END {ทำมือ} พี่ชายร้ายลึก❖Nobody Knows

ตอนที่ 9 : {อัพครบ} ว่านดูดกาแฟ❖กลัวเมีย 'ไม่เกลียด 9'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60

 

เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


กติกาในการอ่าน :: ไม่ต้อนรับพวกชอบก่อกวนและนักเลงคีย์บอร์ด ฉากไม่เหมาะสมทุกฉากจะไม่อัพลงเด็กดี แนวเรื่อง DEEP และหักมุม ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ

 


#ว่านดูดกาแฟ {EP.09}

กลัวเมีย 'ไม่เกลียด 9'



วันนั้นช่วงตีสอง ฝนตกหนัก มีเด็กผู้หญิงที่เด็กกว่าผมหนึ่งปีในชุดเสื้อเชิ๊ตตัวใหญ่ของผู้ชายวิ่งตัดหน้ารถของเรา

จำได้ว่าพี่ชายผมเบรกรถกะทันหันและบอกว่าเราอาจจะชนใครเข้า แต่พอลงจากรถ ผมกับพี่ก็พบว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นสลบไปแล้วและรถก็ไม่มีรอยบุบสลายอะไร

ไม่นานก็มีคนวิ่งมามุงดู... ผมยังเด็กนะตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันเพราะเธอเลือดไหลที่หัว ดูบอบบางน่าสงสารมาก พี่ชายผมตัดสินใจว่าจะพาเธอไปโรงพยาบาลแล้วค่อยถามว่าเธอเป็นใครตอนฟื้น

แต่... จู่ๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็โผล่มา เขาเข้ามาอุ้มเด็กผู้หญิงคนนั้นไปจากมือของพี่ชายผม ดวงตาไร้แววคู่นั้นเหลือบมองผมกับพี่ชายคล้ายอยากจะจำหน้าไว้ แต่ใครจะรู้ว่าจู่ๆ เด็กผู้หญิงจะฟื้น...

กรี๊ดดดดด

ผมจำได้ว่าเธอมองหน้าคนที่อุ้ม กรีดร้องอย่างหวาดกลัวและสลบไปจริงๆ จากนั้นเหตุการณ์ก็วุ่นวายพอสมควร

ผมกับพี่ชายได้ข้อสรุปว่าเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบหกที่ใส่แค่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่กับผู้ชายอายุยี่สิบคนนั้นรู้จักกัน และเราก็ไม่ผิดเพราะยังไม่ได้ชนเธอ

สุดท้ายพี่ชายของผมก็เข้ามากำชับว่าห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีก บอกว่าเด็กผู้หญิงลืมเหตุการณ์วันนั้นไปจนหมด

วันเวลาผ่านไป...

ใครจะไปรู้ว่าผมจะได้เป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิงคนนั้นในช่วงมหาลัย ใครจะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นก็กลายเป็นพี่ของบรรดาเพื่อนผม

ใครจะรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคือกาแฟและผู้ชายที่อุ้มเธอไปคือพี่ว่าน

แต่ชีวิตของกาแฟกับพี่ว่านโคตรสวนทางกัน ทำให้ผมคิดว่าพวกเขาเลิกติดต่อกันแล้ว

ผมเคยถามไอ้ฟาร์ว่าทำไมกาแฟถึงเป็นคนเดียวในกลุ่มพวกเราที่ไม่เคยโดนใครหาเรื่องอะไรเลย ถ้าเทียบกับใบชา ตัง หรือคนอื่นๆ กาแฟแทบจะไม่มีใครเข้ามาสร้างปัญหาให้ หรือถ้ามี... จู่ๆ มันก็เคลียร์อย่างรวดเร็ว ผมได้ยินโจลี่เมาท์ว่าขนาดแม่เลี้ยงของไอ้พี่ยักษ์ที่ไม่ชอบใบชากับแม่ยังหลีกเลี่ยงกาแฟ

ที่แท้เพราะเธอมีเขา...

ผมออกจากความคิดตัวเอง มองผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าสนใจข้าวต้มหมูในถ้วย เอื้อมมือไปลูบริมฝีปากสีเชอรี่ของเธอ

“คุณหนูดา กินข้าวเถอะ”

ถ้าเทียบกับกาแฟ ใบชา หรือน้องที่รักของไอ้ฟาร์ (เมียไอ้ฟาร์) แล้ว... ผู้หญิงที่สวยและดูผู้ดีมากเกินไปอย่างเธอคงเหมาะแค่เอาไว้ดูเพื่อให้เจริญอาหาร หรือไม่ก็เอาไว้ประดับเฉยๆ

“พี่คิว”

“หืม?” ผมยิ้มๆ

“ไม่ตามพี่คนนั้นไปเหรอคะ” มือที่จับช้อนอยู่สั่นระริกเล็กน้อย บอบบางอะไรอย่างนี้วะ

“อืม... ไม่หรอก” ผมเอื้อมมือไปกุมมือเล็กไว้ “พี่คิวมีคุณหนูดาอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ไปไหนหรอก”

ผู้ชายชอบดูแลสิ่งที่มีมีค่าครับ ผู้หญิงก็ถือเป็นของมีค่าอย่างหนึ่งเหมือนกัน

มีแค่สองสาเหตุที่ผู้ชายอยากเลิกดูแลผู้หญิง

คือหนึ่ง เธอหมดค่า หรือสอง... เธอมีค่ามากเกินกว่าที่เราจะหน้าด้านดูแลได้



GA’FE TALK

ในที่สุดฉันก็มานั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่ห้องชุดในคอนโดแห่งหนึ่งซึ่ง... มันก็คนละทางกับคอนโดของฉันพอสมควร

เจ้าของห้องวางกีต้าร์ไฟฟ้าไว้ยังมุมหนึ่ง ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อตัวนอกสีดำออก ฉันนั่งกอดอกอย่างใช้ความคิดว่าควรทำไรก่อนดี เงินก็ไม่มีสมองก็เช่นกัน

“นี่...” ฉันส่งเสียง

“...” เจ้าของห้องไม่ตอบ

“นี่” เรียกอีก

“...” ยังเมินอยู่อีก

“เฮ้ย!” ฉันส่งเสียงเพิ่มขึ้นอีกนิด

“อะไร!!” คนที่หิ้วฉันกลับมาด้วยกระชากเสียงโดยยังไม่หันมา

“ยืมมือถือหน่อย”

สิ้นเสียงของฉัน เจ้าของห้องก็หันมามองตาขวาง ไม่นานมือถือก็ถูกเหวี่ยงมายังโซฟาตรงจุดที่ฉันนั่งอยู่ ยังดีที่ฉันขยับหลบทัน มันเลยไม่กระแทกหัว

“นาทีละห้าบาท ใช้เสร็จแล้วก็จ่ายมาด้วย” ว่าจบก็เดินเข้าไปยังอีกห้องที่คิดว่าเป็นห้องนอน

“เหอะ...” ฉันแค่นเสียง แล้วล็อกอินเข้าเฟซในมือถือที่ยืมมา แชทบอกใบชาว่าตอนนี้อยู่กับเพื่อนใหม่ ไม่ต้องเป็นห่วง

คนสวยมักปากหมาเสมอ

ฉันนึกด่าคนที่ขอติดรถมาด้วยในใจ คนนี้เป็นนักดนตรี แต่งตัวดี แน่นอนว่าเป็นผู้หญิง และแน่นอนว่าเธอคือแฟนของรองที่มีชื่อเล่นเต็มว่าวันหนึ่ง

ย้อนไปก่อนหน้านี้... ฉันวิ่งไปชนวันหนึ่งและล้มด้วยกันทั้งคู่ ตอนนั้นกำลังรู้สึกงุ่นง่านเรื่องว่านพอดี แถมพอได้เจอนังคนสวยนี่ ฉันก็เริ่มคิดถึงความผิดของตัวเองเข้า

ขนาดฉันเห็นพั้นช์กอดว่านยังเฮิร์ทหนัก

แล้ววันหนึ่งที่เข้ามาเห็นรองนอนกอดฉันจะเฮิร์ทแค่ไหน

ขนาดว่านที่เป็นคนหน้าด้านยังมีใจมาง้อ มาอธิบายบางส่วนกับฉัน

แล้วทำไมฉันที่หน้าด้านเหมือนว่านจะหาทางแก้ตัวกับวันหนึ่งบ้างไม่ได้

แต่ฉันมันมีอีโก้... สุดท้ายเลยจบลงอย่างที่เห็น บังคับให้เธอหนีบฉันที่แทบจะเป็นศัตรูกันกลับมาด้วย ที่สำคัญคือพอว่านเห็นว่าฉันเดินชนวันหนึ่งก็ไม่ตามซะงั้น

เหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความพอใจของว่านล้วนๆ

ไอ้คนโคตรไม่มีหัวใจ รอเราคิดกลทะลวงใจนายได้ก่อนเถอะ...

ฉันเหลือบตามองวันหนึ่งที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อย เลิกคิดเรื่องผู้ชายดีกว่า

แผนนี้เรียกว่า ง้อด้านๆ ไร้ยางอาย สไตล์กาแฟ

โคตรเท่...

แต่ทุกอย่างนั่นก็เป็นแค่การคิดในใจ

“เสร็จแล้ว” ฉันออกแอพเฟซบุ๊กในมือถือของวันหนึ่งแล้ววางไว้บนโต๊ะ และพูดต่อด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก “ขอบใจ”

วันหนึ่งไม่ได้ตอบอะไร เธอเดินไปที่ห้องอื่น... สักพักก็อุ้มหมาตัวเล็กที่ดูแล้วคล้ายว่านน้อยแต่คนละสีออกมานั่งป้อนอาหารเม็ดบนโซฟาอีกตัว ฉันนั่งนิ่งมองเธอ จนเธอเอ่ยต่อ

“ใช้ไปเท่าไหร่ก็วางเงินไว้”

“งกฉิบ” ฉันไม่มีเงินสักบาท อีกอย่างคือไม่ได้ใช้โทรไง

“ว่าใคร” เธอเหลือบตามองฉัน

“เจ้าของโฟน” แต่ไหนๆ ก็ได้ยินแล้ว ฉันเข้ากับคนอื่นยาก... เพราะงั้นก็เลยปล่อยตามเลย

“ใครกันแน่ที่งก” วันหนึ่งขมวดคิ้ว

“เป็นเจ้าของโฟนที่งก” ฉันมองไปทางอื่น

“โห... มึง” เธอพึมพำเบาๆ คงคิดว่าฉันไม่ได้ยินมั้ง

“อ้าว” ฉันหันไปมอง “เรียกใครว่ามึง”

“ใครงกก็คนนั้นแหละ” เธอทำท่าทีเอาเรื่องใส่ฉัน อ้อ ได้ ในเมื่อมึงมา ฉันก็...

“มึงสิงก” ฉันมองมือเธอที่เล่นกับหมาน้อย

“มึงนั่นแหละ” เธอเถียง

“มึงแหละ” ฉันไม่ยอม

“มึงแหละ”

“มึง!

“มึง...”

เราต่างจ้องหน้ากัน สุดท้ายก็ถอนหายใจด้วยกันทั้งคู่ ต่อจากนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะดัง หึ พร้อมกัน จากนั้นเสียงดังกล่าวก็ดังเบาๆ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเงียบไป

“อยู่คนเดียว?” ฉันถึงได้ถาม ความรู้สึกตอนนี้ไม่ต่างจากตอนเริ่มสนใจไอ้คิวเท่าไหร่ มันก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ

“แล้วเห็นว่ามีใครอีกมั้ยล่ะ” ตอบกวนเนอะ

“นึกว่าอยู่กับแฟน”

“แฟน?” วันหนึ่งทวนคำถาม “หมายถึงมันน่ะเหรอ”

มัน’ ที่ว่าในที่นี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรอง

"แล้วกับมัน... ตอนนี้โอเค?" คิดเอาเองว่าเธอคงไม่อยากพูดชื่อรองตอนนี้เลยถามตามน้ำไป

“ไม่โอเค”

คำตอบนั้นทำให้ฉันชะงักทุกอย่าง ทีนี้ยิ่งรู้สึกผิดลึกๆ ในใจเข้าไปอีก เพราะฉันเป็นคนที่ชอบปล่อยเลยตามเลย บางทีก็เน้นเรื่องของตัวเองมากกว่าสิ่งที่อยู่รอบข้างมากเกินไป คำพูดที่ว่านเคยด่าไว้เข้ามาทิ่มแทงในใจจนได้

เอาวะ ไหนๆ ก็ตั้งใจมาแล้ว

“ความจริงแล้ววันนั้นก็ไม่ได้มีอะไรหรอก” ฉันพูด “ตื่นมาก็อย่างที่เห็น ยังงงๆ อยู่จนทุกวันนี้”

“...”

“ก็ขอโทษแล้วกัน” ฉันแอบมองหน้าวันหนึ่ง เห็นเธอเลิกคิ้ว “ว่าไงอะ”

วันหนึ่งเงียบไป สิ่งที่เธอทำหลังจากได้ยินคำขอโทษของฉันไม่ใช่ท่าทีซาบซึ้ง แต่เป็นการมองเหมือนเห็นผี มองเหมือนไม่เชื่อว่าคนอย่างฉันจะพูดมันออกมาง่ายๆ แต่ไม่นานเธอก็โต้ตอบอย่างไม่หยาบคายจนได้

“เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่ความผิดแกหรอก แกแค่ซวยที่ไปอยู่ที่นั่น มันมีคนทำให้ทุกอย่างออกมาเป็นแบบนั้น”

อ้อ ผู้หญิงคนนี้จะเรียกเราว่า แก สินะ มุ้งมิ้งจริง -_-

“ใคร?” แต่สิ่งที่ได้ฟังทำให้ฉันเลิกคิ้ว

วันหนึ่งจึงคว้ามือถือมาเปิดรูปแล้วส่งมาให้ฉันดูด้วยสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่าคนในรูปคือผู้จัดฉากให้ฉันตื่นขึ้นมากลางวงของผู้ชาย ในรูปเป็นผู้ชายซึ่ง... หล่อดี แต่ฉันไม่รู้จัก

“เชี่ยนี่เป็นคนทำ มันมอมเหล้าทุกคนแล้วเอาแกไปนอนบนเตียงกับรอง เหตุการณ์นั้นไม่ใช่การใส่ร้ายแก แต่เป็นการใส่ร้ายรอง คนทำเป็นเพื่อนเราเอง แต่ตอนนี้เลิกคบแล้ว” วันหนึ่งเหลือบตามองแก้มฉัน “เรานี่ตบกันแรงฉิบ”

แก้มฉันยังมีรอยช้ำซึ่งเกิดจากการเอาหน้าไปฟาดกับปูนในห้องใต้บันได วันหนึ่งคงคิดว่าเป็นฝีมือเธอ

“แล้วไอ้เชี่ยนี่... ล่อได้มั้ย” ถึงจะได้ฟังว่านี่เป็นการใส่ร้ายรอง ฉันก็ไม่ลังเลที่จะแค้น เพราะดูยังไงฉันก็เป็นเครื่องมือที่ไม่ได้รู้เรื่องด้วยชัดๆ

ก็ครูเขาจัดให้แล้วนี่” วันหนึ่งบอก “หลังจากเราตบกัน ครูก็มาบอกเราว่าแกไม่ใช่คนแบบนั้น ขอโทษเราแทนแก พอเรื่องเริ่มคลี่คลายครูก็ไล่เก็บพวกปากหมาขี้นินทาจนหมด เพื่อนเราที่เป็นตัวเริ่มเรื่องก็กลัวโดนอุ้ม หนีไปแล้ว”

ตอนที่ฉันอยู่ในบ้านของว่าน... สถานการณ์ทางฝั่งนี้เลวร้ายถึงขั้นไหน?

ฉันเหลือบมอง “ครูไหน”

“อ้าว พี่ว่านของมึงไง!” วันหนึ่งกลับมาฮารดคอร์อีกครั้งด้วยสีหน้าเหลืออด ทำเหมือนฉันถามอะไรโง่ๆ ออกมา

“ว่านเป็นครู?” เขาเป็นครูตอนไหน หมอนั่นทำงานที่ต้องไปต่างประเทศบ่อยๆ จนได้ผู้หญิงมาติดพันเยอะแยะต่างหาก

คำตอบของวันหนึ่งคือการพยักหน้าไปยังกีต้าร์

“เมื่อสี่ปีก่อนเคยขอให้เขาสอนกีต้าร์ให้ ก็เลยเรียกครู”

ว่าก็ว่าเถอะ ว่านที่เล่นดนตรีทำให้ฉันนึกภาพไม่ออก

"เหรอ" ฉันเผลอจ้องวันหนึ่ง "เรียนนาน?"

"ก็ครึ่งปี" วันหนึ่งมอง "จ้องไร ไม่ต้องหึง"

บ้า ใครหึง...

“ว่าน... เล่นเก่งมั้ย” ฉันเบนหน้ามองกีต้าร์

“ไม่รู้เหรอว่าเขาจบเอกดุริยางคศิลป์”

ก็ไม่รู้น่ะสิ

ฉันไม่เคยถามว่าว่านเรียนจบอะไร ไม่เคยไปงานรับปริญญาของเขา ช่วงนั้นเขาเริ่มดูแลฉันก็จริง แต่ก็ยังไม่สุงสิงกันมาก ฉันนึกว่าว่านจะจบสถาปัตย์แบบไอ้ฟาร์ ไม่ก็วิศวแบบไอ้คิวซะอีก

“แสดงว่าคงเก่ง” แต่ฉันไม่เคยเห็นก็แค่นั้น

“อาจไม่ใช่แค่เก่ง ดูแล้วตอนนั้นครูจะรักการเล่นกีต้าร์มาก ไปเล่นในผับหรือเปิดหมวกตามวอคกิ้งสตรีททีคนก็กรี๊ดที"

"..."

"แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงได้ทิ้งไป... เหมือนไม่เคยรักมาก่อน” วันหนึ่งกล่าว

เหมือนไม่เคยรักมาก่อน...

“คนแบบนั้น อาจจะไม่เคยรักอะไรเลยก็ได้” พูดแล้วก็เจ็บ

ว่านเป็นคนใจร้ายที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย แต่ดูๆ ไปไม่มีรักผสมเลย... มั้ง

“จะบ้าไง?” เธอแค่นเสียง “เรื่องแบบนี้ไม่รักจะไปรอดเหรอ ต้องเอาตัวเองไปอยู่กับเรื่องเดิมๆ ตั้งนาน ใครจะทำได้ถ้าไม่รัก”

แล้วฉันล่ะ พัวพันอยู่กับว่านมานาน เหลืออีกสามปีก็ครบสิบปีแล้ว ไม่รู้สึกอะไรได้เหรอ แล้วว่าน... ไม่รู้สึกอะไรได้เหรอ

“เป็นเด็กเขาก็ควรรู้เรื่องพวกนี้ป้ะ?”

“ใครบอก” วันหนึ่งนี่มันทีมว่านนี่หว่า

“ไม่มีใครบอกหรอก เซ้นส์ขี้เสือกมันแรง”

อืม เราชอบนาง... เพื่อนเราไม่มีใครนิสัยแบบนี้เลยสักคน

แต่จำได้ว่าเมนหลักของการมาที่นี่คืออยากเคลียร์เรื่องรอง ไปๆ มาๆ ทำไมถึงพูดเรื่องว่านซะได้

เชื่อมั้ย ฉันอิจฉาที่เธอรู้จักว่านในมุมที่ฉันไม่รู้

และโกรธตัวเองแบบ... บอกไม่ถูก

ว่านในมุมที่ฉันรู้จักคือผู้ชายคนหนึ่งที่เมื่อว่างจากงานก็จะมาหาฉัน เอาผู้หญิงมาให้ฉันจัดการบ้าง ช่วยดูแลบ้าง ลงโทษแรง ใจร้ายพอควร แต่ว่านในมุมของคนอื่น บางทีก็เป็นพี่ เป็นครู เป็นเพื่อน และอาจเป็นใครอีกคนในมุมที่เขาไม่เคยเผยให้ฉันเห็น

“ถ้าเซ้นส์แรง เรื่องเคลียร์แล้ว"

"..."

"ทำไมไม่โอเคกับรอง” ดังนั้นฉันจึงวกกลับมาที่เรื่องของรองอีกครั้ง เพราะมันเหมือนฉันเป็นคนทำให้สองคนนี้ร้าวฉาน

คนโดนถามสลดไปวินาทีหนึ่ง จากนั้นถึงได้ตอบออกมา

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนอื่น เกี่ยวกับเราและมันล้วนๆ มันเกินเยียวยา มันไม่โอเคมานานแล้ว”

“...”

“ถ้าคนหนึ่งอยากจบ อีกคนก็ไม่ควรดันทุรังป้ะ?”

ชักไม่มั่นใจแล้วว่าประโยคนี้วันหนึ่งมันพูดถึงเรื่องตัวเองรึเปล่า ฟังแล้วหน่วงในใจ ถ้าไม่ติดว่าฉันเป็นคนใจแข็งและหน้าด้านคงสั่นสะเทือนไปแล้ว

“อืม...” ฉันคราง

“ถามจริง ทำไมตอนที่ชนกันถึงได้ขอตามมา เหมือนแกจะหนีครูอยู่” วันหนึ่งเปลี่ยนเรื่อง คือถ้าเธอรู้จักว่าน งั้นก่อนหน้านี้เธอคงเห็นเหตุการณ์พอสมควร

“เผื่อเขาจะตาม”

อย่างน้อยวันหนึ่งก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าอยากคุยด้วย ถ้าเป็นเพื่อนในกลุ่มหรือคนอื่นถาม ฉันคงไม่ตอบอะไร

“แบบนี้แถวบ้านเรียก เรียกร้องความสนใจ มันจะไม่เด็กไปหน่อยเหรอ” ไม่รู้ว่าเธอถามหรือหลอกด่ากันแน่

แต่ฉันรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

“เผื่อเขาจะรู้สึกบ้าง” ฉันหลุบตาลง ยอมพูดมันออกมา แต่คนที่ฉันยอมบอกเรื่องนี้กลับเป็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยวิวาทกันมาแล้ว “ถ้าวันนี้คนที่เราขอไปด้วยเป็นผู้ชาย ว่านจะห่วงเราเหมือนชายหวงหญิงบ้างมั้ย”

ไม่มีคำตอบอะไรหลังจากนั้น...

ดังนั้นฉันจึงลุกขึ้นยืน คิดว่าควรเรียกแท็กซี่กลับไปหาใบชาซะที เพราะไม่ได้กลับห้องมาสองวันแล้ว เป็นห่วงยังไงไม่รู้ แต่แล้วฝนกลับตกลงมาซะงั้น

“ช่วยไม่ได้ รอฝนหยุดแล้วกัน”

เจ้าของห้องบอกแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น ฉันที่เกลียดฝนหน่อยๆ ก็นั่งลงอีกรอบ สักพักเธอก็กลับมาพร้อมเบียร์กระป๋องหนึ่ง เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีก

พอเบียร์เข้าปาก ทุกอย่างเริ่มย้อนเข้ามาให้ขบคิด ท่าทีของว่านตอนที่หายไปในช่วงกลางวันและรับโทรศัพท์บ่อยๆ แล่นมาเป็นฉาก

ขณะที่ฉุดกระชากฉัน ก็หาทางไปแก้ตัวแทนฉันด้วย

ขณะที่ไม่อธิบายกับฉัน แต่ก็ไปอธิบายให้คนอื่นฟัง

ถ้าวันนี้ไม่เจอวันหนึ่ง ฉันก็อาจจะมืดบอดกับเรื่องนี้ต่อไป

ว่านคิดอะไรอยู่ก็ยากเกินกว่าที่ฉันจะทำความเข้าใจ ทั้งดูแล ทั้งใจร้าย ทั้งไม่ถนอมน้ำใจ ทั้งโอ๋... เขาทำทุกสิ่งพร้อมกันได้ไง

อ้อ คงเพราะเป็นพวกศิลปินล่ะมั้ง

ติสแดกนั่นเอง...


อะไรบางอย่างเสียดสีกับจมูกฉัน...

“ฮัดชิ่ว!” นั่นทำให้ฉันจามอย่างรุนแรง ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้น ฉันรู้สึกเกียจคร้านและเอื่อยเฉื่อยเป็นพิเศษ

สงสัยว่าก่อนหน้านี้จะเผลอ...

“แกเผลอหลับ” วันหนึ่งคงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว เธอหันมาพูดกับฉันและกลับไปสนใจละครทีวีช่องหลากสีต่อ

“อ้อ...”

ฉันยกมือขึ้นลูบจมูกที่รู้สึกคันยิบ ตอนนี้ตื่นแล้วแต่ร่างกายยังเอนราบไปกับโซฟาตัวยาว ด้านข้างใบหน้าที่ใกล้กับจมูกมีลูกหมาตัวเล็กนอนขดอยู่อย่างใกล้ชิด

“ฮัดชิ่ว” ฉันแอบจาม ถูจมูกแรงขึ้นแล้วลุกขึ้นนั่ง ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เป็นอันเข้าใจกันว่าฉันรอให้ฝนหยุดจนหลับ

“จามไร น้องหมาไม่เหม็น” วันหนึ่งว่า

“อือ”

“แพ้ขนหมาเหรอ” เธอถาม

ฉันพยักหน้า มันเป็นความจริงที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ฉันเองก็ไม่ได้พูดถึง เวลาเล่นกับว่านน้อยก็จะระวังมากเป็นพิเศษ

คงมีคำถามว่าถ้าฉันแพ้ขนหมาแล้วทำไมเมื่อไม่กี่เดือนก่อนถึงขอให้ว่านซื้อว่านน้อยให้ แถมยังให้เขาเป็นคนเลี้ยง เป็นคนดูแล

เหตุผลก็แค่...

เพราะผู้ชายคนนั้นจะอ่อนโยนเสมอเมื่ออยู่กับลูกหมา

เขามีความสุขเมื่อได้ทำแบบนั้น

ฉันผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง จัดเสื้อผ้าแล้วลุกขึ้นยืน วันหนึ่งเหมือนจะรู้ว่าฉันจะกลับบ้าน เธอเดินนำไปตรงหน้าประตู ซึ่งฉันก็ไม่รีรอที่จะตามไป เมื่อฉันใส่รองเท้าเสร็จ มันก็มีจังหวะให้เราสบตากันเหมือนคู่รักที่พลัดพราก

วันหนึ่งเงียบเหมือนกำลังคิดและมองแก้มที่ยังมีรอยแดงนิดๆ ของฉัน ในที่สุดก็พูดมาประโยคหนึ่ง

“เรื่องที่แกอยากรู้ว่าครูหวงแกแบบไหน ความจริงมันก็มีวิธีหนึ่ง”

“หืม?” ฉันเลิกคิ้ว และวันหนึ่งก็เดินเข้ามากระซิบเบาๆ กับฉัน ได้ฟังแล้วฉันสบถว่า ฟัค ทันที และวันหนึ่งก็ว่าต่อ

“ถ้าลองแล้วโดนลากไปปล้ำ แสดงว่าไม่ใช่แค่หวงแต่หึง แต่ถ้าลองทำแล้วเขาไม่คุยด้วยและหายไป แสดงว่าไม่ใช่ทั้งหวงทั้งหึง แต่รัก”

ฉันไม่ได้ตอบอะไรนอกจากแยกกับเธอโดยยืนยันชัดเจนว่าจะกลับเอง ไม่ต้องให้ไปส่ง วันหนึ่งจึงยัดเงินสองร้อยใส่มือฉันแล้วบอกว่าครั้งหน้าค่อยคืน

และใช่... ไม่มีใครรู้ดีนอกจากฉันว่าการลองใจว่านด้วยวิธีแอดวานซ์เป็นเรื่องที่ควรคิดให้ดีก่อนทำ

ฝนหยุดตกแล้ว แต่ดูจะหยุดแค่ชั่วคราวเท่านั้น ท้องฟ้ามืดครึ้มชวนหดหู่ซะจริง

 

ค่าแท็กซี่ปาไปเกือบสองร้อย รู้สึกว่าแพงไปหน่อยถ้าเทียบกับค่าน้ำมันฮาร์เล่ย์และระยะทาง แต่ทำไงได้...

ระหว่างเดินขึ้นห้อง ในใจฉันได้แต่คิดว่าใบชาจะเป็นห่วงเท่าไหน หลังจากนั้นพี่ขมจะสวดฉันยับแค่ไหน ยักษ์ที่มาบ้านใบชาบ่อยๆ จะมองฉันยังไง เรื่องมาถึงขั้นนี้... จะมีใครว่ายังไงบ้าง

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

ฉันกดกริ่งหน้าห้องเพราะไม่มีกุญแจ ไม่นานก็มีคนมาเปิดประตู ดวงตาฉันเปิดกว้างขึ้นเมื่อพบว่าเป็นพี่ขม

“กลับมาแล้วเหรอ” พี่ขมเองก็ชะงักไปเหมือนกันเมื่อสบตาฉัน ดูท่าแล้วฉันคงโดนดุแน่ “กลับมาก็ดีแล้ว”

“อ่า...” ฉันพยักหน้า แต่แล้วกลับได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน นั่นทำให้ตัวฉันแข็งทื่อและชะงักไป

“เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้พั้นช์อยู่ข้างในกับชา เห็นบ่นกับพี่ว่าคิดถึงแฟพอดี”

พี่ขมจับข้อมือฉันแล้วดึงให้เข้าไปด้านใน แรงบีบเบาๆ ทำให้รู้ว่าพี่ขมมีเรื่องอยากจะสวดฉันพอสมควร พอฉันมาถึงตรงหน้าโซฟา เสียงหัวเราะของใบชากับพั้นช์ก็เงียบไป

"แฟ กลับมาแล้วเหรอ" ใบชาทำท่าจะลุกขึ้นมาหาฉัน แต่...

ราวกับเรื่องบังเอิญที่พั้นช์ยิ้มหวานแล้วเอียงหัวไปซบใบชาด้วยท่าแบบที่ฉันชอบทำ มือเล็กกอดเอวพี่สาวฝาแฝดของฉัน ดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้นมองฉันยิ้มๆ

"น้องแฟ... เราไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสามปีแล้วใช่มั้ยนะ พี่คิดถึงวันเก่าๆ ของเราจังเลย..."


LTA LUKTARN


ตื่นสายเลยเพิ่งอัพ ตึ่งโป๊ะ 5555

กาแฟคนเลว VS พี่ว่านที่ผ่านโลกมาทุกรูปแบบ

กด >> ADD FAV.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

29,742 ความคิดเห็น

  1. #20472 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 10:34
    คิวกับพี่ว่านและก็แฟเคยเจอกันด้วยยยย 
    อยากรู้ปมเรื่องนี้มากกกก ><~ 
    พั้นช์นางไม่ธรรมาดาแน่ๆ แฟอย่ายอมนะลูก!!!
    #20472
    0
  2. #10867 Little-$T@R (@frozennw) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 20:29
    คิดถึงพ่อเธอสิ....
    #10867
    0
  3. #9487 Nim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 16:42
    อ่านแค่นี้ยังเกลียดพั้นํอ่ะ เข้าใจความรู้สึกแฟนะ อารมณ์คนหวงของอ่ะ
    #9487
    0
  4. #8736 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 13:17
    มาแตะใบชาของแฟได้ไงงงง ?
    แฟอาจจะคิดแบบนี้อยู่ในจายยย
    #8736
    0
  5. #8677 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 20:38
    หนึ่งบอกให้แฟลองใจยังไงเนี่ย
    #8677
    0
  6. #8662 Ns'Blackstone (@seohyunny) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 18:44
    ระเบิดลงแน่
    #8662
    0
  7. #8659 Miiwchel (@loveka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 18:42
    อ้าว พั้นมาไงงงอีก
    #8659
    0
  8. #8606 ray98 (@ray98) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 15:20
    เอาแล่ววววว
    #8606
    0
  9. #8604 1991may (@0614626364) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 14:44
    ได้กลิ่นอะไรทะแม่งๆลอยแต่ไกลเลย
    #8604
    0
  10. #8603 oneperson2 (@oneperson) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:23
    เอาแล่ววววววววววว
    #8603
    0
  11. #8602 venus6 (@venus6) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:18
    วิธีอะไร
    #8602
    0
  12. วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 07:21
    ยัยป้านี่ต้องการอะไรกันแน่ ประกาศสงครามเหรอ
    #8601
    0
  13. #8600 unicornies (@seohyun-99) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 06:10
    พั้นซ์คิดจะทำอะไรแผลงๆแน่ๆ ไม่ผิดที่แฟพยายามให้ว่านเลิกยุ่งอะ
    #8600
    0
  14. #8599 katuannn (@katuannn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 05:13
    มาม่าจงมา
    #8599
    0
  15. #8598 pimon9172 (@pimon9172) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 03:04
    พั้นธ์ร้ายหรือดี ทำไมว่านถึงชอบ
    #8598
    0
  16. #8597 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 01:28
    พั๊นซ์นี่ มาดีหรือมาร้ายหว่าาา? ไม่น่าดีมั้งหนะ555 ปล. วิธีวัดใจว่านน่าจะแซ่บเนอะ แฟจัดๆๆ รออยู่ๆ อยากรู้ผลไวๆ ><
    #8597
    0
  17. #8596 Darika. (@PPlubpla) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:25
    หวงชา เกลียดมันๆ แฟต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้วว
    #8596
    0
  18. #8595 Nuang Patcharaporn (@hanueng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:03
    รู้สึกถึงความสตออ
    #8595
    0
  19. #8594 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:04
    กาแฟจักดารเลยลูกกกก
    #8594
    0
  20. #8593 ป้า TIP (@tipjan89) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:38
    ดูจะกลิ่นไม่ค่อยดีเนอะ
    #8593
    0
  21. #8592 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:34
    เฮ้ยยังไงอ่ะ...
    #8592
    0
  22. #8591 Frongkanokpan (@Frongkanokpan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:34
    แฟขี้หวงและอิจฉาเบาๆ พั้นตอแหล
    #8591
    0
  23. #8590 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:27
    ยังไม่ได้ทำอะไรมากมายก็รู้สึกไม่ชอบพันซ์แล้ว #ทีมกาแฟ ฮึ!
    #8590
    0
  24. #8589 Sornkonderm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:16
    พันซ์หล่อนเป็นคนแบบไหนกัน แต่กลิ่นตอแหลลอยมาละ
    #8589
    0
  25. #8588 Radcha7 (@Radcha7) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:31
    หืม เอาแล้ว ยกที่หนึ่งเริ่ม!!!!
    #8588
    0