไฟ เมื่อคนหนึ่งเป็นไฟอีกคนก็คอยเป็นน้ำที่คอยดับไฟ เมื่อยามทุกข์ก็ทุกข์ไปด้วยกัน เมื่อยามสุขก็สุขไปด้วยกันนะลูก พ่อฝากลูกสาวด้วยนะตาภู”

“พ่อฝากจัดการเจ้าคาสโนว่านี่ด้วยนะหนูไออุ่น อนุญาตให้จัดการได้เต็มที่เลย” คุณภวันต์กล่าวติดตลก ส่วนคนเป็นลูกชายทำท่าเขม้นไออุ่นรักอย่างเต็มที่ อย่างเธอไม่มีทางจัดการกับคนอย่างเขาได้หรอก มีแต่เธอนั้นแหละที่จะโดนจัดการ ชายหนุ่มได้แต่เข่นเขี้ยวอยู่ในใจ

“แม่ก็ขอให้มีหลานให้อุ้มไวๆนะจ๊ะ แก่แล้วอย่างมีหลานตัวน้อยๆมาเรียกคุณปู่คุณย่าบ้าง เพราะบ้านเรามันเงียบเหงาเหลือเกินนะลูก”

คุณหญิงมาลาคนต้นเรื่องทั้งหมดเอ่ย เป็นเพราะท่านทั้งสองคนถึงต้องแต่งงานกัน ท่านยังเชื่อว่าอยู่ๆกันไปอีกเดี๋ยวทั้งสองคนก็รักกันเองแหละ ถ้ามีลูกคงจะเป็นสายใยเชื่อมต่อระหว่างคนสองคนให้รักกันได้ เพราะไม่ผู้หญิงคนไหนที่เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาและนิสัยเท่ากับอุ่นไอรักแล้ว เจอกันครั้งแรกท่านก็อยากได้หญิงสาวมาเป็นลูกสะใภ้ทันที

“ขอบคุณนะครับ/ขอบคุณนะคะ” สองหนุ่มสาวกราบขอบคุณบุพการี ก่อนที่ท่านทั้งสี่จะออกจากห้องไป

ชาลิสาที่ยืนน้ำตาคลออยู่ใกล้ๆก้าวเข้ามาหาอุ่นไอรักแล้วกอดเพื่อนเบาๆ ทั้งสองคนไม่เคยจากกันไปไหนไกลเลยพอจบมัธยมปลายก็เรียนต่อมหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน พออุ่นไอรักเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ชาลิสาก็คอยเป็นผู้จัดการและช่วยเคลียร์คิวงานในเธอตลอด เรียกได้ว่าไปไหนก็จะทำตัวติดกันตลอดเวลา ทั้งสองคนรักกันมากแต่วันหนึ่งก็ต้องจาก สำหรับชาลิสานั้นหญิงสาวรู้สึกใจหายไม่น้อย

“ชิชาขอให้ไออุ่นมีความสุขมากๆนะ คุณภูคะ ชิชาฝากเพื่อนด้วยนะคะ ถ้าไม่รักก็ขอให้เมตตาเพื่อนชิชามากๆก็แล้วกันนะคะ” หารู้ไม่ว่าชาลิสานั้นได้ฝากผิดคนเสียแล้ว ภูวดลพยักหน้ารับพอพิธีแล้วหันมายิ้มเหี้ยมเกรียมให้เจ้าสาวของตัวเอง

“พี่ก็ขอให้น้องไออุ่นมีความสุขกับชีวิตคู่มากๆนะ ฝากน้องสาวผมคนนี้ด้วยนะครับคุณภู”

กฤตย์อวยพรให้บ่าวสาวเพียงสั้นๆก่อนจะถอยห่างออกมา อุ่นไอรักคือน้องสาวคนหนึ่งที่เขารัก การที่เธอต้องมาแต่งงานกับคาสโนว่าอย่างภูวดลมันทำให้เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่ได้ กลัวว่าวันหนึ่งน้องสาวอันเป็นที่รักจะต้องมาเสียใจเพราะความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย

ชาลิสายืนยิ้มกับคำพูดของกฤตย์ เขามักจะบอกว่าคนที่เป็นเนื้อคู่กันมักจะพูดอะไรหรือทำอะไรเหมือนๆกัน เธอกับพี่กฤตย์นี่เหมาะสมกันจริงๆ หญิงสาวหลับตายิ้มพริ้มฝันอยู่คนเดียว

“ชิชาออกมาได้แล้ว”

เสียงเข้มเอ่ยเตือนสติคนที่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว ตอนนี้ผู้ใหญ่ทั้งสี่ท่านออกไปหมดแล้ว เหลือก็แต่ชาลิสา หญิงสาวส่งยิ้มแห้งๆอย่างอายๆให้อุ่นไอรักกับภูวดลก่อนจะวิ่งแจ้นออกไปอย่างตามกฤตย์ไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมปิดประตูลงกลอนให้อย่างเรียบร้อย

ห้องหอตกอยู่ในความเงียบเมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว อุ่นไอรักนั่งก้มหน้าเงียบไม่พูดไม่จา มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่กำลังทำงานอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไอเย็นของมันทำให้เธอขนลุกไปทั้งกาย ส่วนคาสโนว่าหนุ่มทำเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจที่ต้องอยู่ร่วมห้องกับเจ้าสาวที่เขาไม่ต้องการ ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำอย่างกระแทกกระทั้น สักพักเสียงน้ำกระทบพื้นก็ดังรอดออกมา

อุ่นไอรักพาตัวเองและชุดเจ้าสาวที่หนักอึ้งมายังโต๊ะเครื่องแป้ง ถอดเครื่องประดับทุกอย่างวางไว้บนโต๊ะ และค่อยๆแกะกิ๊บดำตัวเล็กที่อยู่บนผมยาวสลวยที่ถูกเกล้าไว้อย่างสวยงามออกอย่างใจเย็น หญิงสาวเริ่มจะคิดไม่ตก เธอต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเองใช่ไหม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้เธอต้องรับมันให้ได้เพื่อบิดาและมารดาอันเป็นที่รัก ยิ่งคิดมากก็ยิ่งจะพาลทำให้เป็นทุกข์ เธอควรจะปล่อยวางทุกสิ่งอย่างแล้วเดินหน้ายอมรับกับมัน ยอมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แม้ว่าจะเหนื่อยและหนักแค่ไหนก็ต้องรับให้ได้

เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงสักพักภูวดลก็เดินออกมาด้วยชุดนอนสีเข้ม ผ่านเจ้าสาวที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างไม่สนใจใยดี ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนกว้าง อุ่นไอรักแอบชำเลืองมองเขาผ่านกระจก ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายบ้าง ครึ่งชั่วโมงต่อมาหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนตัวบางและสวมเสื้อคลุมทับเอาไว้ มองชายหนุ่มนอนหลับอยู่บนเตียง หญิงสาวยืนลังเลอยู่หลายนาทีเพราะไม่รู้จะนอนตรงไหน เนื่องจากภูวดลนอนแผ่หลาเสียเต็มเตียงเธอรู้ว่าห้องนี้มันคือห้องของเขา ผู้อาศัยอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น แต่เขาก็น่าจะมีจิตใจเอื้อเฟื้อกับเธอสักนิด แต่แล้วจู่ๆเสียงทุ้มก็ดังขึ้น

“ที่นอนของเธอคือโซฟาโน่น อย่าได้คิดสะเออะมานอนบนเตียงของฉันเด็ดขาด” ผู้หญิงอย่างอุ่นไอรักไม่เหมาะจะนอนร่วมเตียงกับเขาเพราะเธอคือน้องของคนเลวอย่างอัครวินทร์ แค่เห็นหน้าเธอเขาก็รู้สึกขยะแขยงเต็มทีแล้ว

หญิงสาวถึงกับสะอึกกับคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี แม้ว่าเตียงนอนของชายหนุ่มมันจะนุ่มและน่านอนสักเพียงใด แต่สำหรับอุ่นไอรักนั้นให้เธอนอนบนพื้นแข็งๆเสียยังดีกว่าต้องร่วมเตียงกับคนร้ายกาจอย่างภูวดล

“ค่ะ” รับคำอย่างไม่อิดออด คับที่น่ะเธออยู่ได้แต่คับใจน่ะมันอยู่ยาก หญิงสาวก็ไม่รู้เช่นกันว่าตัวเองจะมีความอดทนพอที่จะอยู่กับภูวดลไปได้นานสักแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไงเธอจะพยายามโต้ตอบเขาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ รู้ว่าไฟนั้นมันร้อนเราก็ไม่ควรจะเอาตัวเข้าไปใกล้ให้มันแผดเผา

“พรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานที่รีสอร์ทกับฉัน อย่าตื่นสายล่ะแม่ดาราดัง”

เขากำลังจะดำเนินตามแผนที่ตัวเองวางไว้ ด้วยการทรมานผู้หญิงอย่างอุ่นไอรัก เธอจะได้รับบทเรียนจากเขาอย่างสาสมกับที่พี่ชายของเธอทำเอาไว้ และเขาจะไม่มีทางยกย่องเธอออกนอกหน้าเป็นเมียเด็ดขาดเพราะอย่างเธอเป็นได้แค่ นางบำเรอที่นอนกอดทะเบียนสมรสของเขาเท่านั้นแหละ พอมีลูกเมื่อไหร่เขาจะเฉดหัวเธอทิ้งพร้อมกับเซ็นใบหย่าให้ทันที

“ค่ะ” รับคำเสียงแผ่วเบาก่อนจะหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเหนื่อยอ่อนในเวลาไม่กี่นาที

ไม่รู้ว่าเส้นทางในชีวิตพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร อุ่นไอรักก็พร้อมที่จะสู้กับมัน ต่อให้ต้องเจอความร้ายกาจจากภูวดลเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเธอก็ไม่หวั่น เพื่อคนที่รักอหญิงสาวจะต้องหาทางพิสูจน์ให้เขารู้ให้ได้ว่าพี่ชายของเธอเป็นคนดีจริงๆและไม่คิดจะลักขโมยคนรักของชายหนุ่มไป

+++++++++++++

รถสปอร์ตคันหรูกำลังแล่นไปตามท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความระมัดระวัง ชาลิสาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถตามสองฝั่งของถนนที่มีแสงไฟติดอยู่มากมายเพื่อให้ความสว่างกับผู้ขับขี่รถยามค่ำคืน ในเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหลแม้จะดึกแค่ไหนก็ยังมีผู้คนสัญจรไปมาให้ขวักไขว่ ภายในรถคันหรูมีเพียงเสียงไฟที่สาดส่องจากด้านนอกสลัวๆ จิตใจของหญิงสาวร้อนรุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่ออยู่กับคนที่เธอแอบรักสองต่อสอง

“พี่กฤตย์คะ”

เสียงใสของชาลิสาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบตลอดระยะทางที่ออกมาจากบ้านของภูวดล ตอนนี้หญิงสาวเริ่มจะอึดอัดเพราะกฤตย์ไม่คิดจะพูดจะคุยกับเธอเลยทั้งๆที่โดยสารมาด้วยรถคันเดียวกัน เขายังเย็นชากับเธอเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง

“ว่าไง”

เสียงทุ้มขานรับภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึม ดวงตาคมจดจ้องอยู่กับสมาธิในการขับรถ ชาลิสามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มผ่านแสงสว่างด้านนอกที่สาดเขามาในตัวรถเป็นระยะๆ ทำให้ใบหน้าที่คมเข้มอยู่แล้วดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเท่าตัว เขาดูหล่อเสมอสำหรับเธอไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหนๆ ชาลิสาเผลอจ้องชายหน้าหนุ่มด้วยแววตาหวานซึ้งอย่างลืมตัว ยิ่งมองเขามากเท่าไหรมันก็ทำให้หญิงสาวรักเขามากขึ้นกว่าเดิม

“จะจ้องหน้าพี่อีกนานไหมชิชา” หญิงสาวสะดุ้งก่อนจะรีบเสมองออกไปนอกหน้าต่างรถตามเดิม มือบางกำแน่นด้วยความประหม่ากับคำถามที่มีอยู่แล้วในใจแต่กลับไม่กล้าพอที่จะพูดมันออกไปเพราะกลัวว่าใจจะเจ็บ แม้หญิงสาวจะเป็นคนที่กล้าแสดงออกแต่ทว่าพอได้อยู่ใกล้กฤตย์ทีไรความมั่นใจในตัวเธอก็หดหายไปทุกที

“ตกลงว่ามีอะไรจะพูดกับพี่” กฤตย์ก็ยังเป็นคนเดิมอยู่วันยันค่ำ ยังคงเย็นชากับเธอเสมอและตลอดเวลาที่คุยกัน แค่คิดก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมา จะพูดดีๆให้ชื่นใจหน่อยไม่ได้หรือไงนะ

“เอ่อคือว่า” สาวน้อยชาลิสาผู้แก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าหายไป เหลือเพียงชาลิสาผู้เหนียมอายแทนเมื่อต้องพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป ใบหน้าเนียนสวยที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างสวยงามแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่

“คือว่าอะไรครับชิชา” กฤตย์เริ่มจะอึดอัดเมื่อเธออึกอักไม่ยอมพูดเสียที ใบหน้าคมที่เรียบตึงหากแต่จิตใจนั้นร้อนรนอยากจะรู้ในสิ่งที่หญิงสาวอึกอักไม่ยอมพูดออกมาเสียที ให้ตายสิเขาไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย

“ชิชารักพี่กฤตย์ค่ะ!

เสียงใสตะโกนจนดังก้องรถ ชาลิสาถอนหายใจอย่างโล่งออกที่สามารถพูดคำนั้นออกมาได้ แต่ทว่ากฤตย์ยังคงเฉยเมยไม่แสดงท่าทีดีใจใดๆออกมาทั้งสิ้นกับคำพูดของหญิงสาว ทว่าเขากลับซ่อนความดีใจไว้ในส่วนลึกของหัวใจ ยัยเด็กนี้ชอบทำเขาหวั่นไหวอยู่เรื่อยเลย แต่คำพูดและความคิดของชายหนุ่มนั้นขัดแย้งกันจนคนฟังถึงกับหน้าเสียใจเสีย

“รู้จักคำว่ารักดีพอแล้วหรือไงถึงเที่ยวมาบอกคนอื่นเขาง่ายๆแบบนี้”

ชาลิสาสะอึกจนพูดอะไรไม่ออก เจ็บจุกไปทั้งใจดวงน้อยๆ ผู้ชายคนนี้นอกจากจะเคร่งขรึมแล้วยังปากร้ายอีกต่างหาก พูดอะไรไม่รักษาน้ำใจกันบ้างเลย ตอนนี้หญิงสาวเริ่มจะใจแป้วแต่ยังสู้ไม่ถอย ในเมื่อกล้าที่จะพูดว่ารักเขาออกไปเธอก็จะทำให้เขารับรู้ว่าเธอพูดจริงและจริงใจแค่ไหน

“ก็รู้ยังไงล่ะคะถึงบอก ชิชารักใครก็บอกคนนั้นแล้วอีกอย่างชิชาไม่ใช่ คนไร้หัวใจอย่างพี่กฤตย์นี่คะ”

ไร้หัวใจ คำๆนี้จี้หัวใจของกฤตย์เข้าอย่างจัง ใครบอกว่าเขาไร้หัวใจรักใครไม่เป็น เขาก็รักใครเป็นแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องแสดงออกให้ใครรับรู้ต่างหากล่ะ “ถึงพี่จะไร้หัวใจแต่ก็ไม่เคยบอกรักใครพร่ำเพื่อ”

“ชิชาเปล่าพร่ำเพื่อ ชิชาพูดจริงๆ ชิชารักพี่กฤตย์จริงๆนะคะ รักมาตั้งนานแล้วด้วย” ชาลิสาเถียงอย่างไม่ลดละ จ้องชายหนุ่มตาเขม็ง

“เด็กอย่างเธอจะเชื่อได้แค่ไหนกัน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างราบเรียบ ขณะที่ตาก็จ้องอยู่กับท้องถนน “มีอะไรมายืนยันว่าเธอรักพี่จริงๆ”

ผู้หญิงที่ความเป็นกุลสตรีเหลือน้อย ชอบเที่ยวกลางคืน ชอบแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้อย่างชาลิสาน่ะหรือจะเหมาะแก่การเป็นแม่ของลูกเขา ไม่มีทาง!’

“ตัวชิชาค่ะ” ชาลิสาหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอย่างจริงจัง “ชิชายอมนอนกับพี่กฤตย์เพื่อเป็นการพิสูจน์ความรักของชิชา” เธอรักเขามากยอมให้ได้แม้กระทั่งพรหมจรรย์ที่เก็บรักษาไว้กว่ายี่สิบปี สามารถให้ได้ทั้งตัวและหัวใจแม้เขาจะไม่ต้องการแต่เธอก็จะให้ จะยัดเยียดให้กับเขาเลย

“ยังเหลืออยู่หรอไอ้เหยื่อพรหมจรรย์น่ะ พอดีพี่สาวสดซิงเสียด้วยสิ” คำพูดที่แสนจะคมเหมือนกรรไกบักลึกลงไปกลางใจของชาลิสา เจ็บยิ่งกว่ามีดกรีดลงมากลางใจกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเป็นแผลเหวอะหวะ ใบหน้าเนียนเรียบตึงและพยายามระงับความโกรธกับคำพูดดูถูกดูแคลนจากกฤตย์

“กล้าพิสูจน์ไหมละคะ” หญิงสาวท้า

ยอมให้ขนาดนี้แล้วไม่สนเธอก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ต้องให้เธอแก้ผ้าอ่อยเลยไหมล่ะ คนทื่อ!’

กฤตย์มองหน้าผู้หญิงก๋ากั่นที่กล้าเสนอตัวให้ตัวเอง ก่อนถอนหายใจอย่างระอาที่ชายหนุ่มพูดแบบนี้ก็เพราะอยากจะให้เธอหยุดคำพูดและความคิดที่จะมารักคนที่วันๆมัวแต่บ้างานอย่างเขา อยากจะให้เธอเก็บคำว่ารักทั้งตัวและหัวใจไว้ให้สามีในอนาคตของเธอเสียดีกว่า อย่าเอามาผูกติดไว้กับคนอย่างเขาเลย

“พี่ไม่อยากได้”

ชาลิสาเหมือนกับโดนน้ำเกลือราดลงบนแผลที่โดนกรีดจนเหวอะหวะ ทั้งเจ็บและแสบไปถึงทรวงจนอยากจะลงไปดิ้นทุรนทุรายยิ่งนัก อยากจะระเบิดอารมณ์ใส่เขาแต่ก็ต้องระงับมันเอาไว้ แม้จะโกรธเขายังไงแต่ความรักที่มีให้เขามากล้นก็ทำให้ชาลิสาละความโกรธทิ้งไป

“แต่ชิชาจะให้” ชาลิสาเถียงเหมือนกับเด็กๆอย่างไม่ยอมแพ้ มีอะไรที่คนอย่างชาลิสาอยากได้แล้วไม่ได้บ้าง

“พี่ไม่อยากได้ของเหลือจากใคร” สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดในตัวของชาลิสาก็คือความเอาแต่ใจของเธอ ขนาดแสดงท่าทีให้เห็นว่าไม่สนใจขนาดนี้แล้วแต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาล่ะยอมรับในความอดทนและเอาแต่ใจของเธอจริงๆ

 “ชิชาไม่เคยมีใคร” แม้เธอจะไม่ได้เป็นกุลสตรีที่เรียบร้อยอย่างคนอื่น แต่มารดาก็สอนเสมอว่าเป็นผู้หญิงให้รักนวลสงวนตัว เธอไม่ใช่คนง่ายที่จะนอนกับผู้ชายมั่วๆ “ชิชารักพี่กฤตย์แล้วก็อยากเป็นของพี่ กฤตย์คนเดียวเท่านั้น” เสียงใสเริ่มสั่นเครือกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำตาที่กำลังจะไหล

“พอเสียที! บอกแล้วไงว่าพี่ไม่อยากได้ แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่าพี่ไม่เคยรักเธอเลย”

เมื่อไม่สามารถระงับอารมณ์เอาไว้ได้กฤตย์ถึงกับระเบิดมันออกมา ชาลิสาถอยร้นติดขอบประตูรถด้วยความตกใจ หญิงสาวไม่เคยเห็นเขาโมโหรุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลย พูดดีๆก็ได้ทำไมเขาต้องตะคอกใส่เธอด้วย เธอคงทำเขารำคาญมากสินะ

“แต่ชิชารักพี่กฤตย์”

แม้เขาจะไม่รักแต่ชาลิสายังยืนยันถึงความรักของตัวเองที่มีต่อชายหนุ่ม น้ำตาเม็ดโตไหลพรากด้วยความเสียใจ หญิงสาวเอามือปิดปากเพื่อระงับเสียงร้องไห้ของตัวเองไว้แน่นเพราะกลัวว่าเขาจะรำคาญ น้ำตาแห่งความเสียใจพรั่งพลูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นความรักของเธอบ้าง หรือว่าเธอยังพยายามไม่มากพอที่จะทำให้เขารัก หรือว่าเธอจะต้องตัดใจจากรักแรกและรักเดียวอย่างกฤตย์

เมื่อเห็นคนที่นั่งเถียงอยู่ฉอดๆเงียบไป กฤตย์ก็ถึงกับเอะใจ แต่ชายหนุ่มก็ทำเป็นไม่สนใจ ให้เธออยู่เงียบๆไม่ต้องพูดอะไรออกมานั่นแหละดีที่สุดแล้ว เขาไม่อยากจะฟังคำว่ารักลอยๆที่ออกมาจากปากของเด็กที่ไม่รู้จักความรักดีพออย่างชาลิสา แต่ทว่าเสียงสะอื้นที่ดังเล็ดรอดออกมาก็ทำให้ชายหนุ่มหันไปมองคนข้างๆอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง ไหล่บางที่สั่นไหวทำให้กฤตย์รับรู้ทันทีว่าชาลิสากำลังร้องไห้ หัวใจดวงแกร่งของคนเย็นชาถึงกับกระตุกวูบ ไม่คิดว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้หญิงสาวร้องไห้เสียใจถึงเพียงนี้

“ชิชาร้องไห้ทำไม หันมาคุยกับพี่สิ” แม้จะรู้อยู่แก้ใจว่าหญิงสาวร้องไห้เพราะอะไร แต่กฤตย์ก็เลือกที่จะถามแบบนี้ออกไปตามนิสัยของคนเย็นชา

“ชิชาไม่ได้ร้องไห้ค่ะ” สูดน้ำมูกแรงๆอย่างไม่สนใจ เธอจะร้องไห้หรือจะเป็นอะไรเขาจะมาสนใจทำไมกัน เธอไม่ได้เป็นคนสำคัญของเขานิ  

“ไม่ได้ร้องไห้ก็หันมาพูดกับพี่ดีๆสิ อย่าหันหน้าหนีแบบนั้น” กฤตย์จับไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้าหมายจะเช็ดน้ำตาให้ ขณะอีกมือก็หักพวงมาลัยรถเข้าข้างทางเพื่อจะคุยกับหญิงสาวให้รู้เรื่อง ถ้าเกิดเธอยังร้องไห้อยู่แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอร้องไห้เสียใจขนาดนี้เลยจริง

“ไม่ต้องมายุ่ง” ชาลิสาปัดมือหนาให้ออกจากใบหน้าตัวเอง เขาคิดจะตบหัวแล้วลูบหลังเธอหรือไง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครตะคอกใส่แบบนี้เลย แม้แต่บิดากับมารดาก็ไม่เคยทำ กฤตย์คือผู้ชายคนแรกที่ทำเธอเสียใจและเสียน้ำตาแบบนี้ เขาคือคนที่เธอรักขณะเดียวกันเขาก็คือคนที่ทำให้เธอเสียใจ คนใจร้าย ชาลิสาต่อว่าชายหนุ่มอยู่ในใจ

 “ถ้าไม่อยากให้พี่ยุ่งก็หยุดร้องไห้ซะ” ยิ่งชายหนุ่มพูดมากเท่าไรชาลิสาก็ยิ่งร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเขามาทำอ่อนโยนด้วยเท่าไรเธอก็จะแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นมากเท่านั้น

กฤตย์เปิดไฟในรถให้สว่าง แล้วก็ต้องถอนหายใจเมื่อเห็นชาลิสาในสภาพน้ำตานองหน้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ชาลิสาเป็นลูกคนเดียวของบ้านทำให้ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ บทจะพูดง่ายก็ง่ายแสนง่าย พอจะดื้อก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

ชายหนุ่มจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนชาลิสาเคยปีนกำแพงบ้านเข้ามาหาเขาจนเกือบจะโดนพ่อกับแม่จับลงโทษ เด็กสาวอายุสิบห้าที่ชอบทำอะไรแก่แดดแก่ลม ชอบเกาะแกะเขาไปทุกที่ไม่ยอมปล่อย ไม่ว่าจะห้ามยังไงเธอก็ไม่ยอมฟังดั้นด้นจะตามเขาไปทุกที่แม้เขาจะแสดงท่าทีว่ารำคาญมากเพียงใดก็ตาม บางครั้งเขาบอกให้ทำอะไรเธอก็ยอมทำตามตลอดไม่มีเกี่ยงงอน ไม่ว่าเขาจะดุจะด่ายังไงเธอก็ไม่เคยโกรธเขาเลยสักครั้ง อาจจะมีแค่งอนบ้างแต่พอวันต่อมาเธอก็ลืม แต่พอบทจะดื้อใครก็ห้ามเอาไว้ไม่อยู่แม้แต่เขาคนที่เธอยอมเชื่อฟังมากที่สุด

เมื่อร้องไห้อย่างไม่สนใจใครจนหนำใจแล้ว ชาลิสาก็ปาดน้ำตาออกจากหน้าแรงๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอจะร้องไห้ให้เขาเห็นแค่วันนี้เป็นวันสุดท้าย คนอย่างชาลิสาเข้มแข็งเกินกว่าที่จะให้เขามาปลอบโยน คนใจร้ายอย่างกฤตย์ยังไงก็ไม่มีทางจะทำแบบนี้กับเธอด้วยใจจริงอยู่แล้ว แค่คิดก็ทำให้ชาลิสาไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกต่อไป หญิงสาวหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายและเมื่อจะเปิดประตูลงจากรถแต่ทว่ามันกลับเปิดไม่ออก

“พี่กฤตย์กลับไปก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวชิชาจะกลับเอง ปลดล็อคประตูให้ชิชาด้วยค่ะ” แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่จะต้องอยู่บนรถคนนี้เธอก็ไม่อยากจะอยู่ ไม่อยากจะเห็นหน้าคนใจร้ายอีกต่อไป ขอแค่ให้ได้ลงจากรถคันนี้ก็เพียงพอแล้ว ก่อนที่น้ำตาของเธอมันจะไหลออกมาอีก

“จะพูดจะทำอะไรก็ให้สมกับเป็นผู้ใหญ่หน่อยสิชิชา ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังอยากจะนั่งรถกลับคนเดียวอีก มันอันตรายแค่ไหนไม่รู้หรือไง” หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ถ้าต้องขับรถกลับบ้านโดยที่ไม่มีเธอกลับด้วยเขาจะตอบพ่อกับแม่ของเธอว่าอย่างไร มาด้วยกันยังไงก็ต้องกลับด้วยกัน ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้เธอได้นั่งรถกลับคนเดียวแน่

“ก็ชิชาโตแล้ว กลับคนเดียวไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ดีกว่านั่งรถไปกับคนที่ชอบทำร้ายจิตใจชิชาอย่างพี่กฤตย์” คำตัดพ้อต่อว่าของชาลิสา มันทำให้กฤตย์เจ็บจี๊ดๆที่ใจอย่างไม่น่าเชื่อ “ปลดล็อคประตูด้วยค่ะ ชิชาจะลง”

“เดี๋ยวคุณอาทั้งสองก็เป็นห่วงเอาหรอก พี่พาลูกสาวท่านมาด้วยก็ต้องพากลับบ้านด้วยสิ” กฤตย์เอาเหตุผลมาอ้าง พยายามเกลี้ยกล่อมให้ชาลิสายอมเชื่อฟัง แต่คนหัวดื้ออย่างคุณหนูชาลิสากลับไม่ยอมฟังง่ายๆ

“พี่กฤตย์ก็บอกคุณพ่อคุณแม่ว่าชิชาไปเที่ยวกับผู้ชายอย่างที่พี่กฤตย์เคยว่าชิชายังไงล่ะคะ ผู้หญิงอย่างชิชาไม่จำเป็นต้องมีใครมาห่วงใย เพราะคนที่ชิชาอยากจะให้เขาห่วงตอนนี้เขาเกลียดชิชาไปแล้ว” ทีเขาว่าเธอแบบเสียๆหายๆทำไมไม่คิดบ้าง เขาทำเหมือนไม่รู้จักคนอย่างเธอดี ทั้งๆที่เธอรู้จักเขาดีกว่าใครๆ

“อยากจะออกไปเที่ยวกับผู้ชายมากนักหรือไง” กรามหนาขบกันแน่นจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธ แค่เธอบอกว่าจะไปเที่ยวกับผู้ชายทำไมใจเขามันรู้สึกหวงอย่างไม่รู้สาเหตุ ตอนนี้กฤตย์เริ่มจะควบคุมอารมณ์ตัวเองเอาไว้แทบจะไม่อยู่

“ค่ะ อยากมาก” ชาลิสาพูดอย่างลอยหน้าลอยตา ทว่าคำพูดของเธอเติมเชื้อไฟความโกรธและโมโหในตัวกฤตย์ได้อีกเป็นเท่าตัว ก่อนที่มันจะปะทุออกมาเมื่อชายหนุ่มไม่สามารถระงับมันไว้ได้อีกครั้ง

“ถ้าอยากมากนักเดี๋ยวพี่จะสนองให้เธอเอง”

มือหนากระชากร่างบางเข้าหาด้วยจนอกอิ่มชนกับแผงอกกว้าง ปากบางสวยได้รูปไม่แพ้สตรีประกบริมฝีปากอิ่มของคนปากดีอย่างหนักหน่วงรุนแรง ชาลิสาดิ้นขัดขืนทุบตีชายหนุ่มไม่ยั้งมือแต่เขากลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย กฤตย์รวบมือบางที่กำลังทุบตีตัวเองด้วยมือเพียงข้างเดียวไขว้ไว้ด้านหลังส่งผลให้อกอวบเบียดชิดอกกว้างยิ่งกว่าเดิม ลิ้นร้อนผ่าวซอกซอนหาความหวานจากโพรงปากสวยด้วยความช่ำชองจนลิ้นเล็กของชาลิสาเผลอตอบสนองเขาอย่างไร้เดียงสา

ร่างอ่อนปวกเปียกถูกยกจากเบาะข้างคนขับมานั่งค่อมอยู่บนตักกว้าง กฤตย์ละจากเรียวปากหอมหวานที่กำลังบวมเจ่อเพราะฤทธิ์จูบร้อนแรงของตัวเองให้เพื่อเว้นระยะให้เธอได้หายใจ ชาลิสาหายใจเหนื่อยหอบซบหน้ากับอกแกร่งอย่างคนหมดแรงมันเหมือนกับเธอพึ่งวิ่งรอบสนามสี่ร้อยเมตรมายังไงอย่างนั้น จูบแรกและเป็นจูบสูบวิญญาณจากคนใจร้ายที่ชอบดูถูกเธอ ไหนว่าไม่ชอบของเหลือจากใครแล้วเขามายุ่งกับเนื้อกับตัวเธอทำไม

“ไง แค่นี้ถึงกับอ่อนเป็นขี้ผึ้งรนไฟ” มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นชุดราตรีตัวสวยอย่างหยอกเย้ายั่วยวน กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจกับความหอมหวานของชาลิสา

“คนฉวยโอกาส” ชาลิสาต่อว่าชายหนุ่มเสียงหอบสั่นขณะที่ใบหน้าสวยแดงระเรื่อยังคงซบอิงแอบอยู่กับอกกว้าง กฤตย์หัวเราะในลำคอเบาๆแต่ส่งผลให้อกแกร่งสั่นไหวน้อยๆ “ตอนแรกยังเสนอตัวให้พี่อยู่เลยนะ”

“ก็พี่กฤตย์บอกว่าไม่อยากได้แล้วไง” เสียงใสตัดพ้ออย่างน้อยใจจนน้ำตาเริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง

“ก็ตอนนี้พี่เริ่มอยากได้แล้วไง” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆชิดริมหูขาวสะอาดส่วนมือหนาก็ไล้วนสะโพกอวบอิ่มผะแผ่ว เขาชักจะติดใจจูบหอมหวานของเธอแล้วล่ะสิ ขณะชาลิสาก็ขนกายลุกชันหน้าแดงปลั่ง

“ชิชาเปลี่ยนใจแล้ว ชิชาไม่ให้ค่ะ” ถึงแม้ว่าจะปฏิเสธแต่ชาลิสาก็อดดีใจไม่ได้ที่ได้รับสัมผัสวาบหวามจากเขา ต่อให้ใครจะมองว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายเธอก็ไม่สนอีกต่อไป

หญิงสาวทำท่าจากลุกจากตักแกร่งเมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรร้อนๆมาดุนสะโพกเธออยู่ แต่เจ้าของตักกับยืดเอวบางให้นั่งลงที่เดิม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเข้าด้วยความขัดใจ มือบางตีอกแกร่งอย่างไม่แรงนักด้วยความเขินอาย

“ไม่ทันแล้วสาวน้อย”

กฤตย์เอ่ยชิดริมฝีปากอิ่ม จับท้ายทอยเธอไว้มั่นก่อนจะประกบจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้งอย่างเร่าร้อน ครั้งแรกชายหนุ่มอาจจะรุนแรงไปสักหน่อยแต่ครั้งนี้เขาสัญญาว่าจะนุ่มนวลกว่าเดิม ลิ้นหนาตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กเสาะหาความหวานหอมดั่งน้ำผึ้งจากปากหญิงสาวอย่างไม่รู้เบื่อ โพรงปากหอมหวานที่ทำให้เขาติดอกติดใจเหมือนเด็กกำลังติดลูกกวาดสีสวย มือหนาละจากท้ายทอยลูบไล้ลำคอขาวระเรื่อยมาถึงอกอวบล้นมือกอบกุมอย่างเบาๆแล้วค่อยๆเพิ่มจังหวะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆตามแรงอารมณ์

ปากอุ่นร้อนละจากโพรงน้ำผึ้งหอมหวานสูบดมแก้มนวลใสฟอดใหญ่ ขบเม้นใบหูขาวสะอาดจนขนอ่อนตามตัวของชาลิสาลุกเกลียว จมูกโด่งเป็นสันซุกไซ้ซอกคอขาวทิ้งร่องรอยความเป็นเจ้าของเอาไว้สามสี่จุดจนหญิงสาวครางด้วยความเจ็บ ตอนนี้ชาลิสารู้สึกว่าสมองของเธอขาวโพลนไปหมดไม่ว่าชายหนุ่มจะทำอะไรจะจับตรงไหนของร่างกายเธอก็ไม่มีแรงขัดขืนทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะรักทำให้เธอยอมให้เขาทำทุกอย่าง

กฤตย์ใช้นิ้วเรียวยาวเกี่ยวชุดราตรีแบบเกาะอกของหญิงสาวลงจนไปกองอย่างหน้าท้องแบนราบ ชายหนุ่มหายใจติดขัดเมื่ออกอวบล้นมือปรากฏสู่สายตา เธอไปได้สวมบราเซียร์ดวงตาคมมองด้วยความพอใจแต่ก็มิวายแอบเคืองนิดๆ (ขออนุญาตตัดเพื่อความเหมาะสมค่ะ)

“อ๊ะพี่กฤตย์”

หญิงสาวหน้าแดงก่ำ มือบางจิกผมชายหนุ่มเพื่อลดความเสียวซ่านรัญจวนใจ แอ่นอกให้เขาดื่มชิมด้วยความเต็มอกเต็มใจ กฤตย์ดูดซับอกอิ่มทั้งสองข้างอย่างไม่ให้น้อยหน้ากันก่อนจะผละออกแล้ววกกลับมาจูบซับริมฝีปากหอมหวานอีกครั้ง มือหนาซุกซนลูบไล้ขาขาวนวลภายใต้ชุดราตรีสั้นจนร้นมาถึงต้นขาเนียนไล้วนสะโพกอิ่มแน่น (ขออนุญาตตัดเพื่อความเหมาะสมค่ะ)

 “อ๊ะเจ็บค่ะพี่กฤตย์”

ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บเมื่อนิ้วร้อนๆเข้ามาสำรวจในกายสาวที่ตอดรัดแน่นจนนิ้วของกฤตย์แทบหัก (ขออนุญาตตัดเพื่อความเหมาะสมค่ะ) ชาลิสาเกร็งกระตุกเมื่อชายหนุ่มส่งเธอถึงฝั่งฝัน ก่อนซบหน้าลงกับอกแกร่งหายใจหอบเหนื่อยอ่อน กฤตย์จุมพิตหน้าผากมนชื่นเหงื่อเบาๆและกำลังพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในกาย เขาไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอมากไปกว่าแค่สั่งสอนให้รู้ว่าอย่ามาเล่นกับไฟก็พอ

“น่ารักมากคนดี” มือหนาดึงชุดราตรีของหญิงสาวให้กลับเข้าที่เหมือนเดิมแต่ก็อดอาลัยอาวรณ์กับอกอิ่มนุ่มมือไม่ได้ ก้มลงทิ้งรอยรักไว้บนเนินอกอิ่มอย่างเป็นเจ้าของอีกครั้ง

“ปล่อยชิชาได้แล้วค่ะ” เสียงใสบอกอย่างเอียงอายไม่กล้าสู้หน้าชายหนุ่ม ใบหน้าหวานแดงระเรื่อไม่จางหาย คนบ้า! เห็นขรึมๆแบบนี้ร้อนแรงจนเธอแทบไหม้

“คราวนี้รู้หรือยังว่าอย่ามาพูดยั่วให้พี่โมโหอีก” จุมพิตปากอิ่มเบาๆก่อนจะจำใจยกเธอลงจากตักให้กลับไปนั่งเบาะข้างคนขับตามเดิมแล้วคาดเข็มขัดให้แต่ก็มิวายแอบหอมแก้มเนียนให้ชุ่มปอดฟอดใหญ่ กฤตย์หักพวงมาลัยรถออกจากข้างข้างก่อนจะมุ่งหน้าพาหญิงสาวกลับบ้านด้วยความสบายอารมณ์

ชาลิสาหันหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่หันมามองเธอเป็นระยะๆ ห้ามเธอยั่วโมโหอีกหรอ ไม่มีทางเสียหรอก เธอจะยั่วเขาบ่อยๆจนเขาตบะแตกยอมตกเป็นของเธอนั้นแหละถึงจะเลิกทำ สาวน้อยคิดอย่างไม่อายก่อนจะแอบหน้าแดงในความคิดของตัวเอง วิธีผูกมัดคนอย่างพี่กฤตย์บัดนี้เป็นงานง่ายๆสำหรับเธอแล้ว เธอจะทำให้เขาติดใจเธอจนไปไหนไม่รอดเลยคอยดู ทีนี้ก็เหลือแต่แนวร่วมที่จะคอยช่วยเหลือให้แผนของเธอสำเร็จเท่านั้นเอง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 12:20
    ชิชา นู๋ร้ายมากค่ะ
    #2
    0