END {ทำมือ} พี่ชายร้ายลึก❖Nobody Knows

ตอนที่ 7 : {อัพครบ} ว่านดูดกาแฟ❖กลัวเมีย 'ไม่เกลียด 7'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 255 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

 

เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


กติกาในการอ่าน :: ไม่ต้อนรับพวกชอบก่อกวนและนักเลงคีย์บอร์ด ฉากไม่เหมาะสมทุกฉากจะไม่อัพลงเด็กดี แนวเรื่อง DEEP และหักมุม ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ

 


#ว่านดูดกาแฟ {EP.07}

กลัวเมีย 'ไม่เกลียด 7'


อารมณ์ที่อ่อนลงของว่านทำให้ฉันที่ร่างกายเปลือยเปล่าแต่คงความรู้สึกด้านลบไว้ถึงห้าส่วนชะงักไป จากเดิมที่ไม่ได้สนใจสายตาเขาเท่าไหร่นักก็อดมองอย่างตั้งใจตามสัญชาตญาณไม่ได้

ไม่รู้ว่าเขาผละมือออกจากผ้าเปียกๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีเขาก็ดันยาเม็ดเล็กเข้ามาในปากฉัน ก่อนจะบังคับเอาน้ำจ่อริมฝีปากจนฉันที่ยังสั่นระริกต้องกลืนลงไป

ถึงจะอึดอัดกับเหตุการณ์นี้... แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องใช้สติก็จำได้

ในอดีตพั้นช์กับฉันเป็นเหมือนพี่สาวน้องสาวที่แสนดี ถึงพั้นช์จะไม่ได้คลุกคลีกับครอบครัวจริงๆ ของฉัน แต่หล่อนคือญาติ เป็นญาติฉันไม่เท่ากับเป็นญาติพี่ขมด้วยเหรอ

พี่ขม... พี่ชายแท้ๆ ของฉันและใบชาเพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อสองปีที่แล้ว และผู้หญิงที่พี่ขมแต่งงานด้วยคือพี่กุ้ยช่ายซึ่งเป็นพี่สาวของว่าน พี่กุ้ยช่ายกับว่านอายุเท่ากันเพราะได้ข่าวมาว่าเกิดหัวปีท้ายปี ครอบครัวเราถูกเกี่ยวดองกันแน่นหนา ไม่แปลกที่พั้นช์จะมาแจกการ์ดงานแต่งให้แม่สิริน (แม่ของกุ้ยช่าย ว่าน พลู โสม ขิง)

แต่เรามองว่ามันจะใช้โอกาสนี้มาเข้ามาหาว่านมากกว่า

เป็นเพราะมันอีกแล้ว...

ฉันที่ยังกำจัดหยดน้ำออกจากกรอบตาได้ไม่หมดเผลอกัดริมฝีปาก

"กอดมัน" เสียงอยู่ในลำคอฉัน

“เธอถือสาเรื่องกะทันหันแบบนั้นด้วย?” คำพูดของว่านเหมือนจะสื่อว่าเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีฉากนั้น แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรืออธิบายขยายความ

“จะกลับไปหามัน รักมันแทบตาย...” ฉันแทบจะพูดกับตัวเองเป็นส่วนใหญ่

รู้สึกได้ว่าว่านนิ่งไป นานทีเดียวถึงได้พูดออกมา

“ฉันไม่เคยวกกลับไปหาใคร จบแล้วจบกัน”

“...”

“เข้าใจมั้ย”

ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ ร่างกายเกร็งเครียดน้อยลงเมื่อเจอกับท่าทางโอนอ่อนในแบบผู้ชายของว่าน ผลของยาทำให้ความผ่อนคลายเริ่มคลืบคลานเข้ามาจนฉันนิ่งเงียบแต่ยังแอบสั่นในลมหายใจตามสัญชาตญาณ

กระทั่งสัมผัสเปียกอุ่นจากผ้ากำลังเคลื่อนวนรอบทรวงอก ฉันกระพริบตาและคว้าแขนข้างนั้นของเขาไว้ทันที

แค่ได้ยินคำอธิบายอันนุ่มนวลแต่น้ำหนักช่างโหรงเหรง ฉันก็เกือบจะทำตัวเหมือนสาวน้อยที่พร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตามเขาแต่โดยดี

เมื่อคืนเจออะไร... ฉันลืมไปชั่วขณะเมื่อเจอความอ่อนโยน แต่ตอนนี้ทบทวนและจำได้แล้ว ก็ควรจำไว้ให้ขึ้นใจสิ เริ่มผ่อนคลายแค่ไหนก็ห้ามลืม!

เราโมโหก็ไม่สนใจ

เรากลัวก็ยังจะเมิน

เราบอกว่า... เราสำนึกแล้วก็ยังจะลงโทษเรา

ฉันซ่อนความคั่งแค้นไว้มิดชิด กำมือที่ไร้เรี่ยวแรงกับข้อแขนเขาแน่น แต่เพราะเจ็บแล้วจำจึงไม่กล้าแม้แต่จะพ่นคำด่า ได้แต่ลดดวงตาที่แสบระคายลงมองแผ่นอกแกร่งไร้เสื้อที่มีรอยสักไม้กางเขนกลับหัวขนาดใหญ่ประดับอยู่

โหดเหี้ย...มขนาดนั้นแล้วยังคิดจะสะบั้นดราม่าในใจเราด้วยการมาลูบนมเราอีก!

"ทำตัวว่าง่ายหน่อย"

ว่านพูดราวกับมองแววตาที่พยศของฉันออกจนหมดเปลือก...

อย่า! พูด! กับ! เขา! อีก!

ฉันกำข้อแขนว่านแรงมากซะจนเจ็บปลายเล็บซะเอง บรรยากาศเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบจนน่าขนลุก ต่อจากนั้นสัมผัสอบอุ่นก็ผละจากไป เบนสายตาขึ้นอีกทีก็เห็นแค่แผ่นหลังแข็งแกร่งที่มีร่องรอยแผลเก่าประปราย

ปกติว่านมักจะใส่เสื้อตลอด พอได้เห็น... รอยเก่าพวกนั้นเป็นหลักฐานว่าเขาใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นคุ้มค่าแค่ไหน มันช่วยขับให้เขาดูดิบเถื่อนมากกว่าปกติ

“มีชุดอยู่ในห้องน้ำ” เสียงทุ้มแว่วมาก่อนจะออกจากห้องไป

ฉันสูดลมหายใจ ที่นี่คือบ้านของว่าน ห้องนี้น่าจะเป็นห้องนอนส่วนตัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมาบ้านหลังนี้ เคยมาหลายครั้งอยู่เพราะแม่ของว่านชอบชวนฉันกับใบชามากินข้าวพร้อมพี่กุ้ยช่าย โสมและขิงบ่อยๆ

ฉันกลั้นใจไปอาบน้ำ ว่านมีทุกอย่างให้หมดแล้ว ถึงบราเซียร์จะเล็กจนอึดอัดไปหน่อย

เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะไม่อ่อนแอไปตลอด!

สวมเสื้อผู้ชายตัวใหญ่โคร่งเสร็จฉันก็นั่งกอดอกคิดแผนการอยู่ในห้อง เดาว่าวันนี้ต้องไม่มีใครอยู่บ้านถึงได้กล้าพาฉันมากระทำชำเลาที่นี่ ก่อนหน้านี้จำได้รางๆ ว่า... ว่านจะไม่ปล่อยให้ฉันกลับไปหาใบชา มือถือฉันก็ไม่ได้เอามา

นั่นจะเป็นเรื่องรึเปล่า

แอ๊ด...

ผ่านไปนานมากประตูถึงได้เปิด เป็นว่านที่เปลี่ยนชุดแล้ว สีหน้าเขาฉายแววหงุดหงิดเต็มที่ แถมยังมาพร้อมเสียงริงโทนมือถือที่ดังไม่หยุดอีกด้วย

ว่านไม่เคยหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล คงมีเรื่องอะไรแน่ๆ

“หิวรึยัง?” เขาถาม

ฉันเชิดหน้า ไม่ปากดี แต่ไม่อ่อนข้อ

“ถ้าหิวจะเอาขึ้นมาให้” เขาถามซ้ำ

ฉันเมินหน้าหนีอย่างใช้ความคิด แต่ว่านไม่รอ... เขาเดินมาสำรวจร่างกายที่ยังยับเยินนิดๆ ของฉัน

ชั่วพริบตาฉันเบี่ยงตัวหนีเขาแล้วเดินออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว

“จะเดินกรีดกรายไปไหนนัก” ว่านเดินตามหลังมา เสียงเขาไม่ดังมากนัก

กรีดกราย? ใครกรีดกราย เราไม่ใช่ผู้หญิงแรดๆ ทั่วไปของนายนะ

“ไปกินข้าวข้างล่าง” ฉันตอบเบาๆ ที่จะลงไปกินข้างล่างก็เพราะจะหาทางใช้โทรศัพท์บ้านที่อยู่ข้างล่างต่างหาก

“แน่ใจ?” ไม่นานมือหนาก็วางบนบ่าฉัน

ฉันสลัดออกอย่างแนบเนียน ฉับพลันได้ยินเสียงคนคุยกันจากด้านล่าง ห้องชั้นบนฝั่งของว่านอยู่ใกล้ห้องที่ใช้กินข้าวมากที่สุด

“น่าเสียดายที่ภรรยาผมไม่ค่อยแข็งแรง ลูกสาวฝาแฝดที่ใกล้เรียนจบก็ยุ่งมาก พี่ชายคนโตผมก็ส่งไปทำธุระเมื่อเช้านี้ ไม่งั้นจะเรียกให้มาสวัสดีคุณคิมแน่”

“ลูกๆ ผมก็ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน คนที่เจอเมื่อกี้ก็นานๆ กลับบ้านที”

“ว่านเหรอ ดูท่าทางเป็นคนหนุ่มที่เข้มงวดดี ไม่เหมือนฝาแฝดคนเล็กของบ้านผม โตเป็นสาวแล้วยังขี้อายไม่รู้จักเข้าสังคม น่าส่งมาปรับทัศนคติกับว่านจริงๆ”

หมับ!

ฉันผวากลับไปกอดแขนว่านเป็นที่พึ่งโดยอัตโนมัติ ขณะที่ว่านปรายตามองฉัน

“ฮ่าๆ ว่านลูกชายผมยังโสด... อ่อนโยนกับผู้หญิง แถมครอบครัวเราก็คนกันเอง ต้องช่วยเหลือได้แน่”

“ฮ่าๆ กาแฟลูกสาวผมก็รักนวลสงวนตัว ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่ไหน น่าเอ็นดูๆ”

สามีแม่มา!

ไม่แปลกที่จะมา แต่ไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้ พ่อฉันน่ะตั้งแต่ได้พี่กุ้ยช่ายเป็นลูกสะใภ้ก็ดูจะชื่นชอบคนบ้านนี้มาก ลูกบ้านนี้ทำอะไรพ่อฉันก็สนับสนุน ขนาดว่านที่เมื่อก่อนเคยมีข่าวเสียหายพ่อฉันยังเคยพูดว่าเป็นธรรมดาของผู้ชายเลย พลูก็ถูกชมบ่อย โสมกับขิงพ่อฉันก็เอ็นดู

เรียกได้ว่าลูกสะใภ้เปลี่ยนใจพ่อตาชัดๆ

ที่พ่อพูดแบบนี้กับพ่อของว่านเพราะลูกยังโสดอยู่คนเดียวใช่มั้ย...

ฉันขบฟันกับผิวปาก นี่เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะได้กลับบ้าน แต่ต้องแลกมากับการโดนพ่อหวดยับ ไม่ได้...

“จะเอายังไง” ว่านค้อมตัวลงกระซิบชิดใบหูฉัน รู้ตัวว่ากำลังกอดแขนเขาเหมือนออดอ้อนก็รีบผละออกโดยเร็ว

จากขามาที่เดินลิ่วไม่เกรงใจ ขากลับแตกต่างจากเดิมมาก ฉันแทบจะย่องเหมือนแมวกลับเข้าไปในห้อง กระจกจากโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนร่างกายที่ยับเยินของฉัน ยิ่งตอนนี้มีเหงื่อเย็นๆ ไหลตรงขมับก็ยิ่งดูไม่ได้

ฉันพาดสายตาผ่านว่านให้ดูเหมือนว่าจะมองก็ใช่ ไม่มองก็ถูก

“เดี๋ยวจะกลับไปกินที่ห้อง” เมื่อลงไปข้างล่างไม่ได้ก็ไม่อยากแตะอะไรเพิ่มเติมอีก

"ยังไม่ต้องกลับ" ว่านกวาดมองร่างกายฉัน มองรอยช้ำและมุมปาก "อยู่อีกสักสองวัน"

เห็นมั้ยว่าเขาไม่ให้ฉันกลับ ไม่รู้ว่าพี่ขม ใบชา ยักษ์ ทำอะไรอยู่ ไม่ยอมมาเจรจาเอาฉันไปจากว่านสักที

"งั้นไม่กิน" ฉันหน้าบึ้ง "ไม่อยากกิน"

ครั้งนี้เขาเลิกคิ้ว มุมปากทั้งสองข้างไม่ยกขึ้น ไม่บิดลง ไม่เกร็งเขม็งเหมือนคนกำลังกลั้นอารมณ์ แต่ดวงตาคู่นั้นกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง เขาเดินไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าฉันที่เพิ่งลงไปนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ข้างเตียง

“ไม่อยากกินกับต้องกินมันคนละเรื่องกัน”

“...” ไม่กิน หิวก็ไม่กิน เครียด เมิน

“เหมือนก่อนหน้านี้พ่อเธอจะถามฉันว่า... ช่วงนี้มีเรื่องอะไรอยากปรึกษาพ่อมั้ย”

“...” พูดไรก็พูดไป

“ฉันก็จำได้ลางๆ ว่าเมื่อสองวันที่แล้วเธอโมโหฉันจนหนีไปกินเหล้า แถมแก้ผ้านอนกับผู้ชาย ฉันควรเอาไปปรึกษาพ่อ...”

“ไม่ได้โมโห!” ฉันรีบหันมาพูดขัดอย่างร้อนรน จะให้กินข้าวไม่เห็นต้องเอาเรื่องพ่อมาขู่เลย

“ไม่ได้โมโหจริง?” คิ้วเข้มเลิกสูง “ฉันเอาไปปรึกษาพ่อเธอดีกว่าว่าแบบนี้เรียกโมโหรึเปล่า...”

ว่าจบก็คว้าขวดน้ำที่มีอยู่ในห้องมาดื่ม

“ไม่ได้โมโห แต่หวง!” ปรี๊ดเลย เราทำขนาดนี้ยังมองว่าเราโมโหอีกเหรอ

นายจะมองเราเป็นเด็กไปถึงเมื่อไหร่!

เพราะชอบมองเราแบบนี้ไง เราถึงอยากจะหนีไปตั้งหลัก!

โกรธมันก็ไม่ได้ เกลียดมันก็ไม่ได้ รักมันก็ไม่ได้

มาเธอร์ฟัคเกอร์!!!!

ว่านเบิกตามองฉัน จากนั้นก็เริ่มวางขวดน้ำลงแล้วเอามือสอดเข้าไปยังกลุ่มเส้นผมสีน้ำเงินเหนือใบหู ก่อนจะวางศอกไว้กับพี่พักแขนของเก้าอี้ ดวงตาคมจับจ้องมายังฉัน

“ตกลงหวง?” เขาถาม

ฉันพยักหน้าอย่างหงุดหงิด ปรี๊ดจนคิดอะไรไม่ออก กระทั่งได้ยินเสียงว่านว่าต่อ

“เวลาเธอจะบอกผู้ชายสักคนว่าหวง เธอไม่ควรตะคอก”

“...” เหรอ...

“ควรพูดเบาๆ ใส่มารยาหน่อย ทำตัวซึมๆ ไม่กล้าสบตา” เสียงว่านดังก้องไปทั่วกรอบหูฉัน “แบบนั้นผู้ชายชอบ”

ฉันขมวดคิ้วมุ่น ความคิดในหัวตีกันยุ่งไปหมด พยายามเพ่งสมาธิ

“เราหวง...” แล้วก็พูดไปอีกทีอย่างแผ่วเบาแต่แฝงการไม่ยอมแพ้ไว้เต็มที่ พยายามทำหน้าหงอ มือกำชายเสื้อไว้อย่างอดกลั้นเพราะตอนนี้ไม่ได้มองหน้าเขา เราอยากมอง!

“อืม เกือบใช้ได้” คำพูดนั่นบ่งบอกว่าเขาคิดแบบนั้นจริง

พยายามขนาดนี้นายมองว่าแค่เกือบเหรอ!

ฉันตวัดตาจ้องว่านอีกรอบ ครั้งนี้เห็นสายตาเขาแสดงความขบขันออกมา ฉันถึงได้สติที่แท้จริงกลับมา ทำไมสิ่งที่เริ่มต้นจากการหว่านล้อมให้กินข้าวของเขาถึงได้กลายเป็นการสารภาพของฉันซะได้

ที่แท้ฉันก็หน้าด้านขนาดนี้เลยเหรอ

ตึกตัก ตึกตัก

เวลานั้นพลันหัวใจเต้นแรงอยู่ในอกจนควบคุมไม่อยู่เมื่อได้สบตากับว่านที่เอาแต่นั่งมองฉัน ความร้อนลามเลียทั่วผิวแก้ม ฉันกัดฟัน รีบเด้งตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนลงไปนอนคลุมโปงบนเตียงอย่างรวดเร็ว

“มีไรกินก็เอามา”

อยากตะโกนแต่เสียงไม่ออก ได้ยินเสียงหัวใจมากกว่าเสียงพูดซะอีก พอไม่ได้ได้ยินการเคลื่อนไหวอื่นๆ ฉันถึงได้ไล่เขา

“ออกไป”

ครืด...

เสียงปลายขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นห้องดังขึ้น ต่อจากนั้นก็ตามด้วยเสียงเดินที่ไกลออกไป ฉันนอนนิ่งฟังเสียงหัวใจของตัวเอง

มันยังเต้นแรง...

ในที่สุดฉันก็ค่อยๆ ซึมซับว่าความรู้สึกที่มีกับว่านแตกต่างจากที่เคยใจเต้นหนักหน่วงเพราะคิวโดยสิ้นเชิง อาการที่รู้สึกแปลกๆ กับคิวครั้งแรกใกล้เคียงกับตอนที่ตื่นขึ้นมาเจอรองบนเตียง

ที่แท้... มันคือความตื่นเต้นสุดขีดจนทำอะไรไม่ถูกรึเปล่า

“หงิ๋งๆ” ว่านน้อยที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนมุดเข้ามาในผ้าห่มแล้วเอาลำตัวมาถูไถฉัน ขณะที่ฉันเม้มปากแล้วนอนมองว่านน้อย

“ฮัทชิ่ว!

ฉันจามและใช้นิ้วถูจมูกหนึ่งที แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถกลบความรู้สึกที่เกิดกับว่านออกไปได้

ฉันลืมความรู้สึกแบบนี้ไปได้ยังไงนะ

ลืมความรู้สึกตอนที่ความหวาดกลัวถูกเปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านในเวลาไม่กี่อึดใจได้ยังไง

ความรู้สึกตอนที่ว่านกอดฉันครั้งแรกเมื่อห้าปีที่แล้ว

ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กหนีออกจากบ้านที่ได้เจอว่านและหวาดกลัวเขาที่สุด

 

Past Event (พาร์ทอดีต :: กาแฟ เกือบ 5 ปีที่แล้ว)

มือถือก็เปียกน้ำ... เงินก็ไม่มีซะแล้ว...

ฉันนั่งกอดกระเป๋าเรียนอยู่ด้านหลังสุดของรถทัวร์ ชุดนักเรียนเปียกชื้นทำให้หนาวสั่น ผู้โดยสารที่นั่งอยู่รอบๆ ไม่สนใจฉัน มีแค่ยายแก่คนหนึ่งที่เอาแต่มองมา

“แม่หนู หนาวเหรอ” เสียงแหบแต่ใจดีถามฉัน

“...” ฉันพยักหน้า

“แล้วพ่อแม่นั่งอยู่ตรงไหนล่ะหนู ทำไมไม่ไปขอชุดจากแม่มาเปลี่ยน บนรถทัวร์เขามีห้องน้ำอยู่ นี่กว่ารถจะวิ่งจากภาคเหนือไปถึงภาคตะวันออกใช้เวลาเกือบสิบชั่วโมงเชียวนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

เสียงนั้นมาพร้อมกับป้ายตรงริมถนน...

สิ้นสุดเขตพิษณุโลก ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ

ฉันไม่ได้ตอบอะไรและนั่งตัวสั่นอยู่คนเดียว ค่ารถทัวร์ประมาณห้าร้อยกว่าบาท นั่นคือเงินทั้งหมดที่ฉันมีติดตัว ฉันพอรู้ว่าพี่ขมกับใบชาอยู่ที่ไหน ถึงจะไม่ได้สนิทกับพวกเขา แต่จะไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว...

พอกันทีพิษณุโลก

ตลอดเวลาหลายชั่วโมงฉันข่มตาไม่หลับ ฉันระแวงสายตาของพวกผู้ใหญ่ที่เอาแต่มองอย่างสงสัย พวกเขาซุบซิบกันว่า เด็กนักเรียนอายุสิบหกสิบเจ็ดทำไมมาอยู่ตรงนี้คนเดียว... เราอึดอัดมาก

ฉันหลุบตามองผ้าพันแผลตรงแขนข้างซ้ายที่เปียกชื้น อ้อ ใช่... เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเกิดอุบัติเหตุกับฉันที่กลางถนนสายหนึ่งในตัวเมือง แต่ฉันกลับจำไม่ได้

ไม่นานรถก็จอดเทียบท่า ฉันลงจากรถ... เมื่อรองเท้านักเรียนสีดำที่ไม่มีถุงเท้าแตะพื้นปูน ความกลัวก็แล่นเข้ามา พี่ชายกับพี่สาวแท้ๆ ของฉันจะคิดยังไง พ่อแม่จะว่ายังไง ถ้ารู้ว่าฉันทิ้งชีวิตม.ห้าไว้ที่นั่น

พอลงจากรถผู้โดยสารก็แยกย้ายกันไปหมด ตอนนี้เวลาตีสามครึ่ง พวกคนขับแท็กซี่ที่นั่งอยู่เป็นกลุ่มมองฉัน ความกลัวผุดขึ้นมา ฉันกัดริมฝีปากและซอยเท้าหนีไปทางอื่น

เดินออกไปตรงริมถนนที่มีแสงไฟ ไกลออกไปไม่มากคล้ายจะมีผับและร้านข้าวโต้รุ่งอยู่ ฉันวิ่งไปตรงนั้น ถนนตอนกลางคืนไม่ค่อยมีรถ

สวบ! สวบ! สวบ!

เสียงซอยเท้ารัวดังมาจากฝั่งตรงข้าม มีผู้ชายสามคนวิ่งมาทางนี้ ท่าทางเหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่าง แต่กลับตรงมายังฉัน

สัญชาตญาณหวาดระแวงส่งผลให้ฉันชะงักแล้วเบนทิศฝีเท้าเข้าซอยด้านข้างเพื่อหลบ แต่พวกผู้ชายกลุ่มนี้วิ่งเข้ามา เกือบทุกคนมองข้ามฉัน

ผลัก!! ตุบ!!

“เกะกะโว้ย!

“หลบไป อีเด็กบ้า!

มีสองคนทั้งด่าทั้งผลักจนฉันหวีดเสียงสั่นเครือในลำคอ ฉันตัวเล็กมากถ้าเทียบกับคนพวกนี้ ร่างกายฉันปลิวไปกระแทกกับอะไรสักอย่างจนน้ำตาคลอ

“ฮึก...” เสียงสะอื้นติดอยู่ในลำคอ พอเงยหน้าก็พบกับสายตาเย็นเยียบแต่เหนื่อยล้า ผู้ชายคนนี้ใคร

“เอาเด็กนี่ไปด้วย กูว่าขายได้”

เขาพูดหอบๆ ขณะที่ฉันกอดกระเป๋านักเรียนแน่น

“มึงจะมาอยากได้เด็กอะไรตอนนี้ เป็นภาระ ไปเหอะ มันมาแล้ว!” ผู้ชายคนที่วิ่งนำไปก่อนหันมาบอก

“อย่า...” เสียงฉันที่เอ่ยอย่างสั่นเครือมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครอีกคนจากปากซอยดัง 'สวบ สวบ'

“แม่งเอ๊ย” คนที่คิดจะเอาฉันไปด้วยสบถด่าและเหวี่ยงฉันไปทางปากซอย ร่างฉันปะทะกับผู้ชายอีกคนที่ไม่ทันได้มองหน้าเพราะเขาเพิ่งเดินมาถึง ก่อนจะถูกผลักออกจนแผ่นหลังกระแทกกำแพงอีกหน

“แค่กๆ” ฉันล้มลงกับพื้นแล้วไอออกมา แผ่นหลังเจ็บแปลบ กระเป๋ากระเด็นหายไป

คนพวกนี้จะคุกคามเรารึเปล่า... แค่คิดก็สั่นไปทั้งตัว ฉันยกมือปิดหู ไม่กล้าขยับอีก

กลิ่นอายการไล่ล่าที่น่ากลัวทำให้ฉันหลับตาแน่น 'ปัง!' เสียงอะไรสักอย่างดังขึ้น ฉันหวาดผวาจนคู้ตัวลงกับพื้น ได้ยินเสียงวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานตามลำดับ

สักพักความเงียบก็ปกคลุม

จนกระทั่ง... มือหนาข้างหนึ่งดึงฉันให้ยืนขึ้น

“ฮึก อึก...” ด้วยความหวาดกลัวฉันจึงทั้งผลักทั้งดัน ทั้งหลับตาสู้ ก้มหน้าทุบตีและหวีดเสียงอย่าบ้าคลั่ง เส้นผมฉันยุ่งเหยิงจนปิดใบหน้าไว้เกือบครึ่ง

กลัวการสัมผัสกัน ระแวงไปหมด

“หยุด!

ผู้ชายคนนี้สั่งพร้อมรวบตัวฉัน จนในที่สุดไหล่ทั้งสองข้างของฉันก็ถูกกดไว้กับกำแพงเย็นเฉียบ แรงบีบเคล้นทำให้ฉันชาไปทั้งไหล่ เสียงนั้นแข็งกร้าว น้ำตานองหน้าฉัน พอต้องลืมตาถึงได้รู้ว่าฉันสูงแค่ระดับอกเขาเท่านั้น

ตรงนี้ไม่มีใครอื่นอีกแล้วนอกจากฉันกับเขา มือฉันยังค้างอยู่ในท่ากำหมัด ฉันเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่าเขาไม่ได้มองหน้าฉัน แต่โฟกัสมือที่กำหมัดของฉันแทน

“อย่าทำอะไรเกินตัว” เขากำลังสั่งไม่ให้ฉันทำอะไรเกินตัวด้วยการทำร้ายเขา

พี่ผู้ชายคนนี้... เราเคยเห็นหน้า

ถึงจะไม่เคยคุยกัน แต่ตอนอยู่พิษณุโลกฉันเจอเขาประมาณหกครั้งได้ในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา และผู้ชายคนนี้ไม่เคยแยแสใครทั้งนั้น รวมถึงฉันด้วย

เขาคือผู้ชายที่พั้นช์รัก ชื่อว่าน...

ในที่สุดว่านก็เคลื่อนตามายังใบหน้าฉัน เป็นครั้งแรกที่เราอยู่ใกล้มากจนลมหายใจสัมผัสกัน

ทุกอย่างหยุดนิ่ง ก่อนที่มือหนาข้างหนึ่งจะค่อยๆ เอื้อมมาปัดเส้นผมออกจากใบหน้าฉัน

ดวงตาที่ไร้แววความมีชีวิตชีวาของเขาพลันเบิกกว้างและสั่นระริกเมื่อได้สบตาฉัน

ขณะที่ฉันรู้สึกหวาดกลัวพี่ชายคนนี้มาก... มากซะจนหาที่มาไม่ได้

เรากลัวสกินชิพด้านลบอยู่แล้ว ยิ่งพอรู้ตัวว่าอยู่ใกล้ผู้ชายหน้ากลัวขนาดนี้ก็เริ่มแข็งเกร็งและสั่นไปหมด

“กาแฟ”

"ยะ อย่าจับ"

"เป็นอะไร?"

จำได้ว่าตอนนั้นได้ยินว่านตกใจกับอาการฉัน แต่ฉันกลัวการถูกเนื้อต้องตัวจนเวียนหัวและปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบไป... ความรู้สึกสุดท้ายที่จำได้คือเขากอดฉันครั้งแรก

หลังจากนั้นเป็นยังไงน่ะเหรอ ฉันก็ตื่นขึ้นมาในห้องของว่าน ทั้งทำอะไรไม่ถูกและใจเต้นแรง จนกระทั่งเดินไปได้ยินว่านคุยโทรศัพท์กับพั้นช์ ความจริงก็จับใจความไม่ได้มาก แต่ได้ยินว่านพูดว่า ในเมื่อเธอขอ ฉันจะดูแลกาแฟเอง และเขาก็ทำตามคำพูดนั้นจริงๆ เริ่มจากการส่งฉันไปหาพี่ขมอย่างแนบเนียน ฉันได้ย้ายมาอยู่กับใบชาและเรียนมัธยมที่เดียวกับเธอ

ฉันไม่บอกใครถึงเหตุผลที่หนีมา ไม่บอกใครว่ากลัวการสกินชิพด้านลบ ว่านเข้ามาดูแลฉันในบางครั้งที่ฉันอยู่คนเดียว

แต่ฉันกลับแอนตี้ว่านเพราะเขาทำตามที่พั้นช์ขอ สะกดความกลัวที่มีต่อเขาไว้ในส่วนลึก ฉันเกลียดเขามากๆ ฉันเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่พั้นช์เคยสุงสิงด้วย ฉันเริ่มดิ่งลงเหวและทำตัวไม่ดี

แต่ว่านขัดขวางเวลาที่ฉันจะทำเลวตลอด ขัดทันบ้างไม่ทันบ้าง จนเวลาสามารถทำให้มีความไว้ใจเกิดขึ้น

และสุดท้าย... มันก็เป็นเหมือนปัจจุบันนี้

End Past Event (จบพาร์ทอดีต :: กาแฟ)

 

แกร๊ง...

ฉันสะดุ้งออกจากความคิดก่อนจะมองจานข้าวที่ว่านวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง เพราะทำอะไรไม่ได้สักอย่างจึงได้แต่เงียบ บางครั้ง... ก็ชักเริ่มหงุดหงิดตัวเอง รวมถึงหงุดหงิดที่ว่านเฉยเมยและจัดการกับอารมณ์ของฉันได้ง่ายๆ

“กินซะ” เขาพูดก่อนทำท่าจะออกไปนอกห้องอีกครั้ง แต่...

Rrrr

มือถือของว่านดัง เขายืนอยู่ใกล้ฉันมากซะจนฉันเห็นว่าพี่ขมเป็นคนโทรมา ในที่สุด... พี่ชายเราก็จะโทรมาเฉ่งว่านแล้ว

งั้นก็แสดงว่าพี่ขมรู้แล้วงั้นเหรอว่าว่านกับเรา... โอ้วโนว... คิดได้หลายแบบเหมือนกัน ใบชาอาจจะไม่ได้บอกอะไรพี่ขมก็ได้ หรือบอก...

ว่านทำท่าจะออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก

“นั่งคุยตรงนี้” ฉันพูดก่อนจะหันหน้าหนี อยากจะฟังดูว่าพี่ขมคุยอะไร อยากจะรู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไง

ไม่ได้ยินเสียงเดินออกไป แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงนั่งลงบนเตียงด้วย

“มีอะไรอีกไอ้ขม” แต่ได้ยินเสียงพูดของว่านแทนที่รับสายพี่ขมแทน ในห้องเงียบมาก ฉันจึงได้ยินเสียงพี่ขมแว่วมา

[มึงเอาน้องกูกลับมารึยัง มึงต้องได้เคลียร์กับกูแน่! รอกูทำธุระให้พ่อเสร็จก่อนเถอะมึง] ดูท่าจะตะโกนอยู่

แสดงว่ารู้แล้วเหรอ... แถมได้คุยกันก่อนหน้านี้แล้วด้วย

ถ้างั้น... พี่ชายช่วยอาละวาดใส่ว่านให้ฟ้าถล่มดินทลายไปเลยได้มั้ย!

แต่ถ้าว่านพลิกลิ้นเอาพี่ขมไปเป็นพวกได้ล่ะ ไม่ได้

“พี่ข... อึก” ฉันเอ่ยปากเรียกพี่ขมเสียงดังพอสมควร แต่ไม่ทันจบประโยคก็ถูกว่านคว้าช้อนแล้วตักข้าวป้อนเข้าปากอย่างรวดเร็ว

ฉันถลึงตา อยากจะพ่นข้าวทิ้ง

แต่ไอ้ข้าวนี่ก็ดันอร่อยซะได้

“เดี๋ยวกูเอาไปคืนให้” ว่านตอบพี่ขมก่อนจะหลุบตาจ้องฉัน

[ไม่ได้ กูบอกให้มึงเอาแฟมาคืนตั้งแต่เมื่อเช้า นี่มืดแล้วทำไมต้องกั๊กไว้ กูอยากจะรู้มานานแล้วว่ามึงแอบคบกับน้องกูตอนไหน มึงจะเอาน้องกูเป็นแฟนแบบเงียบๆ ไม่ได้นะโว้ยยยย]

ในตอนที่ได้ยินเสียงตวาดของพี่ขมฉันเคี้ยวข้าวเสร็จพอดี

ฉันเผยอปากเตรียมจะฟ้องอะไรสักอย่างกับพี่ขมพร้อมคิดในใจว่า... ว่านจะตอบยังไง เราเป็นมากกว่าพี่แต่ไม่ใช่แฟน ไม่ถือว่าคบสักหน่อย

ว่านยื่นช้อนคืนมาให้ก่อนจะตอบพี่ขม

“กูไม่ได้เป็นอะไรกับแฟ”

ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ฉันเคยลั่นวาจาไว้ว่าห้ามบอกใคร แต่พอได้ยินจริงๆ ฉันกลับไม่ดีใจเลย...

LTA LUKTARN

ใจร้ายยยย เธอน่ะใจร้ายรู้มั้ยยยยย

สาวๆ ขาาา นี่มันเลยวันที่สี่มาแล้วนะ กาแฟถือมีดตอนบทนำ มันคือการอาละวาดอย่างหนึ่งที่ตาลไม่บรรยายซ้ำนะ จะข้ามมาตรงที่พี่ว่านถามว่า จะเอายาคลายกังวลมั้ยเลย ไปเทียบบทสนทนาดูได้จ้า

ส่วนที่ถามว่ากาแฟทำไมไม่ได้อยู่กับใบชาตอนแรก ตาลเฉลยไปแล้วนะตอนช่วงบทที่สอง-สาม สองคนนี้ไม่ได้เจอกันครั้งแรกตอนฉากนี้ แต่มันคือการคุยกันแบบตัวต่อตัวและกอดแรกเฉยๆ

กาแฟกลัวการสกินชิพแล้วนะ เห็นมั้ยว่าเราบรรยายว่าน้องสั่นจนสลบเลย เพราะงั้นการกลัวนั้นเริ่มต้นที่พิดโลกนะ ฮ่อล

1 เม้น 1 กำลังใจ

กาแฟคนเลว VS พี่ว่านที่ผ่านโลกมาทุกรูปแบบ

กด >> ADD FAV.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 255 ครั้ง

29,741 ความคิดเห็น

  1. #29733 qzzoqomqzqo (@mayinz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:51
    คือจริงๆแล้วมันควรโกรธที่ถูกว่านทำร้ายมากกว่าเรื่องผู้หญิงป่ะ เรื่องผู้หญิงพั้นว่าแย่แล้วดันทำร้ายขนาดนี้อีก อินไม่ลงแล้ว
    #29733
    0
  2. #29732 qzzoqomqzqo (@mayinz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:10
    อย่าบอกน้าว่าเรื่องนี้นางเอกต้องตามง้อพระเอกไม่ให้ไปอะ
    โหอ่านแล้วหดหู่เลย พระเอกทำขนาดนี้ไม่อยากให้ง้อเลย
    #29732
    0
  3. วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:36
    ทำตามที่พันช์ขอ?
    #11507
    0
  4. #9036 celpotter (@celpotter) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 23:14
    ว่านทำตามคำขอของพันธ์ใช่ไหมที่มาดูแลแฟ ว่านไม่มีใจเลยง่าาาาาา  จงรักจงหลงแฟซ้าาาา
    #9036
    0
  5. #8167 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 14:02
    แฟดูไม่มีความเป็นมนุษย์เลยอ่ะ โดนแก้ผ้า ทำร้ายขนาดนั้นยังคิดอะไรเด็กๆกับว่าน เรื่องนี้เหมือนจะดาร์ก แต่จริงๆแล้วไม้เลยสักนิด
    #8167
    0
  6. #7795 nailgoi26 (@nailgoi26) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 20:35
    ได้ยินแบบนี้ เข่าอ่อนเลยจ้า
    #7795
    0
  7. #7341 Darika. (@PPlubpla) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 12:01
    ฮึ่ยย มันจะจี๊ดๆนิดนึงงง
    #7341
    0
  8. #7308 Jin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 01:06
    ตอนว่านรับโทรศัพท์นี่คือแบบ แฟบอกให้นั่งคุยตรงนี้ก็ไม่นั่ง ไม่เชื่อฟัง แต่ก็ไม่ก้าวไปไหน 55555 คือระ อย่าก้ำกึ่งสิว่านนน ชัดเจนหน่อย เลือกสักทาง
    #7308
    0
  9. #7026 Miiwchel (@loveka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 03:45
    จำคำพูดอิพี่ว่านไว้ จดๆ สงสารแฟ มันหน่วง
    #7026
    0
  10. #7022 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 01:02
    สงสารแฟพี่ว่านไม่สนใจเลยย
    #7022
    0
  11. #7014 อัยย์จันทร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:38
    ใจร้ายอีกเเล้วววว
    #7014
    0
  12. #7009 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:25
    กาแฟเข้าใจผิดเรื่องไหนบ้างหรือเปล่านะ ?
    #7009
    0
  13. #6992 yui-oi (@yui-oi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 14:47
    แฟกลัวการสกินชิพเพราะว่านหรือเปล่า อะไรที่แฟเกิดอุบัติเหตุแต่จำอะไรไม่ได้
    #6992
    0
  14. #6980 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:41
    เสียใจ
    #6980
    0
  15. #6979 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:41
    ใครตะไปดีใจกับเรื่องแบบนี่
    #6979
    0
  16. #6978 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:40
    หน่วงสิ้นดี
    #6978
    0
  17. #6976 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:40
    แต่คำตอบของว่านนี่
    #6976
    0
  18. #6975 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:40
    แปลว่าเจอกันก่อนหน้านั้นสินะ
    #6975
    0
  19. #6974 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:39
    แฟกลัวการสกินชิพมานานแล้ว
    #6974
    0
  20. #6973 Zach ko (@chapchak1973) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 13:39
    เกิดอะไรขึ้นนนนรน
    #6973
    0
  21. #6943 iammonster1am (@iammonster1am) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 09:46
    ว่านคนเลววว
    #6943
    0
  22. #6917 Wrak (@Wrak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 07:51
    จำคำตอบที่ตอบขมไว้ให้ขึ้นใจนะพี่ว่าน จะรอซ้ำเติม
    #6917
    0
  23. #6916 kalakade (@kalakade) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 07:50
    มันหน่วงที่หัวใจ
    สงสารกาแฟหนักมาก
    รีบเปิดพรีนะคะ
    #6916
    0
  24. #6910 mamacream (@mamacream) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 07:37
    พูดมาได้เต็มปากเต็มคำ รู้ไหมว่าน้องนอยด์
    #6910
    0
  25. #6909 NamfonNamooNikon (@NamfonNamooNikon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 03:40
    เย็นชาแท้ ว่านใหญ่
    #6909
    0