[SJ] Sweetie Love รักร้าย นายหน้าหวาน{WonHyuk,KH,HC,KM,KT,YR

ตอนที่ 22 : บทที่22 บทสรุป -1-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 ก.พ. 59

บทที่22

 

 

 

 

 

 

 

            “พี่ทึกผมกลับก่อนนะ”

 

            ภายในเวลาค่ำของวัน เรียวอุคที่เพิ่งจะจัดการงานในส่วนของตัวเองเสร็จก็ตะโกนบอกลาอีทึกที่ยังอยู่หลังร้านเสียงดัง ร่างเล็กจัดการปิดประตูหน้าร้านจนเรียบร้อย ก่อนจะเดินช้าๆ ไปตามถนนเส้นใหญ่เพื่อรอรถประจำทางเหมือนทุกวัน

 

 

 

 

 

 

            “เรียวอุคครับ รอด้วยๆ”

 

            เสียงทุ้มที่ตะโกนเรียกจากฝั่งตรงข้ามของถนนทำให้เรียวอุคละสายตาไปมองจนพบกับร่างสูงเจ้าของท่าทางร่างเริงที่มักจะเข้ามาวุ่นวายด้วยยืนหอบหายใจด้วยท่าทีรีบร้อน

 

 

            “เอ่อ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

            เรียวอุคถามขึ้นทันทีที่เยซองข้ามฝั่งมายืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าน่ารักฉายแววสงสัยกับท่าทีมองรอบตัวเหมือนกับต้องการหาอะไรของเยซอง

 

 

            “ไหนแฟนน้องเรียวอุคล่ะ ขอดูหน้าหมอนั่นหน่อยสิว่าจะหล่อสักแค่ไหน”

 

            เสียงทุ้มบ่นขึ้นอย่างหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อมองหาคนที่น่าจะอยู่กับเรียวอุคในตอนนี้ไม่เจอ

 

          หรือเราจะฟังพี่ซีวอนมาผิดวะ

 

 

            “ไม่มีครับ” เรียวอุคตอบกลับเสียงนิ่งพยายามข่มความเขินอายในใจที่ได้เจอเยซองเอาไว้ใต้ท่าทีนิ่งเฉย

 

 

            “ก็พี่ซีวอนมันบอกว่าเห็นมา”

 

            “ผมจะไปมีได้ยังไงเล่า”

 

            เรียวอุคเริ่มเถียงกลับ ก่อนจะเดินหนีเร็วๆเพราะเริ่มรู้สึกว่าปั้นหน้านิ่งต่อไปไม่ไหว ใบหน้ารู้สึกร้อนน้อยๆจนกลัวว่ามันจะแดงขึ้นมาจนอีกคนรู้

 

            “แล้วทำไมไม่มีล่ะ” เยซองถามกลับกวนๆ ก่อนจะเริ่มเดินตามคนที่เดินหนีช้าๆ อย่างจงใจแกล้ง

 

            “ก็มันไม่มีนี่ครับ” เรียวอุคตอบทั้งๆที่ไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ ใบหน้าน่ารักเริ่มก้มหลบสายตาที่มองจากด้านข้าง

 

            “โล่งไปที”

 

            เยซองพูดออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะหยุดเดินเมื่อเห็นว่าเรียวอุคหันหลับมามองด้วยความสงสัย ขายาวขยับยืนในท่าทางที่คิดว่าดูดีที่สุดก่อนจะเริ่มยิ้มออกมา

 

 

 

            “งั้น มาเป็นแฟนพี่ไหม หน้าตาดี มีรถขับ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้ด้วยนะ”

 

            เยซองพูดออกมาอย่างมั่นใจจนเรียวอุคที่ฟังทั้งงง ทั้งอยากจำขำออกมากับคำพูดอวดตัวเองในแบบแปลกๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างสงสัยในท่าทางและคำพูดพวกนั้น

 

 

            “พี่ล้อเล่นหรือเปล่าครับ”

 

            “จริง ให้เวลาสิบวินาที ถ้าคุณตอบตกลงตอนนี้ บริการส่งฟรีถึงประตูหน้าบ้านนะครับ” เยซองยังคงยิ้มให้อีกคนจนดวงตาคู่คมปิดลง มือใหญ่แกว่งกุญแจรถยนต์ในมือไปมา

 

 

            “เรียวอุคครับ คบกันเถอะนะ พี่กลัวคนแย่งอ่ะ”

 

            เยซองพูดเสียงอ้อน ก่อนะมองตาคนที่เริ่มยิ้มตามท่าทางของเขาอีกรอบ ใบหน้านิ่งเฉยในคราแรกเริ่มเปลี่ยนมาเป็นยิ้มขำจนเยซองพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

            “รถอยู่ไหนล่ะครับ ผมจะกลับบ้านแล้ว

 

            เรียวอุคตอบแค่นั้น ก่อนขาเรียวจะก้าวนำไปตามทางเดินเมื่อเยซองหันไปชี้รถยนต์คันคุ้นตาที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยที่เยซองก็รีบเดินตามหลังคนที่เดินนำไปเร็วๆ มือใหญ่ชูขึ้นบนอากาศอย่างเก็บท่าทีดีใจไว้ไม่มิด ดวงตาเรียวปิดลงน้อยๆเมื่อเจ้าตัวยิ้มดีใจจนเต็มแก้ม

 

          ผมหนุ่มหล่อของคณะบริหารมีแฟนแล้วคร้าบ...

 

 

 

 

 

 

 

 

            “เยส เรียบร้อย ว่าแต่คุณเครียดอะไรล่ะ”

 

            เสียงของฮยอกแจที่แอบดูจากทางร้านสะดวกซื้อร้องขึ้นเบาๆ ก่อนจะหันไปถามวีวอนที่ยืนทำท่าคิดหนักอยู่ข้างกัน

 

            “ก็บอกแล้วว่าไอ้เย่มันรู้ใจตัวเองไม่ยาก ที่ยากเนี่ย...คยูฮยอน”

 

            เสียงทุ้มพูดออกมาอย่างหนักใจ คิ้วเข้มขมวดจนแทบจะเป็นปมเมื่อยังคิดหาวิธีจัดการเรื่องของคยูฮยอนไม่ได้ ไม่ต่างจากฮยอกแจที่พอเริ่มคิดใบหน้าน่ารักก็มีแววเคร่งเครียดไม่ต่างกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            สองขาเล็กก้าวเดินช้าๆ ไปตามถนนเส้นเล็กเพื่อออกจากตัวมหาวิทยาลัยในเวลาเกือบๆ สองทุ่ม งานด่วนที่ต้องเข้ามาจัดการทำให้ซองมินกลับบ้านช้ากว่าเวลาปกติอยู่มาก

 

            “หนาว ทำไมทางเดินมหาลัยไม่เปิดไฟสว่างๆหน่อยนะ”

 

            เสียงหวานบ่นเบาๆตลอดทางเดินราวกับว่าจะให้มันช่วยคลายความกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงตาคุ่โตเริ่มมองรอบๆตัวอย่างอดกังวลไม่ได้

 

            ทางเดินเงียบสนิทจนได้ยินเสียงใบไม้แห้ง ลมเย็นๆที่ผัดผ่านผิวกาย รอบทางเดินที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ช่างเหมือนกับ...

 

 

            “เหมือนเรื่องผีที่ฟังมาเมื่อคืนเลย อย่าคิด ซองมิน ห้ามคิด”

 

            เสียงหวานบ่นซ้ำๆเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดถึงรายการทีวีที่เพิ่งดูมาเมื่อคืนนี้ แต่ยิ่งบ่นก็ยิ่งย้ำอยู่แบบนั้น จนในสมองเริ่มจินตนาการเหตุการณ์น่ากลัวๆ ไปจนถึงลมเย็นๆที่ผัดผ่านแผ่นหลังจนเบิกตาโตอย่างตกใจ

 

          ...เอาวะ วิ่งเลย...

 

 

            ซองมินพูดแค่นั้นก่อนจะเริ่มวิ่งจนสุดแรง ดวงตาคู่โตหลับปี๋ลงอย่างไม่อยากรับรู้เรื่องราวรอบตัวสักนิด ในใจคิดแค่เพียงว่าพอสุดทางเดินก็จะถึงหน้ามหาลัยที่จะเริ่มมีผู้คนเดินมากขึ้น

 

 

            ปึก!

 

            “เฮ้ย!

 

            ซองมินที่วิ่งมาจนสุดแรงชนเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งเข้าเต็มๆ แขนของร่างตรงหน้ารัดเอวเขาจนแน่นกันล้มลงไป เสียงหวานร้องขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะรีบลืมตาเพื่อขอโทษคนที่ตัวเองชนเข้าไปเต็มๆ

 

 

            “พี่คยูฮยอน..”

 

            “วิ่งแบบนี้ได้ไง มันอันตรายไม่รู้บ้างหรือไง!

 

            ประโยคยาวเหยียดของคนที่แทบจะไม่ค่อยพูดออกมาทำเอาซองมินตกใจกับท่าทีแบบนั้น ใบหน้าหวานก้มกัวขอโทษซ้ำๆ ก่อนจะดันตัวเองออกจากอ้อมกอดอุ่น

 

            “ผมขอโทษ”

 

            ซองมินของโทษเสียงแผ่ว ขาเล็กเตรียมจะก้าวผ่านไปด้านหน้าเมื่อก้มขอโทษคนตรงหน้าเรียบร้อย

 

          ซองมินเอ้ย เกือบล้มแล้วไหมล่ะ

 

 

            หมับ

 

            “เดี๋ยวไปส่ง นายนี่มันปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้จริงๆ”

 

            มือใหญ่คว้าข้อมือคนตรงหน้าเอาไว้แน่น ร่างสูงของคนพูดน้อยที่วันน้ดุพูดมากขึ้นมานิดเริ่มดึงให้คนตัวอวบเดินตามไปทางลานจอดรถ

 

 

            “เอ่อ ไม่ต้องก็ได้...”

 

            “อย่าเถียงนะซองมิน ฉันไม่อยากกลับบ้านไปโดยที่ยังห่วงนายหรอกนะ คิดถูกจริงๆที่มาตามหานายที่นี่”

 

            คยูฮยอนพูดออกมายาวเหยียดก่อนจะเริ่มเดินนำหน้าคนที่เริ่มอ้าปากค้างกับทั้งคำพูด และท่าทางที่เขาไม่เคยเห็ยคยูฮยอนแสดงออกมาด้วยซ้ำ

 

 

            “พี่ห่วงผม?” ซองมินถามเบาๆอย่างไม่มั่นใจเทาไหร่นัก มือเล็กข้างที่ว่างชี้เข้าหาตัวเองอย่างสงสัย

 

            “แล้วฉันไม่ห่วงนายตรงไหนกัน นายทำฉันเสียศูนย์ไปหมดแล้วรู้ตัวบ้างไหม ไอ้ตาโตๆนั่นนะ มันอ้อนเกินไป”

 

            คยูฮยอนพูดเสียงเบาๆลง ก่อนจะเดินนำหน้าเหมือนกับไม่ได้สนใจเท่าไหร่ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด กับมือใหญ่ที่ยังคงกำมือเล็กเอาไว้ก็บอกอาการอีกคนได้เป็นอย่างดี

 

 

            “ถ้ารู้แล้วก็อยู่ใกล้ๆฉัน ให้ฉันเลิกห่วงสักที”

 

            หลังจากที่คยูฮยอนพูดคำนั้น บรรยากาศรอบข้างเงียบลงจนได้ยินเสียงใบไม้ที่ผัดตามลมเหมือนเดิม ซองมินพยักหน้าช้าๆเหมือนตอบตกลงคำพูดของคนตรงหน้า โดยที่คยูฮยอนก็หันมามองและยิ้มน้อยๆออกมา

 

            ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนและอากาศเย็นๆที่พักผ่านตัว ตอนนี้คนทั้งคู่กลับรู้สึกว่ามันอบอุ่น หวานซึ้งจนอยากจะกุมมือแบบนี้ต่ออีกนิด

 

 

            โอ้ย นี่อะไรเนี่ย พี่คยูฮยอนสารภาพอะไรกับเรา

 

            ความคิดที่ตะโกนลั่นในใจของซองมินทำเอาใบหน้าหวานเห่อแดง มือเล็กเผลอกำขึ้นนิดๆ แต่ถึงจะตะโกนถามในใจไปมากเท่าไหน แต่ซองมินกลับรู้ถึงคำตอบของเรื่องราวตอนนี้อยู่แก่ใจตัวเอง

 

 

            ต้องพูดตรงๆ ไม่หวานแหววแบบนี้แหละถึงจะเป็นพี่คยูฮยอน

 

          ไม่มีคำพูดหวานมากไปกว่านี้ แต่คนแบบคยูฮยอน คำพูดพวกนี้คงเป็นคำสารภาพรักที่หวานที่สุดในชีวิตของเขา           

 

 

 

TBC.

Talk:28/09/16

            มาแล้วค่ะ ห่างหายไปนานมากๆเลยยยย มาบทสรุปทีละคู่น้อออออ ตอนหน้าก็จะมาคู๋พี่ใหญ่ เพราะคิเฮนี่บอมชัดเจนไปแล้ววว หรือนิดหน่อยเองง

            สุดท้ายไว้เจอกันอีกนะคะ รักทุกเม้น ทุกวิว ทุกแฟนคลับ รักคนอ่านค่ะ^^

     เฟสมิ้น จิ้ม

                ทวีตมิ้น จิ้ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #181 พี่เจ๋งพอตัวนะน้องนะ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 20:49
    คู่น้องๆยังไม่เท่าไหร่ คู่พี่ใหญ่นี่สิ จะแก้กันยังไงคะพ่อสื่อแม่สื่อ 555
    #181
    0
  2. #165 kimnok (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 17:24
    แผนกรเริ่มเห็นผลไปทีละคู่ๆแล้ว หุหุ

    แต่พี่ใหญ่ทั้ง 2 นี่สิท่าจะยากอ่ะ 

    สู้ๆ สู้ต่อไป วอนฮยอกที่รัก อิๆๆๆ
    #165
    0
  3. #164 angle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:37
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย แผนการสำเร็จไปได้ด้วยดีทั้งสองอันเลย

    แหม่ วอนฮยอกนี่เป็นพ่อสื่อได้เจ๋งสุดๆ 555555555555

    แต่เขินแทนมินๆจริงๆนะ คยูมานิ่งๆ ปากหนักๆ แต่ได้ใจมากอ่ะ อิอิ
    #164
    0
  4. #163 pungsj13 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:33
    น่ารักกันมากเลย
    #163
    0